พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 7

Share
Share

เขาย่างกลับมาที่นี่อีกครั้ง จ้องตึกตระหง่านสูงเจ็ดชั้นตรงหน้า เขาฝังความแค้นไว้ที่นี่ วันนี้ถึงเวลาที่ต้องขุดขึ้นมาชำระแล้ว เด็กวัยรุ่นกะโหลกกะลาไม่ประสีประสาคาถาอาคม บังอาจทำอิทธิฤทธิ์อำนาจไสยศาสตร์ของเขาเสื่อมสลาย วันนี้เขาจ้างวัยรุ่นหัวไม้มาช่วยล้างแค้นด้วยสองคน เด็กคนนั้นจำต้องได้รับบทเรียนจากเขาให้สาสม เขายังมีความปราณีเหลือให้บ้าง จะไม่ทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต เพียงแค่ซ้อมให้พอเจ็บนอนหยอดน้ำข้าวต้มไปสามวันเจ็ดวันพอ

ชายชราและพรรคพวกต่างวัยอีกสองคนเดินเข้าไปในลิฟต์ กดให้ลิฟต์ไปที่ชั้นหก ตู้เหล็กสี่เหลี่ยมทะยานมาถึงที่หมาย ก่อนประตูเปิดชายชราบอกแผนการให้พรรคพวกทราบ

“แกสองคนคอยอยู่ที่ลิฟต์นะ ฉันจะไปลากคอไอ้เวรนั่นมา แล้วเราจะเอามันไปสั่งสอนข้างล่าง”

วัยรุ่นหัวไม้สองคนพยักหน้ารับทราบ งานนี้ง่ายจริง ๆ แค่รุมอัดคนให้ตัวเจ็บซึ่งพวกมันชื่นชอบอยู่แล้ว แถมยังได้เงินไปซื้อเหล้ายาปลาปิ้งไว้มั่วสุมกับเพื่อน ๆ อีกด้วย

สองเท้าเหี่ยวย่นคีบรองเท้าแตะสีหม่นพื้นบางก้าวออกมาจากลิฟต์ เดินไม่นานก็ถึงหน้าห้องเป้าหมาย เขายกมือยาวใหญ่แห้งกร้านคล้ายใบลานขึ้นเคาะประตูเสียงดังรัว ๆ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ชายหนุ่มอยู่ในชุดนอนกางเกงบ็อกเซอร์ยาวครึ่งน่องกับเสื้อกล้ามสีขาว เขานอนอยู่บนเตียงเริ่มเคลื่อนไหวตอบสนอง เสียงดังน่ารำคาญหน้าห้องปลุกเขาให้ตื่น เขายันร่างขึ้นมาจากเตียงนั่งหน้ามุ่ย กำลังฝันดีอยู่เลยใครมารบกวนดึก ๆ ดื่น ๆ แถมเคาะประตูรัวเป็นตีกลองแบบนี้ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย เขาก้าวฉับ ๆ ไปกระชากประตูเปิดหวังด่าเป็นการสั่งสอนมารยาท แต่ดวงตาต้องเบิกกว้างหายง่วงทันทีเมื่อเห็นบุรุษผู้ยืนอยู่หลังประตู

หมอผีเจ้าของร้านขายของชำด้านล่าง คนที่เขาทำอิทธิฤทธิ์บารมีแกเสื่อมไปแล้วนั่นเอง ทำไมไม่ส่องดูช่องตาแมวก่อนนะ ถ้ารู้ว่าเป็นแกคงไม่เปิดประตูอย่างนี้ หมอผีไม่รีรอปรี่เข้ามารัดคอณภัทรจากด้านหลัง ท่อนแขนตกกระกระแทกลูกกระเดือกเขาจนไอสำลัก

แค่ก แค่ก

“แสบนักนะ รู้ไหมชีวิตฉันเปลี่ยนไปยังไง นับตั้งแต่วันที่แกทำของฉันเสื่อม ห๊า!” หมอผีรัดแขนให้แน่นขึ้นอีก

ณภัทรโต้ตอบอะไรไม่ได้ ได้แต่ไอหนักกว่าเดิม สองมือพัลวันพยายามแกะแขนที่รัดคอออกแต่ไม่เป็นผล

แค่ก แค่ก

“ฮ่า ๆ เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้ดีเถอะ คืนนี้แกน่วมแน่น” หมอผีเหยียดยิ้มมุมปาก ดูน่าขยะแขยะ

ว่าแล้วแกก็ผลักณภัทรให้เดินออกจากห้อง แต่ก่อนจะพ้นประตูหมอผีรู้สึกถึงของแข็งยาว ๆ กระแทกอย่างแรงเข้าที่ก้านคอ แกตกใจผละณภัทรให้หลุดออกจากพันธนาการ ณภัทรทรุดตัวลงกับพื้น ยกมือขึ้นลูบคอพลางไออย่างทรมาน ชายชราหันไปมองด้านหลังเห็นชายหนุ่มร่างกะหร่อง ในมือกระชับร่มคันใหญ่สีชมพูสดใส เขาคือจ้อนนั่นเอง จ้อนฟาดร่มใส่กกหูหมอผีก่อนผละมันทิ้ง แล้ววิ่งมาฉุดเพื่อนรักลุกขึ้นจากพื้น หมอผีร้องโอ๊ยพร้อมกับอาการอื้อที่หู

“เร็วไอ้พัด รีบหนีกันเถอะ”

สองหนุ่มกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากห้อง หนีลงบันไดข้างลิฟต์ผ่านหน้าสองวัยรุ่นหัวไม้ มันทั้งสองคิดว่าไอ้หน้าจืดสองคนนี้รีบไปไหน ท่าทางเหมือนหนีภัยใครอย่างนั้นแหละ หมอผีที่ยังหูอื้อไม่หายแม้พยายามกลืนน้ำลายลงคอรีบตามออกมาอย่างไว หงุดหงิดใจเมื่อเห็นว่าไอ้สองคนที่ออกเงินจ้างมายืนผิวปากอยู่ในลิฟต์เฉยปล่อยให้เหยื่อหนีไป

“ยืนเซ่อทำไมเล่า มันหนีลงบันไดไปแล้ว ตามลงไปสิวะ” หมอผีตะโกนด่า

สองวัยรุ่นหัวไม้ยังยืนงง ก็หมอผีเป็นคนบอกแผนการเองว่าจะไปพาเหยื่อมาขึ้นลิฟต์ด้วยตนเอง ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าไอ้หน้าจืดสองคนที่วิ่งลงบันไดผ่านหน้าไปเมื่อสักครู่คือเหยื่อที่หมอผีจ้างมาทำร้าย รูปก็ไม่ให้ดูก่อนแล้วแบบนี้ยังจะมาโทษกันอีก สะเพร่าเองแท้ ๆ เมื่อพอเข้าใจอะไรแล้ว วัยรุ่นหัวไม้คนหนึ่งก็วิ่งลงบันไดตามไล่ล่า อีกคนกดลิฟต์ลงไปดักรอที่ชั้นหนึ่ง

อาการทรมานที่คอคลายลงแล้วณภัทรกลับมาวิ่งได้เต็มแรงเหมือนปกติ แต่เพื่อนข้าง ๆ เขานี่สิเริ่มก้าวต่อไม่ไหวแล้ว ฝีเท้าของจ้อนลดลงอย่างเห็นได้ชัด เสียงหอบก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ ณภัทรกลัวว่าเพื่อนจะไม่ไหวจึงหันมาถามอย่างใส่ใจ

“ไหวรหรือปล่าไอ้จ้อน? อีกนิดเดียวก็จะถึงชั้นล่างแล้ว อดทนวิ่งต่ออีกนิดนะ”

จ้อนพยักหน้าแม้ร่างกายจะไม่ไหวแล้ว พอถึงชั้นล่างแล้วพวกเขาจะทำยังไงต่อ? รถจักรยานยนต์ของณภัทรก็จอดน้ำมันหมดอยู่หน้าตึกฝ่ายเอกสาร รถประหยัดน้ำมันของจ้อนก็จอดยางรั่วอยู่หน้าตึกนี้เอง นี่เป็นสาเหตุที่คืนนี้เขาอาศัยนอนหอเพื่อน

สองหนุ่มก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้ายมาถึงพื้นชั้นหนึ่งแล้ว เนื่องจากตึกนี้ยกพื้นสูงจึงยังเหลือบันไดให้ก้าวข้ามอีกประมาณสิบกว่าขั้นจึงจะถึงพื้นด้านล่างที่เชื่อมต่อกับถนน ณภัทรลากจ้อนที่แข้งขาไม่ไหววิ่งผ่านลิฟต์ไป เป็นจังหวะเดียวกับที่วัยรุ่นหัวไม้ออกจากลิฟต์มาพอดี มันกระโจนเข้ารวบแขนจ้อนจากด้านหลังทันที สังเกตดี ๆ หมอนี่ไว้เครายาว อีกคนไว้หนวดเฟิ้ม

“จะหนีไปไหนพ้นไอ้หน้าจืด” วัยรุ่นเครายาวพูดน้ำเสียงยียวน

ณภัทรรวบรวมกำลังไว้ที่หมัด ซัดสุดแรงอัดหน้าวัยรุ่นเครายาวแล้วดึงจ้อนออกมา พาหนีลงบันไดไปสู่พื้นเบื้องล่าง

วัยรุ่นเครายาวยกมือจับจมูกไร้ดั้งของตน จากที่ไม่มีอยู่แล้วจะยิ่งยุบลงไปกว่าเดิมไหมเนี่ย หมัดหนักเป็นบ้าไอ้หน้าจืด มันรู้สึกร้อนวูบไปทั้งหน้า สบถคำหยาบด่าไล่หลังคนที่ทำให้เจ็บ ชักเริ่มโกรธแล้วสิ ไว้จับตัวได้จะอัดให้เละเลย

แผนการในหัวของณภัทรตอนนี้คือจะหนีไปหลบภัยในร้านสะดวกซื้อเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงที่อยู่หน้าหอพัก จากหอวิ่งไปแล้วข้ามถนน วิ่งต่ออีกหน่อยก็ถึงร้านที่ว่า พวกนั้นคงไม่กล้าเข้าไปทำอะไรพวกเขาถึงในร้านสะดวกซื้อที่มีกล้องวงจรปิด แต่อนิจจังแผนอาจพังไม่เป็นท่าเมื่อจ้อนสะดุดขาตัวเองล้มลงกับพื้น ณภัทรพยายามฉุดเพื่อนขึ้น หันไปมองด้านหลังเห็นคนพาลสามคนวิ่งลงบันไดตามมาติด ๆ แล้ว

“อดทนหน่อยไอ้จ้อน วิ่งไปหลบในร้านสะดวกซื้อ พวกมันคงไม่กล้าตามเข้าไป”

“ฉันไม่ไหวแล้วไอ้พัด ขามันไม่มีแรงลุกวิ่งต่อแล้ว แกหนีไปก่อนแล้วค่อยตามคนมาช่วยฉัน” จ้อนน้ำเสียงโอดโอย

“พวกมันได้รุมกระทืบแกตายน่ะสิ หนีไปพร้อมกันนี่แหละดีที่สุดแล้ว”

ณภัทรดึงแขนเพื่อนขึ้นพาดบ่า พยุงจ้อนยืนขึ้นมาอีกครั้ง เขาทิ้งเพื่อนทั้งอย่างนี้ไม่ได้ ก่อนจะทันได้ก้าวเท้าเปลือยเปล่าณภัทรก็รู้สึกได้ถึงแรงถีบอย่างรุนแรงที่ด้านหลัง เขาเซถลาไปด้านหน้าล้มกลิ้งลงกับพื้น 3-4 ตลบ ทิ้งจ้อนลงกองกับพื้นอย่างเดิม

“เป็นไง จะหนีได้สักกี่น้ำ” วัยรุ่นเครายาวเสียงห้าว ตอนนี้มันมีเลือดสีแดงสดเปื้อนบริเวณใต้จมูก

ณภัทรเท้าศอกกับพื้น หันมามองคนพาลทั้งสามด้วยสีหน้าไม่พอใจ หมดทางหนีเสียแล้วกระมัง ลำพังเพียงตัวเขาหนีไปให้ไกลนั้นสบายอยู่แล้ว แต่จ้อนนี่สิขืนปล่อยทิ้งไว้คนเดียวมีหวังได้เลี้ยงไม่โตแน่

“ณภัทรนายไหวหรือเปล่า?” เสียงวิญญาณหนุ่มถาม ทำไมไม่โผล่มาให้ไวกว่านี้ มาตอนอับจนหนทางอย่างนี้จะช่วยอะไรให้ดีขึ้นได้ “ดูเพื่อนนายไม่ไหวแล้วนะ”

“นึกว่าจะทิ้งกันเสียอีก นายมีแผนอะไรดี ๆ บ้างไหม” ณภัทรกระซิบถาม ดูเหมือนว่าหมอผีจะมองไม่เห็นสหายผีของเขาเสียแล้ว มาวินก้มเก็บเศษหินบนพื้นขึ้นมาปาใส่วัยรุ่นหนวดเฟิ้มเข้าตรงกลางหน้าผากพอดี

“โอ๊ย… ใครฟะ!” วัยรุ่นหนวดเฟิ้มยกมือแตะหน้าผาก สงสัยที่มาของหิน ไอ้หน้าจืดสองคนไม่ได้เป็นคนปามาแน่ ไม่เห็นมือพวกมันขยับเลย แล้วใครเป็นคนปาหินใส่หน้าผากมันล่ะ

“รีบจัดการมันเลย เอาไอ้กะหร่องนั่นก่อน” หมอผีชี้เป้ามายังจ้อน ทั้งสามย่างสามขุมเข้ามา หมายจะเอาเลือดหัวจ้อนออก

ณภัทรเห็นเพื่อนตกอยู่ในอันตรายจึงรีบลุกขึ้นมาพุ่งกระแทกหมอผีล้มก้นจ้ำเบ้า หมุนตัวเองหนึ่งรอบแล้วยกเท้าขึ้นถีบกลางอกวัยรุ่นหนวดเฟิ้มจนล้มไปนอนเคียงหมอผี วัยรุ่นเครายาวฉวยโอกาสช่วงชุลมุนพุ่งกำปั้นหมายอัดดั้งโด่งได้รูปของณภัทรเป็นการเอาคืน แต่เขาหันหน้าหลบทัน หมัดเจ้ากรรมจึงเข้าเป้าที่หางคิ้วซ้ายแทน โชคดีที่ไม่แตกเป็นแผล แต่ทำณภัทรมึนเซถลาไปชนรั้วล้อมที่ตั้งศาลพระภูมิ

“ไม่รู้จะได้ผลรึเปล่านะ ยังไม่เคยลองมาก่อนเลย” มาวินพูดกับตนเองแล้วหลับตาทำท่าสงบเสงี่ยม ตั้งจิตให้อยู่ในสมาธิแล้วร่างของเขาก็เป็นประกายแสงแวววาวพุ่งใส่จ้อนที่นอนฟุบหมดสภาพ ร่างของจ้อนแน่นิ่งราวกับถูกเยือกแข็งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนท่าทีเปลี่ยนไปดูน่าเกรงขาม เสียงหอบหายใจก็อันตรธานหาย ตอนนี้วิญญาณมาวินสิงสถิตร่างของจ้อนเรียบร้อยแล้ว

“อะไรไอ้หน้าจืด ลุกมานี่จะให้ฉันอัดแกล้มอีกทีใช่ไหม ได้เลย…”

วัยรุ่นเครายาวพุ่งหมัดหมายจะอัดเบ้าตาจ้อน น่ามหัศจรรย์จ้อนรับหมัดนั้นได้ด้วยฝ่ามือเดียว เวลานี้เรียกจ้อนว่ามาวินจะถูกกว่า เขาบิดแขนวัยรุ่นผู้นั้นไปด้านหลัง ถีบขาให้ล้มทรุดคุกเข่ากับพื้นแล้วใช้อีกมือจิกหัววัยรุ่นเครายาวโขกพื้นปูน

“เฮ้ย! ไอ้นี่อวดเก่งเหรอวะ” วัยรุ่นหนวดเฟิ้มกำหมัดปรี่เข้ามาหาด้วยความเร็ว มาวินตวัดขาเหมือนท่าบีบอยเตะเท้าวัยรุ่นผู้นั้นจนมันเสียหลักล้มลงหลังกระแทกพื้น ผละมือจากวัยรุ่นเครายาวมาสับสันมือเข้าท้องคนที่เพิ่งจะล้มลงไปเสียจุกจนร้องไม่ออก

หมอผีเริ่มตื่นตระหนก ใครจะเชื่อว่าชายหนุ่มร่างผอมกะหร่องท่าทางดูเป็นคุณหนูผู้นี้จะมีฝีมือด้านศิลปะการต่อสู้เยี่ยมยอดขนาดนี้ แกหันรีหันขวางมองหาสิ่งที่พอจะใช้เป็นอาวุธรอบตัว เจอกระบองไม้ไผ่ยาวประมาณหนึ่งวาก็เข้าไปคว้าจับมาป้องกันตัว

“อย่าเข้ามานะโว้ย เดี๋ยวพ่อตีหัวแบะ”

มาวินเริ่มขยับเป็นฟุตเวิร์คมวยไทย เขาลองเชิงคู่ต่อสู้ดูว่าจะเก่งแต่ปากหรือเปล่า โดยการทำท่าเหมือนจะปรี่เข้าไปจัดการแต่ล่าถอยออกมา หมอผีสีหน้าตกใจชี้กระบอกมาข้างหน้า นึกว่าตนจะเป็นเหยื่อรายต่อไปที่ต้องมีสภาพเหมือนวัยรุ่นหัวไม้ทั้งสองคน มาวินเห็นว่าสนุกดีเลยทำซ้ำอีกครั้ง อีกครั้งและอีกครั้ง ใบหน้าขี้ขลาดหวาดกลัวของหมอผีนั้นน่าขันเหลือเกินจนหลุดหัวเราะออกมา

“ขำอะไรฟะ!” หมอผียัวะที่ชายหนุ่มออกอาการขำเหมือนแกเป็นตัวตลก จึงเงื้อกระบอกไม้ไผ่ขึ้นเหนือหัว หมายจะอาศัยจังหวะที่ชายหนุ่มเผลอหัวเราะโจมตีให้เสียท่า หมอผีหวดกระบองไม้ไผ่สุดแรงเกิดพร้อมลากเสียง “ย๊าก” ยาวหวังตีแสกหัวชายหนุ่มให้แบะจนเลือดกระเซ็นขึ้นฟ้า

ประสาทสัมผัสของมาวินนั้นดีเหลือเกิน รับรู้ทุกการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ เขาฟันศอกใส่กระบองไม้ไผ่ที่โจมตีมา กระบองไม้ไผ่นั้นเริ่มร้าวจากจุดที่ถูกศอกคมสัมผัส รอยร้าวนั้นวิ่งอย่างรวดเร็วลามไปทั่วทั้งอัน กระบองไม้ไผ่ยาวหนึ่งวาแตกออกเป็นซี่เล็ก ๆ ประหนึ่งขนแปรงของจิตรกร ผิวไม้ไผ่ที่มีความคมบาดมือหมอผีจนเลือดไหลซิบ ณภัทรที่นั่งมึนหัวเกาะรั้วล้อมศาลพระภูมิมองภาพนี้ด้วยอาการอ้าปากค้าง

มาวินเอานิ้วโป้งปาดจมูกหนึ่งทีเหมือนเป็นพระเอกหนังกังฟูฮ่องกง ก่อนจะตวัดขาทำท่าจระเข้ฟาดหาง เสยก้านคอเหี่ยวย่นของหมอผีผู้ที่วันนี้หมายจะมาชำระแค้นจนสลบคาเท้า ปลิวไปนอนหนุนพุ่มไม้ด้านหน้าศาลพระภูมิ มาวินไม่ให้นอนพื้นปูนแข็ง ๆ ก็เป็นบุญเท่าไหร่แล้ว พุ่มไม้นั้นนุ่มน่าหนุนกว่าเยอะ

หันหลังกลับมาเห็นสองวัยรุ่นหัวไม้ช่วยพยุงกันและกัน เดินหนีออกไปจากสถานที่อันตรายตรงนี้ มาวินยิ้มมุมปากก้าวอาด ๆ มายังทั้งสอง สองวัยรุ่นเห็นดังนั้นก็ขยาดตัวสั่นระริกรีบเร่งฝีเท้าหนีห่าง แต่มาวินตามทันกระชากคอเสื้อทั้งสองแล้วพูดจาข่มขวัญหวังให้กลัวหัวหด

“นี่แค่อุ่นเครื่องนะ ยังไม่ได้จัดชุดใหญ่ สนใจเป็นคู่ชกกันไหมล่ะ ให้สองรุมหนึ่งเลยเอ้า! กติกาก็ง่าย ๆ ใครตายก่อนแพ้ เริ่มกันเลยไหม?”

มาวินเน้นคำว่าตายให้หนักเป็นพิเศษ สองวัยรุ่นหัวไม้ได้ยินก็สะดุ้งโหยง

“ไม่ครับ ๆ ยอมแล้วครับพี่ ไว้ชีวิตพวกผมเถอะ เรายังมีลูกเมียที่ต้องเลี้ยงดูแล” พวกมันยกมือไหว้ร้องไห้ขอชีวิต

“ฉันหวังว่าพวกแกจะไม่มายุ่งกับพวกเราสามคน เอ้ย! สองคนอีก ขืนไม่เลิกตอแยล่ะก็เตรียมบอกลาลูกเมียพวกแกได้เลย” มาวินเสียงเยือกเย็น ผลักทั้งสองกระเด็น พวกมันรีบลุกกุลีกุจอเผ่นหนีแข้งขากระโผกกระเผลก

“นายทำได้ยังไง สิงคนได้ด้วยเหรอ ไม่เห็นบอกกันเลย แล้วฝีมือมวยไทยนายสุดยอดมาก” ณภัทรลุกเดินมาหามาวิน

“เรื่องสิงคนนี่ฉันก็เพิ่งลองเป็นครั้งแรกเหมือนกัน ส่วนที่ใช้สู้เมื่อกี้ไม่ใช่มวยไทยหรอกฉันมั่วเอาทั้งนั้นเลย พลังฉันอ่อนเต็มทีแล้ว สิงร่างเพื่อนนายต่อไม่ได้แล้ว พรุ่งนี้ฉันคงช่วยนายดูดวงไม่ได้นะ ขอพักเติมพลังก่อน ไว้เจอ…” พูดไม่ทันจบมาวินก็วูบไปเหมือนโทรศัพท์ถูกตัดสาย ทิ้งร้ายสลบหมดสภาพของจ้อนให้ณภัทรดูแล

จะว่าไปเพื่อนผีของเขาเท่เหมือนอุลตร้าแมนเลย ต้องอาศัยร่างคนอื่นต่อสู้กับสัตว์ประหลาด อยู่บนโลกได้แค่ไม่กี่นาที คงตลกดีถ้ามาวินมีดวงไฟที่หน้าอกคอยกระพริบเตือนเวลาพลังใกล้จะหมด อยากเป็นฮีโร่เหมือนมาวินบ้าง แต่คิดดี ๆ มาวินเป็นผีจึงสิงร่างคนได้ ตอนนี้เขายังอยากเป็นคนอย่างนี้อยู่ ไว้อายุแปดสิบปีค่อยว่าเรื่องนี้กันอีกที


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!