ไอติมเล่า

Beyond The Badge เปิดแฟ้มคดีลับ FBI Thailand

Share

ภาพจำของ FBI คือ เจ้าหน้าที่ร่างกายแข็งแรงที่เข้าบุกจับคนร้าย ไล่ล่าอาชญากร ออกไปบู๊แบบเท่ ๆ แฝงตัวเข้าไปสืบคดีในสถานที่อันตราย แต่จริง ๆ แล้วหน้าที่ของ FBI มีเยอะกว่านั้นมากครับ และในประเทศไทยก็มีเจ้าหน้าที่ FBI ประจำการอยู่

ep นี้ ไอติมมาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ Beyond The Badge: เปิดแฟ้มคดีลับ FBI Thailand เขียนโดยจอห์น ชาคนอฟสกี (John Schachnovsky) อดีตหัวหน้าเจ้าหน้าที่พิเศษ FBI ที่เคยประจำการอยู่ที่กรุงเทพนานกว่าสิบปี

ในเล่มคุณจอห์นเล่าชีวิตตัวเองว่ามาเป็น FBI ได้ยังไง เล่าสิ่งที่เขามีส่วนร่วมในคดีใหญ่ ๆ ที่เกิดขึ้นในไทย ทำให้เราเห็นหน้าที่ของ FBI ว่ามีมากมายหลายด้านเลยครับ

จอห์น ชาคนอฟสกี (John Schachnovsky)

FBI ทำหน้าที่อะไรบ้าง

FBI (Federal Bureau of Investigation) หรือสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงยุติธรรม หน้าที่ของ FBI หลัก ๆ มีดังนี้ครับ

ต่อต้านการก่อการร้าย

ป้องกันการโจมตีของผู้ก่อการร้าย ทั้งจากภายในประเทศ และจากนอกประเทศ โดยจะทำงานร่วมกับหน่วยข่าวกรองอื่น ๆ เช่น CIA เพื่อสกัดกั้นแผนก่อการร้าย ก่อนที่จะเกิดความเสียหาย

ต่อต้านการจารกรรม

ปกป้องความมั่นคงของชาติ จากสายลับที่พยายามขโมยความลับทางราชการ เทคโนโลยี หรือข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ

บังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลาง

ทำหน้าที่สืบสวนคดีที่อยู่นอกเหนืออำนาจของตำรวจท้องถิ่น เช่น คดีฉ้อโกงระดับชาติ ฉ้อโกงงบประมาณแผ่นดิน คดีทุจริต การฟอกเงิน หรือการค้ามนุษย์

ป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์

ปราบกลุ่มแฮกเกอร์ อาชญากรรมออนไลน์ และตลาดมืดบนอินเทอร์เน็ต หรือ Dark Web

จุดเด่นของ FBI ที่เรามักเห็นคือการวิเคราะห์หลักฐานแบบไฮเทค FBI มีห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ที่สามารถวิเคราะห์หลักฐาน ลายพิมพ์นิ้วมือ DNA

และ FBI ยังเป็นผู้ดูแลฐานข้อมูลอาชญากรรมที่ตำรวจท้องถิ่นทั่วสหรัฐใช้ จึงสามารถตรวจสอบประวัติอาชญากรรมย้อนหลัง และเทียบลายนิ้วมือของอาชญากรที่มีอยู่ในฐานข้อมูลได้

มาดูกันครับว่าคุณจอห์นมีส่วนร่วมยังไงบ้าง ในคดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นที่ประเทศไทย


คดีลอบวางระเบิดในไทย

ในหนังสือคุณจอห์นเล่าเหตุการณ์ลอบวางระเบิดในไทยไว้ 2 คดี คือคดีวางระเบิดลอบสังหารนักการทูตอิสราเอล และคดีระเบิดศาลพระพรหมเอราวัณครับ

คดีลอบสังหารนักการทูตอิสราเอล

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2012 ได้เกิดเหตุระเบิด ช่วงแรกข่าวรายงานว่าเป็นฝีมือของแก๊งอาชญากร แต่หลังจากนั้น 2-3 วัน ตำรวจเชื่อมโยงได้ว่าเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ ที่เคยพยายามสังหารนักการทูตอิสราเอลในอินเดียและจอร์เจีย มาแล้ว แต่ไม่สำเร็จ

ที่ไทยตอนตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยซากหักพัง มีชายต่างชาติคนหนึ่งนอนอยู่บนถนน ขาของเขาข้างหนึ่งขาดเพราะโดนระเบิด ตำรวจไทยสืบสวนเหตุการณ์จนรู้ว่าเรื่องเริ่มต้นที่ระเบิดเกิดทำงานในบ้านหลังหนึ่ง คนแถวนั้นรีบหนีออกมาจากที่เกิดเหตุ รวมถึงชายคนนี้ด้วย

แต่ชายคนนี้วิ่งหนีออกมาพร้อมระเบิดสองลูก ถือไว้ในมือข้างละลูก เขาเรียกแท็กซี่ แต่แท็กซี่ไปยอมไปส่งที่ที่เขาจะไป เขาเลยกลิ้งระเบิดลูกหนึ่งไปใต้ท้องรถแท็กซี่ ระเบิดทำงาน คนขับแท็กซี่บาดเจ็บ แต่ไม่เสียชีวิต สภาพรถแท็กซี่เสียหายหนัก

ตำรวจได้รับแจ้งเหตุก็รีบมาตามหาตัวคนก่อเหตุ จังหวะหนึ่งที่ชายคนนี้ถูกตำรวจไล่ตาม เขาหันหลังมาปาระเบิดใส่ตำรวจ แต่ปาไปโดนต้นไม้ แล้วระเบิดเด้งกลับมาโดนตัวเอง จนขาขาดไปข้างหนึ่ง

ต่อมาตำรวจทราบว่าชายคนนี้ชื่อซาอีด โมราดี (Saeed Moradi) ตำรวจไทยได้ขอให้คุณจอห์นหาข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับชายคนนี้ให้ คุณจอห์นเอาชื่อนี้ไปค้นในฐานข้อมูลของ FBI แต่ก็ไม่เจอ พอลองเอาไปหาในฐานข้อมูลของหน่วยงานอื่น ๆ ของสหรัฐก็ไม่เจอข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับซาอีดเลย

ตำรวจไทยตั้งข้อหากับผู้ต้องสงสัย 5 คน จากการสืบสวนพบว่าผู้ก่อการร้าย 3 คนบินเข้ามาประเทศไทยโดยลงที่ภูเก็ตเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ แล้วเดินทางไปพัทยา ซื้อผู้หญิงบริการ 3 คนมาปาร์ตี้ด้วยเป็นเวลา 5 วัน ก่อนจะเดินทางมากรุงเทพ มาพักที่บ้านหลังที่เกิดเหตุระเบิด

บ้านหลังนี้มีสมาชิกของกลุ่มก่อการร้ายรออยู่ เพื่อสอนทำระเบิดให้กับ 3 คนที่เพิ่งมาถึง พอสอนเสร็จเขาก็ออกจากบ้านไป ในบ้านเหลือแค่ชาย 3 คน แล้วไม่ทันไรระเบิดที่เพิ่งประดิษฐ์เองก็เกิดทำงานขึ้นมา จนเหตุการณ์เป็นไปตามที่ผมเล่าเมื่อกี้ครับ

หลังจากนั้นคุณจอห์นได้รับรายงานว่ามีเหตุการณ์คล้าย ๆ กันเกิดขึ้นที่อินเดียและจอร์เจีย โดยเกิดก่อนประเทศไทยหนึ่งวัน เหตุการณ์ที่อินเดียเกิดที่เมืองนิวเดลี หลังบ่าย 3 โมงนิด ๆ ตอนนั้นภรรยาของนักการทูตอิสราเอลกำลังนั่งรถไปรับลูก ๆ ที่โรงเรียน ตอนที่รถขับมาถึงสี่แยก ภรรยานักการทูตเห็นว่ามีมอเตอร์ไซค์ขับเข้ามาประชิด แล้วติดอุปกรณ์ที่เป็นแม่เหล็กไว้กับรถของเธอ

จากนั้นอุปกรณ์นั้นก็ระเบิด รถที่เธอนั่งมาและรถคันที่ตามหลังมาเสียหายจากแรงอัดของระเบิด เธอและคนขับรถบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด มีคนอื่นที่อยู่ใกล้ ๆ บาดเจ็บเล็กน้อยอีก 2 คน

ภาพจาก: abc.net.au

ที่เมืองทบิลิซี ประเทศจอร์เจียเจอแผนการแบบเดียวกัน แต่เก็บกู้ระเบิดได้ทัน เลยไม่มีใครบาดเจ็บ และที่ไทยผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้ก็กำลังวางแผนแบบเดียวกัน เป้าหมายคือนักการทูตอิสราเอล แต่แผนการล้มเหลวตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างระเบิดครับ

นอกจากโมราดีที่ถูกจับได้แบบคาหนังคาเขา เพราะระเบิดขาตัวเองขาด ผู้ก่อการร้ายในแผนการนี้ยังมีอีก 4 คน โมฮัมมัด ฮาซาอี (Mohammad Hazaei) ถูกจับที่สนามบินไทย ขณะกำลังจะหนีกลับอิหร่าน มาซูด (Masoud) ถูกจับที่สนามบินมาเลเซีย ขณะกำลังจะหนีกลับอิหร่าน

อีก 2 คนที่เหลือหนีกลับอิหร่านได้ คนร้ายทั้ง 3 ติดคุกอยู่ที่ไทย จนถึงปี 2020 ก็ถูกส่งตัวกลับกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่านครับ

ซาอีด โมราดี (Saeed Moradi)
ภาพจาก: mgronline.com

คดีระเบิดศาลพระพรหมเอราวัณ

3 ปีกว่า ๆ หลังจากคดีเมื่อกี้ วันที่ 17 สิงหาคม 2015 เกิดเหตุระเบิดที่ศาลพระพรหมเอราวัณ ใกล้กับโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ ที่อยู่ตรงแยกราชประสงค์ ใกล้กับสถานีบีทีเอสชิดลม และแถวนั้นมีห้างหรูมากมาย มีคนพลุกพล่านทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เรียกว่าตรงนั้นคือใจกลางของกรุงเทพ และเป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทยครับ

ภาพจาก: thairath.co.th

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเหตุระเบิดที่รุนแรงที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพครับ มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์หลายราย

กล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพชายคนหนึ่งวางกระเป๋าเป้ไว้ใต้ม้านั่งเหล็กหน้าศาลพระพรหมเอราวัณ หลังจากเขาเดินออกไปไม่นานระเบิดก็ทำงาน ตัวศาลเสียหาย กระจกหน้าต่างส่วนใหญ่ของโรงแรมแกรนด์ ไฮแอทแตกละเอียด โครงสร้างของรางรถไฟฟ้าบีทีเอสและทางเดินลอยฟ้าได้รับความเสียหาย

วันเกิดเหตุคุณจอห์นอยู่แถวนั้นพอดี เขาเลยไปถึงจุดเกิดเหตุภายใน 10 นาที ภาพที่เขาเห็นสะเทือนใจเขามาก มีร่างผู้เสียชีวิตและเศษซากเกลื่อนไปหมด ผู้จัดการโรงแรมแกรนด์ ไฮแอทตื่นตระหนกมาก เขาไม่รู้จะทำยังไงดี เพราะมีชิ้นส่วนมนุษย์กระเด็นขึ้นไปตกในสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม

คุณจอห์นรีบโทรไปรายงานสำนักงานใหญ่ของ FBI ทันที ภายหลังทราบว่าในเหตุการณ์มีผู้เสียชีวิต 14 ราย เป็นคนไทยและนักท่องเที่ยวประเทศใกล้ ๆ เรา ไม่มีผู้เสียชีวิตเป็นชาวสหรัฐเลย คดีนี้ FBI เลยไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง

ตำรวจไทยตามล่าคนร้ายจากภาพในกล้องวงจรปิดนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ แต่ไม่คืบหน้าเลย สำนักงานตำรวจแห่งชาติเลยขอความช่วยเหลือจาก FBI ตอนนั้นตำรวจกลัวว่ากลุ่มก่อความไม่สงบในภาคใต้จะขยายการก่อเหตุมาถึงกรุงเทพ

เหตุการณ์นี้ถูกรายงานไปทั่วโลก กระทบกับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยมาก ตำรวจต้องรีบจับคนร้ายให้ได้ ต่อมาตำรวจเจอคนขับรถตุ๊กตุ๊กที่บอกว่า วันนั้นเขาเป็นคนรับชายในกล้องวงจรปิดมาส่งที่ศาลพระพรหม คนขับตุ๊กตุ๊กบอกว่าชายคนนั้นดูเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป ไม่ได้ดูรีบร้อนหรือมีพิรุธอะไร

วันที่ 29 สิงหาคม 2015 ตำรวจจับกุมชายชาวตุรกีอายุ 28 ปี แม้เขาจะไม่ใช่คนวางระเบิด แต่มีส่วนรู้เห็นแน่นอน ตำรวจเข้าค้นอพาร์ตเมนต์ของเขา พบพาสปอร์ตปลอมกว่า 200 เล่ม และอุปกรณ์ทำระเบิดจำนวนหนึ่ง วันถัดมาตำรวจเข้าค้นอพาร์ตเมนต์อีกแห่ง และพบอุปกรณ์ทำระเบิดเพิ่ม

จากการสืบสวนนานกว่า 2 สัปดาห์ จนตำรวจสามารถเชื่อมโยงทุกเบาะแสเข้าด้วยกัน ก็สรุปคดีออกมาว่า เหตุวางระเบิดศาลพระพรหมเอราวัณเกี่ยวข้องกับกลุ่มชาตินิยมสุดโต่งชาวตุรกี เพื่อแก้แค้นที่ไทยส่งตัวผู้ก่อการร้ายชาวอุยกูร์เชื้อสายจีนกลับไปจีน แทนที่จะให้ลี้ภัยไปตุรกี

ภาพจาก: bbc.com

จริง ๆ การที่ไทยส่งตัวชาวอุยกูร์เชื้อสายจีนกลับจีน ถูกนักสิทธิมนุษยชนประนามมาก เพราะการส่งตัวพวกเขากลับจีน อาจถูกทางการจีนทรมาน ถูกบังคับให้สูญหาย เพราะรัฐบาลจีนมีประวัติเคยปราบปรามกลุ่มชาติพันธุ์ในซินเจียง พยายามกลืนชาวอุยกูร์ในซินเจียงซึ่งเป็นชาวมุสลิมให้มาใช้ภาษาและวัฒนธรรมแบบจีน

แต่ปัจจุบันรัฐบาลจีนไม่ได้ทำแบบนั้นแล้วครับ เดี๋ยวนี้จีนพยายามชูจุดเด่นเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม ชูให้กลายเป็นจุดขายเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว แต่ก็ยังใช้เทคโนโลยีสอดส่องชาวอุยกูร์เหมือนที่ทำกับประชาชนจีนทุกคนครับ


คดีฆาตกรรมอดีตนาวิกโยธิน

เจ้าหน้าที่ FBI ที่ประจำการอยู่ต่างประเทศ มักต้องส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนอยู่บ่อย ๆ แต่ขั้นตอนการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมีความซับซ้อนหลายอย่างครับ หลัก ๆ คือสิ่งที่คนร้ายก่อต้องผิดกฎหมายของทั้งสองประเทศ

คดีที่ผิดกฎหมายของทุกประเทศแน่ ๆ คือคดีฆาตกรรมครับ คุณจอห์นเคยช่วยทางการไทยขอให้ทางอังกฤษส่งตัวผู้ร้ายชาวอังกฤษที่ก่อเหตุในไทย แล้วหลบหนีกลับประเทศบ้านเกิดให้กลับมารับโทษที่ไทย

คนร้ายในคดีนี้คือชายชาวอังกฤษชื่อลี อัลด์เฮาส์ (Lee Aldhouse) ได้ใช้มีดแทงดาชอว์น ลองเฟลโลว์ (Dashawn Longfellow) อดีตนาวิกโยธินสหรัฐจนเสียชีวิต เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บาร์แห่งหนึ่งบนหาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ตครับ

ซ้าย – ดาชอว์น ลองเฟลโลว์ (Dashawn Longfellow) | ขวา – ลี อัลด์เฮาส์ (Lee Aldhouse)
ภาพจาก: news.sky.com

แฟนสาวของดาชอว์นที่ทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่บาร์แห่งนั้นเล่าว่า วันที่ 14 สิงหาคม 2010 เวลาประมาณ 1:20 น. ดาชอว์นมาที่บาร์เพื่อรอรับเธอกลับบ้าน เวลา 1:40 น. ลีซึ่งเป็นคนร้ายมาที่ร้านด้วยอารมณ์หงุดหงิด เขาสั่งเบียร์ไปนั่งกินหนึ่งขวด

พอเวลา 2:00 น. ลีตะโกนด่าลูกค้าทุกคนในร้าน และท้าให้ทุกคนมาต่อยกับเขา ดาชอว์นลุกจะไปเข้าห้องน้ำ แต่ถูกลีต่อยเข้าที่หน้า ลูกค้าคนอื่นมาช่วยห้าม แล้วลีก็เดินออกจากร้านไป

เพื่อนในร้านคนหนึ่งบอกแฟนสาวของดาชอว์นว่าเห็นลีเข้าไปซื้อมีดที่ร้าน 7-Eleven เลยเตือนให้เธอรีบพาดาชอว์นกลับบ้าน ทั้งสองกลับถึงบ้านซึ่งเป็นอพาร์ทเมนท์ตอน 3:30 น. แล้วลีก็โผล่มาพร้อมมีด แทงเข้าที่หน้าอกของดาชอว์นไปสองครั้ง แฟนสาวของดาชอว์นพยายามช่วยปกป้อง โดยการโยนราวตากผ้าใส่ลี ลียิ้มเยาะเย้ยใส่เธอแล้วก็หนีไป

ภาพจาก: irishmirror.ie

หน่วยกู้ภัยมาถึงเวลา 5:00 น. แต่ช่วยชีวิตดาชอว์นไม่ทัน ลีข้ามชายแดนไทยไปกัมพูชา แล้วก็เดินทางด้วยเครื่องบินกลับประเทศอังกฤษ พอถึงสนามบินฮีทโธรว์ ลีก็ถูกตำรวจอังกฤษจับกุม แต่ในข้อหาอื่นที่มีหมายจับอยู่แล้ว ไม่ใช่คดีฆาตกรรมล่าสุดที่เพิ่งก่อที่ภูเก็ตครับ

ระหว่างที่ลีกำลังสู้คดีเก่าของตัวเองอยู่ ทางการไทยได้ทำเรื่องของให้ทางอังกฤษส่งตัวลีมาดำเนินคดีที่ไทย ซึ่งคดีฆาตกรรมผิดกฎหมายของทั้งไทยและอังกฤษ การส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนสามารถเป็นไปได้ แต่รัฐบาลอังกฤษจะไม่ส่งคนของตัวเองให้ หากเห็นว่าประเทศปลายทางอาจตัดสินโทษประหารชีวิตให้คนร้ายชาวอังกฤษ

ทางการไทยเลยให้สัญญาว่าจะตัดสินโทษสูงสุดให้ลีแค่จำคุกตลอดชีวิต ลีใช้สิทธิ์คัดค้านการส่งตัว โดยอ้างว่าคุกที่ไทยสภาพโหดร้าย ผิดหลักมนุษยธรรม ขนาดของห้องขังไม่ได้มาตรฐานสากล

คุณจอห์นโทรหาผู้คุมเรือนจำจังหวัดภูเก็ต ผู้คุมบอกว่าเรือนจำที่นี่ผ่านมาตรฐานขั้นต่ำแน่นอน แต่น้ำเสียงไม่มั่นใจ คุณจอห์นเลยขอให้ผู้คุมวัดขนาดห้องขังตอนนั้นเลย ซึ่งขนาดพอดีกับมาตรฐานขั้นต่ำเป๊ะ ๆ

ข้ออ้างของลีที่ว่าคุกไทยไม่ได้มาตรฐานเลยถูกตีตกไป แต่ลีมีข้ออ้างใหม่ เขาอ้างว่าอาหารที่คุกไทยจัดให้นักโทษไม่ถูกหลักโภชนาการ นักโทษได้กินแต่หัวปลาเท่านั้น หัวหน้าคนครัวของเรือนจำบอกว่าไม่เคยเสิร์ฟหัวปลาให้นักโทษ คุณจอห์นเลยเอาเมนูอาหารประจำสัปดาห์ของเรือนจำส่งกลับไปสู้

ภาพจาก: phuketwan.com

ทุกข้ออ้างถูกตีตก ในที่สุดลีก็ถูกส่งตัวมาดำเนินคดีที่ไทย ดาชอว์นผู้เป็นเหยื่อในคดีนี้คืออดีตนาวิกโยธินสหรัฐที่เคยไปร่วมรบในอิรักและอัฟกานิสถาน ได้เหรียญเกียรติยศด้วย การเสียชีวิตของเขาจึงสะเทือนใจเพื่อน ๆ ทหารผ่านศึกมาก ทุกคนเรียกร้องความยุติธรรมให้เขา

ศาลไทยตัดสินให้ลีรับโทษจำคุก 25 ปี คดีนี้เป็นตัวอย่างเตือนใจว่า อย่าคิดว่าการหนีข้ามประเทศจะช่วยปกป้องความผิดให้ตัวเองได้ คนทำผิดยังถูกนำตัวกลับมาพิพากษา และครอบครัวของผู้เสียหายยังคงได้รับความยุติธรรมเสมอ


คดีชิ้นส่วนร่างกายในตู้แช่

คุณจอห์นบอกว่าคดีที่สะเทือนขวัญเขาที่สุด ตอนที่ประจำการอยู่ที่กรุงเทพ คือคดีชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ในตู้แช่ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2016 ตำรวจท่องเที่ยวของไทยขอตรวจพาสปอร์ตของชายชาวต่างชาติคนหนึ่ง พาสปอร์ตเล่มนั้นเป็นของปลอม ตำรวจท่องเที่ยวซักถาม จนชายคนนั้นยอมบอกว่าได้พาสปอร์ตปลอมมาจากไหน จากนั้นทีมตำรวจไปยังสถานที่แห่งนั้น มันเป็นบ้านหลังหนึ่งแถวชานเมืองกรุงเทพ

ชายชาวตะวันตกคนหนึ่งเปิดประตูบ้านออกมา ตำรวจขอให้เขาแสดงเอกสารระบุตัวตน ชายคนนั้นบอกว่าเขาเก็บพาสปอร์ตไว้ในตู้เซฟที่ชั้นบนของบ้าน ตำรวจจึงเดินตามชายคนนั้นเข้าไปในบ้าน ชายคนนั้นเปิดตู้เซฟ แต่แทนที่จะหยิบพาสปอร์ตออกมา เขากลับหยิบปืนออกมายิงตำรวจนายหนึ่งได้รับบาดเจ็บ

ภาพจาก: khaosod.co.th

ตำรวจนายอื่นรีบจับตัวเขาและปลดอาวุธ พาตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บไปโรงพยาบาล และจับกุมคนในบ้านไว้ได้ 5 คน จากนั้นตำรวจตรวจค้นบ้าน พบยาเสพติด อาวุธปืน และพาสปอร์ตปลอมหลายสัญชาติ รวมถึงของสหรัฐอเมริกาด้วย นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตพาสปอร์ตปลอมด้วย

เมื่อตรวจค้นต่อไป ตำรวจพบตู้แช่แข็งขนาดใหญ่อยู่ในบ้าน พอเปิดตู้ออกพบห่อถุงพลาสติกสีดำ เมื่อเปิดถุงออกพบว่าข้างในเป็นชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ ทั้งมือ ลำตัว และเท้าที่ยังสวมรองเท้าอยู่ ในนั้นไม่เอกสารอะไรที่ระบุได้ว่าชิ้นส่วนเหล่านี้เป็นร่างกายของใคร แต่ตำรวจสันนิษฐานว่าอาจเป็นใครสักคนในบรรดาพาสปอร์ตปลอมที่ถูกพบในบ้านหลังนี้

หลังจากนั้นตำรวจไทยขอให้คุณจอห์นเข้าไปช่วยระบุตัวผู้เสียชีวิต คุณจอห์นส่งภาพลายนิ้วมือของเหยื่อไปที่ห้องปฏิบัติการของ FBI เจ้าหน้าที่ทางนั้นแจ้งกลับมาว่าร่างกายของเหยื่อเน่าเปื่อยเกินไป จนลายนิ้วมือเสื่อมสภาพเกินกว่าจะเอาไปใช้วิเคราะห์อะไรได้

ภาพจาก: nationthailand.com

คุณจอห์นทำการสืบสวนหาตัวคนร้ายที่แท้จริง จากพาสปอร์ตที่พบในที่เกิดเหตุ โดยได้รับความช่วยเหลือจากทอม แวนเดนบริงก์ (Tom VanDenBrink) เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงภูมิภาคของสถานทูตสหรัฐ แต่งานนี้ค่อนข้างซับซ้อน เพราะพาสปอร์ตปลอมมีหลายเล่มมาก คน ๆ เดียวแต่มีหน้าอยู่ในพาสปอร์ตหลายประเทศ เลยยากที่จะระบุว่าตัวตนไหนคือตัวตนจริง ๆ ของเจ้าของใบหน้านั้น

ในที่สุดคุณจอห์นก็ระบุตัวผู้ต้องสงสัยที่เป็นชาวอเมริกันได้ 2 คน คือ แอรอน โทมัส เกเบล (Aron Thomas Gabel) และเจมส์ ดักลาส อีเกอร์ (James Douglas Eger) คุณจอห์นสืบต่อว่าชายที่ยิงตำรวจไทยเป็นใคร เขาเอาลายนิ้วมือที่พบบนปืนของชายคนนั้นไปตรวจสอบจากฐานข้อมูล และรู้ว่าชายคนนี้ชื่อเฮอร์เบิร์ต เครก ลา ฟอน (Herbert Craig La Fon) เป็นชาวอเมริกันที่เคยถูกจับข้อหาฉ้อโกงบัตรเครดิต

ซ้าย – แอรอน โทมัส เกเบล (Aaron Thomas Gabel) | ขวา – เจมส์ ดักลาส อีเกอร์ (James Douglas Eger)
ภาพจาก: nationthailand.com

ตอนนี้คุณจอห์นและคุณทอมระบุตัวตนจริงของคนในพาสปอร์ตที่พบในที่เกิดเหตุได้ 3 คนแล้ว พวกเขาตรวจสอบพาสปอร์ตเล่มอื่น ๆ จนมาเจอชื่อชาร์ลส์ เอ็ดเวิร์ด ดิตเลฟเซน (Charles Edward Ditlefsen) ภาพในพาสปอร์ตดูคล้ายกับศีรษะที่เจอในตู้แช่แข็ง และเมื่อตรวจสอบเสื้อผ้าของเหยื่อ พบว่ามีโลโก้ CEDCO ซึ่งย่อมาจาก Charles Edward Ditlefsen Company ซึ่งบริษัทนี้เคยเกี่ยวข้องกับคดีฟ้องร้องในแคลิฟอร์เนีย

ภาพจาก: nationalpost.com

จากนั้นคุณจอห์นติดต่อพี่สาวของชาร์ลส์ที่อยู่ที่ลอสแอนเจลิส เพื่อขอตรวจดีเอ็นเอ ปรากฎว่าผลออกมาตรงกัน ร่างของเหยื่อที่พบในตู้แช่เป็นของชาร์ลส์ เอ็ดเวิร์ด ดิตเลฟเซน

คำถามต่อมาคือ ทำไมชาร์ลส์ถึงถูกฆ่า?

คุณจอห์นสืบสวนเฮอร์เบิร์ตคนร้ายที่ยิงตำรวจไทย แต่เฮอร์เบิร์ตไม่ยอมพูดอะไรมาก คุณจอห์นสันนิษฐานว่าเฮอร์เบิร์ตมีหนี้จำนวนมาก ได้มารู้จักกับชาร์ลส์ที่ภาพลักษณ์ดูร่ำรวย แต่จริง ๆ ไม่ได้รวยมากขนาดที่เฮอร์เบิร์ตคิดไว้ เฮอร์เบิร์ตไม่ยอมรับว่าเป็นคนฆ่าชาร์ลส์ เขายอมรับแค่ว่าเป็นคนเก็บศพเอาไว้

สาเหตุการตายของชาร์ลส์ไม่ทราบแน่ชัด เพราะร่างเน่าเปื่อยไปมาก สันนิษฐานว่าน่าจะตายมาแล้ว 8 ปี เฮอร์เบิร์ตถูกตัดสินจำคุก 44 ปี ในข้อหาต่าง ๆ แต่ไม่โดนข้อหาฆาตกรรมครับ

คุณจอห์นบอกว่าคดีนี้เขาทำงานได้ราบรื่น ทั้งจากการช่วยเหลือของตำรวจไทย ความรวดเร็วของกระบวนการยุติธรรม การประสานงานจากต่างประเทศที่ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้ลึก คุณจอห์นบอกว่าชาร์ลส์หายตัวไป 8 ปี ไม่มีใครออกตามหาตัวเขาเลย แม้แต่คนที่เป็นพี่สาวแท้ ๆ

คดีนี้แสดงให้เห็นว่าแม้คุณจะเป็นคนธรรมดา ไม่มีใครสนใจ แต่ FBI และเจ้าหน้าที่ระดับโลกพร้อมเข้ามาช่วยเหลือยามจำเป็นเสมอครับ


กว่าจะได้เป็นเจ้าหน้าที่ FBI

คุณจอห์นเล่าชีวิตของตัวเองว่ามาเป็นเจ้าหน้าที่ FBI ได้ยังไง พ่อของเขาเป็นตำรวจ เริ่มต้นอาชีพจากการเป็นตำรวจท้องถิ่นแถวบ้าน จากนั้นเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในสายอาชีพ จนได้ไปทำงานกับ NSA (National Security Agency: สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ) ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองระดับชาติของสหรัฐ สังกัดกระทรวงกลาโหม

ภาพจาก: asisonline.org

แม้คุณจอห์นจะเห็นความก้าวหน้าในสายงานตำรวจของคุณพ่อ แต่เขาไม่เคยฝันที่จะเดินรอยตาม คุณจอห์นฝันอยากจะทำงานด้านกีฬา เคยวางแผนว่าจะเรียนด้านนี้จนถึงปริญญาโท คุณจอห์นเล่นฮอกกี้น้ำแข็งมาตั้งแต่เด็ก พอเข้ามหาลัยก็เข้าทีมฮอกกี้ของมหาลัย แต่ตอนอยู่ปี 2 กระดูกสะบ้าหัวเข่าของเขาแตก เขาบอกว่านั่นเป็นจุดจบในสายอาชีพกีฬาของเขา

วันหนึ่งเด็กมหาลัยจัดปาร์ตี้กัน มีการจ้างตำรวจมาเฝ้าประตูหน้างาน ขณะที่เพื่อน ๆ กำลังสนุกอยู่ข้างใน คุณจอห์นออกมาคุยเล่นกับตำรวจด้านนอก ฟังตำรวจเล่าคดีในพื้นที่ ฟังกิจวัตรว่าตำรวจต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน ฟังว่าตำรวจคนนั้นภูมิใจแค่ไหนกับหน้าที่การงานของเขา จนจุดประกายให้คุณจอห์นสนใจงานตำรวจ

ในปี 1994 คุณจอห์นเข้าฝึกที่สถาบันฝึกอบรมหน่วยลาดตระเวนชายแดน การฝึกโหดมาก แต่สอนให้มีวินัย และมีความแน่นแฟ้นกับเพื่อน ฝึกจบคุณจอห์นได้เป็นหน่วยลาดตระเวนชายแดนที่รัฐแอริโซนา ทำงานนั้นได้ 2-3 ปี เขารู้สึกอยากขยับไปทำงานที่เน้นการสืบสวนมากกว่านี้ เลยยื่นใบสมัครเข้า FBI

แต่เขาก็ไม่มั่นใจว่าจะได้เป็น FBI เลยสมัครงานด้านสืบสวนกับหน่วยงานอื่น ๆ ด้วย และได้งานใหม่เป็นเจ้าหน้าที่พิเศษของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ หน้าที่ของเขาคือตรวจจับการส่งออกที่ผิดกฏหมาย

ตอนทำงานที่กระทรวงพาณิชย์ คุณจอห์นได้พบกับภรรยาที่ฝันอยากทำงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ ตอนนั้นเธอมาฝึกงานที่กระทรวงพาณิชย์ ระหว่างกำลังเรียนปริญญาโท ทั้งคู่แต่งงานกันหลังจากนั้นในอีก 2 ปี

คุณสมบัติของผู้สมัคร FBI คือต้องมีวุฒิปริญญาตรี มีประสบการณ์สามปีในสายงานบังคับใช้กฏหมาย ทหาร หรือสายงานสำคัญอื่น ๆ ต้องตรงตามเกณฑ์เหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่งคือ ใช้ภาษาที่สองได้คล่อง มีวุฒิปริญญาด้านกฏหมาย ด้านบัญชี และ FBI ให้ความสำคัญกับภูมิหลังของผู้สมัคร คุณจอห์นบอกว่าครั้งหนึ่งเขาเคยมีเพื่อนร่วมงานเป็นอดีตเชฟซูชิ ก่อนจะมาเป็นเจ้าหน้าที่ FBI

ขั้นตอนการสมัคร FBI ยากและใช้เวลายาวนานมาก ต้องสอบข้อเขียนที่กว่าจะประกาศผลสอบต้องรอนานมาก สอบข้อเขียนผ่านต้องไปสอบสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่พิเศษสามคน ซึ่งกว่าจะประกาศผลก็ต้องรอนานมากเช่นกัน การสอบแต่ละครั้งจะเป็นการตัดผู้สมัครออกทีละเป็นหมื่น ๆ คน ใครที่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ FBI คือคนที่เป็นหัวกะทิจริง ๆ ครับ

หลังจากผ่านการทดสอบทุกอย่าง จะได้รับการแต่งตั้งแบบมีเงื่อนไขให้เป็นเจ้าหน้าที่พิเศษ เงื่อนไขที่ต้องผ่านให้ได้คือการตรวจสุขภาพ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ตรวจด้วยเครื่องจับเท็จ สืบประวัติย้อนหลังตั้งแต่สมัยอายุ 18 จนถึงปัจจุบัน หลังจากนั้นต้องผ่านการฝึกที่สถาบันฝึกอบรม FBI ที่มีหลักสูตรหลายวิชา ทั้งกฏหมายรัฐธรรมนูญ การใช้อาวุธปืน ศิลปะป้องกันตัว เทคนิคการสืบสวนสอบสวน เป็นต้น

คุณจอห์นผ่านทุกบททดสอบ จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่ FBI ในเดือนพฤศจิกายน ปี 1999 และต้องย้ายบ้านมาประจำการที่เมืองซานฟรานซิสโก ส่วนภรรยาของคุณจอห์นทำงานกับ DEA ซึ่งคือสำนักงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐ

คุณจอห์นเสิร์ชหายิมออกกำลังกายใกล้คอนโด พอไปถึงเขาพบว่าที่นี่คือยิมมวยไทย เขาได้ลองฝึกมวยไทยและชอบมาก จากนั้นก็สนใจวัฒนธรรมไทย สนใจอยากมาเที่ยวที่เมืองไทย พอเขากับภรรยาได้มาเที่ยวที่กรุงเทพและภูเก็ต เขาก็รู้สึกตกหลุมรักประเทศไทย ตั้งแต่วินาทีแรกที่มาถึงทันที

ปี 2003 คุณจอห์นเริ่มหาช่องทางที่จะได้มาประจำการที่ประเทศไทย เขาทักไปถามเจ้าหน้าที่คนปัจจุบันในไทยเพื่อขอคำแนะนำ คุณจอห์นทำตามคำแนะนำโดยสมัครเป็นหัวหน้าหน่วยปราบปรามอาชญากรรมองค์กรของชาวเอเชียในเมืองซานฟรานซิสโก ได้ดูแลทีมที่มีเจ้าหน้าที่ 14 คน ที่ร่วมกันทำคดีขบวนการค้ายา ค้ามนุษย์ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับคนในชุมชนไชน่าทาวน์

ระหว่างทำงานตำแหน่งนั้น คุณจอห์นไปเรียนภาษาไทยที่วัดไทยแถวนั้น และในปี 2006 เขาได้รับภารกิจให้มาทำงานที่กรุงเทพเป็นเวลาหนึ่งเดือน พอทำงานที่กรุงเทพได้ไม่กี่วัน คุณจอห์นก็รู้ตัวว่าอยากจะทำงานอยู่ที่นี่ไปจนเกษียณ พอช่วงกลางปี 2007 ตำแหน่งที่กรุงเทพว่างพอดี คุณจอห์นเลยได้ตำแหน่งนี้ และพาภรรยาย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพ

คุณจอห์นชอบประเทศไทยเพราะรายได้ของเขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้แบบชั้นหนึ่ง ซึ่งถ้าอยู่สหรัฐเขาจะได้ใช้ชีวิตเป็นชนชั้นกลางธรรมดาทั่วไป ที่ไทยมีร้านอาหารหลากหลาย ตั้งแต่ร้านหรูระดับมิชลินสตาร์ ไปจนถึงร้านอาหารอีสานข้างทาง ที่คุณจอห์นบอกว่าอาหารอีสานคือที่สุดของที่สุด

มีคอนเสิร์ตระดับโลกมาแสดง มีห้างหรูหลายที่ให้ไปเดิน แม้จะมีเมืองอื่นที่ค่าครองชีพถูกกว่ากรุงเทพ อย่างกรุงจาร์กาตา ประเทศอินโดนีเซีย หรือกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ แต่คุณจอห์นบอกว่าเมืองเหล่านี้แม้จะถูก แต่ให้ไลฟ์สไตล์ที่คุ้มค่าเท่ากับกรุงเทพไม่ได้

ภาพจาก: facebook.com/kinothai

ตอนนี้คุณจอห์นเกษียณจากงาน FBI แล้วครับ เขาเกษียณตอนปี 2019 ตอนอายุประมาณ 48 ปี และใช้ชีวิตอยู่ในไทยต่อ รวมแล้วเขาทำงานในฐานะเจ้าหน้าที่ FBI อยู่นานถึง 20 ปี และอีกเรื่องที่น่าชื่นชมคุณจอห์นคือการวางแผนการเงินครับ เขาเกษียณอายุออกจากงานประจำได้เร็ว มีเวลาสบาย ๆ ไปทำสิ่งที่เติมเต็มจิตใจ

คุณจอห์นไปบรรยายในโรงเรียนนานาชาติเรื่องเมาไม่ขับและโทษของยาเสพติดให้เด็กนักเรียนฟัง ปี 2025 เขาไปลงทุนในบริษัท Lares Risk Management บริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงและความมั่นคงที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก และยังคอยให้คำแนะนำเพื่อน ๆ ตำรวจไทยที่มาขอปรึกษาอยู่ครับ


ใครสนใจอยากรู้เรื่องราวเบื้องหลังชีวิตของเจ้าหน้าที่ FBI เพิ่มเติม สามารถหาซื้อหนังสือมาอ่านได้ครับ Beyond The Badge: เปิดแฟ้มคดีลับ FBI Thailand เขียนโดยจอห์น ชาคนอฟสกี ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Sophia ในเครืออมรินทร์ ราคา 265 บาท

Beyond The Badge: เปิดแฟ้มคดีลับ FBI Thailand

สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee: https://s.shopee.co.th/7Ky2Sf5F1Y

หรือซื้อแบบ ebook: https://www.aitim.co/s/0tm1

ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ

Share

Leave a Reply

What's New

Beyond The Badge เปิดแฟ้มคดีลับ FBI Thailand

ภาพจำของ FBI คือ เจ้าหน้าที่ร่างกายแข็งแรงที่เข้าบุกจับคนร้าย ไล่ล่าอาชญากร ออกไปบู๊แบบเท่ ๆ แฝงตัวเข้าไปสืบคดีในสถานที่อันตราย แต่จริง ๆ แล้วหน้าที่ของ FBI มีเยอะกว่านั้นมากครับ และในประเทศไทยก็มีเจ้าหน้าที่ FBI ประจำการอยู่ ep นี้ ไอติมมาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ Beyond The Badge: เปิดแฟ้มคดีลับ...

The Wonderful Wizard of Oz: พ่อมดมหัศจรรย์แห่งออซ – หัวใจ สมอง ความกล้า และการเดินทางกลับบ้าน

The Wonderful Wizard of Oz ชื่อไทยคือพ่อมดมหัศจรรย์แห่งออซ วรรณกรรมเยาวชนชิ้นเอกของแอล. แฟรงก์ บอม (L. Frank Baum) ตีพิมพ์ครั้งแรกปี 1900 ครับ ผลงานอายุ 100 กว่าปีแล้ว แต่ยังถูกหยิบมาดัดแปลงเป็นสื่อบันเทิงแขนงต่าง ๆ มากมายจนถึงปัจจุบัน อย่างล่าสุดมีภาพยนตร์เรื่อง Wicked...

จากบ้านช่างเซรามิค สู่พิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาจากจีน

หากพูดถึงจังหวัดลำปาง หลายคนคงนึกถึงรถม้า แต่รู้ไหมว่าที่นี่ยังเป็นเมืองหลวงแห่งเซรามิกของประเทศไทย โดยเฉพาะชามตราไก่ที่เราคุ้นเคยกันดีตามร้านก๋วยเตี๋ยว วันนี้ไอติมจะพาเพื่อน ๆ ไปเจาะลึกประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา และศิลปะที่ถูกส่งต่อมานับร้อยปีที่ พิพิธภัณฑ์เซรามิกธนบดี (Dhanabadee Ceramic Museum) ซึ่งดัดแปลงบ้านของช่างเซรามิกยุคบุกเบิก ให้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ “อาปาอี้” ชายชาวจีนผู้หนีภัยสงคราม สู่ผู้บุกเบิกเซรามิกลำปาง เซรามิกเมืองลำปางเริ่มต้นจากชายชาวจีนชื่อ อาปาอี้ (นายอี้ ซิมหยู แซ่ฉิน)...

เศรษฐีชี้ทางรวย ปรัชญาสร้างความมั่งคั่งจากบุรุษผู้ร่ำรวยที่สุดแห่งบาบิโลน

ถ้าพูดถึงเรื่องการเงิน หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องซับซ้อน มีหลายอย่างที่ต้องทำความเข้าใจมากเกินไป แต่จริง ๆ แล้วแก่นหลักที่จะทำให้ใครสักคนมั่งคั่งมีแค่ไม่กี่ข้อเองครับ และเป็นเหมือนสัจธรรมด้านการเงินที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย หลักการเหล่านี้ก็ยังใช้ได้ดีอยู่ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Richest Man in Babylon ชื่อไทยมีหลายชื่อเลยครับ แล้วแต่ว่าตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ไหน ชื่อที่เห็นบ่อยคือเศรษฐีชี้ทางรวย หรือบุรุษผู้มั่งคั่งที่สุดในบาบิโลน เขียนโดยจอร์จ ซามูเอล...

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

Related Articles

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook,...

รอยตายไม่โกหก เรื่องจริงในวงการนิติวิทยาศาสตร์ที่นักสืบยุคเชอร์ล็อก โฮล์มส์ใช้ไล่ล่าคนร้าย จนถึงยุคพิสูจน์ดีเอ็นเอ

ในที่เกิดเหตุ ไม่ว่าอาชญากรจะระวังตัวมากแค่ไหน ก็มักจะทิ้งร่องรอยหรือหลักฐานบางอย่างไว้ ไม่ว่าจะเป็นรอยเท้า รอยนิ้วมือ เส้นผม คราบเลือด เมล็ดพืช หรือสภาพศพ เมื่อนำหลักฐานเหล่านั้นมาผนวกเข้ากับวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ก็ได้ให้กำเนิดหลักนิติวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้นักสืบสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวย้อนกลับไปได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในที่เกิดเหตุบ้าง นิติวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าและแม่นยำขึ้นทุกวัน...

การตัดเค้กทำนายอาชญากร สำรวจเงื่อนงำทางจิตวิทยาที่ทำให้เด็กกลายเป็นอันตรายต่อสังคม

ไอติมอ่าน ep นี้ ผมมาแนะนำหนังสือ 2 เล่มครับ เล่มแรกชื่อว่า “ไม่มีใครเกิดมาเป็นปีศาจ” เขียนโดยคุณฟาโรห์ จากช่องยูทูป The Common...

error: Content is protected !!