พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 20

Share
Share

ฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มแล้ว ทุกคนขึ้นจากน้ำกลับมารวมกันที่รถ ยกเว้นจ้อนและมุกลัดดา ตอนนี้ทั้งน้ำตกเหลือเพียงพวกเขากลุ่มเดียว บรรยากาศเริ่มวังเวงอ้างว้าง อีกไม่กี่นาทีน้ำตกก็จะปิดให้เข้าแล้ว

“เอ… นี่นายจอห์นกับมุกลัดดาไปอยู่ไหนเนี่ย ป่านนี้แล้วยังไม่มาตามเวลานัดอีก” การะเกดบ่นพึมพำ เมื่อสังเกตเห็นคนมาไม่ครบ

เจ้าหน้าที่สาวของน้ำตกเดินมาบอกทุกคน

“น้ำตกจะปิดแล้วนะคะ”

“เอ่อ… ขอเวลาอีกเดี๋ยวค่ะ เพื่อนพวกหนูยังไม่มาอีกสองคน ไม่รู้ว่าหายไปไหน” การะเกดบอก

“ค่ะ งั้นช่วยทำเวลาหน่อยนะคะ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องปิดที่นี่แล้ว”

“ค่ะ ๆ เราจะรีบติดต่อสองคนนั้นให้เร็วที่สุด”

“ผมเห็นพี่สองคนนั้นเดินขึ้นเขาไปตั้งแต่เราลงเล่นน้ำกันแล้วครับ” ต้อมบอก

“ทำไมไม่ห้ามเอาไว้เล่า ป่าบนนั้นอันตราย ยิ่งชื้น ๆ แบบนี้งูยิ่งชุม ฉันจะออกไปตามหาสองคนนั้นเอง ทุกคนรออยู่ที่นี่” ณภัทรว่าแล้วเดินออกไป มุ่งกลับสู่น้ำตก

“เดี๋ยว! ฉันไปด้วย” น้ำเพชรตะโกนแล้วตามหลังมา

ณภัทรหันมาห้ามเธอ

“เธอจะไปเป็นภาระฉันทำไม ที่นั่นอันตรายนะ อยู่นี่กับทุกคนนั่นแหละดีแล้ว”

“ให้ฉันไปด้วยเถอะนะ ฉันเป็นห่วงยายมุก”

ณภัทรเดินต่อโดยไม่สนใจเสียเวลาต่อปากต่อคำห้ามน้ำเพชรไม่ให้ตามมา ป่านนี้ไม่รู้เพื่อนทั้งสองคนของเขาจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร น้ำเพชรยังตามเขามาอย่างไม่ลดละ ถ้าอย่างนั้นคงต้องปล่อยเลยตามเลย ตอนนี้ฝนพรำลงมาเป็นเม็ดเล็ก ๆ อากาศเริ่มหนาวจนน้ำเพชรต้องกระชับเสื้อคลุมให้แน่นเข้า ทางเดินขึ้นไปก็ช่างลาดชัน แถมดินโดนน้ำฝนกลายเป็นโคลนอีก ต้องย่างทุกก้าวด้วยความระมัดระวัง ไม่อย่างนั้นอาจลื่นล้มบาดเจ็บเอาได้

“นายรู้แล้วเหรอว่าจะไปตามหาสองคนนั้นที่ไหน ไม่ใช่ว่าเราจะหลงไปด้วยนะ” น้ำเพชรว่า

“ฉันเป็นคนท้องถิ่นที่นี่ เคยมาเล่นที่นี่ตอนเด็กกับเพื่อนบ่อย ๆ ให้หลับตาเดินคลำทางยังได้เลย”

“อย่าพูดให้มากหน่อยเลย ไว้เจอสองคนนั้นก่อนเถอะ” น้ำเพชรอมยิ้มให้กับนิสัยช่างโวของเขา

“สองคนนั้นไปไหนได้ไม่ไกลหรอก คงวน ๆ อยู่แถวนี้”

น้ำเพชรไม่ได้ระวังเท้า โคลนที่ไหลเข้ารองเท้าแตะทำเธอลื่นล้มก้นกระแทกพื้น ณภัทรเข้ามาประคองพลาง ถามไถ่อย่างเป็นห่วง

“เป็นอะไรหรือเปล่า ลุกขึ้นเองไหวไหม?”

น้ำเพชรลุกขึ้นยืนพลางสำรวจตนเองพบว่าไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน แต่หูรองเท้าแตะของเธอนั้นขาด ไม่สามารถสวมได้อีกต่อไป ณภัทรเห็นอย่างนั้นจึงถอดรองเท้าแตะของเขาทั้งสองข้างให้เธอสวม เหลือเพียงเท้าเปลือยเปล่าสัมผัสกับพื้นเฉอะแฉะ

“เอารองเท้าฉันไปใส่แทนแล้วกัน”

“อ้าว… แล้วอย่างนี้นายจะใส่อะไรเดินล่ะ?”

“อย่าห่วงฉันเลย เท้าฉันหนากว่าเท้าเธอตั้งเยอะจะกลัวอะไรล่ะ”

น้ำเพชรยกเท้าเล็กกว่าสวมรองเท้าแตะ เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขาที่ยังคงหลงเหลืออยู่กับพื้นรองเท้า มันให้ความรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย แล้วทั้งคู่ก็ออกเดินต่อ

อีกฟากหนึ่งของป่า จ้อนยังนั่งร้องโอดโอยกับแผลที่น่องขา เลือดยังไหลออกมาเรื่อย ๆ ไม่ยอมหยุด มุกลัดดาตื่นตระหนกไม่รู้ว่าตอนนี้ควรทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรก ได้แต่บอกให้จ้อนทำใจดี ๆ เข้าไว้

“โอ๊ย… จะให้ฉันทำใจดี ๆ ได้ยังไงล่ะ ฉันโดนงูกัดนะ ไม่รู้ตอนนี้พิษมันแล่นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ถ้ามันแล่นไปถึงหัวใจล่ะก็ ฉันได้ตายเป็นผีเฝ้าป่านี้แน่”

มุกลัดดารู้แล้วว่าสถานการณ์แบบนี้เธอควรทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรก เธอต้องตั้งสติให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวให้ได้ก่อน เมื่อตั้งสติได้แล้วความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลให้คนถูกงูกัดสมัยเรียนเนตรนารีก็เข้ามาในหัว เธอกัดชายเสื้อให้ขาดเป็นรอยแล้วฉีกเสื้อยืดจากรอยนั้นออกมาครึ่งตัว ตอนนี้เสื้อยืดของมุกลัดดาเหลือแต่ส่วนบนปกปิดร่างกาย เผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบไร้ส่วนเกิน ดูราวกับนางแบบระดับโลกก็ไม่ปาน เล่นกีฬาว่ายน้ำมันดีอย่างนี้นี่เอง

มุกลัดดาฉีกแบ่งชิ้นส่วนเสื้อยืดนั้นออกเป็นเส้นยาวสองเส้น เส้นแรกเธอเอามารัดเหนือแผลเป็นการห้ามพิษแล่นเข้าสู่หัวใจ อีกเส้นเอามาพันห้ามเลือดที่ปากแผล ต้องรีบพาจ้อนส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เธอพยุงเขาลุกขึ้นแต่เขาไม่ยอมลุกตาม

เธอรัดขาฉันแน่นอย่างนี้ฉันยืนไม่ได้หรอก” จ้อนพูดอย่างท้อถอย ทั้งที่ยังไม่ได้ลองยืนดูเลย

มุกลัดดาสีหน้าเครียด เธอไม่อยากอยู่เฉย ๆ เพื่อรอความช่วยเหลือ เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ ไม่รู้ว่าความช่วยเหลือหรือความตายอย่างไหนจะมาถึงก่อนกัน เธอไม่อยากให้เขาตาย จะพยายามช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ

“ขึ้นขี่หลังฉันแล้วกัน” พูดแล้วมุกลัดดานั่งยอง ๆ หันหลังให้จ้อน

จ้อนลังเล เขาไม่อยากรับความช่วยเหลือจากเธอเท่าไหร่นัก เพราะทิฐิที่สุมอยู่ในใจ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาหยิ่งในศักดิ์ศรี เขาควรพาตัวเองไปให้ถึงโรงพยาบาลด่วนที่สุดโดยไม่สนใจวิธีการ เอื้อมสองมือไปกอดคอของเธอ แล้วเธอก็หิ้วขาแบกตัวเขาขึ้นมา จ้อนในตอนนี้เหมือนลูกแหง่ขี่หลังแม่ มุกลัดดาก้าวขามั่นคงออกเดินต่อ ขอให้ทางข้างหน้าเจอใครสักคนด้วยเถอะ

เสียงน้ำตกแว่วใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ความหวังผุดขึ้นมาในใจของมุกลัดดา ศีรษะของชายหนุ่มบนหลังเริ่มตกลงมาซบไหล่เธอ เขาห้ามหมดสติเป็นอันขาด หากหลับตาไปแล้วอาจไม่มีโอกาสได้ลืมตาขึ้นมาอีกก็เป็นได้

“นายจ้อน! นายห้ามหลับเชียวนะ”

“ฉันไม่ได้หลับ แค่รู้สึกเพลีย ๆ” น้ำเสียงจ้อนฟังดูไร้เรี่ยวแรง

หากปล่อยไว้เฉย ๆ เขาได้หลับไปในที่สุดแน่ มุกลัดดาจึงหาเรื่องมาชวนให้เขาคุย

“นี่นายจ้อน! นายคิดว่ามื้อค่ำนี้แม่ของนายพัดจะทำอะไรให้เรากิน”

“ไม่รู้! ตอนนี้ช่วยพาฉันไปโรงพยาบาลก่อน”

“ก็กำลังจะหาทางพาไปอยู่นี่ไง นายคิดว่างูที่กัดนายเป็นสายพันธุ์อะไร?”

“ไม่รู้! ฉันไม่เห็นตอนมันกัด” จ้อนเสียงอ่อน

“นายว่าเพื่อน ๆ จะออกตามหาพวกเราหรือยัง นี่ก็ครบสองชั่วโมงเลยเวลาน้ำตกปิดแล้วมั้ง”

“ไม่รู้! เธออย่าถามอะไรเซ้าซี้ฉันอีกได้ไหม ขี้เกียจตอบ ตอนนี้ฉันง่วงยังไงก็ไม่รู้”

“”อย่าหลับเชียวนะ! ถ้านายหลับนายอาจไปแน่” มุดลัดดาใช้คำอ้อม ๆ

“ทำไมแช่งฉันอย่างนั้นล่ะ ถ้าฉันตายกลายเป็นผี จะไปหลอกเธอเป็นคนแรกเลย”

“ฮ่า ๆ ๆ มาเลยฉันไม่กลัว ถ้ามาเจอฉันใช้ท่าจระเข้ฟาดหางใส่แน่ แล้วตอนนั้นจะได้รู้ว่าคนกับผีใครจะแน่กว่ากัน”

“ฮ่า ๆ ๆ” จ้อนหัวเราะเสียงแผ่ว กำแพงแห่งทิฐิเริ่มทะลายลงแล้ว “เธอนี่ไม่กลัวอะไรเลยจริง ๆ ถามหน่อยเถอะว่ามีอะไรบนโลกนี้ที่เธอกลัวบ้างไหม หรือว่าไม่มี?”

“มีสิ!” มุกลัดดาหน้าหมองลง “สิ่งที่ฉันกลัวมากที่สุดคือ… กลัวคนที่ฉันรักไม่รักฉัน”

“เธอรักใครเข้าแล้วเหรอ ฉันสงสารคนนั้นจริง ๆ”

อารมณ์เศร้าเข้าเกาะกุมจิตใจของมุกลัดดา สิ่งที่เธอกลัวได้เกิดขึ้นแล้ว ดูเหมือนจ้อนจะไม่ได้คิดเหมือนอย่างที่เธอคิด พลันน้ำใส ๆ ก็รื่นที่ขอบตา เข้มแข็งไว้มุกลัดดา เวลานี้เธอต้องเข้มแข็ง

จ้อนรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างไรก็บอกไม่ถูก ที่ผ่านมาเขาช่างเย็นชากับเธอเหลือเกิน แต่มาวันนี้เธอกลับช่วยเหลือเขาโดยไม่มีอาการรังเกียจหรือไม่เต็มใจแต่อย่างใด ถ้าเขาเป็นเธอเขาคงจะโกรธมากที่มีผู้ชายเอาแต่แขวะแบบนี้ เธอคงรู้สึกเสียใจกับทุกคำพูดทิ่มแทงจิตใจ พยายามบังคับใจตนให้หาคำตอบของคำถามว่าทำไมถึงได้ไม่ชอบมุกลัดดานัก แต่กลับหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้

“มุกลัดดา ฉันขอโทษเธอนะ” จ้อนกล่าวจากส่วนลึกของหัวใจ

“ไม่เป็นไรหรอก ช่วยนายแค่นี้ฉันไม่ได้ลำบากกว่าแรงอะไร” มุกลัดดาเข้าใจว่าจ้อนขอโทษเรื่องที่เขาเป็นภาระให้เธอต้องเหนื่อย

“เปล่า… ฉันไม่ได้ขอโทษเรื่องนี้ ที่เธอช่วยเหลือ ฉันต้องขอบคุณเธอต่างหาก ที่ขอโทษนั้นสำหรับเรื่องต่าง ๆ ในอดีตที่ผ่านมา”

“เรื่องอะไรเหรอ?” มุกลัดดานึกไม่ออกจริง ๆ ว่าเขาขอโทษเธอเรื่องอะไรในอดีต

“เรื่องที่ฉันมักแขวะหรือพูดจาทำร้ายจิตใจเธอไง”

มุกลัดดาปล่อยเสียงหัวเราะออกมา

“ฮ่า ๆ ๆ นึกว่าเรื่องอะไร ขอโทษเรื่องแค่นี้เองเหรอ ฉันไม่เคยเก็บคำพูดพวกนั้นของนายมาคิดเล็กคิดน้อยเลย อะไรที่มันไม่ดีฉันก็ทิ้งไว้ตรงนั้น”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เอาเป็นว่าฉันขอโทษเธอไปแล้วนะ”

น้ำเสียงราบเรียบของจ้อน กลับทำหัวใจของมุกลัดดาให้พองโต

ทางด้านของณภัทรและน้ำเพชร ทั้งคู่ยังบุกป่าฝ่าดงเข้ามาอยู่ จู่ ๆ มาวินก็ปรากฏตัวให้ณภัทรเห็นหลังจากไม่เจอกันเลยตั้งแต่ช่วงเตรียมตัวสอบปลายภาค

“มาได้จังหวะพอดีเลย นายช่วยตามหาเพื่อนฉันอีกแรงหนึ่งได้หรือเปล่า” ณภัทรพูดกับมาวิน แต่น้ำเพชรผู้ซึ่งไม่ได้เห็นเช่นเดียวกับเขานั้นตกใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มพูดอยู่คนเดียว พลันขนเธอก็ลุกเกรียว

“ที่มาหาก็จะมาบอกเรื่องเพื่อนนายนี่แหละ สองคนนั้นอยู่ห่างออกไปอีกห้าสิบเมตรทางด้านขวามือ รีบไปหาเร็วเข้าเถอะ นายจ้อนถูกงูกัดด้วย ไม่รู้อาการเป็นยังไงบ้าง”

“หา! ไอ้จ้อนถูกงูกัด” ณภัทรร้องทำน้ำเพชรตกใจใจหายวาบ แล้วเขาก็วิ่งออกไปยังทิศทางที่มาวินบอก น้ำเพชรประหลาดใจกันพฤติกรรมของชายหนุ่มที่เหมือนพูดอยู่คนเดียวแล้วหุนหันวิ่งออกไป เขารู้ได้อย่างไรว่านายจ้อนถูกงูกัด กลางป่าเช่นนี้คนข้าง ๆ ทำตัวแบบนี้นั้นช่างน่ากลัวน่าขนลุกเหลือเกิน เธอรีบวิ่งตามเขาไป กลัวว่าหากคลาดสายตาแล้วตัวเองจะหลงป่าไปด้วยอีกคน

“ไอ้จ้อน! ไอ้จ้อน! แกอยู่ไหน!” ณภัทรส่งเสียงเรียก

“ยายมุก! นี่ฉันเองนะได้ยินหรือเปล่า! ยายมุก!” น้ำเพชรร้องออกไปบ้าง

มุกลัดดาที่แบกจ้อนไว้บนหลัง เดินด้วยอาการเหนื่อยอ่อน วันนี้ออกแรงมาทั้งวันแล้วยังต้องแบกคนหนุ่มทั้งคนไว้บนหลังอีก แม้จ้อนจะหุ่นเพรียวบาง แต่น้ำหนักนั้นน้อยเหมือนเด็กหัดเดินเสียที่ไหน ถึงเธอจะเป็นนักกีฬาที่ฝึกฝนกล้ามเนื้อ แต่ก็อ่อนก็ล้าได้เหมือนกัน ครั้นหูได้ยินเสียงเพื่อนร้องตะโกน ใบหน้าเธอก็หายจากอาการท้อ ส่งเสียงกลับออกไปบ้าง

“ยายเพชร! นายพัด! ฉันกับนายจ้อนอยู่นี่!”

ได้ยินเสียงมุกลัดดา ณภัทรก็เร่งฝีเท้าไปหา เขาพบมุกลัดดาแบกจ้อนไว้บนหลัง เธอมีใบหน้าโล่งใจเมื่อเห็นเพื่อนทั้งสอง ค่อย ๆ วางจ้อนลงแล้วล้มพับนั่งหมดสภาพ น้ำเพชรเข้ามาดูอาการเพื่อนสาว แปลกใจที่เห็นเธอสวมเพียงเสื้อยืดครึ่งตัว ณภัทรเสียสละโดยถอดเสื้อคลุมชั้นนอกออกให้มุกลัดดาสวม แล้วรีบหามจ้อนขึ้นหลัง พาเดินออกไปจากป่า

“ทำใจดี ๆ ไว้นะไอ้จ้อน ฉันจะรีบนำแกไปส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด”

“แกไหวไหมยายมุก” น้ำเพชรถามเพื่อน เมื่อมุกลัดดาพยักหน้าหงึกหงัก เธอก็พยุงเพื่อนลุกขึ้นเดินตามหลังผู้ชำนาญทางไป

ไม่ถึงห้านาทีณภัทรก็พาทุกคนลงมาถึงข้างล่าง บัดนี้ท้องฟ้ามืดลงแล้วแต่ชาวค่ายยังอยู่กันครบ ณภัทรพาจ้อนมาส่งให้ทุกคนอุ้มขึ้นหลังรถกระบะ หันไปบอกพ่อของตนให้ออกรถนำจ้อนส่งถึงมือหมอ

“จ้อนโดนงูกัดครับพ่อ รีบพามันไปส่งโรงพยาบาลเร็ว ๆ เถอะครับ”

“ได้ ๆ คนอื่นรออยู่ที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวลุงจะโทรให้ลุงทมมารับ” ศรีชัยบอกแล้ววิ่งไปเปิดประตูฝั่งคนขับ เข้าไปนั่งหน้าพวงมาลัย ณภัทร น้ำเพชรและมุกลัดดาปีนขึ้นไปนั่งกระบะท้ายอยู่เป็นเพื่อนจ้อน รถขนผักเก่าบุโรทั่งส่งควันคลุ้งแล้วแล่นออกไปด้วยความเร็วเท่าที่ศรีชัยจะเร่งเครื่องยนต์ได้

ศรีชัยจอดรถหน้าตึกรับผู้ป่วยฉุกเฉินของโรงพยาบาลประจำอำเภอ เปิดประตูไปบอกให้บุรุษพยาบาลเข็นเตียงออกมารับจ้อน ร่างปวกเปียกถูกเข็นเข้าห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน แล้วประตูก็ปิดลง ทิ้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับคนไข้ให้รอหน้าห้องด้วยอาการกระวนกระวายใจ

ณภัทรหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหาแม่ของจ้อน เขาควรบอกเธอให้ทราบเรื่องลูกชาย น้ำเสียงตกใจดังออกมาจากปลายสาย เธอร้อนใจอยู่ไม่สุข บอกจะรีบบึ่งรถมาหาภายในเวลาไม่เกินสามชั่วโมง

มุกลัดดาดูอาการกระวนกระวายใจที่สุด ขณะที่คนอื่นนั่งนิ่งอยู่เฉย ๆ ที่เก้าอี้หน้าห้องแต่เธอกลับลุกขึ้นเดินไปเดินมา ในที่สุดประตูห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉินก็เปิดออก หมอหนุ่มในชุดกาวน์เดินออกมา ทุกคนพร้อมใจกรูเข้าไปล้อม

“เพื่อนหนูเป็นยังไงบ้างคะ คุณหมอช่วยเขาได้แล้วใช่ไหม เขาจะไม่ตายใช่ไหมคะ?” มุกลัดดาถามอย่างร้อนรน

หมอหนุ่มยิ้มจนตาหยี

“ไม่ต้องห่วงครับ เพื่อนคุณไม่ได้เป็นอะไร ตอนนี้เขาหลับไปแล้วเพราะอาการเหนื่อยและพยาบาลก็กำลังทำแผลให้เขา งูที่กัดเขาเป็นงูไม่มีพิษครับ เพราะรอยเขี้ยวนั้นเรียงกันเป็นแถวซึ่งต่างจากงูที่มีพิษ ชนิดนั้นถ้ากัดจะเห็นรอยเขี้ยวแค่สองรอย” คุณหมอบอกอาการของจ้อน ทุกคนโล่งใจ หมอยังให้ควรรู้เกี่ยวกับพิษงูเพิ่มเติมอีกว่า

พิษงูนั้นมีสามชนิด ชนิดแรกคือพิษต่อระบบประสาท มาจากงูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยมและงูทับสมิงคลา อาการเริ่มจากแขนไม่มีแรง รู้สึกกระวนกระวาย ลิ้นเกร็ง พูดจากอ้อแอ้ไม่ชัดเจน ตามัว น้ำลายฟูมปาก และอาจหยุดหายใจจนเสียชีวิตในที่สุด ชนิดถัดมาคือพิษที่ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลว มาจากงูเขียวหางไหม้ งูแมวเซาและงูกะปะ อาการเริ่มจากปวดมากบริเวณแผล มีเลือดซึมจากแผลและเลือดออกตามอวัยวะอื่น ๆ เช่น เลือดกำเดา ไอ-อาเจียน-ปัสสาวะออกมาเป็นเลือด ชนิดสุดท้ายคือพิษต่อกล้ามเนื้อ มาจากงูทะเล อาการเริ่มแรกจะปวดกล้ามเนื้อ ต่อมาปัสสาวะมีสีแดงคล้ำเนื่องจากกล้ามเนื้อถูกทำลาย ตามมาด้วยอาการไตวายและหัวใจล้มเหลว

ณภัทรบอกทุกคนว่าควรกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันก่อนแล้วค่อยมาเยี่ยมจ้อน แต่มุกลัดดาขออยู่เฝ้าจ้อนที่นี่ ณภัทรไม่เห็นด้วย บอกว่าหากเธอยังอยู่ในสภาพนี้อาจไม่สบายถึงขั้นปอดบวมเอาได้ ตอนนี้จ้อนไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว เธอต่างหากที่ควรห่วงตัวเอง น้ำเพชรจูงเพื่อนสาวของเธอไปที่รถแล้วทุกคนก็นั่งกลับที่พัก

ณภัทรไม่ลืมโทรไปบอกแม่ของจ้อนเรื่องอาการล่าสุดของลูกชาย เธอหายใจโล่งอกพลางกล่าวขอบคุณสิ่งศักดิ์ในสากลโลกที่ช่วยปกปักรักษาลูกชาย บอกว่าไหน ๆ ก็ออกบ้านมาแล้ว ขอเธอและสามีพักที่หมู่บ้านทุ่งวัวคะนองด้วยสักคืน แล้วค่อยกลับพร้อมชาวค่ายในเช้าวันพรุ่งนี้


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!