พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 8

Share
Share

หลังจากกำราบสามอันธพาลผู้คิดปองร้ายได้สำเร็จ ณภัทรก็แบกจ้อนขึ้นหลังกลับมาที่ห้อง ปิดประตูลงกลอนและคืนนี้ไม่คิดเปิดประตูต้อนรับใครที่ไหนอีก ทิ้งร่างสลบไสลไร้สติของเพื่อนลงบนเตียง ตัวเขาก็เพลียเหลือเกิน เลยเอนตัวนอนลงข้าง ๆ แล้วหลับไปในที่สุด

ณภัทรตื่นขึ้นมาพร้อมเช้าวันใหม่ที่ไม่สดใสนักเพราะรู้สึกปวดตึ๊บที่หัว จ้อนตื่นมาพร้อมอาการปวดเมื่อยไปทั่วทั้งร่าง แน่นอนสิเพราะเมื่อคืนมาวินใช้ร่างของเขาเกินขีดจำกัด

“โอ๊ย… ทำไมปวดเนื้อปวดตัวอย่างนี้ เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นฉันจำอะไรไม่ได้เลย จำได้เพียงแค่ว่าไอ้คนพวกนั้นจะเข้ามารุมทำร้ายฉัน แต่แกมาสกัดไว้ก่อน จากนั้นฉันก็ไม่รู้สึกตัวอะไรเหมือนวิญญาณออกจากร่างอย่างนั้นแหละ”

จ้อนเดาเหตุการณ์ได้แม่นยำ ณภัทรไม่บอกความจริงออกไปหรอกว่าเมื่อคืนมีวิญญาณหนุ่มยืมร่างเขาออกไปบู๊กับพวกนั้นเสียราบคาบ ขืนบอกไปจ้อนมีหวังได้สติแตก รับไม่ได้ที่มีใครก็ไม่รู้ใช้ร่างกายร่วมกับเขา จ้อนสำรวจตัวเองไม่พบรอยพกช้ำตรงไหน เพื่อนของเขาก็มีเพียงรอยเขียวตรงหางคิ้วซ้าย เมื่อคืนไม่ได้ถูกอัดจนน่วมหรอกเหรอ แปลกใจเหลือเกิน หลังจากเขาหมดสติเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

“ไอ้พวกนั้นไม่ได้อัดเราหรอกเหรอ ฉันไม่เห็นมีแผลอะไร เกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้ หรือฉันฝันไป?”

“แกไม่ได้ฝันหรอก เมื่อคืนนี้มีคนมาบุกมาทำร้ายพวกเราจริง ๆ แต่ที่พวกเราไม่เป็นอะไรเพราะบังเอิญเพื่อนฉันผ่านมาพอดีเลยช่วยจัดการไอ้พวกนั้นหงายเงิบเผ่นหนีหางจุกตูด”

“เพื่อนเหรอ?” จ้อนแปลกใจ นอกจากมีเขาเป็นเพื่อนแล้วยังมีใครอื่นอีก

“อืม… เพิ่งรู้จักกันที่หอนี่แหละ”

“เพื่อนแกคนนี้คงเก่งมาสินะ ถึงเอาคนตั้งสามคนอยู่ มันเป็นอุลตร้าแมนหรือยังไง”

“คงประมาณนั้น” ณภัทรยักไหล่ อยากตะโกนกรอกหูจ้อนดัง ๆ ว่า เมื่อคืนแกโดนผีสิงโว้ย

จ้อนโทรไปร้องโอดโอยกับพ่อแม่ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ฟังเป็นฉาก ๆ พ่อแม่ของเขาว้าวุ่นใจเป็นห่วงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนบอกจะรีบบึ่งรถมาหาทันที ครึ่งชั่วโมงถัดจากนั้นเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น ณภัทรเดินไปดู คราวนี้ไม่ลืมมองลอดช่องตาแมว เห็นสองสามีภรรยาแต่งตัวภูมิฐานยืนคอยให้เปิดประตู พ่อแม่ของจ้อนนั่นเอง ณภัทรรีบเปิดประตูต้อนรับ

“สวัสดีครับคุณลุงคุณน้า” ณภัทรไหว้สวัสดีผู้ใหญ่ทั้งสอง พ่อของจ้อนดูอายุมากกว่าภรรยาและพ่อแม่ของเขา เขาจึงเรียกชายคนนี้ว่าลุง ส่วนแม่ของจ้อนดูอ่อนเยาว์กว่าจึงเรียกว่าน้า ทั้งสองรับไหว้แล้วเดินดุ่ม ๆ ไปดูลูกชายที่นอนสำออยอยู่บนเตียง

“เป็นไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” ผู้เป็นแม่ถามไถ่อาการลูกชายอย่างเป็นห่วง

“ปวดไปทั้งตัวเลยครับแม่ ขยับทีนี่เจ็บแปล๊บไปทั้งร่าง” จ้อนโอดโอย

ณภัทรอยากเดินเข้าไปดึงคอเสื้อจ้อนขึ้นมาเขย่าแรง ๆ พลางร้องบอกแม่ของจ้อนดัง ๆ ว่า อย่าไปเชื่อมันครับคุณน้า มันโกหก เมื่อกี้ยังลุกไปเข้าห้องน้ำเองได้เลย

“เรามีศัตรูที่ไหนหรือเปล่า ถึงได้มาเคาะห้องบุกทำร้ายตอนดึก ๆ ดื่น ๆ” พ่อของจ้อนถาม

ศัตรูทั้งชีวิตนี้คงมีอยู่เพียงคนเดียวคือหมอผีที่เขาทำคาถาอาคมแกเสื่อม ขืนบอกความจริงออกไป พ่อแม่ของจ้อนได้ตราหน้าเขาว่าเป็นอันธพาลหาศัตรูใส่ตัว พานกีดกันลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไม่ให้คบหาสุงสิงเป็นเพื่อนกับเขา

“ผมไม่มีศัตรูที่ไหนหรอกครับ พวกนั้นคงเข้าใจผิดเสียมากกว่า”

“ดูสิพัดเราบาดเจ็บด้วยนี่ โห… หางคิ้วช้ำเป็นรอยเขียวเลย ท่าทางจะเจ็บน่าดู” แม่ของจ้อนเดินมาดูอาการณภัทรอย่างใส่ใจ

“ไม่เท่าไหร่หรอกครับ นวดยาหม่องไม่กี่วันก็หาย”

“ไม่ได้นะจ๊ะ แค่ยาหม่องจะไปดีได้ยังไง เกิดมันอักเสบบวมยิ่งกว่าเดิมใบหน้าหล่อเหลาของเราจะเสียโฉมเอานะ ไปรักษาที่คลินิกเสริมความงามของน้า ไว้แผลหายดีแล้วจะเลเซอร์หน้าใสให้ด้วย น้าไม่คิดเงินหรอกจ้ะ พัดก็เหมือนลูกชายน้าด้วยอีกคน”

“ปล่อยไว้เฉย ๆ ไม่ได้ ต้องแจ้งความนะ นี่มันคดีทำร้ายร่างกายแล้ว อีกอย่างพัดอยู่ที่นี่ต่อคงไม่ปลอดภัย ไม่รู้คนพวกนั้นจะกลับมาทำร้ายอีกหรือเปล่า ย้ายไปอยู่คอนโดกับจ้อนปลอดภัยกว่า ที่นั่นระบบรักษาความปลอดภัยเขาทันสมัย”

พ่อแม่ของจ้อนน่ารักเหลือเกิน เป็นห่วงเป็นใยเขาไม่ต่างจากลูกชายตัวเอง เขาคงรับทั้งสองข้อเสนอไม่ได้ มันมากเกินไปสำหรับเขา

“ไม่ดีหรอกครับรบกวนเปล่า ๆ ผมจะอยู่ที่นี่และจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น”

“โถ่… พัด อย่าดื้อสิจ๊ะ เล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้อย่ากังวลคิดว่าเป็นการรบกวนเลย จ้อนเองก็เคยชวนเราไปอยู่ด้วยตอนเขาซื้อคอนโดใหม่ ๆ เราก็ปฏิเสธไปครั้งหนึ่งแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แล้วนะ มันหมายถึงชีวิตเราเลย ย้ายไปอยู่กับจ้อนเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดจ้ะ”

“น่า… อย่าคิดมาก” พ่อของจ้อนกอดคอเขาแสดงความเป็นกันเอง

กว่าจ้อนจะเลิกสำออยแล้วลุกขึ้นจากเตียงเดินเองได้ต้องให้ผู้เป็นแม่ป้อนยาพาราเซตามอนและวิตามินซีบรรจุขวดถึงปาก เขาขอตัวไปนอนตากแอร์เย็นช่ำอยู่ในรถตู้ที่ติดสติ๊กเกอร์ “นิติศักดิ์คลินิก” หนึ่งในธุรกิจของครอบครัว อ้างว่าตัวเองยังปวดเนื้อปวดตัวอยู่ ทิ้งเพื่อนรักและพ่อแม่ให้ช่วยกันขนข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้าของณภัทรมาใส่ท้ายรถตู้ หลังจากณภัทรตกลงยอมย้ายไปอยู่คอนโดกับจ้อน

คอนโดของจ้อนอยู่ในย่านบันเทิงราคาแพง ไม่ห่างจากมหาวิทยาลัยเท่าใดนัก ตัวตึกทันสมัยสูงตระหง่านนับไม่ไหวว่ามีกี่ชั้น ข้างล่างเป็นสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ แวดล้อมไปด้วยไม้ยืนต้นนานาพันธุ์ ช่วยลดความแข็งกระด้างไม่เป็นธรรมชาติของตึกลงได้บ้าง จ้อนอยู่ชั้นตั้งสูงสามคนช่วยกันขนของเกือบครึ่งชั่วโมงขึ้นห้อง

ห้องของจ้อนใหญ่โตกว้างขวางกว่าห้องเช่าของณภัทรมาก ราคาคงจะแพงน่าดู ที่ป้ายประชาสัมพันธ์ด้านล่างระบุไว้ว่าราคาคอนโดแห่งนี้ราคาเริ่มต้นที่ 2.5 ล้านบาท ในความคิดของณภัทร ราคาขนาดนี้แพงเกินไปสำหรับการมาอยู่เบียดเสียดกันหลายร้อยชีวิตในที่ดินเท่าแมวดิ้นตาย

ภายในห้องตกแต่งอย่างหรูหรา ตรงกลางเป็นห้องนั่งเล่นมีโซฟาตัวใหญ่ โทรทัศน์จอใหญ่รุ่นล่าสุด ชั้นหนังสือสูงเลยหัวที่อัดแน่นไปด้วยหนังสือการ์ตูนเต็มชั้น มีประตูเลื่อนบานกระจกเชื่อมต่อสู่ระเบียงสำหรับชมทัศนียภาพ หากเลี้ยวไปฝั่งซ้ายจะเป็นห้องครัวครบชุด ห้องน้ำแยกส่วนแห้งส่วนเปียก หากเลี้ยวไปทางขวาจะเป็นห้องนอนเตียงขนาดคิงไซส์ มีตู้เสื้อผ้าแบบวอร์กอิน ห้องน้ำอีกห้องและโต๊ะเครื่องแป้ง อากาศภายในนี้เย็นสบายด้วยเครื่องปรับอากาศหลายบีทียู พัดลมอีแก่ในห้องที่ณภัทรจากมาเทียบไม่ติดเลย

“เตียงนี่แกจะนอนฝั่งไหน?” จ้อนถามณภัทร

“ฝั่งไหนก็ได้”

“งั้นแกนอนฝั่งซ้ายแล้วกันเพราะแกชอบนอนตะแคงหันไปทางซ้าย ถ้าให้แกนอนฝั่งขวาแกจะเตะฉันตกเตียงเอา ตู้เสื้อผ้าแกก็ใช้ฝั่งซ้ายด้วยแล้วกัน เดี๋ยวฉันเคลียร์ของทั้งหมดไปอยู่ฝั่งขวา แล้วก็เอาข้าวของของแกมาเก็บได้เลย” จ้อนพูดอย่างรู้ใจ สมเป็นเพื่อนที่คบหากันมานาน

“อยู่ที่นี่คงปลอดภัยแล้ว แต่ถึงยังไงทั้งสองคนก็ต้องดูแลตนเองนะ ไอ้พวกผับบาร์ข้างล่างอย่าได้ชวนกันไปเชียว ไม่อย่างนั้นพ่อจะขายคอนโดห้องนี้ทิ้ง แล้วให้ไปอยู่ห้องเช่ารังหนูแทน” พ่อของจ้อนพูดไปอย่างนั้น เขารู้อยู่แล้วว่าลูกชายไม่ได้ชอบสังคมกลางคืนอย่างนั้น วัน ๆ เอาแต่นั่งติดอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทำโน่นทำนี่ ณภัทรก็คงนิสัยคล้ายกัน ไม่เช่นนั้นคงคบเป็นเพื่อนกันได้ไม่ยาวเช่นนี้

วันนี้เปิดสำนักหมอดูไม่ได้ เนื่องจากมาวินไม่ไหว พลังมีไม่เพียงพอ ณภัทรก็เหนื่อยกับเหตุการณ์ที่ผ่านพ้น อยากพักผ่อนเอาแรงบ้าง จึงถือโอกาสมาทำบุญให้มาวินที่วัดใกล้ ๆ มหาวิทยาลัย แม้วัดนี้จะรายล้อมไปด้วยร้านค้าทันสมัย แหล่งบันเทิงวัยรุ่น ห้างสรรพสินค้า แต่บรรยากาศที่นี่กลับสงบร่มเย็น เหมาะแก่การปลีกหลีกหนีเรื่องวุ่นวายในชีวิต ชวนให้ณภัทรคิดถึงบรรยากาศของวัดประจำหมู่บ้าน คิดถึงหลวงลุงที่อบรมบ่มนิสัยมาตั้งแต่เด็ก สอนให้เขาเข้าใจแก่นแท้ของพุทธศาสนา คิดถึงสวนผักอินทรีย์ของพ่อแม่ที่เคยช่วยดูแลช่วงปิดเทอม เมื่อไหร่จะได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิดอีกหนอ

ชายหนุ่มเข้าไปถวายสังฆทานและกรวดน้ำอุทิศกุศลผลบุญแก่เพื่อนผีของเขา เสร็จจากนั้นก็มานั่งใต้ร่มโพธิ์ต้นใหญ่ ยังไม่อยากกลับ ตอนนี้ขอดื่มด่ำบรรยากาศสงบเช่นนี้ต่อให้นานอีกหน่อย ระหว่างที่ใจกำลังเป็นสุข มองแสงระยิบระยับจากกระดิ่งทองที่ห้อยชายคาวิหาร เพื่อนผีของเขาก็โผล่จากอากาศธาตุมานั่งข้าง ๆ

“ขอบใจนายมากนะณภัทรที่อุทิศส่วนบุญให้ฉัน ฉันได้รับแล้วและตอนนี้กลับมามีพลังเหมือนเดิมละ พรุ่งนี้ช่วยนายดูดวงได้แล้วล่ะ” ผีหนุ่มกล่าว

“เฮ้ย! นายเข้ามาในวัดได้ยังไง ผีกลัววัดกลัวพระไม่ใช่เหรอ?”

“นั่นมันผีในหนังในละคร นายคิดว่าถ้าพระตายไปเป็นผี ผีพระจะกลัวพระเป็น ๆ ไหม?”

“ไม่รู้สิ ช่างมันเถอะ ตอนนี้ฉันไม่อยากคิดอะไรมาก”

ทั้งสองทอดสายตาออกไปดื่มด่ำกับความวิจิตรงดงามของสถาปัตยกรรมภายในวัด วัยรุ่นสมัยนี้จะรู้กันไหมหนอว่าหลังคากระเบื้องสลับสีของสิ่งก่อสร้างภายในวัดต่างมีความหมายซ่อนอยู่ “สีเหลือง” หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ “สีส้ม” หมายถึงความสุข “สีเขียว” หมายถึงความสดชื่น “สีน้ำเงินหรือสีคราม” หมายถึงการจัดระเบียบ

อยู่ ๆ ก็มีคำถามผุดเข้ามาในหัวของณภัทร เขาไม่ปล่อยให้ค้างคาใจรีบถามเพื่อนผีทันที

“ทำไมนายถึงมาปรากฏตัวให้ฉันเห็นล่ะ?”

“เพราะนายมีสัมผัสพิเศษที่คนอื่นไม่มีไง ฉันจึงติดต่อสื่อสารกับนายได้ จำได้ไหมตอนเด็ก ๆ วิญญาณปู่ของนายเคยมาหา แถมนายก็เป็นคนมีกระแสบุญแรงกล้า ดึงดูดวิญญาณเร่ร่อนให้ตามมาขอส่วนบุญ ที่ผ่านมานายเคยเจอผีบ่อยอยู่แหละฉันว่า”

มาวินพูดทำให้นึกขึ้นได้ ภาพความทรงจำสีจางที่ถูกเก็บลงกล่องไปแล้วแจ่มชัดขึ้นอีกครั้ง ตอนอายุประมาณสี่ขวบยังไม่ประสีประสาดีนัก เด็กชายณภัทรเห็นเงาลาง ๆ โปร่งบางยืนอยู่ปลายเตียง เจ้าของร่างมีใบหน้าคล้ายกับคุณปู่ของเขาซึ่งเคยเห็นแค่เพียงจากรูปถ่าย ท่านส่งยิ้มให้หลายชายก่อนร่างจะค่อย ๆ เลือนลับไปในความมืด ตอนนั้นเด็กชายณภัทรอยู่ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่น ไม่แน่ใจนักว่าได้พบวิญญาณคุณปู่จริง ๆ หรือเป็นเพียงแค่ฝันไป

ณภัทรไม่เคยเห็นคุณปู่ตัวเป็น ๆ หรอก เนื่องจากท่านเสียก่อนแม่จะตั้งท้องเขา แม่เคยเล่าว่าคุณปู่ท่านเป็นช่างไม้ฝีมือดีที่สุดในอำเภอ อาจจะดีที่สุดในจังหวัดเลยด้วยซ้ำ บ้านที่อาศัยอยู่จนถึงทุกวันนี้ก็มาจากฝีมือท่าน ท่านสามารถสร้างบ้านได้เป็นหลัง ๆ โดยไม่ต้องตอกตะปูแม้แต่ตัวเดียว ตู้หับต่าง ๆ ภายในบ้านก็ฝีมือประกอบอย่างประณีตของคุณปู่ทั้งนั้น

ฝีมือช่างไม้ของคุณปู่โด่งดังไกลจนมีโอกาสได้สร้างเรือนสักทองให้ตระกูลผู้ดีเก่า งานนี้ได้ค่าตอบแทนเยอะเสียจนชาวบ้านชาวช่องขนานนามคุณปู่ว่าเป็นพ่อเลี้ยง ท่านไม่ได้หน้าตาดีอะไร ออกจะขี้เหร่เสียด้วยซ้ำ โครงหน้าสั้นออกเหลี่ยมด้านข้าง ตาหยี โหนกแก้มสูง จมูกแฟบ หูกาง ตีนผมสูง ผิวทั้งตัวคล้ำไม่ผ่องใส แต่ท่านเป็นคนคารมดี ช่างเอาอกเอาใจ จึงพิชิตใจคุณย่าซึ่งอดีตเป็นถึงนางสาวนพมาศ เทพีสงกรานต์ นางรำนำขบวนแห่ ตำแหน่งเหล่านี้ล้วนการันตีถึงความสวยของคุณย่า

ทั้งสองท่านเป็นคู่รักที่น่าอิจฉาเพราะมีทั้งเงินและชื่อเสียง แต่งงานกันตอนอายุยี่สิบเจ็ดนับว่าช้าเกินสำหรับคนเมื่อห้าสิบกว่าปีที่แล้วซึ่งอายุได้ 15-16 ก็เป็นฝั่งเป็นฝากันแล้ว ปีถัดมามีลูกชายด้วยกันสองคนหัวปีท้ายปีคือ “ศรชัย” ลุงของณภัทรที่ตอนนี้บวชเป็นพระอยู่ที่วัดประจำหมู่บ้าน และ “ศรีชัย” พ่อของณภัทร ลูกชายทั้งสองได้ยีนเด่นจากพ่อมาเต็ม ๆ หน้าตาแทบจะถอดพิมพ์กันมา โชคดีที่ณภัทรหน้าตาออกไปทางแม่และได้รับยีนด้อยของคุณย่าที่แฝงอยู่ในโครโมโซมของพ่อมาอีกนิดหน่อย ผสมปนเปกันแล้วก็ออกมาเป็นเด็กชายหน้าตาน่ารักน่าชัง โตขึ้นมาก็หล่อใช้ได้อย่างที่เห็น

เรื่องวิญญาณเร่ร่อนนี่คงเคยเจออยู่มั้ง เวลาณภัทรผ่านไปแถวสถานที่อโคจร พวกผับ บาร์ แหล่งมั่วสุม สถานเริงรมย์ต่าง ๆ มักรู้สึกเหมือนมีใครจ้องมองอยู่ ตอนรถจักรยานยนต์ติดไฟแดงตามแยกใหญ่ ๆ ก็รู้สึกเสียววาบไปทั้งตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ไม่เคยเจอจะ ๆ ตัวเป็น ๆ อย่างมาวิน อาจเป็นเพราะวิญญาณเหล่านั้นมีพลังไม่กล้าแกร่งพอที่จะสามารถปรากฏตัวให้เห็นได้ พวกมันอาจติดตามณภัทรไปทุกหนทุกแห่ง ช่วยเหลือคุ้มภัยบ้างตามกำลังและรับผลบุญที่ณภัทรแผ่อุทิศเพื่อจะได้หลุดพ้นจากโลกมนุษย์ ไปสู่ที่ชอบ ๆ หรือเข้าสู่วัฏจักรเวียนว่ายตายเกิดต่อไป

“ถามจริงเถอะ ที่นายช่วยฉันมาจนถึงทุกวันนี้ เพื่ออะไรกันแน่?”

มาวินสะอึกกับคำถาม เขานึกว่าณภัทรจะเลิกสนใจถามคำถามนี้แล้วเสียอีก

“ก็… ฉันเคยบอกนายไปแล้วไง ว่าฉันต้องการตอบแทนที่นายช่วยให้ฉันรอดเนื้อมือหมอผีชั่วนั่นมาได้”

“เท่านี้เองเหรอ” ณภัทรตวัดหางเสียงสูง “ฉันว่านายตอบแทนมากเกินไปแล้วนะ ต้องมีอะไรอื่นแอบแฝงแน่ ๆ บอกฉันมาตรง ๆ เถอะมาวิน”

มาวินตกใจเหมือนถูกจุดไต้ตำตอ

“เปล๊า! ไม่มีอะไร ฉันแค่อยากตอบแทนนาย ไม่มีทางเป็นอย่างอื่น ถ้านายคิดว่าที่ฉันทำไปมันมากเกิน ตั้งแต่พรุ่งนี้ฉันจะไม่ช่วยนายแล้ว” มาวินกระเง้ากระงอด

“อย่าเชียวนะ กำลังไปได้ดีเลย ช่วยฉันต่อไปเรื่อย ๆ เถอะ อย่างน้อยก็จนกว่าฉันจะเรียนจบหางานมั่นคงทำได้ นายก็รู้นี่ว่าที่บ้านฉันมีภาระหนี้สินต้องรับผิดชอบ”

“ฉันก็คิดแบบนั้นอยู่ แต่นายมาพูดแบบนี้ระวังฉันเปลี่ยนใจนะ”

“ขอโทษ ๆ คราวหลังจะไม่ถามซักไซ้นายเรื่องนี้แล้ว”

ณภัทรสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่ยังไม่หายสงสัยในประเด็นนี้ เขาสังหรณ์ใจว่าเจตนาดีของมาวินนั้นต้องมีอะไรแอบแฝง แม้มองลึกเข้าไปในดวงตาของผีหนุ่มก็ยังไม่ได้รับคำตอบ แน่นอนอยู่แล้วเพราะเขาไม่ได้มีพลังมองทะลุอดีตเหมือนมาวินนี่ แต่ถึงอย่างไรเขาก็รู้สึกขอบคุณผีหนุ่มที่อุตส่าห์ช่วยเหลือมาขนาดนี้ แม้เงินค่าบูชาครูที่ได้จะห่างไกลยอดหนี้อยู่โข แต่ก็พอมีจ่ายรายงวดไม่ให้เจ้าหนี้มายึดบ้านยึดรถซึ่งเป็นสมบัติสุดท้ายของครอบครัวไป


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!