พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 1

Share
Share

ตึกสี่ชั้นสภาพเก่าคร่ำครึ สีขาวที่ทาไว้ลอกออกเสียเกือบหมด ถูกแทนที่ด้วยคราบน้ำฝนสีดำที่สะสมมาหลายสิบปี ตึกสูงนี้รายล้อมด้วยไม้ยืนต้นสูงใหญ่ ใบหนาทึบจนปิดบังแสงแดดจากทุกสารทิศ แถมแผ่อากาศเย็นน่าขนลุกเข้ามาภายในตึก เพียงเวลาเย็นย่ำข้างในนี้ก็มืดเสียแล้วต้องเปิดไฟสีส้มสลัวที่บางดาวกระพริบติด ๆ ดับ ๆ ส่องทางเดิน กลิ่นสาบเอกสารเก่า ๆ โชยปะทะจมูกทันทีที่ก้าวจากบันไดถึงพื้นชั้นสอง

เรื่องเล่าขานที่เล่าต่อ ๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่นผุดประดังเข้ามาในหัว บ้างลือว่าที่นี่เคยมีหัวหน้าฝ่ายเอกสารล่อลวงภรรยาตัวเองมาฆ่าหมกศพไว้ในตู้ หลังถูกจับได้เรื่องแอบไปมีบ้านเล็กบ้านน้อย บ้างลือว่าที่นี่มีวิญญาณเด็กดองชุกชุมเพราะตึกหลังนี้เคยเป็นตึกเรียนของคณะแพทย์มาก่อน แม้ร่างกายจะถูกเคลื่อนย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว แต่วิญญาณยังเล่นสนุกอยู่ที่นี่

ก้าวเดินมาจนสุดทางเดินพื้นหินอ่อน ที่สะท้อนแสงสีส้มสลัวจากหลอดไฟเหนือหัวก็ถึงห้องของหัวหน้าฝ่ายเอกสาร เบื้องหน้าเป็นประตูไม้เนื้อสีน้ำตาลแก่สลักลายเส้นวิจิตร ผู้มาเยือนยื่นมือออกไปคว้าลูกบิดทองเหลืองแล้วหมุนจนเสียงดังคลิก จากนั้นผลักประตูเข้าไปพบกับเจ้าของห้อง

หัวหน้าฝ่ายเอกสารเป็นผู้หญิงวัยปลดเกษียณ ตั้งแต่มีเรื่องอัปยศเสื่อมเสียในคราวนั้น หัวหน้าแผนกนี้ก็เป็นผู้หญิงมาโดยตลอด แกนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานแก่ ๆ เก่า ๆ หลังใหญ่สลักลายวิจิตรเป็นภาพวิถีชีวิตของข้างและควาญ แกสวมชุดผ้าไหมสีม่วงเงาเลื่อม พันคอด้วยผ้าโปร่งลวดลายดอกไม้ไทย ได้ยินเสียงประตูถูกเปิดก็หยุดสนใจเอกสารที่กองสุมอยู่บนโต๊ะ เงยหน้าขึ้นมา พลางลดแว่นตากรอบทองลง แล้วเพ่งสายตาเย็นชามองมายังแขกที่เพิ่งจะก้าวเข้ามาในห้อง

“ที่บ้านไม่สอนมารยาทก่อนจะเข้าห้องคนอื่นหรือ เธอควรจะเคาะประตูก่อนรึเปล่า?” น้ำเสียงเยียบเย็นสาดรดสามัญสำนึกของผู้มาเยือนให้ตระหนักและคิดได้ เด็กสมัยนี้ทำไมไม่มีมารยาทเอาเสียเลยนะ ถ้าชายหนุ่มผู้นี้เป็นลูกเป็นหลาน แกจะด่าให้หูชาเลย

“เอ่อ…” ผู้มาเยือนเลิกลั่ก ไม่รู้จะทำตัวอย่างไรดี ความสามารถในการวางตัวเพื่อเข้าหาผู้ใหญ่ของเขาด้อยมาก ขณะกำลังจะหันหลังกลับออกไปปฏิบัติใหม่ให้ตรงตามมารยาทแต่คุณยายก็ขัดขึ้นเสียก่อน

“ไม่ต้องแล้ว เชิญนั่ง” หัวหน้าฝ่ายเอกสารผายมือเหี่ยวย่นที่สวมกำไลข้อมือดูเกะกะ เชื้อเชิญให้ชายหนุ่มนั่งตรงเก้าอี้ไม้บุนวมหน้าโต๊ะทำงาน

“อ่า… ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มผู้มาเยือนกล่าวเสียงอ่อยเพราะใจเสีย รีบกุลีกุจอเอาก้นมาจ้ำเก้าอี้ไม้ ก้มหน้าก้มตายื่นเอกสารที่ถืออยู่ให้บุคคลตรงหน้า

หัวหน้าฝ่ายเอกสารรับมา ดันแว่นกลับเข้าที่แล้วกวาดสายตาอ่านเอกสารในมือทีละบรรทัด

“นายณภัทร บรรจงธรรม” หัวหน้าฝ่ายอ่านชื่อของนักศึกษาหนุ่มผู้มาเยือน

ตามเอกสาร นายณภัทร บรรจงธรรม กรอกประวัติของตนเองไว้ดังนี้ อายุ 20 ปี ศึกษาอยู่คณะการสื่อสาร สาขาออกแบบสื่อ ชั้นปีที่ 3 ความสามารถพิเศษ- ไม่มี ผลงานที่ภาคภูมิใจ- ไม่มี เกรดเฉลี่ยภาคเรียนที่แล้วผ่านคะแนนรีไทร์มาอย่างน่ารัก- 1.76 อาจารย์ที่ปรึกษาเขียนความคิดเห็นเอาไว้ว่า- “มีทักษะฝีมือ ขยัน เอาการเอางาน เห็นควรที่จะได้รับทุนการศึกษา” แต่แค่นี้ไม่มากพอที่จะทำให้หัวหน้าฝ่ายปักใจเชื่อ ว่าทุนการศึกษาที่ให้นายคนนี้ไปจะไม่สูญเปล่า

ที่จริงแล้วณภัทรไม่อยากแบกใบหน้าอันหล่อเหลามาขอทุนอย่างนี้หรอก สี่ปีการศึกษาที่ผ่านมาพ่อแม่ของเขาจ่ายค่าเทอมมหาโหดได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ปีนี้คงเป็นคราวเคราะห์ สวนผักอินทรีย์ปลอดสารพิษกิจการของที่บ้านถูกโรคร้ายเอาไปกินเรียบ ซ้ำเพื่อนสนิทของพ่อที่คบหากันมานานยังหักหลัง หลอกให้ลงชื่อเป็นคนค้ำประกันกู้เงินครึ่งล้านแล้วชิ่งหนีหายไปไหนไม่รู้ ไม่มีใครติดต่อได้ พ่อแม่ของเขาจำต้องขายที่ดินทำกินบางส่วนใช้หนี้สินที่ตนเองไม่ได้ก่อ หากไม่ได้รับทุนในภาคการศึกษานี้เขาคงต้องกลับบ้านนา แบกจอบแบกเสียมปลูกผักดายหญ้าตากแดดหน้าดำไปตามยถากรรม

อ่านเอกสารจบหัวหน้าฝ่ายก็เงยหน้าขึ้นมามองณภัทร เหตุผลในการขอทุนที่เขียนมาเธอไม่เชื่ออย่างสนิทใจนัก ของแบบนี้มันโกหกกันได้ ปีที่ผ่าน ๆ มาก็มีให้เห็น

“อืม ฉันรับเอกสารไว้แล้ว หมดธุระของเธอแล้ว เชิญกลับได้” หัวหน้าฝ่ายพูดแล้วเบือนหน้าหนีไปสนใจกองเอกสารที่สุมเป็นเนินอยู่บนโต๊ะ

“ผมจะได้รับทุนไหมครับ?” ณภัทรถามอย่างร้อนใจ

หัวหน้าฝ่ายหันกลับมามองอย่างขุ่นข้อง

 “เธอไม่ได้อ่านกำหนดการหรือ เขาระบุไว้ว่าให้ส่งเรื่องขอทุนการศึกษาได้จนถึงวันนี้ อันที่จริงฉันไม่รับเอกสารของเธอก็ได้นะเพราะตามกำหนดการบอกไว้ว่ารับจนถึงสิบห้านาฬิกาสามสิบนาที นี่จวนจะสิบเจ็ดนาฬิกาแล้ว เธอควรใส่ใจมีวินัยให้มากกว่านี้ แล้วในวันที่สิบห้าถึงจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับทุน สนใจอะไรบ้างไหม สักแต่ว่าเขียนมาส่ง ๆ พวกได้ทุนแล้วเอาไปเที่ยวเตร่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเยอะแยะไป” หัวหน้าฝ่ายพร่ำยาวสอนเด็กเมื่อวานซืนที่นั่งฟังอย่างเจียมตัว

“ผมลำบากจริง ๆ นะครับ ถ้าไม่ได้ทุน เทอมนี้ผมคงต้องดรอปเรียนแล้วกลับไปช่วยงานที่บ้าน”

“นั้นแหละดี เธอจะได้ใช้เวลาพิจารณาตัวเอง ว่าเหมาะสมกับการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งนี้หรือไม่”

ณภัทรจ๋อย คำด่าเจ็บ ๆ คัน ๆ ผุดขึ้นมาในหัวของเขามากมายมหาศาล แต่ถ้าปล่อยให้คำใดคำหนึ่งหลุดออกจากปากไปมีหวังได้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษาที่นี่แน่

“งั้นผมลาแล้วครับ” ณภัทรยกมือไหว้หัวหน้าฝ่ายแล้วลุกเดินไปที่ประตู

“เดี๋ยว!” น้ำเสียงเย็นเยียบสะกดฝีเท้าชายหนุ่มไม่ให้เคลื่อนไหว “ชายเสื้อน่ะมันควรจะอยู่ในกางเกงไม่ใช่หรือ แล้วขากางเกงลีบเล็กขนาดนั้นมันถูกระเบียบแล้วหรือ?”

ณภัทรซึ่งยืนหันหลังให้เบ้ปากอย่างรำคาญใจแล้วขมุบขมิบเป็นคำด่าเสีย ๆ หาย ๆ แต่เขาก็ยอมทำตามความต้องการที่สื่อออกมาของหัวหน้าฝ่ายเจ้าระเบียบ โดยการจับชายเสื้อยัดใส่เข้าไปในกางเกงสแล็กเข้ารูปสีดำ ในใจก็นึกค้าน “นี่มันจะห้าโมงเย็นแล้ว เลยเวลาราชการมาตั้งหลายชั่วโมง ผมจะแต่งตัวยังไงมันก็เรื่องของผม สมัยนี้ใคร ๆ ก็สวมกางเกงทรงนี้กันทั้งนั้น เพื่อให้รูปร่างดูสูงโปร่งแถมยังกระฉับกระเฉงคล่องแคล่ว ไม่ใช่สวมกางเกงตัวโคร่งดูเร่อร่าเหมือนบุญชูในหนังไทยสมัยก่อน คุณยายหมุนตามโลกรึเปล่าครับ หรือหยุดตัวเองไว้ที่ พ.ศ.2531 ปีที่บุญชูภาคแรกออกฉาย” ชายหนุ่มก้าวขาฉับ ๆ ออกห้องแล้วปิดประตูเบา ๆ

หัวหน้าฝ่ายน่ากลัวกว่าที่คิด แกคิดว่าตัวเองเป็นราชินีดินแดนมหัศจรรย์ในเทพนิยายอยู่หรือยังไง ถึงมีสิทธิ์จะบงการใครก็ได้ ในสายตาของณภัทรหัวหน้าฝ่ายเป็นได้แค่นางพญาปลวกปลดประจำการ อุดอู้อยู่ในรังแคบ ๆ ที่มีตำราเก่าเก็บเหม็นสาบกระดาษกรอบเอาไว้แทะเป็นของกินเล่น

ปวดฉี่เป็นบ้า ไม่รู้คุณยายพญาปลวกทนหนาวอยู่ในห้องนั้นได้ยังไง ขนาดไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ ยังทำเอาณภัทรขาสั่นพั่บ ๆ น้ำเสียงที่เย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจเกือบทำเขาฉี่ราดตั้งหลายหน ต้องทนอั้นฉี่ไว้ตั้งแต่ประโยคแรกที่นางพญาถาม ราวเหมือนแกล้งกันคุณยายแกอ่านเอกสารของเขาช้ามากอย่างกับสะกดอ่านทีละตัว ทีละวรรคอย่างนั้นแหละ

ณภัทรเดินออกมาจากหน้าห้องของหัวหน้าฝ่ายเอกสารซึ่งเขาขนานนามเสียใหม่ว่ารังปลวก มุ่งหน้าหาห้องน้ำเพื่อปลดปล่อยพลังจักระที่ไหลเวียนภายในกระเพาะปัสสาวะ เข้ามาถึงเขามายืนอยู่หน้าโถปัสสาวะแล้วจัดแจงอะไร ๆ ให้เข้าที่ เพื่อจะได้ยืนฉี่อย่างไม่เลอะเทอะเปรอะกางเกง

ปล่อยของเสียออกจากร่างกายแล้วมีความรู้สึกเหมือนได้ดูฉากสุดท้ายของหนังดราม่าที่ตัวเอกผ่านพ้นมรสุมเลวร้ายต่าง ๆ ในชีวิต จนพบเจอกับความสุขความสำเร็จในที่สุด เขามั่นใจว่าคงพลาดทุนนี้ไปอย่างแน่นอน พอกันทีไม่อยากข้องแวะกับนางพญาปลวกปลดประจำการผู้นั้นอีกแล้ว ไม่ได้ทุนเรียนต่อชีวิตของเขาก็ไม่ได้ลำบากอะไรนัก แค่เรียนช้ากว่าเพื่อน จบช้ากว่าเพื่อน ความฝันที่จะได้เป็นผู้กำกับมิวสิกวิดีโอศิลปินเกาหลีอาจมาช้าหน่อย แต่เขาก็รอได้เพื่อฝันอันสูงสุด

“โห… ใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย” น้ำเสียงผู้ชายทะลึ่งทะเล้นปลุกณภัทรให้ตื่นจากภวังค์ หันซ้ายหันขวาเหลียวหน้ามองหลังหาเจ้าของเสียง แต่ไม่ยักเจอใครสักคนในห้องน้ำชายแห่งนี้ บรรยากาศที่นี่เงียบกริบ ไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิตราวกับที่นี่คือตึกร้าง กลิ่นน้ำยาล้างห้องน้ำเพิ่งจะมาฉุนเข้าจมูก มันชวนให้เขานึกถึงโรงพยาบาลอันสะอาดสะอ้าน คิดเชื่อมโยงไปถึงตำนานตึกเก่าหลังนี้ว่าเคยเป็นตึกคณะอะไรมาก่อน

ในเมื่อไม่มีใคร เสียงลึกลับที่ได้ยินชัดเต็มสองหูนั่นมาจากไหน

ขนลุกซู่…

เสียวสันหลังวาบ…

ณภัทรรีบทำธุระของตัวเองให้เสร็จโดยไว สติของเขาเดินแซงไปรออยู่ที่รถจักรยานยนต์ซึ่งจอดไว้หน้าตึกเรียบร้อยแล้ว เขาว่าปกติขาของเขาก้าวได้ไวกว่านี้ แต่เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ทำไมถึงได้ช้าเป็นเต่าจำศีล บันไดลงไปชั้นล่างอยู่ใกล้แค่ไม่กี่ก้าว จังหวะที่กำลังจะเอี้ยวตัวเลี้ยว กลับต้องชะงักกับชายรูปร่างสันทัดที่โผล่เข้ามาขวาง

ชายคนนี้ตัวสูงกว่าณภัทรเล็กน้อย ผิวคล้ำกว่าเยอะแต่ไม่ถึงกับดำ หุ่นล่ำอย่างนี้ไม่เป็นนักฟุตบอลก็นักบาสเก็ตบอล ของอย่างนี้ดูไม่ยาก ถ้าเขาสวมรองเท้าสตั๊ดแสดงว่าเป็นนักฟุตบอล ถ้าสวมรองเท้าหุ้มข้อแสดงว่าเป็นนักบาสเก็ตบอล

แต่ให้ตายเถอะเมื่อมองลงมายังส่วนล่างสุดของบุรุษนิรนาม ณภัทรกลับไม่พบอวัยวะที่เรียกว่าเท้า ร่างกายของชายคนนี้ลอยอยู่เหนือพื้น! เป็นไปได้อย่างไร มนุษย์คนไหนในโลกจะลอยอยู่เหนือพื้นได้ แล้วก็คิดได้ว่าถ้าบุรุษนิรนามผู้นี้ไม่ได้เป็นมนุษย์ล่ะ? เพียงเท่านั้นหัวใจของณภัทรก็สูบฉีดเลือดช้าลง ตาเบลอมองอะไรไม่ชัดเจน แถมหมุนคว้าง แข้งเข่าอ่อนแรงรับน้ำหนักร่างกายไม่ไหวจนล้มพับนอนสลบเสียตรงนั้น

“นี่เธอ เป็นอะไรหรือเปล่า มานอนทำไมตรงนี้?”

เสียงเรียกพร้อมเขย่าปลุกชายหนุ่มผู้หลับใหลจากอาการตกใจให้ค่อย ๆ ฟื้นคืนสติกลับมาอีกครั้ง เขากระพริบตาปรับรูม่านตาให้สู้แสงสว่างจากหลอดไฟบนเพดาน ภาพสตรีค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้น

นางพญาปลวก!

ณภัทรสะดุ้งเท้ากระตุกทีหนึ่ง

“มานอนทำไมตรงนี้ สิบแปดนาฬิกากว่าแล้วนะทำไมยังไม่กลับอีก เป็นอะไรหรือเปล่า?” หัวหน้าฝ่ายถามไถ่อย่างเป็นห่วงด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ณภัทรแปลกใจว่านางพญาปลวกผู้นี้จะพูดว่าสิบแปดนาฬิกากว่าทำไม เขาต้องเสียเวลาเอาเลขสิบแปดตั้งไว้ในใจแล้วลบด้วยเลขสิบสอง จึงจะรู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาหกโมงกว่าแล้ว บอกตั้งแต่ทีแรกว่าหกโมงเย็นง่ายกว่าเยอะ เขาจะได้ไม่ต้องคำนวณเลขซึ่งไม่ถนัดเอาเสียเลย

“เอ่อ… ผม” ภาพก่อนจะสลบหมดสติกรอกลับมาฉากในหัวอีกครั้ง “ผมเจอผีครับ ผีผู้ชายขาขาด!”

หัวหน้าฝ่ายยิ้มเยาะ

“ฉันอยู่ที่นี่มายี่สิบกว่าปีไม่เคยเจอผีเลยนะ เธอคงเหนื่อยล่ะสิ กลับเองไหวหรือเปล่า โทรฯให้เพื่อนมารับไหม?”

ณภัทรนินทาในใจ “อยู่มายี่สิบกว่าปีจนมีผีเป็นเพื่อนล่ะไม่ว่า”

“เอายังไง จะยืมโทรศัพท์ที่ห้องทำงานของฉันโทรฯเรียกเพื่อนหรือผู้ปกครองมารับไหม?” แม้จะถามอย่างห่วงใยแต่สายตาที่มองมานั้นเย็นชาซะเหลือเกิน

“ใครมันอยากกลับไปรังปลวกนั่นอีกล่ะ” ณภัทรเพียงแค่คิดในใจ เขาพูดรักษาน้ำใจอย่างสุภาพไปว่า “ขอบคุณครับ ผมไม่รบกวนหรอก ขอแค่เดินไปส่งผมที่รถก็พอ ผมจอดไว้ที่หน้าตึก”

“ได้สิ ฉันก็กำลังจะกลับ จอดรถไว้ที่หน้าตึกเหมือนกัน”

ณภัทรลุกขึ้นยืนได้ด้วยตัวเอง เขาเหลียวมองไปรอบตัวไม่ยักเจอใครเลยนอกจากนางพญาปลวกปลดประจำการที่ยืนเย็นชาอยู่ตรงหน้า สงสัยเหลือเกินว่าหน้าไม่รับแขกอย่างนี้มีเพื่อนคบกับเขาบ้างไหม

ทั้งสองลงบันไดมาพร้อมกัน ณภัทรแอบสงสัยอีกว่าค่ำมืดป่านนี้ ทุกคนในตึกต่างกลับบ้านกลับช่องกันหมด แต่ทำไมนางพญาปลวกผู้นี้ถึงยังสิงสถิตอยู่ เธอไม่เคยได้ยินตำนานเล่าขานชวนขนลุกของตึกเก่าหลังนี้เลยหรือไง หรือรู้แต่ไม่กลัวเพราะคนกับผีเป็นเพื่อนกัน

เมื่อลงมาถึงช่องจอดรถ ณภัทรก็ไหว้ขอบคุณหัวหน้าฝ่ายงาม ๆ หวังขอความเมตตาเป็นครั้งสุดท้าย เผื่อจะใจอ่อนยอมให้ทุนการศึกษาแก่เขา เขาหยิบกุญแจออกมาจากกระเป๋าด้านหลังกางเกง ยกขาควบเบาะรถจักรยานยนต์ เสียบกุญแจ บิดเบรก กดปุ่มสตาร์ท นางพญาปลวกที่เขาตั้งสมญานามให้ก็เดินดุ่ม ๆ ไปขึ้นรถกระบะคันเล็กที่จอดอยู่ไม่ไกล ผู้หญิงอะไรขับรถกระบะ ช่างเหมาะกับสามคำนี้เหลือเกิน โคตร-คน-อึด วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์ ณภัทรหัวเราะฮึ ๆ ก่อนจะเร่งเครื่องออกสู่ถนนในมหาวิทยาลัยมุ่งกลับหอพัก

เวลามืดค่ำแล้ว มีนักศึกษาออกมาวิ่งออกกำลังกายกันพอสมควร บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยถูกจัดเป็นสวนสาธารณะ มีสนามหญ้าโล่ง ๆ ไว้เตะฟุตบอลและเล่นรักบี้ มีลานซีเมนต์ไว้ตีแบดมินตันหรือเล่นตะกร้อ มีศาลาให้พ่อบ้านแม่บ้านรวมกลุ่มกันมาเต้นแอโรบิก หลายคนซึ่งมาออกกำลังกายที่พอจะรู้จักกับณภัทรอาจสงสัยว่าวันนี้เขาพาใครที่ไหนซ้อนหลังมา ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย เป็นเพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันหรือยังไงนะ?


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!