พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 23

Share
Share

อารมณ์ร้อนรุ่มในใจของณภัทรลุกโชนเหมือนไฟสุมขอน เขาก้าวจากตึกพักฟื้นคนไข้มายังที่จอดรถจักรยานยนต์ของตนเอง ควักกุญแจในกระเป๋าด้านหลังกางเกงมาเสียบรู จากนั้นบิดแล้วเครื่องยนต์ก็ติด ชายหนุ่มนั่งควับเบาะ บิดคันเร่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง แดดเที่ยงวันที่สะท้อนจากกระจกรถเก๋งคันหน้าแยงตาจนต้องยกมือข้างซ้ายขึ้นมาบัง ไฟแดงตรงหน้าเพิ่งสว่าง แต่เขากลับรู้สึกเหมือนรอมันดับมาค่อนชั่วโมงแล้ว

เมื่อไฟเขียวสว่าง รถจักรยานยนต์ของณภัทรก็วิ่งฉิวออกไปเป็นคันแรก ตำรวจไม่รู้เบาะแสเรื่องที่นางปลีลักลอบเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนเลยหรือยังไง ถึงผ่านหูผ่านตามาได้จนถึงทุกวันนี้ ณภัทรจะเข้าไปแจ้งเบาะแสเรื่องนี้กับตำรวจ แล้วขอให้นำกำลังเข้าจับกุมทั้งนางปลีและสามีของเธอในข้อหาสมรู้ร่วมคิด เขาเลี้ยวเข้ามาในสถานีตำรวจ บังคับรถจักรยานยนต์เข้าไปหยุดในช่องจอดได้พอดิบพอดี แล้วเดินปรี่เข้าไปในอาคาร ตำรวจในชุดสีเข้มหลายนายอยู่กันพลุกพล่าน

“มีเรื่องอะไรหรือน้องชาย?” จ่าสิบตำรวจที่นั่งประจำโต๊ะรับแจ้งเรื่องร้อนทุกข์เอ่ยทักชายในชุดนักศึกษาที่เดินเข้าไปหา

“ผมมาแจ้งเบาะแสคลินิกทำแท้งเถื่อน” ณภัทรกล่าวอย่างร้อนรน สองมือจับโต๊ะรับแจ้งเหตุไว้

จ่าสิบตำรวจวัยกลางคนเลิกคิ้วและมองหน้าณภัทรอย่างฉงน

“คลินิกทำแท้งเถื่อน?”

“ใช่ครับ!”

“ที่ไหน?”

“สุดซอยท้ายตลาดที่เดียวกับตำหนักเจ้าพ่อสมิง เมียคนทรงเจ้าที่ชื่อนางปลีเป็นคนรับทำแท้ง”

“บ้านอาจารย์สงครามน่ะเหรอ” จ่าสิบตำรวจเอียงคอ ก่อนปล่อยหัวเราะก๊ากออกมา “ฮ่า ๆ ๆ ไม่จริงหรอก เมียอาจารย์สงครามแกมีอาชีพปล่อยเงินกู้ให้แม่ค้าในตลาด อาจารย์สงครามคนก็ศรัทธาเยอะ สองคนนี้ฐานะค่อนข้างดี ไม่ทำอาชีพทุจริตอย่างนั้นหรอก พวกน้าก็เคยไปขอของขลังกับอาจารย์แก แต่ไม่เห็นจะมีอะไรผิดปกติอย่างที่น้องว่ามาเลย”

“คุณไปค้นทั่วบ้านแล้วเหรอ ไอ้คลินิกทำแท้งมันอยู่ในสุดของบ้านนะ”

“จะบ้าเหรอ! ตำรวจดี ๆ ที่ไหน จู่ ๆ จะเข้าบุกค้นบ้านประชาชน หลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันหรือหมายศาลก็ไม่มี หรือว่าน้องมีล่ะ ไหนล่ะหลักฐานเอามาดูหน่อยสิ!” จ่าสิบตำรวจทำหน้าท้าทายกวนอารมณ์

ณภัทรกัดฟันแน่น ขอความช่วยเหลือจากตำรวจผู้มีหน้าที่รับใช้ประชาชนไม่ได้เรื่องเลย เขาคงต้องเปิดโปงคลินิกนรกนั่นด้วยตัวของเขาเองเสียแล้ว คิดอย่างนั้นก็ตบโต๊ะดัง ป๊าบ! แล้วหุนหันเดินออกมาด้วยใบหน้าฉุนเฉียว สวนทางกับนายตำรวจหนุ่มมาดดีที่เดินเข้าที่ทำงานหลังเสร็จจากพักเที่ยง มองกิริยาของณภัทรแล้วก็สงสัย

ลงมาถึงณภัทรก็กระโดดนั่งเบาะรถจักรยานยนต์ ติดเครื่องแล้วบิดออกไปทันที นายตำรวจหนุ่มยศร้อยโทเอ่ยถามจ่าสิบตำรวจประจำโต๊ะรับแจ้งเหตุร้อนทุกข์

“นักศึกษาคนเมื่อกี้ที่เพิ่งลงไปมีเรื่องอะไร หน้าตาบูดเบี้ยวอย่างกับไม่พอใจใครอย่างนั้น”

จ่าสิบตำรวจยืนขึ้นเพื่อให้เกียรติคนหนุ่มที่มียศสูงกว่า

“อ๋อ… เด็กคนนั้นมาแจ้งเบาะแสคลินิกทำแท้งเถื่อนน่ะครับ หาว่านางปลีเมียอาจารย์สงครามเป็นหมอทำแท้งเถื่อน จะให้เราไปจับ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีหลักฐาน ผู้หมวดอย่าไปสนใจเลยครับ”

ผู้หมวดหนุ่มจ้องสายตาคมกริบใส่ลูกน้อง

“แต่จ่าก็ไม่มีอะไรมายืนยันว่าคนที่ถูกกล่าวหาเป็นผู้บริสุทธิ์นี่ จ่าเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จะเอาความรู้สึกตนเองตัดสินว่าใครถูกใครผิดได้ยังไง” 

จ่าสิบตำรวจยืนก้มใบหน้าเจื่อนรับฟังโดยไม่อาจเถียง พูดจบผู้หมวดหนุ่มก็ส่ายหัวให้แล้วเดินจากลูกน้องเข้าห้องทำงานของตนไป จ่าผู้นี้ไม่ชอบผู้หมวดหนุ่มที่เพิ่งจบจากโรงเรียนนายร้อยคนนี้เสียเท่าไหร่ ทำมาเป็นไฟแรงมีจิตใจมุ่งมั่นจะพิทักษ์สันติราษฎร์ เพิ่งมาบรรจุที่นี่จะรู้จักประชาชนย่านนี้ดีกว่าเขาที่แต่งงานย้ายมาอยู่กับภรรยากว่ายี่สิบปีได้ยังไง อีกหน่อยถ้าได้รู้อีกด้านที่ไม่สว่างของสายอาชีพนี้ กลัวว่าคงไม่ต่างจากเขาที่นั่งกินน้ำร้อนน้ำชาปล่อยพุงย้อยกระดุมปริ

รถจักรยานยนต์ที่มีหนุ่มวัยนักศึกษาเป็นคนบังคับ เลี้ยวฉวัดเฉวียนหลบหลุมบ่อพื้นไม่เรียบของซอยท้ายตลาด บรรยากาศละแวกนี้อึมครึมไม่เหมือนบริเวณอื่นที่แดดกลางวันร้อนเปรี้ยงสาดทำร้าย ขับรถมาสุดซอยซึ่งเป็นซอยตันก็พบกับบ้านไม้สักขนาดย่อมทาสีดำขลับเคลือบเงาวาววับทั้งหลัง

บรรยากาศอึมครึมเด่นชัดเข้าไปใหญ่ คล้ายกับว่ามีเมฆดำทะมึนปกคลุมเหนือที่ดินผืนนี้ ณภัทรถอดกุญแจเก็บเข้ากระเป๋าหลังกางเกง รูปปั้นทวยเทพประจำศาสนาพราหมณ์ทำเขาขนลุกซู่ไปทั้งตัว ใจชักหวั่นแล้วว่าบุกเข้าไปเพียงคนเดียวจะเป็นการดีไหมหนอ แต่มาถึงนี่จะถอนตัวก็ไม่ทันเสียแล้ว วันนี้เขามาทำความดีทะลายแหล่งอโคจร พระพุทธคุณย่อมคุ้มครองเขาแน่นอนอยู่แล้ว

ณภัทรสูดหายใจลึก กำหมัดเรียกความเชื่อมั่นแล้วเดินเข้าไปข้างในบ้าน ยิ่งเข้าไปใกล้บ้านไม้สีดำยิ่งแผ่รังสีน่าขนลุกใส่ ชายหนุ่มท่องบทสวดมนต์เรียกสติสมาธิคืนอยู่ในใจ พลางบอกตัวเองว่าไม่มีอะไรน่ากลัว ที่ชั้นล่างติดป้ายบอกไว้ว่าปล่อยเงินกู้อย่างที่ได้ยินมาจากพริ้ง แต่ข้างในหาได้มีกิจการนี้เพียงอย่างเดียวไม่ สองมือเลื่อนประตูกระจกทึบแสง แล้วเดินเข้าไปข้างใน พบหญิงรุ่นใหญ่นั่งไล่รายการบัญชีลูกหนี้อยู่หลังโต๊ะเหล็กพ่นสี แกเงยหน้าขึ้นมาจากสมุดมองบุรุษหนุ่มตรงหน้า

“มากู้เงินเหรอพ่อหนุ่ม เอาไปเที่ยวหรือเอาไปจ่ายค่าเทอมล่ะ?” นางปลีพูด ไม่รอฟังณภัทรตอบก่อน แกก็หยิบหนังสือสัญญากู้ยืมเงินจากในลิ้นชักยื่นให้

ณภัทรมั่นใจแน่ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือหมอทำแท้งเถื่อนผู้คร่าชีวิตทารกน้อยมากนักต่อนัก เขาคว้าหนังสือสัญญากู้ยืมเงินมาจากมือนางปลี แล้วปาใส่ชั้นวางเอกสารด้านหลังแกเสียงดังปัง! นางปลีสะดุ้งโหยง ร้อยวันพันปีไม่เคยเจอลูกค้าบ้าบิ่นอย่างนี้

“ป้าใช่ไหมที่เป็นหมอทำแท้งเถื่อน ไม่รู้หรือไงว่าการทำแท้งมันผิดกฎหมายและผิดศีลธรรม ยอมมอบตัวกับตำรวจซะ บาปที่ก่อจะได้ไม่หนาไปกว่านี้” ณภัทรกระแทกเสียงใส่หน้านางปลี

นางปลีตั้งตัวไม่ถูกกับการจู่โจม แกลุกขึ้นมาประจันหน้า เพื่อจะตะแบงเสียงได้ถนัด

“ไม่จริง! ฉันไม่ใช่หมอทำแท้งเถื่อนอย่างที่แกกล่าวหา ไอ้เด็กเปรต ออกไปจากบ้านฉันนะ ก่อนจะเหลืออดเรียกตำรวจมาลากคอแกขังซังเต”

“ป้านั่นแหละที่จะได้ไปชดใช้กรรมในคุก หลังจากผมหาหลักฐานว่าที่นี่แอบเปิดเป็นคลินิกทำแท้งเถื่อนไปยืนยันกับตำรวจ” พูดแล้วณภัทรก็เดินไปเลื่อนประตูอีกบานที่เชื่อมต่อไปอีกห้องในบ้าน พริ้งบอกว่าห้องทำแท้งอยู่ในสุดของบ้าน เดินเข้าไปตามประตูนี้ต้องเจอห้องนั้นอย่างแน่นอน

ไม่ได้การแล้ว จะปล่อยให้ชายคนนี้เจอห้องที่เธอให้บริการทำแท้งไม่ได้ หากเรื่องนี้อื้อฉาวออกสังคมวงกว้าง ก็ไม่แน่ใจว่าของขลังที่มอบให้เป็นสินบนจะปิดปากตำรวจทั้ง สน. มิดเหมือนเดิมหรือไม่

“จะเข้าไปทำไม ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!”

นางปลีเดินตามไปกระชากไหล่ณภัทร ชายหนุ่มยกมือขึ้นปัดฝ่ามือเหี่ยวย่นที่มีกลิ่นสาบคาวเลือดบนไหล่ทิ้ง เขาล้วงโทรศัพท์เตรียมถ่ายห้องทำแท้ง ซึ่งเป็นจุดจบของตัวอ่อนทารกมนุษย์หลายชีวิตไว้เป็นหลักฐานยืนยันกับตำรวจ

“ตาสงคราม! ลงมานี่เร็ว มีเด็กเปรตมาป่วนฉัน!”

เบื้องหน้ามีประตูกระจกทึบแสงอีกบาน บานนี้คงเป็นบานสุดท้ายที่เชื่อมถึงห้องทำแท้งเพราะณภัทรรู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ และรังสีความเคียดแค้นจองล้างจองผลาญ แผ่ออกมาจากด้านหลังประตูกระจกบานนั้น ไม่ทันได้เอื้อมมือไปเลื่อนเปิดประตู นางปลีก็จิกผมณภัทรแล้วกระชากรั้งไว้

“โอ๊ย!” ณภัทรร้องด้วยความเจ็บปวด ราวกับกำลังจะถูกถลกหนังหัว ลืมคิดไปว่าหญิงรุ่นใหญ่ผู้นี้เป็นฆาตกรลงมือฆ่าทารกมาไม่รู้กี่ชีวิต จิตใจหล่อนย่อมอำมหิตผิดเผกมนุษย์มนา  เขามาที่นี่ตัวคนเดียว อาวุธติดไม้ติดมือก็ไม่ได้พกมา ไหนจะสามีของนางปลีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งลงบันไดมาอีก หากคนวัยทองสองคนร่วมมือกัน ย่อมปลิดชีวิตคนหนุ่มที่มามือเปล่าอย่างเขาได้แน่นอนอยู่แล้ว สถานที่ฝังศพกลบหลักฐานอาจเป็นดงกล้วยหลังบ้าน หรือเผาเอาเถ้ากระดูกไปทำเครื่องรางของขลัง รถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านก็ขายทอดตลาดมือสองได้เงินอีกหลายหมื่น

กว่าจะคิดทบทวนว่าบุ่มบ่าม บุกมาที่นี่ตัวคนเดียวนั้นอันตรายเต็มที ก็ตอนถลำลึกมาถึงตรงนี้เสียแล้ว เขาไม่ยอมเอาชีวิตมาทิ้งในที่เช่นนี้ เอื้อมมือทั้งสองข้างไปจับข้อมือของนางปลีที่จิกผมของเขาไว้แน่น จากนั้นออกแรงบีบกระดูกอายุห้าสิบปีท่อนนั้น ความเจ็บปวดเกิดขึ้นเฉพาะที่ข้อมือ แต่นางปลีกลับรู้สึกปวดร้าวลามไปถึงหัวไหล่ แกปล่อยมือออกจากผมดกหนาของณภัทรแล้วทรุดลงนั่งนวดไหล่กับพื้น เป็นจังหวะเดียวกับที่สงครามโผล่หน้ามาที่ประตูบานแรกพอดี

“แก… ไอ้ณภัทร ไอ้พ่อหมอกำมะลอ” สงครามกัดฟันกรอดที่เห็นชายหนุ่มซึ่งตนคิดเองเออเองว่าเป็นศัตรู บุกมาถึงบ้าน คว้าไม้กวาดที่วางพิงผนังติดมือมาด้วย

ณภัทรตกใจหาทางหนีทีไล่ไม่ถูก สายตาเลิกลั่กกวาดมองไปทั่วห้อง สงครามย่างสามขุมใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ พลางหวดด้ามไม้กวาดกับอากาศเสียงดัง ขวับ! น่าขนลุก ณภัทรมองไปเจอหน้าต่างบานเลื่อน ก็เก็บโทรศัพท์มือถือเข้าที่เดิมแล้วปรี่เข้าไปเปิดมันออก จากนั้นยกขายาวก้าวข้ามออกมานอกบ้าน สงครามทำเสียงจิ๊อย่างไม่สบอารมณ์ เดินวกทางเดิมออกมาดักหน้าณภัทร ณภัทรชะงักเท้า ยิ้มแสยะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสงครามพร้อมกับเหงื่อเม็ดโตที่ไหลย้อยจากหน้าผากของณภัทร

มาวินที่อยู่นอกอาณาเขตบ้านไม้สักสีดำ มองณภัทรเพื่อนของเขาด้วยอาการกระวนกระวายใจ เขาไม่กล้าเข้าไปภายในรั้วนั่น เพราะหากทำเช่นนั้นวิญญาณอย่างเขาอาจโดนอาคมที่สงครามร่างไว้ทำร้ายจนแหลกสลายได้ แต่เขาไม่คิดจะปล่อยเพื่อนให้ถูกทำร้ายไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่ช่วย เท่าที่นึกออกวิธีการช่วยณภัทรที่ฉลาดที่สุดคงมีวิธีเดียวเท่านั้น

จ้อนต้องนั่งรถสองแถวกลับมหาวิทยาลัย เนื่องจากณภัทรที่เขาซ้อนท้ายไปเยี่ยมพริ้งที่โรงพยาบาลด้วยหายหน้าไปเฉยโดยไม่บอกกล่าว ที่เซ็งที่สุดคืออาการป่วยของพริ้งซึ่งเจ้าตัวบอกแต่ว่าตัวเองทำงานหนักพักผ่อนน้อยจึงอ่อนเพลีย มันเป็นสาเหตุที่ไม่น่าตื่นเต้นเอาเสียเลย ทีแรกเขาคิดว่าพริ้งเป็นลมเพราะกินยาลดความอ้วนหรืออาหารเสริมพวกคอลลาเจน กลูต้าไธโอนที่ฉีดเข้าผิวทำพิษเสียอีก จ้อนเดินคอตกเพราะอดได้ยอดกดถูกใจจากกระแสของพริ้ง เข้ามาในตึกสโมสรนักศึกษาแล้วโดนมุกลัดดาแซว เธอนั่งดูดชาไข่มุกกับน้ำเพชรที่โต๊ะม้าหินอ่อน

“มานั่นแล้วพ่อนักข่าวหัวเห็ด ได้ยินน้องฟ้าบอกว่านายกับนายพัดไปเกาะติดสถานการณ์ของพี่พริ้งมา เป็นไงบ้าง ได้เรื่องอะไรมารายงานให้กันฟังหน่อย”

“ได้เรื่องอะไรล่ะ…” ขณะที่จ้อนกำลังพูดเขารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงไหลผ่านร่าง จากนั้นสติก็หลุดลอย ร่างของเขาแน่นิ่งราวกับถูกแช่แข็งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนซึ่งฟังอย่างไรก็รู้สึกเหมือนไม่ใช่จ้อนเป็นคนพูด

“เร็วเข้า! ณภัทรกำลังตกอยู่ในอันตราย เขากำลังจะถูกหมอผีทำร้าย รีบตามไปช่วยเร็ว!”

“อะ… อะไรนะ นายพัดเป็นอะไร?” น้ำเพชรส่งเสียง งุนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่ากะทันหันของจ้อน

มาวินในร่างจ้อนไม่มัวโอ้เอ้อธิบาย เขาเห็น ต่าย ต้อม ต้า เดินมาที่รถจักรยานยนต์ของพวกเขาที่จอดไว้หน้าตึกก็รีบปรี่เข้าไปหา คันหนึ่งต่ายเป็นคนขับต้อมซ้อน อีกคันต้าขับคนเดียว มาวินคว้ากุญแจในมือต้าไปเสียบติดเครื่องยนต์แล้วขึ้นควับ ถอยรถออกมาจากช่องจอด ก่อนจะบิดออกไปต้าก็กระโดดขึ้นซ้อนท้าย โดยไม่รู้ว่ารุ่นพี่คนนี้จะเอารถตัวเองไปไหน

“เอ้า! พี่จอห์นจะเอารถไอ้ต้าไปไหน?” ต่ายตะโกนถามแล้วบิดรถจักรยานยนต์ตามหลังไป

“นายพัดตกอยู่ในอันตรายเหรอ เกิดเรื่องอะไรขึ้น ฉันงงไปหมดแล้ว” น้ำเพชรพูดกับมุกลัดดา

“ช่างเถอะ รีบตามพวกนั้นไปก่อนเร็ว” สีหน้ามุกลัดดาประหลาดใจไม่ต่างจากทุกคน เธอเดินออกจากใต้ถุนตึก เอารถจักรยานยนต์ออกจากช่องจอดมารับน้ำเพชรซ้อนท้าย แล้วพุ่งฉิวตามสองคันข้างหน้าไป

แม้จะเป็นพื้นหญ้า แต่หูของณภัทรก็ได้ยินเสียงก้าวเดินซวบซาบของสงคราม

“ฮ่า ๆ ๆ บุกมาถึงนี่คิดจะเปิดโปงเรื่องเมียฉันเป็นหมอทำแท้งเถื่อนงั้นเหรอ เปล่าประโยชน์น่า… ตำรวจที่นี่ทั้ง สน. เป็นลูกศิษย์นับถือฉัน ไม่กล้าทำอะไรหรอก ก็รู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ชอบแก ก่อนมาคงเตรียมใจไว้แล้วใช่ไหม?”

ณภัทรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือชุ่มเหงื่อข้างหนึ่งล้วงเข้าไปจับกุญแจในกระเป๋าด้านหลังกางเกงไว้แน่น พร้อมควักออกมาทุกเมื่อ เขาไม่คิดเอากุญแจรถจักรยานยนต์ยาวเพียงไม่กี่เซนติเมตรไปทิ่มพุงสงครามหรอก แต่มั่นใจว่าฝีเท้าของเขาไวกว่าสงครามอย่างแน่นอน รถจักรยานยนต์ก็จอดหน้าบ้านแค่นี้เอง ถ้าหาจังหวะดี ๆ เผ่นออกไปคงขี่หนีเอาตัวรอดไปได้

“มือของฉันสะอาดนะ ยังไม่เคยฆ่าคนมาก่อนเลย” สงครามยกมือแห้งกร้านทั้งสองข้างให้ณภัทรดู “ฉันจะให้คงกระพันจัดการแกแทนแล้วกัน คงกระพันลูกพ่อ มีเพื่อนมาเล่นกับลูกแล้ว จัดการให้หนำใจเลย”

“ครับพ่อ!” เสียงเด็กซน ๆ ดังก้องแล้วเจ้าของเสียงก็ปรากฏกาย มันเป็นวิญญาณกุมารทองเด็กนุ่งโจงกระเบนสีดำเลื่อมไม่ใส่เสื้อ ไว้ผมจุกอยู่กลางหัว ดวงตาสีแดงก่ำดูอำมหิต มันม้วนตัวกลางอากาศราวกับกงล้อแล้วเหยียดเท้าคู่พุ่งใส่ณภัทร ณภัทรอ้าปากหวอยกแขนขึ้นบังหน้าโดยสัญชาตญาณ ทันใดนั้นความมหัศจรรย์ก็บังเกิด แสงสีทองระยับหุ้มร่างกายของณภัทรเอาไว้ ผลักคงกระพันที่เข้ามาสัมผัสกระเด็นไปติดต้นขนุนยักษ์ไม้มงคลที่สงครามปลูกไว้

“จ๊าก!”

“คงกระพันลูกพ่อ!” สงครามกัดฟันกรอด “แกมีของดีอะไรวะ?”

ณภัทรอึ้งอย่างไม่เชื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาโคลงหัวช้า ๆ บอกสงครามว่าตนเองไม่มีของดีอะไรพกติดตัวแม้แต่ชิ้นเดียว นั่นทำให้สงครามที่เป็นพวกวัตถุนิยมโกรธจนใบหน้าร้อนผ่าว กระโจนเข้าบีบคอณภัทรไว้แน่นด้วยมือหยาบกระด้างทั้งสองข้าง

“แค่ก!”

“แกจะเป็นคนแรกที่ตายด้วยน้ำมือฉัน บังอาจทำคงกระพันลูกรักของฉันได้!” สงครามคำราม ตอนนี้แกโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ออกแรงที่สองมือบีบคอณภัทรแน่นยิ่งขึ้น จนชายหนุ่มไอสำลักแล้วยังกระแทกศีรษะของณภัทรเข้ากับพื้นดิน สองมือชายหนุ่มยกขึ้นมาจับข้อมือของผู้ที่บีบคอตนเองไว้ พยายามกระชากออก แต่เรี่ยวแรงหายไปไหนเสียหมด

พ่อค้าแม่ค้าที่เข็นผักจากซอยท้ายตลาดเข้าไปขายคงนึกว่ามีเด็กแว๊นยกขบวนมาซิ่ง มาวินในร่างจ้อนบึ่งรถโดยมีต้าซ้อนท้าย ขับฉวัดเฉวียนหลบพ่อค้าแม่ขายและหลุมบ่อบนถนน รถจักรยานยนต์อีกสองคันที่ต่ายและมุกลัดดาขับตามหลังมาติด ๆ ทั้งหมดมาหยุดสุดซอยที่บ้านไม้สักสีดำขลับตำหนักเจ้าพ่อสมิง มาวินเห็นณภัทรนอนโดนสงครามบีบคอก็ตะโกนออกไปให้สงครามตกใจหันมามอง

“ณภัทร!” แล้วพลังของมาวินก็หมดลง ทิ้งร่างกะหร่องของจ้อนร่วงลงพื้น โชคดีที่มุกลัดดามารับได้ทัน ไม่อย่างนั้นหัวของจ้อนได้กระแทกพื้นแน่

เรื่องมหัศจรรย์ที่สองก็เกิดขึ้น ฝ่ามือของณภัทรมีแสงสีทองเรืองรองออกมา แสงนั่นทำให้ข้อมือของสงครามที่เขาจับอยู่ร้อนวูบวาบ จนต้องผละออกจากคอของณภัทร ที่ข้อมือมีรอยม้านจากการไหม้เป็นรูปฝ่ามือของณภัทรให้เห็นจาง ๆ

“แค่ก ๆ ๆ” ณภัทรไอเพราะแสบคอ

“เรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย ไอ้หนุ่มคนนี้เอาอิทธิฤทธิ์วิเศษวิโสอย่างนี้มาจากไหน” สงครามทึ่งกับเรื่องมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น

“เฮ้ย! แกทำอะไรพี่พัดวะ” ต้อมทำเสียงห้าววิ่งไปพร้อมต่ายและต้า หมายจะอัดหน้าสงครามคนละหมัด แต่ชายแก่วิ่งหนีขึ้นบ้านเสียก่อน ขืนไม่หนีก็โดนรุม กว่าจะร่างคาถาป้องกันตนก็โดนหมัดสามหนุ่มอัดปากแตกเสียก่อน

“ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้พวกเด็กเปรตทั้งหลาย” สงครามทิ้งท้าย

น้ำเพชรวิ่งเข้ามายกหัวณภัทรขึ้นหนุนตัก โดนบีบคอไม่มีอากาศหายใจอย่างนั้นคงอึดอัดทรมานน่าดู แม้เขาจะมีอาการอ่อนล้า แต่แววตามุ่งมั่นที่จะสะสางเรื่องค้างคายังคงปรากฏให้เห็น ถึงจะไม่รู้ว่าเขามาทำอะไรที่นี่ แต่ต้องเผชิญอันตรายจนเกือบถึงชีวิตเช่นนี้นับว่าห่ามไร้สติมาก สมองที่ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอต้องการพักผ่อนจึงวูบไป


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!