พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 9

Share
Share

บ้านทรงไทยสองชั้นทาสีดำทั้งหลัง แถมลงน้ำมันเงาวับ ตั้งตระหง่านน่าเกรงขามอยู่สุดซอย รอบข้างแวดล้อมไปด้วยไม้ยืนต้นชื่อมงคลต่าง ๆ แผ่กิ่งก้านปกคลุมให้ร่มเงาจนบรรยากาศดูอึมครึมเกินไป เทวรูปของศาสนาพราหมณ์หลายองค์จัดวางทั่วบริเวณสนามหญ้าเขียวขจีหน้าบ้าน ชั้นล่างติดป้ายบอกปล่อยเงินกู้ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ครึ่งหนึ่งเป็นที่พักอาศัย อีกครึ่งเป็นตำหนักเจ้าพ่อสมิงซึ่งมีร่างทรงเป็นชายอายุราวห้าสิบปี

ตำหนักแห่งนี้เปี่ยมไปด้วยความขลังผิดกับสำนักหมอดูของณภัทร กะโหลกศีรษะมนุษย์หลายใบ ถูกใช้เป็นเชิงเทียนวางเรียงเป็นตับอยู่บนชั้นวางล่างสุด เทวรูปเทพเจ้าองค์เล็กวางเรียงรายเต็มสองชั้นถัดขึ้นมา กลิ่นธูปกำยานคละคลุ้งไปทั่ว สายสิญจน์ระโยงรยางค์เต็มฝ้าเพดานดูรกรุงรัง บรรยากาศมืดมนสลัวแสง ดูแล้วน่าอึดอัดไม่อภิรมย์

นางปลีผู้เป็นภรรยาอาจารย์สงคราม คนทรงเจ้าเจ้าของตำหนักหรือบ้านหลังนี้ แกมีอาชีพปล่อยเงินกู้นอกระบบคิดดอกเบี้ยไม่แพงมาก ถ้าเทียบกับเจ้าอื่นในละแวกใกล้ ๆ แต่แท้จริงแล้วแกมีอาชีพนี้ไว้ปิดบังอีกอาชีพหนึ่ง อาชีพที่แท้จริงของแกเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของงานสามี

ตอนนี้มีลูกค้าเข้าคิวใช้บริการอยู่สามราย สองรายเป็นแม่ค้าตลาดที่หมุนเงินส่งเจ้ามือเปียแชร์ไม่ทัน อีกรายเป็นสาววัยรุ่นหน้าตาสะสวยแบบชาวบ้าน ไม่ใช่สเปคของหนุ่มในเมืองที่นิยมผู้หญิงสูง-ขาว-อึ๋ม

“แม่ปลีจ๋า ปล่อยเงินให้ฉันกู้อีกสักห้าพันเถอะ งวดนี้หมุนไม่ทันจริง ๆ แต่รับรองว่างวดหน้ามีเงินมาใช้คืนครบทั้งต้นทั้งดอกแน่นอนจ้ะ นะจ๊ะแม่ปลีคนงาม เห็นใจฉันเถอะ” แม่ค้าตลาดพูดน้ำเสียงประจบสอพลอ

“แหม… นางฉวี ของเก่ายังใช้คืนไม่หมด นี่มาขอกู้ใหม่อีกละ เห็นว่าเป็นลูกค้าเก่าคบหากันมานานหรอกถึงยอมปล่อยให้กู้อีก รวมทั้งของเก่าของใหม่ทบต้นทบดอกก็หมื่นเอ็ดเจ็ดร้อยพอดีนะ เดือนหน้าถ้ายังไม่จ่าย ฉันจะให้ผัวเสกหนังควายเข้าท้องเลยคอยดู”

“จ้ะ จ่ายครับแน่ ๆ จ้ะ”

นางปลีส่งหนังสือสัญญาเงินกู้ให้นางฉวีลงลายมือ นางฉวีไม่เสียเวลาอ่านรายละเอียดสัญญา คว้าหมับมาลงชื่อทันที ที่ผ่านมาก็ไม่เห็นไอ้สัญญานี่มันจะมีประโยชน์อะไร พอลูกหนี้เบี้ยวหน่อยผู้ปล่อยกู้ก็ใช้วิธีนอกบทกฎหมายยึดเงินคืน ไม่ได้ฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลเหมือนที่เคยเห็นเป็นข่าวตามโทรทัศน์ แล้วจะสนใจอ่านไปทำไม?

นางปลีมอบเงินให้แม่ค้าตลาดผู้มาขอกู้ทั้งสองราย ตอนนี้เหลือสาววัยรุ่นเป็นลูกค้าอยู่คนเดียว เธอเดินมานั่งหน้าโต๊ะบัญชีของนางปลี ยังสาวยังแซ่คงอยากได้เงินไว้แต่งตัวเที่ยวเตร่ตามประสา นางปลีถามไปว่าจะเอาเท่าไหร่แต่เธอกลับตอบมาว่า

“มาเอาดอกเอก!”

นางปลีหน้าตะลึง ถามย้ำให้แน่ใจอีกครั้ง

“มาเอาดอกเอกแน่ใช่ไหม?”

สาววัยรุ่นพยักหน้า ท่าทางเซื่องซึมไม่สมเป็นวัยสาว นางปลีบอกให้เธอเดินตามมาแล้วพาไปยังห้องที่อยู่ในสุดด้านหลังบ้าน ภายในห้องดูคล้ายโรงพยาบาลต่างจังหวัด มีเตียงพร้อมขาหยั่งที่สนิมเกาะเกรอะกรัง มีเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับตัด-แงะ-แคะ-ขูด ต่างกันก็เพียงเรื่องความสะอาดเท่านั้น

“เอ้า! ขึ้นเตียงเลย” นางปลีบอก มือก็จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน

“เจ็บมากไหมคะ?” สาววัยรุ่นถามเสียงเครือ เธอหวั่นใจที่ต้องขึ้นไปนอนถ่างขาอยู่บนนั้น

“ไม่เจ็บหรอก เดี๋ยวเดียวเด็กก็ออกแล้ว ขึ้นเตียงเลยสิจะชักช้าอยู่ทำไม”

สาววัยรุ่นหน้าตาไม่สู้ดีนัก จำใจต้องขึ้นไปนอนบนเตียงขาหยั่ง ทำอย่างไรได้ล่ะ ในเมื่อพ่อของเด็กในท้องมันไม่ยอมรับผิดชอบ ตัวเธอก็ยังเรียนอยู่เพียงชั้นมัธยมปลายขอเงินพ่อแม่ใช้วันต่อวันจะเอาปัญญาที่ไหนมาเลี้ยงลูกให้เติบใหญ่ อีกอย่างก็ไม่อยากท้องโย้ไปโรงเรียนให้อายเพื่อนอายอาจารย์ เคยกินยาขับเลือดแล้วแต่เด็กก็ไม่ออก เหลือวิธีนี้วิธีเดียวที่จะกำจัดสิ่งมีชีวิตไม่พึงประสงค์ออกไปจากมดลูก

“เอ้า! กัดนี่ไว้” นางปลีเอาผ้าขนหนูเก่าสีหม่นมาให้สาววัยรุ่นกัด ใครว่าทำแท้งไม่เจ็บ เมื่อกี้เธอพูดไม่ให้กลัวไปอย่างนั้น ขืนไม่หาอะไรอุดปากหล่อนไว้มีหวังชาวบ้านละแวกนี้โร่แจ้งตำรวจเพราะรำคาญเสียงกรีดร้องโหยหวน

สาววัยรุ่นหลับตาเกาะขอบเตียงแน่นด้วยความเจ็บปวด รับรู้ได้ถึงความเย็นเฉียบของท่อนเหล็กที่นางปลีสอดเข้าร่างกายเธอ ไม่มีอะไรจะเจ็บปวดไปมากกว่านี้แล้ว เจ็บทั้งร่างกาย ปวดทั้งจิตใจที่ได้ตัดสินใจคร่าหนึ่งชีวิตในท้อง ทั้งยังเคียดแค้นไอ้หนุ่มหน้าหม้อที่ทำให้เธอต้องมีชีวิตเปื้อนมลทินเช่นนี้ จะร้องก็ร้องไม่ออก มีเพียงเสียงอู้อี้เท่านั้นที่เล็ดลอดออกมาจากผ้าขนหนูผืนเก่าซึ่งอุดอยู่เต็มปาก

ชายวัยห้าสิบปลาย ๆ หรือที่ชาวบ้านรู้จักในชื่ออาจารย์สงคราม ซอยเท้าลงมาจากชั้นสองของบ้านไม้สักมุ่งมายังที่ทำงานของภรรยาทันทีเมื่อเห็นลูกค้าสาวเดินสภาพอิดโรยออกจากบ้านไป เขากำลังรอสิ่งนั้นอยู่ สิ่งที่บางคนไม่ต้องการ อยากจะเอาออก แต่กลับเป็นที่ต้องการของคนบางกลุ่ม

“เป็นไง เด็กอยู่ไหน?” เขารีบถามทันที

นางปลีพยักพเยิดหน้าไปที่ห่อผ้าบนรถเข็นเครื่องมือแพทย์ ตัวแกกำลังล้างเครื่องมือทำมาหากินอยู่ สงครามเดินเข้าไปหาห่อผ้านั่น สองมือเอื้อมจับยกขึ้นมาเชยชมจนเลือดซึมออกมาจากห่อ

“ช่วงนี้มีคนสั่งลูกกรอกเข้ามาเยอะนะ หาเด็กมาป้อนฉันเยอะ ๆ ล่ะ ตัวหนึ่งขายได้ไม่ใช่ถูก ๆ”

“เออ… ช่วงนี้เด็กวัยรุ่นพากันมาทำแท้งกับฉันเยอะ คงปากต่อปากกันไป อีกหน่อยคงมีซากเด็กมากพอให้แกทำลูกกรอกกุมารทองขาย”

“งั้นฉันเอาเด็กนี่ไปทำพิธีก่อนจะได้รีบส่งให้เฮียเล้งเขา คนนี้กระเป๋าหนา แกค้าไม้เถื่อน ตัวนี้ฉันจะเรียกแกสักห้าหมื่น”

“ได้เงินมาเจียดให้ฉันเอาไปซื้อทองเก็บบ้างได้ไหมตาสงคราม”

“ไว้ให้ได้มาก่อนแล้วค่อยคุยกัน” พูดแล้วสงครามก็เอาซากศพเด็กทารกขึ้นไปทำพิธีบนชั้นสอง

กุมารทองแบ่งออกเป็นสองประเภท ประเภทแรกคือกุมารทองโชคลาภเมตตามหานิยม ประโยชน์คือเลี้ยงไว้ปกปักรักษาบ้านจากขโมยหรือคนแปลกหน้าน่าสงสัย โดยที่กุมารทองชนิดนี้จะแปลงร่างหลอกหลอนให้คนเหล่านั้นขวัญกระเจิงเผ่นหนีไป แต่หากคนเหล่านั้นไม่กลัวก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แถมเมื่อฟ้าสางร่างกุมารทองชนิดนี้ก็จะสลายไป

ประเภทสุดท้ายคือกุมารทองเพชฌฆาต กุมารทองชนิดนี้มีฤทธิ์ทำร้ายศัตรู แบ่งความแกร่งกล้าออกเป็นสี่ระดับได้แก่ “เพชรสูญ” มีอิทธิฤทธิ์ทำให้คนกลายเป็นบ้า “เพชรมั่น” ทำร้ายศัตรูโดยการต่อสู้ไม่ว่าใครที่ไหนก็รับมือได้ แต่มีจุดอ่อนคือพ่ายต่อควายธนูที่ทำจากไม้ไผ่หามผี อยู่ได้แต่ภายในอาณาเขตบริเวณบ้านเจ้าของเท่านั้น “เพชรคง” กุมารทองที่แกร่งกล้ากว่าเพชรมั่น มีอำนาจไล่ล่าติดตามศัตรูไปได้ทั่วทุกหนทุกแห่ง “เพชรดับ” นักฆ่าเลือดเย็น ทำร้ายศัตรูให้ตายโดยการบีบคอแบบไม่ทิ้งร่องรอยลายนิ้วมือ

กุมารทองที่สงครามจะสร้างนั้นเป็นกุมารทองที่เฮี้ยนและแรงที่สุดโดยสร้างจากวัสดุอาถรรพณ์คือผงพรายกุมาร ซึ่งคือผงที่ได้จากการเอากระดูกเด็กมาป่นละเอียดผสมกับผงอิทธิเจและปถมัง นำมาประกอบเป็นรูปกุมารทองแล้วปลุกเสกหนุนธาตุ สะกดวิญญาณเจ้าของผงพรายนั้นลงกุมารทองเลย

พิธีกรรมผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แน่นอนสงครามมืออาชีพเรื่องนี้อยู่แล้วนี่ เขาเริ่มเห็นเงินห้าหมื่นเรืองรองอยู่ไม่ไกลแล้ว ขณะกำลังจะลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายหลังนั่งขัดสมาธิติดต่อกันหลายชั่วโมง ก็ต้องชะงักหันไปสนใจบุคคลที่โร่มาหา หมอผีนั่นเองสภาพของเขาตอนนี้สะบักสะบอมมาก ใบหน้าบอบช้ำคล้ำแดงดูน่าสังเวช

“โดนหมาที่ไหนฟัดมาวะไอ้แกละ สภาพเอ็งนี่ดูไม่ได้เลย” สงครามทักทายหมอผี “เอ็งบอกจะไปล้างแค้นไอ้เด็กที่ทำคาถาอาคมแกเสื่อม มันอัดแกอ่วมกลับมาขนาดนี้เลยเหรอ?”

“อูย…” แกละโอดโอยเมื่อขยับปากที่เป็นแผล “ลำพังไอ้เด็กคนนั้นไม่รามือหรอกครับ แต่บังเอิญเพื่อนมันอยู่ด้วย เห็นรูปร่างผอมกะหร่องดูเป็นคุณหนูไม่น่าเชื่อว่าฝีไม้ลายมือเรื่องการต่อสู้จะแพรวพราวอย่างนั้น เล่นฟาดก้านคอผมจนสลบคาเท้า ตื่นมาอีกทีก็เมื่อตะกี้แล้วรีบมาหาอาจารย์นี่แหละ”

แกละสูงวัยกว่าสงครามราวยี่สิบปีได้ แต่เขาเคารพผู้อายุน้อยกว่านี้เป็นอาจารย์ สงครามมีอิทธิฤทธิ์กล้าแกร่งบารมีกว้างไกลกว่าเขานัก บางทีแกละก็ได้คาถาอาคมดี ๆ มาจากสงคราม แก๊งกุมารทองที่เคยเป็นเจ้าของ สงครามก็อนุเคราะห์ให้มา

“ข้าบอกเอ็งให้จ้างพวกวัยรุ่นอันธพาลไปด้วย 2-3 คน เอ็งไม่ได้จ้างหรอกเหรอ?”

“จ้างสิครับ จ้างไปสองคนไม่ได้เรื่องเลย โดนอัดยับก่อนผมเสียอีก”

“บ๊ะ! มันแน่แค่ไหนเชียว” สงครามตบเข่าฉาด

“อาจารย์ช่วยหน่อยสิ ฆ่ามันให้ตายไปเลย ผมแค้นมันนัก” แววตาแกละประสงค์ร้าย

“เพราะอย่างนี้ไงเอ็งถึงเจ็บตัวกลับมา ก่อนจะจัดการศัตรูศึกษาก่อนสิวะ เอ็งประเมินมันต่ำไป สมน้ำหน้าโดนมันอัดแทนที่จะได้อัดมัน”

“อาจารย์อย่าพูดแบบนั้นสิ ผมเจ็บใจมากพอแล้ว ช่วยล้างแค้นให้ทีเถอะ”

“เออ… รู้แล้ว เดี๋ยวฉันต้องส่งกุมารทองไปสืบประวัติไอ้เด็กคนนั้นเสียก่อน” สงครามหยิบตุ๊กตากุมารทองสีดำขลับออกมาจากชั้นวางบูชา วางไว้บนแท่นประกอบพิธีแล้วยกมือพนมขึ้นกลางอก งึมงำคาถาออกมาก่อนจะออกคำสั่ง “คงกระพันลูกพ่อ ไปสืบทีสิว่าไอ้หนุ่มสองคนที่ทำร้ายแกละมันเป็นใคร”

“ได้ครับพ่อ ไว้ใจคงกระพันเถอะ” เสียงซน ๆ ของวิญญาณเด็กดังก้องไปทั้งห้องโดยไม่มีใครมองเห็นร่างนี้ ผ่านไปราวสิบห้านาทีได้ เสียงกุมารทองตนเดิมก็กลับมาดังขึ้นอีกครั้ง

“สืบมาแล้วครับพ่อ ไอ้คนที่ทำของลุงแกละเสื่อมชื่อณภัทร เพื่อนมันอีกคนที่ทำร้ายลุงแกละชื่อจ้อน ตอนนี้พวกมันเปิดสำนักหมดดูด้วยแหละ คนไปดูเยอะกว่าตำหนักของพ่อเสียอีก ไอ้ณภัทรมันติดต่อสื่อสารกับวิญญาณได้ตนหนึ่งเป็นวิญญาณผู้ชาย”

“บ๊ะ! มันกล้าเป็นคู่แข่งข้าเชียวเหรอวะ” สงครามคำราม

“วิญญาณผู้ชายนั่นต้องเป็นวิญญาณตนเดียวกับที่ผมหมายจะเอามาเป็นบริวารแน่เลย เป็นโชคของมันที่วันนั้นไอ้เด็กเวรนั่นช่วยเอาไว้ได้ แถมยังทำของผมเสื่อมอีก มันชื่ออะไรนะ? ณภัทรใช่ไหม? จะจำชื่อนี้ไว้จนกว่าจะตายจากกันเลย” แกละกัดฟันกรอดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น

“บังอาจล้ำเส้นหากินของข้า อย่างนี้ต้องสั่งสอนเสียแล้ว”

แกละดีใจหน้าระรื่น สงครามกำลังจะแก้แค้นแทนเขา ฝีมือระดับอาจารย์เล่นของใส่ใครไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต ศัตรูคู่แค้นของเขากำลังจะหายไปจากโลกนี้แล้ว

สงครามหยิบขวดแก้วออกมาจากตู้เก็บมุมห้อง ดึงจุกผ้าสีแดงที่ปิดปากขวดออก รินของเหลวสีเขียวขุ่นใส่แก้วใบใสที่วางบนแท่นทำพิธี แกละผิดหวังเล็กน้อยนึกว่าสงครามจะเสกพวกหนังควาย ตะปู เส้นผมหรืออะไรเทือกนี้เข้าท้องไอ้เด็กหนุ่มนั่นเสียอีก นี่อะไรแค่น้ำยาสมุนไพรล้างท้อง ฤทธิ์อย่างมากก็แค่ทำให้อาเจียนหมดไส้หมดพุงเท่านั้นเอง

“จะเสกแค่น้ำยาล้างท้องเองเหรอครับ? ผมว่ามันไม่เบาไปหน่อยเหรอ อาจารย์น่าจะเสกตะปูเข้าท้องให้มันดิ้นพราด ๆ ไปเลยนะ”

“แกกะเอามันตายในคราวเดียวเลยเหรอ อย่างนั้นจะไปสนุกอะไรวะ ค่อย ๆ คุกคามให้มันทรมานทีละเล็กทีละน้อยอย่างนี้สะใจกว่าเยอะ” สงครามแสยะยิ้ม

คงต้องปล่อยเลยตามเลยอย่างที่อาจารย์ว่า แกละอยากเสกตะปูเข้าท้องไอ้เด็กหนุ่มคนนั้นตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่ตอนนี้เขาไร้อิทธิฤทธิ์พิษสง ขืนทำพิธีเสกของเข้าท้องคนอื่นมีหวังมนต์ดำได้วกกลับมาเข้าตัว สงครามพนมมือขึ้นกลางอกพลางงึมงำท่องคาถา เรื่องการเสกของเข้าท้องคนอื่นนี่ถนัดนัก

อีกด้านหนึ่งบนห้องชมรมอาสาที่ตึกสโมสรนักศึกษา ที่นี่มีคนแวะเวียนมาไม่ขาดสายเพราะพ่อหมอสำนักนี้ขึ้นชื่อว่าดูดวงแม่นอย่างกับตาเห็น แต่ถ้าบอกความจริงไปว่าคำทำนายทั้งหลายเป็นเพียงการเดามั่วล้วน ๆ ผู้คนคงหมดศรัทธาหายหน้าหายตารายได้หายหด

ณภัทรนั่งประจำตำแหน่ง ขณะนี้เขากำลังมีลูกค้าอยู่ ระหว่างที่มาวินเล่าเรื่องราวในอดีตของหญิงตรงหน้าเขาก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะขึ้นมาทันใด มวนที่ท้องเล็กน้อย อาการค่อย ๆ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งยังรู้สึกคลื่นไส้อยากอาเจียนและเหมือนโดนบางสิ่งกำลังคุกคาม เขานึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัยที่เคารพบูชา สวดมนต์ภาษาบาลีในใจจบไปหนึ่งบทแล้วอาการก็หายเป็นปลิดทิ้ง

เพล้ง!

แก้วใบใสบรรจุน้ำยาสมุนไพรล้างท้องสีเขียวขุ่นจนปริ่มขอบแก้วแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ น้ำยาล้างท้องกระเด็นเลอะใบหน้าสงครามและลอยเข้าปากแกละที่หน้าเหวอเพราะตกใจเสียงแก้วแตก แกเผลอกลืนน้ำยานั่นลงคอ

สงครามสะดุ้งโหยง มนตร์ดำที่แกร่ายออกไปวกกลับมาได้อย่างไร แสดงว่าไอ้หมอดูหนุ่มนั่นต้องมีของดีพกติดตัว ถึงทานอำนาจของแกได้ แกอาจเป็นอีกคนที่ประเมินณภัทรต่ำไป เจ็บใจนัก เกิดมาไม่เคยเสียหน้าอย่างนี้มาก่อนเลย

“หนอย… เก่งไม่เบานี่หว่า” สงครามกัดฟันกรอดพลางยกแขนเสื้อเช็ดหน้าเช็ดตา

ความจริงณภัทรไม่ได้มีของดีอะไรพกติดตัวเลย แม้แต่พระสักองค์ก็ไม่มีห้อยคอ ลุงของเขาที่บวชเป็นพระอยู่ที่บ้านนอกสอนเขาให้ยึดมั่นในความดี ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ห้ามมีเจตนาคิดเบียดเบียนผู้อื่น เท่านี้คุณงามความดีที่เราสั่งสมก็จะเป็นเกราะกล้าคุ้มครองเราจากภยันตรายต่าง ๆ ที่หมายคุกคาม

แกละรู้สึกมวนที่ท้อง อาหารมื้อกลางวันพร้อมน้ำย่อยย้อนกลับทางเดิมพุ่งทะลักออกจากปาก เขาวิ่งมาที่หน้าต่างเกือบไม่ทัน ขืนทำตำหนักแสนรักของสงครามเปรอะเปื้อนมีหวังโดนซัดกบาลร้าว


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!