ไอติมเล่า

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

Share

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ

เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา เพื่อทำหน้าที่มากมายหลายอย่างเลยครับ

สมองของเรามีน้ำหนักเพียง 2% ของน้ำหนักตัวของเรา แต่มันเป็นอวัยวะที่ใช้พลังงานเยอะมาก ประมาณ 20% ของพลังงานที่เราได้รับต่อวันครับ และเลือดปริมาณ 20% ในร่างกายจะลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองตลอดเวลา ถ้าขาดสิ่งเหล่านี้ไป สมองจะทำงานได้ไม่ดีครับ

ดังนั้นอะไรก็ตามที่ทำให้สมองขาดออกซิเจน ไม่ว่าจะเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ล้วนทำให้สมองเสียหายได้ สมองของเราสร้างเราให้เป็นเรา ดังนั้นการดูแลสมองจึงเป็นสิ่งสำคัญครับ

ไอติมเล่า ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ Change Your Brain Every Day: 365 วิธี สมองดีขึ้นได้ทุก ๆ วัน เขียนโดยนายแพทย์แดเนียล อาเมน (Daniel Amen) ประสาทจิตแพทย์ที่ช่วยดูแลและฟื้นฟูสมองของผู้ป่วยมาแล้วกว่า 40 ปี เป็นผู้ริเริ่มโครงการสแกนสมองด้วยวิธี SPECT เพื่อสร้างฐานข้อมูลภาพสแกนสมองกว่า 225,000 ภาพ จากผู้ป่วย 155 ประเทศ ช่วงอายุตั้งแต่ 9 เดือน ถึง 105 ปีครับ

นายแพทย์แดเนียล อาเมน

โครงการนี้ทำให้รู้ว่าพฤติกรรมแต่ละอย่างในชีวิต ส่งผลยังไงบ้างต่อสุขภาพสมองและสุขภาพจิต ซึ่งสามารถนำไปใช้สอนผู้ป่วย และเป็นคำแนะนำสำหรับคนที่ยังปกติแบบพวกเรา เพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสมองครับ


มิติ 4 ด้านของชีวิต

คุณหมอแดเนียลบอกว่าต้องมองมนุษย์คนหนึ่งในรอบด้าน เขาแบ่งชีวิตมนุษย์ออกเป็น 4 มิติครับ ได้แก่

  1. มิติร่างกาย
  2. มิติจิตใจ
  3. มิติสังคม
  4. มิติจิตวิญญาณ

มิติร่างกาย

ร่างกายก็เหมือนฮาร์ดแวร์ ในการดูแลมิติร่างกายคือการหลีกเลี่ยง 11 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำร้ายสมอง ซึ่งเดี๋ยวจะพูดถึงครับว่ามีอะไรบ้าง

มิติจิตใจ

เมื่อดูแลฮาร์ดแวร์ดีแล้ว ขั้นต่อไปคือการเขียนซอฟต์แวร์หรือจิตใจของเราให้ดีครับ ซึ่งคือวิธีที่เราคิดและพูดคุยกับตัวเอง การกำจัดความคิดลบ การจัดการกับปมในอดีต

มิติสังคม

เมื่อดูแลตัวเองทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ดีแล้ว ก็มาถึงการพัฒนาความสัมพันธ์กับคนอื่น การควบคุมสิ่งเร้าจากสังคมที่ส่งผลต่อสมองและจิตใจของเรา

มิติจิตวิญญาณ

ทุกคนมีศักยภาพที่จะคิดถึงความหมายของชีวิต ลองถามตัวเองว่าอะไรทำให้ชีวิตของเรามีความหมาย เราสามารถสร้างประโยชน์อะไรให้คนอื่นได้บ้าง เมื่อเรามีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง มันจะช่วยให้เราก้าวข้ามปัญหาของทั้ง 3 มิติก่อนหน้าได้ครับ


รักษาความทรงจำเอาไว้

ความทรงจำคือสิ่งที่หล่อหลอมตัวตนของเรา มันคือเลือดเนื้อและจิตวิญญาณ ความทรงจำทำให้เรารู้สึกใกล้ชิดกับคนที่เรารัก แม้ในวันที่อยู่ไกลกัน ความทรงจำคือคลังเก็บความสุข ความเจ็บปวด และบทเรียนชีวิต ช่วยให้เราเติบโต ช่วยให้เรารู้สึกมีเป้าหมายในชีวิต เมื่อความทรงจำเลือนราง ความสามารถในการตัดสินใจอย่างถูกต้องจะลดลงไปด้วยครับ ทำให้เราอาจตกเป็นเหยื่อของคนที่จ้องจะเอาเปรียบเราได้ครับ

โรคอัลไซเมอร์เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของภาวะสมองเสื่อม มันขโมยความทรงจำ และทำให้ชีวิตของผู้ป่วยเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ถ้าเพื่อน ๆ อายุยืนถึง 85 ปี เพื่อน ๆ มีโอกาสเป็นโรคอัลไซเมอร์ถึง 33% ดังนั้นเราควรตื่นตัวกับการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ตั้งแต่เนิ่น ๆ ครับ

สาเหตุส่วนหนึ่งของโรคอัลไซเมอร์มาจากพันธุกรรม แต่จากการวิจัยคุณหมอแดเนียลเชื่อว่ามันเป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมมากกว่าครับ ถ้าเราลดความเสี่ยงและดูแลสมองอย่างเหมาะสม ก็มีโอกาสที่แก่ไปจะไม่เป็นโรคนี้ครับ

คุณหมอแดเนียลพูดถึงปัจจัยเสี่ยง 11 อย่างที่ส่งผลให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ เขาเรียกมันสั้น ๆ ว่า BRIGHT MINDS ตัวอักษรทั้ง 11 ตัวนี้ย่อมาจาก

  • Blood Flow: การไหลเวียนเลือด
  • Retirement/Aging: การเกษียณอายุและความชรา
  • Inflamation: การอักเสบ
  • Genetics: พันธุกรรม
  • Head Trauma: การบาดเจ็บที่ศีรษะ
  • Toxins: สารพิษ
  • Mental Health: สุขภาพจิต
  • Immunity/Infections: ภูมิคุ้มกันและการติดเชื้อ
  • Neurohormone Issue: ปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนประสาท
  • Diabesity: ภาวะอ้วนเบาหวาน
  • Sleep Issue: ปัญหาการนอนหลับ

Blood Flow: การไหลเวียนเลือด

คุณหมอแดเนียลบอกว่าเซลล์สมองไม่ได้แก่ตัวลง แต่หลอดเลือดต่างหากที่เสื่อมตามวัย การไหลเวียนเลือดสำคัญมากต่อการดำรงชีวิต เลือดมีหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ถ้าการไหลเวียนเลือดมีปัญหา ก็จะทำให้สมองขาดสารอาหารที่จำเป็นครับ

วิธีทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น อย่างแรกคือการจำกัดปริมาณคาเฟอีนและนิโคตินครับ การดื่มกาแฟมากกว่าวันละ 1 แก้ว อาจเริ่มส่งผลเสียได้ อย่างต่อมาคือให้ความสำคัญกับภาวะความดันโลหิตสูง เพราะยิ่งความดันสูง การไหลเวียนเลือดไปยังสมองก็จะลดลง

ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจก็ควรใส่ใจและรักษาอย่างจริงจัง เพราะอะไรก็ตามที่ส่งผลเสียต่อหัวใจก็จะส่งผลเสียต่อสมองด้วย การกินพริกขี้หนู บีทรูท และสารสกัดจากใบแปะก๊วยช่วยให้เลือดไหลเวียนเพิ่มได้ ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เน้นกิจกรรมที่ต้องใช้หลาย ๆ ส่วนในร่างกายพร้อมกัน เช่น เทนนิส ปิงปอง หรือเดินเร็ว

Retirement/Aging: การเกษียณอายุและความชรา

คุณหมอแดเนียลบอกว่าสมองไม่จำเป็นต้องเสื่อมตามอายุ เราสามารถชะลอความแก่ของสมอง หรือแม้กระทั่งย้อนวัยสมองได้ แต่อายุที่มากขึ้นก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการสูญเสียความจำและปัญหาสมองอื่น ๆ ยิ่งแก่ตัวก็ต้องยิ่งจริงจังกับการดูแลสมองครับ

การลดความเสี่ยงทางสมองที่มาพร้อมกับความชรา สามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวตัวคนเดียว หากอยู่ในวัยเกษียณก็อย่านั่ง ๆ นอน ๆ โดยไม่ทำอะไรที่ท้าทายสมอง หรือไม่เรียนรู้สิ่งใหม่ เพราะเมื่อไหร่ที่เราหยุดเรียนรู้ สมองก็จะเริ่มตายครับ

กิจกรรมออกกำลังกายสมองที่คุณหมอแดเนียลแนะนำคือ การเล่นอักษรไขว้ เล่นซูโดกุ เล่นหมากรุก เล่นเกมที่ใช้ความจำ ทำสมาธิ เต้นรำ โยคะ ไทเก๊ก แปรงฟันด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด และการเดินถอยหลังโดยมีราวจับสัก 3-4 นาที กิจกรรมทั้งหมดนี้ทำเพื่อเป้าหมายให้สมองรู้สึกไม่คุ้นเคย เพื่อที่มันจะเติบโตครับ

Inflammation: การอักเสบ

การอักเสบเรื้อรังอย่างการปวดตามข้อ การเหนื่อยล้า และการติดเชื้อบ่อย ๆ จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะซึมเศร้าและสมองเสื่อมครับ วิธีลดอาการอักเสบที่ได้ผลดีที่สุดคือการกำจัดที่ต้นตอของปัญหาครับ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสุขภาพลำไส้ไม่ดี ระดับโอเมก้า-3 ในร่างกายต่ำ ระดับธาตุเหล็กสูงเกินไป กินอาหารแปรรูปและน้ำตาลมากเกินไป หรือมีอาการเหงือกอักเสบครับ

มีงานวิจัยหลายชิ้นที่บอกว่าโรคเหงือกคือสาเหตุหลักของการอักเสบและการสูญเสียความทรงจำ การใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวัน ช่วยปกป้องไม่ให้เกิดโรคเหงือกได้ครับ นอกจากนี้ยังมีวิธีอื่น ๆ ในการลดการอักเสบ เช่น เติมขมิ้นลงไปในอาหาร กินปลาที่อุดมไปด้วยโอเมก้า-3 ดูแลสุขภาพลำไส้โดยการกินอาหารที่มีโพรไบโอติกอย่างโยเกิร์ต กิมจิ ตรวจวัดระดับธาตุเหล็กสะสมในร่างกาย ถ้ามีมากเกินไปให้บริจาคเลือดครับ

Genetics: พันธุกรรม

โรคอัลไซเมอร์สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ หากมีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ เราจะมีความเสี่ยงมากขึ้น ให้มองว่าเป็นสัญญาณเตือนในการเริ่มดูแลตัวเองครับ โดยคนที่มีความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์จากพันธุกรรม ควรหลีกเลี่ยงการเล่นกีฬาที่เน้นการปะทะ เช่น รักบี้ ฮอกกี้ มวย

มีงานวิจัยบอกว่าวิตามินดี บลูเบอร์รี่ ขมิ้น และชาเขียว ช่วยลดการสะสมของคราบพลัคในสมอง ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ และควรตรวจสมองตั้งแต่เนิ่น ๆ ครับ

Head Trauma: การบาดเจ็บที่ศีรษะ

สมองของเรานุ่มนิ่มคล้ายเต้าหู้ และอยู่ในกะโหลกที่แข็งมาก ๆ การกระทบกระเทือนที่ศีรษะ อาจทำให้สมองกระแทกกับกะโหลกด้านใน จนทำให้เซลล์สมองช้ำ ฉีกขาด มีเลือดซึม หรืออักเสบได้ แม้ว่าตอนที่บาดเจ็บจะไม่ได้หมดสติก็ตาม

การบาดเจ็บที่สมองเป็นสาเหตุหลักของปัญหาทางจิต เช่น การใช้ความรุนแรง โรควิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ปัญหาด้านความสัมพันธ์ หรือมีความคิดอยากฆ่าตัวตายครับ บางคนอาจแสดงอาการทันทีที่สมองบาดเจ็บ บางคนอาจนานเป็นเดือน ๆ เลยครับ

หลายครั้งหมอไม่ได้ถามผู้ป่วยที่มีปัญหาทางจิตว่าเคยบาดเจ็บที่ศีรษะหรือเปล่า แล้วรักษาด้วยการจ่ายยา เช่น หมอวินิจฉัยว่าผู้ป่วยเป็น PTSD หรือภาวะเครียดหลังผ่านเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ทั้งที่จริง ๆ แล้วผู้ป่วยมีอาการบาดเจ็บที่สมอง แล้วจ่ายยาที่ทำให้สมองสงบลง แต่ยานี้ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะสมองของผู้ป่วยทำงานน้อยอยู่แล้ว ยาจะไปทำให้สมองทำงานน้อยลงอีก จนอาจทำให้เกิดผลลัพธ์หนักกว่าเดิมครับ ดังนั้นควรระวังไม่ให้ศีรษะของเราบาดเจ็บจะดีที่สุดครับ

Toxins: สารพิษ

การได้รับสารพิษเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยของภาวะซึมเศร้า การสูญเสียความทรงจำ และการแก่ก่อนวัย ลักษณะสมองของคนที่ได้รับสารพิษมีสภาพเหมือนกับสมองของคนที่ติดสารเสพติด สิ่งที่เป็นพิษต่อสมอง เช่น การสูบบุหรี่ ควันบุหรี่มือสอง เชื้อราในบ้าน ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ การทำคีโม ยาฆ่าแมลง โลหะหนักอย่างปรอท อะลูมิเนียม และตะกั่วครับ

นอกจากหลีกเลี่ยงสารพิษเหล่านี้ เราต้องดูแลอวัยวะที่ช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกายด้วยครับ ได้แก่ ไต ตับ ลำไส้ และผิวหนัง การดูแลไตทำได้โดยการดื่มน้ำให้เพียงพอ ตับดูแลได้โดยการกินพืชตระกูลกะหล่ำอย่างกะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บรอกโคลี ลำไส้ดูแลได้โดยการกินอาหารที่มีใยอาหารสูง และผิวหนังดูแลได้โดยการออกกำลังกายให้เหงื่อออก หรืออบซาวน่าก็ได้ครับ

Mental Health: สุขภาพจิต

สุขภาพจิตและสุขภาพกายส่งผลถึงกัน คนที่มีปัญหาสุขภาพจิต เสี่ยงจะเป็นโรคเรื้อรังอย่างคอเลสเตอรอลสูง ความดันโลหิตสูง และคนป่วยที่มีปัญหาการไหลเวียนเลือด การติดเชื้อ โรคอ้วน หรือโรคเบาหวานก็อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิต การดูแลร่างกายส่งผลต่อสุขภาพจิต และการดูแลสมองก็ส่งผลต่อสุขภาพกาย เพราะสองสิ่งนี้สัมพันธ์กันครับ

คุณหมอแดเนียลแนะนำวิธีดูแลสุขภาพจิตเอาไว้ดังนี้ครับ

  • เลิกกินสารให้ความหวานแทนน้ำตาล
  • กินอาหารที่มีโปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรตต่ำ
  • ออกกำลังกาย เช่น เดินเร็วเหมือนกำลังจะไปทำงานสาย ครั้งละ 45 นาที สัปดาห์ละ 4 ครั้ง
  • นอนให้มากขึ้น
  • ลดเวลาจ้องหน้าจอมือถือและคอมพิวเตอร์
  • กินโอเมก้า-3 วันละ 1,000 มก.
  • กินแมกนีเซียมวันละ 100-500 มก.
  • กินผักและผลไม้หลากสีสัน

Immunity/Infections: ภูมิคุ้มกันและการติดเชื้อ

เราสามารถเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงได้ โดยการกินอาหารที่มีโพรไบโอติก ซึ่งจะช่วยให้ลำไส้สุขภาพดี เพราะภูมิคุ้มกันส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นที่ลำไส้ และวิตามินดีมีประโยชน์ต่อภูมิคุ้มกัน หากวิตามินดีในร่างกายอยู่ในระดับต่ำจะส่งผลต่อความผิดปกติของร่างกายกว่า 200 อย่าง เช่น ภาวะซึมเศร้า โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคอ้วนครับ

การติดเชื้อก็ส่งผลต่อสมอง คนไข้หญิงอายุ 60 ปี คนหนึ่งที่หายจากการติดเชื้อโควิด-19 ได้สองเดือนแล้วเจอกับภาวะ long COVID ทำให้เธออ่อนเพลียและซึมเศร้ารุนแรงจนถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย จากการศึกษาข้อมูลผู้ป่วยจำนวน 69 ล้านคน พบว่าคนที่หายจากการติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 ใน 5 เจอปัญหาสุขภาพสมองภายใน 90 วันหลังจากได้รับเชื้อ ส่งผลให้เกิดอาการวิตกกังวล เป็นโรคนอนไม่หลับ และมีภาวะสมองเสื่อมครับ

ดังนั้นจึงควรเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง โดยการดูแลสุขภาพลำไส้ และพยายามปกป้องตัวเองไม่ให้ติดเชื้อ โดยหากต้องอยู่ในที่ที่มีคนแออัด หรือพื้นที่เสี่ยงอย่างโรงพยาบาลก็ควรใส่หน้ากากอนามัยป้องกันตัวเองไว้ครับ

Neurohormone Issue: ปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนประสาท

ถ้าฮอร์โมนผิดปกติ เราจะรู้สึกไม่มีแรง ไม่สดใส สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์และความจำจะทำงานไม่เต็มที่ คนที่อายุมากกว่า 40 ปี ควรตรวจฮอร์โมนเป็นประจำครับ

คุณหมอแดเนียลพูดถึงผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิด มีรายงานว่าผู้หญิงที่กินยาคุมกำเนิด 16-56% เจอกับภาวะซึมเศร้าช่วงสั้น ๆ ยาคุมคือฮอร์โมนสังเคราะห์ที่ไปรบกวนการทำงานของฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกาย ส่งผลให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับความดันเลือด เพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง

ยาคุมยังไปกระตุ้นระดับคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนเครียด รบกวนการทำงานของจุลินทรีย์ในลำไส้ ลดการดูดซึมวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็น ซึ่งอาจทำให้ร่างกายเสี่ยงขาดสารอาหารครับ

Diabesity: ภาวะอ้วนเบาหวาน

หากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ความสามารถในการทำงานของสมองจะลดลง และไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายมันไม่ได้อยู่เฉย ๆ แต่ส่งผลกระทบต่อปัจจัยเสี่ยง BRIGHT MINDS ทุกข้อ โดยทำให้เลือดไหลเวียนลดลง เร่งให้เราแก่เร็วขึ้น เพิ่มการอักเสบ เป็นตัวเก็บสารพิษไว้ในร่างกาย และทำให้ฮอร์โมนทำงานผิดปกติครับ

สมองใช้พลังงาน 20-30% ของพลังงานที่เรากินเข้าไป การเลือกสิ่งที่กินส่งผลต่อสมองและร่างกายของเรามากครับ อาหารที่ควรเลี่ยง เช่น โดนัท คุกกี้ เฟรนช์ฟราย พิซซ่า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

อาหารบำรุงสมอง เช่น อะโวคาโด ดาร์กช็อกโกแลตที่ไม่มีน้ำตาลและนม บีทรูท ปลาที่มีไขมันดีอย่างปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน ธัญพืชต่าง ๆ ขมิ้น กระเทียม หอมหัวใหญ่ และเห็ดครับ

Sleep Issue: ปัญหาการนอนหลับ

ตอนที่เรานอนหลับ สมองจะทำการทำความสะอาดตัวเอง การนอนหลับน้อยกว่า 7 ชม./คืน ส่งผลต่อน้ำหนักตัว ความดันโลหิตสูง และการเกิดอุบัติเหตุครับ มีงานวิจัยบอกว่าทหารที่ได้นอน 7 ชม. ยิงเป้าแม่นถึง 98% ทหารที่ได้นอน 6 ชม. ยิงเป้าแม่น 50% ทหารที่ได้นอน 5 ชม. ยิงเป้าแม่น 28% และทหารที่ได้นอน 4 ชม. ยิงเป้าแม่นแค่ 15% เท่านั้นครับ

เพื่อน ๆ สามารถนอนหลับให้ดีในคืนนี้ได้ โดยการงดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วงเย็น งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาบน้ำอุ่นก่อนนอน ทำสมาธิ ฟังเพลงที่ผ่อนคลาย งดมองหน้าจอช่วงก่อนนอน ทำห้องนอนให้ไม่มีเสียงรบกวน อุณหภูมิห้องที่เหมาะสมสำหรับการนอนคือ 18-24 องศาเซลเซียสครับ


9 สัญญาณเตือนโรคสมองเสื่อม

โรคอัลไซเมอร์อาจเริ่มก่อตัวหลายสิบปีก่อนที่อาการจะแสดงออกมา การตระหนักถึงสัญญาณเตือนล่วงหน้าเป็นเรื่องสำคัญ คุณหมอแดเนียลได้บอก 9 สัญญาณเตือนที่เราควรรู้ดังนี้ครับ

1. เริ่มทำผิดกฎหมาย

คนที่เป็นคนดี แต่จู่ ๆ ก็ลักเล็กขโมยน้อย บุกรุกสถานที่ หรือขับรถโดยประมาท เขาอาจกำลังแสดงสัญญาณเริ่มต้นของโรคสมองเสื่อมครับ

2. กินอาหารแปลก ๆ

พฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปก็เป็นสัญญาณเตือน เพราะโรคสมองเสื่อมส่งผลต่อสมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมความอยากอาหารและต่อมรับรสครับ

3. ล้มบ่อยขึ้น

การหกล้มและท่าเดินเปลี่ยนไป อาจเกิดขึ้นก่อนจะมีอาการทางสมองครับ

4. เป็นโรคเหงือก

ช่องปากของคนเรามีแบคทีเรียกว่า 700 สายพันธุ์ แบคทีเรียที่ก่อโรคเหงือกยังเกี่ยวข้องกับการก่อภาวะสมองเสื่อม ดังนั้นควรใช้ไหมขัดฟันทุกวันครับ

5. ไม่เข้าใจมุกเสียดสี

ถ้าฟังคำพูดประชดแล้วไม่เข้าใจเหมือนแต่ก่อน อาจหมายความว่าสมองส่วนหน้าเริ่มทำงานน้อยลงครับ

6. มีพฤติกรรมหมกมุ่น

พฤติกรรมหมกมุ่นที่เพิ่งเกิดขึ้น อาจเป็นสัญญาณเตือน เช่น ชอบเก็บสะสมข้าวของกระจุกกระจิก

7. รับกลิ่นผิดปกติ

หากไม่สามารถแยกกลิ่นต่างๆ ได้ เช่น อบเชย แป้งเด็ก หรือน้ำมันเบนซิน อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคอัลไซเมอร์ เพราะสมองส่วนที่ใช้แยกกลิ่นอยู่ใกล้กับศูนย์ความจำครับ

8. มีภาวะซึมเศร้า

ภาวะซึมเศร้าทำให้ความเสี่ยงในการรู้คิดบกพร่องเพิ่มขึ้น 2 เท่าในผู้หญิง และเพิ่มขึ้น 4 เท่าในผู้ชาย โดยเฉพาะภาวะซึมเศร้าที่เพิ่งเกิดในผู้สูงอายุครับ

9. ไม่รักษาโรคสมาธิสั้น

หากปล่อยไว้จะเพิ่มความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมถึง 3 เท่า การรักษาโรคทางจิตเวชช่วยเรื่องความจำได้ครับ


ความสัมพันธ์ส่งผลต่อสมอง: 8 ปัจจัยที่สำคัญต่อความสัมพันธ์ในชีวิต

อย่างที่คุณหมอแดเนียลได้บอกเอาไว้ก่อนหน้าว่า ความเหงาและโดดเดี่ยวส่งผลต่อภาวะสมองเสื่อม ดังนั้นการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คน สามารถช่วยเราจากสิ่งนี้ได้ คุณหมอได้แนะนำ 8 วิธีในการสร้างความสัมพันธ์ เรียกย่อ ๆ ว่า RELATING โดยอักษรแต่ละตัวย่อมาจากคำว่า

  • Responsibility: ความรับผิดชอบ
  • Empathy: ความเข้าอกเข้าใจ
  • Listening: การรับฟัง
  • Assertiveness: ความหนักแน่นในการสื่อสาร
  • Time: เวลา
  • Inquiring: การตั้งคำถามกับตัวเอง
  • Noticing: การสังเกตสิ่งที่ชอบ
  • Grace and Forgiveness: การเมตตาและการให้อภัย

Responsibility: ความรับผิดชอบ

ความรับผิดชอบคือก้าวแรกของความสัมพันธ์ คนที่รับผิดชอบต่อพฤติกรรมของตัวเองจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกว่า ส่วนคนที่ชอบโทษคนอื่นชีวิตจะเต็มไปด้วยปัญหา แต่มีบางคนที่ชอบโทษแต่ตัวเองมากเกินไปครับ

คุณหมอแดเนียลแนะนำให้เราฝึกคิดว่า “เรื่องเลวร้ายในชีวิตฉัน หลายเรื่องฉันมีส่วนเกี่ยวข้อง บางเรื่องฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย แต่ไม่ว่ายังไงฉันต้องเรียนรู้วิธีตอบสนองต่อทุกเหตุการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ”

Empathy: ความเข้าอกเข้าใจ

ความเข้าอกเข้าใจช่วยให้เราเข้าใจสถานการณ์รอบตัว ยิ่งเราเดาการกระทำและความต้องการของคนอื่นได้แม่น เราจะยิ่งมีชีวิตที่ดีขึ้น ความสามารถในการรับรู้ความรู้สึกของคนอื่นเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเข้าใจ ความสัมพันธ์ และความรัก ซึ่งสิ่งเหล่านี้สำคัญต่อการมีชีวิตของเราครับ

คุณหมอแดเนียลชวนให้เราคิดย้อนดูว่า เราเป็นคนที่มีความเข้าอกเข้าใจคนอื่นหรือเปล่า เราเคยทำให้ความสัมพันธ์ขาดไป เพราะทำหรือพูดอะไรโดยไม่เห็นใจคนอื่นหรือเปล่า

ในทางกลับกันถ้าเราเจอคนมาทำไม่ดีใส่ ให้ถามตัวเองด้วยสองคำถามว่า

  1. ฉันทำอะไรที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ไหม
  2. เกิดอะไรขึ้นกับอีกฝ่าย

ทั้งสองคำถามนี้ช่วยให้เรารับรู้ความรู้สึกของคนอื่นได้มากขึ้น และพัฒนาความสัมพันธ์ได้ ส่งผลให้เรารู้สึกดีทั้งในตอนนี้และในระยะยาวครับ

การเข้าอกเข้าใจคนอื่นต้องอาศัยหลายปัจจัยครับ ทั้งการเลิกเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง และปฏิบัติต่อคนอื่นแบบที่เราอยากให้คนอื่นปฏิบัติต่อเรา

Listening: การรับฟัง

มนุษย์ล้วนอยากเป็นที่ชื่นชอบ ทุกคนล้วนอยากได้การยอมรับและการเห็นคุณค่า แต่หลายคนตามหาสิ่งเหล่านี้ผิดวิธีครับ ในการพบเจอกับคนใหม่ ๆ ไม่ว่าจะในที่ทำงานหรือออกเดต หลายคนมักจะเอาแต่พูดเรื่องของตัวเอง โดยคิดว่ามันเป็นวิธีสร้างความประทับใจ

จริง ๆ แล้วการจะกลายเป็นที่ชื่นชอบของคนอื่น เราต้องเริ่มต้นโดยการให้ความสนใจกับอีกฝ่าย ตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูด ถามถึงสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกพิเศษ การเป็นผู้ฟังที่ดีต้องไม่ขัดจังหวะเวลาที่เขากำลังพูด ทวนสิ่งที่เขาพูดเพื่อยืนยันว่าเรากับเขาเข้าใจตรงกัน และรับฟังโดยไม่ตัดสินเขาครับ

Assertiveness: ความหนักแน่นในการสื่อสาร

เราต้องพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการให้หนักแน่นและชัดเจน บอกคนอื่นให้รู้ว่าเรายอมรับและไม่ยอมรับให้เรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้าง อย่ายอมคนอื่นเพราะเขากำลังโกรธ เพราะมันเป็นการบอกเขาอ้อม ๆ ว่าสามารถโกรธใส่เรา เพื่อให้เขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการ

การยืนหยัดในสิ่งที่เราเชื่อว่าถูกต้องจะทำให้คนอื่นเคารพเรามากขึ้น พูดในสิ่งที่ตัวเองคิดอย่างตรงไปตรงมาด้วยวิธีที่ละมุนละม่อม และควรแสดงความหนักแน่นเฉพาะกับเรื่องที่สำคัญเท่านั้น เพราะการจริงจังหนักแน่นกับทุกเรื่อง แม้เป็นเรื่องที่ไม่สำคัญจะทำให้คนอื่นต่อต้านเราได้ครับ

Time: เวลา

เด็กที่มีความผูกพันกับพ่อแม่จะยึดถือค่านิยมเดียวกับพ่อแม่ ส่วนเด็กที่ถูกพ่อแม่เฉยชาจะทำสิ่งที่ตรงข้าม เพื่อประชดพ่อแม่ การสร้างความผูกพัน นอกจากต้องเป็นผู้ฟังที่ดีแล้ว ต้องมีเวลาให้กันอย่างสม่ำเสมอด้วยครับ

คุณหมอแดเนียลแนะนำให้เรามี “ช่วงเวลาพิเศษ” ซึ่งเป็นช่วงเวลา 20 นาทีต่อวันที่เราจะทำในสิ่งที่อีกฝ่ายอยากทำ โดยเราต้องห้ามสั่ง ห้ามตั้งคำถาม และห้ามชี้นำ แค่ใช้เวลากับเขาทำสิ่งที่เขาอยากทำครับ

Inquiring: การตั้งคำถามกับตัวเอง

เมื่อรู้สึกเจ็บปวดกับความสัมพันธ์ ให้ตั้งคำถามถึงสิ่งที่ทำให้เราเป็นทุกข์ เช่น ตอนที่ทะเลาะกับแฟน แล้วในหัวเกิดความคิดว่าแฟนไม่เคยรับฟังเราเลย ให้เขียนความคิดนั้นออกมาครับ แล้วถามตัวเองว่ามันเป็นความจริงไหม บางครั้งเราโกหกตัวเองเกี่ยวกับคนอื่น เพื่อสร้างกำแพงมาปกป้องตัวเองครับ

ถ้าความคิดนั้นเป็นแค่คำที่เราโกหกตัวเองก็ให้โยนทิ้งไป ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงต้องไปทำความเข้าใจกับอีกฝ่าย ขอให้เขาอธิบายว่าสิ่งที่เขาต้องการสื่อคืออะไร แล้วรับฟังอย่างตั้งใจ จากนั้นบอกไปว่าเราตีความยังไง และช่วยกันหาวิธีแก้ไข เพื่อที่วันหลังจะได้ไม่ผิดใจกันอีกครับ

Noticing: การสังเกตสิ่งที่ชอบ

ความลับในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีคือการเลือกมองสิ่งที่เราชอบในตัวอีกฝ่าย การสังเกตและชื่นชมจะทำให้อีกฝ่ายแสดงพฤติกรรมนั้นบ่อยขึ้น แต่การรักษาสมดุลก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากเอาแต่ชมอยู่อย่างเดียว วันหนึ่งคำชมเหล่านั้นจะไม่มีความหมายครับ

Grace and Forgiveness: การเมตตาและการให้อภัย

การผูกใจเจ็บเหมือนเราดื่มยาพิษแล้วหวังให้คนอื่นตาย การไม่ให้อภัยทำให้ความสัมพันธ์แย่ลงและทำให้เครียดมากขึ้น ส่วนการเมตตาและการให้อภัยจะทำให้ความสัมพันธ์พัฒนาและช่วยเยียวยาจิตใจของเราในระยะยาวครับ

การให้อภัยต้องอาศัยเวลา เมื่อเราตัดสินใจให้อภัยใครสักคน แล้วได้ไปเจอคน ๆ นั้น แต่ยังรู้สึกโกรธหรือกลัวอยู่ ไม่ได้หมายความว่าเรายังให้อภัยไม่ได้ แต่เป็นเพียงการตอบสนองของร่างกายเท่านั้นครับ และการให้อภัยไม่ได้หมายความว่าเราต้องกลับไปผูกสัมพันธ์กับเขาอีก จากนี้ไปต่างคนต่างอยู่ได้ครับ แค่ไม่ผูกใจเจ็บกับเขาอีกแล้วก็พอ


สมองกับความรัก

คุณหมอแดเนียลบอกว่าความรักคือยาเสพติดที่แรงที่สุดในโลก โดยเฉพาะช่วงที่รักกันใหม่ ๆ สมองจะมีความสุขเหมือนเสพโคเคนเลย และอีกสิ่งที่ความรักเหมือนกับโคเคนคือความสุขที่เกิดขึ้นจะอยู่ไม่นาน

บางคนเสพติดความรู้สึกของการเพิ่งมีความรักใหม่ ๆ เลยมักจะเลิกกับคนเก่าและคบกับคนใหม่ไปเรื่อย ๆ และแอปหาคู่ก็ยิ่งกระตุ้นการเสพติดนี้ เพราะตอนมีปัญหากัน แทนที่จะหันหน้ามาคุยกันหาทางแก้ปัญหา แต่กลับเปิดแอปมาเลือกคู่คนใหม่แทน

คนที่รักกันได้ยืนยาว สารเคมีในสมองจะเปลี่ยนจากทำให้พลุ่งพล่านเหมือนโคเคน มาเป็นสารเคมีที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น สงบ และพึงพอใจ กระตุ้นออกซิโทซินที่ช่วยสร้างความไว้วางใจ ซึ่งจะหลั่งตอนที่เรากอดใครสักคน นอกจากนี้ออกซิโทซินยังช่วยลดความกังวล สร้างความรู้สึกสงบปลอดภัย และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความสุข

เวลาเราผูกพันกับใครสักคน เขาคนนั้นจะเข้ามาอยู่ในเครือข่ายเซลล์สมองของเรา ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงคิดถึงเขาตอนที่ไม่ได้อยู่ใกล้กันครับ

วิธีทำให้สมองของคนรักลืมเราไม่ลงคือการสร้างความทรงจำร่วมกับเขา เราต้องฝังตัวเองลงไปในสมองของคนรักด้วยวิธีบอกรักแบบต่าง ๆ เช่น ให้ดอกไม้ ช่วยนวดให้ สัมผัสร่างกายกัน ไปเที่ยวหรือทำเรื่องน่าตื่นเต้นด้วยกันครับ


นี่คือบางส่วนจากเนื้อหาในหนังสือครับ เล่มนี้อ่านง่าย แต่ละบทสั้นแค่หน้าเดียวครับ คุณหมอแดเนียลบอกว่าค่อย ๆ อ่านวันละบทก็ได้ และด้านล่างของแต่ละบทมีทิปง่าย ๆ ให้เราสำรวจสุขภาพสมองของเราด้วยครับ

ใครสนใจอยากอ่านแนวทางการดูแลสมองเพิ่มเติม สามารถหาซื้อมาอ่านได้ครับกับหนังสือ Change Your Brain Every Day: 365 วิธี สมองดีขึ้นได้ทุก ๆ วัน เขียนโดยนายแพทย์แดเนียล อาเมน ตีพิมพ์เป็นภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์วีเลิร์น ราคา 395 บาทครับ

Change Your Brain Every Day: 365 วิธี สมองดีขึ้นได้ทุก ๆ วัน

สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee: https://s.shopee.co.th/1BKeouzCZ0

ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ

Share

Leave a Reply

What's New

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

Related Articles

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง...

นาทีชีวิตฉุกเฉิน วิชาปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ควรมีติดตัว เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินในวินาทีชีวิต

ทุกนาทีในชีวิตสามารถเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ถึงขั้นอันตรายต่อชีวิต เหตุการณ์ฉุกเฉินไม่เลือกสถานที่เกิด ไม่ว่าจะเป็นบนถนน ในห้างฯ หรือแม้กระทั่งบ้านของพวกเราเอง การมีความรู้เบื้องต้นในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ช่วยให้เราลดความเสี่ยงที่เหตุการณ์นั้นจะอันตรายถึงชีวิตได้ครับ ไอติมเล่า ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ อยู่ให้ได้ ตายให้ดี:...

อร่อยลวงตาย เบื้องหลังความอร่อยที่ทำให้เราหยุดกินไม่ได้ หนังสือที่จะทำให้เราตาสว่างเรื่องอาหารแปรรูป

โลกเราทุกวันนี้มีอาหารการกินที่สะดวกสบาย เทคโนโลยีอย่างอาหารแปรรูปทำให้เราเก็บอาหารเอาไว้ได้นานโดยไม่เน่าเสีย อุ่นซ้ำง่ายแค่ใช้เตาไมโครเวฟ มีรสชาติอร่อย ทำให้อยากกินบ่อย ๆ และราคาถูกกว่าการไปกินอาหารปรุงสดที่ร้านอาหาร นอกจากนี้ยังมีอาหารให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อาหารญี่ปุ่น อาหารเกาหลี หรืออาหารอิตาลีก็มีให้หยิบจากตู้แช่แข็งในห้างสรรพสินค้า...

สุดยอดวิธีใช้สมองของคนอายุ 30+ สมองไม่มีวันแก่ แค่ทำตามนี้ แล้วสมองจะดีขึ้นไปตลอดชีวิต

เพื่อน ๆ หลายคนที่อยู่ในวัย 30+ น่าจะเคยคิดว่าพออายุมากขึ้นสมองก็เหมือนจะเสื่อมลง รู้สึกว่าความจำแย่ลงกว่าสมัยเรียน แถมยังใช้เวลานานกว่าจะเรียนรู้อะไรสักเรื่องให้เข้าใจ แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่าความคิดนี้ผิดมหันต์ สมองของคนวัยนี้อยู่ในสภาพที่ดีกว่าสมัยเป็นนักเรียนซะอีก ไอติมอ่าน ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!