ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่
ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ
ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein) ลูกชายคนโตของครอบครัวผู้มีเกียรติในเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พ่อของเขาคืออัลฟองโซ แฟรงเกนสไตน์ (Alphonse Frankenstein) มีตำแหน่งเป็นผู้พิพากษาแห่งเมืองเจนีวา แต่ตอนนี้เกษียณแล้ว แม่คือแคโรไลน์ บิวฟอร์ต (Caroline Beaufort)
ทั้งสองรับเลี้ยงเอลิซาเบธ ลาเวนซา (Elizabeth Lavenza) ลูกสาวของน้องสาวอัลฟองโซ พอแม่ของเธอตายครอบครัวแฟรงเกนสไตน์ก็รับมาอยู่ด้วย เอลิซาเบธมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อง และอายุรุ่นราวคราวเดียวกับวิกเตอร์ พ่อแม่ได้วางแผนให้เด็กทั้งสองแต่งงานกันในอนาคต ซึ่งการแต่งงานในเครือญาติเป็นเรื่องปกติในสมัยนั้นครับ
จากนั้นพ่อแม่มีลูกชายเพิ่มอีกสองคนคือเออร์เนสต์ แฟรงเกนสไตน์ (Ernest Frankenstein) และวิลเลียม แฟรงเกนสไตน์ (William Frankenstein) น้องชายคนเล็กที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ทุก ๆ วันบ้านหลังนี้จะเต็มไปด้วยเด็ก เฮนรี แคลร์วาล (Henry Clerval) เด็กชายผู้เป็นเพื่อนสนิทของวิกเตอร์ชอบมาเล่นที่บ้านนี้บ่อย ๆ เพราะพ่อของเขางานยุ่ง นอกจากนี้ยังรับเลี้ยงจัสทีน มอริตซ์ (Justine Moritz) เด็กหญิงที่โดนแม่ทำร้ายให้มาช่วยงานในบ้านของตระกูลแฟรงเกนสไตน์
วิกเตอร์ในวัยเด็กมีความสนใจในความลี้ลับของธรรมชาติ ซึ่งคนยุคนั้นเพิ่งเริ่มต้นศึกษาวิทยาศาสตร์กันครับ วิกเตอร์อ่านงานเขียนเก่า ๆ ของบรรดานักเล่นแร่แปรธาตุยุคโบราณ ซึ่งคนยุคนั้นมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระไปแล้ว วันหนึ่งวิกเตอร์ได้เห็นฟ้าผ่าลงต้นโอ๊กต่อหน้าต่อตาจนเหลือแต่ตอ ทำให้เขาเริ่มสนใจวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องไฟฟ้า
พออายุ 17 ปี วิกเตอร์เตรียมตัวไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยอิงโกลสตัดท์ แต่ก่อนเดินทางแม่ของเขาเสียชีวิตเพราะพิษไข้ ทำให้วิกเตอร์อยากค้นพบวิธีทำให้มนุษย์เป็นอมตะ ที่มหาวิทยาลัยเขาได้ศึกษาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ วิชาเคมี และวิชาเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ ไปกินนอนอยู่ในสุสาน เพื่อเฝ้าดูการเน่าเปื่อยของร่างกายมนุษย์
หลังเรียนจบ วิกเตอร์ใช้เวลาเกือบสองปีหมกมุ่นอยู่กับการพยายามสร้างมนุษย์อยู่ในห้องทดลองชั้นบนสุดของบ้านเช่า เขาหมกมุ่นมากจนไม่ออกจากบ้านมาดูเดือนดูตะวันเลย พ่อและเอลิซาเบธเขียนจดหมายมาถามสารทุกข์สุกดิบ แต่วิกเตอร์ไม่เคยตอบกลับเลย
ในนิยายบอกแค่ว่าวิกเตอร์รวบรวมชิ้นส่วนสำหรับการทดลอง แต่ไม่ได้บอกว่าไปเอามาจากไหน ไม่รู้ว่าเขาซื้อมา ขโมยมา หรือแอบขุดมาจากสุสาน และไม่มีฉากบรรยายการสร้างมนุษย์ของวิกเตอร์เลย คนอ่านไม่รู้ว่าเขาประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ยังไง ไม่มีฉากเย็บ ไม่มีฉากผ่าตัดที่น่ากลัวเลยครับ บอกแค่ว่าเขากำลังสร้างสิ่งมีชีวิตอยู่
การทดลองที่ยาวนาน ทำให้ร่างกายของวิกเตอร์ซูบผอม จิตใจของเขาอ่อนล้า ดูไม่เหลือเค้าโครงความเป็นลูกจากครอบครัวผู้มีอันจะกินเลย คืนหนึ่งในเดือนพฤศจิกายนที่ฝนตกหนัก อสุรกายของวิกเตอร์ได้ลืมตาขึ้นมา ฉากนี้ในนิยายไม่ได้ยิ่งใหญ่ครับ ไม่มีฟ้าผ่าลงมาใส่ห้องทดลองแบบในหนัง เหมือนอยู่ ๆ ก็สร้างสำเร็จขึ้นมาเลย
แทนที่จะดีใจว่าการทุ่มเทเวลาเกือบสองปีสำเร็จลุล่วง วิกเตอร์กลับรู้สึกสยดสยองกับความอัปลักษณ์ของสิ่งมีชีวิตที่เขาสร้างขึ้น เขากลัวมันมากถึงขั้นวิ่งหนีออกจากบ้าน หนีไปแบบไม่ได้ตั้งใจว่าจะไปไหน ขอแค่หนีไปให้ไกลจากปีศาจที่เขาสร้างขึ้นก็พอ
วิกเตอร์โซซัดโซเซมาจนพบกับโรงเตี๊ยมที่เอาไว้ให้นักเดินทางแวะพักระหว่างทาง ที่นี่เขาพบกับเฮนรีเพื่อนรักสมัยเด็กที่เดินทางมาเรียนมหาวิทยาลัย เฮนรีตกใจกับสภาพของวิกเตอร์มาก เขาบอกให้วิกเตอร์กลับไปพักผ่อนและจะเป็นคนดูแลเอง
วิกเตอร์พาเฮนรีมาที่บ้านเช่าของเขา ระหว่างทางก็ใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ กลัวว่าจะกลับไปเจอปีศาจที่เขาสร้างขึ้น แต่พอมาถึงบ้านก็ไม่พบมัน วิกเตอร์โล่งใจและอธิฐานอยู่ในใจว่าขอให้มันหายไปให้ไกล ขอให้มันไม่รอดชีวิตในโลกข้างนอก
ตั้งแต่นั้นเฮนรีคอยดูแลวิกเตอร์ เขาเขียนจดหมายไปบอกข่าวให้ที่บ้านของวิกเตอร์ทราบ บอกด้วยว่าวิกเตอร์สภาพเหมือนคนป่วยเป็นโรคประสาท จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แต่เขาจะดูแลเพื่อนรักให้หายเอง เวลาผ่านไปหลายเดือน วิกเตอร์ไม่เห็นวี่แววการมีอยู่อสุรกายที่เขาสร้างเลย บางทีมันอาจจะตายไปแล้วก็ได้ คิดแบบนี้จิตใจของเขาก็สงบลง สุขภาพกายและใจของเขากลับมาเป็นปกติในที่สุด
วันหนึ่งวิกเตอร์ได้รับจดหมายจากพ่อ แจ้งข่าวร้ายว่าวิลเลียมน้องชายคนเล็กถูกฆาตกรรม พ่อเล่าในจดหมายว่าวันเกิดเหตุเขาพาลูก ๆ รวมถึงเอลิซาเบธไปเดินป่า พอใกล้ค่ำกำลังจะกลับ เออร์เนสและวิลเลียมเล่นวิ่งไล่จับกันหายเข้าไปในป่า พ่อกับเอลิซาเบธเลยนั่งรออยู่ที่เดิม แต่มีเพียงเออร์เนสที่กลับออกมา
เออร์เนสบอกว่าพลัดหลงกับน้อง และคิดว่าน้องคงกลับมาตรงที่พ่อรออยู่ เลยเดินออกจากป่ามา ไม่มีใครตกใจมาก เพราะคุ้นเคยกับป่านี้ ทุกคนช่วยกันตามหาวิลเลียม แต่หาจนมืดก็ยังไม่เจอ เลยพากันกลับบ้านแล้วขอแรงให้ชาวบ้านช่วยกันตามหาวิลเลียม
วิลเลียมถูกพบเสียชีวิตอยู่ในป่า สภาพถูกบีบคอ วิกเตอร์รีบกลับเจนีวาทันทีเพื่อมางานศพน้อง ระหว่างทางกำลังจะเข้าประตูเมืองเจนีวา คืนนั้นมีฝนฟ้าคะนอง วิกเตอร์เห็นร่างของมนุษย์ยืนอยู่บนภูเขาไกล ๆ พอมีสายฟ้าผ่าลงมาจนเกิดแสงสว่างวาบ เขาก็เห็นว่าร่างนั้นคืออสุรกายที่เขาสร้างขึ้น เขามั่นใจทันทีว่ามันคือฆาตกรที่ฆ่าวิลเลียม
มาถึงบ้านเขาเห็นว่าพ่อเสียใจมากที่สูญเสียลูกชายคนสุดท้องไป ตอนนี้ตำรวจกำลังสืบหาตัวคนร้ายอยู่ วิกเตอร์อยากจะบอกไปว่าเขารู้แล้วว่าคนร้ายที่ฆ่าวิลเลียมคือใคร แต่คิดว่าบอกไปคงไม่มีใครเชื่อแน่ ๆ และจะหาว่าเขาเป็นคนวิกลจริต
ไม่กี่วันต่อมาตำรวจประกาศว่าจับตัวคนร้ายได้แล้ว ซึ่งคือจัสทีนเด็กสาวที่ครอบครัวแฟรงเกนสไตน์รับมาให้ช่วยงานบ้าน วิกเตอร์และเอลิซาเบธไม่เชื่อว่าเป็นฝีมือของจัสทีน ทั้งสองรู้จักจัสทีนดี เธอเป็นคนดี เป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใส ใครที่กำลังเศร้า ถ้าได้เห็นรอยยิ้มของเธอจะรู้สึกดีทันที
ตำรวจบอกว่าได้รับแจ้งเบาะแสจากแม่บ้านที่ทำงานบ้านแฟรงเกนสไตน์ แม่บ้านบอกว่าเจอสร้อยคอประจำตัวของวิลเลียมอยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุมของจัสทีน แต่จัสทีนให้การปฏิเสธ เธอไม่รู้ว่าสร้อยคอเส้นนั้นมาอยู่ที่กระเป๋าของเธอได้ยังไง
ในวันพิจารณาคดี วิกเตอร์และเอลิซาเบธมาร่วมฟังในศาล เอลิซาเบธขอขึ้นให้การ เธอกล่าวต่อหน้าศาลว่าตัวเองคือลูกพี่ลูกน้องของวิลเลียมผู้เสียชีวิตในคดีนี้ เธอสนิทกับวิลเลียมมาก ช่วยเลี้ยงมาตั้งแต่เขาเกิด เธอเสียใจมากที่วิลเลียมตาย และเธอก็สนิทกับจัสทีนในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง จัสทีนประพฤติตัวดีมาก ขยัน สดใส ไม่เคยคิดร้ายใคร เธอเชื่อว่าไม่มีทางที่คนร้ายจะเป็นจัสทีน
วิกเตอร์อยากขึ้นไปให้การต่อศาลว่าคนร้ายที่ฆ่าวิลเลียมคืออมนุษย์ที่เขาสร้างจากน้ำมือของตัวเอง แต่ก็ได้แค่เก็บความรู้สึกนั้นไว้ เพราะรู้ว่าพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ
จนในที่สุดศาลพิพากษาว่าจัสทีนมีความผิดในข้อหาฆาตกรรมวิลเลียม ได้รับโทษประหารชีวิต วิกเตอร์รู้สึกผิดกับตัวเองมาก เขาโทษการตายของวิลเลียมและจัสทีนว่าเป็นฝีมือของตัวเอง ไม่ใช่ทางตรง แต่เป็นทางอ้อม เพราะถ้าเขาไม่สร้างปีศาจตัวนั้นขึ้นมา โศกนาฏกรรมทุกอย่างคงไม่เกิดขึ้น
วิกเตอร์ได้แต่เก็บความรู้สึกผิดเอาไว้กับตัวเอง พ่อของเขาเห็นว่าลูกชายดูเศร้ามาก จึงอยากหาความสุขให้วิกเตอร์ พ่อจึงพาลูก ๆ ทุกคนไปเที่ยวบนหุบเขา ธรรมชาติที่สวยงามของสวิตเซอร์แลนด์ช่วยให้วิกเตอร์ลืมความทุกข์ได้บ้าง
วันหนึ่งระหว่างกำลังเที่ยว เขาปลีกตัวออกมาคนเดียว ขณะกำลังเหม่อมองธรรมชาติรอบตัวก็เห็นมนุษย์คนหนึ่งจากที่ไกล ๆ แล้วเจ้านั่นก็วิ่งมาทางเขาด้วยความเร็วระดับลูกธนู มันคืออสุรกายที่เขาสร้างขึ้น ตอนนี้มันพูดได้แล้ว โดยพูดกับวิกเตอร์ว่า
“ท่านคือผู้สร้างของข้า ข้าเปรียบเสมือนอดัมของท่าน แต่ท่านกลับละทิ้งข้า ปล่อยให้ข้าโดดเดี่ยวเหมือนเทวทูตที่ตกสวรรค์ ข้ามีเรื่องอยากเล่าให้ท่านฟัง จงรับฟังเรื่องที่ข้าจะเล่าหน่อย”
วิกเตอร์ลังเล แต่ในที่สุดก็ยอมตามเจ้าตัวนั้นเข้ามาในถ้ำ มันเล่าว่าในคืนที่มันได้รับชีวิต มันค่อย ๆ รับรู้ถึงแสงสว่าง รับรู้เสียง ตอนนั้นมันยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร พอได้มาเจอกับวิกเตอร์ครั้งแรก วิกเตอร์ก็ตกใจวิ่งหนีออกไป มันเลยคว้าเสื้อคลุมของวิกเตอร์มาสวม แล้วออกไปสู่โลกกว้าง
เจ้านั่นใช้ชีวิตช่วงแรกของมันอยู่ในป่า หาเบอร์รีป่ากินประทังชีวิต เรียนรู้วิธีรักษากองไฟให้ลุกอยู่ตลอด โดยการหาฟืนมาเติมเข้าไป มันอยู่ตัวคนเดียวในป่าอยู่นาน จนเหงาและอยากมีเพื่อน พอถึงฤดูหนาวมันตัดสินใจเดินทางเข้าหมู่บ้าน แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูน่ากลัว มันเลยถูกมนุษย์ขับไล่ จนต้องหนีมาอยู่ในคอกหมูร้างข้างกระท่อมของครอบครัวเดอ เลซีย์
มันแอบเฝ้าสังเกตชีวิตของคนในบ้าน ซึ่งประกอบด้วยพ่อที่ตาบอด ลูกชายชื่อฟีลิกซ์ และลูกสาวชื่ออกาธา เมื่ออยู่ต่อหน้าพ่อ ทั้งลูกชายและลูกสาวทำตัวร่าเริง อ่านหนังสือให้พ่อฟัง เอาอาหารและเครื่องดื่มมาบริการ แต่ลับหลังลูกทั้งสองเต็มไปด้วยความทุกข์ อกาธาต้องทำงานบ้าน ฟีลิกซ์ต้องออกไปทำสวนและหาฟืนมาใส่เตาผิงในบ้าน
เจ้าปีศาจซาบซึ้งในความรักและความอบอุ่นของครอบครัวเดอ เลซีย์ มันฝันอยากเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ พวกเขาดูเป็นมิตรและใจดี แต่มันก็ตระหนักว่ารูปลักษณ์ที่น่าเกลียดของมัน คงยากที่ครอบครัวเดอ เลซีย์จะยอมเปิดใจผูกมิตรด้วย
เจ้าปีศาจอยากเอาชนะใจครอบครัวเดอ เลซีย์ ในตอนกลางคืนที่มันออกไปหาเบอร์รีป่ากิน มันจะเก็บฟืนจากในป่ามากองไว้หน้าประตูบ้านของครอบครัวเดอ เลซีย์ พวกเขาดีใจมาก และคิดว่าเจ้าป่าเจ้าเขากำลังช่วยเหลือพวกเขา ฟีลิกซ์และอกาธาดูมีความสุขขึ้น เพราะงานของพวกเขาลดลง
วันหนึ่งมีหญิงสาวอาหรับมาที่บ้านของครอบครัวเดอ เลซีย์ เธอชื่อซาฟี เป็นคนรักของฟีลิกซ์ ซาฟีเป็นลูกสาวของพ่อค้าชาวอาหรับที่มาค้าขายที่ประเทศฝรั่งเศส พ่อของเธอถูกใส่ความทำให้ต้องติดคุก เดิมทีตอนที่ครอบครัวเดอ เลซีย์อยู่ที่ฝรั่งเศส พวกเขามีฐานะดีมาก ฟีลิกซ์ทนเห็นความอยุติธรรมไม่ได้ จึงใช้เส้นสายช่วยพ่อของซาฟีหนีออกจากคุก
เมื่อหนีออกมาจากคุกสำเร็จ พ่อยกซาฟีให้เป็นคู่หมั้นของฟีลิกซ์ ระหว่างที่ฟีลิกซ์กำลังพากองคาราวานพ่อค้ากลับประเทศแถบอาหรับ ทางการฝรั่งเศสรู้ว่าฟีลิกซ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลบหนีครั้งนี้ ทางการจึงจับพ่อและน้องสาวของเขาไว้เป็นตัวประกัน
ฟีลิกซ์ต้องกลับฝรั่งเศสเพื่อไปช่วยครอบครัวของตัวเอง โดยให้ซาฟีล่วงหน้าไปกับกองคาราวานก่อน พอมาถึงฝรั่งเศส ครอบครัวเดอ เลซีย์ถูกลงโทษโดยการยึดทรัพย์สินทั้งหมด และถูกเนรเทศออกนอกประเทศ
ครอบครัวเดอ เลซีย์จึงมาลงเอยที่กระท่อมแห่งนี้ และขาดการติดต่อกับซาฟีไปตั้งแต่นั้น ส่วนซาฟีที่ได้มาเห็นโลกตะวันตก ได้เห็นผู้หญิงที่นี่ใช้ชีวิตอย่างอิสระ เธอคิดว่าวิถีชีวิตของชาวอาหรับไม่เหมาะกับตัวเอง จึงหนีพ่อออกมาตามหาฟีลิกซ์ และพบในที่สุด
ครอบครัวเดอ เลซีย์สอนซาฟีให้รู้ภาษาฝรั่งเศส เจ้าปีศาจแอบเรียนตามไปด้วย จนมันอ่านและพูดภาษามนุษย์ได้คล่อง ยิ่งเห็นมนุษย์มีปฏิสัมพันธ์กัน แสดงความอบอุ่นต่อกันและกัน มันก็อยากเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในนั้นบ้าง
มันแอบเฝ้ามองครอบครัวเดอ เลซีย์มาเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว มันคิดว่าถึงเวลาเหมาะสมแล้วสำหรับการออกไปผูกมิตรกับครอบครัวนี้ มันรวบรวมความกล้าเข้าไปพบพ่อผู้ตาบอดในตอนที่ลูก ๆ ออกไปทำงาน คนพ่อเป็นคนใจดี พูดคุยกับมันอยู่พักใหญ่ แต่แล้วลูก ๆ ก็กลับบ้าน ฟีลิกซ์เห็นมันก็คว้าไม้มาทุบตี จนมันต้องหนีออกมา
เจ้าปีศาจมุ่งหน้ามาเจนีวาเพื่อตามหาวิกเตอร์ ระหว่างทางมันได้ช่วยเด็กหญิงที่กำลังจมน้ำ แต่กลับถูกพ่อของเด็กยิง เพราะคิดว่ามันจะทำร้ายลูกของเขา เมื่อถึงเจนีวามันพบวิลเลียมที่กำลังเดินอยู่คนเดียวในป่า มันคิดว่าวิลเลียมที่ยังเด็กคงไม่มีอคติต่อปีศาจอย่างมัน เลยอยากลักพาตัววิลเลียมไปเลี้ยงเป็นเพื่อน
แต่วิลเลียมขัดขืนและกลัวมัน มันเลยพลั้งมือฆ่าวิลเลียม และตอนที่จัสทีนออกตามหาวิลเลียม มันก็แอบเอาสร้อยประจำตัวของวิลเลียมใส่ลงไปในกระเป๋าเสื้อคลุมของจัสทีนเพื่อป้ายความผิด
เจ้าปีศาจเล่าชีวิตที่ผ่านมาของมัน เพื่อให้วิกเตอร์เห็นว่าชีวิตของมันเจ็บปวดเพราะความโดดเดี่ยวมากแค่ไหน ในฐานะที่วิกเตอร์สร้างมันขึ้นมา มันคิดว่าเขามีส่วนต้องรับผิดชอบ มันยื่นเงื่อนไขให้วิกเตอร์สร้างอสุรกายตัวเมียให้มาเป็นคู่ของมัน แล้วพวกมันจะพากันหนีไปอยู่ในป่าลึก จะไม่ออกมายุ่งเกี่ยวกับมนุษย์อีกเลย แต่ถ้าวิกเตอร์ไม่ยอมทำตาม มันจะทำร้ายคนรอบตัวของวิกเตอร์เพิ่มอีก เพื่อให้วิกเตอร์ได้ลิ้มรสความโดดเดี่ยวแบบที่มันกำลังเผชิญอยู่
แม้จะลังเล แต่วิกเตอร์ก็ตอบตกลง เพราะกลัวว่าคนรอบตัวจะเป็นอันตรายหากเขาปฏิเสธ หลังจบทริปท่องเที่ยวกับครอบครัว วิกเตอร์ก็วางแผนไปเรียนต่อที่อังกฤษ โดยมีเฮนรี่ผู้เป็นเพื่อนสนิทไปเรียนด้วย และหลังจากนั้นจะกลับมาแต่งงานกับเอลิซาเบธ
หลังเรียนจบวิกเตอร์และเฮนรีแยกทางกันไปศึกษากันคนละทาง วิกเตอร์มาเช่าบ้านริมทะเลที่ประเทศสก็อตแลนด์ เขาเริ่มงานที่สัญญาไว้กับเจ้าอสุรกาย ออกตามหาชิ้นส่วนมาประกอบอสุรกายเพศเมีย ขณะสร้างผลงานเขาก็เต็มไปด้วยความลังเล มีความกังวลว่าอสุรกายเพศผู้และเพศเมียที่เขากำลังสร้าง มันจะแพร่พันธุ์ออกลูกออกหลาน ด้วยความที่มันฉลาดและแข็งแรงมาก พวกมันอาจขึ้นมาปกครองมนุษย์
วันหนึ่งขณะกำลังสร้างปีศาจเพศเมียไปได้ครึ่งร่าง วิกเตอร์เห็นเจ้าปีศาจยืนอยู่นอกหน้าต่าง มันแสยะยิ้มให้เขา แล้วความกังวลที่สุมอยู่ในใจของวิกเตอร์ก็กลายเป็นความหวาดกลัว เขาไม่อยากเป็นคนที่ได้ชื่อว่าทำลายมนุษยชาติ จึงฉีกทำลายปีศาจเพศเมียทิ้ง เจ้าปีศาจเคียดแค้น มันพูดกับวิกเตอร์ว่า “แล้วฉันจะไปอยู่ในวันแต่งงานของแก”
วิกเตอร์พายเรือออกไปทิ้งซากปีศาจเพศเมียในทะเล แต่ถูกกระแสน้ำพัดไปติดที่ชายฝั่งไอร์แลนด์ เขาถูกจับข้อหาฆาตกรรมชายคนหนึ่ง ซึ่งคือเฮนรี่ผู้เป็นเพื่อนสนิทของเขา เฮนรี่ถูกบีบคอ วิกเตอร์มั่นใจว่าเป็นฝีมือของเจ้าปีศาจ เขาถูกขังคุก จิตใจที่บอบช้ำทำเขาล้มป่วยในคุก แต่สุดท้ายเขาพ้นผิด เพราะมีพยานมายืนยันว่าเห็นเขาอยู่อีกที่หนึ่งตอนเกิดเหตุฆาตกรรมเฮนรี่
พ่อของวิกเตอร์มารับเขากลับเจนีวา และเตรียมงานแต่งกับเอลิซาเบธ วิกเตอร์พกอาวุธติดตัวตลอดเวลา เพราะหวาดระแวงว่าเจ้าปีศาจจะมาทำร้ายเขาในคืนวันแต่งงาน แต่งานแต่งผ่านไปได้ด้วยดี วิกเตอร์และเอลิซาเบธไปฮันนีมูนกันที่เลคโคโม
คืนหนึ่งวิกเตอร์ออกไปสำรวจรอบบ้านพักเพราะความระแวง แต่แล้วก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากในบ้านพัก พอวิ่งกลับมาก็พบว่าเอลิซาเบธถูกฆ่าตายอยู่บนเตียง เจ้าปีศาจโผล่มาที่หน้าต่าง ยิ้มเย้ยหยันแล้วหนีไป
หลังทราบข่าวพ่อของวิกเตอร์ก็ตรอมใจจนเสียชีวิต วิกเตอร์จึงสาบานกับตัวเองว่าจะตามล่าเจ้าปีศาจเพื่อกำจัดมัน แม้ต้องไปจนสุดขอบโลกก็ตาม วิกเตอร์ใช้เวลาครึ่งชีวิตที่เหลือไปกับการตามล่ามัน เขาไล่ตามมันไปทั่วทวีปยุโรป ตามไปรัสเซีย และมุ่งหน้าสู่ขั้วโลกเหนือ
โรเบิร์ต วอลตัน นักสำรวจชาวอังกฤษที่กำลังเดินเรือสำรวจขั้วโลกเหนือ ได้ช่วยชีวิตวิกเตอร์ที่กำลังอ่อนแรงขึ้นมาพักบนเรือ วิกเตอร์เล่าเรื่องราวชีวิตของเขาให้โรเบิร์ตฟัง เพื่อเป็นบทเรียนถึงอันตรายของความทะเยอทะยานที่อยากท้าทายบทบาทของพระเจ้า
หลังเล่าจบวิกเตอร์ก็เสียชีวิต ร่างของเขาถูกเก็บเอาไว้ที่ห้อง ๆ หนึ่ง เพื่อรอเอากลับเข้าฝั่ง จากนั้นโรเบิร์ตได้ยินเสียงมาจากห้องที่เก็บร่างของวิกเตอร์ โรเบิร์ตไปดูแล้วพบเจ้าปีศาจกำลังยืนเศร้าอยู่ข้างศพผู้สร้างของมัน ซึ่งยืนยันว่าเรื่องเล่าของวิกเตอร์ที่โรเบิร์ตได้ฟังนั้นเป็นเรื่องจริง
เจ้าปีศาจบอกโรเบิร์ตว่ามันเสียใจกับทุกสิ่งที่ทำลงไป แต่ความทุกข์ทรมานจากการเป็นที่รังเกียจ ความเหงาและโดดเดี่ยวที่มันเผชิญตลอดทั้งชีวิต หนักหนากว่าสิ่งที่วิกเตอร์ได้เจอมาทั้งหมดรวมกันซะอีก จากนี้มันไร้เป้าหมายใด ๆ แล้ว จึงบอกกับโรเบิร์ตว่าจะเดินทางไปยังเหนือสุดของโลก และเผาร่างตัวเองตายในกองไฟเพื่อจบชีวิตที่แสนเศร้านี้ จากนั้นมันก็กระโดดลงจากเรือ นั่งแผ่นน้ำแข็งหายไปในความมืด และเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ก็จบลงครับ
แฟรงเกนสไตน์ถือเป็นนิยายไซไฟเรื่องแรกของโลกเลยครับ ตีพิมพ์ครั้งแรกปี 1818 ก่อนหน้านั้นนิยายที่มีการฟื้นคืนชีพ สาเหตุมักใช้เวทมนตร์ครับ แต่ในแฟรงเกนสไตน์ วิกเตอร์ประกอบร่างมนุษย์ขึ้นมาใหม่ด้วยความรู้ทางเคมี ชีววิทยา และคืนชีพให้มันด้วยกระแสไฟฟ้า นับว่าเป็นครั้งแรกในวงการวรรณกรรมที่อธิบายการฟื้นคืนชีพด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ แทนที่จะอ้างพลังวิเศษเหมือนเรื่องอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ครับ
นอกจากความเป็นนิยายไซไฟแล้ว เรื่องนี้ยังแฝงปรัชญาด้วยการตั้งคำถามว่า “การที่มนุษย์ก้าวข้ามขีดจำกัดทางธรรมชาติจะนำไปสู่โศกนาฏกรรมอะไร?” ประเด็นนี้กลายเป็นรากฐานของนิยายวิทยาศาสตร์หลายเรื่องในยุคต่อมาครับ เช่น I, Robot ที่สมมุติสถานการณ์ว่าวันหนึ่งมนุษย์พัฒนา AI จนมันเก่งสุด ๆ แล้วมันก็ย้อนมาทำร้ายมนุษย์ซะเอง
ชีวิตของแมรี เชลลีย์ ผู้เขียนนิยายนี้น่าสนใจมากครับ เธอเขียนเรื่องนี้ตอนอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น เธอเกิดปี 1797 ในครอบครัวของผู้มีอันจะกิน พ่อของเธอคือวิลเลียม ก็อดวิน (William Godwin) นักปรัชญาและนักเขียนด้านการเมือง แม่คือแมรี โวลล์สโตนคราฟต์ (Mary Wollstonecraft) นักเขียนและนักต่อสู้เพื่อสิทธิสตรี
ยุคนั้นการศึกษาในโรงเรียนมีไว้สำหรับผู้ชายเท่านั้น แต่แมรีไม่ใช่คนไม่มีการศึกษาครับ เธอเรียนหนังสือที่บ้าน และความที่พ่อแม่เป็นนักเขียนทั้งคู่ บ้านของเธอจึงเต็มไปด้วยหนังสือดี ๆ มากมาย และแขกที่มาเยี่ยมบ้านก็เป็นคนระดับหัวกะทิ แมรีมักได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับแขกที่มาบ้านอยู่บ่อย ๆ
ตอนอายุ 16 ปี แมรีตกหลุมรักเพอร์ซี บิช เชลลีย์ (Percy Bysshe Shelley) หนุ่มนักกวีชื่อดังที่มีภรรยาอยู่แล้ว แมรีและเพอร์ซีตัดสินใจหนีตามกันไปเที่ยวยุโรป แต่การสร้างครอบครัวร่วมกันของทั้งคู่เต็มไปด้วยโศกนาฏกรรมครับ ลูกคนแรกของพวกเขาคลอดก่อนกำหนด และเสียชีวิตในวันต่อมา ลูกคนที่สองชื่อวิลเลียม เสียชีวิตด้วยโรคมาลาเรียตอนอายุ 3 ขวบครึ่ง ลูกคนที่สามชื่อคลารา เสียชีวิตด้วยโรคบิดตอนอายุยังน้อย ท้องที่สี่แท้ง ลูกคนที่ห้าชื่อเพอร์ซี ฟลอเรนซ์ เชลลีย์ (Percy Florence Shelley) เป็นลูกเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ครับ
เพราะอย่างนี้แมรีเลยชอบอ่านปรัชญาที่พูดถึงความหมายของชีวิตครับ และได้เขียนนิยายเรื่องแฟรงเกนสไตน์ออกมา แต่คนยุคนั้นไม่เชื่อครับว่าหญิงสาวอายุ 18 ปีจะเขียนหนังสือที่เนื้อหาลึกซึ้งแบบนี้ได้ แถมเป็นนิยายสยองขวัญที่คนยุคนั้นมองว่าเป็นพื้นที่ของผู้ชาย คิดว่าผู้หญิงอ่อนโยนเกินกว่าจะคิดเรื่องน่ากลัวหรือมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คนยุคนั้นเลยไม่เชื่อครับว่าแมรีคือคนเขียนเรื่องนี้ แต่ปักใจเชื่อว่าเพอร์ซีสามีของเธอต่างหากที่เป็นคนเขียน
ภายหลังได้พบสมุดต้นฉบับที่เขียนด้วยลายมือของแมรีทั้งเล่ม มีลายมือเพอร์ซีช่วยเกลาคำเล็ก ๆ น้อย ๆ ปัจจุบันต้นฉบับเล่มนั้นถูกเก็บรักษาไว้ที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดครับ
อีกชื่อหนึ่งของแฟรงเกนสไตน์คือโพรมีธีอุสยุคใหม่ (The Modern Prometheus) ผมว่าเป็นชื่อที่เข้ากับเนื้อหาในเรื่องมาก โดยโพรมีธีอุสเป็นเทพจากตำนานกรีกครับ โพรมีธีอุสคือเทพที่สร้างมนุษย์ขึ้นมาจากดินเหนียว เขารักมนุษย์มากถึงขั้นขโมยไฟจากภูเขาโอลิมปัสมาให้มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือสร้างอารยธรรม ซึ่งแต่เดิมไฟคือพลังศักดิ์สิทธิ์ที่สงวนให้เฉพาะเทพบนสวรรค์ใช้เท่านั้น
มหาเทพซุสโกรธโพรมีธีอุสมาก จึงลงโทษโพรมีธีอุสด้วยการล่ามเขาไว้บนภูเขา และส่งนกอินทรีมาจิกกินตับของเขา และสาปให้ตับของเขางอกใหม่ทุกวัน นกอินทรีก็มาจิกวนซ้ำเป็นความทรมานที่ไม่มีวันจบสิ้น
วิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ก็เปรียบได้กับโพรมีธีอุส เขาบังอาจท้าทายอำนาจของพระเจ้า โดยการสร้างมนุษย์ขึ้นมา บทลงโทษของวิกเตอร์คือการเห็นคนรักตายจากไป และต้องอยู่อย่างหวาดระแวงตลอดเวลาจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตครับ
ปัจจุบันนิยายเรื่องแฟรงเกนสไตน์กลายเป็นสมบัติสาธารณะแล้ว เพื่อน ๆ สามารถหาฉบับภาษาอังกฤษจากบนอินเตอร์เน็ตมาอ่านได้ฟรี หรือจะซื้อฉบับแปลไทยก็มีหลายสำนักพิมพ์ทำออกมาขาย ผมอ่านเวอร์ชั่นของสำนักพิมพ์ Words Wonder ราคา 265 บาทครับ

สนใจหนังสือ Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์
สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee: https://s.shopee.co.th/3ViiBhgbJ8
หรือซื้อแบบ ebook: https://www.aitim.co/s/k948
ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ