พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 26

Share
Share

สี่หนุ่มสาวมาเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้า หลังพากันรับประทานมื้อเย็นเสร็จก็ขึ้นมายังชั้นที่ขายแต่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ชั้นนี้ขายเสื้อผ้าหลากหลายราคา มีตั้งแต่คุณภาพระดับตลาดนัด จนถึงแบรนด์เนมราคาแพง จ้อนกำลังคิดอยู่ว่าควรเลือกเสื้อผ้าแบบไหนให้มุกลัดดาดี ที่เธอแต่งตัวทุกวันนี้ดูห้าวทโมนไม่สมหญิง หากเลือกเสื้อผ้าสีลูกกวาดหวานแหววลายลูกไม้หรือมีระบายจะดูขัดกับบุคลิกของเธอมากเกินไป ต้องเลือกเสื้อผ้าแนวกลาง ๆ ไม่ห้าวไม่หวานจนเกินไป

การแต่งกายโดยให้ผู้สวมใส่ดูดีที่สุด ต้องคำนึงว่าชุดที่ใส่สามารถดึงเอาเสน่ห์ของผู้สวมใส่ออกมาได้มากน้อยแค่ไหน เสน่ห์ของมุกลัดดามีอะไรบ้าง ตัวสูงยาว เค้าโครงดี ผิวสีน้ำผึ้ง หน้าคม หากจะให้ขาคู่ยาวของเธอโดดเด่นควรเลือกกระโปรงยาวปริ่มเข่า แล้วสวมคู่กับเสื้อแขนกุดสีเข้ากัน หรือเลือกกระโปรงเข้ารูปยาวตั้งแต่เหนือเอวคร่อมถึงเข่า สีโทนน้ำตาลอ่อนเพื่อเน้นสัดส่วนท่อนล่างให้โดดเด่น โดยสวมคู่เสื้อยืดแขนสามส่วนคอเว้าเย้ายวนใจจึงจะดึงความเป็นผู้หญิงของเธอออกมามากขึ้น

จ้อนเดินนำเพื่อน ๆ เข้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนมร้านหนึ่ง มุกลัดดาไม่เคยเห็นหรือได้ยินเสื้อผ้ายี่ห้อนี้เลย แต่รู้ได้ทันทีว่าร้านนี้ต้องขายราคาแพง เพราะดูจากขนาดร้านที่กว้างขวาง การตกแต่งจัดวางที่เรียบหรูหราด้วยสีขาวดำ ภาพนางแบบนายแบบที่ล้วนดูดีประดับอยู่ภายในร้าน ลูกค้าที่กำลังเลือกเสื้อผ้าแต่ละคนนั้นอยู่ในวัยทำงานมีกำลังทรัพย์กันทั้งสิ้น มุกลัดดารีบวิ่งไปรั้งจ้อน

“เราเปลี่ยนร้านเถอะ ดูแล้วร้านนี้น่าจะแพง ฉันแต่งตัวยังไงก็ได้แค่เสื้อผ้ากับกางเกงยีนก็ลุยได้รอบโลกแล้ว”

“แต่งตัวอย่างนั้นไป พ่อแม่ของฉันคงเชื่อหรอกว่าเธอเป็นผู้หญิงจริง ๆ ไม่ต้องห่วง ฉันจะออกเงินซื้อให้เธอ ถือเป็นค่าจ้างก็แล้วกัน”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ชุดเดียวราคาคงเป็นหมื่นเลยมั้ง”

“จะกลัวอะไร ฉันขโมยบัตรสมาชิกจากแม่ของฉันมา เขาลดให้ผู้ถือบัตรตั้งห้าเปอร์เซ็นต์”

พูดแล้วจ้อนก็เดินเข้าไปต่อ มุกลัดดายืนนิ่ง ลดแค่ห้าเปอร์เซ็นต์จะเป็นเงินสักเท่าไหร่กัน ซื้อหนึ่งหมื่นลดแค่ห้าร้อยเอง จำนวนมันต่างกันมาก ลดก็เหมือนไม่ได้ลด ถ้าลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ค่อยว่าอีกอย่าง สู้ซื้อเสื้อผ้าจากร้านที่อยู่ติดห้องน้ำก็ไม่ได้ ชุดหนึ่งราคาแค่ไม่กี่ร้อย ขณะกำลังตัดสินใจว่าจะเดินตามจ้อนเข้าไปหรือเดินออกจากร้านดี น้ำเพชรก็มาจับที่แขนของเธอ

“เข้าไปกันเถอะ นายจ้อนบอกจะซื้อให้ เธออย่าคิดอะไรมากจะเสียน้ำใจเพื่อนเอา หมอนั่นคงอยากให้แฟนตัวเองดูดีที่สุดต่อหน้าพ่อแม่ของตัวเอง”

“ก็แค่แฟนหลอก ๆ” มุกลัดดาตัดพ้อ แล้วสามคนที่เหลือก็เดินตามเข้าไป

จ้อนจะซื้อเสื้อผ้าให้มุกลัดดาสักสองชุด สีเข้มชุดหนึ่ง สีอ่อนชุดหนึ่ง เขาเดินเลือกดูโดยมีเพื่อนตามหลัง สะดุดตาเข้ากับชุดเดรสยาวคลุมถึงเท้าสีเขียวขี้ม้ามีแขนยาว จึงชี้ให้มุกลัดดาดูว่าเธอชอบไหม มุกลัดดาไม่สนใจมองชุด ดูแต่ป้ายราคาเห็นตัวเลขห้าหลักก็ตกใจส่ายหน้าให้จ้อน เดรสชุดนี้ทำมาจากเส้นใยอะไรทำไมราคาถึงแพงนักแพงหนา

จ้อนชี้ชุดให้มุกลัดดาดูอยู่หลายชุดแต่เธอก็ส่ายหน้าไม่เอาท่าเดียว ณภัทรอยู่ในร้านหรูแล้วรู้สึกคันคะเยอ สงสัยเขาอาจเป็นภูมิแพ้ไฮโซจึงเอ่ยปากบอกจ้อนว่าจะออกไปเดินข้างนอก

“แกกับมุกลัดดาเดินดูเสื้อผ้ากันตามสบายเลยนะ ฉันขอตัวออกไปเดินเล่นข้างนอก ถ้าเลือกกันได้แล้วก็ค่อยโทรหาละกัน” หันไปหาน้ำเพชร “น้ำเพชรเธอออกไปเดินเล่นเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ”

หญิงสาวพยักหน้าตอบรับ แล้วทั้งคู่ก็เดินออกจากร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนม อาการคันคะเยอของณภัทรหายเป็นปลิดทิ้ง ระหว่างที่เดินไปยังบันไดเลื่อน ชายหนุ่มก็เหลือบไปเห็นเด็กชายตัวน้อยนั่งจุมปุ๊กร้องไห้อยู่หน้าร้านกระเป๋าแบรนด์เนม ณภัทรเดินเข้าไปหาเด็กชายตัวน้อยซึ่งดูแล้วน่าจะอายุราวสองขวบแต่งตัวสะอาดสะอ้าน พ่อแม่ของเด็กหายไปไหน สงสัยจะเลือกซื้อของเพลินจนลืมลูกเต้า ณภัทรยกเด็กชายขึ้นมาอุ้ม พลางลูบหลังปลอบ บอกเด็กน้อยไม่ต้องร้องไห้ จากนั้นพาเดินเข้าร้านกระเป๋าแบรนด์เนมสอบถามพนักงานขาย

“ขอโทษนะครับ พ่อแม่ของเด็กคนนี้อยู่ข้างในร้านหรือเปล่าครับ?”

“เอ๊ะ! เด็กคนนี้มากับลูกค้าท่านหนึ่ง แต่ออกจากร้านเราไปได้สักพักแล้วค่ะ”

“อย่างนั้นเหรอครับ งั้นเขาคงยังอยู่แถวนี้ผมจะลองเดินหาดู ขอบคุณครับ”

ณภัทรอุ้มเด็กชายออกมาจากร้าน เด็กชายร้องโยเยไม่ยอมหยุดทั้งลูบหลังลูบหัวแต่เสียงก็ไม่เงียบ เขาจึงรีบเดินจนทั่วทั้งชั้น แต่ไม่พบใครแสดงตนว่าเป็นผู้ปกครองของเด็กชายคนนี้เลย น้ำเพชรมองณภัทรอุ้มเด็กชายไว้ข้างตัว พลางลูบหลังปลอบก็อดยิ้มไว้ไม่ได้ เธอไม่คิดว่าณภัทรจะมีมุมรักเด็กเช่นนี้ซึ่งดูแล้วน่ารักทั้งคู่

“ท่าทางเด็กจะร้องไห้เพราะหิวหรือเปล่า?” น้ำเพชรสันนิษฐาน “เด็กเล็ก ๆ จะร้องไห้ก็ไม่อยู่ไม่กี่เรื่อง”

“งั้นพาเด็กไปประกาศหาผู้ปกครองที่ประชาสัมพันธ์ก่อนแล้วค่อยหาอะไรให้กิน” พูดจบณภัทรก็อุ้มเด็กชายลงบันไดเลื่อน เดินมายังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

“ขอโทษนะครับ ช่วยประกาศหาผู้ปกครองเด็กคนนี้ด้วยครับ”

ประชาสัมพันธ์สาวลุกจากที่นั่ง มองรูปพรรณลักษณะเด็กชายอยู่ครู่หนึ่งก็หันเอาปากไปจ่อไมโครโฟน

“ท่านผู้มีอุปการคุณทุกท่าน ผู้ปกครองของเด็กชายอายุประมาณสองขวบ สวมเสื้อสีฟ้ากางเกงขายาวสีดำ โปรดมาติดต่อที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้วยค่ะ” ประชาสัมพันธ์ทวนประโยคเดิมอีกรอบก่อนจะปิดไมโครโฟน

“ถ้ามีผู้ปกครองมาติดต่อบอกให้ไปหาเราที่ร้านนั้นนะครับ” ณภัทรชี้ไปยังร้านอาหารจานด่วนที่อยู่ใกล้ ๆ

“ค่ะ ฝากดูแลเด็กด้วยนะคะ คิดว่าอีกสักพักคงมีผู้ปกครองมาติดต่อ”

ณภัทรพยักหน้าแล้วอุ้มเด็กชายตรงไปยังร้านอาหารจานด่วน สั่งสะโพกไก่ทอดมาสองชิ้นให้น้ำเพชรเป็นคนถือถาดอาหารมานั่งกินที่โต๊ะในร้าน เธอฉีกไก่ทอดชิ้นใหญ่ให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ เผยให้เห็นเนื้อขาวน่ากินส่งกลิ่นหอม เด็กชายหันมาสนใจมองอาหารที่อยู่ในมือน้ำเพชร พลางพูดว่าหม่ำ ๆ ๆ พร้อมน้ำลายไหลเลอะคาง น้ำเพชรยื่นเนื้อไก่ป้อนให้ยังไม่ทันถึงปากเด็กชายก็โน้มหัวมางับหมับเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

“ท่าทางจะหิวจริง ๆ” น้ำเพชรว่าแล้วฉีกเนื้อไก่อีกชิ้น

ณภัทรเปลี่ยนให้เด็กชายมานั่งที่ตัก คว้ากระดาษเช็ดปากมาเช็ดน้ำลายที่ไหลเลอะคางเด็กชายอย่างเบามือ น้ำเพชรที่กำลังจะป้อนเนื้อไก่ชะงักมองภาพตรงหน้าแล้วเผยยิ้ม ณภัทรตอนนี้ดูราวกับพ่อลูกอ่อนยังไงยังงั้น เขารู้ท่าทางในการอุ้มเด็ก รู้จักดูแลรักษาความสะอาด ในอนาคตเขาอาจทำหน้าที่พ่อที่ดีได้เป็นอย่างดี

น้ำเพชรป้อนสะโพกไก่หมดไปครึ่งชิ้นเด็กชายก็ส่ายหน้าไม่กินอีกแล้ว เขาเลิกร้องไห้โยเยเปลี่ยนมาร่าเริงสดใส ณภัทรจับเด็กชายหันหน้ามาหาตนแล้วแลบลิ้นเล่นหน้าเล่นตา เด็กชายหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบอกชอบใจ ยกมือยกไม้ขึ้นมาดึงหู บีบจมูก ขย้ำปากณภัทรเล่น น้ำเพชรขำหัวเราะออกมาเบา ๆ กับเสียงร้องโอดโอยของณภัทร ท่าทางเขาจะเจ็บจริง เด็กคนนี้ร่างกายแข็งแรงใช้ได้ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพนี้ไว้

“เธอก็มาถ่ายด้วยกันสิ” ณภัทรพูดไม่ชัดถ้อยชัดคำนักเพราะถูกเด็กชายทึ้งปากเล่น เขาเขยิบชิดด้านในเหลือที่ให้น้ำเพชรมานั่งด้วยกัน

น้ำเพชรลุกไปนั่งข้าง ๆ เปลี่ยนมาใช้กล้องหน้าโทรศัพท์มือถือ เด็กชายไม่รู้ว่าตอนถ่ายรูปต้องอยู่นิ่ง ๆ สามรูปแรกณภัทรจึงดูไม่ดีเลยเพราะโดนทั้งดึงผม แหย่รูจมูก หยิกแก้ม ณภัทรบอกให้น้ำเพชรเปลี่ยนกันอุ้มเด็กบ้าง ตัวเขาจะเป็นคนถ่ายรูปเอง ตอนเด็กชายอยู่กับน้ำเพชรไม่มีท่าทีจะซนเหมือนตอนอยู่กับเขา กลับหอมแก้มเธอพร้อมทำน้ำลายเลอะเทอะติด ท่าทางโตขึ้นเด็กชายคนนี้จะเจ้าชู้อยู่ไม่น้อย

ณภัทรกำลังจะถ่ายรูปที่สองก็มีหญิงสาววัยทำงานหิ้วถุงกระดาษจากร้านค้าต่าง ๆ ติดมือพะลุงพะลังเดินดุ่ม ๆ เข้ามาหา เมื่อเห็นหน้าเด็กชายบนตักน้ำเพชรสองมือก็ปล่อยทุกอย่างลงพื้นแล้วโผเข้ามาอุ้มไปกอด เธอร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกทั้งดีใจและโล่งอก

“ไอ้หนูลูกแม่ปลอดภัยดี ขอบคุณคุณพระที่ช่วยปกปักรักษา คราวหลังแม่จะดูแลหนูให้ดีกว่านี้จะไม่ปล่อยให้หนูคลาดสายตาอีกแล้ว” เธอหันไปก้มหัวกล่าวขอบคุณณภัทรและน้ำเพชร “ขอบคุณน้องทั้งสองคนมากเลยนะ พี่นึกว่าไอ้หนูลูกพี่จะถูกขโมยไปขายเสียแล้ว ขอบคุณมากนะพี่ไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรดี”

“ไม่เป็นไรครับ แล้วลูกชายพี่ชื่ออะไรครับ?”

“แกชื่อณภัทรจ้ะ มีความหมายว่าผู้ดีงามด้วยความรู้”

ณภัทรประหลาดใจ

“จริงเหรอครับ! ชื่อเดียวกันเลย ผมก็ชื่อณภัทรเหมือนกัน”

“บังเอิญจัง ถ้าพี่มีบุญมากพอ ขอให้ไอ้หนูลูกพี่โตขึ้นมาเป็นคนดีและหน้าตาหล่อเหลาเหมือนน้องด้วยเถอะ”

“พี่พูดเกินไปแล้วครับ ผมไม่ได้หล่ออะไรขนาดนั้น”

“ขอบคุณน้องทั้งสองคนอีกครั้งนะ พี่ขอตัวพาไอ้หนูกลับก่อนนะ” พูดแล้วแม่ของเด็กชายก็ย่อตัวคว้าถุงกระดาษขึ้นมาแล้วเดินออกจากร้านอาหารไป

“โชคดีครับ” ณภัทรโบกมือลา นั่งยิ้มแฉ่งมองสองแม่ลูกจากไปจนสุดสายตา น้ำเพชรที่นั่งข้าง ๆ หันมาสะกิด

“ให้ช่วยดึงไว้ไหม โดนชมนิดหน่อยจะลอยหัวชนเพดานอยู่แล้ว”

“ไม่ต้องหรอก พี่คนนั้นเขาไม่ได้ชมอะไรฉัน แต่พี่เขาพูดความจริงต่างหาก” ณภัทรพูดแล้วยักคิ้วให้น้ำเพชรหมั่นไส้เล่น

ทางด้านของจ้อนและมุกลัดดา จ้อนชี้ชุดที่ตัวเองคิดว่าเหมาะกับมุกลัดดาเพื่อถามความเห็นจากเธอแต่สาวเจ้าเอาแต่ส่ายหน้าท่าเดียว เธอทำอย่างนี้มาแล้ว 5-6 ครั้งจนเขาเริ่มรำคาญ หันไปขึ้นเสียงสูงว่าเธอ

“เลือกจนห้างจะปิดอยู่แล้วเธอไม่ชอบสักชุดเลยหรือไง ที่นี่ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อนะจะได้ให้เธออยู่เลือกได้ทั้งวันทั้งคืน” หันมาหยิบชุดจากราวแขวนส่งให้พนักงานร้าน “ช่วยพาเธอไปลองชุดนี้ทีครับ แล้วหารองเท้าที่เหมาะกับเธอให้ด้วย”

“เชิญทางนี้เลยค่ะ” พนักงานร้านผายมือให้มุกลัดดาเดินไปยังห้องลองเสื้อผ้าสตรี

มุกลัดดาหันมากระซิบจ้อนเบา ๆ ว่าเราเปลี่ยนร้านกันเถอะ แต่จ้อนไม่สนใจฟังเดินไปนั่งที่เก้าอี้สตูลหน้าห้องลองเสื้อผ้าบุรุษ มุกลัดดาจึงยอมเดินเข้าห้องลองเสื้อไป เธอใช้เวลาเกือบสิบนาทีในการเปลี่ยนชุด เพราะไม่คุ้นเคยกับเสื้อผ้าที่ดูเป็นผู้หญิงขนาดนี้มาก่อน ส่องกระจกดูตัวเองแล้วรู้สึกไม่ชอบตัวเองในชุดนี้เลย แต่ก็ดีแล้วเพราะขนาดเธอไม่ชอบจ้อนคงไม่ชอบเหมือนกันแล้วจะได้เปลี่ยนไปร้านที่ถูกกว่านี้ เธอไม่อยากรบกวนกระเป๋าเงินจ้อน

“คุณผู้หญิงเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ” พนักงานร้านเดินมาบอกจ้อน

จ้อนเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์มือถือ เห็นมุกลัดดาในมาดไม่คุ้นตาก็ตกตะลึง เธอสวมชุดนี้แล้วดูสวยจับจิตจับใจ ชุดสีกรมท่าดูเหมาะกับเธอมาก เสื้อแขนกุดอวดแขนยาว กระโปรงไร้จีบยาวเหนือเข่าเล็กน้อยอวดขาสวย  ยิ่งใส่รองเท้าส้นสูงสีดำขาเธอยิ่งยาวสวย ชุดสีกรมท่าดูไม่จืดเกินไปเพราะมีลวดลายดอกกล้วยไม้สีส้มดอกใหญ่ประดับอยู่ซีกซ้ายของชุด จ้อนไม่อยากเชื่อสายตา ผู้หญิงคนนี้คือมุกลัดดาที่เขารู้จักหรือหุ่นลองเสื้อกันแน่ทำไมรูปร่างดูสวยสมบูรณ์แบบขนาดนี้

มุกลัดดายิ้มแหยเมื่อเห็นจ้องนั่งนิ่งจ้องเธอเขม็ง

“ดูไม่เหมาะเลยใช่ไหมฉันก็ว่าอย่างนั้น งั้นเราเปลี่ยนร้านกันดีกว่า”

“เอาชุดนี้แหละครับ” จ้อนบอกพนักงานร้านโดยไม่ละสายตาจากมุกลัดดา

สองหนุ่มส่งน้ำเพชรถึงบ้านก็มาส่งมุกลัดดา ก่อนมุกลัดดาจะปิดประตูรถจ้อนเตือนเธอว่าพรุ่งนี้ให้รีบกลับมาเปลี่ยนชุดสีครีมแล้วเย็น ๆ เขาจะมารับ เธอพยักหน้าเออออแล้วเดินเข้าบ้าน บ้านของเธอเป็นตึกแถวสองชั้นสามคูหา แต่ก่อนครอบครัวของเธอครอบครองเพียงคูหาเดียว ด้านล่างเปิดเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเรือส่วนด้านบนเป็นที่พักอาศัย ต่อมาขยับขยายเพิ่มอีกหนึ่งคูหาเพื่อให้แม่ของเธอขายอาหารตามสั่ง และเมื่อปีที่แล้วครอบครัวนี้ก็ครอบครองอีกหนึ่งคูหาให้พี่ชายของเธอขายสเต็กและอาหารฝรั่ง ใครที่นึกไม่ออกว่าจะกินอะไรให้เดินทางมาที่นี่มีอาหารให้เลือกหลากหลาย

แม่ของมุกลัดดาเห็นลูกสาวหิ้วของมาเต็มไม้เต็มมือก็เอ่ยถาม เธอกำลังเตรียมจะปิดร้าน

“นั่นหอบอะไรมาเยอะแยะลูก แม่บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ให้ใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย”

“เสื้อผ้าน่ะแม่ แต่หนูไม่ได้ซื้อเองหรอก นายจ้อนเขาซื้อให้”

“เขาซื้อให้ลูกทำไม?”

“เป็นค่าจ้างน่ะแม่ เขาจ้างให้หนูเล่นละครเป็นแฟนเพื่อไปหลอกพ่อแม่ของเขา”

“ฮ่า ๆ ๆ เด็กคนนั้นคิดอะไรถึงเลือกให้ลูกแม่แกล้งเป็นแฟน ไม่เหมาะกันสักนิด”

“หนูกับนายจ้อนไม่เหมาะกันสักนิดเลยเหรอแม่?”

“อืม… อย่างลูกแม่น่ะต้องได้แฟนเป็นนักกีฬาด้วยกันถึงจะเหมาะ เด็กนั่นจะตื่นตีห้าไปวิ่งกับลูกไหวเหรอ ให้เขาหาแฟนหรู ๆ เป็นคุณหนูด้วยกันจะเหมาะกว่า”

“คงจริงอย่างแม่ว่า หนูกับนายจ้อนไม่เหมาะกันสักนิด” พูดแล้วมุกลัดดาก็หิ้วของเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองด้วยใบหน้าสลด ไม่ว่าจะไปถามใครคงได้คำตอบเช่นเดียวกับแม่ของเธอ

วันนี้มุกลัดดาเรียนเสร็จสี่โมงครึ่ง เธอรีบบึ่งรถจักรยานยนต์กลับบ้านเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดสวยเพราะจ้อนโทรฯบอกเธอว่าเขาจะมารับเธอที่บ้านเวลาห้าโมงครึ่ง ทุกอย่างเสร็จสรรพดีเธอก็ลงมาด้านล่าง ลูกค้าประจำไม่สะดุดตากับภาพลักษณ์ใหม่ของเธอสักนิดเพราะจำไม่ได้ มุกลัดดาที่พวกเขารู้จักจะแต่งตัวด้วยชุดกีฬาทะมัดทะแมงช่วยทั้งสามร้านเสิร์ฟอาหาร ลงมาถึงเธอพบว่าจ้อนนั่งรออยู่ข้างล่างแล้วจึงปรี่เข้าไปหา

“มาตรงเวลาเป๊ะเลยนะ เราจะไปกันรึยัง?”

“ทำไมเธอไม่แต่งหน้าด้วยล่ะ” จ้อนว่าเมื่อเห็นมุกลัดดาเดินมาด้วยใบหน้าเปลือยเปล่าเช่นทุกวัน

“ฉันเคยแต่งหน้าที่ไหนเล่า”

จ้อนถอนหายใจ มุกลัดดารู้อะไรที่ผู้หญิงควรรู้บ้าง?

“ดีนะที่ฉันมารับเธอก่อนเวลา พ่อแม่ของฉันกว่าจะกลับบ้านก็สักหนึ่งทุ่ม ฉันจะพาเธอไปแต่งหน้าให้ดูเป็นผู้หญิงมากกว่านี้เสียหน่อย เรารีบไปกันเถอะ” พูดแล้วจ้อนก็เดินนำหน้ามุกลัดดาไปที่รถประหยัดน้ำมันของเขา

รถประหยัดน้ำมันขับเข้ามาจอดใต้เงาไม้ ย่านนี้เป็นย่านเวดดิ้งสตูดิโอมีทั้งร้านเช่าชุดแต่งงาน ร้านเสริมสวย สตูดิโอถ่ายภายเปิดแข่งแย่งลูกค้ากันพรึบพรับไปหมด จ้อนพามุกลัดดาเข้าร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง ลูกค้าร้านนี้มีแต่ป้า ๆ ไฮโซทั้งนั้น มุกลัดดาเกร็งไปหมดไม่รู้จะทำตัวเช่นใด

“แต่งหน้าให้เธอด้วยครับ” จ้อนชี้มายังมุกลัดดา

ช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองเรียกมุกลัดดาไปนั่งที่เก้าอี้หน้ากระจกอย่างเป็นกันเอง จ้อนหาที่นั่งแล้วควักโทรศัพท์มือถือออกมาเล่นระหว่างรอ ไม่ถึงยี่สิบนาทีช่างแต่งหน้าก็ร้องออกมาว่าเสร็จแล้ว มุกลัดดาลุกจากเก้าอี้เดินมาหาจ้อน เธอจ้องกระจกแล้วไม่ชอบหน้าตัวเองที่มีเครื่องสำอางเลย

“ฉันแต่งหน้าแล้วตลกดีว่าไหม เหมือนจะไปเล่นงิ้วเลย”

จ้อนเงยหน้าขึ้นมามองหญิงร่างสูงสง่า เขาไม่ได้คิดเช่นเดียวกับเธอแต่คิดว่าเธอแต่งหน้าทำผมแล้วดูสวยขึ้นมากเหมือนเพชรที่ได้รับการเจียระไนแล้วยิ่งเปล่งแสงสะท้อนอันงดงามออกมาสะกดใจคน ช่างแต่งหน้ารองพื้นให้เธอบางเบาเพราะพื้นฐานมุกลัดดาเป็นคนผิวหน้าเรียบเนียนอยู่แล้ว กันคิ้วให้โก่งสวยแล้วลงสีน้ำตาลลดความคมเข้มของใบหน้าให้ดูสวยหวานขึ้นอีกเล็กน้อย ริมฝีปากทาสิปสีนู้ดแวววาว ผมสั้นถูกจัดแต่งให้ดูเหมาะกับโครงหน้า เธอสวมเสื้อแขนกุดสีครีม กระโปรงเอวสูงยาวเหนือเข่ากับรองเท้าส้นสูงรัดข้อสีน้ำตาล ช่างเป็นผู้หญิงที่สะสวยไร้ที่ติราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นที่วางเป็นตั้งข้างจ้อนอย่างไรอย่างนั้น


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!