นิยาย

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 25

Share

ภาณุแต่งตัวด้วยชุดทำงานสะอาดสะอ้าน ถือกระเป๋าเอกสารทำจากหนังจระเข้ดูหรูหราเดินลงบันไดจากชั้นสองมุ่งมายังห้องรับประทานอาหาร เขาดูยิ้มแย้มแจ่มใส รับบรรยากาศสดชื่นข้างนอกบ้าน เมื่อถึงห้องรับประทานอาหารก็ชะงัก ทันทีที่เห็นภรรยาสาวผู้อ่อนเยาว์กว่าเขาแปดปี เธอนั่งหน้าบึ้งตึงอยู่ตรงหัวโต๊ะตัวยาวสีขาว เขี่ยข้าวต้มปลาตรงหน้าให้ไอร้อนระอุออก

ภาณุยิ้มเจื่อนให้ เมื่อคืนเขาไม่เห็นเธอในห้องนอน คิดว่างอนหนีกลับบ้านแม่ แต่คงไปนอนห้องอื่นมากกว่า เพราะบ้านหลังนี้ใหญ่โต ห้องหับมากมาย เธอมักเป็นเช่นนี้เสมอ เมื่อเขากลับบ้านดึก ภาณุเดินมานั่งข้าง ๆ ภรรยา แม่บ้านรีบนำข้าวต้มปลาร้อน ๆ มาเสิร์ฟทันที

“ข้าวต้มปลาเป็นไงบ้างจ๊ะ อร่อยไหม?” ภาณุถาม น้ำเสียงเกรงอกเกรงใจภรรยา

ยุวภาวางช้อนกระทบขอบชามเสียงดัง เกร๊ง!

“เมื่อคืนหายไปไหนมาคะ ฉันรอคุณถึงตีสอง จนรอไม่ไหว ต้องออกไปนอนอีกห้อง”

“ก็บอกตั้งแต่หัววันแล้วไงจ๊ะ ว่าเมื่อคืนผมติดธุระ พานักธุรกิจชาวญี่ปุ่นไปเลี้ยงอาหาร”

“ร้านอาหารที่ไหนเปิดดึกดื่นถึงตีสองบ้างคะ นอกเสียจากม่านรูดหรือว่าอาบอบนวด” ยุวภากระชากเสียง

“อย่าเพิ่งอารมณ์เสียสิจ๊ะ ถ้าไม่เชื่อโทรถามคุณฟูจิก็ได้นะ”

ยุวภาเบือนหน้าหนี คุณฟูจินักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่สามีพูดถึง นิสัยนั้นไม่ได้หนีกันไกลเลย ถ้าบอกว่าเมื่อคืนทั้งคู่พากันไปสำราญกับเด็กสาวเอ๊าะ ๆ เธอจะเชื่อโดยไม่ต้องคิดอะไรเลย เธอหน่ายกับพฤติกรรมเช่นนี้ของเขามาก นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่เขาทำน้ำใส ๆ คลอดวงตาทั้งสองของเธอ

ภาณุยิ้มอย่างผู้อยู่เหนือเกม ล้วงหยิบกล่องกำมะหยี่สีม่วงออกมาจากกระเป๋าเอกสารยื่นให้ยุวภา หญิงสาวเห็นของคุ้นตาก็หันควับมามอง ปาดน้ำตาทิ้งไม่ให้ไหลลงมาเลอะเครื่องสำอางบำรุงผิวหน้า คว้ากล่องในมือสามีมาเปิดออก สิ่งของที่อยู่ข้างในทำตาเธอลุกวาว มันคือสร้อยเงินพร้อมจี้เพชรสินค้าตัวล่าสุดของห้างค้าเพชร

“ผมว่าแล้วคุณต้องชอบ นี่สินค้าตัวใหม่ที่สุดของห้างเลยนะ เป็นสินค้าจำกัดจำนวนด้วย ไม่ใช่คนพิเศษจริง ๆ ไม่มีทางได้ใส่หรอก และผมจองสปาไว้ให้คุณตอนบ่ายสองด้วยนะ คุณจะได้ไปนวดตัวเพื่อผ่อนคลาย แล้วก็ได้ใส่จี้นี้ไปอวดใคร ๆ ด้วย”

“ค่ะ! ขอบคุณมากนะคะที่รัก ฉันขอตัวไปอาบน้ำแต่งตัวก่อน” ยุวภาเปลี่ยนมาเสียงหวานเชิงออดอ้อน ลุกมาหอมแก้มสามีหนึ่งฟอด ก่อนวิ่งขึ้นบันไดไปชั้นสอง

ภาณุฉายยิ้มเจ้าเล่ห์ เขารู้จุดอ่อนของภรรยาดี ผู้หญิงคนนี้เอาอยู่ได้ไม่ยาก เท่านี้ก็ไปเสพสุขกับอีหนูได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวว่ายุวภาจะสำแดงอภินิหารบ้านสนั่นไปได้ 3-4 วัน

ยุวภาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เกือบบ่าย เธอหยิบสร้อยจี้เพชรของขวัญชิ้นใหม่จากสามีมาใส่แล้วรู้สึกถูกใจนักถูกใจหนา เพชรน้ำดีแวววาวระยิบระยับอยู่ใต้คอระหงส์ของเธอ มันเด่นสะดุดตา เพราะตัดกับสีผิวขาวเนียนของผู้ใส่ แถมเจ้าตัวยังสวมเสื้อเชิ้ตแขนกุดสีขาวราวกับว่าทั้งเนื้อทั้งตัวจะให้เพชรเม็ดงามเด่นอยู่อย่างเดียว เธอนวดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมเพื่อให้ผมตรงสวยไม่ชี้ฟูตลอดวันนี้ หยิบกระดาษเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดมือ จากนั้นขยำเป็นก้อนแล้วปาลงถังก่อนจะคว้ากระเป๋าคล้องแขนเดินออกจากห้อง

ยุวภาเดินมาที่โรงจอดรถ เปิดประตูรถเก๋งสีขาวคันโก้ที่ป้ายทะเบียนยังเป็นสีแดงแล้วเข้าไปนั่งยังที่นั่งคนขับ หยิบแว่นกันแดดจากคอนโซลหน้ารถขึ้นมาสวมก่อนจะค่อย ๆ เหยียบคันเร่งนำรถออกจากที่จอดขับสู่ถนน พวกพนักงานสปาเห็นสร้อยเพชรเส้นใหม่ของเธอคงอิจฉาตาลุกวาว เสร็จจากสปาเธอวางแผนจะไปกินมื้อค่ำที่ห้องอาหารในโรงแรมหรู ที่นั่นทัศนียภาพดีเพราะอยู่ที่สูง ยิ่งกลางคืนแสงไฟจากตึกรามหรือท้องถนนยิ่งสวย

ด้านหน้าของสปาที่ยุวภามา ตกแต่งด้วยไม้ประดับนานาสายพันธุ์ เครื่องทำหมอกเทียมที่ซุกซ่อนไว้ตามซอก พ่นละอองน้ำให้ความรู้สึกราวกับอยู่บนพื้นที่สูง ยุวภาผลักประตูกระจกเข้าไปข้างในก็รู้สึกถึงกลิ่นหอมอ่อน ๆ เพลงบรรเลงเบา ๆ พนักงานสาวหน้าคุ้นตรงเคาน์เตอร์เอ่ยทักทายด้วยความเป็นกันเอง ยุวภายิ้มให้พลางเชิดอก หวังจะให้ประกายจากจี้เพชรแยงตาพนักงานสาวคนนั้น

“สวัสดีค่ะพี่ยุวภา กำลังรออยู่เลยเชียว ว๊าว… นั่นจี้เส้นใหม่เหรอคะ สวยสุด ๆ เหมาะกับพี่ยุวภามาก”

ยุวภากระหยิ่มยิ้มย่อง “วันนี้ของนวดน้ำมันคาโมมายล์นะ” เธอเลือกน้ำมันหอมระเหยกลิ่นโปรดเพราะถูกใจสรรพคุณของมัน น้ำมันดอกคาโมมายล์ช่วยทำให้ผ่อนคลาย บรรเทาอาการปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ทั้งยังบำรุงผิวพรรณอีกด้วย

“ค่ะ พี่ยุวภาไปรอในห้องได้เลยนะคะ ห้องในซ้ายสุด เดี๋ยวหนูจะไปเตรียมน้ำมันมาให้ค่ะ”

ยุวภาพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปข้างใน เมื่อถึงห้องที่พนักงานสาวบอกก็จัดแจงเปลี่ยนเป็นชุดที่ทางสปาเตรียมไว้ให้ จากนั้นขึ้นมานอนคว่ำบนเตียงยางพาราหนานุ่ม น้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ในห้องทำเธอผ่อนคลาย ไม่นานนักก็รู้สึกถึงสองมือที่นวดไล้บนแผ่นหลัง หากมาสปาที่นี่ ยุวภามักเลือกพนักงานสาวคนนี้ เพราะติดใจน้ำหนักมือของเธอที่นวดถูกจุดสลายความเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี อีกอย่างพนักงานคนนี้ยังยกยอปอปั้นเก่ง เชิดชูยุวภาว่าสวยไร้ที่ติ ราศีไฮโซจับไปทั้งร่าง เธอมักตบรางวัลพิเศษให้เสมอ หลังเสร็จจากการนวด

ระหว่างกำลังผ่อนคลายกับกลิ่นหอม ๆ ของลาเวนเดอร์ที่อบอวลทั่วห้อง ยุวภาก็รู้สึกถึงน้ำหนักมือบนหลังที่กดหนักขึ้นเรื่อย ๆ อุ้งมือทั้งสองข้างกดเน้นที่สะบักไล่ลงไปถึงเอว ทำเธอรู้สึกเหมือนถูกป่นกระดูก ความเจ็บแผ่ซ่านไปทั่วแผ่นหลัง ยุวภายกตัวขึ้นจากเตียงหันหน้าหาเรื่องหวังดุพนักงานสาวผู้เป็นคนนวด แต่ทว่าเธอกลับเห็นพนักงานสาวที่เข้าใจว่ากำลังยืนนวดให้เธออยู่เพิ่งจะเดินเข้าห้องมา

“มือหนักเกินไปแล้วนะ จะหักกระดูกกันหรือยังไง!”

พนักงานสาวทำหน้าแปลกใจ “อะไรเหรอคะพี่ยุวภา?”

ยุวภาประหลาดใจ หากพนักงานสาวคนนี้เพิ่งเข้ามาแล้วใครกันที่เป็นคนนวดหลังให้เธอเมื่อครู่นี้

“อ้าว… เธอเพิ่งเข้ามาเหรอ แล้วเมื่อกี้เธอเห็นใครออกจากห้องนี้ไปหรือเปล่า?”

“ไม่เห็นมีใครนี่คะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

ยุวภาอาจคิดและรู้สึกไปเอง พักหลังมานี้เธอกังวลจนเครียดกับเรื่องสามีมากไปหน่อยจิตใจคงว้าวุ่น ไว้เร็ว ๆ นี้จะพยายามหาเวลาว่าง ๆ ชวนเพื่อนไปปฏิบัติธรรมสงบจิตใจในวัดป่าที่ไกล ๆ ครั้งนี้เธอจะอยู่ให้ครบกำหนด จะไม่แอบหนีออกมากลางคันเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมาอีกแล้ว

ออกจากสปามาก็เป็นเวลาห้าโมงเย็นกว่าแล้ว ช่วงเวลานี้รถติดหนัก กว่ายุวภาจะมาถึงโรงแรมหรูใจกลางเมือง ท้องฟ้าก็มืดสนิททั้งผืนไร้แสงเรืองรองจากดวงดาว แถมยังต้องวนรถในลานจอดหลายเที่ยวกว่าจะเจอที่จอด

นาฬิกาหน้าคอนโซลรถระบุเวลา 18.30 น. ยุวภาลงจากรถเดินเข้ามาในโรงแรม เธอตกใจกับปริมาณคนภายในนี้ วันนี้ที่โรงแรมมีอะไรพิเศษ ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นคนพลุกพล่านขนาดนี้มาก่อนเลย ทั้งคนไทยและคนต่างชาติพูดคุยกันล้งเล้งดังน่ารำคาญ

ยุวภาต่อคิวขึ้นลิฟต์ เธอไม่ยอมเดินขึ้นบันไดไปแน่ เพราะกว่าจะถึงร้านอาหารขาเธอคงปูดเป็นนักกีฬาน่องเหล็กเสียก่อน ขณะกำลังรู้สึกเหมือนอากาศด้านล่างนี้กำลังจะหมดก็ถึงคิวเธอขึ้นลิฟต์พอดี ตอนนี้ลิฟต์บรรทุกน้ำหนักเท่าที่มันจะบรรทุกได้โดยไม่ร้องงอแง คนในลิฟต์จึงเบียดกันน่าดู กลิ่นตัวจากฝรั่งร่างท้วมที่ยืนอยู่ข้างหน้า ทำยุวภาสะอิดสะเอียนอยากออกจากลิฟต์ประเทศโลกที่สามตัวนี้เร็ว ๆ

คนเยอะอย่างนี้ร้านอาหารที่คิดจะไปกินโต๊ะจะเต็มไหมนะ ไม่ได้โทรจองที่นั่งเอาไว้ด้วย หากมาแล้วไม่ได้กินคงเสียเที่ยวน่าดู แต่โชคดีเมื่อมาถึงพบว่าที่ร้านยังทีโต๊ะว่างอีกหลายโต๊ะ ยุวภายิ้มแฉ่งเดินกระบิดกระบวยมานั่งยังโต๊ะที่ว่าง แน่นอนล่ะสิอาหารร้านนี้แพงจะตาย จะมีสักกี่คนที่มีโอกาสได้มากินบ่อย ๆ อย่างเธอ บริกรเห็นเธอนั่งโต๊ะก็รีบเข้ามาหา กล่าวต้อนรับพลางยื่นเมนูให้แล้วยืนรอรับออเดอร์

อาหารที่ยุวภาสั่งล้วนปรุงจากวัตถุดิบที่หาไม่ได้จากภายในประเทศ เธอเบื่อข้าวต้มปลาฝีมือแม่บ้านที่กินเป็นมื้อเช้าทุกวัน เบื่อแกงไทย ๆ รสชาติบ้าน ๆ ในตอนเย็น วันนี้ขอล้างปากกินอาหารฝรั่งให้หนำใจหน่อยเถอะ

ระหว่างรอจานหลักยุวภาก็ดูดสมูทตี้โยเกิร์ต พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศงดงามของเมืองในเวลาตอนกลางคืน แสงสีตามตึกและท้องถนนสวยงามราวกับเป็นผลงานศิลปะทรงคุณค่าชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว

บริกรสองคนยกจานอาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะ สเต็กเนื้อโกเบนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น สปาเก็ตตี้กุ้งล็อบสเตอร์ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อบชีสและซุปเห็ดทรัฟเฟิล ที่ยุวภาสั่งมาเธอมั่นใจว่ากินไม่หมด แต่เธอมีความสุขยามที่ได้สั่งอาหารแพง ๆ พวกนี้ มากกว่าได้ลิ้มสัมผัสรสชาติเสียอีก เธอหยิบมีดขึ้นมาหั่นสเต็กเนื้อให้เป็นชิ้นพอดีคำแล้วเอาเข้าปาก ค่อย ๆ เคี้ยวละเมียดละไมจนกัดอะไรแข็ง ๆ เข้าก็หยิบกระดาษทิชชูมาคายอาหารในปากออก

เป็นกระดูกหรืออะไร ที่เธอสั่งเป็นสเต็กเนื้อล้วนไม่ใช่ซี่โครงย่าง แต่พอดูสิ่งที่กระดาษทิชชูห่อก็แปลกใจ เธอไม่พบอะไรเลยนอกจากเนื้อฉ่ำน้ำล้วน ๆ เพียงอย่างเดียว เธออาจกัดฟันตัวเองแล้วคิดเอาว่าเป็นกระดูกก็เป็นได้

ยุวภาวางมีดและส้อมลง หยิบช้อนขึ้นตักหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อบชีส มอสซาเลล่าชีสยืดเป็นเส้นยาว เธองับหอยแมลงภู่เข้าปากพลางกัดชีสให้ขาด เคี้ยวหนุบหนับอยู่ในปากก็รู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอม อะไรหยาบ ๆ เหนียว ๆ คล้ายเส้นฝอยอยู่ในปากเธอ เธอคว้ากระดาษทิชชูออกมาคายอาหารออก แล้วมองหาสิ่งแปลกปลอมแต่ก็ไม่เจออะไร วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับเธอเหมือนประสาทสัมผัสทำหน้าที่ผิดเพี้ยน

เธอวางช้อนลงคาจานหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ แล้วคว้าช้อนใบใหม่คนซุปเห็ดทรัฟเฟิลแทน แต่ระหว่างที่คนอยู่สายตาของยุวภาก็เหลือบไปสิ่งที่ไม่ควรอยู่ในซุปชามนี้ มันดูเหมือนก้อนเนื้อสีขาวซีดทรงรีคล้ายอวัยวะสัตว์ ทีแรกเธอไม่เชื่อสายตาตนเองจึงคนต่อไปเรื่อย ๆ จนเห็นสิ่งที่ดูคล้ายเล็บ นั่นทำให้เธอแน่ใจว่านั่นคือนิ้วมือข้อแรกของมนุษย์ เธอขนลุกและสั่นไปทั้งตัวคว้ากระเป๋าคล้อยแขนเดินออกมาจ่ายเงิน โดยที่ยังไม่ได้กลืนอาหารที่สั่งลงคอสักคำ

เธอเดินออกจากร้านตรงมาที่ลิฟต์ ลิฟต์จอดรออยู่แล้วจึงกดปุ่มเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปทันที กล่องเหล็กยักษ์ใช้เวลาไม่นานก็พาหญิงสาวลงมาถึงชั้นล่างสุดพร้อมบอกให้ผู้โดยสารรู้ด้วยเสียง ติ๊ง! ประตูเปิดออกยุวภาก้าวออกมาพบความประหลาดใจ

ที่ชั้นล่างตอนนี้ร้างไร้ผู้คนผิดจากเมื่อยี่สิบนาทีก่อน บรรยากาศวังแวงท่ามกลางแสงไฟสลัว ทุกอย่างเงียบกริบไม่มีแม้กระทั่งเสียงรถแล่นบนท้องถนน เป็นไปได้ยังไง เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงผู้คนจะหายไปไหนได้ไวเพียงนี้ ยุวภาเสียวสันหลังวาบ รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลที่กำลังคุกคามเธออยู่ วันนี้ทั้งวันเธอเจอแต่เรื่องแปลก ๆ

ความประหลาดใจยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีกเมื่อเดินมาถึงลานจอดรถ ลานจอดรถอันกว้างขวางมีเพียงรถคันโก้ของเธอและคันอื่น ๆ อีกประมาณห้าคัน ทั้ง ๆ ที่ตอนเข้ามาเธอวนหาที่จอดรถไม่รู้ต่อกี่รอบ รถยนต์นับร้อยคันจะพร้อมใจกันออกจากลานจอดหมดทุกคัน ในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงได้อย่างไร ใจยุวภาอยู่ไม่สุข เนื่องด้วยหวาดระแวงเรื่องลึกลับนานาที่เกิดขึ้น ต่อไปเหตุการณ์เหนือธรรมชาติอะไรจะป่วนประสาทเธออีก ที่ไหนในโลกนี้ที่เธอสามารถหลบลี้จากเหตุการณ์พรรค์นี้ได้บ้าง

เธอรีบเข้าไปในรถ ตอนนี้ควรหาที่พึ่งพิงทางจิตใจ สถานที่ที่เธอนึกออกตอนนี้คือ “บ้าน” บ้านหลังแรกที่เลี้ยงดูเธอจนเติบใหญ่ บ้านหลังที่มีคนรักคนห่วงใยทั้งคุณแม่และพี่สาว ไม่รู้เพราะอะไรยุวภาเกิดอาลัยอาวรณ์ความอบอุ่นจากบ้านหลังนั้นเมื่อครั้นอดีต ตั้งแต่เธอออกเรือนไปก็ไม่เคยได้สัมผัสความอบอุ่นอย่างนั้นอีกและไม่เคยแม้แต่จะคิดถึง เธอยอมรับว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมาเธอลืมบ้านของเธอไปเสียสนิท แต่ตอนนี้จะมีอะไรน่าอุ่นใจเท่าบ้านของเราอีกล่ะ

ออกมาบนถนนใหญ่มีรถยนต์น้อยกว่าที่คิด ตามปกติช่วงเวลานี้ควรจะเป็นช่วงที่รถติดที่สุดของวัน ยุวภาสมาธิจดจ่อกับเส้นทางข้างหน้า เธอรู้สึกความสามารถในการมองเห็นลดลง ตามันพร่ามัวเหมือนกำลังขับฝ่าคืนฝนกระหน่ำ ศีรษะปวดตุบ ๆ เหมือนแพ้ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทั้งที่ไม่ได้ดื่ม เธอกลัวตัวเองจะหลับใน และเป็นไปได้ว่าอาจจะกำลังฝันอยู่ จึงตบหน้าตัวเองเต็มแรงเสียงดัง เพี๊ยะ! แต่นี่คือความจริง เธอไม่ได้ฝันเพราะเจ็บแปลบที่แก้มซึ่งจารึกรอยแดงรูปฝ่ามือของเธอเอง

อีกไม่ไกลก็จะถึงบ้านของเธอแล้ว จู่ ๆ ยุวภาก็รู้สึกถึงบางสิ่งตะกุกตะกักอยู่หลังรถเธอ เธอเหลือบดูกระจกมองหลังแต่ก็ไม่พบความผิดปกติอะไร สักพักก็เกิดเสียงแบบเดิมขึ้นอีกแต่ครั้งนี้รุนแรงกว่า ยุวภาเร่งเครื่องยนต์เร็วขึ้น พยายามไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่อดใจไม่ได้ต้องหันไปดูกระจกมองหลัง สิ่งที่กระจกสะท้อนทำเธออึ้งและตกใจ กระโปรงท้ายรถเด้งเปิดออกมาเองพร้อมมือขาวซีดเหมือนศพในห้องดับจิตโผล่ออกมาจับฝากระโปรงท้ายเอาไว้

ยุวภาใจหายวาบ อยากกรีดร้องระบายความกลัวแต่ไม่มีเสียง ละสายตากลับมามองทางก็ตกใจตาเหลือก รถยนต์สีขาวคันโก้กำลังจะพุ่งชนเสาไฟฟ้า เธอรีบผละเท้าขวาออกจากคันเร่ง เท้าซ้ายเหยียบเบรกจนมิด เสียงยางบดถนนดังเอี๊ยดอ๊าดสะนั่น รถป้ายแดงชนเสาไฟฟ้าเสียงดังตูม จนกันชนหน้ายุบไปส่วนหนึ่ง ถุงลมนิรภัยพองออกรับศีรษะผู้ขับขี่ไม่ให้กระแทกกับพวงมาลัย

ยุวภาสติหลุดลอยไปชั่ววูบนึกว่าตนเองตายเสียแล้ว สักพักเธอก็เปิดประตูลงจากรถหันไปมองท้ายกระโปรงพบว่ายังปิดสนิทดีเหมือนเดิม สองขาพยุงร่างกายอ่อนปวกเปียกเนื่องด้วยตกใจกลัวจนหมดเรี่ยวแรง เดินเข้าไปในซอยเพื่อกลับบ้าน คนในบ้านยังไม่หลับ เปิดไปสว่างโล่ ยุวภาเคาะประตูอยู่ 2-3 ที น้ำเพชรก็ออกมาเปิด เธอล้มตัวใส่หลานสาวแล้วผล็อยหลับไป

ณภัทร น้ำเพชร จ้อนและมุกลัดดาอยู่กันครบที่ห้องชมรมอาสาเพื่อสังคมหรือที่รู้จักกันไปทั่วในชื่อของสำนักพ่อหมอณภัทร น้ำเพชรเล่าเรื่องประหลาดที่น้าของเธอประสบพบเจอให้เพื่อน ๆ ฟัง ทั้งมือลึกลับที่มานวดตอนอยู่สปา อาหารที่มีสิ่งแปลกปลอมซุกซ่อน ผู้คนและรถราที่พร้อมใจกันอันตรธานหายวับไปในเวลาไม่กี่ชั่วอึดใจ สิ่งลี้ลับที่แอบอยู่กระโปรงท้ายรถ

“ที่แกเล่ามาเอาไปทำหนังผีได้เลยนะเนี่ย” มุกลัดดาว่า ท่าทางเธอเชื่อเรื่องที่เพื่อนเล่าไม่สนิทใจเท่าไหร่นัก

“แต่ฉันว่าน้าเขาไม่ได้โกหกหรอก คงเห็นคงเจออย่างนั้นมาจริง ๆ” น้ำเพชรพูด

“เป็นพวกผีบังตารึเปล่า แบบว่าทำให้คนเห็นภาพหลอนไปเอง ฉันเคยเห็นในหนังผีหลายเรื่องที่ผีบังตา ทำให้คนสับสนนึกว่าเพื่อนเป็นผีแล้วฆ่ากันเอง ลองถามเพื่อนผีแกดูสิไอ้พัด” จ้อนว่า

ณภัทรเออออหันไปมองมาวินแล้วเอ่ยถาม

“เป็นไปได้ไหมที่น้าของน้ำเพชรจะเป็นอย่างที่ไอ้จ้อนว่า”

มาวินตอบกลับมาน้ำเสียงละล่ำละลัก

“ฉันจะไปรู้เหรอ ไม่ได้จับตามองผู้หญิงคนนั้นทั้งวันทั้งคืนเสียหน่อย”

พูดจบมาวินก็หายวับไป ฟังจากน้ำเสียงเขาเหมือนไม่พอใจที่ถูกถามเช่นนั้น เรื่องแค่นี้ทำไมเขาต้องทำท่าทีโกรธเกรี้ยวเช่นนั้นด้วย นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เขาเป็นแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว นับวันณภัทรยิ่งสงสัยในตัวเพื่อนผีตนนี้ของเขามากยิ่งขึ้น

“เพื่อนนายว่ายังไงบ้าง?” มุกลัดดาถาม

“เขาบอกไม่รู้” เห็นมาวินอารมณ์เสีย ณภัทรก็พลอยเสียอารมณ์ไปด้วย

“มุกลัดดา” จ้อนเรียกโดยไม่หันไปสบตา เขาหยุดนิ่งเหมือนครุ่นคิดอะไรในหัวก่อนจะพูดต่อ “เย็นนี้เธอต้องไปเลือกซื้อเสื้อผ้ากับฉันนะ พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปเปิดตัวกับพ่อแม่ของฉัน”

ณภัทรและน้ำเพชรได้ยินเช่นนั้นก็ประหลาดใจ

“แกกับมุกลัดดาคบกันอยู่เหรอ อะไรจะเร็วปานนั้น ถึงกับจะพากันไปเปิดตัวกับพ่อแม่แล้ว” ณภัทรว่า

“แค่คบกันหลอก ๆ น่ะ เพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องหมั้นกับผู้หญิงที่พ่อแม่หาไว้ให้” จ้อนหลุบตามองพื้น ไม่อยากสบตากับใคร

แม้น้ำเพชรจะไม่ได้หูดีอย่างค้างคาว แต่ก็ได้ยินเสียงทอดถอนใจแผ่วเบาของเพื่อนสาวที่นั่งข้างกัน เธอรู้ว่าเพื่อนคนนี้มีความรู้สึกดี ๆ มอบให้ใคร การที่เขาพูดอย่างนี้ออกมาเหมือนเป็นการบอกอ้อม ๆ ว่าเรื่องของเราเป็นไปไม่ได้ มาได้อย่างมากแค่เพียงเพื่อน น้ำเพชรอ่านสายตานั้นของเพื่อนสาวออก มันฉายแววทั้งสุขและเศร้าเคล้าคนกัน


Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

error: Content is protected !!