พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 1

Share

ตึกสี่ชั้นสภาพเก่าคร่ำครึ สีขาวที่ทาไว้ลอกออกเสียเกือบหมด ถูกแทนที่ด้วยคราบน้ำฝนสีดำที่สะสมมาหลายสิบปี ตึกสูงนี้รายล้อมด้วยไม้ยืนต้นสูงใหญ่ ใบหนาทึบจนปิดบังแสงแดดจากทุกสารทิศ แถมแผ่อากาศเย็นน่าขนลุกเข้ามาภายในตึก เพียงเวลาเย็นย่ำข้างในนี้ก็มืดเสียแล้วต้องเปิดไฟสีส้มสลัวที่บางดาวกระพริบติด ๆ ดับ ๆ ส่องทางเดิน กลิ่นสาบเอกสารเก่า ๆ โชยปะทะจมูกทันทีที่ก้าวจากบันไดถึงพื้นชั้นสอง

เรื่องเล่าขานที่เล่าต่อ ๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่นผุดประดังเข้ามาในหัว บ้างลือว่าที่นี่เคยมีหัวหน้าฝ่ายเอกสารล่อลวงภรรยาตัวเองมาฆ่าหมกศพไว้ในตู้ หลังถูกจับได้เรื่องแอบไปมีบ้านเล็กบ้านน้อย บ้างลือว่าที่นี่มีวิญญาณเด็กดองชุกชุมเพราะตึกหลังนี้เคยเป็นตึกเรียนของคณะแพทย์มาก่อน แม้ร่างกายจะถูกเคลื่อนย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว แต่วิญญาณยังเล่นสนุกอยู่ที่นี่

ก้าวเดินมาจนสุดทางเดินพื้นหินอ่อน ที่สะท้อนแสงสีส้มสลัวจากหลอดไฟเหนือหัวก็ถึงห้องของหัวหน้าฝ่ายเอกสาร เบื้องหน้าเป็นประตูไม้เนื้อสีน้ำตาลแก่สลักลายเส้นวิจิตร ผู้มาเยือนยื่นมือออกไปคว้าลูกบิดทองเหลืองแล้วหมุนจนเสียงดังคลิก จากนั้นผลักประตูเข้าไปพบกับเจ้าของห้อง

หัวหน้าฝ่ายเอกสารเป็นผู้หญิงวัยปลดเกษียณ ตั้งแต่มีเรื่องอัปยศเสื่อมเสียในคราวนั้น หัวหน้าแผนกนี้ก็เป็นผู้หญิงมาโดยตลอด แกนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานแก่ ๆ เก่า ๆ หลังใหญ่สลักลายวิจิตรเป็นภาพวิถีชีวิตของข้างและควาญ แกสวมชุดผ้าไหมสีม่วงเงาเลื่อม พันคอด้วยผ้าโปร่งลวดลายดอกไม้ไทย ได้ยินเสียงประตูถูกเปิดก็หยุดสนใจเอกสารที่กองสุมอยู่บนโต๊ะ เงยหน้าขึ้นมา พลางลดแว่นตากรอบทองลง แล้วเพ่งสายตาเย็นชามองมายังแขกที่เพิ่งจะก้าวเข้ามาในห้อง

“ที่บ้านไม่สอนมารยาทก่อนจะเข้าห้องคนอื่นหรือ เธอควรจะเคาะประตูก่อนรึเปล่า?” น้ำเสียงเยียบเย็นสาดรดสามัญสำนึกของผู้มาเยือนให้ตระหนักและคิดได้ เด็กสมัยนี้ทำไมไม่มีมารยาทเอาเสียเลยนะ ถ้าชายหนุ่มผู้นี้เป็นลูกเป็นหลาน แกจะด่าให้หูชาเลย

“เอ่อ…” ผู้มาเยือนเลิกลั่ก ไม่รู้จะทำตัวอย่างไรดี ความสามารถในการวางตัวเพื่อเข้าหาผู้ใหญ่ของเขาด้อยมาก ขณะกำลังจะหันหลังกลับออกไปปฏิบัติใหม่ให้ตรงตามมารยาทแต่คุณยายก็ขัดขึ้นเสียก่อน

“ไม่ต้องแล้ว เชิญนั่ง” หัวหน้าฝ่ายเอกสารผายมือเหี่ยวย่นที่สวมกำไลข้อมือดูเกะกะ เชื้อเชิญให้ชายหนุ่มนั่งตรงเก้าอี้ไม้บุนวมหน้าโต๊ะทำงาน

“อ่า… ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มผู้มาเยือนกล่าวเสียงอ่อยเพราะใจเสีย รีบกุลีกุจอเอาก้นมาจ้ำเก้าอี้ไม้ ก้มหน้าก้มตายื่นเอกสารที่ถืออยู่ให้บุคคลตรงหน้า

หัวหน้าฝ่ายเอกสารรับมา ดันแว่นกลับเข้าที่แล้วกวาดสายตาอ่านเอกสารในมือทีละบรรทัด

“นายณภัทร บรรจงธรรม” หัวหน้าฝ่ายอ่านชื่อของนักศึกษาหนุ่มผู้มาเยือน

ตามเอกสาร นายณภัทร บรรจงธรรม กรอกประวัติของตนเองไว้ดังนี้ อายุ 20 ปี ศึกษาอยู่คณะการสื่อสาร สาขาออกแบบสื่อ ชั้นปีที่ 3 ความสามารถพิเศษ- ไม่มี ผลงานที่ภาคภูมิใจ- ไม่มี เกรดเฉลี่ยภาคเรียนที่แล้วผ่านคะแนนรีไทร์มาอย่างน่ารัก- 1.76 อาจารย์ที่ปรึกษาเขียนความคิดเห็นเอาไว้ว่า- “มีทักษะฝีมือ ขยัน เอาการเอางาน เห็นควรที่จะได้รับทุนการศึกษา” แต่แค่นี้ไม่มากพอที่จะทำให้หัวหน้าฝ่ายปักใจเชื่อ ว่าทุนการศึกษาที่ให้นายคนนี้ไปจะไม่สูญเปล่า

ที่จริงแล้วณภัทรไม่อยากแบกใบหน้าอันหล่อเหลามาขอทุนอย่างนี้หรอก สี่ปีการศึกษาที่ผ่านมาพ่อแม่ของเขาจ่ายค่าเทอมมหาโหดได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ปีนี้คงเป็นคราวเคราะห์ สวนผักอินทรีย์ปลอดสารพิษกิจการของที่บ้านถูกโรคร้ายเอาไปกินเรียบ ซ้ำเพื่อนสนิทของพ่อที่คบหากันมานานยังหักหลัง หลอกให้ลงชื่อเป็นคนค้ำประกันกู้เงินครึ่งล้านแล้วชิ่งหนีหายไปไหนไม่รู้ ไม่มีใครติดต่อได้ พ่อแม่ของเขาจำต้องขายที่ดินทำกินบางส่วนใช้หนี้สินที่ตนเองไม่ได้ก่อ หากไม่ได้รับทุนในภาคการศึกษานี้เขาคงต้องกลับบ้านนา แบกจอบแบกเสียมปลูกผักดายหญ้าตากแดดหน้าดำไปตามยถากรรม

อ่านเอกสารจบหัวหน้าฝ่ายก็เงยหน้าขึ้นมามองณภัทร เหตุผลในการขอทุนที่เขียนมาเธอไม่เชื่ออย่างสนิทใจนัก ของแบบนี้มันโกหกกันได้ ปีที่ผ่าน ๆ มาก็มีให้เห็น

“อืม ฉันรับเอกสารไว้แล้ว หมดธุระของเธอแล้ว เชิญกลับได้” หัวหน้าฝ่ายพูดแล้วเบือนหน้าหนีไปสนใจกองเอกสารที่สุมเป็นเนินอยู่บนโต๊ะ

“ผมจะได้รับทุนไหมครับ?” ณภัทรถามอย่างร้อนใจ

หัวหน้าฝ่ายหันกลับมามองอย่างขุ่นข้อง

 “เธอไม่ได้อ่านกำหนดการหรือ เขาระบุไว้ว่าให้ส่งเรื่องขอทุนการศึกษาได้จนถึงวันนี้ อันที่จริงฉันไม่รับเอกสารของเธอก็ได้นะเพราะตามกำหนดการบอกไว้ว่ารับจนถึงสิบห้านาฬิกาสามสิบนาที นี่จวนจะสิบเจ็ดนาฬิกาแล้ว เธอควรใส่ใจมีวินัยให้มากกว่านี้ แล้วในวันที่สิบห้าถึงจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับทุน สนใจอะไรบ้างไหม สักแต่ว่าเขียนมาส่ง ๆ พวกได้ทุนแล้วเอาไปเที่ยวเตร่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเยอะแยะไป” หัวหน้าฝ่ายพร่ำยาวสอนเด็กเมื่อวานซืนที่นั่งฟังอย่างเจียมตัว

“ผมลำบากจริง ๆ นะครับ ถ้าไม่ได้ทุน เทอมนี้ผมคงต้องดรอปเรียนแล้วกลับไปช่วยงานที่บ้าน”

“นั้นแหละดี เธอจะได้ใช้เวลาพิจารณาตัวเอง ว่าเหมาะสมกับการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งนี้หรือไม่”

ณภัทรจ๋อย คำด่าเจ็บ ๆ คัน ๆ ผุดขึ้นมาในหัวของเขามากมายมหาศาล แต่ถ้าปล่อยให้คำใดคำหนึ่งหลุดออกจากปากไปมีหวังได้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษาที่นี่แน่

“งั้นผมลาแล้วครับ” ณภัทรยกมือไหว้หัวหน้าฝ่ายแล้วลุกเดินไปที่ประตู

“เดี๋ยว!” น้ำเสียงเย็นเยียบสะกดฝีเท้าชายหนุ่มไม่ให้เคลื่อนไหว “ชายเสื้อน่ะมันควรจะอยู่ในกางเกงไม่ใช่หรือ แล้วขากางเกงลีบเล็กขนาดนั้นมันถูกระเบียบแล้วหรือ?”

ณภัทรซึ่งยืนหันหลังให้เบ้ปากอย่างรำคาญใจแล้วขมุบขมิบเป็นคำด่าเสีย ๆ หาย ๆ แต่เขาก็ยอมทำตามความต้องการที่สื่อออกมาของหัวหน้าฝ่ายเจ้าระเบียบ โดยการจับชายเสื้อยัดใส่เข้าไปในกางเกงสแล็กเข้ารูปสีดำ ในใจก็นึกค้าน “นี่มันจะห้าโมงเย็นแล้ว เลยเวลาราชการมาตั้งหลายชั่วโมง ผมจะแต่งตัวยังไงมันก็เรื่องของผม สมัยนี้ใคร ๆ ก็สวมกางเกงทรงนี้กันทั้งนั้น เพื่อให้รูปร่างดูสูงโปร่งแถมยังกระฉับกระเฉงคล่องแคล่ว ไม่ใช่สวมกางเกงตัวโคร่งดูเร่อร่าเหมือนบุญชูในหนังไทยสมัยก่อน คุณยายหมุนตามโลกรึเปล่าครับ หรือหยุดตัวเองไว้ที่ พ.ศ.2531 ปีที่บุญชูภาคแรกออกฉาย” ชายหนุ่มก้าวขาฉับ ๆ ออกห้องแล้วปิดประตูเบา ๆ

หัวหน้าฝ่ายน่ากลัวกว่าที่คิด แกคิดว่าตัวเองเป็นราชินีดินแดนมหัศจรรย์ในเทพนิยายอยู่หรือยังไง ถึงมีสิทธิ์จะบงการใครก็ได้ ในสายตาของณภัทรหัวหน้าฝ่ายเป็นได้แค่นางพญาปลวกปลดประจำการ อุดอู้อยู่ในรังแคบ ๆ ที่มีตำราเก่าเก็บเหม็นสาบกระดาษกรอบเอาไว้แทะเป็นของกินเล่น

ปวดฉี่เป็นบ้า ไม่รู้คุณยายพญาปลวกทนหนาวอยู่ในห้องนั้นได้ยังไง ขนาดไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ ยังทำเอาณภัทรขาสั่นพั่บ ๆ น้ำเสียงที่เย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจเกือบทำเขาฉี่ราดตั้งหลายหน ต้องทนอั้นฉี่ไว้ตั้งแต่ประโยคแรกที่นางพญาถาม ราวเหมือนแกล้งกันคุณยายแกอ่านเอกสารของเขาช้ามากอย่างกับสะกดอ่านทีละตัว ทีละวรรคอย่างนั้นแหละ

ณภัทรเดินออกมาจากหน้าห้องของหัวหน้าฝ่ายเอกสารซึ่งเขาขนานนามเสียใหม่ว่ารังปลวก มุ่งหน้าหาห้องน้ำเพื่อปลดปล่อยพลังจักระที่ไหลเวียนภายในกระเพาะปัสสาวะ เข้ามาถึงเขามายืนอยู่หน้าโถปัสสาวะแล้วจัดแจงอะไร ๆ ให้เข้าที่ เพื่อจะได้ยืนฉี่อย่างไม่เลอะเทอะเปรอะกางเกง

ปล่อยของเสียออกจากร่างกายแล้วมีความรู้สึกเหมือนได้ดูฉากสุดท้ายของหนังดราม่าที่ตัวเอกผ่านพ้นมรสุมเลวร้ายต่าง ๆ ในชีวิต จนพบเจอกับความสุขความสำเร็จในที่สุด เขามั่นใจว่าคงพลาดทุนนี้ไปอย่างแน่นอน พอกันทีไม่อยากข้องแวะกับนางพญาปลวกปลดประจำการผู้นั้นอีกแล้ว ไม่ได้ทุนเรียนต่อชีวิตของเขาก็ไม่ได้ลำบากอะไรนัก แค่เรียนช้ากว่าเพื่อน จบช้ากว่าเพื่อน ความฝันที่จะได้เป็นผู้กำกับมิวสิกวิดีโอศิลปินเกาหลีอาจมาช้าหน่อย แต่เขาก็รอได้เพื่อฝันอันสูงสุด

“โห… ใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย” น้ำเสียงผู้ชายทะลึ่งทะเล้นปลุกณภัทรให้ตื่นจากภวังค์ หันซ้ายหันขวาเหลียวหน้ามองหลังหาเจ้าของเสียง แต่ไม่ยักเจอใครสักคนในห้องน้ำชายแห่งนี้ บรรยากาศที่นี่เงียบกริบ ไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิตราวกับที่นี่คือตึกร้าง กลิ่นน้ำยาล้างห้องน้ำเพิ่งจะมาฉุนเข้าจมูก มันชวนให้เขานึกถึงโรงพยาบาลอันสะอาดสะอ้าน คิดเชื่อมโยงไปถึงตำนานตึกเก่าหลังนี้ว่าเคยเป็นตึกคณะอะไรมาก่อน

ในเมื่อไม่มีใคร เสียงลึกลับที่ได้ยินชัดเต็มสองหูนั่นมาจากไหน

ขนลุกซู่…

เสียวสันหลังวาบ…

ณภัทรรีบทำธุระของตัวเองให้เสร็จโดยไว สติของเขาเดินแซงไปรออยู่ที่รถจักรยานยนต์ซึ่งจอดไว้หน้าตึกเรียบร้อยแล้ว เขาว่าปกติขาของเขาก้าวได้ไวกว่านี้ แต่เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ทำไมถึงได้ช้าเป็นเต่าจำศีล บันไดลงไปชั้นล่างอยู่ใกล้แค่ไม่กี่ก้าว จังหวะที่กำลังจะเอี้ยวตัวเลี้ยว กลับต้องชะงักกับชายรูปร่างสันทัดที่โผล่เข้ามาขวาง

ชายคนนี้ตัวสูงกว่าณภัทรเล็กน้อย ผิวคล้ำกว่าเยอะแต่ไม่ถึงกับดำ หุ่นล่ำอย่างนี้ไม่เป็นนักฟุตบอลก็นักบาสเก็ตบอล ของอย่างนี้ดูไม่ยาก ถ้าเขาสวมรองเท้าสตั๊ดแสดงว่าเป็นนักฟุตบอล ถ้าสวมรองเท้าหุ้มข้อแสดงว่าเป็นนักบาสเก็ตบอล

แต่ให้ตายเถอะเมื่อมองลงมายังส่วนล่างสุดของบุรุษนิรนาม ณภัทรกลับไม่พบอวัยวะที่เรียกว่าเท้า ร่างกายของชายคนนี้ลอยอยู่เหนือพื้น! เป็นไปได้อย่างไร มนุษย์คนไหนในโลกจะลอยอยู่เหนือพื้นได้ แล้วก็คิดได้ว่าถ้าบุรุษนิรนามผู้นี้ไม่ได้เป็นมนุษย์ล่ะ? เพียงเท่านั้นหัวใจของณภัทรก็สูบฉีดเลือดช้าลง ตาเบลอมองอะไรไม่ชัดเจน แถมหมุนคว้าง แข้งเข่าอ่อนแรงรับน้ำหนักร่างกายไม่ไหวจนล้มพับนอนสลบเสียตรงนั้น

“นี่เธอ เป็นอะไรหรือเปล่า มานอนทำไมตรงนี้?”

เสียงเรียกพร้อมเขย่าปลุกชายหนุ่มผู้หลับใหลจากอาการตกใจให้ค่อย ๆ ฟื้นคืนสติกลับมาอีกครั้ง เขากระพริบตาปรับรูม่านตาให้สู้แสงสว่างจากหลอดไฟบนเพดาน ภาพสตรีค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้น

นางพญาปลวก!

ณภัทรสะดุ้งเท้ากระตุกทีหนึ่ง

“มานอนทำไมตรงนี้ สิบแปดนาฬิกากว่าแล้วนะทำไมยังไม่กลับอีก เป็นอะไรหรือเปล่า?” หัวหน้าฝ่ายถามไถ่อย่างเป็นห่วงด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ณภัทรแปลกใจว่านางพญาปลวกผู้นี้จะพูดว่าสิบแปดนาฬิกากว่าทำไม เขาต้องเสียเวลาเอาเลขสิบแปดตั้งไว้ในใจแล้วลบด้วยเลขสิบสอง จึงจะรู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาหกโมงกว่าแล้ว บอกตั้งแต่ทีแรกว่าหกโมงเย็นง่ายกว่าเยอะ เขาจะได้ไม่ต้องคำนวณเลขซึ่งไม่ถนัดเอาเสียเลย

“เอ่อ… ผม” ภาพก่อนจะสลบหมดสติกรอกลับมาฉากในหัวอีกครั้ง “ผมเจอผีครับ ผีผู้ชายขาขาด!”

หัวหน้าฝ่ายยิ้มเยาะ

“ฉันอยู่ที่นี่มายี่สิบกว่าปีไม่เคยเจอผีเลยนะ เธอคงเหนื่อยล่ะสิ กลับเองไหวหรือเปล่า โทรฯให้เพื่อนมารับไหม?”

ณภัทรนินทาในใจ “อยู่มายี่สิบกว่าปีจนมีผีเป็นเพื่อนล่ะไม่ว่า”

“เอายังไง จะยืมโทรศัพท์ที่ห้องทำงานของฉันโทรฯเรียกเพื่อนหรือผู้ปกครองมารับไหม?” แม้จะถามอย่างห่วงใยแต่สายตาที่มองมานั้นเย็นชาซะเหลือเกิน

“ใครมันอยากกลับไปรังปลวกนั่นอีกล่ะ” ณภัทรเพียงแค่คิดในใจ เขาพูดรักษาน้ำใจอย่างสุภาพไปว่า “ขอบคุณครับ ผมไม่รบกวนหรอก ขอแค่เดินไปส่งผมที่รถก็พอ ผมจอดไว้ที่หน้าตึก”

“ได้สิ ฉันก็กำลังจะกลับ จอดรถไว้ที่หน้าตึกเหมือนกัน”

ณภัทรลุกขึ้นยืนได้ด้วยตัวเอง เขาเหลียวมองไปรอบตัวไม่ยักเจอใครเลยนอกจากนางพญาปลวกปลดประจำการที่ยืนเย็นชาอยู่ตรงหน้า สงสัยเหลือเกินว่าหน้าไม่รับแขกอย่างนี้มีเพื่อนคบกับเขาบ้างไหม

ทั้งสองลงบันไดมาพร้อมกัน ณภัทรแอบสงสัยอีกว่าค่ำมืดป่านนี้ ทุกคนในตึกต่างกลับบ้านกลับช่องกันหมด แต่ทำไมนางพญาปลวกผู้นี้ถึงยังสิงสถิตอยู่ เธอไม่เคยได้ยินตำนานเล่าขานชวนขนลุกของตึกเก่าหลังนี้เลยหรือไง หรือรู้แต่ไม่กลัวเพราะคนกับผีเป็นเพื่อนกัน

เมื่อลงมาถึงช่องจอดรถ ณภัทรก็ไหว้ขอบคุณหัวหน้าฝ่ายงาม ๆ หวังขอความเมตตาเป็นครั้งสุดท้าย เผื่อจะใจอ่อนยอมให้ทุนการศึกษาแก่เขา เขาหยิบกุญแจออกมาจากกระเป๋าด้านหลังกางเกง ยกขาควบเบาะรถจักรยานยนต์ เสียบกุญแจ บิดเบรก กดปุ่มสตาร์ท นางพญาปลวกที่เขาตั้งสมญานามให้ก็เดินดุ่ม ๆ ไปขึ้นรถกระบะคันเล็กที่จอดอยู่ไม่ไกล ผู้หญิงอะไรขับรถกระบะ ช่างเหมาะกับสามคำนี้เหลือเกิน โคตร-คน-อึด วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์ ณภัทรหัวเราะฮึ ๆ ก่อนจะเร่งเครื่องออกสู่ถนนในมหาวิทยาลัยมุ่งกลับหอพัก

เวลามืดค่ำแล้ว มีนักศึกษาออกมาวิ่งออกกำลังกายกันพอสมควร บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยถูกจัดเป็นสวนสาธารณะ มีสนามหญ้าโล่ง ๆ ไว้เตะฟุตบอลและเล่นรักบี้ มีลานซีเมนต์ไว้ตีแบดมินตันหรือเล่นตะกร้อ มีศาลาให้พ่อบ้านแม่บ้านรวมกลุ่มกันมาเต้นแอโรบิก หลายคนซึ่งมาออกกำลังกายที่พอจะรู้จักกับณภัทรอาจสงสัยว่าวันนี้เขาพาใครที่ไหนซ้อนหลังมา ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย เป็นเพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันหรือยังไงนะ?


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!