นิยาย

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

Share

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น

ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ เผื่อหนึ่งในนั้นอาจกำลังให้ความช่วยเหลือสงครามเรื่องที่หลบซ่อน

ลูกน้องของผู้หมวดปัญญ์ทำงานกันรวดเร็วมาก ใช้เวลาเพียงหนึ่งวันก็ได้ประวัติลูกค้าแต่ละคนของสงครามมาอย่างละเอียด ดูจากประวัติไม่เห็นใครน่าสงสัย ทุกคนล้วนแต่ประกอบอาชีพสุจริตและมีประวัติชำระภาษีขาวสะอาด เว้นก็แต่ลูกค้าที่ชื่อเฮียเล้ง ในประวัติที่ลูกน้องสืบมาระบุว่า แกประกอบกิจการปั๊มน้ำมันสองแห่งซึ่งผู้หมวดปัญญ์คำนวนดูแล้ว ไม่น่าจะมีรายได้มากพอจะสร้างบ้านระดับคฤหาสน์หรูหรา และมีรถยนต์นำเข้าหลายสิบคันขนาดนั้น แกต้องประกอบอาชีพอื่นด้วยแน่ และคงเป็นอาชีพที่ไม่สุจริต ถึงปกปิดไม่มีในประวัติอย่างนี้

ผู้หมวดปัญญ์ไม่ปล่อยให้ความสงสัยค้างคาอยู่ในหัว สั่งลูกน้องให้สืบประวัติเฮียเล้งอย่างเจาะลึก และจับตาดูความเคลื่อนไหวภายในบ้านหลังนั้น เผื่อสงครามจะหลบหนีอยู่ที่นั่น

เมื่อสืบสาวลงลึก ความจริงที่ปกปิดของเฮียเล้งก็ถูกเปิดเผย แกแอบประกอบอาชีพอื่นอย่างที่ผู้หมวดปัญญ์สงสัยจริง แถมอาชีพนั้นยังเป็นอาชีพที่ผิดกฎหมายเสียด้วย การลักลอบตัดไม้สงวนผิดพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มีโทษจำคุก 2-5 ปี ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ตอนที่ลูกน้องของผู้หมวดปัญญ์ไปสอดแนมที่บ้านของเฮียเล้ง พบว่าไม่มีใครอยู่ เมื่อสืบต่อจึงรู้ว่าวันนี้เฮียเล้งเข้าป่าไปดูต้นไม้สงวนที่แกจะโค่นมาแปรรูปส่งขาย ผู้หมวดปัญญ์ประสานงานกับตำรวจในพื้นที่ที่เฮียเล้งไปและเตรียมแผนบุกจับ เขารีบขับรถออกต่างจังหวัดทันที พร้อมลูกน้องคนสนิททั้งสามนาย

ป่าเบญจพรรณของไทยอุดมสมบูรณ์ด้วยต้นไม้หลากหลาย ทั้งไม้สัก ตะเคียน พะยูง ฯลฯ วันนี้เฮียเล้งเข้ามาเยี่ยมชมการทำงานของลูกน้องที่ค่ายพักคนตัดไม้ ซึ่งแอบตั้งเอาไว้อยู่ลึกสุดในอุทยานแห่งชาติ รอดพ้นสายตาจากเจ้าหน้าที่ มันเป็นเต็นท์หลังใหญ่สีเขียว คลุมด้วยลายพรางทหาร ข้างในมีเครื่องนอนเพียงพอสำหรับคนสี่คน มีเตาแก๊สปิกนิกสำหรับประกอบมื้ออาหาร คณะตัดไม้ของเฮียเล้งมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้ 2-3 วันแล้ว เพื่อเสาะหาไม้งาม

อาทิตย์ก่อนลูกค้าชาวจีนเพิ่งสั่งไม้พะยูงจากเฮียเล้ง ต้องรีบตัดส่งไปให้ภายในกำหนดอีกสามวัน งวดนี้ค่าตอบแทนที่เฮียเล้งจะได้เป็นตัวเลขหลายหลัก ถ้าพลาดถูกตำรวจจับก็ให้ลูกน้องรับหน้าแทน หรือจ่ายค่าปรับแค่หมื่นเดียวก็เป็นอันจบเรื่อง

“รับกาแฟสักหน่อยไหมครับเฮียเล้ง?” ลุงเจิมคนตัดไม้ที่รับใช้เฮียเล้งมานาน พาเจ้านายเข้ามานั่งหลบแดดอยู่ในเต็นท์แล้วถามอย่างเอาใจ

“ก็ดี เอามาเลย”

ลุงเจิมเทกาแฟจากกาต้มใส่แก้ว แล้วนำมาส่งให้เฮียเล้ง

“เจอไม้พะยูงสเปกที่ลูกค้าต้องการแล้วหรือยัง ต้องตัดส่งอีกสามวันนี้แล้วนะโว้ย”

“เจอแล้วครับ พวกผมจะไปตัดกันวันนี้เลย เฮียเล้งสนใจไปด้วยกันไหมครับ?”

“อั้วมาถึงขนาดนี้แล้วก็ต้องไปด้วยสิวะ” เฮียเล้งมองบรรยากาศดีรอบป่า “วันนี้อากาศดีคุณภาพไม้น่าจะดีด้วย แล้วพวกแกจะออกไปตัดไม้กันเมื่อไหร่?”

“อีกสักพักครับ รอไอ้พวกนั้นทำความสะอาดเลื่อยไฟฟ้ากันเสร็จก่อน” ลุงเจิมพูดแล้วจู่ ๆ ก็มีสีหน้าลำบากใจ เช้านี้เฮียเล้งอารมณ์ดี แต่ถ้าพูดเรื่องที่เตรียมมาจะทำแกอารมณ์เสียหรือเปล่านะ “เฮียเล้งครับ เอ่อ…”

เฮียเล้งวางแก้วกาแฟลงบนจานรอง แล้วหันขวับมามอง

“มีอะไร?”

“คือ… ผมจะขอเบิกเงินค่าแรงล่วงหน้าได้ไหมครับ”

“แกจะเอาเงินไปใช้อะไร ลูกเมียแกก็ตายจากกันไปหมดแล้ว อยู่ตัวคนเดียว จะใช้เงินอะไรนักหนา”

“ก็หลานชายตัวดีของผมน่ะสิครับ มันทำลูกสาวคนอื่นท้อง แล้วทางนั้นเรียกร้องให้จัดงานแต่ง พร้อมเรียกสินสอดมาเป็นหมื่น ผมไม่มีเงินเก็บ ขอเบิกเงินล่วงหน้าจากเฮียไปเป็นสินสอดให้เจ้าหลานชายก่อนนะครับ”

“เออ ๆ สองหมื่นพอไหม?”

ลุงเจิมยิ้มออก “พอครับพอ งั้นผมขอไปดูไอ้พวกนั้นก่อนนะครับ ว่าทำความสะอาดเลื่อยไฟฟ้าเสร็จกันหรือยัง ถ้าเสร็จแล้วเราจะได้ไปกันเลย”

ผู้หมวดปัญญ์และลูกน้องคนสนิทอีกสามนาย นั่งรถกระบะสีขาวสลับแดงเลือดหมูมายังสถานีตำรวจที่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติ ซึ่งได้เบาะแสมาว่าเฮียเล้งจะแอบมาโค่นไม้ที่นี่วันนี้ เขาต้องการจับโจรขโมยสมบัติของชาติไปรับโทษ และอาจได้เบาะแสสืบสาวถึงที่ซ่อนตัวของสงคราม ซึ่งกำลังหลบหนีข้อหาทำลายซากศพ ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 199 ที่ว่า “ผู้ใดลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

และยังผิดข้อหาช่วยปกปิดความผิดของเมียตัวเอง ซึ่งผิดตามมาตรา 184  ที่ว่า “ผู้ใดเพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษหรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” หากทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี งานนี้เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว

ผู้หมวดปัญญ์สนิทกับผู้หมวดของที่นี่ เพราะเรียนที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นเดียวกันจึงขอความร่วมมือได้ไม่ยาก ผู้หมวดปัญญ์ ลูกน้องคนสนิทสามนายและตำรวจของที่นี่อีกสี่นาย เบ็ดเสร็จตำรวจที่จะไปปฏิบัติภารกิจปกป้องป่าของชาติมีด้วยกันแปดนาย ในห้องประชุมมีแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมของอุทยานแห่งชาติติดอยู่บนกระดาน พื้นที่ต่าง ๆ ของอุทยานถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วนเพื่อให้ง่ายต่อการวางแผน

“ผมได้เบาะแสมาว่าผู้ต้องสงสัยได้รับคำสั่งซื้อไม้พะยูงจากลูกค้าชาวจีน หากเราไปดูลาดเลาบริเวณที่มีไม้พะยูงมาก อาจเจอผู้ต้องสงสัยและพรรคพวกกำลังจะโค่นไม้อยู่ก็เป็นได้” ผู้หมวดปัญญ์ว่า

“ถ้าบริเวณที่มีไม้พะยูงมากจะเป็นบริเวณหมายเลขสองกับหมายเลขสี่ แต่ทางเข้าบริเวณหมายเลขสองเพิ่งถูกน้ำป่าถล่ม ผ่านไม่ได้ บริเวณหมายเลขสี่เป็นไปได้มากที่สุดที่พวกคนร้ายจะเข้าไปแอบตัดไม้” ผู้หมวดวิทยา เพื่อนร่วมรุ่นของผู้หมวดปัญญ์ให้ข้อมูล

ผู้หมวดปัญญ์เข้ามาดูแผนที่ใกล้ ๆ

“บริเวณหมายเลขสี่มีทางเข้าสองทางใช่ไหม?”

ผู้หมวดวิทยาพยักหน้า

“เราแบ่งกำลังออกเป็นสองฝ่าย รับผิดชอบขับรถลาดตระเวนดูความเรียบร้อยของทางเข้าฝ่ายละทาง แล้วมาเจอกันตรงจุดนี้ตกลงไหม?” พูดแล้วผู้หมวดวิทยาเอาไม้ชี้ตำแหน่งบนแผนที่ที่ทางเข้าทั้งสองมาบรรจบกัน

“ตกลงตามนั้น ฉันและลูกน้องจะรับผิดชอบตรวจความเรียบร้อยเส้นทางแรก นายกับลูกน้องรับผิดชอบอีกเส้นทาง รีบดำเนินการตามแผนกันเลย ก่อนที่พวกมันจะโค่นต้นไม้สักต้นได้เสียก่อน”

สิ้นเสียงของผู้หมวดปัญญ์ ตำรวจหนุ่มไฟแรงทั้งแปดนายก็ลุกออกจากห้อง พวกเขาแยกกำลังออกเป็นสองฝ่าย ขับรถออกไปฝ่ายละคัน หวังว่าคงไปทันก่อนคนเห็นแก่ตัวพวกนั้นจะทำลายสมบัติของชาติได้

สี่ล้อของรถกระบะสีขาวสลับแดงเลือดหมู วิ่งอยู่บนถนนลูกลังขรุขระจนฝุ่นฟุ้ง สองข้างทางล้อมไปด้วยพรรณไม้หายาก ซึ่งความหายากนี้เองทำให้พวกมันมีราคาแพง และเป็นที่ต้องการของบรรดาเศรษฐีมีเงินเหลือ ผู้หมวดปัญญ์ไม่ยอมให้ป่าไม้ของไทยถูกทำลาย แล้วส่งออกนอกประเทศเด็ดขาด เขาจะรักษาสมบัติของชาตินี้ไว้ด้วยชีวิต

ขับรถมาด้วยความเร็วสูงได้สักระยะ ลูกน้องคนสนิทของผู้หมวดปัญญ์ก็เหยียบเบรกหยุดรถ เขาเดินลงมาดูถนน พบหลุมโคลนซึ่งเกิดจากฝนที่ตกเมื่อคืน โคลนในหลุมมีรอยดอกยางรถกระบะวิ่งผ่าน มันเป็นรอยใหม่อย่างแน่นอน เห็นดังนั้นก็วิ่งไปรายงานหัวหน้า

“ผู้หมวดครับ หลุมโคลนตรงนั้นมีรอยล้อรถวิ่งผ่าน ยังเป็นรอยใหม่อยู่เลยครับ”

“เมื่อคืนฝนตก จะเป็นรอยของใครไปไม่ได้นอกจากเฮียเล้งและพวก เรามาถูกทางแล้วรีบตามต่อไป เชื่อเถอะว่าพวกนั้นอยู่ข้างหน้านี้แน่”

ลูกน้องคนสนิทของผู้หมวดปัญญ์พยักหน้าด้วยความเชื่อใจ แล้วขึ้นมาทำหน้าที่ขับรถต่อ รถตำรวจแล่นเข้าป่าลึก ซึ่งเป็นที่สงวนห้ามประชาชนบุกรุก ไม่นานตำรวจหนุ่มทั้งสี่นายก็เจอรถกระบะสีขาวคันเก่าขึ้นสนิม ที่น่าจะเรียกว่าเศษเหล็กวิ่งได้จอดอยู่ ผู้หมวดปัญญ์เผยยิ้มเฮียเล้งและพรรคพวกหนีเขาไม่พ้นแน่

ตำรวจหนุ่มทั้งสี่นายลงจากรถ ชักปืนออกมาจากซองหนังเหน็บเอวเอามาจับกระชับไว้ในมือ แล้วเดินมาตรวจสอบรถต้องสงสัยที่จอดทิ้งไว้ ข้างในรถมีชายคนหนึ่งนอนไขว้ห้างหลับสบาย ผู้หมวดปัญญ์ตะโกนเรียกให้มันตกใจตื่น

“นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงมาจากรถแล้วยกมือขึ้น!”

ชายผู้ทำหน้าที่เฝ้ารถขนไม้และดูต้นทางสะดุ้งตื่น ลุกขึ้นเปิดประตูแล้วลงมาจากรถโดยยกสองมือไว้เหนือหัว ลูกน้องคนสนิทของผู้หมวดปัญญ์ค้นตัวชายคนนี้ แต่ไม่พบอาวุธใด ๆ จึงจับมันหันหน้าชนกับรถ

“พวกแกมีกันกี่คน?” ผู้หมวดปัญญ์ถาม

“ผมไม่รู้ ผมไม่เกี่ยว ผมไม่ทราบจริง ๆ” คนเฝ้ารถกระวนกระวาย เพราะกลัวความผิด

“ฉันถามอีกครั้ง ถ้าไม่อยากโดนกระสุนจากปืนของฉันฝังอยู่ในหัว ให้รีบตอบมาว่าพวกแกมีกันกี่คน” ผู้หมวดปัญญ์ขู่เสียงกร้าว

“สะ… สี่คน เอ่อ… รวมเฮียเล้งด้วยเป็นห้าคนครับ” คนเฝ้ารถตอบน้ำเสียงสั่น “ผมให้ความช่วยเหลือตำรวจ และไม่ได้เป็นคนตัดต้นไม้ อย่างนี้คุณตำรวจก็ปล่อยตัวผมได้แล้วสิครับ”

“ฮ่า ๆ ๆ” ลูกน้องคนสนิทของผู้หมวดปัญญ์หัวเราะขำ จับได้คาหนังคาเขาถึงสถานที่ทำงานผิดกฎหมายอย่างนี้ จะหวังให้ปล่อยตัวอีกเหรอ เขาดึงผ้าขาวม้าที่พาดไหล่คนเฝ้ารถมามัดปากเจ้าตัวเสีย เพื่อไม่ให้ส่งเสียงหาพรรคพวกได้ คว้าเชือกไนล่อนจากกระบะท้ายรถมามัดมือผู้ต้องหาคนแรกที่เพิ่งจับได้ ไพล่หลังติดกับกันชนท้ายรถเพื่อไม่ให้หนีไปไหน

“กระจายกำลังเป็นแถวหน้ากระดานแล้วบุกเข้าไป ระวังตัวด้วยนะพวกเรา” ผู้หมวดปัญญ์ออกคำสั่ง แล้วตำรวจหนุ่มทั้งสี่นายก็กระจายกำลังออกเป็นแถวหน้ากระดาน มีระยะห่างกันพอสมควร แล้วเดินเข้าป่าตามรอยหญ้าที่เพิ่งถูกเหยียบ

ลุงเจิมและพวกอีกสองคน เดินพาเฮียเล้งเข้ามายังต้นพะยูงที่หมายตาไว้แล้วก่อนหน้านี้ มันอยู่ห่างจากจุดจอดรถกระบะขนไม้ไม่มาก ชายร่างบึกวางเลื่อยไฟฟ้าที่แบกมาไว้บนพื้น ลุงเจิมเดินเข้ามาทำหน้าที่ โดยจับสายสตาร์ทแล้วดึงสุดแรงเพื่อให้เครื่องยนต์ติด แต่มันกลับไม่ติด แกออกแรงดึงอีกครั้ง อีกครั้งและอีกครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล

“แกดูแลเลื่อยยังไง ทำไมมันถึงไม่ยอมติดวะ?” ลุงเจิมโวยวายใส่ชายผอมผู้แบกเชือกมัดใหญ่มา ซึ่งมีหน้าที่ทำความสะอาดเลื่อยไฟฟ้า

“เมื่อเช้าที่ค่าย หลังจากทำความสะอาดเสร็จผมลองสตาร์ทดู มันก็ติดนะครับ” ชายผอมแก้ตัว

“ขอผมดูหน่อยครับ” ชายร่างบึกอาสา

“ไม่ต้องเลย เดี๋ยวแกทำสายขาดอีกจะยุ่ง ขอข้าลองอีกทีดูแล้วกัน” ลุงเจิมว่าแล้วลองดึงสายสตาร์ทสุดแรงดูอีกที ซึ่งผลก็ออกมาเหมือนเดิม

เฮียเล้งกังวลใจ เลื่อยไฟฟ้ามาเสียอะไรเอาตอนนี้ แกนัดส่งสินค้าให้ลูกค้าอีกสามวัน ลูกค้ารายนี้เป็นลูกค้าใหญ่ที่ค้าขายกันมานาน หากผิดนัดแล้วรับรองได้ว่าชื่อเสียงของเฮียเล้งต้องเสื่อมเสียแน่ หรือการที่เลื่อยไฟฟ้าใช้งานไม่ได้ จะเป็นลางบอกว่าเรื่องไม่ดีกำลังจะเกิดขึ้นกับคณะตัดไม้ของแก ถ้าอย่างนั้นชักช้าอยู่คงไม่ได้การ แกหยิบกุมารทองที่ได้จากสงครามออกมาจากกระเป๋า ที่ซื้อของอาถรรพ์ชิ้นนี้มาก็เพื่อการนี้โดยเฉพาะ

“อาตี๋เล็กช่วยป๊าด้วยนะลูก ขอให้งานป๊าราบรื่น แล้วป๊าจะหาของอร่อยมาถวาย” เฮียเล้งพูดกับตุ๊กตากุมารทองในกล่องหรูแล้วหันมาทางลุงเจิม “หลีกไป ๆ ขออั๊วกับอาตี๋เล็กลองหน่อย มันจะยากสักแค่ไหนเชียว”

เฮียเล้งเอาแขนข้างหนึ่งหนีบกุมารทองไว้ อีกข้างเอื้อมมือมาจับสายสตาร์ทเลื่อยไฟฟ้า พอแกออกแรงดึงสาย ปรากฎว่าเครื่องยนต์เลื่อยไฟฟ้าติดอย่างง่ายดาย แกกระหยิ่มยิ้มย่องภูมิอกภูมิใจในของวิเศษของตน

“อาตี๋เล็กของป๊าสุดยอดจริง ๆ ไว้วันหลังมีปัญหาช่วยป๊าอีกนะ” พูดแล้วแกก็จูบกล่องใส่ตุ๊กตากุมารทอง ดูแล้วท่าทางแกรักเจ้าสิ่งนี้มากกว่าซ้งซึ่งเป็นลูกแท้ ๆ เสียอีก

“งั้นผมลงมือโค่นเจ้าต้นตรงหน้านี้เลยนะครับ” ลุงเจิมว่า

“ลงมือเลยสิวะ โค่นมันลงมา เกะกะลูกกะตาอั๊วนัก”

ลุงเจิมจับเลื่อยไฟฟ้าที่เครื่องยนต์ร้องหนวกหู แต่ไม่ทันได้ยกขึ้นมาฟาดใส่ต้นพะยูงตรงหน้า เสียงปืนของใครก็ไม่รู้ดังสนั่นขึ้นเสียก่อน เฮียเล้งสะดุ้งโหยง ทำอาตี๋เล็กหล่นจากมือตกกระทบพื้นดินจนกล่องกระจกแตกเหลือแต่โครงไม้

“หยุด! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ วางเลื่อยไฟฟ้าลงแล้วดับเครื่องยนต์” ผู้หมวดปัญ์ตะโกนแข่งเสียงหนวกหูของเลื่อยไฟฟ้า พลางชูปืนไปข้างหน้าเป็นการขู่

ลุงเจิมยอมทำตามแต่โดยดี หัวใจของเฮียเล้งแทบสลาย เมื่อเห็นกุมารทองกองที่พื้น แกไม่ได้เสียใจที่อาตี๋เล็กลูกรักลูกหวงชำรุดเสียหาย แต่เสียดายเงินมากกว่าที่ถูกสงครามหลอกขายเจ้าสิ่งนี้ในราคาเกือบแสน ไหนบอกว่ามีกุมารทองตนนี้จะช่วยให้พ้นหูพ้นตาจากเจ้าหน้าที่แล้วดูตอนนี้ใครมาหา โกหกทั้งเพ ไอ้สงครามหมอผีลวงโลก

“ยืนนิ่ง ๆ อย่าขัดขืน แล้วยกมือขึ้นเหนือหัว” ผู้หมวดปัญญ์สั่งน้ำเสียงกร้าว

ชายร่างบึกตัวสั่นเทิ้ม มันจะถูกตำรวจจับไม่ได้ ถ้ามันไปอยู่ในคุกแล้วเมียที่กำลังท้องจะเอาอะไรกิน ชายร่างผอมก็กลัวการจับกุมไม่แพ้กัน หากโดนตำรวจจับเมื่อไหร่ มันต้องโดนขุดคุ้นประวัติ แล้วคดีอื่น ๆ ที่มันกำลังหลบหนีต้องแดงขึ้นมารับโทษหลายกระทง

ลุงเจิมก็ไม่อยากติดคุก ขอแกเอาเงินหมื่นไปให้หลานชายเป็นค่าสินสอดแต่งเมียก่อนเพราะผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงขู่ว่า ถ้าไม่หมั้นลูกสาวตนเป็นการเป็นงาน จะเอาปืนลูกซองระเบิดหัวหลานชายลุงเจิมกระจุยแน่ ทั้งสามต่างก็ไม่อยากติดคุก จึงจ้ำอ้าวเผ่นหนีตำรวจ เฮียเล้งเลิกลั่กแต่ก็วิ่งตามไปในที่สุด

ปัง!

“หยุดนะ อย่าหนี” ผู้หมวดปัญญ์ได้แต่ยิงปืนขู่ขึ้นฟ้า คดีลักลอบตัดไม้โทษไม่ได้แรงเท่าคดีฆาตกรรม หากยิงคนร้ายจะเป็นการกระทำที่เกิดกว่าเหตุ ถึงอย่างไรพวกมันก็หนีไปไหนได้ไม่ไกล ดูจากอัตภาพของแต่ละคน วิ่งตามไปก็น่าจะทัน ตำรวจหนุ่มทั้งสี่นายจ้ำอ้าวตามไปติด ๆ

คนเฝ้ารถผู้ถูกจับได้เป็นคนแรก ถูกเชือกมัดติดกับกันชนท้ายรถกระบะขนไม้ โดยไม่มีตำรวจอยู่เฝ้า ตำรวจที่มัดมันสงสัยจะไม่ตั้งใจเรียนวิชาลูกเสือ ตอนที่คุณครูสอนเรื่องผูกเงื่อน มันขยับแขนบิดนิดบิดหน่อย พันธนาการก็คลายออก เมื่อครู่ได้ยินเสียงปืน แสดงว่าตำรวจพบพรรคพวกของมันแล้ว มันวิ่งเข้าไปในรถกระบะที่สภาพไม่น่าจะวิ่งได้ บิดกุญแจให้เครื่องยนต์ติด แล้วขับออกไปรับพรรคพวกเพื่อพาหนี

โจรตัดไม้ทั้งสี่คนวิ่งหนีกันอลหม่าน พลางสบถด่าไอ้คนดูต้นทางอย่างเสีย ๆ หาย ๆ จ้างคนขี้เซาอย่างมันมาทำงานเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ แต่มาคิดได้ตอนนี้จะช่วยอะไรให้ดีขึ้นมา ขอให้หนีตำรวจพ้นก่อนเถอะ จะเอายานอนหลับทั้งขวดไปกรอกปากให้มันหลับไม่ตื่นเลย

วิ่งมาขาก็เริ่มล้า สังขารไม่ไหวแล้ว คงหนีตำรวจได้อีกไม่ไกล ขณะกำลังหมดหวังก็มีอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วย ไอ้คนดูต้นทางขับรถกระบะขนไม้มารับทั้งสี่คน ทุกคนดีใจสรรเสริญไอ้คนนี้มาก มันคือคนที่ช่วยชีวิตไม่ให้พรรคพวกต้องหมดอนาคตอยู่ในคุก

“ขึ้นมาเลยเพ่!” คนดูต้นทางทำหน้าทะเล้นกวนบาทา จอดรับพรรคพวก เมื่อทุกคนขึ้นกันหมดแล้ว มันก็เหยียบคันเร่งมิด หนีตำรวจที่วิ่งตามหลังมา

อีกนิดเดียวเท่านั้น ผู้หมวดปัญญ์ก็จะเกาะท้ายรถมันได้อยู่แล้ว เขายืนหอบมองพวกมันดีใจที่หนีพ้นเขาได้ ปล่อยให้พวกมันหลงดีใจอย่างนี้ไปอีกสักพักแล้วกัน เมื่อหายเหนื่อยแล้วผู้หมวดปัญญ์ก็หยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาติดต่อหาผู้หมวดวิทยา

“พวกมันมุ่งหน้าไปทางนั้นแล้ว เตรียมสกัดจับด้วย”

รถกระบะเก่าขึ้นสนิมเกรอะแล่นบนถนนลูกลังมุ่งสู่ทางออกอีกเส้น พวกคนหลังรถส่งเสียงสรวลสรรเฮฮา ดีอกดีใจเป็นยิ่งนักที่หนีตำรวจพ้นมาได้ แม้เฮียเล้งจะเสียดายที่ไม่ได้สินค้ามาส่งให้ลูกค้ารายใหญ่ และต้องเสียชื่อเสียง แต่ก็ยังดีกว่าถูกจับติดคุกกินข้าวแดง

เวลาแห่งความสุขกับการคิดว่าได้รับอิสรภาพหมดลงแล้ว เบื้องหน้าคณะตัดไม้เป็นรถตำรวจสีขาวสลับแดงเลือดหมูแล่นมาด้วยความเร็วสูงไม่แพ้กัน

“เฮ้ย! ตำรวจ” พวกคนหลังรถร้องเสียงหลง

รถตำรวจอยู่ข้างหน้าทำยังไงดี ตอนนี้สมองของคนดูต้นทางที่ทำหน้าที่ขับรถทึบตันไปหมด เป็นไงเป็นกัน ถ้าจะตายขอพาตำรวจไปด้วย มันไม่ยอมถอนคันเร่ง ไม่ยอมเลี้ยวรถหลบ แต่ขับพุ่งตรงไปอย่างนั้น รถตำรวจของฝ่ายผู้หมวดวิทยาก็ใจถึงไม่แพ้กัน ขับตรงมาด้วยความเร็วสูง เพราะแน่ใจว่าหากชนกันแล้ว รถของฝ่ายนั้นต่างหากที่จะแหลก

รถของตำรวจนั้นแข็งแรงทนทาน ป้องกันคนในรถได้อยู่แล้ว อีกนิดเดียวรถกระบะต่างสภาพทั้งสองคันก็จะประสานงากันแล้ว ไอ้คนขับรถกระบะเก่าบุโรทังแหกปากร้องเรียกกำลังใจ แต่กำลังใจไม่ยอมมา มันจึงถอดใจหักพวงมาลัยหลบเข้าข้างทาง อนิจจังรถของคณะลักลอบตัดไม้ทะลุเข้าไปในดงไผ่หนาม คนนั่งกระบะท้ายได้แผลกันระนาว แล้วรถก็หยุดลงเพราะชนกับกอไผ่ขนาดหลายคนโอบ คนร้ายนอนอยู่นิ่ง ๆ รอให้ตำรวจมาจับอย่างง่ายดาย ไม่ฝืนหนีอีกต่อไป


Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 30

จ้อนเกลียดรอยยิ้มมีเลศนัยและสายตาแวววาวของณภัทรที่จ้องมายังเขาในตอนนี้ มันเป็นสัญญาณบอกลางร้ายว่าพระศุกร์กำลังเข้า พระเสาร์กำลังแทรกดาวประจำราศีของเขา ณภัทรยิ้มอย่างนี้ทีไร มักหาเรื่องเดือดร้อนมาสู่จ้อนเสมอ “แกมองฉันอย่างนั้นหมายความว่ายังไง แกกำลังคิดอะไรอยู่?” จ้อนถามเพื่อนสนิทของเขา เมื่อรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล “เราจะไปหาหลักฐานมาให้พี่ปัญญ์ดูให้ยากเย็นทำไม สู้พาพี่ปัญญ์ไปเห็นกับตาไม่ดีกว่าเหรอ?” ณภัทรเปรย...

error: Content is protected !!