พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 10

Share

ห้องชมรมอาสาเพื่อสังคมคึกคักอีกเช่นเคย พ่อหมอณภัทรก็เริ่มมีชื่อเสียงขจรไกลขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดเมื่อวานนี้ดาวมหาวิทยาลัยคนล่าสุดประจำปีนี้เพิ่งมาดูดวงกับเขา และหลายวันก่อนกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์รุ่นพี่ที่จบไปแล้วก็มาดูดวง พวกเธอคงได้งานเงินเดือนดี เห็นใส่ค่าบูชาครูมาตั้งเยอะ ตอนนี้ก็เหมือนกันมีสาวนางหนึ่งนั่งตรงหน้าเขา เธอรูปร่างดีหน้าตาสะสวย แม้ไม่มีตำแหน่งใด ๆ มาการันตีแต่ก็ทำให้ใจของพ่อหมอตุ๊มต่อม

“เอาละนะจ้องตาฉันไว้” ณภัทรบอกหญิงสาวรายนั้นพลางจ้องสายตาแน่วแน่ไปยังเธอ

“เปล่า ๆ ฉันไม่ได้มาดูดวง” เธอรีบยกมือปัดปฏิเสธ

ณภัทรแปลกใจ ที่นี่สำนักหมอดูไม่มาดูดวงแล้วมาทำอะไร มาถ่ายรูปสติ๊กเกอร์อย่างงั้นเหรอ เสียใจด้วยน้องมันหมดยุคไปแล้ว

“คืออยากให้ช่วยทำนายฝันให้หน่อย”

ณภัทรขมวดคิ้วชนกัน ตั้งแต่เปิดสำนักหมอดูมายังไม่เคยมีใครขอให้ทำนายฝันมาก่อน แต่คงไม่ต่างจากดูดวงหรอกเพราะสองสิ่งนี้อยู่บนพื้นฐานหลักการมั่วศาสตร์ที่เขาถนัดอยู่แล้ว และหล่อนคงให้เงินเยอะเพราะขอร้องในสิ่งที่แปลกกว่าคนอื่น

“งั้นเล่ามาเลย”

“คือเมื่อสองวันก่อนฉันฝันไม่ค่อยดี ฝันว่าถูกงูตัวใหญ่ยักษ์รัดจนแน่น”

“ก็ฝันดีนี่ โบราณว่าไว้ฝันเห็นงูจะเจอเนื้อคู่” ณภัทรพูดแทรก

“มันไม่จบแค่นั้นไง ขณะที่งูกำลังรัดฉันอยู่นั้น จู่ ๆ ภาพความฝันก็ตัดฉับไปอีกฉากหนึ่ง เป็นภาพฉันกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะกินข้าวที่บ้าน เห็นพ่อของฉันเดินเอาจานอาหารมาให้ชิม ฉันชิมดูแล้วบอกพ่อว่าอร่อยดีและถามว่านี่คืออะไร รู้ไหมในฝันพ่อฉันตอบว่ายังไง พ่อฉันบอกว่านี่คือผัดกะเพรางู ฉันเหลียวไปมองในครัวเห็นงูตัวนั้นถูกหั่นเป็นท่อน ๆ จมกองเลือดอยู่”

ณภัทรแอบขำกับความฝันแปลกประหลาดของเธอ

“หมายความว่ายังไง พ่อฉันจะฆ่าแฟนฉันทิ้งเหมือนอย่างในฝันงั้นเหรอ แฟนฉันคนนี้เพิ่งคบกันมาสองเดือนเอง และฉันรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่ใช่ อยากใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเขา แต่ถ้าพ่อของฉัน…”

“ไม่หรอก โบราณว่าไว้อีกเหมือนกันว่าฝันร้ายจะกลายเป็นดี เธอกำลังเรียนอยู่และแฟนของเธอก็คงกำลังเรียนอยู่ใช่ไหม ตอนนี้ก็ตั้งใจเรียนให้จบ อย่าทำอะไรไม่งามให้ผู้ใหญ่ขายหน้า ฉันรับรองว่าถ้าถึงเวลา เธอสองคนได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันเมื่อไหร่ พ่อของเธอจะรักแฟนคนนี้ไม่ต่างจากที่เธอรักแน่นอน ฟันเฟิร์ม!”

“เฮ้อ! โล่งอกไปที ขอบคุณมากนะพ่อหมอสุดหล่อ” หญิงสาวถอนหายใจระบายความไม่สบายใจออกมาจนหมดสิ้น หล่อนควักเหรียญห้าบาทออกมาหย่อนลงขันเงินเป็นค่าบูชาครูแล้วเดินออกไปสีหน้าระรื่น ไม่เหมือนตอนเดินเข้ามาทีแรก

พระพุทธเจ้าช่วย! ณภัทรอุทานในใจ นอกจากเธอจะเป็นคนแรกที่มาขอให้ทำนายฝันให้ ยังเป็นคนแรกที่ให้ค่าบูชาครูน้อยที่สุดอีกด้วย ขี้เหนียวแบบนี้แช่งให้พ่อของเธอทำกับว่าที่ลูกเขยเหมือนอย่างในฝันเสียดีไหม

ประธานชมรมอาสาเพื่อสังคมเปิดประตูเข้ามาในห้อง เธอตกใจจนแทบหน้าหงาย เมื่อเห็นผู้คนนั่งอยู่เต็มห้องเล็กแคบแห่งนี้ ลำพังอุปกรณ์ที่ทำไว้สำหรับใช้รณรงค์การรับน้องก็รกห้องพออยู่แล้ว นี่ยังมีกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่าชาวพุทธ แต่งมงายเรื่องอำนาจอิทธิฤทธิ์นั่งแออัดเบียดเสียดกันเต็มห้อง แย่งออกซิเจนกันหายใจอีก เมื่อก่อนเธอยังพอรับได้เพราะลูกค้าของณภัทรมาแค่ทีละคนสองคน แต่ดูตอนนี้สิ แทบจะขี่คอกันอยู่แล้ว อีกหน่อยไม่ครองตึกนี้ทั้งตึกเป็นสำนักหมอดูของตัวเองเลยเหรอ น่าเกลียดจริง ๆ เธอต้องจัดการอะไรสักอย่างแล้ว

น้ำเพชรก้าวฉับ ๆ มายืนค้ำหัวณภัทร ไม่แยแสสายตาตำหนิจากคนที่เคารพศรัทธาในตัวพ่อหมอ เธอประกาศเสียงกร้าว

“ฉันเป็นประธานชมรมอาสาเพื่อสังคม ขอสั่งเด็ดขาดให้นายเลิกใช้ห้องส่วนรวมนี้เป็นเครื่องมือในการทำมาหากิน!”

ณภัทรเงยหน้ามามองพลางทำหน้ายียวนใส่

“เป็นเจ้าของห้องนี้เหรอ ซื้อเงินสดหรือผ่อนจ๊ะ?”

“เฮ้ย! ห้องชมรมไม่ใช่คอนโด” จ้อนช่วยณภัทรตบมุก คนทั้งห้องหัวเราะครืน

“ไม่ตลกย่ะ” น้ำเพชรหน้าบึ้ง หันไปประจันหน้ากับเหล่าลูกค้าของณภัทร “พวกเธอ เธอ เธอ เลิกงมงายดูหมอไร้สาระได้แล้ว หัดหันหน้าเข้าวัดศึกษาธรรมะเสียบ้าง” น้ำเพชรชี้หน้าไปทั่วตวาดแว๊ดอย่างเหลืออด

คนทั้งห้องพร้อมใจกันป้องปากโห่ขับไล่คนที่มาอวดเบ่งว่าเป็นประธานชมรมนี้ ยายนี่มีสิทธิอะไรมาตัดสินความคิดคนอื่นว่างมงายไร้สาระ ตัวเธอเองนั่นแหละที่ควรหันหน้าเข้าวัด ในเมื่อมีจิตเบียดเบียนความคิดคนอื่นอย่างนี้ กำลังคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลกว้างใหญ่นี้หรือไงนะ

น้ำเพชรขายหน้าแทบจะมุดปูนซีเมนต์ดำดินลงไปจำศีลกับกบ เกิดมาเธอไม่เคยขายหน้าอย่างนี้มาก่อนเลย จำไว้นายพัด แค้นนี้ฉันจะกลับมาชำระให้ได้ เตรียมตัวระหกระเหินเป็นเจ้าไม่มีศาลเอาไว้ให้ดี ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อเฉดหัวนายกับนายจอห์นออกไปจากตึกนี้ แล้วหญิงสาวก็ก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องไปท่ามกลางเสียงโห่ไล่ที่ไม่ยอมหยุด

ณภัทรมองตามร่างอรอนงค์นั้น ไม่รู้อะไรสะกดสายตาให้เขามองเธอจนลับสุดสายตา จนจ้อนที่นั่งอุ้มขันเงินอยู่ข้าง ๆ ต้องตบเข่าปลุกเขาตื่นจากภวังค์

หญิงสาวเดินกระแทกส้นเท้าลงบันไดมายังชั้นล่างของตึกสโมสรนักศึกษาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว มุกลัดดาที่นั่งดูดนมเย็นลุกจากโต๊ะม้าหินอ่อนเดินมาหาเพื่อนสาวที่ยืนหน้าหงิกหน้างอ

“อ้าว… ไหนบอกว่าขึ้นไปเอาเอกสารขออนุญาตติดป้ายโครงการ แล้วไหนล่ะ? แถมหน้าบูดหน้าบึงกลับมาอีกใครทำอะไรแก?” มุกลัดดาถาม

“คนมาดูหมอกับนายพัดล้นห้องไปหมด ฉันเพียงเข้าไปตักเตือนนายนั่น คนพวกนั้นกลับโห่ไล่ฉัน เลยไม่มีอารมณ์ค้นเอกสาร จึงลงมาตัวเปล่าอย่างที่เธอเห็นนี่แหละ”

มุกลัดดายิ้มหลอดยังคาอยู่ในปาก

“ฮึ! เล่นกับใครไม่เล่น ดันมาเล่นกับพ่อหมอณภัทร เดี๋ยวนี้นายนั่นดังใหญ่แล้ว แถมดูดวงแม่นสุด ๆ เลย”

น้ำเพชรระแคะระคายคำพูดของเพื่อนสาว

“เดี๋ยวนะ! พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง?

มุกลัดดาตีหน้าเจื่อน เธอเคยสัญญากับน้ำเพชรไว้ว่าจะไม่ดูดวงกับณภัทร แต่แอบผิดสัญญาไปแล้ว แถมปากบอนเผลอพูดออกไปให้ถูกจับได้อีก น่าตบปากตัวเองจริง ๆ

“ก็แหม… นายนั่นดังออกขนาดนั้น แถมบอกจะดูดวงให้ฉันฟรีอีก ล่อใจอย่างนี้ฉันก็อดไม่ได้น่ะสิ แต่นายนั่นดูดวงแม่นจริง ๆ นะ ฟันเฟิร์ม!” มุกลัดดาเลียนแบบวลีติดปากของณภัทร

“ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะกลายเป็นคนงมงายกับเขาไปด้วยอีกคน” น้ำเพชรผิดหวังในตัวเพื่อน

“จะว่างมงายก็ว่าได้นะ เพราะเรื่องพรรค์นั้นพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ แต่แกลองมองอีกแง่สิ นายพัดก็ขายความสบายใจนะ คนที่มาดูดวงกับเขา ต่างก็มีเรื่องราวอึดอัดใจมาปรึกษาทั้งนั้น เงินก็ไม่ได้เรียกร้อง ใครอยากให้เท่าไหร่ก็ให้ ตอนที่ฉันดูดวงกับนายนั่น ฉันถามไปว่าอนาคตจะมีสามีรึเปล่า นายนั่นตอบมาอย่างไรรู้ไหม เขาบอกว่าถ้าคิดว่าตนเองยังเป็นผู้หญิงและชอบผู้ชายอยู่รับรองหาสามีได้แน่นอน ตอนนี้ฉันสบายใจ เลิกกังวลแล้ว”

“ก็แหงล่ะสิ ตอบแบบนั้นเป็นฉันก็ทำนายได้ เรื่องพรรค์นี้เธอว้าวุ่นใจไปเอง ถ้ามั่นใจตัวเองเสียอย่าง ก็ไม่ต้องพึ่งพ่อหมอจอมลวงโลกคนนั้นหรือคนไหน ๆ คอยดูนะฉันจะเฉดหัวนายนั่นกับคู่หูกระเด็นออกจากชมรมของเราให้ได้เร็วที่สุด” น้ำเสียงน้ำเพชรตั้งมั่น

“แกจะทำยังไง แอบเอาข้าวของพวกนั้นไปทิ้งตอนที่พวกเขาไม่อยู่เหรอ?”

“จะบ้าเหรอ ขืนทำแบบนั้นพวกเขาก็สงสัยฉันอยู่ดี เพราะมีแต่ฉันเท่านั้นแหละที่เป็นปรปักษ์กับพวกเขา”

“แล้วมีวิธีอื่นอีกเหรอ ฉันคิดไม่ออกเลย ตัดสายเบรกรถนายจอห์นก็ดูแรงเกินไป เอาน้ำกรดมาสาด จ้างมือปืนมาขู่ โห… ถ้าทำอย่างนั้นมีหวังหนีคุกไม่พ้นแน่”

“ให้อาจารย์พรชัยช่วยไง” แววตาน้ำเพชรมีเลศนัย

อาจารย์พรชัยเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมอาสาเพื่อสังคม แกสอนวิชาชีววิทยา บุคลิกนิสัยของแกค่อนข้างแปลกอยู่สักหน่อย ได้ยินมาว่าอาจารย์ทั้งคณะวิทยาศาสตร์หรืออาจทั้งมหาวิทยาลัยไม่มีใครคบแกเลย แต่แกก็ดูมีความสุขดีกับการไปไหนมาไหนคนเดียว สมัยน้ำเพชรเรียนวิชาที่แกสอนตอนปีหนึ่ง แกสอนเนื้อหาแค่ครึ่งคาบเรียนเอง อีกครึ่งที่เหลือโม้อะไรต่อมิอะไรไปเรื่อย บางทีสอน ๆ อยู่ก็นอกเรื่องเสียอย่างนั้น ทำให้เนื้อหาวิชาไม่ต่อเนื่อง แรก ๆ น้ำเพชรไม่ชอบแกเลย หาว่าแกบกพร่องในหน้าที่ด้วยซ้ำ แต่หลัง ๆ เริ่มเห็นว่าที่แกโม้มานั้นเกี่ยวข้องกับอนาคตหน้าที่การงานทั้งนั้น พอได้มาเข้าชมรมอาสาเพื่อสังคมก็ค่อย ๆ สนิทกันมากขึ้น

น้ำเพชรมายืนรอหน้าประตูห้องบรรยายที่อาจารย์พรชัยสอน คาบนี้แกสอนเด็กปีหนึ่งเรื่องเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ แกเหลือบมามองหญิงสาวหน้าประตูเป็นระยะ สงสัยว่าเธอมีเรื่องร้อนอะไรถึงตามมาเฝ้าหน้าห้องเช่นนี้

“วันนี้พอแค่นี้แล้วกันนะครับนักศึกษา เจอกับคาบเรียนหน้าครับ” กล่าวปิดคาบเรียนออกไมโครโฟนแล้วอาจารย์พรชัยก็หอบข้าวของของแกเดินออกมาหาน้ำเพชร “มีอะไรแม่ประธานชมรม เห็นมาด้อม ๆ มอง ๆ ตั้งแต่กลางคาบแล้ว” แกสูงเท่าน้ำเพชรเลย ผู้ชายสูงแค่นี้นับว่าเป็นคนตัวเล็ก

“ห้องชมรมเป็นพื้นที่สาธารณะใช่ไหมคะ ใครเอาไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวนี่ถือว่าผิดใช่ไหมคะ?” น้ำเพชรรีบพูดเหมือนอาจารย์พรชัยจะหายแวบไปภายในสามสิบวินาที ยังกั๊กไม่ยอมบอกว่ามาหาแกเรื่องอะไร

“อืม” อาจารย์พรชัยพยักหน้า “ใครคนนั้นเป็นคนที่เห็นแก่ตัวมาก”

น้ำเพชรยิ้ม เริ่มเห็นความสำเร็จของการขับไล่พ่อหมอลวงโลกเรืองรองขึ้นมาลาง ๆ แล้ว

“นั่นสิคะ คนเห็นแก่ตัวแบบนั้นต้องจัดการให้เด็ดขาด ตามมาค่ะ! อาจารย์คงไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดอะไรวุ่นวายขึ้นที่ห้องชมรมของเรา หนูอยากให้อาจารย์ใช้อำนาจการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาประจำชมรม จัดการขั้นเด็ดขาดกับเรื่องนี้ที” พูดแล้วไม่รอช้า เดินนำอาจารย์พรชัยไปยังตึกสโมสรนักศึกษาทันที

ตอนนี้ทั้งคู่มาอยู่หน้าห้องชมรมอาสาเพื่อสังคมแล้ว น้ำเพชรจับลูกบิดเตรียมพร้อมสำหรับเปิดประตูเข้าไป

“อาจารย์อย่าตกใจไปนะคะ หนูรู้ว่าอาจารย์ไม่ชอบที่ที่มีคนเยอะ แต่ครั้งนี้หนูขอโทษ หนูฝากอาจารย์จัดการให้ห้องชมรมเรากลับมาสงบเหมือนเดิมด้วยค่ะ” พูดแล้วสาวเจ้าก็เปิดประตูเข้าห้องไป

สภาพห้องชมรมอาสาเพื่อสังคมในตอนนี้ไม่ต่างจากที่อาจารย์พรชัยเห็นเมื่อหลายเดือนก่อนเท่าใดนัก อาจรกกว่าหน่อย เพราะมีอุปกรณ์รณรงค์การรับน้องวางอิงชิดผนังห้องด้านหนึ่ง โต๊ะประชุมกระจัดกระจายไปด้วยเอกสารมากมายเช่นเดิม ที่มุมห้องด้านหนึ่งมีณภัทรและจ้อนนั่งมองคนสองคนที่เข้ามาใหม่หน้าสลอน ด้านหลังพวกเขามีชั้นวางของแปลก ๆ ดูแล้วก็ไม่เห็นคนจะเยอะหรือมีอะไรผิดปกติเลยนี่

น้ำเพชรมองห้องโล่งตาค้าง งุนงงว่าเหล่าสาวกลัทธิบูชาพ่อหมอณภัทรที่เมื่อกี้นั่งเกลื่อนเต็มห้องหายไปไหนหมด โถ่… น่าเสียดาย ถ้าอาจารย์พรชัยได้เห็นภาพเดียวกับเธอเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน คงอึ้งกิมกี่ไล่ตะเพิดสองคู่หูจนหนีออกจากตึกแทบไม่ทันเป็นแน่ รู้อย่างนี้เธอน่าจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานก่อนก็ดี

“อะไรเหรอแม่ประธานชมรมที่เธอตามอาจารย์ให้รีบมาดู จิ้งจกสองผัวเมียนั่นหรือไง?” อาจารย์พรชัยชี้ให้ดูจิ้งจกสองตัวบนเพดาน

“ไม่ใช่ค่ะอาจารย์ แค่จิ้งจกหนูจะรีบร้อนไปตามอาจารย์ถึงคณะทำไมคะ ก่อนหน้านี้ยังมีอยู่เลย คนที่มารอดูดวงกับนายพัด ตอนนี้ไม่รู้หายไปไหนกันหมด” น้ำเพชรเสียหน้า ความรู้สึกตอนนี้เหมือนตอนที่โดนโห่ไล่ไม่มีผิด

“เข้ามาอาจารย์ก็เห็นแค่นายพัดกับนายจอห์นแค่สองคนเอง นอกนั้นก็ไม่มีใครอื่นแล้ว หรือว่าเธอเห็นใครในห้องนี้อีกหรือไงแม่ประธานชมรม?”

“พวกผมเพิ่งเรียนเสร็จ มาถึงก่อนหน้าอาจารย์แป๊บเดียวเอง” ณภัทรว่าหน้าซื่อ

สตรอเบอร์รี่!

น้ำเพชรว่าให้ในใจ แต่ไม่พูดออกไปให้อาจารย์พรชัยได้ยินแล้วเสียคะแนนความไว้ใจหรอก ณภัทรก็จ้องจะฮุบตำแหน่งของเธออยู่เนือง ๆ เพราะถ้าเขาเป็นประธานชมรมนี้แทนเธอเมื่อไร ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเธอจะตามราวีปิดสำนักหมอดูกิ๊กก๊อกของเขา ถึงตอนนั้นเขาอาจปลดเธอออกจากการเป็นกรรมการชมรมด้วยซ้ำ ในเมื่อต่างคนต่างไม่ชอบหน้ากันแบบนี้ก็กำจัดกันให้พ้น ๆ หน้าไปเสีย

น้ำเพชรเดินมาชี้ณภัทร “งั้นอาจารย์ก็เอาเรื่องนายนี่สิคะ เขาเอาห้องชมรมมาใช้ประโยชน์ส่วนตนแบบนี้ ตั้งสำนักหมอดูบ้าบออะไรก็ไม่รู้อย่างกับเด็กเล่น”

อาจารย์พรชัยยิ้มพลางส่ายหน้า

“ทำไมล่ะคะอาจารย์ อาจารย์บอกหนูเมื่อกี้นี้เอง ว่าคนที่เอาพื้นที่สาธารณะไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนนั้นเป็นคนเห็นแก่ตัว และอาจารย์ก็เกลียดคนเห็นแก่ตัวไม่ใช่เหรอคะ? สั่งสองคนนี้ขนข้าวของของพวกเขาออกไปจากห้องชมรมของเราสิคะ”

“แม่ประธานชมรมใจเย็น ๆ ก่อน เรื่องนี้ณภัทรเขาขออนุญาตกับอาจารย์แล้ว ห้องนี้เราก็ปล่อยว่าง ไม่ได้ใช้งานอะไรนอกจากเก็บของเล็ก ๆ น้อย ๆ แถมณภัทรยังช่วยที่บ้านรับผิดชอบปัญหาด้านการเงิน เด็กดีแบบนี้อาจารย์สนับสนุนเลยอนุญาตให้ใช้ห้องนี้ได้ อาจารย์ขอตัวก่อนนะมีคาบเรียนต้องไปสอนต่อ” พูดแล้วอาจารย์พรชัยก็หันหลังเดินออกประตูไป

น้ำเพชรเจ็บสุดหัวใจ ระยะหลังมานี้เธอแพ้ให้ณภัทรโดยตลอด ไม่เคยชนะเขาเลย เธอมองเขาด้วยใบหน้าหงิกไม่มีความเป็นมิตร เขาไม่สบสายตาเธอแต่แลบลิ้นกวนประสาทให้แทน นี่ถ้ามีเหล็กลนไฟร้อน ๆ เธอจะเอามาเจาะลิ้นเขาให้พรุนเลย

หญิงสาวเดินกระฟัดกระเฟียดออกห้องไปเป็นครั้งที่สอง ทิ้งสองหนุ่มให้ระเบิดหัวเราะไล่หลังเสียงดังอยู่ในห้อง โชคดีที่เหล่าลูกค้าของณภัทรเห็นความสามารถใหม่ของเขาเลยเปลี่ยนใจให้เขาทำนายฝันแทน งานก็เลยง่ายเสร็จไวกว่าเดิมเยอะ ถ้าอาจารย์พรชัยเห็นภาพเดียวกับที่น้ำเพชรเห็น เขาก็ไม่แน่ใจว่าแกจะยังอนุญาตให้ใช้ห้องนี้ทำมาหากินอยู่อีกหรือเปล่า


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!