ไอติมเล่า

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

Share

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ

ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน ๆ ไปฟื้นฟูความเหนื่อยล้าด้วย 5 ขั้นตอนจากหนังสือ Fix Your Fatigue: ทฤษฎีซ่อมร่าง เขียนโดยคารินา แอนทรัม (Karina Antram) นักโภชนาการที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสุขภาพผู้คนมาแล้วมากมายครับ

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันหน่อย ว่าอาการเหนื่อยล้าของเราเนี่ยเกิดขึ้นได้ยังไง ข้างในเซลล์ของเรามีสิ่งที่เรียกว่าไมโทคอนเดรีย (mitochondria) ครับ ซึ่งทำหน้าที่นำสารอาหารที่เรากินไปสร้างเป็นพลังงานให้กับเซลล์ ในคนที่กำลังเหนื่อยล้าเรื้อรัง ไมโทคอนเดรียจะทำหน้าที่ได้ไม่ดีครับ ส่งผลให้พลังงานของเราต่ำลง ไม่มีแรงทำอะไร ๆ นั่นเอง

เพื่อน ๆ ลองนึกภาพว่าเซลล์ของเราเป็นเหมือนรถยนต์ครับ และไมโทคอนเดรียเป็นห้องเผาไหม้ในเครื่องยนต์ มันคอยรับน้ำมันมาเผาไหม้ให้กลายเป็นแรงม้าขับเคลื่อนรถ การที่รถอืด เร่งเครื่องไม่ทันใจ ไม่ใช่เพราะเครื่องยนต์พัง แต่มันแค่มีเขม่าเกาะ หรือเผาไหม้ได้ไม่สมบูรณ์ หากเราล้างเขม่าและจูนเครื่องยนต์ใหม่ รถของเราก็สามารถกลับมาวิ่งฉิวได้อีกครั้ง เซลล์ในร่างกายของเราก็เหมือนกันครับ เราสามารถจูนให้มันกลับมาทำงานเต็มประสิทธิภาพได้อีกครั้ง มาเริ่มขั้นตอนการฟื้นฟูเซลล์กันเลยครับ


ขั้นตอนที่ 1: กินเพื่อพลังงาน

ถ้าภายในดี ภายนอกก็จะดี ปริมาณอาหารที่กินไม่สำคัญเท่ากับสารอาหารที่ได้รับ เราควรให้ความสนใจกับโภชนาการ โดยผู้เขียนบอกว่าการกินที่ดีต้องมี BIG ซึ่งย่อมาจาก

B = Brain สมอง
I = Immunity ภูมิคุ้มกัน
G = Gut ลำไส้

B = Brain สมอง

สมองของมนุษย์ใช้พลังงานเกือบ 20% ของพลังงานทั้งหมดของร่างกายเรา ดังนั้นตอนที่เรารู้สึกเหนื่อยล้า การกินอาหารที่เหมาะสมกับสมองก็สามารถช่วยได้ ผู้เขียนแนะนำอาหารที่ดีต่อสมองดังนี้ครับ

  • ผลไม้ตระกูลเบอร์รี: บลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รี สตรอว์เบอร์รี
  • ไขมันดี: น้ำมันมะกอก อะโวคาโด
  • ปลาที่มีกรดไขมันจำเป็นสูง: ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล
  • ผักใบเขียว: ผักโขม คะน้า กะหล่ำปลี
  • ผลไม้ฉ่ำน้ำ: เมลอน กีวี แตงกวา สับปะรด
  • อาหารสีเข้ม: ถั่วดำ ดาร์กช็อกโกแลต
  • อาหารที่มีทริปโตเฟน: ข้าวโอ๊ต กล้วย

I = Immunity ภูมิคุ้มกัน

ภูมิคุ้มกันเป็นตัวกำหนดว่าร่างกายของเราจะสู้กับการอักเสบและโรคต่าง ๆ ได้มากแค่ไหน ภูมิคุ้มกันเป็นสิ่งสำคัญมากในช่วงที่มีโรคระบาด เราสามารถกินอาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้ทุกวันครับ เช่น

  • พริก
  • น้ำผึ้งมานูก้า
  • กระเทียม
  • แคร์รอต
  • ขิง
  • ขมิ้น
  • โยเกิร์ต
  • มันหวาน
  • เห็ด

G = Gut ลำไส้

สิ่งที่เกิดขึ้นในลำไส้ส่งผลต่อเกือบทุกส่วนของร่างกาย ดังนั้นการดูแลรักษาลำไส้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เราสามารถทำได้โดยการกินอาหารเหล่านี้ครับ

  • กิมจิ
  • โยเกิร์ต
  • มิโสะ
  • ซาวเออร์โด
  • อัลมอนด์
  • น้ำมันมะกอก
  • ชาหมักคอมบูชา

ผู้เขียนบอกว่าเราควรกินอาหารตามหลัก BIG รวม ๆ ให้ได้สัก 80% แต่สัดส่วนของแต่ละอย่างอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละคน บางคนอาจเหมาะกับอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง บางคนอาจเหมาะกับอาหารที่มีไขมันดีสูง เราจำเป็นต้องทดลองหาสไตล์การกินที่เหมาะสมกับตัวเอง ซึ่งความรู้สึกหลังกินอาหารตามหลัก BIG ช่วยบอกว่าเรากำลังมาถูกทาง โดยหลังจากกินตามหลัก BIG แล้วเราจะรู้สึกดังนี้ครับ

  • มีพลัง
  • ไม่ปวดท้อง
  • ผิวกระจ่างใส
  • อยากกินแป้งหรือน้ำตาลน้อยลง
  • อารมณ์ไม่แปรปรวน

ผู้เขียนบอกว่าเราไม่จำเป็นต้องหักดิบหันมากินอาหารตามหลัก BIG แบบ 100% แต่แค่เติมอาหารพวกนี้ลงไปทีละนิดลงในอาหารที่เรากินอยู่แล้ว ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีครับ ถ้ากินขนมปังเป็นอาหารเช้า ลองเปลี่ยนขนมปังขาวเป็นซาวเออร์โด ถ้ากินข้าวขาว ลองเปลี่ยนเป็นข้าวกล้อง ให้เพิ่มไข่เข้าไปสักฟองในมื้ออาหาร อาจจะกินไข่ต้มก็ได้เพื่อให้มื้อนั้นมีโปรตีนเพิ่ม ให้โรยธัญพืชเป็นท็อปปิ้งใส่ข้าวที่กิน เช่น เมล็ดแฟลกซ์ เม็ดฟักทอง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ อัลมอนด์ งาขาว งาดำ หรือเพิ่มเครื่องเคียงเป็นกิมจิ แคร์รอตดอง ขิงดอง หรือสาหร่ายได้ครับ

นอกจากต้องเพิ่มสารอาหารในแต่ละมื้อให้ได้มากที่สุดแล้ว ยังต้องดูด้วยว่าอาหารเหล่านั้นสดแค่ไหน อาหารยิ่งสดก็ยิ่งมีสารอาหารข้างในมากตามไปด้วย อย่างวิตามินซีในผักสามารถหายไปได้มากถึง 77% ภายในหนึ่งสัปดาห์หลังการเก็บเกี่ยว นอกจากนี้ความร้อน แสงสว่าง และออกซิเจนก็ทำให้ผักสูญเสียคุณประโยชน์ได้เหมือนกัน ผู้เขียนได้แนะนำวิธีเก็บรักษาผักให้คงสารอาหารเอาไว้ได้นานที่สุดดังนี้ครับ

  • ซื้อผักที่เก็บเกี่ยวแถวท้องถิ่นที่เราอยู่
  • ปลูกผักกินเอง
  • อย่าหั่นผักทิ้งไว้จนกว่าจะเอามาทำเป็นอาหาร
  • เก็บผักในภาชนะที่เป็นแก้วปิดสนิท แล้วใส่ไว้ในตู้เย็น
  • ผักผลไม้แช่แข็งก็มีคุณประโยชน์ เพราะมันถูกแช่แข็งในตอนที่มีสารอาหารอยู่มากที่สุด

การกินอาหารตามหลักการ BIG ไม่ได้หมายความว่าเราต้องตัดของที่ชอบออก แต่เพียงเพิ่มอย่างอื่นให้อาหารมื้อนั้นมีสารอาหารมากขึ้น พยายามทำให้ได้สม่ำเสมอ เพื่อให้เซลล์ของเราได้รับพลังงานอย่างเพียงพอครับ


ขั้นตอนที่ 2: บำรุงลำไส้

เพื่อน ๆ สังเกตกันไหมครับว่าเวลาที่เราเครียดหรือกังวล เรามักรู้สึกหวิว ๆ ที่ท้อง นั่นเพราะว่าสมองและลำไส้มีการสื่อสารหากันตลอดผ่านเส้นประสาทเวกัส ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่ยาวที่สุด ลำไส้เหมือนเป็นสมองที่สองของเรา จุลินทรีย์ที่อยู่ในลำไส้ช่วยสร้างสารสื่อประสาทต่าง ๆ เช่น เซโรโทนิน เมลาโทนิน โดปามีน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของเรา นอกจากนี้จุลินทรีย์ในลำไส้ของเรายังมีหน้าที่อีกมากมายครับ เช่น

  • ช่วยย่อยไฟเบอร์
  • ช่วยดูดซึมวิตามิน
  • กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
  • ควบคุมความอยากอาหาร
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • สร้างอาหารให้ไมโทคอนเดรีย
  • ช่วยสู้กับจุลินทรีย์ตัวร้ายที่จะเข้ามาทำให้ร่างกายของเราอักเสบ

ช่วงนี้เพื่อน ๆ น่าจะเห็นผลิตภัณฑ์หลายอย่างที่ชูจุดเด่นว่าตัวเองมีโพรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ดีต่อลำไส้ของเราจริง ๆ ครับ โดยโพรไบโอติกส์คือจุลินทรีย์ดีหลายร้อยชนิดที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของเรา เราต้องรักษาให้ลำไส้ของเรามีจุลินทรีย์หลาย ๆ ชนิดเข้าไว้ เพื่อให้เกิดสมดุล ส่วนพรีไบโอติกส์คืออาหารของจุลินทรีย์ครับ ซึ่งคือไฟเบอร์หรือใยอาหารที่อยู่ในผักผลไม้นั่นเองครับ

อาหารที่อุดมไปด้วยโพรไบโอติกส์

  • โยเกิร์ต
  • กิมจิ
  • ผักดอง
  • ชาหมักคอมบูชา

เพื่อน ๆ สามารถเพิ่มอาหารเหล่านี้เป็นเครื่องเคียงในมื้ออาหาร หรือกินเป็นอาหารว่างก็ได้ครับ

อาหารที่มีพรีไบโอติกส์ซึ่งเป็นอาหารของโพรไบโอติกส์

  • แอปเปิล
  • หน่อไม้ฝรั่ง
  • กล้วย
  • ข้าวบาร์เลย์
  • เบอร์รี
  • โกโก้
  • เมล็ดแฟล็กซ์
  • กระเทียม
  • ผักใบเขียว
  • หอมใหญ่
  • มะเขือเทศ
  • พืชตระกูลถั่ว

ขั้นตอนที่ 3: การนอนหลับและการออกกำลังกาย

ทั้งการนอนหลับและการออกกำลังกายล้วนสำคัญต่อการฟื้นฟูสุขภาพ แต่การจัดการทั้งสองอย่างให้เหมาะสมในตอนที่กำลังหนื่อยอาจดูยาก เรามาค่อย ๆ เริ่มต้นกันครับ ก่อนอื่นมาดูกันครับว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างที่เรากำลังนอนหลับ ในหนึ่งคืนสามารถแบ่งการนอนหลับได้ 4 ช่วงคือ

N1: ช่วงผล็อยหลับที่กินเวลาประมาณ 1-5 นาที

N2: ช่วงที่กิจกรรมในสมอง อัตราการเต้นของหัวใจ และการหายใจของเราจะค่อย ๆ ช้าลง ช่วงนี้ใช้เวลาประมาณ 10-60 นาที

N3: ช่วงที่สมองเกิดคลื่นเดลต้าที่เข้ามาประมวลผลความทรงจำในแต่ละวัน เป็นช่วงที่โกรทฮอร์โมนหลั่งออกมา เพื่อซ่อมแซมเซลล์ร่างกาย และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

N4: ช่วงหลับฝัน สมองของเราจะทำงานเหมือนตอนที่กำลังตื่น เพื่อลบข้อมูลที่ไม่จำเป็นออกจากสมอง

ทั้ง 4 ช่วงนี้จะวนไปมาตลอดทั้งคืนที่เรานอนหลับ บางครั้งก็ 5-6 รอบ นักวิทยาศาสตร์แนะนำให้นอนให้ได้คืนละ 8.4 ชม. โดยหากเราอยากนอนหลับในคืนนี้ให้ดีต้องเริ่มต้นสร้างตั้งแต่ตื่นนอนเลยครับ ทันทีที่ตื่นนอนให้ออกไปรับแสงธรรมชาติ การรับแสงแดดในตอนเช้าช่วยพัฒนาหลายอย่าง ตั้งแต่การผลิตเมลาโทนิน ไปจนถึงระดับคอร์ติซอล และเป็นการสอนร่างกายให้รู้ว่าตอนไหนคือเวลาตื่น ตอนไหนคือเวลานอนครับ

หากเพื่อน ๆ อยากกินของหวานหรือน้ำหวาน ให้เพื่อน ๆ กินตั้งแต่ช่วงต้น ๆ วันเลยครับ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงก่อนนอน เลี่ยงไม่ดื่มคาเฟอีนหลังมื้อเที่ยง และหากระหว่างวันเพื่อน ๆ เกิดเหนื่อยและอยากงีบพัก ให้แบ่งครึ่งเวลาที่เพื่อน ๆ ตื่น เช่น หากตื่นตอน 7 โมงเช้า เข้านอนตอน 5 ทุ่ม กึ่งกลางของช่วงเวลานี้คือบ่าย 3 ให้เพื่อน ๆ งีบเอาแรงช่วงนี้ได้ครับ

การอ่านหนังสือก่อนนอนช่วยให้ผ่อนคลายได้มากเลยครับ ช่วยลดความเครียดได้ถึง 68% แค่อ่านหนังสือก่อนนอนเพียง 6 นาทีก็ช่วยลดความเครียดได้แล้ว สิ่งที่ช่วยได้รองลงมาคือการฟังเพลง ซึ่งช่วยลดความเครียดได้ 61% ครับ

มาพูดถึงการออกกำลังกายบ้าง การขยับร่างกายช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ สำหรับคนที่เหนื่อย การตั้งเป้าออกกำลังกายให้ได้วันละ 10 นาทีก็สามารถช่วยให้กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาได้แล้วครับ ลองเดินให้ได้ 10 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้งดูครับ ถ้าทำได้ติดกัน 2 สัปดาห์ ให้ลองเพิ่มระยะเวลาขึ้นอีก 20% จนออกกำลังกายได้ถึงคำแนะนำของแพทย์ที่แนะนำให้เราออกกำลังกายให้ได้ครั้งละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง


ขั้นตอนที่ 4: อาหารเสริม

อาหารเสริมไม่มีวันแทนที่สารอาหารที่ดีจากธรรมชาติได้ แต่หลายครั้งอาหารเสริมก็ช่วยเป็นตัวบูสต์พลังงานในร่างกายของเราได้ครับ หลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าควรกินอาหารเสริมก็ต่อเมื่อ

  • ป่วยเพราะติดไวรัส
  • ยังรู้สึกเหนื่อย แม้จะปรับพฤติกรรมการกินแล้ว
  • เป็นคนกินมังสวิรัติ
  • เป็นโรคเลือดจาง
  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมลูก
  • มีปัญหาระบบทางเดินอาหาร
  • อายุมากกว่า 60 ปี
  • ผมและเล็บเปราะ
  • ตกสะเก็ดหรือรังแค

อาหารเสริมที่ผู้เขียนซึ่งเป็นนักโภชนาการแนะนำให้รู้จัก

แอล-ธีอะนีน (L-Theanine)

เป็นกรดอะมิโนที่ช่วยเพิ่มคลื่นอัลฟาซึ่งช่วยให้ผ่อนคลาย ช่วยลดความวิตกกังวล ช่วยเรื่องการนอนหลับ ในธรรมชาติพบได้ในชาเขียวและชาดำ

อะซิทิล-แอล-คาร์นิทีน (Acetyl-L-Carnitine)

มีบทบาทสำคัญในการช่วยสร้างพลังงาน เพราะทำหน้าที่ขนส่งกรดไขมันไปยังไมโทคอนเดรีย

วิตามินบี (Vitamin B)

ทำหน้าที่เปลี่ยนอาหารที่เรากินให้เป็น ATP วิตามินบีมีทั้งหมด 8 ชนิด แต่ละชนิดทำหน้าที่ต่างกันไป จึงควรกินวิตามินบีรวมเพื่อให้ได้ประโยชน์ครบถ้วนครับ

ซีลีเนียมและธาตุเหล็ก (Selenium and Iron)

ซีลีเนียมสำคัญต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ ธาตุเหล็กสำคัญต่อกระบวนการเปลี่ยนอาหารให้เป็น ATP ในระดับเซลล์

วิตามินซีและ วิตามินอี (Vitamin C and Vitamin E)

ทั้งสองเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังครับ

โคเอ็นไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10)

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยสร้างพลังงานภายในเซลล์ ในธรรมชาติพบได้ในเนื้อสัตว์ ถั่ว และปลา แต่มีปริมาณน้อยมาก ไม่เพียงพอต่อที่ร่างกายต้องการครับ

หากเพื่อน ๆ มียาที่ต้องกินเป็นประจำแล้วอยากกินอาหารเสริม ต้องปรึกษาหมอก่อนนะครับ เพราะอาหารเสริมบางอย่างอาจขัดขวางการทำงานของยาบางชนิดได้ และควรกินอาหารเสริมหลังจากที่ปรับรูปแบบการกิน การนอนหลับ และการออกกำลังกายแล้วไม่ได้ผลเท่านั้น อย่าหวังใช้อาหารเสริมเป็นทางลัด นอกจากนี้ต้องดูด้วยว่ากินเวลาไหนถึงจะได้ประโยชน์จากอาหารเสริมตัวนั้นมากที่สุด และสิ่งสำคัญคือต้องเลือกซื้ออาหารเสริมยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ และจากร้านที่น่าเชื่อถือเท่านั้นครับ


ขั้นตอนที่ 5: จัดการกับความคิด

ปี 1984 อนาโตลี คาร์ปอฟ (Anatoly Karpov) นักเล่นหมากรุกชาวรัสเซียลงแข่ง 40 ครั้ง ภายในเวลา 5 เดือน ช่วงนั้นน้ำหนักของเขาลดลงถึง 10 กก. การเล่นหมากรุกต้องใช้พลังสมองหนักมาก แม้จะนั่งเฉย ๆ แต่นักเล่นหมากรุกสามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึงวันละ 6,000 แคลอรีในการแข่งขันได้เลยครับ

อนาโตลี คาร์ปอฟ (Anatoly Karpov)

กิจกรรมอะไรที่ใช้สมองล้วนทำให้เราเหนื่อยได้ทั้งนั้น นอกจากนี้ความกังวล การมองโลกในแง่ลบ และการมีเรื่องต้องตัดสินใจมากเกินไปก็ทำให้เหนื่อยได้เหมือนกันครับ ทุกวันนี้โลกออนไลน์ทำให้เราเจอกับภาวะข้อมูลท่วมท้น สมองของเราต้องรับรู้ข้อมูลมากมาย จนไม่สามารถประมวลผลทุกอย่างได้ทัน ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าข้อมูลไหนสำคัญมากกว่ากัน ส่งผลให้เรารู้สึกหงุดหงิดครับ

วิธีหลีกเลี่ยงการเผชิญกับภาวะข้อมูลท่วมท้น สามารถทำได้โดยการกำหนดเวลาการใช้เทคโนโลยีในแต่ละวัน หากนอกเหนือเวลาที่กำหนดต้องงดใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน อย่าฟังอะไรอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเพลง พอดแคสต์ ลองออกไปเดินเล่นข้างนอก ฟังเสียงจากธรรมชาติบ้างจะช่วยได้ครับ

บางครั้งความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัวก็บั่นทอนพลังสมอง เราปวดหัวมากเกินไปเพราะมีหลายเรื่องให้ต้องคิด ดังนั้นเราควรสร้างสมองที่สองขึ้นมาครับ เป็นสมองดิจิตอล เวลาที่เพื่อน ๆ อ่านเจออะไรที่น่าสนใจในอินเตอร์เน็ตหรือคิดไอเดียอะไรออก ให้จดมันลงบนแอพบันทึกโน้ตออนไลน์อย่าง Google Keep, Notion หรือแอพโน้ตในไอโฟนครับ

วิธีนี้นอกจากจะทำให้สมองของเราโล่งเพราะไม่ต้องคอยจำหรือกังวลว่าจะลืม ยังช่วยให้ข้อมูลเหล่านั้นถูกจัดเก็บไว้ในที่ปลอดภัย ไม่หายไปไหน และเราสามารถกลับมาจัดระเบียบมันทีหลังได้อีกด้วยครับ ทำให้เรามีคลังไอเดียที่พร้อมจะหยิบมาใช้ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

การทำอะไรหลายอย่างพร้อมกันก็บั่นทอนพลังสมองครับ ในระยะยาวจะส่งผลต่อความจำและสมาธิของเรา ถ้าเป็นอะไรง่าย ๆ อย่างจิบกาแฟพร้อมกับฟังพอดแคสต์ไปด้วยก็ไม่เป็นอะไรครับ แต่หากเป็นการตอบอีเมลเรื่องงานสำคัญหลาย ๆ งานพร้อมกัน สมองของเรามีแนวโน้มที่จะรับมือไม่ไหว เราจะทำงานให้ผลลัพธ์ออกมามีประสิทธิภาพได้ก็ต่อเมื่อทำทีละงาน โดยที่ไม่มีสิ่งรบกวนครับ


วิธีการทั้งหมดที่หนังสือแนะนำล้วนต้องอาศัยวินัยจนกว่าจะทำได้ติดเป็นนิสัย และกว่าเราจะทำอะไรสักอย่างให้ติดเป็นนิสัยได้ก็ต้องใช้เวลาประมาณ 66 วัน ดังนั้นช่วงแรกเพื่อน ๆ อาจต้องอดทน อย่าเพิ่งยอมแพ้ครับ หลังจากที่นิสัยใหม่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แล้วเพื่อน ๆ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีหลังจากนั้นครับ

ทั้งหมดนี้คือ 5 ขั้นตอนในการฟื้นฟูความเหนื่อยล้าจากหนังสือ Fix Your Fatigue: ทฤษฎีซ่อมร่าง เขียนโดยคารินา แอนทรัม หากเพื่อน ๆ สนใจอยากอ่านแบบละเอียดสามารถหาซื้อมาอ่านได้ครับ ตีพิมพ์เป็นภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์แคคตัส ราคา 319 บาท

Fix Your Fatigue: ทฤษฎีซ่อมร่าง

สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee:
https://s.shopee.co.th/3fyYfKpDW5
หรือซื้อแบบ ebook: https://www.mebmarket.com
ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ

Share

Leave a Reply

What's New

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

Related Articles

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ...

ไปทำบะหมี่ถ้วยเดียวในโลกกัน! ส่องตำนานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารขวัญใจสายรีบที่ Cup Noodles Museum

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเมนูขวัญใจสายรีบอย่างพวกเราเป็นมากกว่าแค่อาหารจานด่วนครับ มันถือว่าเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนทั่วโลกเลยทีเดียว เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือเรื่องราวของชายผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นที่ชื่อว่า โมโมฟุกุ อันโด (Momofuku Ando) ผู้ก่อตั้งบริษัท Nissin Foods Group ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนิชชินนั่นเองครับ...

นาทีชีวิตฉุกเฉิน วิชาปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ควรมีติดตัว เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินในวินาทีชีวิต

ทุกนาทีในชีวิตสามารถเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ถึงขั้นอันตรายต่อชีวิต เหตุการณ์ฉุกเฉินไม่เลือกสถานที่เกิด ไม่ว่าจะเป็นบนถนน ในห้างฯ หรือแม้กระทั่งบ้านของพวกเราเอง การมีความรู้เบื้องต้นในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ช่วยให้เราลดความเสี่ยงที่เหตุการณ์นั้นจะอันตรายถึงชีวิตได้ครับ ไอติมเล่า ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ อยู่ให้ได้ ตายให้ดี:...

อร่อยลวงตาย เบื้องหลังความอร่อยที่ทำให้เราหยุดกินไม่ได้ หนังสือที่จะทำให้เราตาสว่างเรื่องอาหารแปรรูป

โลกเราทุกวันนี้มีอาหารการกินที่สะดวกสบาย เทคโนโลยีอย่างอาหารแปรรูปทำให้เราเก็บอาหารเอาไว้ได้นานโดยไม่เน่าเสีย อุ่นซ้ำง่ายแค่ใช้เตาไมโครเวฟ มีรสชาติอร่อย ทำให้อยากกินบ่อย ๆ และราคาถูกกว่าการไปกินอาหารปรุงสดที่ร้านอาหาร นอกจากนี้ยังมีอาหารให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อาหารญี่ปุ่น อาหารเกาหลี หรืออาหารอิตาลีก็มีให้หยิบจากตู้แช่แข็งในห้างสรรพสินค้า...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!