พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 3

Share
Share

ฝนเริ่มอ่อนกำลังลงไปบ้างแล้ว เหตุการณ์เมื่อครู่ทำณภัทรสูญพลังไปไม่น้อย ตอนนี้กระเพาะของเขาโหยหาอาหารมื้อเย็น โชคดีที่เมื่อกี้ใช้น้ำจิ้มไก่ถ่วงเวลาหมอผีไปไม่มาก ยังเหลือติดก้นขวดพอจิ้มไก่มื้อนี้ได้ ณภัทรเดินกลับห้อง รู้สึกรำคาญผีหนุ่มที่เดินตามขึ้นลิฟต์มาตั้งแต่ชั้นหนึ่ง

ณภัทรไขกุญแจห้องเดินเข้าไปข้างใน ผีหนุ่มเดินตามเข้ามาด้วยพยายามทำตัวให้เหมือนที่มนุษย์ทำมากที่สุด ไม่อยากใช้อิทธิฤทธิ์ของการเป็นผี ทำให้ณภัทรรู้สึกว่าเขาผิดแผกเกินคนไปมากกว่านี้

“ตามฉันมาทำไมเนี่ย?” ณภัทรโผงออกไปในที่สุดหลังจากอัดอั้นเอาไว้นาน

“ฉันอยากขอบคุณที่นายช่วยฉันไว้” ผีหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

ณภัทรผงกหัว

“อืม… แค่นี้ใช่ไหม งั้นนายก็ออกไปได้แล้ว” พูดพร้อมปัดมือไล่คู่สนทนาออกไปจากห้อง

“เดี๋ยวสิคุยกันก่อน ฉันอยากตอบแทนบุญคุณนาย”

“ไม่ต้องหรอก เรื่องแค่นั้นฉันไม่ถือ จะคิดเสียว่าเป็นเพียงฝันสนุก ๆ นายไม่จำเป็นต้องตอบแทนอะไรหรอก”

“ฉันสามารถมองผ่านอดีตของคนที่ฉันสบตาได้ รู้ทุกอย่างทั้งชื่อ การศึกษา นิสัยใจคอ”

ณภัทรแสดงสีหน้าแปลกใจ

“อ๋อ เพราะอย่างนี้ใช่ไหมนายถึงรู้จักฉัน งั้นหมายความว่านายก็รู้ความลับฉันหมดน่ะสิ” ณภัทรเปลี่ยนมาฉายแววตาตระหนกในทันใด

ผีหนุ่มพยักหน้า

“ฉันไม่เอาไปบอกใครหรอก สาบานได้”

“ที่ว่าจะตอบแทนบุญคุณ หมายความว่านายจะมอบพลังแบบนายให้ฉันใช่หรือเปล่า?” ณภัทรนึกสนุก ถ้าเขามีพลังแบบนั้นคงประหลาดพิลึก

“ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ตอนนี้นายกำลังเดือดร้อนเรื่องค่าเทอมใช่ไหม ก็ให้นายเปิดสำนักหมอดู ให้ฉันมองอดีตคนที่มาดูหมอ แล้วเราก็เอามาวิเคราะห์ความน่าจะเป็นเรื่องในอนาคตของคน ๆ นั้น นายก็เก็บเงินค่าบูชาครู”

“แบบนั้นก็หมอเดาน่ะสิ”

“หมอดูคู่กับหมอเดา หมอดูจริง ๆ มีไม่มากหรอก ที่เกลื่อน ๆ ตามตลาดนัดฉันว่าพวกเดาส่งเดชทั้งนั้น”

ณภัทรครุ่นคิด ผีหนุ่มเห็นเป็นจังหวะดีจึงรีบตะล่อมให้เขาเห็นคล้อยด้วย

“นายก็รู้ ใคร ๆ ก็ชอบดูดวง ทำอย่างนี้นายจะได้เงินค่าบูชาครูเยอะนะ”

ณภัทรวาดฝัน ถ้าเป็นอย่างที่ผีหนุ่มกล่าวเขาคงมีเงินพอจ่ายค่าเทอมแพงหูฉี่ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าพลาดทุนที่เพิ่งไปขอเมื่อเย็นวันนี้แน่ ๆ ถ้าโชคดีบังเอิญมั่วถูกอาจเหลือเงินใช้จ่ายส่วนตัว สิ่งที่กำลังอยากได้ทั้งโทรศัพท์มือถือจอยักษ์เอย คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่เอย เขาคงเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก

“ก็ได้ ฉันตกลงตามที่นายบอก แต่ทำแบบนี้นายได้อะไร แค่ต้องการตอบแทนฉันที่ช่วยนายรอดพ้นจากหมอผีเท่านั้นเองเหรอ”

“ก… ก็ใช่นะสิ จะมีอะไรไปมากกว่านั้นเล่า” ผีหนุ่มพูดตะกุกตะกักเหมือนปิดบังบางอย่างไว้

ณภัทรจ้องหน้าผีหนุ่มอย่างไม่เชื่อโดยสนิทใจ แต่ก็เลิกสนใจประเด็นนี้ในที่สุด

“นายรู้เรื่องฉันเยอะแยะ เล่าเรื่องของนายให้ฉันฟังบ้างสิว่านายเป็นใคร ชื่ออะไร เป็นอะไรถึงตาย”

“อะแฮ่ม” ผีหนุ่มยกหมัดมาจ่อที่ปากพลางกระแอมไอ “ฉันชื่อมาวิน อดีตเคยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกับนาย แต่โชคไม่ดีเรียนไม่จบ ถูกสิบล้อเสยท้ายรถจักรยานยนต์ตายคาที่ไปซะก่อนตอนขึ้นปีสาม”

“โถ… น่าสงสารจัง” แววตาณภัทรสลด รู้สึกสงสารวิญญาณหนุ่มตนนี้ขึ้นมาจับใจ

“เอาล่ะ เลิกสนใจเรื่องของฉันได้แล้ว เรามาเข้าเรื่องของเราดีกว่า ฉันจะให้นายตั้งสำนักหมอดูขึ้นมา เอาที่ที่นายคิดว่าทำเลดีลูกค้าเยอะ เดี๋ยวฉันจะร่ายมนตร์เชื่อมสายตากับนาย เมื่อไหร่ที่นายตั้งจิตแน่วแน่มองคนที่มาดูดวง ฉันก็จะเห็นสายตาของคนนั้นเหมือนอย่างที่นายเห็น แต่นายจะไม่เห็นภาพนิมิตเหมือนอย่างที่ฉันเห็นนะ จากนั้นพอฉันใช้พลังมองทะลุอดีตแล้วจะเล่าสิ่งที่ฉันเห็นให้นายฟัง นายก็ทำนายอนาคตของคน ๆ นั้นจากสิ่งที่ฉันเล่าให้ฟัง เอาล่ะให้นายพนมมือ หลับตาทำจิตใจให้สงบเข้าไว้”

ณภัทรยกมือพนมขึ้นกลางอก พยายามทำจิตใจให้ว่าง พิธีเชื่อมสายตาของคนกับผีเริ่มขึ้นแล้ว

เช้านี้ณภัทรโทรปลุก “จ้อน” ผู้เป็นเพื่อนสนิทแต่เช้าเพื่อขอความช่วยเหลือให้ไปซื้อของตามที่เขาระบุ จ้อนเป็นลูกเศรษฐีมีรถยนต์ขับ ลำพังรถจักรยานยนต์ของเขาบรรทุกข้าวของที่ต้องการได้ไม่หมดจึงต้องพึ่งใบบุญเพื่อน แม้ผู้เป็นเพื่อนจะสงสัยว่าให้ซื้อข้าวของแปลกประหลาดเหล่านี้ไปทำไม แต่ก็ยอมช่วยเหลือโดยดี

ของที่จ้อนขนขึ้นท้ายรถประหยัดน้ำมันมีผ้าเจ็ดสี เทียนพรรษา ขันเงินใบใหญ่ เบาะรองนั่ง ตุ๊กตาแมวกวักแบบญี่ปุ่นสองตัวและหุ่นขบวนการพิทักษ์โลกห้าตัวห้าสีผลิตจากจีนแดงดูไร้ราคาราวกับเศษพลาสติก จ้อนขับรถมาจอดข้างตึกสโมสรนักศึกษาตามที่ณภัทรนัด เป็นเวลาที่ธงชาติไทยถูกเชิญขึ้นยอดเสาพอดี

“ไอ้จ้อน ได้ของมาครบหรือเปล่า?” ณภัทรตะโกนทักทันทีที่เจ้าของรถคันงามก้าวเท้าลงจากรถแตะพื้นถนนซีเมนต์ เขาปรี่มาหาทันที

“แกจะเอาของพวกนี้มาทำอะไรวะ จะเอามาทำคอนเซปชวลอาร์ตส่งอาจารย์หรือไง?”

“เออน่า… รอดูเดี๋ยวรู้เอง ขอบใจมากนะเพื่อนที่อุตส่าห์เป็นธุระจัดการให้”

“เออ ๆ ไม่เป็นไร คราวหลังก็อย่าโทรมาปลุกเช้าแบบวันนี้อีกล่ะ วันนี้มีเรียนบ่ายโมงฉันกะตื่นสักสิบเอ็ดโมง เมื่อคืนเลยเล่นเกมจนถึงตีสาม เพิ่งได้นอนไปสี่ชั่วโมงอยู่เลย” จ้อนทำหน้าง่วงเหงาหาวนอน

เมื่อณภัทรมายืนเทียบข้าง ๆ จ้อนก็เห็นความแตกต่างของรูปร่างทั้งสองหนุ่มอย่างชัดเจน ณภัทรผู้มีผิวแทนทนแดดสูง 175 เซนติเมตรได้ แม้สูงไม่มากนักถ้าเทียบกับดาราหรือนักกีฬา แต่รูปร่างของเขาดูสมส่วน แข้งขายาว ไหล่ผาย ลำตัวเหยียดตรง ศีรษะดูเล็กกว่าคนปกติทั่วไป มองดูเหมือนสูงกว่าความเป็นจริงขึ้นมาอีกสิบเซนติเมตร

ส่วนจ้อนลูกชายเศรษฐีผู้มีผิวละเอียดขาวเนียนเหมือนดาราสาวพรีเซนเตอร์โลชั่นบำรุงผิว ตัวเล็กกะทัดรัดเหมือนรถประหยัดน้ำมันของเขา มีส่วนสูงเพียง 165 เซนติเมตร รูปร่างอันผอมบางคล้ายไม่เคยใช้งานกล้ามเนื้อมาก่อน ไหล่แคบไร้สัดส่วนของชายชาตรี ทรงผมที่ไว้ตามตัวละครในการ์ตูนญี่ปุ่นที่ชื่นชอบยิ่งทำให้ศีรษะของเขาดูกลมและโตกว่าเดิม มองดูเหมือนเตี้ยกว่าความเป็นจริงลงมาอีกสิบเซนติเมตร

ตึกที่ทั้งสองหนุ่มหิ้วข้าวของเข้าไปคือตึกสโมสรนักศึกษา มีทั้งหมดสามชั้น ชั้นล่างสุดเป็นใต้ถุนโล่ง มีชุดโต๊ะม้าหินอ่อนหลายชุดสำหรับนั่งทำกิจกรรมปรึกษาหารือ บางคนก็ใช้สถานที่นี้สร้างรายได้พิเศษโดยการติวหนังสือให้กับเด็กมัธยม ชั้นสองและชั้นสามเป็นห้องชมรมต่าง ๆ เช่น ชมรมวรรณศิลป์ ชมรมพุทธศิลป์ ชมรมถ่ายภาพ ชมรมการแสดง ฯลฯ ยกเว้นพวกชมรมกีฬากับชมรมดนตรีแขนงต่าง ๆ ที่จะมีสถานที่เฉพาะสำหรับฝึกซ้อมของแต่ละชมรมไป

ณภัทรและจ้อนอยู่ชมรมอาสาเพื่อสังคม ห้องชมรมอยู่ชั้นสองด้านในสุดทางเดิน ภายในห้องดูโล่งเนื่องจากชมรมนี้ทำกิจกรรมนอกสถานที่ ห้องชมรมจึงมีไว้เพียงประชุมบางครั้งคราว กับเก็บของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เป็นสมบัติของชมรม ณภัทรเห็นสภาพห้องเหมือนเห็นสำนักหมอดูของตนเองอยู่ในหัว ไม่รอช้าเขาเริ่มปรับสภาพห้องทันที

ชั้นไม้วางหนังสือและรูปถ่ายสูงประมาณเอวถูกณภัทรเก็บกวาดจนโล่ง หนังสือถูกนำไปยัดรวมกับเล่มอื่น ๆ ที่ตู้ใหญ่ รูปถ่ายก็เช่นกันถูกนำไปวางไว้บนหลังตู้ใบนั้น ชั้นไม้ถูกแทนที่ด้วยข้าวของที่ณภัทรให้จ้อนไปซื้อ

หุ่นขบวนการพิทักษ์โลกห้าตัวห้าสีจัดวางไว้บนชั้นไม้ ขนาบข้างด้วยตุ๊กตาแมวกวักแบบญี่ปุ่นสองตัว นึกเสียว่าหุ่นขบวนการแทนกุมารทอง ตุ๊กตาแมวกวักแทนนางกวักอันล้าสมัย ผ้าเจ็ดสีถูกผูกไว้ที่ขาของชั้นไม้และขันเงินใบใหญ่สำหรับใส่ค่าบูชาครู เบาะนั่งวางไว้ด้านหน้าชั้นวาง เคียงข้างด้วยเทียนพรรษาเล่มใหญ่ ดูแล้วไม่ขลังแต่แปลกแหวกแนวถูกใจวัยรุ่น

“ทำอะไรวะ อย่างกับศาลเจ้างั้นแหละ” จ้อนว่า

“สำนักหมอดูไง มา ๆ แกมาประเดิมหน่อย” ณภัทรลากแขนจ้อนมานั่งหน้าชั้นไม้ แต่ตอนนี้ควรเรียกว่าแท่นสักการบูชามากกว่า ส่วนตัวเขานั่งลงบนเบาะ ประจันหน้ากับจ้อน

“แกดูดวงเป็นด้วยเหรอ ไม่เห็นรู้มาก่อนเลย”

“ฉันก็เพิ่งรู้ตัวเองเหมือนกัน เอ้า! หย่อนค่าบูชาครูสิ”

จ้อนเลิกคิ้วทำหน้าเหลอหลา ณภัทรไม่ปล่อยให้เพื่อนเรียบเรียงความคิดทำความเข้าใจ โน้มตัวเข้าใกล้หยิบกระเป๋าเงินออกมาจากกางเกงเพื่อน กางกระเป๋าเงินออกดูเห็นธนบัตรพันบาทหลายใบ หยิบออกมาหนึ่งใบหย่อนลงในขัน จ้อนได้สติปรามเพื่อนทัน

“เฮ้ย ๆ เยอะไป” จ้อนคว้ากระเป๋าเงินคืน หยิบธนบัตรพันบาทออกจากขันมาเก็บเข้าที่เดิม แล้วควักธนบัตรยี่สิบบาทหย่อนลงขันแทน “ยี่สิบบาทพอ”

“โห… ไม่สปอร์ตเลยอ่ะเพื่อนฝูง ก็ได้ ๆ เอาล่ะจ้องตาฉันไว้นะ”

ณภัทรนั่งหลังตรง จ้องสายตาแน่วแน่ไปข้างหน้า จ้อนยอมทำตามแต่โดยดี เขาสบสายตาของเพื่อน จู่ ๆ เพลง “ช่างไม่รู้เลย” ของวงพีซเมกเกอร์ก็ดังขึ้นในหัว ไม่นะเราไม่ใช่พวกไม้ป่าเดียวกัน ไม่ได้มีอารมณ์ความรู้สึกในเชิงชู้สาวกับไอ้พัด

ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ในความคุ้นเคยกันอยู่ มันแฝงอะไรบ้างอย่างที่มากกว่านั้น

“เอาล่ะ เลิกสบตากันได้แล้วฉันจะอ้วก” มาวินบอกณภัทร เป็นเสียงที่จ้อนหรือคนธรรมดา ๆ ไม่มีทางได้ยิน

ณภัทรเบนสายตาหนี แอบขนลุกให้กับสายตาหยาดเยิ้มของจ้อนอยู่เหมือนกัน บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าจ้อนเหมือนทอมบอยมากเหลือเกิน

“โถ… เพื่อนนายน่าสงสารมากเลยณภัทร” มาวินพูดน้ำเสียงแฝงความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ

“เพื่อนนายคนนี้ตอนเด็ก ๆ หัวไม่ค่อยดี อยู่ ป.6 ยังท่องสูตรคูณไม่ได้จึงถูกพ่อเฆี่ยนตี จนตอนนี้เขายังท่องสูตรคูณได้ไม่ครบสิบเอ็ดแม่เลย ความรุนแรงไม่สามารถแก้ปัญหาใด ๆ ในโลกได้ แถมยังถูกส่งไปฝึกมารยาทในการเข้าสังคมไฮโซ ถูกบังคับให้เล่นกีฬานานาชนิด โดนจับโยนลงสระเพื่อให้ว่ายน้ำเป็น เรียนพิเศษแบบตัวต่อตัวตั้งแต่เลิกเรียนที่โรงเรียนยันสองทุ่มทุกวัน กว่าพ่อแม่ของเขาจะเห็นแววด้านคอมพิวเตอร์ในตัวลูกชายและสนับสนุนก็ตอนเขาขึ้นชั้น ม.4 เขาดูอึดอัดกับชีวิตวัยเด็กมาก น่าเห็นใจจริง ๆ”

มาวินเล่าเรื่องราวในอดีตของจ้อนที่ตนใช้พลังพิเศษมองเห็นให้ณภัทรฟัง ณภัทรได้ฟังก็รู้สึกสงสารเพื่อนคนนี้ขึ้นมาจับใจ ถ้าการมีเงินมากมายแต่หาความสุขในชีวิตไม่ได้ สู้อยู่อย่างพอกินพอใช้แต่คนในครอบครัวใกล้ชิดสนิทสนมกันแบบครอบครัวของเขาเสียยังจะดีกว่า

ณภัทรเล่าเรื่องที่ได้ยินจากมาวินให้จ้อนฟัง เหมือนเขาเป็นล่ามข้ามมิติให้คนกับผี จ้อนฟังไปคอก็ค่อย ๆ ตกจนอยู่ในท่าก้มมองพื้นในที่สุด ร่างหดเกร็งลีบเล็กลงกว่าเดิม พอเล่าจบร่างกายของจ้อนก็สั่นเทิ้มราวจับไข้

“เป็นอะไรไปวะจ้อน?” ณภัทรถามอย่างห่วงใย

จู่ ๆ จ้อนก็โผเข้ามากอดณภัทรแน่นทำเอาตกอกตกใจ แหกปากร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดังราวกับเด็กเห็นของเล่นแต่พ่อแม่ไม่ตามใจซื้อให้

“ฮือ ๆ ๆ ไอ้พัดเพื่อนรัก มีแต่แกเท่านั้นแหละที่เข้าใจหัวอกฉัน ชีวิตที่ผ่านมาของฉันมีแต่เรื่องเจ็บปวดมากมาย แต่วันนี้ฉันผ่านพ้นจุดนั้นมาแล้ว ขอบใจแกนะที่จะยืนหยัดเคียงข้างฉันไปจนกว่าเราจะตายจากกัน”

ณภัทรลำบากใจไม่รู้จะช่วยปลอบเพื่อนอย่างไรดี

“เออ ๆ ฉันเข้าใจแก เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป แต่ตอนนี้แกปล่อยฉันก่อนได้ไหม น้ำมูกแกจะเลอะเสื้อฉันเอา”

ครอบครัวของจ้อนทำธุรกิจส่วนตัวหลายอย่าง ธุรกิจแรกที่พ่อของเขาจับตั้งแต่เขายังไม่เกิดคือเปิดคาเฟ่มีนักร้องมีคณะตลกผลัดกันขึ้นแสดงสร้างความบันเทิงเรียกลูกค้าซึ่งสมัยนั้นเฟื่องฟูมาก ต่อมาเศรษฐกิจเข้าสู่ยุคฟองสบู่แตก พ่อของจ้อนและหุ้นส่วนประค้ำประคองคาเฟ่ต่อไปได้อีกไม่นานก็ตัดสินใจเปลี่ยนมาเปิดเป็นสวนอาหารแทนเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจ้างนักร้องและนักแสดงตลก

ปัจจุบันสวนอาหารนั้นขายกิจการให้คนอื่นไปแล้ว พ่อของจ้อนหันมาจับธุรกิจอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าแทน ที่ทำอยู่ก็มีคลินิกเสริมความงาม ปั๊มน้ำมันและอีกมายมากที่เป็นหุ้นส่วนกับคนอื่น พ่อของจ้อนจึงอยู่ในแวดวงนักธุรกิจมาตลอดตั้งแต่เป็นหนุ่ม

เมื่อเข้าสู่วัยกลางคนมีครอบครัวเรื่องที่พวกนักธุรกิจคุยกันนอกจากเรื่องการเงินก็หนีไม่พ้นเรื่องของลูก บางคนอวดว่าลูกตนเองมีพรสวรรค์ด้านดนตรีเล่นกีตาร์ เปียโนเป็นตั้งแต่อายุไม่กี่ขวบ บ้างก็อวดว่าลูกตนเองมีแววอัจฉริยะจำธงนานาประเทศได้ ท่องศัพท์ภาษาอังกฤษได้เป็นร้อยคำ หรือไม่ก็อวดว่าลูกตนเก่งกีฬานั่นนี่ มีแววได้ติดทีมชาตินำพาชื่อเสียงสู่ประเทศ

เวลาพ่อของจ้อนโดนเพื่อนถามว่าลูกชายมีแววได้ดีทางด้านไหน พ่อของจ้อนก็อึกอักตอบไม่ออกเพราะลูกชายของเขาไม่ฉายแววเก่งด้านใดเลย เขารู้สึกเสียหน้าจึงมาลงกับลูกชายโดยส่งจ้อนไปเรียนโน่นนี่ตามลูกเพื่อนเพื่อไม่ให้ขายหน้า แต่มีอันต้องผิดหวังเพราะจ้อนไม่แสดงออกถึงพรสวรรค์ใดเลยจนกระทั่งเข้าสู่ชั้นมัธยมปลายถึงรู้ว่าลูกชายมีทักษะด้านคอมพิวเตอร์ระดับมืออาชีพ

หลังจากปล่อยให้เพื่อนปรับสภาพอารมณ์จิตใจให้สงบลงอย่างเดิมก็กินเวลาไปพักใหญ่ เพื่อนรักทั้งสองกลับมาคุยกันเหมือนปกติ

“แกมาตั้งสำนักหมอดูในห้องชมรมอย่างนี้ไม่กลัวยายประธานจอบเฮี้ยบไล่ตะเพิดเอาเหรอ?” จ้อนถาม

“ยายนั่นจะทำอะไรฉันได้ อย่างน้อยฉันก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการชมรมนี้นะ”

คลิก!

ประตูห้องชมรมเปิดออก ร่างอรชรของสตรีสองนางเดินเข้ามาในห้องโล่ง ณภัทรเห็นก็ทำหน้าเหวอ ยังไม่ได้เตรียมแผนรับมือประธานชมรมจอบเฮี้ยบกับคู่หูประจัญบานของเธอเลย


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!