นิยาย

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 2

Share

เสียงฟ้าร้องครืนดังมาจากที่ไกล ๆ อีกไม่นานเมฆฝนคงเคลื่อนมาถึงที่นี่ ณภัทรชอบบรรยากาศเมื่อฝนตก มันเย็นสบาย ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติที่หาจากในเมืองไม่ค่อยได้ และช่วยกลบเสียงจราจรอันน่าหนวกหูบนถนนข้างหอพักของเขา ความสงบที่สายฝนนำมา ทำให้สมองของเขาเลิกคิดฟุ้งซ่าน นอนหลับยาวตลอดคืน ตื่นมาพร้อมความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

ณภัทรแวะซื้อไก่ทอดเจ้าประจำที่ตลาดนัดหน้ามหาวิทยาลัยมากินเป็นมื้อเย็นที่ห้อง เขาถึงหอพักก่อนฝนจะกระหน่ำลงมาอย่างฉิวเฉียด หอพักที่เขาเช่าอยู่ไม่ห่างจากมหาวิทยาลัยนัก เป็นตึกสภาพครึ่งเก่าครึ่งใหม่สูงเจ็ดชั้น ตัวเขาพักอยู่ชั้นหกฝั่งที่ระเบียงหันเข้าถนน

ตอนนี้ณภัทรหิ้วถุงไก่ทอดยืนรอลิฟต์อยู่ที่ชั้นหนึ่ง ตึกนี้มีลิฟต์เก่าแก่ตัวเดียวคั่นกลาง ปีกขวาของชั้นนี้เป็นห้องพักสำหรับเช่า ปีกซ้ายเป็นเคาน์เตอร์ติดต่อสอบถาม ร้านซักรีดและร้านขายของชำ

 เมื่อเผลอหันไปมองทางร้านขายของชำ ณภัทรก็สะดุ้งกับลุงเจ้าของร้าน แกดูซอมซ่อ แต่งตัวเหมือนหมอผีคนมีของท่าทางน่ากลัว นี่คือสาเหตุที่เขาไม่อยากมาใช้บริการร้านนี้นอกจากจะจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น สายตาแกจ้องเขม็งมาทางนี้ แต่เหมือนมองคนอื่นไม่ได้มองเขาทั้งที่รอบข้างเขาก็ไม่มีใคร พลันเรื่องราวเมื่อตอนเย็นก็ปรากฏขึ้นมาในหัว ทำขนลุกซู่อีกครั้ง

ลิฟต์เดินทางมาส่งเขาถึงชั้นหก เดินจากลิฟต์ไปไม่กี่ก้าวก็มาถึงหน้าห้องที่เขาเช่าอยู่ แม้ห้องจะไม่กว้างขวางนักแต่ข้าวของมากมายก็ถูกเขาจัดไว้เข้าที่อย่างเป็นระเบียบ

ณภัทรเข้ามาถึงก็ถอดรองเท้าผ้าใบ ปิดประตูลงกลอน กดสวิตซ์เปิดไฟโดยไม่ต้องรอให้ไฟติดก็เดินดุ่ม ๆ ฝ่าความมืด นำถุงไก่ทอดมาวางไว้บนโต๊ะกินข้าวตัวเล็กอย่างชำนาญทาง

ไฟกระพริบติด ๆ ดับๆ เขาไม่ประทับใจหอพักแห่งนี้สักเท่าไหร่ หลอดไฟที่นี่ตอบสนองช้ามาก ทำเลติดถนนเกินไปจนรำคาญเสียงสัญจรของรถยามค่ำคืน ห้องข้างบนก็มารยาทเลิศ มักจะปรุงอาหารเสียงดังโดยไม่เกรงใจคนห้องข้างล่าง ทั้งสับหมู ตำน้ำพริก บางทีก็เทน้ำทิ้งลงท่อระบายจนไหลล้นลงมาทางระเบียง โชคร้ายก็ตอนที่ณภัทรตากผ้าแล้วลืมเก็บ จากที่ควรหอมกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นดอกไม้นานาพรรณ เสื้อผ้าของเขาก็เปลี่ยนไปหอมสดชื่นกลิ่นมะนาวเทอร์โบแทน

ท่ามกลางความมืด ณภัทรรู้สึกเหมือนมีสายตาอื่นจับจ้องเขาอยู่ พอไฟติดเขาก็ตกใจแทบบ้า สิ่งที่อยู่ตรงหน้ากำลังจะทำเขาหวีดร้อง

แม่ค้าลืมให้น้ำจิ้มไก่มา!

แล้วอย่างนี้เขาจะกินไก่ทอดอร่อยได้ไงหากปราศจากน้ำจิ้ม ก่อนหิ้วออกจากร้านก็ลืมตรวจสอบให้ดีก่อน จู่ ๆ เขาก็เปลี่ยนมาเกลียดฝนเสียอย่างนั้น เจ็บใจนักฝนดันมาตกเอาตอนนี้ ถ้าตกช้ากว่านี้เขาจะกลับไปที่ตลาดนัด ใช้สิทธิผู้บริโภคที่มีอยู่เรียกร้องน้ำจิ้มไก่ที่ควรได้จากแม่ค้า

นี่เขาต้องลงไปซื้อน้ำจิ้มไก่ที่ร้านขายของชำด้านล่างหอพักเหรอนี่ ฝนตกอย่างนี้ไม่มีทางเลือกอื่นอีกเลย เขาไม่อยากย่างกรายไปที่ร้านของสองผัวเมียท่าทางลึกลับนั่นเลยสักนิด นึกถึงสายตาของลุงเจ้าของร้านเมื่อครู่นั้นก็เสียวสันหลังวาบขึ้นมา

แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ การกินไก่ทอดกับข้าวเหนียวเปล่า ๆ นั้นจืดชืดสิ้นดี ในเมื่ออาหารมื้อนี้ขาดน้ำจิ้มไก่ไม่ได้จริง ๆ ณภัทรต้องจำใจใช้บริการร้านขายของชำด้านล่างหอพักอย่างเลี่ยงไม่ได้

บรรยากาศตอนนี้วังเวงเหลือเกิน ไม่มีคนพลุกพล่านเพราะคงกำลังติดฝนกันอยู่ที่ไหนสักแห่ง สองเท้าก้าวออกมาจากลิฟต์ที่มาส่งถึงชั้นหนึ่งอย่างปลอดภัย ตรงไปทางด้านปีกซ้ายของตึกซึ่งเป็นร้านขายของชำ การจัดตกแต่งร้านเข้าขั้นไร้รสนิยม เมื่อให้คนเรียนออกแบบสื่ออย่างณภัทรวิจารณ์ ไม่รู้ได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปะยุคไหน สายสิญจน์ระโยงระยางอยู่บนเพดาน ตุ๊กตานางกวักกับกุมารทองนับสิบตัววางเรียงกันเป็นขบวนการห้าสีอยู่บนหิ้งเหนือตู้แช่เครื่องดื่ม ยันต์ลวดลายต่าง ๆ แปะไปทั่วผนังเป็นวอลเปเปอร์ ตรงเคาน์เตอร์คิดเงินก็มีหัวกะโหลกสภาพคร่ำครึวางไว้ให้ลูกค้าเกรงขาม กลิ่นธูป-กำยานอบอวลไปทั้งร้านชวนคลื่นเหียน รีบ ๆ ไปหยิบน้ำจิ้มไก่มาจ่ายเงินแล้วกลับเข้าห้องจะดีกว่า

“รับอะไรดีจ๊ะ”

จู่ ๆ ป้าเจ้าของร้านก็โผล่ออกมาจากด้านหลังเคาน์เตอร์คิดเงิน ทักทายด้วยน้ำเสียงยานคางเหมือนผีในหนังสยองขวัญ รูปร่างหน้าตาของแกเข้าขั้นอัปลักษณ์ ไม่น่าภิรมย์ชวนมอง หัวใจณภัทรหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม เนื้อตัวสั่นเนื่องด้วยสภาพอากาศยามฝนตกหรือบรรยากาศในร้านก็ไม่ทราบ แต่เขาแน่ใจว่าเป็นอย่างหลังมากกว่า เขาข่มใจเดินเข้าไปหยิบขวดน้ำจิ้มไก่บนชั้น อุ่นใจไปอีกเปราะ มื้ออาหารเย็นนี้ไม่จืดชืดแล้ว

พอหันหลังกลับมาทางเคาน์เตอร์คิดเงิน ณภัทรก็สะดุ้งตัวโยน เกือบทำขวดน้ำจิ้มไก่หลุดมือ ตาลุงหมอผีสามีป้าเจ้าของร้านโผล่มาจากอากาศธาตุหรือไงนะ มายืนขวางทางทำตาเขใส่ อ๋อ… ที่เมื่อกี้ณภัทรรู้สึกว่าแกจ้องมาทางเขาแต่เหมือนไม่ได้มองเขาคงจะคิดไปเองทั้งนั้น ก็ลุงคนนี้ตาเขนี่ ที่จริงก็มองเขาอยู่นั้นแหละ เจอเมื่อครู่นี้หลอนมากเลย พอรู้ความจริงก็อุ่นใจไปอีกเปราะ

ณภัทรกำขวดน้ำจิ้มไก่ไว้ในมือแน่น มืออีกข้างล้วงเงินออกมาจ่ายให้ป้าเจ้าของร้านที่เคาน์เตอร์คิดเงิน

“ใส่ถุงรึเปล่าจ๊ะ?”

ณภัทรส่ายหน้าแทนคำตอบ ก็เห็นอยู่ว่าแค่นี้เขาถือไปเองได้ ไม่จำเป็นต้องใส่ถุงพลาสติก ป้าเจ้าของร้านทอนเงินให้พลางจ้องด้วยแววตาน่าขนลุก ราวกับเป็นสายตาของสัตว์เลื้อยคลาน เขารีบเดินออกจากร้าน ลิฟต์จอดอยู่ที่ชั้นหนึ่งตามเดิม เขากดปุ่มให้ประตูเปิด ระหว่างรอก็มีเสียงหวีดร้องดังกึกก้องกัมปนาทไม่แพ้เสียงฟ้าร้อง เขาตกใจเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ในวันนี้

“อ๊าก ก ก!”

สิ่งที่เห็นทำณภัทรอ่อนแรง แข้งขาแทบรับน้ำหนักร่างกายไม่ไหว แขนอ่อนปวกเปียกเกือบทำขวดน้ำจิ้มไก่ในมือหล่นแตก เขาจำหมอนั่นได้ จำผีตนนั้นที่มาหลอกจนเขาสลบในตึกฝ่ายเอกสารของมหาวิทยาลัยได้ ดูหมอนี่ตอนนี้สิกำลังถูกกุมารทอง 4-5 ตัวรุมอัดอยู่

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮิ ฮิ ฮิ”

แก๊งกุมารทองแหวกว่ายไปในอากาศแล้วพุ่งเข้าอัดผีหนุ่มตนนั้น พวกมันหัวเราะอย่างสนุกสนาน น้ำเสียงชวนสะอิดสะเอียนเหลือเกิน

“ช่วยด้วย! จัดการผีเด็กพวกนี้ที” ผีหนุ่มร้องขอความช่วยเหลือจากณภัทร

ณภัทรสะดุ้งเฮือก นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย เขาอั้นปัสสาวะได้ก่อนที่มันจะไหลออกมาอายผี รีบเข้าลิฟต์ไปหมายจะหนีกลับห้อง นิ้วชี้ของเขาแตะปุ่มชั้นหกไว้แต่ยังไม่กด เขาจะกลับไปช่วยผีหนุ่มตนนั้นดีไหมนะ ท่าทางกำลังต้องการความช่วยเหลือ แต่ผีก็ควรอยู่ส่วนผี คนธรรมดาไม่มีอิทธิฤทธิ์วิเศษวิโสอย่างเขาจะช่วยจัดการแก๊งกุมารทองเหล่านั้นได้ยังไง

อีกใจหนึ่งเลือดนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนของณภัทรก็เดือดพล่าน เขากำลังจะก้าวออกจากลิฟต์ก็นึกขึ้นได้ว่าที่กำลังจะไปช่วยนั้นเป็นผี ไม่ใช่คน โอ๊ย! มั่วข้อสอบยังไม่ลำบากใจเท่านี้เลย ขณะกำลังมัวลังเลใจอยู่นั้นผีหนุ่มก็ลอยวูบผ่านลิฟต์ไปทางปีกขวาของตึก แก๊งกุมารทองลอยตามไป มีสองตัวที่เห็นเขาอยู่ในลิฟต์ พวกมันเข้ามาหา แกล้งแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกให้เขากลัว

“จ๊าก ก ก!”

ณภัทรร้องเสียงหลง มุดลอดใต้ขาซึ่งลอยเหนือพื้นของกุมารทองออกมานอกลิฟต์ ผีเด็กสองตนตามออกมาติด ๆ แต่คราวนี้พวกมันไม่สนใจเขาอีกแล้ว กลับไปรวมกับเพื่อนรุมสะกำผีหนุ่มผู้น่าเวทนา

“ไอ้ผีตนนั้นมันมากับเอ็ง เอ็งรู้จักมันรึเปล่า?”

หมอผีสามีเจ๊เจ้าของร้านขายของชำ เดินมาพูดกับเขาเสียงห้าว คราวนี้เห็นได้ชัดว่าแกจ้องณภัทรเขม็ง แกไม่ได้ตาเข แบบนี้แสดงว่าที่ผ่านมาแกก็จ้องผีหนุ่มตนนั้นที่ตามเขามาตลอดตั้งแต่ตึกฝ่ายเอกสารอย่างนั้นน่ะสิ

ขนลุกซู่

เสียวสันหลังวาบ

ณภัทรส่ายหัวเป็นเชิงปฏิเสธ คนธรรมดาปกติที่ไหนจะคบผีเป็นเพื่อน

“ก็ดี ข้าจะได้จับมันมาเป็นบริวาร” หมอผีพูดดังนั้นก็หยิบลูกประคำมาพนมไว้ในมือ เดินมาหาแก๊งกุมารทองที่ปีกขวาของตึก ส่วนนี้เป็นบริเวณห้องพักให้เช่า แม้พวกผีจะตีกันเสียดังแค่ไหนแต่คนในห้องพักก็ไม่มีวันได้ยินเพราะพวกเขาไม่ได้โชคร้ายเหมือนณภัทร หมอผีขมุบขมิบปากสวดคาถา

“ช่วยฉันด้วยณภัทร ฉันไม่อยากตกอยู่ในอาคมชั่วช้าของมัน ขอร้องล่ะช่วยฉันที” ผีหนุ่มตะโกนเรียกชื่อเขา ณภัทรแปลกใจ หมอนี่รู้จักชื่อเขาได้ยังไง

“หยุด! ผีตนนั้นเป็นเพื่อนผม” ณภัทรรวบรวมความกล้า โผงออกไปเสียงดัง มานึกได้ทีหลังก็อเนจอนาถตัวเองว่าพูดอะไรไม่เข้าท่าอย่างนั้นออกไปทำไม เกิดผีหนุ่มตนนั้นทึกทักนึกจริงจังว่าณภัทรยอมรับเป็นเพื่อนด้วยนี่ตายโหงแน่นอน เขาไม่อยากมีเพื่อนเป็นผี

หมอผีชะงักพักสวดคาถา หันมาพูดกับณภัทรด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“โกหก! ยังไงวันนี้ฉันก็ต้องได้ไอ้ผีเร่ร่อนตนนี้มาเป็นบริวารให้ได้”

แล้วแกก็กลับไปสวดคาถาภาษาไม่คุ้นตามเดิม พอสิ้นเสียงงึมงำหมอผีก็ปล่อยแสงสีฟ้าออกจากฝ่ามือ พุ่งไปรัดคอผีหนุ่มตนนั้น กุมารทองที่รายล้อมอยู่ต่างปลีกหลีกตัวออกมาเพราะรู้ฤทธิ์เดชของลำแสงสีฟ้านี้ดี ใบหน้าของผู้ตกอยู่ในพันธนาการของบ่วงลำแสงแสดงอาการเจ็บปวดอย่างสุดแสนทรมาน

ณภัทรทนดูต่อไปไม่ไหว หมอผีตนนั้นเห็นแก่ตัวเกินไป แม้แต่วิญญาณที่สิ้นบุญสิ้นกรรมก็ยังเบียดเบียน แก๊งกุมารทองพวกนั้นหมอผีคงได้มาด้วยวิธีไม่ต่างจากที่ทำอยู่นี้ ถ้าเราเป็นคนดีจริงผีก็ย่อมคุ้มครองอยู่แล้ว ไม่ต้องพึงไสยมืดบังคับขู่เข็ญพวกเขามาอยู่ภายใต้อำนาจ

ณภัทรหมุนเปิดฝาขวดน้ำจิ้มไก่แล้วเทใส่มือ วิ่งเอาของเหลวหนืดนี้ไปโบกหน้าหยาบกระด้างกร้านแดดของหมอผี

“โอ้ย… ไอ้เด็กเปรต! แกทำอะไรของแกวะเนี่ย” หมอผีร้องเสียงดังแข่งเสียงฝนกระหน่ำด้านนอก  แกหยุดปล่อยลำแสงแล้วเอามือลูบหน้าขจัดความเหนียวหนืดอันน่ารำคาญที่ติดอยู่

“รีบหนีไปฉันถ่วงเวลาไว้ให้แล้ว” ณภัทรตะโกนบอกผีหนุ่มให้รีบหนี

ผีหนุ่มมองมายังณภัทรด้วยแววตาสิ้นหวัง

“ไม่มีประโยชน์ ยังไงฉันก็หนีตาแก่นี่ไม่พ้น”

“แล้วนายจะให้ฉันช่วยยังไง?”

“ทางเดียวที่จะหยุดตาแก่นี่ได้คือต้องทำให้ของเสื่อม”

“ทำให้ของเสื่อม?” ณภัทรทวนซ้ำ นึกไม่ออกว่าการทำของให้เสื่อมนั้นเขาทำกันอย่างไร

“แก… ไอ้เด็กเปรต!” หมอผีเอาเสื้อเช็ดน้ำจิ้มไก่ที่หน้าออกเกือบหมด แกมองมาที่ณภัทรด้วยสายตาโกรธเกรี้ยวที่มาทำให้งานของแกยุ่งยากขึ้น

ประตูห้อง 101 เปิดออก หญิงวัยกลางคนออกมายืนเท้าเอวอยู่หน้าห้อง ใบหน้าของแกเปรอะเลอะไปด้วยเครื่องสำอางประทินผิวราคาถูก ดู ๆ ไปสภาพป้าแกก็ไม่ต่างไปจากป้าเจ้าของร้านขายของชำเท่าไหร่นัก ณภัทรนึกสงสัยอยู่ในใจ หอพักแห่งนี้ไม่มีสิ่งเจริญหูเจริญตาบ้างหรือไง

“เอะอะอะไรกันยะสองคนนี้ ฉันดูละครไม่รู้เรื่องแล้ว พระเอกนางเอกกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกันอยู่เชียว” ป้าเจ้าของห้องโวยวายเสียงดัง ฉายแววตาตำหนิมาที่ณภัทรและหมอผี

หมอผีไม่สนใจบุคคลที่สามซึ่งยืนตำหนิ  แกปรี่เข้ามาอย่างรวดเร็ว ยื่นสองมือมาหมายจะบีบคอณภัทรให้กระเดือกทะลัก ณภัทรอาศัยความคล่องตัวที่มีอยู่มากกว่าเอี้ยวตัวหลบเข้าห้องป้าเสียงแปดหลอด

“อุตะ! ผู้ชายเข้าห้องเดี๊ยน” ป้าแกเอามือทาบอก

นึกออกแล้ว เหมือนเคยอ่านเจอว่าพวกคนมีคาถาอาคมห้ามลอดราวตากผ้าเพราะจะทำให้ของเสื่อม นึกได้ดังนั้นณภัทรก็วิ่งไปที่ระเบียงห้องของป้าขี้วีน แน่ใจว่าป้าแกต้องมีราวตากผ้าอยู่ในห้องแน่ ๆ ขณะเดียวกันหมอผีก็เลิกล้มความตั้งใจที่จะทำร้ายณภัทร หันไปสวดงึมงำปล่อยแสงทำร้ายผีหนุ่มเป็นครั้งที่สอง

“อ้าก ก ก! ช่วยด้วยณภัทร!”

“สองคนนี้เล่นบ้าอะไรกันยะ ซ้อมงานแสดงละครเวทีที่โรงเรียนอนุบาลหรือไง?” ป้าเสียงแปดหลอดขำในท่าทีแปลกประหลาดของชายทั้งสอง แกไม่เห็นอย่างที่ณภัทรเห็นจึงไม่เข้าใจว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น

นั่นไงเจอแล้ว ป้าเสียงแปดหลอดตากผ้าไว้เต็มราว มัวแต่สนใจดูละครจนลืมเก็บผ้าเข้าห้อง เสื้อผ้าบางส่วนถูกฝนสาดเปียกชุ่มไปบ้างแล้ว ถ้ายกไปทั้งราวนี่ลำบากแน่ ป้าแกซักผ้าเดือนละครั้งหรืออย่างไร ทำไมปริมาณมันมากขนาดนี้จนราวตากผ้าแอ่นแทบหัก

ณภัทรปลดราวแขวนวงกลมสำหรับตากชุดชั้นในของป้าเสียงแปดหลอดออกมา ชุดชั้นในป้าแกแต่ละชิ้นใหญ่เบ้อเร่อเบ้อร่ายิ่งกว่าพรมเช็ดเท้า ถือวิ่งออกมาจากห้องแล้วร่อนราวแขวนวงกลมออกไปในอากาศสุดแรงจนหมุนควงคล้ายจานบินต่างดาว

ราวแขวนวงกลมลอยแหวกอากาศ ชุดชั้นในชิ้นยักษ์ที่หนีบไว้กับราวพลิ้วไปตามกระแสลม ราวกับกำลังเริงระบำ มันลอยข้ามหัวหมอผีชราไปแวบหนึ่ง ไม่รู้จะได้ผลรึเปล่า

สำเร็จไหม?

ลำแสงสีฟ้าที่ปล่อยออกมาจากฝ่ามือของหมอผีเกิดอาการติด ๆ ดับ ๆ คล้ายหลอดไฟในห้องของณภัทร มันกระพริบเป็นครั้งสุดท้ายแล้ววูบหายไป หมอผีไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น ยกฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้นมาดู อำนาจอิทธิฤทธิ์ที่สั่งสมมากว่าสี่สิบปีอันตรธานหายไปเพราะฝีมือวัยรุ่นคนหนึ่ง แค้นใจยิ่งนักบังอาจมาทำลายอำนาจเหนือฟ้าดิน ต้องเอาคืนให้สาสม หมอผีกัดฟันกรอดแล้วพุ่งเข้าใส่ณภัทรเพื่อเอาคืนให้สาสม

วูบ~

วูบ~

แก๊งกุมารทองที่บัดนี้หลุดพ้นภายใต้อำนาจชั่วช้าของหมอผี พุ่งทะลุร่างอันเหี่ยวย่นของอดีตผู้จองจำพวกมัน การกระทำเช่นนี้ส่งผลร้ายต่อพลังวิญญาณของหมอผี แกอ้าปากค้างตาเบิกโพลงก่อนจะหมดสติฟุบลงไปกองกับพื้น เหล่ากุมารทองที่บัดนี้เป็นอิสระจากการจองจำด้วยอาคมก็พากันหัวเราะร่า ถึงเวลาต้องไปเกิดใหม่เสียที แล้วพวกมันก็พุ่งฝ่าสายฝนออกไปไกลลิบ

ณภัทรหันไปมองวิญญาณตนเดียวในที่นี้ ผีหนุ่มท่าทางอ่อนล้าส่งสายตาขอบคุณมายังเขา ผ่านเหตุการณ์พิลึกพิสดารมาขนาดนี้เขาไม่เหลือความหวาดกลัวให้ผีตนที่อยู่ตรงหน้านี้อีกต่อไป


Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

error: Content is protected !!