The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้ เศรษฐีหนุ่มผู้ลึกลับที่พยายามทวงคืนความรักจากเดซี่ บูคานัน สะท้อนถึงความฝันของคนอเมริกัน และความเหลื่อมล้ำทางสังคมครับ
The Great Gatsby มีนักแปลชาวไทยหยิบมาแปลหลายคนเลยครับ ชื่อภาษาไทยเลยเยอะตามไปด้วย ทั้งรักเธอสุดที่รัก, แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่, แกตส์บี้ความหวังยิ่งใหญ่และหัวใจมั่นคง เคยถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์มาแล้วหลายครั้ง ครั้งล่าสุดฉายปี 2013 ได้ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ มาแสดงเป็นเจย์ แกตส์บี้ครับ



เรื่องราวของนิยายเรื่องนี้ถูกเล่าผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ชายหนุ่มจากครอบครัวของผู้มีอันจะกินจากมิดเวสต์ที่ย้ายมาทำงานในนิวยอร์ก และเช่าบ้านอยู่ที่ย่านเวสต์เอ้ก (West Egg) บนเกาะลองไอส์แลนด์ ย่านนี้เป็นย่านของเศรษฐีใหม่ที่เพิ่งรวยมาอยู่รวมกันครับ
ข้างบ้านที่รั้วติดกันกับบ้านเช่าของนิกคือคฤหาสน์ของเศรษฐีลึกลับที่ชื่อว่าเจย์ แกตส์บี้ เขาชอบจัดงานเลี้ยงหรูหรา ชอบเปิดบ้านให้คนมาดื่มเหล้าเต้นรำ หน้าคฤหาสน์ของแกตส์บี้และหน้าบ้านของนิกคืออ่าวเล็ก ๆ ที่คั่นกลางระหว่างย่านเวสต์เอ้กและย่านอีสต์เอ้ก (East Egg) ซึ่งเป็นย่านที่อยู่ของเศรษฐีเก่าผู้ร่ำรวยมาแล้วหลายชั่วอายุคนครับ
ตรงฝั่งอีสต์เอ้ก ด้านตรงข้ามที่หันหน้าเข้าหาคฤหาสน์ของแกตส์บี้คือคฤหาสน์ของทอม บูคานัน ชายจากครอบครัวที่รวยล้นฟ้า และเป็นสามีของเดซี่ บูคานันผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของนิก วันหนึ่งนิกไปเยี่ยมเดซี่ที่คฤหาสน์ และวันนั้นเพื่อนของเดซี่ก็มาเยี่ยมเธอด้วย เพื่อนคนนั้นชื่อจอร์แดน เบเกอร์ เป็นนักกอล์ฟสาว
วันนั้นนิกอยู่กินข้าวเย็นที่บ้านของเดซี่ ตอนที่ทอมและจอร์แดนออกไป และเหลือแค่นิกกับเดซี่ เดซี่พูดกับนิกว่า “เราไม่ค่อยรู้จักกันสักเท่าไหร่เลยนะนิก ทั้งที่เป็นญาติกัน งานแต่งงานของฉันคุณก็ไม่มา”
นิกบอกว่าตอนนั้นเขายังไม่กลับมาจากสงคราม เดซี่ดูลังเลที่จะพูดต่อ แต่เธอก็พูดในที่สุดว่า “ฉันไม่มีความสุขเลยล่ะนิก ฉันมองทุกอย่างในแง่ลบ รู้อะไรไหม ตอนที่ลูกสาวฉันเกิด ทอมหายไปไหนก็ไม่รู้ ฉันรู้สึกเหมือนถูกทิ้งเลยล่ะ”
คืนนั้นนิกขับรถกลับบ้าน เมื่อจอดรถเสร็จ เขาก็เห็นแกตส์บี้ยืนอยู่ในสนามหญ้าหน้าคฤหาสน์ของตัวเอง สายตาของแกตส์บี้มองไปยังคฤหาสน์อีกแห่งที่อยู่อีกฝั่งของอ่าว เขาเอื้อมมือออกไปเหมือนพยายามคว้าแสงเรืองรองสีเขียว ๆ ที่สว่างมาจากคฤหาสน์ของเดซี่ นิกตั้งใจจะทักทายแกตส์บี้ แต่เขาหายเข้าคฤหาสน์ไปแล้ว

บ่ายวันหนึ่งทอมชวนนิกนั่งรถไฟไปยังหุบเขาขี้เถ้า (Valley of Ashes) ซึ่งเป็นย่านคนจน ทอมพานิกเดินมาถึงห้องแถวสามคูหา คูหาที่สามเป็นอู่ซ่อมรถของจอร์จ วิลสัน สภาพดูมอมแมม แต่พอเข้าไปจะเห็นว่าด้านในมีห้องพักหรูหรา
พอจอร์จเดินออกมา ทอมก็ทักทายไปว่า “หวัดดีจอร์จ กิจการเป็นไงบ้าง?”
จอร์จตอบว่า “ไม่อยากบ่นหรอก แล้วเมื่อไหร่นายจะขายรถคันนั้นให้สักทีล่ะ?” จอร์จชี้ไปที่รถฟอร์ดฝุ่นจับที่จอดอยู่ในอู่
ทอมตอบว่า “สัปดาห์หน้า ฉันกำลังหาคนมาช่วยดูให้”
จากนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องพัก เธออายุประมาณ 35 ค่อนข้างเป็นคนเจ้าเนื้อ เธอดูกระปรี้กระเปร่า ชื่อของเธอคือเมอร์เทิล วิลสัน เป็นภรรยาของจอร์จ เมอร์เทิลเดินผ่านจอร์จมาจับมือกับทอม ทำราวกับว่าสามีของเธอไม่มีตัวตน
ทอมบอกเมอร์เทิลว่าจะไปรอเธออยู่ที่ชานชาลารถไฟ จากนั้นก็พานิกเดินออกมาจากอู่ซ่อมรถ นิกรู้มาว่าทอมมีชู้รักซึ่งก็คือเมอร์เทิลนั่นเอง ทั้งสามคนนั่งรถไฟไปนิวยอร์กด้วยกัน แต่เมอร์เทิลนั่งแยกอยู่อีกตู้โดยสาร เพราะไม่อยากให้คนแถวนี้ที่อาจรู้จักเธอมาเห็นว่าเธอไปไหนมาไหนกับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่สามี
พอรถไฟมาถึงสถานีนิวยอร์ก พวกเขาก็นั่งแท็กซีไปยังอพาร์ตเมนต์ของแคทเธอรีน ผู้เป็นน้องสาวของเมอร์เทิล แคทเธอรีนอาศัยอยู่กับสามีของเธอ พวกเขาสังสรรค์กันจนถึงเย็น แล้วหัวข้อพูดคุยก็มาสู่เรื่องของแกตส์บี้ เศรษฐีหน้าใหม่ผู้ลึกลับ
แคทเธอรีนบอกว่าเธอเคยไปงานเลี้ยงที่คฤหาสน์ของแกตส์บี้เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว เธอได้ยินคนบอกว่าเขาเป็นหลานหรือลูกพี่ลูกน้องของท่านไกเซอร์วิลเฮล์มอะไรสักอย่าง เขาเลยมีเงินมากมายขนาดนั้น
คืนหนึ่งนิกได้รับเชิญให้ร่วมงานเลี้ยงที่คฤหาสน์ของแกตส์บี้ โดยแกตส์บี้สั่งให้คนขับรถเอาบัตรเชิญมาให้นิกถึงที่บ้าน โต๊ะในสวนมีอาหารเรียงไว้ให้แขกหยิบกินแบบบุฟเฟ่ต์ ห้องโถงในบ้านมีบาร์เครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยวิสกี้ และน้ำผลไม้ ประมาณหนึ่งทุ่มวงออร์เคสตร้าก็เริ่มบรรเลงเพลง บรรยากาศในงานเลี้ยงมีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย และเสียงหัวเราะ
นิกอยากไปทักทายเจ้าของงานเลี้ยง เขาพยายามถามคนในงานว่าแกตส์บี้อยู่ไหน แต่ไม่มีใครตอบเขาได้เลย แล้วนิกก็พบกับจอร์แดนซึ่งมางานเลี้ยงในคืนนี้ด้วย แต่เดซี่เพื่อนสนิทของเธอไม่ได้มาด้วย นิกและจอร์แดนไปร่วมวงสนทนากับคนในงาน ผู้หญิงคนหนึ่งเล่าข่าวลือเกี่ยวกับแกตส์บี้ว่า
“มีคนเล่าให้ฟังว่าเขาเคยฆ่าคนตายมาแล้วครั้งหนึ่ง”

ชายคนหนึ่งเล่าว่า “นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่นะ มีอะไรมากกว่านั้นอีก เขาเป็นสายลับของเยอรมันในช่วงสงคราม ผมได้ยินเรื่องนั้นมาจากคนที่รู้จักเขาดี”
ผู้หญิงคนแรกพูดว่า “โอ้ย ไม่ใช่ มันเป็นอย่างนั้นไม่ได้หรอก เพราะเขาอยู่ในกองทัพอเมริกานะ ในช่วงสงคราม”
ร่วมวงฟังข่าวลือต่าง ๆ นานาเกี่ยวกับแกตส์บี้มาได้ครึ่งชั่วโมง จอร์แดนก็ชวนนิกให้แยกวงออกมา เธอชวนเขาออกตามหาเจ้าภาพงานเลี้ยง ไปหาทั้งที่บาร์เครื่องดื่ม บันไดชั้นบนสุด ในห้องสมุด ในลานเต้นรำ ไม่ว่าที่ไหนก็ไม่มีวี่แววของแกตส์บี้เลย
ใกล้เที่ยงคืน คนในงานยิ่งสนุกเพราะเมากันแล้ว นิกพยายามสนุกไปกับงาน โดยมานั่งดื่มแชมเปญไป 2 แก้ว มีชายคนหนึ่งมองมาที่นิกแล้วยิ้มให้ และพูดว่า
“ผมคุ้นหน้าคุณจังเลย คุณอยู่หน่วยทหารที่สามตอนมีสงครามหรือเปล่าครับ?”
“ใช่แล้วครับ ผมอยู่กองพันปืนกลที่เก้า”

ชายคนนั้นเคยอยู่กองพันทหารราบที่เจ็ด เขาและนิกคุยกันถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ ในฝรั่งเศสที่เคยไปมาช่วงสงคราม เขาเล่าว่าเขาเพิ่งซื้อเครื่องบินน้ำ และอยากจะเอาออกมาทดลองบินดู เลยชวนนิกว่าสนใจไปนั่งเครื่องบินเล่นเลียบอ่าวเช้าวันพรุ่งนี้ไหม กี่โมงก็ได้ เลือกเวลาที่นิกสะดวกได้เลย
จอร์แดนหันมาถามนิกว่า “รู้สึกสนุกขึ้นมาแล้วใช่ไหม?”
นิกบอกว่า “ก็มากกว่าเดิม” แล้วหันไปพูดกับเพื่อนใหม่ว่า “ผมไม่ค่อยคุ้นกับงานเลี้ยงแบบนี้ นี่ผมยังไม่ได้พบเจ้าภาพงานนี้เลย บ้านของผมอยู่โน่น” เขาพูดพร้อมชี้ไปทางพุ่มไม้ที่บังบ้านเช่าของเขาอยู่ “คนชื่อแกตส์บี้ให้คนขับรถของเขาเอาบัตรเชิญมาให้ผม”
เพื่อนใหม่คนนั้นพูดว่า “ผมคือแกตส์บี้ครับ”
นิกอุทานอย่างประหลาดใจ แกตส์บี้พูดว่า “ผมคิดว่าคุณรู้อยู่แล้วเสียอีกเพื่อนรัก ผมนี่เป็นเจ้าภาพที่ไม่ได้เรื่องเลย” แกตส์บี้พูดพร้อมยิ้ม เป็นยิ้มที่หาได้ยาก เป็นยิ้มที่พร้อมเข้าข้างอีกฝ่าย พร้อมเข้าอกเข้าใจอีกฝ่าย เป็นยิ้มที่น่าประทับใจมาก
คนรับใช้เดินมาบอกแกตส์บี้ว่ามีคนโทรมาหาจากชิคาโก เขาขอตัวออกไปรับโทรศัพท์ นิกหันไปถามจอร์แดนว่าแกตส์บี้เป็นใครกัน ตอนแรกเขาคิดว่าแกตส์บี้เป็นชายวัยกลางคน เจ้ายศเจ้าอย่าง และอ้วนจ้ำม่ำ จอร์แดนบอกว่าแกตส์บี้เคยเล่าให้เธอฟังครั้งหนึ่งว่าเขาเรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด
สักพักคนรับใช้มาบอกจอร์แดนว่าแกตส์บี้ขอคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว เธอเข้าไปคุยนานถึงหนึ่งชั่วโมง พอกลับออกมาก็บอกนิกว่าเรื่องที่เธอเพิ่งได้ฟังมาน่าสนใจมาก แต่ยังไม่เล่าให้นิกฟังตอนนี้
หลังจากนั้นนิกได้ไปงานเลี้ยงของแกตส์บี้อีกหนึ่งครั้ง เคยขึ้นเครื่องบินน้ำกับเขา เคยไปเดินเล่นที่ชายหาดส่วนตัวของเขาอยู่บ่อย ๆ แล้วเช้าวันหนึ่งแกตส์บี้ก็ขับรถมาหานิกที่หน้าบ้าน เป็นครั้งแรกที่แกตส์บี้มาหานิก ทั้งที่อยู่บ้านติดกัน เขามาชวนนิกไปกินข้าวกลางวันด้วยกัน
ระหว่างนั่งรถ แกตส์บี้เล่าให้นิกฟังว่า “เพื่อนรัก ผมจะเล่าความจริงเกี่ยวกับชีวิตของผมให้ฟัง ผมเป็นลูกหลานของคนมีอันจะกินในแถบมิดเวสต์ ทุกคนตายไปหมดแล้ว ผมโตที่อเมริกา แต่มาเรียนที่ออกซฟอร์ด เพราะว่าบรรพบุรุษของผมเรียนที่นั่นกันมาตลอด มันเป็นประเพณีของครอบครัว ครอบครัวของผมล้มหายตายจากกันไปหมดแล้ว เงินทองทั้งหมดเลยตกเป็นของผม ผมย้ายไปใช้ชีวิตตามเมืองหลวง ไปมาแล้วทั้งปารีส เวนิส โรม ผมสะสมอัญมณี ออกล่าสัตว์ แล้วก็วาดรูป ผมทำเพราะอยากลืมเรื่องเศร้า ๆ ที่เกิดขึ้นกับผม”

แกตส์บี้บอกว่าเขามีเรื่องใหญ่มาขอร้องนิก เขารู้มาว่านิกมีนัดดื่มน้ำชากับจอร์แดน นิกถามว่าเขาแอบรักจอร์แดนเหรอ เขาไม่ตอบ บอกให้ไปถามจอร์แดนเอง หลังจากนั้นนิกได้รู้จากจอร์แดนว่าแกตส์บี้และเดซี่เคยรักกันมาก่อน เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ก่อนที่เขาต้องไปรบในสงครามโลก และก่อนเดซี่จะแต่งงานกับทอม บูคานัน
แกตส์บี้จัดงานเลี้ยงทุกสัปดาห์ เพื่อหวังว่าสักวันเดซี่จะมาร่วมงาน เขาพยายามถามคนในงานว่ามีใครรู้จักเดซี่หรือเปล่า จนมาเจอจอร์แดน และอยากให้เธอช่วยให้เขาได้เจอกับเดซี่อีกครั้ง เขาอยากให้เดซี่เห็นบ้านที่เป็นคฤหาสน์ของเขา อยากให้นิกชวนเขามาร่วมดื่มน้ำชาที่บ้าน โดยมีเดซี่อยู่ด้วย
เมื่อวันนัดมาถึง แกตส์บี้มารออยู่ในบ้านของนิก นิกออกไปต้อนรับเดซี่ที่เพิ่งมาถึง ตอนแรกเธอดูสดใสร่าเริง แต่พอเข้าบ้านมาเจอแกตส์บี้ ทั้งคู่ก็ดูกระอักกระอ่วน เดซี่พูดกับแกตส์บี้ด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงานว่า
“เราไม่ได้พบกันมานานหลายปีแล้วนะคะ”
แกตส์บี้ตอบว่า “พฤศจิกายนนี้ก็ห้าปีแล้ว”

จากชายหนุ่มผู้ดูมั่นใจ ตอนนี้แกตส์บี้กลายเป็นเด็กหนุ่มขี้อาย เมื่อเจอหน้าเดซี่อีกครั้ง หลังจากนั้นแกตส์บี้พาเดซี่ไปดูคฤหาสน์ของเขา โดยขอให้นิกไปเป็นเพื่อนด้วย แกตส์บี้อวดคฤหาสน์หลังใหญ่อย่างภาคภูมิใจ และบอกว่า “ผมใช้เวลาแค่สามปี หาเงินมาซื้อบ้านหลังนี้”
นิกทักขึ้นว่า “ผมคิดว่าคุณได้รับมรดกมาซะอีก”
“ผมได้เพื่อนรัก แต่ส่วนใหญ่ใช้ไปตอนเกิดสงคราม”
นิกถามแกตส์บี้ต่อว่าเขาทำธุรกิจอะไร แกตส์บี้ตอบว่า “มันก็เรื่องของผม” ก่อนจะคิดได้ว่าคำตอบนั้นไม่เหมาะสม เลยตอบใหม่ว่า “ผมทำมาแล้วหลายอย่าง ทั้งธุรกิจยา ธุรกิจน้ำมัน แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำสองอย่างนั้นแล้ว”
เดซี่ถามแกตส์บี้ว่า “บ้านหลังเบ้อเริ่ม ฉันนึกไม่ออกว่าคุณอยู่คนเดียวได้ยังไง”
แกตส์บี้ตอบว่า “ผมทำให้บ้านเต็มไปด้วยคนที่น่าสนใจตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน”
แกตส์บี้พาแขกไปดูสวนที่เต็มไปด้วยดอกไม้ พาดูห้องดนตรี ห้องรับแขก ห้องสมุด ห้องนอน และอวดเสื้อผ้าที่ตัดเย็บอย่างดีจากผ้าราคาแพง จากนั้นพามาดูสระว่ายน้ำ มาดูเครื่องบินน้ำที่จอดอยู่หน้าอ่าว ซึ่งตอนนี้หมอกกำลังลง เพราะฝนเพิ่งตก
แกตส์บี้พูดว่า “ถ้าไม่มีหมอก เราจะเห็นบ้านของคุณที่ฝั่งตรงข้าม คุณมักเปิดไฟสีเขียวตรงปลายท่าเรือไว้ตลอดคืน”
เดซี่สอดแขนของเธอเข้าไปในวงแขนของแกตส์บี้ ตอนนี้ทั้งสองดูใกล้ชิดกันเหมือนเดือนและดาว เดซี่เข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูแกตส์บี้ น้ำเสียงนั้นสะกดเขาเหมือนต้องมนต์ ทั้งสองลืมไปแล้วว่านิกยังอยู่ตรงนั้น นิกเลยเดินกลับบ้าน ทิ้งให้สองคนได้อยู่ด้วยกัน
คืนวันเสาร์ถัดมาเดซี่อยากไปงานเลี้ยงของแกตส์บี้ แต่ทอมไม่สบายใจที่จะให้เดซี่มาคนเดียว เขาเลยมากับเธอด้วย เดซี่ออกไปเต้นรำกับพวกผู้หญิง เธอกลับมาหาทอมและพูดว่า “หลายคนมากันโดยไม่ได้รับเชิญ ผู้หญิงพวกนั้นก็มากันเอง และแกตส์บี้ก็สุภาพเกินกว่าจะปฏิเสธพวกเธอ”
ทอมพูดว่า “อยากรู้แล้วสิว่าเขาเป็นใคร ทำมาหากินอะไร ผมต้องรู้เรื่องนี้ให้ได้”
เดซี่บอกว่า “ฉันบอกคุณตอนนี้ได้เลย เขาเป็นเจ้าของร้านขายยา หลายร้านเสียด้วย เขาสร้างด้วยตัวของเขาเอง”

นิกอยู่จนดึกมากในคืนนั้น เพราะแกตส์บี้บอกให้รอจนกว่าเขาจะว่าง แขกกลับกันไปหมดแล้ว รวมถึงเดซี่และทอม พอแกตส์บี้ว่างเขาก็มาคุยกับนิกว่าเขาอยากให้เดซี่เดินไปบอกทอมว่า “ฉันไม่เคยรักคุณเลย” เพื่อทำลายความสัมพันธ์สี่ปีให้หมดไป หลังจากที่เธอโสด แกตส์บี้จะพาเธอกลับไปบ้านของเธอที่หลุยส์วิลล์ และแต่งงานกันที่นั่น
นิกบอกเขาไปว่า “คุณย้อนอดีตไม่ได้หรอก”
แกตส์บี้สวนขึ้นมาว่า “ทำไมจะย้อนไม่ได้ ผมกำลังจะซ่อมแซมให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม”
วันหนึ่งเดซี่โทรมาชวนนิกและแกตส์บี้ให้ไปกินอาหารกลางวันที่บ้านของเธอ วันนั้นเป็นวันที่อากาศร้อนมาก จอร์แดนก็มาด้วย พวกเขากินมื้อเที่ยง พร้อมกับดื่มเบียร์เย็น ๆ คลายร้อน พอกินเสร็จเดซี่ก็ชวนทุกคนเข้าเมือง
ทอมชวนเดซี่ผู้เป็นภรรยานั่งรถไปกับเขา แต่เธอยืนยันให้เขาไปกับนิกและจอร์แดน ส่วนเธอจะไปกับแกตส์บี้ ทอมยอมตามใจเธอ ขณะกำลังขับรถเข้าเมือง ทอมพูดกับนิกและจอร์แดนว่า “พวกนายคงคิดว่าฉันโง่มากสินะ เดซี่รู้จักหมอนั่นก่อนที่เราจะแต่งงานกันเสียอีก ฉันไม่ยักรู้ ตอนนี้ฉันกำลังสืบเรื่องของหมอนั่นอยู่”
พวกเขามาเปิดห้องที่โรงแรมพลาซ่า พร้อมกับสั่งเครื่องดื่มเย็น ๆ ให้มาเสิร์ฟ พวกเขาคุยกันเรื่องโน้นเรื่องนี้ จนทอมได้โอกาสถามแกตส์บี้ว่า “จริงสิแกตส์บี้ ผมได้ยินมาว่าคุณเป็นนักศึกษาออกซฟอร์ด”
แกตส์บี้ตอบว่า “ก็ไม่เชิง”
ทอมมีท่าทีกังขา “อ้าวเหรอ ผมคิดว่าคุณเรียนที่นั่นซะอีก”
“ใช่ ผมเรียนที่นั่นตอนปี 1919 ผมอยู่ที่นั่นแค่ห้าเดือน มันเป็นสิทธิพิเศษสำหรับทหารหลังวันสงบศึกที่เปิดโอกาสให้เราเลือกเรียนมหาวิทยาลัยไหนก็ได้”
ทอมถามอีกคำถามว่า “คุณกำลังพยายามสร้างความขัดแย้งอะไรในบ้านของผม?”
เดซี่เป็นคนตอบ “เขาไม่ได้พยายามสร้างความขัดแย้งอะไรเลย คุณนั่นแหละทอมที่กำลังสร้างความขัดแย้ง ช่วยคุมสติหน่อย”
ทอมพูดขึ้นอย่างโมโห “คุมสติ! ไอ้ที่เกิดขึ้นล่าสุดนี่คือใครที่ไหนก็ไม่รู้มาจู๋จี๋กับเมียผม พวกคุณคิดจะกันผมออกไป ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่มีใครเคารพความเป็นสถาบันครอบครัวเลย”

แกตส์บี้พูดกับทอมว่า “ผมมีอะไรบางอย่างจะบอกให้คุณทราบ”
เดซี่เดาได้ว่าแกตส์บี้จะพูดอะไร “ได้โปรด อย่า พวกเรากลับบ้านกันเถอะ”
ทอมพูดว่า “ผมอยากรู้ว่าแกตส์บี้จะพูดอะไร”
แกตส์บี้บอกทอมว่า “ภรรยาของคุณไม่ได้รักคุณเลย เธอรักผม เธอแต่งงานกับคุณแค่เพราะผมจน เธอเหนื่อยที่ต้องรอ มันเป็นความผิดพลาดที่แย่มาก แต่ในใจของเธอไม่เคยรักใครนอกจากผม”
นิกและจอร์แดนพยายามจะปลีกตัวออกไปจากการทะเลาะกันนี้ แต่ทอมและแกตส์บี้ยืนยันให้พวกเขาอยู่ต่อ ทอมหันไปถามภรรยาว่า “มันเกิดอะไรขึ้นเดซี่ ผมอยากได้ยินเรื่องทั้งหมด”
แกตส์บี้พูดว่า “ผมจะเล่าให้ฟังเองว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องเกิดขึ้นมาห้าปีแล้ว ผมกับเดซี่ไม่ใช่แค่รู้จักกัน แต่เราทั้งคู่รักกัน คุณไม่รู้เลย ผมหัวเราะหลายต่อหลายครั้ง เมื่อคิดว่าคุณไม่รู้”
ทอมสวนกลับไปว่า “แกมันบ้าไปแล้ว ฉันไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อห้าปีที่แล้ว เพราะตอนนั้นฉันยังไม่รู้จักเดซี่ แต่เรื่องที่แกพูดเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ เดซี่รักฉันจะตายตอนที่เราแต่งงานกัน และตอนนี้เธอก็ยังรักฉัน”
แกตส์บี้ส่ายหัวพร้อมพูดว่า “ไม่ใช่”
ทอมพูดต่อ “เธอรักฉัน บางครั้งเธอก็ไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไร ฉันก็รักเดซี่มากด้วย มีครั้งหนึ่งฉันออกนอกลู่นอกทาง แต่ฉันก็กลับตัว ในใจของฉันรักเธอตลอดเวลา”
เดซี่พูดใส่ทอมว่า “คุณเอาใจออกห่าง”

แกตส์บี้เดินมายืนข้าง ๆ เดซี่ และพูดอย่างจริงจังกับเธอว่า “มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว แค่คุณบอกความจริงกับเขาว่าคุณไม่เคยรักเขา และทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็จะลบหายไปตลอดกาล”
เดซี่ลังเล หันไปมองนิกและจอร์แดนด้วยสายตาวิงวอน แล้วก็พูดขึ้นอย่างไม่เต็มใจว่า “ฉันไม่เคยรักเขา”
ทอมพูดกับเดซี่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ที่คาปิโอลานีก็ไม่เคยเหรอ ตอนที่ผมอุ้มคุณที่พันซ์โบลว์เพื่อรอให้เท้าของคุณแห้ง ตอนนั้นก็ไม่รักผมเหรอ?”
เดซี่หันไปตะโกนใส่แกตส์บี้ “คุณเรียกร้องมากเกินไปแล้วนะ ฉันช่วยอะไรไม่ได้กับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว ตอนที่ฉันรักเขา ฉันก็รักคุณด้วย”
ทอมพูดว่า “นั่นโกหกทั้งเพ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่านายยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า มีหลายเรื่องเลยล่ะระหว่างฉันกับเดซี่ที่นายไม่มีทางรู้ และเราทั้งคู่ก็ไม่มีวันลืม”
คำพูดนั้นกัดแทะเข้าไปในร่างกายของแกตส์บี้
ทอมพูดต่ออีกว่า “เดซี่จะไม่ทิ้งฉันไปหานักต้มตุ๋นเลว ๆ แน่นอน ฉันสืบมาได้นิดหน่อยเกี่ยวกับธุรกิจของนาย ฉันรู้ว่าร้านขายยาที่นายเปิดไว้มากมายแอบขายเหล้าเถื่อน” ทอมพูดต่อด้วยความใจกว้าง แต่น้ำเสียงแฝงไปด้วยความดูถูกว่า “คุณกลับบ้านได้แล้วเดซี่ นั่งรถไปกับแกตส์บี้ เขาจะไม่ทำให้คุณรำคาญหรอก เพราะการจีบที่เขาทึกทักเอาเองนั้นจบลงแล้ว”
เวลาหนึ่งทุ่ม พวกเขาออกจากโรงแรม แกตส์บี้กับเดซี่ขับรถออกไปก่อน ทอมนั่งรถไปกับนิกและจอร์แดน ระหว่างทางเขาพูดไม่หยุดด้วยความร่าเริง ขับมาสักพักก็มาถึงอู่ซ่อมรถของจอร์จ แถวนั้นมีฝูงชนยืนมุงดู ทอมชะลอรถเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเขาก็ได้ยินเสียงร้องไห้ดังออกมาจากอู่
ทอมหันไปบอกนิกกับจอร์แดนว่า “ต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่ ผมจะไปดูหน่อย”
ทอมลงจากรถ เดินเข้าไปในอู่ของจอร์จ ในนั้นมีฝูงชนยืนเบียดกัน และวิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา จนทอมได้เห็นร่างของเมอร์เทิลถูกห่อด้วยผ้าห่ม ทอมถามตำรวจที่ถือสมุดจดปากคำ ได้คำตอบว่าเมอร์เทิลถูกรถชนตายคาที่ เป็นรถใหม่คันใหญ่สีเหลือง ทอมรู้ทันทีว่านั่นเป็นรถที่แกตส์บี้และเดซี่นั่งมา
เวลา 3 ทุ่มครึ่ง พวกเขามาถึงบ้านของทอม แกตส์บี้อยู่ที่นั่น ทอมเข้าไปถามเขาว่า “คุณเห็นอะไรระหว่างทางหรือเปล่า?”
แกตส์บี้ตอบว่าเห็น แล้วก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า เดซี่เป็นคนขับรถกลับบ้าน เมอร์เทิลเห็นรถสีเหลืองก็คิดว่าคนขับคือทอมเลยพุ่งออกมาหา เดซี่พยายามหักรถหลบ แต่รถพุ่งชนเมอร์เทิลอย่างจัง แถมเดซี่ยังขับรถทับเธอด้วย เดซี่ตกใจร้องไห้ ทำอะไรไม่ถูก แกตส์บี้เลยเป็นคนขับรถออกมาจากที่เกิดเหตุ

วันหนึ่งขณะที่แกตส์บี้กำลังนอนบนที่นอนลมยางในสระว่ายน้ำ จอร์จผู้เป็นสามีของเมอร์เทิลได้แอบเข้ามายิงแกตส์บี้จนเสียชีวิตคาที่นอนลมยาง หลังจากล้างแค้นให้ภรรยาสำเร็จ เขาก็ยิงตัวเองตาย
ครึ่งชั่วโมงหลังจากพบศพของแกตส์บี้ นิกโทรไปแจ้งข่าวที่บ้านของเดซี่ แต่คนรับใช้ของบ้านนั้นบอกว่าเจ้านายของพวกเขาออกเดินทางไปแล้ว ไม่ได้บอกว่าจะไปไหน ไม่ได้บอกว่าจะกลับเมื่อไหร่ นิกเป็นธุระจัดงานศพให้แกตส์บี้ เขาพยายามติดต่อหาคนรู้จักของแกตส์บี้จากรายชื่อในสมุดจดเบอร์โทร แต่ไม่มีใครรับปากว่าจะมาร่วมงานสักคน
มีเพียงพ่อของแกตส์บี้เท่านั้นที่มาร่วมพิธีศพ พ่อของแกตส์บี้ไม่ใช่ผู้ชายร่ำรวย เขาเป็นชายชราที่ดูไร้เรี่ยวแรง ใส่เสื้อผ้าราคาถูก หลังจบพิธีพ่อของแกตส์บี้อวดภาพถ่ายบ้านหลังหนึ่งให้นิกดู เป็นภาพบ้านหลังที่พ่อของแกตส์บี้อยู่ทุกวันนี้ เป็นหลังที่แกตส์บี้ซื้อให้เมื่อสองปีที่แล้ว
แม้แกตส์บี้จะหนีออกจากบ้านไปตอนวัยรุ่น แต่พ่อของเขาก็ยังรักและภูมิใจในตัวลูกชายเหมือนเดิม เขาเอาหนังสือเก่าเล่มหนึ่งให้นิกดู เป็นหนังสือของแกตส์บี้ที่หน้าว่างหลังหนังสือเขียนกิจวัตรที่เขาตั้งใจจะทำเพื่อพัฒนาตัวเอง
6.00 น. ลุกจากเตียง
6.15 น. ยกดัมเบล
7.15 น. ศึกษาเรื่องไฟฟ้า
8.30 น. ทำงาน
16.30 น. เล่นกีฬา
17.00 น. ฝึกพูด ฝึกบุคลิกภาพ
19.00 น. ศึกษาเรื่องสิ่งประดิษฐ์
นอกจากนี้แกตส์บี้ยังเขียนปณิธานเอาไว้ด้วยว่า
- ไม่สูบบุหรี่
- ไม่เคี้ยวหมากฝรั่ง
- อาบน้ำวันเว้นวัน
- อ่านหนังสือสัปดาห์ละเล่ม
- เก็บเงินให้ได้สัปดาห์ละ 3 ดอลลาร์
- ทำดีกับพ่อแม่ให้มากกว่าเดิม
พ่อของแกตส์บี้บอกว่าเขาไปเจอหนังสือเล่มนี้โดยบังเอิญ และบอกว่าแกตส์บี้เป็นคนที่ชอบตั้งเป้าหมายอยู่เสมอ นิกเห็นว่าสิ่งที่แกตส์บี้เขียนไว้ในหนังสือ หลายอย่างน่าเอาไปทำตาม
บ่ายวันหนึ่งนิกเห็นทอมเดินอยู่บนถนน นิกเข้าไปหาทอม และถามว่า “นายไปพูดอะไรกับจอร์จ วิลสัน?”
ทอมบอกว่า “ฉันก็พูดความจริงน่ะสิ วันนั้นเขาบุกเข้ามาในบ้านของฉัน ถือปืนไว้ตลอดเวลา และดูบ้าพอที่จะฆ่าฉัน ถ้าฉันไม่บอกว่าใครเป็นคนขับรถวันนั้น”

นิกไม่ถามอะไรต่อ เขารู้ว่าสิ่งที่ทอมพูดไม่เป็นความจริง ทั้งทอมและเดซี่ต่างเป็นคนที่ไม่มีความรับผิดชอบ ทั้งสองทำลายชีวิตคนอื่น แล้วก็หลบไปใช้ชีวิตบนกองเงินกองทอง ปล่อยให้คนอื่นรับกรรมในสิ่งที่ทั้งสองเป็นคนก่อ นิกเบื่อความจอมปลอมของคนรวยในเมืองนิวยอร์ก เขาตัดสินใจย้ายกลับบ้านเกิดที่มิดเวสต์
ข้อคิดจากการอ่านวรรณกรรมเรื่อง The Great Gatsby ผมว่าหลัก ๆ มีอยู่สองเรื่องครับ เรื่องแรกชวนให้เราตั้งคำถามว่า “ถ้าขยันมากพอ เราทุกคนจะประสบความสำเร็จ และมีความสุขได้จริงไหม?” เราเห็นแกตส์บี้ที่พยายามสร้างฐานะ แม้จะผิดกฎหมาย เพื่อให้มีสถานะทางสังคมคู่ควรกับคนที่เขารัก แต่สุดท้ายเศรษฐีใหม่อย่างเขาก็ไม่ได้รับการยอมรับจากเศรษฐีเก่าอยู่ดี
อีกข้อคิดคืออย่ายึดติดกับอดีต แกตส์บี้พยายามจะทำอดีตให้เกิดขึ้นใหม่ พยายามพาตัวเองกับเดซี่กลับไปสู่ช่วงเวลาที่ทั้งคู่ยังไม่รู้จักทอม แต่การย้อนอดีตเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ การยึดติดกับอดีตโดยไม่ยอมก้าวไปข้างหน้ามีแต่จะทำให้ทุกฝ่ายเจ็บปวดครับ
อย่างที่บอกไปว่าภาพยนตร์เรื่อง The Great Gatsby ฉบับล่าสุดฉายไปตอนปี 2013 โดยมีลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ แสดงเป็นเจย์ แกตส์บี้ แต่ในปี 2013 ปีเดียวกันนั้น ลีโอนาร์โดเล่นหนังอีกเรื่องเป็นมหาเศรษฐีชื่อจอร์แดน เบลฟอร์ท ในเรื่อง The Wolf of Wall Street ซึ่งทั้งสองตัวละครมีบุคลิกต่างกันราวฟ้ากับเหวครับ


จอร์แดน เบลฟอร์ทคือเศรษฐีตลาดหุ้นที่ชีวิตขับเคลื่อนด้วยความโลภ เขาจัดปาร์ตี้เพื่อกิเลสตัณหาล้วน ๆ ในงานมีแต่เรื่องเซ็กส์ และยาเสพติด เขาไม่สนโลก พร้อมจะโกงทุกคนเพื่อความมั่งคั่งของตัวเอง ส่วนเจย์ แกตส์บี้คือเศรษฐีผู้โรแมนติก สำหรับเขา “เงิน” เป็นแค่เครื่องมือที่จะพาเขากลับไปหาเดซี่ผู้เป็นรักแรก และรักเดียว เขาจัดปาร์ตี้ทุกสัปดาห์ไม่ใช่เพราะสนุก แต่เพราะรอว่าสักวันผู้หญิงที่เขารักจะเดินหลงเข้ามาในงาน แกตส์บี้คือเศรษฐีผู้บูชาความรักจนตัวตายครับ
ลีโอนาร์โดคือนักแสดงมืออาชีพที่แม้จะเล่นบทบาทคล้ายกัน แถมหนังฉายปีเดียวกันอีกต่างหาก แต่ทำให้คนดูเชื่อได้อย่างสนิทใจ ทั้งบทเศรษฐีที่น่าเห็นใจที่สุด และเศรษฐีที่บ้าที่สุด โดยภาพจำของทั้งสองตัวละครนี้ไม่ปนกันหรือซ้อนทับกันเลย

สนใจหนังสือ The Great Gatsby: สุดที่รักผู้มั่งคั่ง
สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee: https://s.shopee.co.th/9Uy14AIdAg
หรือซื้อแบบ ebook: https://www.mebmarket.com
ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ
Leave a comment