หากพูดถึงจังหวัดลำปาง หลายคนคงนึกถึงรถม้า แต่รู้ไหมว่าที่นี่ยังเป็นเมืองหลวงแห่งเซรามิกของประเทศไทย โดยเฉพาะชามตราไก่ที่เราคุ้นเคยกันดีตามร้านก๋วยเตี๋ยว วันนี้ไอติมจะพาเพื่อน ๆ ไปเจาะลึกประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา และศิลปะที่ถูกส่งต่อมานับร้อยปีที่ พิพิธภัณฑ์เซรามิกธนบดี (Dhanabadee Ceramic Museum) ซึ่งดัดแปลงบ้านของช่างเซรามิกยุคบุกเบิก ให้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์
“อาปาอี้” ชายชาวจีนผู้หนีภัยสงคราม สู่ผู้บุกเบิกเซรามิกลำปาง
เซรามิกเมืองลำปางเริ่มต้นจากชายชาวจีนชื่อ อาปาอี้ (นายอี้ ซิมหยู แซ่ฉิน) ผู้ลี้ภัยสงครามโลกจากประเทศจีนเข้ามาในไทย ตอนแรกอยู่กรุงเทพฯ จากนั้นย้ายมาอยู่เชียงใหม่ ต่อมาได้บังเอิญพบแหล่งแร่ดินขาว ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับทำเซรามิกอยู่ที่จังหวัดลำปาง

อาปาอี้ตัดสินใจย้ายครอบครัวมาตั้งรกรากที่ลำปาง เพราะสมัยก่อนการขนส่งแร่ข้ามจังหวัดทำได้ยาก อาปาอี้ร่วมหุ้นกับเพื่อนชาวจีน เปิดโรงงานชามตราไก่แห่งแรกของจังหวัดลำปาง แม้ต่อมาเพื่อน ๆ จะแยกทางกันไป แต่อาปาอี้ยังมุ่งมั่นสร้างโรงงานของตัวเอง โดยเริ่มจากผลิตถ้วยตะไลที่เอาไว้ใส่ขนมถ้วย จนกิจการรุ่งเรือง ก่อนที่ลูกชายชื่อคุณพนาสิน จะนำความรู้ทางศิลปะมาต่อยอด และก่อตั้งเป็นบริษัทผลิตเซรามิกส่งออกไปทั่วโลก
ความมงคลที่ซ่อนอยู่บนลายชามตราไก่
ลายบนชามตราไก่ที่เราเห็น มีต้นกำเนิดจากประเทศจีนเมื่อกว่าร้อยปีที่แล้ว โดยในอดีตชาวบ้านวาดลวดลายจากวิถีชีวิตและสิ่งรอบตัว สัญลักษณ์แต่ละอย่างบนชามตราไก่ที่เราเห็นมีความหมายดังนี้ครับ
- ไก่: สื่อถึงความขยันขันแข็ง และความแข็งแรง
- ดอกโบตั๋น: สื่อถึงความสวยงาม
- ต้นกล้วยและใบหญ้า: สื่อถึงความมั่งคั่ง ร่ำรวย

ที่พิพิธภัณฑ์นี้ใช้สีส้มในการวาดตัวไก่ ซึ่งเป็นโทนสีที่ใกล้เคียงต้นฉบับดั้งเดิมจากจีนมากที่สุด และไฮไลต์ของที่นี่คือชามไก่จิ๋ว ที่มีขนาดเล็กกว่าเม็ดข้าวสาร ช่างฝีมือวาดลวดลายด้วยขนพู่กันเพียงเส้นเดียว และใช้เวลาทำนานกว่าครึ่งปี สุดยอดความประณีตเลยครับ
เตามังกรโบราณ
ยุคก่อนการปั้นชามต้องใช้ทักษะสูง และใช้แป้นหมุนมือที่ดัดแปลงจากล้อจักรยาน ช่างหนึ่งคนสามารถปั้นชามได้เพียง 30 ใบ/วัน แต่ปัจจุบันได้นำเครื่องจักรที่เรียกว่าเครื่องจิ๊กเกอร์ (Jigger) มาใช้ ช่างหนึ่งคนเลยผลิตชามได้ถึง 300 ใบ/วัน

อีกไฮไลต์ของที่นี่คือเตามังกร เตาเผาเซรามิกในอดีตที่มีอายุราว 60 ปี ที่อาปาอี้ลงมือสร้างเองตอนปี พ.ศ. 2508 เป็นเตาเผาอุโมงค์ยาวที่สมัยก่อนใช้ไม้ไผ่เป็นเชื้อเพลิง เผาไล่ความร้อนข้ามวันข้ามคืน ปัจจุบันเตามังกรแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากร ถือเป็นสมบัติทางประวัติศาสตร์ของไทยครับ

ที่พิพิธภัณฑ์มีคาเฟ่และพื้นที่ทำ Workshop ให้เราได้ลองเพนต์ลายเซรามิกในแบบของตัวเอง มีให้เลือกทั้งแบบเพนต์แล้วรอแห้งก็เอากลับบ้านได้เลย หรือแบบที่เพนต์แล้วต้องฝากโรงงานนำไปเผาข้ามวัน เพื่อให้สามารถเอาไปใช้กับไมโครเวฟได้ แล้วทางโรงงานจะส่งไปรษณีย์ไปให้ที่บ้าน
หากใครมาเที่ยวลำปาง สามารถแวะไปชมพิพิธภัณฑ์เซรามิกธนบดีได้ ที่นี่อยู่ใกล้สนามบินลำปาง อยู่ติดกับวัดจองคำเลยครับ เปิดให้ชมทุกวันเป็นรอบ ๆ โดยมีไกด์คอยบรรยายให้ความรู้ ค่าเข้าชม 60 บาท นักเรียน/นักศึกษาลดครึ่งราคาครับ