พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

Share
Share

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว เพราะพวกมันอพยพหนีหายหมด

วันดีคืนดีมีซากหมาเน่าลอยมาติดที่ท่าน้ำหน้าบ้าน แกละกับเมียนอนอยู่ในบ้านก็ตื่นทันทีเพราะกลิ่นเหม็น ลำบากต้องหาไม้ยาวมาเขี่ยให้มันลอยไปพ้น ๆ ไม้ที่หามาได้ก็ยาวไม่พอ แกละต้องเอามือเกาะเสาที่ท่าน้ำไว้ แล้วยืดตัวเขี่ยหมาเน่าให้ถึง แข้งขาคนแก่ก็เสื่อมไปตามอายุ จู่ ๆ แขนขาก็อ่อนแรง แกละร่วงลงไปในน้ำ ต้องตะเกียกตะกายหาที่เกาะเพราะว่ายน้ำไม่เป็น สิ่งที่แกละคว้าเกาะได้ก็คือหมาเน่าเจ้ากรรมนั่นเอง

พื้นบ้านหลังนี้ก็ลั่นเอี๊ยดอ๊าดและไม่เรียบเสมอกัน เวลาเดินต้องระวัง ไม่อย่างนั้นจะสะดุดเท้าเป็นแผลเอาได้ ฝนตกหนัก ๆ หลังคาก็รั่ว ต้องนอนกางร่มกอดกันคลายหนาวสองคนผัวเมีย

สงครามหนีมาซ่อนตัวที่บ้านหลังนี้ได้สองวันแล้ว แกไม่อยากเชื่อเลยว่าชีวิตที่รุ่งโรจน์ของตนเองจะตกต่ำได้เช่นนี้ แกคือร่างทรงของเจ้าพ่อสมิงที่มีลูกศิษย์เคารพบูชาทั่วประเทศ มีอิทธิฤทธิ์กล้าแกร่ง สามารถปลุกเสกวัตถุอาถรรพ์ทั้งเครื่องรางของขลังหรือกุมารทอง ทำรายได้เข้ากระเป๋ามากมาย

แต่หลังจากวันนั้นที่โดนตำรวจบุกจับ แกต้องสูญเสียชีวิตเช่นนั้นไป ต้องพลัดพรากจากนางปลีเมียอันเป็นที่รัก ละทิ้งบ้านหลังงามของตัวเอง แล้วมาซุกหัวอยู่ในบ้านโกโรโกโสหลังนี้แทน ชีวิตของแกตาลปัตรเช่นนี้เพราะไอ้ณภัทร หมอดูกำมะลอผู้เป็นศัตรูคู่แค้น แกเคยประมาณมันไว้ต่ำไปหน่อย ถ้ารู้ว่าจะมีพิษสงขนาดนี้ คงเสกหนังวัวเข้าท้องให้ตายไปนานแล้วอย่างที่แกละบอก แค้นนี้ใหญ่หลวงนัก ต้องชำระให้สาสม

“ข้าต้องจัดการกับไอ้เด็กเปรตนั่นขั้นเด็ดขาดเสียที” สงครามพูด หลังจากเหม่อมองอยู่ที่ท่าน้ำ

“อาจารย์ควรจัดการขั้นเด็ดขาดกับมันได้ตั้งนานแล้ว แล้วอาจารย์จะจัดการมันยังไง จะเสกน้ำยาล้างท้องใส่มันอีกรอบเหรอ” แกละประชดประชัน มาถึงวันนี้แกรู้สึกสมเพชสงคราม ถ้าเชื่อแกแต่แรกว่าให้กำจัดไอ้ณภัทรพ้น ๆ ไปเสีย ชีวิตของสงครามคงไม่ดิ่งลงเหวอย่างนี้หรอก คงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว ที่สงครามจะกลับไปรุ่งโรจน์แบบเดิมอีกครั้ง

“แค่นั้นจะพออะไร คราวนี้ข้าจะเล่นงานเอามันให้ตายอย่างทรมานเลย แต่ไอ้เด็กนั่นมันไม่ได้กระจอกให้เราเล่นเอาง่าย ๆ ขนาดคงกระพันกุมารทองที่แกร่งที่สุดของข้า ยังแตะต้องตัวมันไม่ได้เลย ข้าว่าบางทีอิทธิฤทธิ์ที่ข้ามีอยู่ตอนนี้ อาจทำอะไรมันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”

“โถ่… ถ้าอย่างนั้นอาจารย์สงครามที่เลื่องชื่อนักหนาก็โดนเด็กถอนหงอกเอาวันนี้” แกละตบเข่าฉาด

“ใครว่าจะหมดหนทางกำจัดไอ้เด็กนั่นเสียทีเดียววะ ข้าจะให้วิญญาณนรกจัดการมัน” สงครามทำหน้าเหี้ยมขึงขัง

แกละเหลือกตาอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

“อาจารย์พูดอย่างนี้หมายความว่า…”

สงครามสวนทันที

“ใช่! ข้าจะขายวิญญาณให้ศาสตร์มืดขั้นสูง ให้วิญญาณนรกตัวที่ร้ายกาจที่สุด ใช้ร่างกายของข้าเพื่อล้างแค้นเจ้าเด็กนั่น คราวนี้ถึงมันมีของดีของเด็ดอะไรก็ช่วยชีวิตมันไม่ได้”

“แต่ถ้าทำอย่างนั้น มีโอกาสที่วิญญาณนรกจะไม่ยอมคืนร่างให้อาจารย์นะครับ”

“ข้ายอมหลอมรวมวิญญาณตัวเองเป็นหนึ่งเดียวกับวิญญาณนรก ถึงตอนนั้นข้าจะได้กลายเป็นมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ไม่ว่าใครก็ต้านทานข้าไม่ได้ ฮ่า ๆ ๆ”

เสียงหัวเราะของสงครามฟังดูคล้ายเสียงคำรามของสัตว์ป่าที่มีแต่สัญชาตญาณ ไร้ซึ่งความรู้สึกนึกคิดอย่างมนุษย์ แกละใจคอไม่ดีที่สงครามคิดแบบนั้น เพราะศาสตร์มืดขั้นสูงเป็นสุดยอดของอวิชชา ใครที่คิดใช้เหมือนฆ่าตัวตาย เพราะไม่มีอะไรรับประกันว่าถ้าถอดร่างให้วิญญาณนรกสิงแล้ว มันจะยอมคืนร่างให้เราหรือเปล่า วิญญาณนรกพวกนั้นถ้าลองได้หลุดมาบนโลก พวกมันก็ไม่อยากกลับไปอยู่นรกอีก เพียงแค่อยากแก้แค้น สงครามต้องละทิ้งทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตของตัวเองเชียวเหรอ

ของอาถรรพ์ที่จะนำมาใช้ทำพิธีกรรมอันเชิญวิญญาณนรกนั้นมีหลายอย่าง แกละได้รับคำสั่งจากสงครามให้หาของเหล่านั้นมาภายในวันนี้ เพราะคืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง แสงทองของดวงจันทร์จะนำทางวิญญาณนรกให้มาสิงสู่ยังร่างของสงคราม แกละต้องแอบไปขุดเอาผ้าห่อศพไร้ญาติจำนวน 33 ชิ้นจากหลายสุสาน กระดูกกระเดี้ยวชายชราก็ไม่ดี กว่าจะหาครบฟ้าก็เกือบมืด

ต้องตามหาแมวดำจำนวน 3 ตัวเพื่อเชือดเอาเลือดมาบูชายันต์ แกละขโมยแมวพวกนั้นจากละแวกบ้าน แอบหลบสายตาตำรวจที่เฝ้าอยู่หน้าตำหนัก เพื่อเข้าไปเอากุมารทองจำนวน 13 ตัวสำหรับให้วิญญาณนรกกินเพื่อเพิ่มพลัง กว่าจะหาของครบ แกละก็หืดขึ้นคอ สงครามจัดโต๊ะบูชาที่ท่าน้ำข้างคลอง ที่ตอนนี้สะท้อนแสงทองระยิบระยับแวววาว

พิธีกรรมเริ่มขึ้นในเวลา 3 ทุ่ม 33 นาที ชาวบ้านริมคลองแถวนี้ปิดไฟนอนกันหมดแล้ว เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นออกไปใช้แรงงานแต่เช้ามืด สงครามเริ่มพิธีโดยการเผาผ้าห่อศพจำนวน 33 ชิ้นเพื่อเอาขี้เถ้าใส่ไว้ในหม้อดินเผา หิ้วแมวดำตัวเป็น ๆ ขึ้นมาแล้วเอากริชอาคมเชือดคอทีละตัว เลือดสีแดงคล้ำไหลจากด้ามกริช ลงสู่หม้อดินเผาไปผสมกับขี้เถ้า สงครามทิ้งศพแมวดำทั้งสามตัวลงในคลอง

พิธีกรรมเดินมาได้ครึ่งทางแล้ว สงครามคว้ากิ่งต้นกระถิน เอามากวนทุกสิ่งในหม้อดินเผาให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน เอื้อมไปหยิบตุ๊กตากุมารทองที่ตนเองปลุกเสกไว้เป็นบริวารขึ้นมาหักเอาหัวหย่อนลงไปในหม้อจนครบ 12 ตัว

กุมารทองตัวสุดท้ายทำแกลำบากใจ เพราะมันคือคงกระพันกุมารทองที่แกรักมากที่สุด สงครามมองกุมารทองสีดำขลับในมืออย่างยากที่จะทำใจ แต่เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังอำนาจเพิ่ม แกจำเป็นต้องสูญเสียผีเด็กตนนี้ จึงหักคอตุ๊กตากุมารทองคงกระพันเอาใส่รวมกับเพื่อน ๆ ในหม้อดินเผา

ถัดจากนั้นสงครามหยิบผ้ายันต์สีแดงจำนวน 23 ใบขึ้นมาจุดไฟเผา แล้วหย่อนใส่ลงในหม้อดินเผาจนไฟลุกท่วม แกตั้งสมาธิยกมือขึ้นพนมกลางอก แล้วสวดงึมงำคาถาที่ชีวิตนี้ไม่เคยคิดจะใช้ แกละมองพิธีกรรมดำเนินไปอยู่ไม่ไกลด้วยใจหวั่น ภาวนาขอให้หลังจากล้างแค้นไอ้ณภัทรเสร็จแล้ว วิญญาณนรกคืนร่างกายให้อาจารย์สงครามอย่างเดิมด้วย

ทันทีที่สงครามสวดคาถาจบประโยค ดวงจันทร์สีเหลืองทองก็ค่อย ๆ กลายเป็นสีแดงฉานราวกับเลือดของแมวดำสามตัวที่ใช้บูชายันต์ บรรยากาศริมคลองในตอนกลางคืนที่เงียบสงัดและหนาวเหน็บ ยิ่งเหน็บหนาวมากขึ้นจนเข้ากระดูกดำ

สงครามและแกละเห็นเงาตะคุ่มลอยจากดวงจันทร์สีเลือดค่อย ๆ เข้ามาหา เมื่อมันเข้ามาใกล้ในระยะสายตาจนมองเห็นชัด แกละก็ตกตะลึงอ้าปากค้าง เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอัปลักษณ์น่าเกลียดน่ากลัวกว่าสิ่งใดบนโลกใบนี้ สมแล้วที่มันมาจากนรก

ขนาดตัวของมันใหญ่เป็นสองเท่าของมนุษย์ธรรมดาน่าจะสูงเกือบสี่เมตรได้ ส่วนหัวดูคล้ายสิงโตที่มีขนตรงแผงคอยุ่งเหยิงกระเซอะกระเซิง บนหัวมีเขาแหลมงองุ้มคล้ายเขาของแพะ เขี้ยวเล็กแหลมเรียงซ้อนอัดแน่นอยู่ในปาก เดาว่าแม้แต่เหล็กกล้าก็กัดให้ขาดได้ในครั้งเดียว ดวงตาสีแดงของมันอำมหิตยิ่งกว่าสัตว์ป่าตัวใด ๆ ลำตัวท่อนบนดูบึกบึนทรงพลังคล้ายลิงกอริลลา เพียงแต่มันไม่มีขนกลับเป็นหนังหนาหยาบ ๆ สาก ๆ คล้ายสัตว์เลื้อยคลานแทน

หมัดของมันขนาดใหญ่เท่าลูกบาสเก็ตบอล ที่สามารถทุบรถบรรทุกให้แบนราบไปกับพื้นถนนได้เพียงไม่กี่หมัด ท่อนล่างดูคล้ายกับขาของม้า และมีอวัยวะที่บ่งบอกว่ามันเป็นเพศชาย ต้นขาใหญ่เพราะมัดกล้ามเนื้อสุดแข็งแรง แต่ปลายขาเรียวเล็กเพรียวบางและมีเท้าเป็นกีบ ด้านหลังเป็นปีกคล้ายค้างคาวคู่ใหญ่สยายแผ่กว้าง บังแสงจันทร์ไม่ให้ส่องมาที่โต๊ะบูชา หากมันกระพือปีกทีเดียวคงพัดบ้านโกโรโกโสของแกละปลิวออกนอกโลกได้ มันมีหางยาวราวสองเมตร ที่ส่วนปลายแหลมคล้ายหอกใช้ทะลวงหัวใจมนุษย์ได้ แกละตัวสั่นงันงกเมื่อได้เห็นวิญญาณนรกในตำนานเล่าขานกับตาตัวเองในตอนนี้

วิญญาณนรกดูน่ากลัวกว่าที่สงครามจินตนาการเอาไว้มาก แกพยายามทำใจดีเข้าสู้ แต่ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อมันร้องคำรามเสียงดังกึกก้อง เป็นเสียงคำรามที่น่าเกรงขามแม้แต่เจ้าป่าได้ยินยังต้องเผ่นหนี มันอ้าปากอวดเขี้ยวแหลมน่าหวาดเสียว แล้วดูดเอาวิญญาณกุมารทองทั้ง 13 ตัวในหม้อดินเผาเข้าปากเพื่อกินเอาพลัง วิญญาณเด็กตนแล้วตนเล่าถูกดูดกลืนพร้อมเสียงร้องโหยหวนขอให้สงครามช่วยเหลือ

“พ่อช่วยหนูด้วย หนูไม่อยากถูกมันกิน อ๊าก… กกก!” คงกระพันตะโกนร้องเป็นประโยคสุดท้าย ก่อนจะถูกกลืนหายเข้าปากของวิญญาณนรก

สงครามยากที่จะทำใจ เพราะแกรักคงกระพันเหมือนเป็นลูกชายแท้ ๆ จึงหันไปทางอื่นไม่อยากมองวาระสุดท้ายของวิญญาณเด็กดวงนี้

วิญญาณนรกกินวิญญาณกุมารทองจำนวน 13 ตัวจนอิ่มแล้วคำรามออกมาอีกครั้ง ครั้งนี้มันกึกก้องยิ่งกว่าเดิมจนสงครามที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะบูชาผงะเซถอยหลัง

“วิญญาณนรกเอ๋ย โปรดใช้ร่างเนื้อของข้าเพื่อทำการชำระแค้นที่ข้ามีต่อไอ้ณภัทรด้วยเถิด” สงครามตะโกนสู้เสียงคำราม แล้วกางมือออกเชื้อเชิญให้วิญญาณนรกมาสิงสู่ยังร่าง

วิญญาณนรกจ้องสายตาเดรัจฉานมายังสงคราม มันกระพือปีกเบา ๆ ทีหนึ่งก็พาร่างสูงสี่เมตรของมันพุ่งทะยานมาหาสงคราม แล้วหายวับเข้าไปในมนุษย์ร่างท้วมซึ่งสูงไม่เกิน 170 เซนติเมตรผู้นี้ ร่างของสงครามกระตุกหนึ่งทีเหมือนตกใจ แล้วแน่นิ่งยืนงันอยู่อย่างนั้น แกละมองดูด้วยความลุ้น ถ้าพิธีกรรมนี้ล้มเหลวก็น่าจะดี

“อาจารย์สงครามครับ” แกละทำลายความเงียบ เรียกสงครามแต่ไม่ได้การตอบรับ “อาจารย์เป็นยังไงบ้างครับ?”

“ฮ่า ๆ ๆ” สงครามหัวเราะเยือกเย็น ก่อนจะหันมายังแกละ

แกละตะลึงกับสายตาเดรัจฉานดุจวิญญาณนรกที่สงครามจ้องมองมา บุคคลตรงหน้าของแกไม่ใช่อาจารย์สงครามที่เคารพนับถืออีกต่อไป แต่เป็นวิญญาณนรกที่อาศัยอยู่ในร่างของสงครามต่างหาก มันค่อย ๆ ย่างสามขุมเข้ามาหา แกละรู้สึกได้ถึงความประสงค์ร้ายจึงถอยหนี

“นี่ผมแกละ ลูกศิษย์ของอาจารย์ไงครับ จำไม่ได้เหรอ อาจารย์จะทำอะไรครับ?”

สงครามแสยะยิ้ม แกละเห็นท่าไม่ดีจึงใส่เกียร์หมารีบเผ่นหนี แต่ไม่ทันฝีเท้าของมันที่กระโจนเข้าใส่ แล้วกระชากผมให้แกละเอียงคอ มันอ้าปากกัดที่ก้านคออย่างแรงจนเลือดพุ่ง ชายชราร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวดเมื่อถูกมันดูดดื่มเลือด ใช้เวลาเพียงไม่นานร่างของแกละก็ขาวซีดเพราะถูกดูดเลือดออกจนหมดตัว

สงครามที่ตอนนี้มีวิญญาณนรกสิงสู่ เหวี่ยงร่างไร้วิญญาณของแกละลงในคลองเสียงดังตูม แล้วยกชายเสื้อขึ้นปาดเลือดที่เปื้อนริมฝีปาก สาเหตุที่เรียกวิญญาณนรกอย่างมันขึ้นมาบนโลก เพียงเพื่อแก้แค้นมนุษย์ที่ชื่อณภัทรอย่างนั้นเหรอ เจ้ามนุษย์อ่อนแอผู้นั้น แม้มันจะแน่สักแค่ไหนก็ไม่อาจทัดเทียมพลังกับวิญญาณนรกผู้แข็งแกร่งอย่างมันได้อยู่แล้ว เพียงแค่จับแล้วหักคอ ไอ้ณภัทรคนนั้นก็สิ้นใจคามือแล้ว นึกอย่างนั้นมันก็หัวเราะออกมากึกก้องไปทั่วทั้งย่านริมคลองแห่งนี้

ซ้งไม่ได้กลับบ้านมานานหลายเดือนแล้ว ที่ผ่านมาเขาตระเวนไปนอนค้างกับเพื่อนคนโน้นคนนี้ เพื่อหนียุทธ์เพื่อนสนิทที่รสนิยมทางเพศเปลี่ยนไป หลังถูกน้ำมันพรายเจ็ดป่าช้าของสงคราม ที่ผ่านมาซ้งเกือบตกเป็นของยุทธ์หลายครั้งแล้ว แต่มีลูกล่อลูกชนเอาตัวรอดมาได้ทุกครั้ง

เพื่อน ๆ พยายามไปขอน้ำมนต์ที่ล่ำลือกันว่าศักดิ์สิทธิ์สามารถล้างเคราะห์ล้างซวยมาให้ยุทธ์อาบ แต่ฤทธิ์ของน้ำมันพรายก็ไม่หาย เมื่อจนปัญญาจึงกลับมาขอให้พ่อช่วยติดต่ออาจารย์สงคราม ผู้เป็นคนปลุกเสกน้ำมันพรายเจ็ดป่าช้าตัวเจ้าปัญหา ถึงทางแก้ฤทธิ์ให้เสื่อมสลายว่าทำยังไง และมาทวงเงินเดือนของเดือนนี้ ที่ผู้เป็นพ่อไม่ได้โอนให้มาหนึ่งอาทิตย์แล้ว

แต่เมื่อมาถึงหน้าบ้าน พบประตูเหล็กบานใหญ่ปิด มีป้ายประกาศว่าบ้านงามหลังนี้ถูกอายัตเป็นของกลางเรียบร้อยแล้ว ซ้งตกใจ ไม่รู้ว่าระหว่างที่ไม่ได้ติดต่อกับพ่อเกิดอะไรขึ้นบ้าง เขาขับรถคันหรูไปยังสถานีตำรวจ เผื่อเจ้าหน้าที่จะช่วยคลายความสงสัยให้ได้

จ่าสิบตำรวจประจำโต๊ะรับแจ้งเหตุร้อนทุกข์กำลังจะกลับบ้าน เนื่องจากหมดเวรตัวเองแล้ว ต้องตกใจกับชายหนุ่มที่กุลีกุจอเข้ามาหา

“ทำไมบ้านผมถึงถูกยึด เกิดอะไรขึ้น แล้วพ่อของผมหายไปไหน?” ซ้งถาม

“บ้านถูกยึด บ้านของใครล่ะ? คนทำผิดกฎหมายค้ายาเสพติดแล้วถูกจับได้ โดนยึดบ้านเป็นของกลางเยอะแยะไป ฉันจะรู้ไหมว่าบ้านหลังไหน”

“บ้านเฮียเล้งที่หลังใหญ่ ๆ ไง แล้วตอนนี้เฮียเล้งอยู่ไหน เมื่อกี้ผมโทรติดต่อก็ไม่ได้”

“อ๋อ… บ้านเฮียเล้งนั่นเอง บ้านหลังนั้นได้มาด้วยเงินผิดกฎหมาย ทางเราต้องอายัตไว้ ตอนนี้เฮียเล้งปลอดภัยดีอยู่ในคุกกำลังรอนำตัวขึ้นศาล น้องเป็นลูกชายแกเหรออยากเยี่ยมหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้ายหน่อยไหม?” จ่าสิบตำรวจเหยียดยิ้มสมน้ำหน้า

“เป็นไปไม่ได้ พ่อของผมทำกิจการปั๊มน้ำมัน ผิดกฎหมายตรงไหน เดี๋ยวนี้ตำรวจหากินง่ายอย่างนี้เหรอ ยัดข้อหาให้ประชาชน แล้วยึดทรัพย์สินไปดื้อ ๆ”

“อ้าว ๆ ไอ้น้อง พูดอย่างนี้อยากโดนข้อหาหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน แล้วเข้าไปนอนอยู่ในคุกเป็นเพื่อนพ่อเหรอ”

ผู้หมวดปัญญ์เดินออกมาจากห้องทำงานส่วนตัว เมื่อได้ยินเสียงเอะอะด้านนอก

“มีอะไรเหรอจ่า เสียงดังเอะอะเข้าไปถึงข้างในห้องทำงานผมเชียว?”

“ไอ้หนุ่มคนนี้น่ะสิครับ กล่าวหาว่าตำรวจยัดข้อหาให้พ่อของเขา”

“ก็จริงไหมล่ะ พ่อของผมทำอาชีพสุจริต แล้วทำไมถึงโดนจับเข้าคุกล่ะ กิจการปั๊มน้ำมันสองแห่งของเราไปได้ดี และมีแผนกำลังจะขยายแห่งที่สาม พ่อก็มาโดนตำรวจชั่ว ๆ จับก่อน” ซ้งเดือดดาล

“เอ๊ะ ไอ้เด็กคนนี้ กล้าว่าผู้หมวดปัญญ์อย่างนั้นเหรอ” จ่าสิบตำรวจแกล้งทำเป็นของขึ้นจะเข้ามาจับซ้ง แต่ผู้หมวดปัญญ์ปรามไว้ก่อน

“อย่าแตะต้องตัวเขาเชียวนะจ่า” หันมาพูดกับซ้ง “พ่อของนายชื่อเฮียเล้งใช่หรือเปล่า?”

ซ้งหงึกหงักหัว

“นายคงไม่รู้สินะ ว่านอกจากอาชีพเจ้าของกิจการปั๊มน้ำมันสองแห่ง พ่อของนายยังเป็นนายหน้าแอบลักลอบตัดไม้ป่าสงวนไปขายให้ชาวต่างชาติ โทษก็ไม่แรงเท่าไหร่ ติดคุกอย่างมากแค่สามปี ไปคุยกับพ่อของนายหน่อยไหม ได้ฟังจากปากพ่อ นายคงเชื่อมากกว่าได้ยินจากฉัน” พูดแล้วผู้หมวดปัญญ์ก็เดินนำเข้าไปข้างใน ซึ่งเป็นห้องขังผู้ต้องหา

ซ้งเห็นพ่อตัวเองนั่งหงอยอยู่ในลูกกรง ราศีความเป็นเฮียเล้งไม่จับเป็นประกายดั่งแต่ก่อนแล้ว เมื่อเฮียเล้งเห็นหน้าลูกชายที่ไม่ค่อยได้ติดต่อกันเท่าไหร่ เพราะตนห่วงเรื่องงานผิดกฎหมายมากกว่าก็รีบลุกขึ้นเข้าไปจับมือลูกชายมากุมไว้

“ซ้ง! ลื้อช่วยอั๊วด้วย ไปเอาเงินมาประกันอั๊วเร็ว อั๊วทนอยู่ที่สับปะรังเคอย่างนี้ไม่ไหวแล้ว”

“ทำไมป๊าถึงมาติดคุกอย่างนี้ล่ะ ป๊าค้าไม้เถื่อนอย่างที่พี่ตำรวจคนนี้เขาว่าจริง ๆ เหรอ?” ซ้งถาม แววตาผิดหวัง

เฮียเล้งแววตาสำนึกผิดอยู่แวบเดียว ก่อนจะกลับมาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อย่างเดิม

“อย่าถามให้มากน่า อั๊วรำคาญ รีบเอาเงินมาประกันตัวอั๊วเร็ว”

“อั๊วไม่มีเงินหรอกป๊า ป๊าลืมโอนเงินเดือนให้อั๊วมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว บ้านเราก็ถูกยึด ตอนนี้เราไม่เหลืออะไรอีกแล้ว อั๊วช่วยอะไรป๊าไม่ได้หรอก”

เมื่อเฮียเล้งตกอยู่ในสภาพจนตรอกก็รู้สึกอับอายขายหน้า ลูกชายคนเดียวที่ยืนอยู่หลังลูกกรงคั่นก็พึ่งพาอะไรไม่ได้

“ไอ้ลูกบัดซบ! หาทางช่วยอั๊วสักอย่างสิวะ อั๊วมาอยู่ในซังเตอย่างนี้ไม่ได้ รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น” เฮียเล้งโกรธจนหน้ามืด ควบคุมตัวเองไม่ได้ ยกฝ่ามือขึ้นตบใบหน้าลูกชายอย่างแรง ทำท่าจะคว้ากระชากคอเสื้อซ้งอีกที แต่ดีที่ผู้หมวดปัญญ์พาถอยไปได้ก่อน

“หาเงินมาประกันตัวอั๊วให้ได้ ไอ้ลูกเนรคุณ พึ่งพาอะไรไม่ได้!” เฮียเล้งโวยวายบ้าคลั่ง

ผู้หมวดปัญญ์พาซ้งเดินออกมาข้างนอก พลางตบไหล่ให้กำลังใจซ้ง 2-3 ที แล้วซ้งก็เดินเลื่อนลอยออกมาจากสถานีตำรวจ

ซ้งทิ้งรถคันหรูคู่ใจเอาไว้ที่สถานีตำรวจ หากจอดไว้ที่นี่ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีขโมยมางัด เขาเดินเอ้อระเหยไร้จุดหมาย ตอนนี้รู้สึกเหมือนตนเองลอยเคว้งอยู่ในอวกาศ ไม่มีที่ยึดเหนี่ยว ไม่มีบ้านให้กลับ ไม่มีเพื่อนสนิทให้ปรึกษา ไม่มีเงินใช้จ่าย

เขาหวนนึกถึงอดีตว่ามีอะไรที่เขาเคยทำสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง คำตอบคือไม่มี เขาติดคณะวิศวกรรมได้ก็เพราะใช้เส้นสายของพ่อ แต่ไม่สามารถรักษาผลการเรียนให้อยู่ในระดับที่มหาวิทยาลัยรับได้ จึงถูกให้พ้นจากสภาพนักศึกษา

อยากให้ผู้หญิงที่ตนแอบรักหันมาสนใจ แทนที่จะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น แต่กลับหวังพึ่งวิธีสกปรก จนสิ่งนั้นย้อนมาเล่นงานตนเอง มันทำให้ซ้งเข้าใจน้ำเพชรว่าการถูกเทียวไล้เทียวขื่อเป็นประจำ มันน่าอึดอัดใจเช่นไร เมื่อมาโดนกับตนเอง ทำไมชีวิตของเขาช่างไม่เรียบสวยเหมือนคนอื่น ๆ เลย

ปรี๊น น น!

เสียงแตรรถกระบะที่บรรทุกของมาเต็มหลังรถดังขึ้น ขณะที่ซ้งเหม่อลอยเดินข้ามถนนโดยไม่มองทาง ซ้งตกใจ สติกลับคืนมา หันไปเห็นรถกระบะวิ่งพุ่งมา แสงไฟจ้าสาดหน้าก็เข่าอ่อนทรุดล้มลงกองกับพื้น โชคดีที่คนขับเหยียบเบรกหยุดรถไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นซ้งคงเหลือแต่ชื่อ เมื่อเห็นคนตรงหน้าล้มลงไป คนขับก็รีบเปิดประตูรถเดินลงไปดู

“เป็นไงบ้างไอ้หนุ่ม เดินข้ามถนนยังไงไม่ดูรถดูราเลย เกิดลุงเหยียบเบรกช้าไปอีกนิด เอ็งได้เละคาพื้นถนนแน่” คนขับรถกระบะเข้ามาพยุงซ้งพลางบ่น

“ผมไม่เป็นอะไรครับ ขอโทษลุงด้วย” ซ้งลุกขึ้นยืน

“เอ็งจะรีบไปไหน ถึงข้ามถนนไม่ดูรถ?” คนขับรถกระบะวัยกลางคน แก่พอ ๆ กับเฮ้ยเล้งถาม

“ผมก็ไม่รู้ว่าจะไปไหนดี ตอนนี้ผมไม่มีที่ไปแล้ว” ซ้งน้ำตาซึม

“งั้นไปกับลุงไหม ลุงกำลังจะไปส่งของที่เชียงราย นั่งรถไปกันยาว ๆ เลย”

คนขับรถกระบะตบหลังซ้งแล้วพาขึ้นรถ จากนั้นแนะนำตนเองว่าชื่อ “สมัย” ลุงสมัยรับรู้ได้ว่าซ้งมีหลายเรื่องอัดแน่นอยู่ในใจ แต่แกไม่ถามว่าเรื่องอะไรทำเอ็งเศร้าใจได้ขนาดนี้ แกเลือกที่จะเล่าเรื่องสัพเพเหระ นึกอะไรออกก็เล่าให้ฟัง เผื่อจะทำให้ซ้งลืมเรื่องราวหนัก ๆ ในหัวลงได้บ้าง

ลุงสมัยพาซ้งแวะกินมื้อดึกที่จุดพักรถ เมื่อเดินทางมาได้ครึ่งทาง อารมณ์ในตอนนี้ซ้งไม่มีกระจิตกระใจจะเอาอะไรใส่ท้อง จึงกินข้าวที่ลุงสมัยเอามาให้เท่าแมวดม การเดินทางอันยาวนานถึงชั่วโมงพาทั้งสองคนมาถึงจังหวัดเชียงราย จังหวัดที่อยู่เหนือสุดแดนสยาม

ลุงสมัยจอดส่งของที่ตลาดสดขนาดใหญ่ บรรยากาศคึกคัก ที่นี่อากาศดี มีหมอกบางเบาและแสงอาทิตย์อบอุ่นยามเช้า ลุงสมัยเลี้ยงข้าวต้ม ก่อนซ้งจะขอตัวลา แกให้ที่อยู่ติดต่อ บอกว่าหากมีปัญหาติดต่อแกได้ทุกเมื่อ

ซ้งเดินออกมาจากตลาด มองบรรยากาศสวยงามโดยรอบแล้วลืมเรื่องทุกข์ใจไปได้บ้าง เขาสะดุดตากับแสงทองเรืองรองที่สะท้อนมาจากวัดที่อยู่ใกล้ ๆ ช่วงชีวิตที่ผ่านมาซ้งเข้าวัดนับครั้งได้ เพราะไม่รู้เหตุผลว่าจะเข้าไปทำอะไรที่วัด วัดเป็นสถานที่น่าเบื่อ มีแต่คนแก่ ๆ นั่งฟังเทศน์ฟังธรรม แต่ตอนนี้เขารู้สึกโหยหาความสงบและที่พึ่งพิงทางจิตใจ จึงก้าวเดินพาตัวเองเลี้ยวเข้าไปที่นั่น วัดแห่งนี้สร้างอย่างเรียบง่าย ไม่หวือหวาหรูหราอลังการ ซ้งได้ยินเสียงพระทำวัตรเช้าดังมาจากในวิหาร จึงถอดรองเท้าเข้าไปนั่งพับเพียบฟังอย่างเรียบร้อย

เสียงสวดที่ฟังไม่เข้าใจความหมาย ทำจิตใจของซ้งสงบ เขาลืมตาขึ้นมาเมื่อบทสวดจบ พบพระอาวุโสน่าเคารพนั่งอยู่บนอาสนะ จึงคลานเข่าเข้าไปหา

“สวัสดีครับหลวงพ่อ” ซ้งพนมมือไหว้

“คุยกับพระให้ใช้คำว่านมัสการนะโยม” หลวงพ่อบอกพลางยกน้ำปานะขึ้นจิบ

“นมัสการครับหลวงพ่อ ตอนนี้ชีวิตของผมทุกข์มากเหลือเกิน ผมทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จเลยสักอย่าง เรียนหนังสือก็ไม่จบ พ่อผมก็มาติดคุก บ้านผมเคยมีฐานะแต่ตอนนี้ผมไม่เหลือเงินติดตัวเลยสักบาท ทำไมกันครับทำไมชีวิตผมต้องเจอกับความทุกข์มากขนาดนี้ด้วย” ซ้งพูดแล้วน้ำตาไหล

หลวงพ่อยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เหมือนปู่ยิ้มให้หลาน

“ชีวิตที่พบเจอทุกข์เป็นชีวิตโดยแท้ ไม่มีใครไม่เคยมีความทุกข์ ความทุกข์ที่พบเจอจะสอนให้โยมเติบโต ต่างจากความสุขที่ทำให้โยมอ่อนแอ เพราะมันว่างเปล่า เข้ามาโดยไม่ให้โยมได้เรียนรู้อะไรจากมันเลย โชคดีแล้วที่โยมเจอความทุกข์ เมื่อรู้สาเหตุของความทุกข์ก็จงปล่อยวางเสีย”

“ผมอยากเรียนรู้พระธรรมให้มากกว่านี้ หลวงพ่อช่วยแนะนำผมได้หรือเปล่าครับ?”

ซ้งตัดสินใจสละทางโลก หันพึ่งทางธรรมให้เยียวยาจิตใจ ความรู้สึกอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวเหมือนลอยเคว้งคว้างอยู่ในอวกาศ ได้หายไปเมื่อเขาจับผ้าเหลืองขึ้นห่มกาย อิทธิฤทธิ์อาถรรพ์ของน้ำมันพรายเจ็ดป่าช้าที่ครอบงำยุทธ์อยู่ก็เสื่อมสลายไปด้วย นับจากนี้พระซ้งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนจะครองผ้าเหลืองไปนานเท่าไหร่ รู้เพียงว่าตอนนี้จิตใจของตนเองสงบก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องห่วงอดีต พะวงอนาคต


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 30

จ้อนเกลียดรอยยิ้มมีเลศนัยและสายตาแวววาวของณภัทรที่จ้องมายังเขาในตอนนี้ มันเป็นสัญญาณบอกลางร้ายว่าพระศุกร์กำลังเข้า พระเสาร์กำลังแทรกดาวประจำราศีของเขา ณภัทรยิ้มอย่างนี้ทีไร มักหาเรื่องเดือดร้อนมาสู่จ้อนเสมอ “แกมองฉันอย่างนั้นหมายความว่ายังไง แกกำลังคิดอะไรอยู่?” จ้อนถามเพื่อนสนิทของเขา เมื่อรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล “เราจะไปหาหลักฐานมาให้พี่ปัญญ์ดูให้ยากเย็นทำไม สู้พาพี่ปัญญ์ไปเห็นกับตาไม่ดีกว่าเหรอ?” ณภัทรเปรย...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!