อารมณ์ร้อนรุ่มในใจของณภัทรลุกโชนเหมือนไฟสุมขอน เขาก้าวจากตึกพักฟื้นคนไข้มายังที่จอดรถจักรยานยนต์ของตนเอง ควักกุญแจในกระเป๋าด้านหลังกางเกงมาเสียบรู จากนั้นบิดแล้วเครื่องยนต์ก็ติด ชายหนุ่มนั่งควับเบาะ บิดคันเร่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง แดดเที่ยงวันที่สะท้อนจากกระจกรถเก๋งคันหน้าแยงตาจนต้องยกมือข้างซ้ายขึ้นมาบัง ไฟแดงตรงหน้าเพิ่งสว่าง แต่เขากลับรู้สึกเหมือนรอมันดับมาค่อนชั่วโมงแล้ว
เมื่อไฟเขียวสว่าง รถจักรยานยนต์ของณภัทรก็วิ่งฉิวออกไปเป็นคันแรก ตำรวจไม่รู้เบาะแสเรื่องที่นางปลีลักลอบเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนเลยหรือยังไง ถึงผ่านหูผ่านตามาได้จนถึงทุกวันนี้ ณภัทรจะเข้าไปแจ้งเบาะแสเรื่องนี้กับตำรวจ แล้วขอให้นำกำลังเข้าจับกุมทั้งนางปลีและสามีของเธอในข้อหาสมรู้ร่วมคิด เขาเลี้ยวเข้ามาในสถานีตำรวจ บังคับรถจักรยานยนต์เข้าไปหยุดในช่องจอดได้พอดิบพอดี แล้วเดินปรี่เข้าไปในอาคาร ตำรวจในชุดสีเข้มหลายนายอยู่กันพลุกพล่าน
“มีเรื่องอะไรหรือน้องชาย?” จ่าสิบตำรวจที่นั่งประจำโต๊ะรับแจ้งเรื่องร้อนทุกข์เอ่ยทักชายในชุดนักศึกษาที่เดินเข้าไปหา
“ผมมาแจ้งเบาะแสคลินิกทำแท้งเถื่อน” ณภัทรกล่าวอย่างร้อนรน สองมือจับโต๊ะรับแจ้งเหตุไว้
จ่าสิบตำรวจวัยกลางคนเลิกคิ้วและมองหน้าณภัทรอย่างฉงน
“คลินิกทำแท้งเถื่อน?”
“ใช่ครับ!”
“ที่ไหน?”
“สุดซอยท้ายตลาดที่เดียวกับตำหนักเจ้าพ่อสมิง เมียคนทรงเจ้าที่ชื่อนางปลีเป็นคนรับทำแท้ง”
“บ้านอาจารย์สงครามน่ะเหรอ” จ่าสิบตำรวจเอียงคอ ก่อนปล่อยหัวเราะก๊ากออกมา “ฮ่า ๆ ๆ ไม่จริงหรอก เมียอาจารย์สงครามแกมีอาชีพปล่อยเงินกู้ให้แม่ค้าในตลาด อาจารย์สงครามคนก็ศรัทธาเยอะ สองคนนี้ฐานะค่อนข้างดี ไม่ทำอาชีพทุจริตอย่างนั้นหรอก พวกน้าก็เคยไปขอของขลังกับอาจารย์แก แต่ไม่เห็นจะมีอะไรผิดปกติอย่างที่น้องว่ามาเลย”
“คุณไปค้นทั่วบ้านแล้วเหรอ ไอ้คลินิกทำแท้งมันอยู่ในสุดของบ้านนะ”
“จะบ้าเหรอ! ตำรวจดี ๆ ที่ไหน จู่ ๆ จะเข้าบุกค้นบ้านประชาชน หลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันหรือหมายศาลก็ไม่มี หรือว่าน้องมีล่ะ ไหนล่ะหลักฐานเอามาดูหน่อยสิ!” จ่าสิบตำรวจทำหน้าท้าทายกวนอารมณ์
ณภัทรกัดฟันแน่น ขอความช่วยเหลือจากตำรวจผู้มีหน้าที่รับใช้ประชาชนไม่ได้เรื่องเลย เขาคงต้องเปิดโปงคลินิกนรกนั่นด้วยตัวของเขาเองเสียแล้ว คิดอย่างนั้นก็ตบโต๊ะดัง ป๊าบ! แล้วหุนหันเดินออกมาด้วยใบหน้าฉุนเฉียว สวนทางกับนายตำรวจหนุ่มมาดดีที่เดินเข้าที่ทำงานหลังเสร็จจากพักเที่ยง มองกิริยาของณภัทรแล้วก็สงสัย
ลงมาถึงณภัทรก็กระโดดนั่งเบาะรถจักรยานยนต์ ติดเครื่องแล้วบิดออกไปทันที นายตำรวจหนุ่มยศร้อยโทเอ่ยถามจ่าสิบตำรวจประจำโต๊ะรับแจ้งเหตุร้อนทุกข์
“นักศึกษาคนเมื่อกี้ที่เพิ่งลงไปมีเรื่องอะไร หน้าตาบูดเบี้ยวอย่างกับไม่พอใจใครอย่างนั้น”
จ่าสิบตำรวจยืนขึ้นเพื่อให้เกียรติคนหนุ่มที่มียศสูงกว่า
“อ๋อ… เด็กคนนั้นมาแจ้งเบาะแสคลินิกทำแท้งเถื่อนน่ะครับ หาว่านางปลีเมียอาจารย์สงครามเป็นหมอทำแท้งเถื่อน จะให้เราไปจับ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีหลักฐาน ผู้หมวดอย่าไปสนใจเลยครับ”
ผู้หมวดหนุ่มจ้องสายตาคมกริบใส่ลูกน้อง
“แต่จ่าก็ไม่มีอะไรมายืนยันว่าคนที่ถูกกล่าวหาเป็นผู้บริสุทธิ์นี่ จ่าเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จะเอาความรู้สึกตนเองตัดสินว่าใครถูกใครผิดได้ยังไง”
จ่าสิบตำรวจยืนก้มใบหน้าเจื่อนรับฟังโดยไม่อาจเถียง พูดจบผู้หมวดหนุ่มก็ส่ายหัวให้แล้วเดินจากลูกน้องเข้าห้องทำงานของตนไป จ่าผู้นี้ไม่ชอบผู้หมวดหนุ่มที่เพิ่งจบจากโรงเรียนนายร้อยคนนี้เสียเท่าไหร่ ทำมาเป็นไฟแรงมีจิตใจมุ่งมั่นจะพิทักษ์สันติราษฎร์ เพิ่งมาบรรจุที่นี่จะรู้จักประชาชนย่านนี้ดีกว่าเขาที่แต่งงานย้ายมาอยู่กับภรรยากว่ายี่สิบปีได้ยังไง อีกหน่อยถ้าได้รู้อีกด้านที่ไม่สว่างของสายอาชีพนี้ กลัวว่าคงไม่ต่างจากเขาที่นั่งกินน้ำร้อนน้ำชาปล่อยพุงย้อยกระดุมปริ
รถจักรยานยนต์ที่มีหนุ่มวัยนักศึกษาเป็นคนบังคับ เลี้ยวฉวัดเฉวียนหลบหลุมบ่อพื้นไม่เรียบของซอยท้ายตลาด บรรยากาศละแวกนี้อึมครึมไม่เหมือนบริเวณอื่นที่แดดกลางวันร้อนเปรี้ยงสาดทำร้าย ขับรถมาสุดซอยซึ่งเป็นซอยตันก็พบกับบ้านไม้สักขนาดย่อมทาสีดำขลับเคลือบเงาวาววับทั้งหลัง
บรรยากาศอึมครึมเด่นชัดเข้าไปใหญ่ คล้ายกับว่ามีเมฆดำทะมึนปกคลุมเหนือที่ดินผืนนี้ ณภัทรถอดกุญแจเก็บเข้ากระเป๋าหลังกางเกง รูปปั้นทวยเทพประจำศาสนาพราหมณ์ทำเขาขนลุกซู่ไปทั้งตัว ใจชักหวั่นแล้วว่าบุกเข้าไปเพียงคนเดียวจะเป็นการดีไหมหนอ แต่มาถึงนี่จะถอนตัวก็ไม่ทันเสียแล้ว วันนี้เขามาทำความดีทะลายแหล่งอโคจร พระพุทธคุณย่อมคุ้มครองเขาแน่นอนอยู่แล้ว
ณภัทรสูดหายใจลึก กำหมัดเรียกความเชื่อมั่นแล้วเดินเข้าไปข้างในบ้าน ยิ่งเข้าไปใกล้บ้านไม้สีดำยิ่งแผ่รังสีน่าขนลุกใส่ ชายหนุ่มท่องบทสวดมนต์เรียกสติสมาธิคืนอยู่ในใจ พลางบอกตัวเองว่าไม่มีอะไรน่ากลัว ที่ชั้นล่างติดป้ายบอกไว้ว่าปล่อยเงินกู้อย่างที่ได้ยินมาจากพริ้ง แต่ข้างในหาได้มีกิจการนี้เพียงอย่างเดียวไม่ สองมือเลื่อนประตูกระจกทึบแสง แล้วเดินเข้าไปข้างใน พบหญิงรุ่นใหญ่นั่งไล่รายการบัญชีลูกหนี้อยู่หลังโต๊ะเหล็กพ่นสี แกเงยหน้าขึ้นมาจากสมุดมองบุรุษหนุ่มตรงหน้า
“มากู้เงินเหรอพ่อหนุ่ม เอาไปเที่ยวหรือเอาไปจ่ายค่าเทอมล่ะ?” นางปลีพูด ไม่รอฟังณภัทรตอบก่อน แกก็หยิบหนังสือสัญญากู้ยืมเงินจากในลิ้นชักยื่นให้
ณภัทรมั่นใจแน่ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือหมอทำแท้งเถื่อนผู้คร่าชีวิตทารกน้อยมากนักต่อนัก เขาคว้าหนังสือสัญญากู้ยืมเงินมาจากมือนางปลี แล้วปาใส่ชั้นวางเอกสารด้านหลังแกเสียงดังปัง! นางปลีสะดุ้งโหยง ร้อยวันพันปีไม่เคยเจอลูกค้าบ้าบิ่นอย่างนี้
“ป้าใช่ไหมที่เป็นหมอทำแท้งเถื่อน ไม่รู้หรือไงว่าการทำแท้งมันผิดกฎหมายและผิดศีลธรรม ยอมมอบตัวกับตำรวจซะ บาปที่ก่อจะได้ไม่หนาไปกว่านี้” ณภัทรกระแทกเสียงใส่หน้านางปลี
นางปลีตั้งตัวไม่ถูกกับการจู่โจม แกลุกขึ้นมาประจันหน้า เพื่อจะตะแบงเสียงได้ถนัด
“ไม่จริง! ฉันไม่ใช่หมอทำแท้งเถื่อนอย่างที่แกกล่าวหา ไอ้เด็กเปรต ออกไปจากบ้านฉันนะ ก่อนจะเหลืออดเรียกตำรวจมาลากคอแกขังซังเต”
“ป้านั่นแหละที่จะได้ไปชดใช้กรรมในคุก หลังจากผมหาหลักฐานว่าที่นี่แอบเปิดเป็นคลินิกทำแท้งเถื่อนไปยืนยันกับตำรวจ” พูดแล้วณภัทรก็เดินไปเลื่อนประตูอีกบานที่เชื่อมต่อไปอีกห้องในบ้าน พริ้งบอกว่าห้องทำแท้งอยู่ในสุดของบ้าน เดินเข้าไปตามประตูนี้ต้องเจอห้องนั้นอย่างแน่นอน
ไม่ได้การแล้ว จะปล่อยให้ชายคนนี้เจอห้องที่เธอให้บริการทำแท้งไม่ได้ หากเรื่องนี้อื้อฉาวออกสังคมวงกว้าง ก็ไม่แน่ใจว่าของขลังที่มอบให้เป็นสินบนจะปิดปากตำรวจทั้ง สน. มิดเหมือนเดิมหรือไม่
“จะเข้าไปทำไม ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!”
นางปลีเดินตามไปกระชากไหล่ณภัทร ชายหนุ่มยกมือขึ้นปัดฝ่ามือเหี่ยวย่นที่มีกลิ่นสาบคาวเลือดบนไหล่ทิ้ง เขาล้วงโทรศัพท์เตรียมถ่ายห้องทำแท้ง ซึ่งเป็นจุดจบของตัวอ่อนทารกมนุษย์หลายชีวิตไว้เป็นหลักฐานยืนยันกับตำรวจ
“ตาสงคราม! ลงมานี่เร็ว มีเด็กเปรตมาป่วนฉัน!”
เบื้องหน้ามีประตูกระจกทึบแสงอีกบาน บานนี้คงเป็นบานสุดท้ายที่เชื่อมถึงห้องทำแท้งเพราะณภัทรรู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ และรังสีความเคียดแค้นจองล้างจองผลาญ แผ่ออกมาจากด้านหลังประตูกระจกบานนั้น ไม่ทันได้เอื้อมมือไปเลื่อนเปิดประตู นางปลีก็จิกผมณภัทรแล้วกระชากรั้งไว้
“โอ๊ย!” ณภัทรร้องด้วยความเจ็บปวด ราวกับกำลังจะถูกถลกหนังหัว ลืมคิดไปว่าหญิงรุ่นใหญ่ผู้นี้เป็นฆาตกรลงมือฆ่าทารกมาไม่รู้กี่ชีวิต จิตใจหล่อนย่อมอำมหิตผิดเผกมนุษย์มนา เขามาที่นี่ตัวคนเดียว อาวุธติดไม้ติดมือก็ไม่ได้พกมา ไหนจะสามีของนางปลีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งลงบันไดมาอีก หากคนวัยทองสองคนร่วมมือกัน ย่อมปลิดชีวิตคนหนุ่มที่มามือเปล่าอย่างเขาได้แน่นอนอยู่แล้ว สถานที่ฝังศพกลบหลักฐานอาจเป็นดงกล้วยหลังบ้าน หรือเผาเอาเถ้ากระดูกไปทำเครื่องรางของขลัง รถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านก็ขายทอดตลาดมือสองได้เงินอีกหลายหมื่น
กว่าจะคิดทบทวนว่าบุ่มบ่าม บุกมาที่นี่ตัวคนเดียวนั้นอันตรายเต็มที ก็ตอนถลำลึกมาถึงตรงนี้เสียแล้ว เขาไม่ยอมเอาชีวิตมาทิ้งในที่เช่นนี้ เอื้อมมือทั้งสองข้างไปจับข้อมือของนางปลีที่จิกผมของเขาไว้แน่น จากนั้นออกแรงบีบกระดูกอายุห้าสิบปีท่อนนั้น ความเจ็บปวดเกิดขึ้นเฉพาะที่ข้อมือ แต่นางปลีกลับรู้สึกปวดร้าวลามไปถึงหัวไหล่ แกปล่อยมือออกจากผมดกหนาของณภัทรแล้วทรุดลงนั่งนวดไหล่กับพื้น เป็นจังหวะเดียวกับที่สงครามโผล่หน้ามาที่ประตูบานแรกพอดี
“แก… ไอ้ณภัทร ไอ้พ่อหมอกำมะลอ” สงครามกัดฟันกรอดที่เห็นชายหนุ่มซึ่งตนคิดเองเออเองว่าเป็นศัตรู บุกมาถึงบ้าน คว้าไม้กวาดที่วางพิงผนังติดมือมาด้วย
ณภัทรตกใจหาทางหนีทีไล่ไม่ถูก สายตาเลิกลั่กกวาดมองไปทั่วห้อง สงครามย่างสามขุมใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ พลางหวดด้ามไม้กวาดกับอากาศเสียงดัง ขวับ! น่าขนลุก ณภัทรมองไปเจอหน้าต่างบานเลื่อน ก็เก็บโทรศัพท์มือถือเข้าที่เดิมแล้วปรี่เข้าไปเปิดมันออก จากนั้นยกขายาวก้าวข้ามออกมานอกบ้าน สงครามทำเสียงจิ๊อย่างไม่สบอารมณ์ เดินวกทางเดิมออกมาดักหน้าณภัทร ณภัทรชะงักเท้า ยิ้มแสยะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสงครามพร้อมกับเหงื่อเม็ดโตที่ไหลย้อยจากหน้าผากของณภัทร
มาวินที่อยู่นอกอาณาเขตบ้านไม้สักสีดำ มองณภัทรเพื่อนของเขาด้วยอาการกระวนกระวายใจ เขาไม่กล้าเข้าไปภายในรั้วนั่น เพราะหากทำเช่นนั้นวิญญาณอย่างเขาอาจโดนอาคมที่สงครามร่างไว้ทำร้ายจนแหลกสลายได้ แต่เขาไม่คิดจะปล่อยเพื่อนให้ถูกทำร้ายไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่ช่วย เท่าที่นึกออกวิธีการช่วยณภัทรที่ฉลาดที่สุดคงมีวิธีเดียวเท่านั้น
จ้อนต้องนั่งรถสองแถวกลับมหาวิทยาลัย เนื่องจากณภัทรที่เขาซ้อนท้ายไปเยี่ยมพริ้งที่โรงพยาบาลด้วยหายหน้าไปเฉยโดยไม่บอกกล่าว ที่เซ็งที่สุดคืออาการป่วยของพริ้งซึ่งเจ้าตัวบอกแต่ว่าตัวเองทำงานหนักพักผ่อนน้อยจึงอ่อนเพลีย มันเป็นสาเหตุที่ไม่น่าตื่นเต้นเอาเสียเลย ทีแรกเขาคิดว่าพริ้งเป็นลมเพราะกินยาลดความอ้วนหรืออาหารเสริมพวกคอลลาเจน กลูต้าไธโอนที่ฉีดเข้าผิวทำพิษเสียอีก จ้อนเดินคอตกเพราะอดได้ยอดกดถูกใจจากกระแสของพริ้ง เข้ามาในตึกสโมสรนักศึกษาแล้วโดนมุกลัดดาแซว เธอนั่งดูดชาไข่มุกกับน้ำเพชรที่โต๊ะม้าหินอ่อน
“มานั่นแล้วพ่อนักข่าวหัวเห็ด ได้ยินน้องฟ้าบอกว่านายกับนายพัดไปเกาะติดสถานการณ์ของพี่พริ้งมา เป็นไงบ้าง ได้เรื่องอะไรมารายงานให้กันฟังหน่อย”
“ได้เรื่องอะไรล่ะ…” ขณะที่จ้อนกำลังพูดเขารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงไหลผ่านร่าง จากนั้นสติก็หลุดลอย ร่างของเขาแน่นิ่งราวกับถูกแช่แข็งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนซึ่งฟังอย่างไรก็รู้สึกเหมือนไม่ใช่จ้อนเป็นคนพูด
“เร็วเข้า! ณภัทรกำลังตกอยู่ในอันตราย เขากำลังจะถูกหมอผีทำร้าย รีบตามไปช่วยเร็ว!”
“อะ… อะไรนะ นายพัดเป็นอะไร?” น้ำเพชรส่งเสียง งุนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่ากะทันหันของจ้อน
มาวินในร่างจ้อนไม่มัวโอ้เอ้อธิบาย เขาเห็น ต่าย ต้อม ต้า เดินมาที่รถจักรยานยนต์ของพวกเขาที่จอดไว้หน้าตึกก็รีบปรี่เข้าไปหา คันหนึ่งต่ายเป็นคนขับต้อมซ้อน อีกคันต้าขับคนเดียว มาวินคว้ากุญแจในมือต้าไปเสียบติดเครื่องยนต์แล้วขึ้นควับ ถอยรถออกมาจากช่องจอด ก่อนจะบิดออกไปต้าก็กระโดดขึ้นซ้อนท้าย โดยไม่รู้ว่ารุ่นพี่คนนี้จะเอารถตัวเองไปไหน
“เอ้า! พี่จอห์นจะเอารถไอ้ต้าไปไหน?” ต่ายตะโกนถามแล้วบิดรถจักรยานยนต์ตามหลังไป
“นายพัดตกอยู่ในอันตรายเหรอ เกิดเรื่องอะไรขึ้น ฉันงงไปหมดแล้ว” น้ำเพชรพูดกับมุกลัดดา
“ช่างเถอะ รีบตามพวกนั้นไปก่อนเร็ว” สีหน้ามุกลัดดาประหลาดใจไม่ต่างจากทุกคน เธอเดินออกจากใต้ถุนตึก เอารถจักรยานยนต์ออกจากช่องจอดมารับน้ำเพชรซ้อนท้าย แล้วพุ่งฉิวตามสองคันข้างหน้าไป
แม้จะเป็นพื้นหญ้า แต่หูของณภัทรก็ได้ยินเสียงก้าวเดินซวบซาบของสงคราม
“ฮ่า ๆ ๆ บุกมาถึงนี่คิดจะเปิดโปงเรื่องเมียฉันเป็นหมอทำแท้งเถื่อนงั้นเหรอ เปล่าประโยชน์น่า… ตำรวจที่นี่ทั้ง สน. เป็นลูกศิษย์นับถือฉัน ไม่กล้าทำอะไรหรอก ก็รู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ชอบแก ก่อนมาคงเตรียมใจไว้แล้วใช่ไหม?”
ณภัทรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือชุ่มเหงื่อข้างหนึ่งล้วงเข้าไปจับกุญแจในกระเป๋าด้านหลังกางเกงไว้แน่น พร้อมควักออกมาทุกเมื่อ เขาไม่คิดเอากุญแจรถจักรยานยนต์ยาวเพียงไม่กี่เซนติเมตรไปทิ่มพุงสงครามหรอก แต่มั่นใจว่าฝีเท้าของเขาไวกว่าสงครามอย่างแน่นอน รถจักรยานยนต์ก็จอดหน้าบ้านแค่นี้เอง ถ้าหาจังหวะดี ๆ เผ่นออกไปคงขี่หนีเอาตัวรอดไปได้
“มือของฉันสะอาดนะ ยังไม่เคยฆ่าคนมาก่อนเลย” สงครามยกมือแห้งกร้านทั้งสองข้างให้ณภัทรดู “ฉันจะให้คงกระพันจัดการแกแทนแล้วกัน คงกระพันลูกพ่อ มีเพื่อนมาเล่นกับลูกแล้ว จัดการให้หนำใจเลย”
“ครับพ่อ!” เสียงเด็กซน ๆ ดังก้องแล้วเจ้าของเสียงก็ปรากฏกาย มันเป็นวิญญาณกุมารทองเด็กนุ่งโจงกระเบนสีดำเลื่อมไม่ใส่เสื้อ ไว้ผมจุกอยู่กลางหัว ดวงตาสีแดงก่ำดูอำมหิต มันม้วนตัวกลางอากาศราวกับกงล้อแล้วเหยียดเท้าคู่พุ่งใส่ณภัทร ณภัทรอ้าปากหวอยกแขนขึ้นบังหน้าโดยสัญชาตญาณ ทันใดนั้นความมหัศจรรย์ก็บังเกิด แสงสีทองระยับหุ้มร่างกายของณภัทรเอาไว้ ผลักคงกระพันที่เข้ามาสัมผัสกระเด็นไปติดต้นขนุนยักษ์ไม้มงคลที่สงครามปลูกไว้
“จ๊าก!”
“คงกระพันลูกพ่อ!” สงครามกัดฟันกรอด “แกมีของดีอะไรวะ?”
ณภัทรอึ้งอย่างไม่เชื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาโคลงหัวช้า ๆ บอกสงครามว่าตนเองไม่มีของดีอะไรพกติดตัวแม้แต่ชิ้นเดียว นั่นทำให้สงครามที่เป็นพวกวัตถุนิยมโกรธจนใบหน้าร้อนผ่าว กระโจนเข้าบีบคอณภัทรไว้แน่นด้วยมือหยาบกระด้างทั้งสองข้าง
“แค่ก!”
“แกจะเป็นคนแรกที่ตายด้วยน้ำมือฉัน บังอาจทำคงกระพันลูกรักของฉันได้!” สงครามคำราม ตอนนี้แกโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ออกแรงที่สองมือบีบคอณภัทรแน่นยิ่งขึ้น จนชายหนุ่มไอสำลักแล้วยังกระแทกศีรษะของณภัทรเข้ากับพื้นดิน สองมือชายหนุ่มยกขึ้นมาจับข้อมือของผู้ที่บีบคอตนเองไว้ พยายามกระชากออก แต่เรี่ยวแรงหายไปไหนเสียหมด
พ่อค้าแม่ค้าที่เข็นผักจากซอยท้ายตลาดเข้าไปขายคงนึกว่ามีเด็กแว๊นยกขบวนมาซิ่ง มาวินในร่างจ้อนบึ่งรถโดยมีต้าซ้อนท้าย ขับฉวัดเฉวียนหลบพ่อค้าแม่ขายและหลุมบ่อบนถนน รถจักรยานยนต์อีกสองคันที่ต่ายและมุกลัดดาขับตามหลังมาติด ๆ ทั้งหมดมาหยุดสุดซอยที่บ้านไม้สักสีดำขลับตำหนักเจ้าพ่อสมิง มาวินเห็นณภัทรนอนโดนสงครามบีบคอก็ตะโกนออกไปให้สงครามตกใจหันมามอง
“ณภัทร!” แล้วพลังของมาวินก็หมดลง ทิ้งร่างกะหร่องของจ้อนร่วงลงพื้น โชคดีที่มุกลัดดามารับได้ทัน ไม่อย่างนั้นหัวของจ้อนได้กระแทกพื้นแน่
เรื่องมหัศจรรย์ที่สองก็เกิดขึ้น ฝ่ามือของณภัทรมีแสงสีทองเรืองรองออกมา แสงนั่นทำให้ข้อมือของสงครามที่เขาจับอยู่ร้อนวูบวาบ จนต้องผละออกจากคอของณภัทร ที่ข้อมือมีรอยม้านจากการไหม้เป็นรูปฝ่ามือของณภัทรให้เห็นจาง ๆ
“แค่ก ๆ ๆ” ณภัทรไอเพราะแสบคอ
“เรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย ไอ้หนุ่มคนนี้เอาอิทธิฤทธิ์วิเศษวิโสอย่างนี้มาจากไหน” สงครามทึ่งกับเรื่องมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น
“เฮ้ย! แกทำอะไรพี่พัดวะ” ต้อมทำเสียงห้าววิ่งไปพร้อมต่ายและต้า หมายจะอัดหน้าสงครามคนละหมัด แต่ชายแก่วิ่งหนีขึ้นบ้านเสียก่อน ขืนไม่หนีก็โดนรุม กว่าจะร่างคาถาป้องกันตนก็โดนหมัดสามหนุ่มอัดปากแตกเสียก่อน
“ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้พวกเด็กเปรตทั้งหลาย” สงครามทิ้งท้าย
น้ำเพชรวิ่งเข้ามายกหัวณภัทรขึ้นหนุนตัก โดนบีบคอไม่มีอากาศหายใจอย่างนั้นคงอึดอัดทรมานน่าดู แม้เขาจะมีอาการอ่อนล้า แต่แววตามุ่งมั่นที่จะสะสางเรื่องค้างคายังคงปรากฏให้เห็น ถึงจะไม่รู้ว่าเขามาทำอะไรที่นี่ แต่ต้องเผชิญอันตรายจนเกือบถึงชีวิตเช่นนี้นับว่าห่ามไร้สติมาก สมองที่ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอต้องการพักผ่อนจึงวูบไป
Leave a comment