เวลาช่วงปิดเทอมสองอาทิตย์ผ่านไปรวดเร็วมาก ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตในรั้วมหาลัยอีกครั้งเพื่อศึกษาหาความรู้ หนี้สินที่ครอบครัวบรรจงธรรมต้องชดใช้แทนผู้อื่น ยังไม่มีทีท่าว่าจะหมดลงง่าย ๆ ดังนั้นณภัทรยังจำต้องเปิดสำนักหมอดูต่อไป เพื่อหาเงินใช้จ่ายส่วนตัวไม่ให้เป็นภาระรบกวนที่บ้าน
เปิดเทอมมาวันแรกอาจารย์เพียงชี้แจงเนื้อหาของรายวิชา ยังไม่ได้เริ่มสอนจึงเลิกคาบเรียนก่อนเวลาพอสมควร ณภัทรและจ้อนจึงมาประจำการที่สำนักพ่อหมอ แม้ปิดเทอมสำนักพ่อหมอปิดทำการไปชั่วคราว แต่กระแสความนิยมในตัวพ่อหมอณภัทรไม่ได้ลดน้อยลงเลย เพียงประกาศลงสังคมออนไลน์ได้เดี๋ยวเดียว ลูกค้าก็มากันเพียบ คำถามก็วนเวียนอยู่แต่เรื่องความรัก บางครั้งณภัทรก็เบื่อหน้าที่การงานนี้ แต่จะเลิกก็เลิกไม่ได้
“พ่อหมอช่วยหาวิธีทำให้แฟนเก่าฉันกลับมาหน่อย จะเล่นไสยศาสตร์มืดมนตร์ดำยังไงก็ได้ ฉันกระเป๋าหนาทุ่มจ่ายได้ไม่อั้น” ลูกค้าคนล่าสุดบอกกับเขา บุคลิกเธอดูเปรี้ยวจี๊ดท่าทางมั่นใจตนเองเหลือล้น
ณภัทรจ้องสายตาแน่วแน่ไปสบตากับลูกค้าสาว มนตร์เชื่อมดวงตาที่มาวินเคยร่ายไว้ก็ทำงาน ภาพอดีตที่ผ่านมาของสาวรายนี้ไหลทะลักเข้าหัวมาวิน ผีหนุ่มเห็นภาพเหล่านี้ก็ไม่แปลกใจว่าทำไมแฟนหนุ่มถึงทิ้งเธอ
“ผู้ชายคนไหนจะทนอยู่กับผู้หญิงอย่างนี้ได้นาน เธอมีความเป็นนักสตรีนิยมอยู่ในตัวสูงเลยล่ะ คิดว่าตนเองอยู่เหนือกว่าผู้ชาย มั่นใจว่าทุกสิ่งที่เธอคิดนั้นถูกต้องทั้งหมด แฟนหนุ่มของเธอไม่จำเป็นต้องเสนอความเห็นเพิ่ม เพียงแค่ทำตามที่เธอสั่งก็พอ”
ณภัทรฟังก็พยักหน้าเออออเห็นด้วย คงไม่มีใครที่ไหนอยากตกอยู่ใต้อำนาจของอีกคนอยู่ฝ่ายเดียว
มาวินพูดต่อ
“เธอยังชอบก้าวก่ายความเป็นส่วนตัว ประหนึ่งเป็นเจ้าชีวิตแฟนหนุ่มของเธอ เขาอึดอัดใจทุกครั้งที่ถูกเธอตำหนิรสนิยมในการแต่งตัว คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างรวมทั้งความรัก จึงมักใช้เงินฟาดหัวแฟนหนุ่มตลอด ก็ไม่แปลกที่แฟนหนุ่มของเธอจะหนีหายไม่ยอมเจอหน้า”
“นี่! นิ่งไปนานแล้วนะ ที่จ้างให้ช่วยนั้นทำได้หรือเปล่า?” ลูกค้าสาวโวยวายตอนณภัทรนั่งนิ่งฟังมาวินเล่าเรื่องราวของเธอ
“ใจเย็นก่อนสิ เธอก็เป็นเสียอย่างนี้แฟนเธอถึงทนไม่ได้ หัดเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง ไม่มีใครอยากใช้ชีวิตคู่โดยถูกอีกฝ่ายข่มเอาไว้ตลอดหรอกนะ ชีวิตคู่คือทั้งสองคนต้องเดินไปด้วยกัน ปรับตัวเข้าหากัน เคารพเกียรติและสิ่งที่อีกฝ่ายเป็น ไม่ใช่คอยบงการทำตัวเป็นเจ้าชีวิตใครแบบนี้ ปล่อยผู้ชายคนนั้นไปเถอะ ให้ได้เขาเป็นในสิ่งที่เขาเป็น เธอก็ควรปรับเปลี่ยนนิสัยไม่ดีที่ฉันว่ามาด้วยนะ”
มาวินมองณภัทร คิดชมเขาในใจว่าให้คำแนะนำผู้หญิงคนนี้ได้ดี
ลูกค้าสาวหน้าฉุนกึก มองณภัทรอย่างไม่พอใจ
“มีสิทธิ์อะไรมาว่าฉันไม่ดีอย่างโน่นอย่างนี้ ไม่มีปัญญาพาไอ้แฟนเฮงซวยคนนั้นกลับมาก็บอกกันตรง ๆ ไม่ต้องอ้อมค้อมแล้วหลอกด่ากันอย่างนี้ ก็ได้… ฉันจะปล่อยไอ้ผู้ชายคนนั้นไป ระดับฉันหาแฟนใหม่หล่อกว่าเดิมร้อยเท่าก็ย่อมได้ มีเงินซะอย่างนี่!” ลูกค้าสาวพูดเสียงกร้าวไม่น่าฟัง เธอควักธนบัตรห้าร้อยบาทสองใบออกมาปาลงขันแล้วหุนหันเดินออกไป
คนเรานี่ก็แปลก มีคนเป็นกระจกสะท้อนภาพด้านที่ไม่ดีให้เห็น แทนที่จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นแต่กลับมาด่าเสียอย่างนั้น ณภัทรต้องการสอนเธอให้รู้ว่าเงินซื้อทุกอย่างไม่ได้จึงหยิบค่าดูหมอจำนวนหนึ่งพันบาทที่เธอใส่เอาไปคืน
“ฉันไม่อยากได้เงินจากเธอ เอาคืนไปเถอะ คราวหน้าอย่าเอาเงินฟาดหัวใครอีกเพราะเงินใช้ซื้อใจคนไม่ได้”
ลูกค้าสาวมองณภัทรด้วยความเจ็บใจ คว้าเงินจากมือของเขาแล้วเดินฉุนเฉียวจากไป ผู้หญิงคนนี้ทำให้ณภัทรนึกถึงพริ้งผู้เป็นดาวมหาวิทยาลัยทรงเสน่ห์ ก่อนหน้านี้เธอเคยมาปรึกษาปัญหาเดียวกันนี้ว่าทำอย่างไรแฟนที่จากไปจึงจะกลับมาหา พริ้งในตอนนั้นดูสภาพจิตใจไม่ดีเลย หวังว่าตอนนี้เธอคงทำใจยอมรับความจริงนั้นได้
ฟ้า สาวน้อยหนึ่งในกรรมการชมรมกระวีกระวาดเดินเข้ามาในห้อง ตรงดิ่งมายังณภัทรด้วยสีหน้าเหมือนมีเรื่องตกอกตกใจอะไรมาบอก
“ข่าวใหญ่พี่พัด! เมื่อตะกี้นี้จู่ ๆ พี่พริ้งก็หมดสติกลางห้องบรรยาย คณะหนูวุ่นวายไปหมด เพราะอยากรู้กันว่าพี่พริ้งเขาเป็นอะไร ป่วยหรือยังไงนะ ถึงเป็นลมเป็นแล้งขนาดนั้น”
ณภัทรประหลาดใจกับคำบอกเล่า เขากำลังนึกถึงพริ้งอยู่ แล้วก็มีข่าวร้ายเกี่ยวกับเธอมาให้ได้ยิน ณภัทรกังวลใจเป็นห่วงสาวเจ้าเหลือเกิน หวังว่าเธอคงไม่คิดสั้นเพื่อประชดรักหรอกนะ
“แล้วตอนนี้พี่พริ้งเขาอยู่ที่ไหน?” ณภัทรถาม
“รถพยาบาลมารับไปแล้ว”
“ไปกันเถอะจ้อน” ณภัทรเผลอหลุดชื่อแท้จริงของเพื่อนออกมา เดินอาด ๆ ออกจากห้องชมรม ทิ้งลูกค้าที่รอคิวดูดวงไว้อย่างนั้น
เมื่อยี่สิบนาทีที่แล้ว พริ้งกำลังเรียนคาบบรรยายเนื้อหาวิชาที่ห้องบรรยายประจำคณะของเธอ ลักษณะของห้องเป็นรูปแบบขั้นบันไดซึ่งโต๊ะนั่งอาจารย์จะอยู่ต่ำกว่านักศึกษา ประตูเข้าออกสองประตูก็อยู่ฝั่งนี้ เมื่อหมดคาบเรียนพริ้งที่นั่งอยู่บนสุดของห้องก็เดินลงมาเพื่อไปเรียนวิชาถัดไป ช่วงนั้นเองที่เธอรู้สึกวิงเวียงศีรษะ มองรอบข้างเป็นภาพซ้อน ถัดจากนั้นเธอหมดสติกลิ้งลงจากบันได โชคดีที่เพื่อนร่วมรุ่นช่วยพยุงเธอไว้
รถพยาบาลของโรงพยาบาลประจำคณะแพทย์ถูกโทรตาม ทั้งคณะเศรษฐศาสตร์วุ่นวายไปพักใหญ่ เพราะใคร ๆ ก็อยากรู้ความเป็นไปของพริ้งผู้เป็นความภาคภูมิใจของชาวคณะ
ข่าวที่ผ่านมาเคยมีให้เห็น หญิงสาวที่ผิดหวังความรักจากชายหนุ่ม แล้วสรรหาสารพัดวิธีฆ่าตัวตาย ผู้หญิงเหล่านี้ไม่ได้รู้จักความหมายที่แท้จริงของความรัก จึงทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังอย่างนั้น แต่พริ้งเป็นผู้หญิงฉลาดเรียน อีกหนึ่งภาคการศึกษาก็จะได้รับปริญญาบัตรแล้ว มีดีกรีเป็นถึงดาวมหาวิทยาลัย คงเข้าสู่วงการบันเทิงได้ไม่ยาก เธอคงไม่ทำอะไรสิ้นคิดที่เป็นการทำลายอนาคตตัวเองเช่นนั้น ณภัทรใจคอไม่ดีจึงตามไปหาพริ้งที่โรงพยาบาลใกล้มหาวิทยาลัย
ณภัทรถามหาห้องพักไข้ของพริ้งจากเจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์โรงพยาบาล เมื่อทราบแล้วก็ตามขึ้นไปพร้อมจ้อน พบพริ้งนอนพักไม่ได้สติอยู่บนเตียงมีสายน้ำเกลือโยงอยู่ที่แขน ที่โซฟาเยี่ยมไข้มีเพื่อนผู้หญิงสามคนของพริ้งนั่งอยู่ สองคู่หูเดินเข้าไปขอนั่งด้วย เพื่อนของพริ้งจึงถือโอกาสขอให้ณภัทรดูดวงให้ เขาขี้เกียจทำตามจึงออกอุบายไปว่า หากดูดวงโดยปราศจากเครื่องบูชา คนที่ให้เขาดูดวงจะต้องมีอันเป็นไป เพื่อนของพริ้งหน้าหงายกันทันที ไม่คะยั้นคะยอต่อ รออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง พริ้งก็ลืมตาตื่นได้สติ ทั้งหมดที่นั่งเฝ้ากรูเข้าไปล้อมเตียง
“เป็นไงบ้างยายพริ้ง เมื่อคืนทำตัวจบถึงเช้าเลยหรือไง ถึงเป็นลมเป็นแล้งเอา” เพื่อนคนหนึ่งของพริ้งถามไถ่
เมื่อพริ้งลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นณภัทรก็ตกใจ ไม่คาดคิดว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่
ณภัทรทำตาแหลมคมเหมือนจะส่องทะลุเข้าไปในความคิดของพริ้ง พลางถาม
“พี่คงไม่ได้…”
เป็นคำถามที่พริ้งกับณภัทรรู้กัน เธอไม่กล้าสบตาเขาเลย สายตาคู่นั้นทำความมั่นใจของเธอหดหาย
“พวกแกออกไปก่อน ฉันขอคุยกับพัดเพียงแค่สองคน” พริ้งบอก
เพื่อนสาวทั้งสามคนของพริ้งพากันออกไปจากห้องพักไข้ จ้อนยังยืนหน้าสลอนข้างณภัทรไม่ยอมออกไปจนณภัทรต้องสะกิดไล่เขา
“แกก็ออกไปด้วยไอ้จอห์น”
“อ้าว… ฉันด้วยเหรอ เมื่อกี้พี่พริ้งไล่เพื่อนเขานี่?”
“พี่พริ้งบอกว่าอยากคุยกับฉันตามลำพังเพียงแค่สองคน ถ้าแกยืนอยู่ตรงนี้ก็เป็นสามคนน่ะสิ เพราะฉะนั้นแกคือส่วนเกิน ออกไปรอข้างนอกก่อน”
จ้อนเดินออกมาด้วยความเสียดาย ตัวเขานั้นอยากสาระแนเรื่องของพริ้งเหลือเกิน ตอนนี้ในห้องพักไข้เหลือณภัทรกับพริ้งเพียงสองคน ณภัทรไม่รอช้ารีบถามคำถามที่ค้างคาใจกับพริ้งทันที
“พี่เป็นลมได้ยังไงครับ เกี่ยวกับเรื่องที่มาปรึกษาผมวันนั้นหรือเปล่า?”
พริ้งหน้าเจื่อน สายตาล่อกแล่กมองไปทั่วห้อง
“เอ่อ… พี่แค่พักผ่อนน้อยน่ะ ช่วงนี้เร่งทำโปรเจคส่งอาจารย์ ไม่ได้นอนมา 3-4 คืนแล้ว จะเป็นลมมันก็ไม่แปลกใช่ไหม?”
สภาพของพริ้งตอนนี้ดูโทรมยิ่งกว่าคนอดหลับอดนอน 3-4 คืนเสียอีก แม้แต่เครื่องสำอางที่พอกบนใบหน้าก็ไม่อาจปกปิดร่องรอยเหล่านั้นได้
“จริงเหรอครับพี่? พี่ก็รู้ว่าไม่มีทางโกหกผมสำเร็จ”
น้ำเสียงณภัทรคาดคั้น พริ้งเลิกลั่กพูดอะไรต่อไม่ถูก เธอเผลอหันมาสบตากับเขา แม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียวมนตร์เชื่อมสายตาที่มาวินเคยร่ายก็ทำงาน ภาพอดีตเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนของพริ้งหลังไหลเข้ามาในหัวเป็นหมื่นเป็นแสนภาพ ผีหนุ่มเล่าสิ่งที่เขาเห็นให้เพื่อนฟัง ณภัทรโชคดีไม่เห็นอย่างที่มาวินเห็น เพราะแต่ละภาพช่างไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย
“ไม่น่าเลย ยังสาวยังแส้แถมหน้าตายังสะสวยอีกต่างหาก เล่าให้นายฟังนายต้องไม่เชื่อแน่เลยว่าแม่ดาวมหาวิทยาลัยที่นายหลงนักหลงหนาจะคิดทำแท้ง”
ทำแท้ง!
ณภัทรเกือบเผลอหลุดอุทานเสียงดังออกมา แต่ดีที่ระงับปากได้ทัน เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าดาวมหาวิทยาลัยอนาคตไกลอย่างพริ้งจะคิดทำแท้ง ถ้าให้เขาปะติดปะต่อเรื่องราวเองคงประมาณว่าพริ้งมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแฟนหนุ่มที่ทิ้งเธอไปจนพลาดตั้งท้อง หญิงสาวเครียดเนื่องจากท้องทั้งที่ยังเรียนอยู่ และแฟนหนุ่มก็ปฏิเสธความรับผิดชอบ หนีหายหน้าหายตา เธอไม่อยากให้ลูกกำพร้าพ่อ จึงมาขอณภัทรให้ช่วยหาวิธีนำเขากลับมา แต่ณภัทรไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เธอคงคิดไม่ตกเพราะปัญหาที่ถาโถมเข้ามานั้นใหญ่หลวงเกินกว่าผู้หญิงอ่อนแออย่างเธอจะรับมือด้วยตัวคนเดียวได้ จนคิดตื้น ๆ ตัดปัญหาโดยการนำเด็กในท้องออก
เหงื่อเม็ดเป้งผุดกลางหน้าผากของณภัทร
“พี่…” เป็นประโยคที่พูดยากที่สุดแล้วในชีวิตของณภัทร หากเอ่ยออกไปอาจเป็นการซ้ำเติมสภาพจิตใจอันบอบช้ำของพริ้ง แต่เรื่องใหญ่แบบนี้เขาควรจะพูดกับเธอให้รู้เรื่อง “พี่ทำแท้งใช่ไหมครับ”
ประโยคเดียวราวกับมีน้ำหนักดังภูเขากดทับหัวใจหญิงสาว เธอหลุบเปลือกตาทั้งสองลงพลางพยายามอดกลั้นไม่ให้น้ำอุ่นใสไหลออกจากตา แต่ทว่าก็ทำไม่ได้ พริ้งร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกสมเพชต่อการตัดสินใจของตนเอง หมดสิ้นลงแล้วภาพลักษณ์สวยงามที่รักษามาตลอดทั้งชีวิต ทุกอย่างพังทลายลงเพราะหลงเชื่อคำกะหล่อนปลิ้นปล้อนของผู้ชายเจ้าคารีสีคารมไร้ความรับผิดชอบคนเดียวแท้ ๆ
พริ้งพูดพร้อมเสียงสะอื้นตัวโยน
“พี่โกหกพัดไม่ได้จริง ๆ ด้วย ยอมสารภาพว่าพี่ไปทำแท้งมา เพราะไอ้หน้าตัวเมียนั่นพลาดทำพี่ท้องแล้วไม่รับเป็นพ่อเด็กในท้อง พี่เลวมากเลยใช่ไหมที่คร่าชีวิตหนึ่งลงไป คนอย่างพี่ไม่เหลือศักดิ์ศรีความเป็นคนอีกต่อไปแล้ว สมควรโดนเรียกว่านางมารใจยักษ์มากกว่า” พริ้งตัดพ้อก่อนจะตีอกชกตัวเองเสียงดังบึกบัก ณภัทรจับมือหญิงสาวรั้งการกระทำของเธอไว้
“ใจเย็นก่อนครับพี่พริ้ง”
“พี่สมควรตาย ฮือ ๆ ๆ แม่ขอโทษลูก”
“พอเถอะครับพี่ ถึงพี่ตายไปก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกครับ ตอนนี้พี่ตั้งสติ ใจเย็น ๆ ก่อน แล้วคิดดูว่าพี่ควรจะทำยังไงต่อไป พี่ต้องใช้ชีวิตอยู่เผื่อคนที่พี่เพิ่งสูญเสียไปด้วยนะครับ” ณภัทรหลีกเลี่ยงไม่ใช่คำว่าลูก เพราะเกรงว่าอาจสะเทือนใจสำหรับคนเป็นแม่ ตอนนี้พริ้งค่อย ๆ ลดแรงลง ไม่ตีอกชกตัวเองอีกแล้ว สองแขนของเธอปล่อยทิ้งลงข้างลำตัว
พริ้งนับว่าโชคดีที่ปลอดภัยจากการทำแท้ง เท่าที่เคยได้ยินมาคนที่ทำแท้งไม่ขาดใจตายคาเตียงระหว่างทำ เพราะทนความเจ็บปวดไม่ไหวก็กลายเป็นบ้าประสาทเสีย ถึงจะโชคดีแต่พริ้งก็ไม่ควรทำแท้งแต่แรกเพราะผิดศีลธรรม อันที่จริงไม่ควรปล่อยให้ตัวเองท้องโดยไม่ป้องกัน การใช้ถุงยางอนามัย นอกจากป้องกันไม่ให้ท้องโดยไม่พร้อมแล้ว ยังป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้อีกด้วย
“ขอร้องนะพัด อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครพี่อายคนอื่นเขา” พริ้งส่งสายตาอ้อนวอนที่แฝงไปด้วยความอ่อนล้าหลังการทำแท้ง
“ผมไม่ทำอย่างนั้นหรอกครับ พี่เชื่อใจผมได้เลย”
พริ้งมองสายตาใต้คิ้วดกหนาของณภัทร ดวงตาคู่นี้ดูน่าเชื่อถือกว่าแฟนหนุ่มที่ทิ้งเธอไปหลายเท่านัก เธอตัดสินใจอย่างรอบคอบว่าจะเชื่อใจเขาคนนี้
“พี่ควรจะทำยังไงต่อดีพัด พี่รู้สึกผิดเหลือเกินที่ฆ่าหนึ่งชีวิตไป”
“ตอนนี้พี่พักผ่อนให้ตนเองหายดีก่อนนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้พี่ควรบอกให้พ่อแม่ของพี่ทราบ”
ทันทีที่ได้ยินพริ้งก็แสดงอาการกระวนกระวายใจทันที
“ไม่ได้นะ! พ่อแม่พี่ต้องเสียใจและผิดหวังในตัวพี่มากแน่ ๆ เลย พี่กลัวว่าบอกท่านไปแล้วจะถูกตัดขาดจากการเป็นลูก”
ณภัทรยิ้มให้กำลังใจ
“พ่อแม่พี่ไม่ทำอย่างนั้นหรอกครับ พ่อแม่ทุกคนล้วนรักลูกของตนเองทั้งนั้น ยอมรับข้อผิดพลาดทุกอย่างของลูก ไม่ว่าเรื่องนั้นจะใหญ่แค่ไหน”
คำพูดของณภัทรสะกิดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของพริ้ง จริงอย่างว่า เธอสัมผัสได้ตลอดมาว่าพ่อแม่นั้นรักเธอมากแค่ไหน เรื่องอะไรไม่ว่าน้อยใหญ่ ท่านพร้อมอภัยและช่วยแก้ไขให้ลูกสาวคนเดียวคนนี้ได้เสมอ กลับมามองดูตนเองนั้นต่างกันสิ้นเชิง ลูกน้อยของเธอไม่มีความผิดใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งหมดเป็นความสะเพร่าของเธอเองที่ตั้งท้องเขาในช่วงที่ไม่พร้อม ลูกน้อยของเธอบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้มลทิน แต่กลับมีจุดจบอันน่าหดหู่เช่นนั้น
“จากนั้นพี่ก็ไปทำบุญให้เด็กด้วยนะครับ ผมถามอะไรพี่หน่อยได้ไหม พี่ไปทำแท้งที่ไหนครับ?”
พริ้งสบสายตาคาดคั้นคู่นั้นของณภัทร ตอนนี้เธอไม่จำเป็นต้องโกหกกุเรื่องเพื่อปิดบังอะไรอีกแล้ว บอกสถานที่ที่เธอไปทำแท้งให้เขารู้ว่าคือบ้านไม้สักสีดำขลับ ซึ่งเป็นตำหนักเจ้าพ่อสมิง มีคนทรงเจ้าชื่ออาจารย์สงคราม ชั้นล่างแอบเปิดเป็นคลินิกทำแท้งเถื่อน โดยปล่อยเงินกู้บังหน้า หมอทำแท้งเป็นสาวใหญ่อดีตหมอตำแยชื่อว่านางปลี พริ้งรู้จักที่นี่จากเว็บบอร์ดมืดแห่งหนึ่ง ในนั้นบอกด้วยว่านางปลีรับทำแท้งมานานหลายปีแล้ว แต่รอดพ้นสายตาผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มาได้ยังไงก็ไม่ทราบ
ณภัทรคุ้นกับชื่อนี้ ใช่สงครามคนที่เคยประกาศตนเป็นศัตรูกับเขาเมื่อหลายเดือนก่อนหรือเปล่า เลือดนักสู้เพื่อสังคมในกายณภัทรเดือดพล่าน เขาต้องทำลายแหล่งบั่นทอนศีลธรรมนั้นลงให้จงได้ คิดแล้วก็หุนหันเดินออกจากห้องไป โดยไม่กล่าวลาพริ้งเลยสักคำ จ้อนที่รออยู่หน้าห้องถามว่าจะไปไหนก็ไม่ตอบ เอาแต่เดินดุ่ม ๆ ลงบันได ตอนนี้ใจของณภัทรมุ่งแต่จะทลายคลินิกเถื่อนแห่งนั้น
เมื่อณภัทรไม่ตอบ จ้อนก็ไม่สนใจ จึงเดินเข้าไปในห้องพักไข้พร้อมเพื่อนสาวสามคนของพริ้ง เขาอยากรู้จนเนื้อเต้นแล้วว่าพริ้งเป็นอะไรถึงต้องเข้าโรงพยาบาล ได้ข่าวของดาวมหาลัยไปลงสังคมออนไลน์ก่อนใคร คงมีแต่คนอิจฉาในความใกล้ชิด ยอดกดถูกใจถล่มทลาย
Leave a comment