พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 15

Share

วันนี้สงครามออกบ้านสายกว่าเมื่อวานเล็กน้อยและจัดการกินข้าวเช้าฝีมือนางปลีเสียอิ่มแปล้เรียบร้อยแล้ว แกละมาทำหน้าที่คนขับรถให้เช่นเคย รถสีบรอนซ์ทองมาจอดอยู่หน้าบ้านหลังโอ่อ่าของเฮียเล้ง สงครามเดินเข้าไปในบ้าน คนขับรถของบ้านนี้เข้ามาไหว้ทักทายเขาทันที

“สวัสดีครับอาจารย์สงคราม เฮียเล้งบอกว่าถ้าอาจารย์มาถึงให้เชิญไปพบที่ห้องรับประทานอาหาร เฮียเล้งและคุณซ้งรออยู่ที่นั่นแล้ว”

“อืม… ขอบใจ” พูดแล้วสงครามก็เลี้ยวตรงไปห้องรับประทานอาหาร

เข้ามาถึงห้องรับประทานอาหารก็ตะลึง อาหารหรู ๆ เต็มโต๊ะไปหมด ทั้งหมูหันเอย กระเพาะปลาเอย เป็ดปักกิ่งเอย ฯลฯ อย่างที่สงครามอยากกินทั้งนั้นเลย น่าเสียดายที่เขาฟาดแกงไก่ฝีมือเมียสุดที่รักจนแน่นท้อง ยัดอะไรเข้าไปอีกไม่ไหวแล้วแม้แต่น้ำเปล่า ไปล้วงคออาเจียนได้ไหมนะ

“อ้าว… อาจารย์สงคราม ผมรออยู่เสียนาน กินข้าวเช้าด้วยกันก่อนสิครับ เลี้ยงฉลองล่วงหน้าที่ลูกชายผมกำลังจะมีเมียกับเขาแล้ว” เฮียเล้งชวน

“ขอบคุณครับ แต่ผมกินจากบ้านมาเรียบร้อยแล้ว” สงครามตอบไปด้วยความเสียดาย รู้อย่างนี้ปล่อยท้องว่างมาก็ดี เฮียเล้งก็ไม่โทรมาบอกกันก่อน

“น้ำมันพรายเจ็ดป่าช้าของผมเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ?” ซ้งถามอย่างตื่นเต้น

“แน่นอนครับคุณซ้ง” สงครามเดินไปยืนใกล้ ๆ ซ้ง ควักวัตถุชิ้นเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อส่งยื่นให้

ซ้งรับสิ่งนั้นมา มองวัตถุในมืออย่างประหลาดใจ เมื่อวานจำได้ว่าสงครามบอกจะเอาน้ำมันพรายให้เป็นขวด แต่นี่เรียกว่าหลอดเองได้มั้ง ขนาดของมันพอ ๆ กับสองข้อนิ้วก้อย แถมด้านในบรรจุของเหลวข้นหนืดสีเหลืองไว้เพียงครึ่งหลอด น้ำมันพรายเพียงเท่านี้จะพอทำให้น้ำเพชรหลงเขาหัวปักหัวปำได้จริงหรือ

สงครามเห็นซ้งมีท่าทีผิดหวังและไม่เชื่อมั่นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่เขานำมาให้ จึงเอ่ยสร้างความมั่นใจให้แก่เขา

“คุณซ้งไม่ต้องกังวลครับ น้ำมันพรายเจ็ดป่าช้าฤทธิ์แรงมาก เพียงแค่ดมคนก็เคลิ้มแล้ว ปริมาณเพียงเท่านี้เพียงพอที่จะทำให้ผู้หญิงคนนั้นหลงคุณได้แน่นอน เอาชื่อเสียงผมเป็นประกันเลย”

ยืนยันมาขนาดนี้ ซ้งจะยอมเชื่อใจดูสักครั้ง เขาขอตัวออกมาต่อสายโทรศัพท์ถึงเพื่อนของเขา

“ว่าไงวะไอ้ซ้ง” ปลายสายทักทายมา

“เรื่องที่ข้าให้เอ็งไปสืบ ได้เรื่องหรือยังวะ?”

“ฝีมือระดับไอ้ยุทธ์ต้องได้เรื่องสิวะ ตอนนี้แม่นั้นมาทำอะไรไม่รู้ที่ตึกสโมสรฯ แกรีบมาดักรอเถอะ วันนี้เป็นวันหยุด คนไม่เยอะ เป็นโอกาสของแกแล้ว”

“ขอบใจว่ะเพื่อน ถ้าฉันได้น้ำเพชรมาเป็นเมียเมื่อไหร่ แกอยากได้อะไรบอกเพื่อนซ้งคนนี้มาได้เลย เดี๋ยวเพื่อนซ้งจัดให้” พูดจบก็วางสาย ซ้งเหลือบมองหลอดเล็กในมือแล้วแสยะยิ้ม การรอคอยแสนยาวนานถึงสองปีกำลังจะสิ้นสุดลงก็วันนี้ เขาต้องขึ้นไปเสริมหล่อเสียหน่อย เอาให้สมกับเป็นว่าที่เจ้าบ่าวของน้ำเพชร

วันนี้ชมรมอาสาเพื่อสังคม นัดคณะกรรมการที่มีอยู่แปดคนมาประชุมที่ห้องชมรมในวาระกิจกรรมพิเศษที่จะทำในช่วงปิดภาคเรียนที่หนึ่งนี้ การะเกดเสนอความเห็นให้ออกค่ายพัฒนาชุมชนและอาจารย์พรชัยก็เห็นด้วยพร้อมจะสนับสนุนเต็มที่ วันนี้จึงมาหาข้อสรุปว่าชุมชนใดจะโชคดีได้พวกเขาไปช่วยพัฒนา

“โรงพยาบาลบ้านหนองกระทิงดุน่าสนนะ ไปช่วยซ่อมเตียง ซ่อมวิลแชร์ก็ดีนะ” การะเกดเสนอความเห็น พลางยื่นเอกสารภาพประกอบให้ทุกคนดู

“น่ากลัวจังเลยค่ะพี่เกด ไปอยู่คลุกคลีใกล้คนไข้อย่างนั้น พวกเราที่ไม่ได้เรียนหมอเหมือนพี่จะหดหู่เอานะคะ” ทิพย์โต้ความเห็นเกี่ยวกับสถานที่ที่การะเกดเสนอมา เธอเรียนอยู่คณะวิทยาศาสตร์ชั้นปีที่หนึ่ง

“วัดบ้านป่าสะแด่วนี้เป็นไง ศาลาวัดทรุดโทรมมากจนใช้การไม่ได้แล้ว เราไปช่วยบูรณะกัน” โมทย์เสนอสถานที่ที่ค้นเสาะหามา พร้อมยื่นเอกสารภาพประกอบ เขาเรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ชั้นปีที่สี่ เคยบวชเรียนชั้นมัธยมถึงหกปีเต็ม จึงติดบุคลิกสมัยยังครองผ้าเหลืองมาจนทุกวันนี้

“ไกลไปนะคะ กลัวว่างบจะไม่พอค่ารถไปกลับสำหรับพวกเราทั้งหมดน่ะสิคะ” ฟ้าแย้งเพราะเธอเป็นเหรัญญิกควบคุมงบใช้จ่ายของชมรม เธอเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ชั้นปีที่สอง “ของพี่น้ำเพชรล่ะคะ หาสถานที่ไหนมาเอ่ย?”

“อ้อ… สักครู่นะ”

น้ำเพชรค้นเอกสารภาพประกอบเพื่อนำมาเสนอจากในแฟ้ม แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ หรือว่าเธอจะเอาใส่ผิดแฟ้ม เอกสารที่เตรียมมาต้องหลงไปอยู่ในแฟ้มคุณยายแน่เลย

“เอ๊ะ! หายไปไหนนะ สงสัยติดไปกับแฟ้มของคุณยาย ขอตัวไปเอามาแป๊บนะ ยายมุกเธอนำเสนอก่อนเลย” พูดแล้วน้ำเพชรก็ลุกจากโต๊ะประชุมเดินออกจากห้องไป ณภัทรมองตามร่างนั้นใจนึกเป็นห่วง

ซ้งขับรถยี่ห้อหรูราคาแพงมาจอดแอบไว้หลังอาคารเรียนรวม ขณะกำลังจะเดินไปสมทบกับยุทธ์ที่ตึกสโมสรนักศึกษาตามที่นัดหมายกันไว้ โทรศัพท์มือถือที่ยัดใส่กระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้นเสียก่อน

“เอ่อ ๆ ข้ากำลังจะไปแล้ว ตอนนี้อยู่อาคารเรียนรวมเนี่ย” ซ้งกรอกเสียงลงโทรศัพท์เมื่อเห็นว่าเป็นหมายเลขของยุทธ์โทรเข้ามา

“แกไม่ต้องมาที่นี่แล้ว แม่นั่นเดินลงมาจากตึกสโมสรฯ ท่าทางเหมือนจะมุ่งหน้าผ่านคณะเรา แกไปดักรออยู่ที่คณะเราเถอะ”

“อย่างนี้ก็หวานหมูสิวะ ขอบใจมากนะเพื่อนที่อุตส่าห์เป็นหูเป็นตาให้” ขอบคุณเพื่อนแล้วก็เก็บโทรศัพท์เข้าที่เดิม จากนั้นรีบก้าวขายาวตรงไปดักรอหญิงสาวที่ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ทันที

ร่างอรชรของหญิงสาวเดินออกจากตึกสโมสรนักศึกษามาตามทางเดินเลียบถนน เธอไม่น่าสะเพร่าเลย ตอนที่เอาเอกสารใส่แฟ้มน่าจะดูให้แน่ก่อนว่าเป็นแฟ้มของตนเอง นี่ต้องกลับไปเอาที่ตึกฝ่ายเอกสารเพราะมั่นใจว่าเอกสารนั่นอยู่ในแฟ้มของคุณยายอย่างแน่นอน เสียเวลากรรมการคนอื่น ๆ ที่ต้องรอเธอ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาจำต้องใช้ทางที่สั้นที่สุดในการไปที่ตึกฝ่ายเอกสาร นั่นคือทะลุคณะวิศวกรรมศาสตร์ หวังว่าประวัติศาสตร์คงไม่ซ้ำรอย วันนี้ก็เป็นวันหยุด คงไม่มีใครมาทำอะไรที่นั่นนอกจากเจ้าหน้าที่

เดินมาได้ครึ่งทางน้ำเพชรก็รู้สึกเหมือนถูกใครสะกดรอยตาม หันไปมองเห็นชายคนหนึ่งสวมแว่นตาดำใส่หมวก กำลังแสร้งทำเป็นชมนกชมไม้ท่าทางพิรุธ พฤติกรรมเช่นนี้น่าสงสัยนักเพราะคนปกติคงไม่ทำตัวเช่นนี้ น้ำเพชรเร่งฝีเท้าให้ไวขึ้นเพื่อทิ้งห่างจากชายคนนั้น

ยิ่งเร่งเท่าไหร่ชายคนนั้นยิ่งตามมาไวขึ้นเท่านั้น สถานการณ์ไม่สู้ดีแล้ว จะหันหลังกลับไปหาทุกคนที่ตึกสโมสรนักศึกษาก็ดูจะเป็นวิธีที่ไม่ฉลาดนัก ทางที่ดีที่สุดในตอนนี้คือหนีไปให้ถึงตึกฝ่ายเอกสาร น้ำเพชรออกแรงวิ่ง วิ่งให้เร็วที่สุด เธอหันหลังไปมอง เห็นชายคนนั้นวิ่งตามมาพอหันหน้ากลับก็ชนเข้ากับแผงอกล่ำสันของชายคนหนึ่ง เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็ตกใจมือไม้เย็นเฉียบ รับรู้ได้ถึงอันตรายที่กำลังจะคุกคาม

ซ้งนั่นเอง

“ว่าไงน้ำเพชร วิ่งหนีใครมาเหรอ? คนนั้นน่ะเพื่อนฉันเอง ไม่น่ากลัวหรอก” ซ้งพูดพลางจัดเผ้าผมยุ่งเหยิงของน้ำเพชรให้เข้าที่ ผมนุ่มสลวยของเธอสัมผัสมือให้ความรู้สึกดีจริง ๆ

“ใช่! ฉันไม่น่ากลัวเท่าไอ้ซ้งที่กำลังจะยัดเยียดความเป็นผัวให้เธอหรอก” ยุทธ์บอกพร้อมยิ้มกว้าง

น้ำเพชรใจหายวาบ ชายสองคนนี้จะทำอะไรเธอ

“อย่าแตะต้องตัวฉันนะ” น้ำเพชรปัดมือซ้งทิ้ง จะวิ่งหนีแต่เขาฉุดมากอดไว้เสียก่อน

“จะไปไหนเล่า ฉันรับรองว่าถ้าเธอได้เจอของดีที่ฉันเพิ่งได้มา เราจะสนุกไปด้วยกันแน่” ซ้งใบหน้าหื่น ยัดจมูกเข้าซอกคอโลมเล้าน้ำเพชร

“ปล่อยฉันนะไอ้บ้า ฉันไม่มีวันเป็นของแกหรอก” น้ำเพชรดิ้นขัดขืน ทว่าสู้แรงไม่ไหว

“ปากดีไปเถอะ ถึงเวลาฉันหยิบขึ้นมาใช้ เธอได้หลงฉันหัวปักหัวปำ” ซ้งเปลี่ยนมาหอมแก้มนวลของเธอแทน

“อิจฉาโว้ย ฉันอยากหอมแก้มผู้หญิงแบบนั้นบ้างจัง” ยุทธ์ที่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ ทำปากจู๋พลางจินตนาการว่ากำลังจูบน้ำเพชร

พลั่ก!

เท้าของใครไม่รู้ถีบเข้าก้นของยุทธ์เต็มแรง จนเขาล้มหน้าคว่ำลงไปจูบกับพื้นปูน เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นเม็ดฝุ่นเกาะเต็มริมฝีปาก บางส่วนเข้าไปสัมผัสลิ้นทำให้รู้ว่าพื้นปูนที่คณะรสชาติไม่ได้เรื่อง

“ใครวะ?” ยุทธ์เอามือลูบปาก หันไปมองด้านหลังเห็นณภัทรยืนอยู่

“ณภัทรช่วยฉันด้วย!” น้ำเพชรตะโกนร้อง พลางดิ้นไปด้วย

“แกอีกแล้วเหรอไอ้ก้างขวางคอ” ซ้งบ่นอย่างรำคาญ

“ปล่อยน้ำเพชรเดี๋ยวนี้นะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอย่างวันนั้นอีก” ณภัทรชี้หน้าประกาศก้อง ไม่ทันระวังหมัดของยุทธ์ที่ซัดเข้าท้อง

“ฮ่า ๆ ๆ คราวที่แล้วมันหนึ่งต่อหนึ่ง แต่คราวนี้มันสองรุมหนึ่ง จะไม่ให้ฉันชนะได้ยังไง” ซ้งขำก๊ากกับใบหน้าจุกแน่นท้องของณภัทร

“ไอ้คนนี้นะเหรอที่เล่นงานแกจนสลบ ไม่เห็นจะแน่เท่าไหร่เลยนี่หว่า” ยุทธ์เดินมาใกล้ซ้งโดยยืนหันหลังให้ณภัทร เขาดูภูมิอกภูมิใจที่ทำณภัทรเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นได้

“ครั้งนั้นฉันพลาดท่ามันหน่อยเดียวเท่านั้น เฮ้ย! ไอ้ยุทธ์ระวัง”

ซ้งร้องเตือนเมื่อเห็นณภัทรลุกขึ้นมา แต่ไม่ทันการณ์ ณภัทรเตะขายุทธ์ให้ล้มหน้าหงายแล้วซัดหมัดเข้าท้องยุทธ์เป็นการเอาคืน ด้วยความรักเพื่อน ซ้งจึงผละจากน้ำเพชรด้วยรู้ดีว่าสาวเจ้าไม่อาจทิ้งเพื่อนที่อุตส่าห์มาช่วยไปไหน เขาวิ่งมากระโดดถีบณภัทรจนตัวปลิว กลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ แล้วย่างสามขุมเข้ามาจะเอาคืนให้สาสมกับที่ทำเขาวันนั้น

ซ้งเหวี่ยงเท้าซึ่งสวมรองเท้าหนังสีดำขัดเงาวับกระแทกปากณภัทร ณภัทรกลิ้งไปตามแรง เลือดสีแดงจากปากไหลออกมา ลอยกลางอากาศก่อนตกลงมาเลอะเปรอะหน้า น้ำเพชรเห็นยุทธ์ลุกขึ้นจะไปช่วยซ้งรุมณภัทรอีกแรงจึงวิ่งเข้ามาทุบกำปั้นใส่ แต่ถูกชายหนุ่มบีบข้อมือไว้แน่น

ซ้งมองณภัทรด้วยความสมเพช อยากเป็นพระเอกนักหรือไอ้ก้างขวางคอ อย่างแกฉันจะส่งไปเป็นพระเอกที่โลกหน้าก็แล้วกัน ณภัทรรอจังหวะแล้วกระโดดพุ่งแทงเข่าใส่ซ้งที่หน้าอก ซ้งล้มลงหลังกระแทกพื้นดังอัก ณภัทรรีบมาช่วยน้ำเพชรทันใด โดยดึงคอเสื้อยุทธ์ให้ถลันถอยหลังมาจากน้ำเพชร ซ้งเห็นว่ามัวแต่ตีกันไปตีกันมาอย่างนี้จะไม่ได้ตัวน้ำเพชรเสียที จึงล้วงเอาน้ำมันพรายเจ็ดป่าช้าออกมาเปิดจุกหลอดออก ลุกเดินตรงมายังเป้าหมายคือน้ำเพชร

“โดนน้ำมันพรายเจ็บป่าช้านี้ไป เธอได้หลงฉันหัวปักหัวปำแน่”

ซ้งคำรามเตรียมสาดของเหลวในหลอดมาทางน้ำเพชร น้ำเพชรยืนตัวแข็ง ตกใจทำอะไรไม่ถูก ณภัทรที่กำคอเสื้อยุทธ์อยู่เห็นอย่างนั้นก็ผลักยุทธ์ใส่ซ้ง น้ำมันพรายไม่โดนน้ำเพชรแม้แต่น้อย ซ้งลงไปนอนหงายหน้าที่พื้นโดยมียุทธ์นอนประกบคว่ำหน้าทับอยู่ข้างบน ทั้งสองชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนยุทธ์จะถอดแว่นตาดำเผยให้เห็นสายตาแวววาววิบวับ อกเสื้อของเขาเลอะเป็นดวงใหญ่สีเหลืองคือน้ำมันพรายนั่นเอง

“ทำไมวันนี้เอ็งสวยอย่างนี้วะซ้ง” ยุทธ์เสียงหวาน จ้องซ้งตาเป็นประกาย “คบกันมานานข้าเพิ่งรู้หัวใจตัวเองก็วันนี้ว่าข้ารักเอ็งแบบคนรักไม่ใช่เพื่อน”

ซ้งเบิกตากว้าง ทำไมอะไร ๆ ผิดไปจากที่คิดที่ฝันอย่างนี้ เพราะไอ้ก้างขวางคอนั่นคนเดียว ทำเขาชวดจากน้ำเพชร แถมเปลี่ยนรสนิยมทางเพศเพื่อนรักของเขาให้บริโภคเพศเดียวกันอีก ตอนนี้เขารู้สึกเสียววาบที่ประตูหลังอย่างไรก็ไม่รู้

“เป็นของข้าเถอะนะซ้ง” ยุทธ์ยัดจมูกเข้าซอกคอซ้ง หนวดแหลม ๆ แทงผิวทำจั๊กกะจี้ ตอนนี้ซ้งเข้าใจหัวอกแล้วว่าน้ำเพชรรู้สึกอย่างไรตอนโดนเขาทำแบบนี้

“อะไรของเอ็งวะเนี่ยไอ้ยุทธ์ ข้าไม่ใช่ผู้หญิงนะโว้ย” ซ้งถีบยอดอกยุทธ์เต็มแรงให้ถอยห่างตัว ตอนนี้ต้องหนีไปให้ไกลที่สุด ก่อนยุทธ์จะกลายเป็นยอดชาย

“ไปไหนล่ะจ๊ะคนสวย มาหาพี่นี่มะ!” ยุทธ์วิ่งตามไป

ปลอดภัยแล้ว ณภัทรโผเข้ามากอดน้ำเพชรอย่างโล่งอก ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเขาไม่ตามออกมาดูเธอจะประสบพบเจอกับอะไร เขาเคยเตือนเธอแล้วว่าช่วงนี้จะประสบเหตุการณ์เลวร้ายให้ระวังตัว เธอก็ไม่เชื่อ หาว่าพูดจาไร้สาระ แล้วมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ เขาอยากให้มันผ่านพ้นไป ไม่อยากหยิบกลับมาซ้ำเติมเธอ

“เตือนแล้วก็ไม่ฟัง รู้ไหมว่าฉันเป็นห่ว…” ณภัทรหยุดกึก ไตร่ตรองคำพูดในหัวตัวเองให้ถี่ถ้วนก่อนเอ่ยออกไปใหม่ “ฉันหวังดีต่อเธอนะ”

อึดอัดใจเหลือเกินที่พูดอะไรอย่างที่คิดไม่ได้ น้ำเพชรร้องไห้เพราะรู้สึกผิดที่ปฏิเสธความปรารถนาดีของเขา เกลียดตัวเองเหลือเกินที่ได้แต่ทำเฉยเมยใส่  อดีตน้ำเพชรคิดอยู่เสมอว่าตัวเองคืออินทรีอหังการ สามารถจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้มารู้ความจริงว่าตัวเองเป็นเพียงนกตัวน้อยที่เพิ่งโผบินเป็น รอบข้างมีแต่ฝูงแร้งคอยรังแก ได้อยู่ในอ้อมปีกอันอบอุ่นของพญาปักษาก็อุ่นใจไม่หวั่นต่ออันตรายใด ๆ


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Of Mice and Men: เพื่อนยาก – มิตรภาพและความฝันของคนยากจนที่ไม่อาจเป็นจริง

ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้ มาเล่าเนื้อหาจากวรรณกรรมเรื่องเพื่อนยาก (Of Mice and Men) ผลงานชิ้นเอกของจอห์น สไตน์เบค (John Steinbeck) ซึ่งเป็นวรรณกรรมคลาสสิกที่สะท้อนภาพชีวิตและการดิ้นรนของแรงงานในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกาครับ เรื่องนี้เล่าถึงความสัมพันธ์ของเพื่อน ความฝัน และโชคชะตาที่โหดร้าย ผมอ่านเรื่องนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ยังจำตอนจบของเรื่องที่สะเทือนใจได้ถึงทุกวันนี้อยู่เลยครับ เรื่องนี้มีตัวละครหลักอยู่สองตัว เป็นเพื่อนที่แตกต่างกันทั้งรูปลักษณ์และนิสัย คนแรกชื่อจอร์จ...

จดหมายเหตุขนาดจิ๋ว สำรวจประวัติศาสตร์ที่บันทึกอยู่ในแสตมป์ ที่พิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์ไทย

ครั้งหนึ่งจดหมายและแสตมป์คือเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของผู้คนมาอย่างยาวนาน แต่ทุกวันนี้เราสามารถส่งข้อความถึงกันได้เพียงเสี้ยววินาที ผ่านสมาร์ทโฟนที่ล้วนมีใช้กันแทบทุกคน การส่งจดหมายเลยเป็นเรื่องล้าสมัย เด็กเจนใหม่ ๆ ไม่เคยมีประสบการณ์ส่งจดหมายถึงกันแล้ว การเข้าไปเที่ยวในพิพิธภัณฑ์แสตมป์ไทย (Thai Stamp Museum) เหมือนเป็นการได้เดินทางย้อนเวลาดูประวัติศาสตร์ผ่านแสตมป์ เพราะแสตมป์ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเล็กที่มีกาวด้านหลัง แต่มันคือจดหมายเหตุขนาดจิ๋วที่บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ในประเทศ ทั้งยังเป็นตัวแทนกระจายความเป็นไทยออกสู่สายตาชาวโลก ผ่านซองจดหมายที่วิ่งว่อนมาแล้วกว่า 140 ปี กิจการไปรษณีย์ไทยเกิดจากวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!