พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 17

Share
Share

สี่หนุ่มสาวออกจากรถเดินตรงมายังบ้านไทยทรงโบราณที่ประกอบอย่างประณีตโดยไม่ใช้ตะปูสักตัว แม่ของณภัทรชื่อ “เพียงแข” ได้ยินเสียงรถยนต์รุ่นใหม่เข้ามาในบ้านก็ยกน้ำกระเจี๊ยบลงมาเลี้ยงต้อนรับพร้อมสามีชื่อ “ศรีชัย” คนอายุน้อยกว่าไหว้ทักทายผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ได้แต่ยิ้มตอบไม่สามารถรับไหว้ได้เนื่องจากมือไม่ว่าง

“คิดถึงแม่จังเลย ขอหนูกอดให้หายคิดถึงหน่อยนะ” ณภัทรโผเข้าหาแม่ กอดแม่เข้าอ้อมแขนแน่น เกือบทำแก้วน้ำกระเจี๊ยบบนถาดสแตนเลสหล่นพื้น

“ไอ้หนูระวังหน่อย น้ำจะหกหมดแล้วเห็นไหม ปล่อยแม่ก่อนไม่อายเพื่อนหรือยังไงโตป่านนี้แล้ว”

น้ำเพชรและมุกลัดดาแอบขำ ใครจะเชื่อเล่าว่าผู้ชายที่ปากร้าย ผู้มักต่อปากต่อคำกับพวกเธอบ่อย ๆ จะเป็นลูกแหง่ติดแม่มากขนาดนี้ แถมแทนตนเองว่าหนูเวลาคุยกับแม่ ถึงจะดูไม่เข้ากันกับอายุอานามเท่าไหร่ แต่ดูแล้วก็น่ารักไปอีกแบบ

“เด็ก ๆ เดินทางมาไกลคงเหนื่อย ดื่มน้ำกระเจี๊ยบหอมเย็นชื่นใจกันก่อน พ่อกับแม่ปลูกกระเจี๊ยบแดงไว้หลังสวน รับรองว่าปลอดภัยจากสารเคมี” ศรีชัยส่งแก้วน้ำกระเจี๊ยบให้เด็กวัยรุ่น

“พ่อจ๊ะแม่จ๋า นี่น้ำเพชรประธานชมรมของเรา ส่วนนี่มุกลัดดาเป็นนักกีฬาว่ายน้ำตัวแทนมหาวิทยาลัย” ณภัทรแนะนำเพื่อนผู้หญิงให้พ่อกับแม่รู้จัก ส่วนจ้อนไม่ต้องแนะนำเพราะพ่อแม่รู้จักอยู่แล้ว ปิดภาคเรียนครั้งก่อนเขาเคยมาพักที่นี่พร้อมกับครอบครัว

เพียงแขมองน้ำเพชรอย่างพึงพอใจ ชื่นชมว่าน้ำเพชรเป็นคนสวย ผมเผ้างามคงดูแลทะนุถนอมเป็นอย่างดี รูปร่างก็สมส่วนมีองค์เอว ผิวพรรณขาวผ่องเปล่งปลั่งดูมีน้ำมีนวล ใบหน้ามีเลือดฝาดสีอมชมพูดูสดใสเป็นธรรมชาติอย่างไม่ต้องปรุงแต่งเครื่องสำอางเพิ่มเติม

“หนูน้ำเพชรสวยจริง ๆ สวยแบบนี้เป็นผู้หญิงในสเปกของไอ้หนูเขาเลย” เพียงแขกล่าว

ณภัทรที่กำลังดื่มน้ำกระเจี๊ยบสำลักพ่นของเหลวในปากพุ่งออกมาเป็นสาย แม่พูดอะไรออกมาไม่เข้าท่าเสียเลย ตอนนี้แก้มสองข้างของเขาแดงแข่งกับน้ำกระเจี๊ยบแล้ว

“ใช่ที่ไหนล่ะแม่ หนูไม่ได้ชอบน้ำเพชรนะ เราเป็นแค่เพื่อนร่วมชมรมกัน”

“อ้าว… ไอ้หนูเคยบอกแม่เองว่าชอบผู้หญิงขาว ผมยาวสลวย หนูน้ำเพชรก็ตรงตามคุณสมบัติทุกอย่าง”

น้ำเพชรเนียงหน้าหนี ไม่อยากให้ใครเห็นแก้มที่แดงระเรื่อขึ้นมาเหมือนกัน

“แล้วหนูล่ะคะ สวยไหมคะคุณแม่” มุกลัดดาปั้นหน้ายิ้มพลางเอานิ้วชี้แก้มของตนให้ดูเป็นเด็กสาวน่ารัก

“อย่างเธอเนี่ยเขาเรียกว่าขี้เหร่” จ้อนหันมาแขวะ

มุกลัดดาค้อนใส่

เพียงแขและศรีชัยเห็นหนุ่มสาวคู่นี้หยอกล้อกันก็ยิ้มชอบใจ พลางนึกถึงวันวานเก่า ๆ ก่อนทั้งคู่จะคบหาดูใจกัน

“แม่ว่าอีกหน่อยหนูจ้อนกับหนูมุกลัดดาคงได้รักกันเข้าสักวัน”

“แต่ก่อนพ่อกับแม่ก็เคยเป็นคู่กัดกันแบบนี้ ดูตอนนี้สิพ่อกับแม่รักกันมายี่สิบสามสิบปีแล้ว” ศรีชัยว่าแล้วก็โอบไหล่ภรรยา เพียงแขยิ้มเขินเหมือนสมัยเป็นวัยแตกเนื้อสาว

“ไม่มีทางครับ! ผู้หญิงอย่างยายมุกผมไม่มีทางเลือกมาเป็นคู่ครองชีวิตแน่” จ้อนพูดห้วนอย่างมะนาวไม่มีน้ำ คำพูดนั้นทำหัวใจของมุกลัดดาโหวง ๆ อย่างไรชอบกล

“เอ๊ะ! ทำไมคุณแม่เรียกนายจอห์นว่าจ้อนล่ะคะ?” น้ำเพชรถามเมื่อสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ นิสัยแบบนี้สมกับที่เรียนคณะวิทยาศาสตร์

“ก็เพื่อนเราคนนี้ชื่อจ้อนไม่ใช่เหรอ พ่อแม่ของเขาเคยมาพักที่นี่ แม่ก็ได้ยินพวกเขาเรียกลูกตนเองว่าจ้อนนะ ชื่อจอห์นดูฝรั๊ง… ฝรั่ง ไม่มีคนไทยที่ไหนจะตั้งชื่อลูกอย่างนั้นหรอกมั้งจ๊ะแม่ว่า” เพียงแขว่าไปตามจริง

ตายละหว่า! ไม่ได้เตรียมกับทางนี้เอาไว้ ความลับที่โกหกทุกคนมาแตกเอาวันนี้ รับรองได้เลยว่าข่าวนี้ต้องแพร่ไปถึงหูคนอื่น ๆ ไวกว่าไฟลามทุ่งแน่นอน คนปากโป้งอย่างมุกลัดดาที่ถือคติ “มุกรู้โลกรู้” ไม่มีทางช่วยเหยียบไว้หรอก

“ฮ่า ๆ ๆ ที่แท้นายชื่อจ้อนหรอกเหรอ ฉันก็หลงเชื่อว่านายชื่อจอห์นมาตั้งสองปีครึ่ง เพิ่งจะมารู้ความลับก็วันนี้ ไอ้เราคิดว่าบ้านนายไฮโซจะตั้งชื่อลูกว่าจอห์นคงไม่แปลกอะไร เลยไม่เคยเอะใจสงสัย แต่มันใช่อย่างนั้นที่ไหน โกหกกันได้นะนายจ้อนลูกคุณพ่อนิติศักดิ์” มุกลัดดาได้โอกาสก็ล้อเลียนชื่อพ่อของจ้อนไปด้วยเสียเลย

“แหม… ได้ทีขี้แพะไหลเลยนะ” จ้อนแหว

“ได้ทีขี่แพะไล่!” มุกลัดดากับน้ำเพชรประสานเสียงแก้คำผิด

ศรีชัยและเพียงแขมองจ้อนและมุกลัดดาหยอกเย้ากันเหมือนเห็นตัวเองในอดีต แต่ก่อนทั้งคู่ก็ไม่ชอบหน้ากันอย่างคู่นี้ สุดท้ายก็ตกหลุมรักกันจนมีพยานรักที่ร่วมกันตั้งชื่อว่าณภัทร คอยดูเถอะ อนาคตข้างหน้าจ้อนและมุกลัดดาไม่แคล้วได้ครองคู่กัน

“พ่อว่าพวกเราเอาสัมภาระเก็บขึ้นบ้านกันดีกว่า พ่อกับแม่เตรียมที่หลับที่นอนไว้ให้แล้ว”

ทุกคนยกกระเป๋าตามเจ้าของบ้านขึ้นไป บ้านหลังนี้แข็งแรง ไม่น่าเชื่อว่าจะสร้างโดยไม่ใช้ตะปูเลยสักตัว เพดานสูงมีช่องลมมากมายไว้ให้อากาศหมุนเวียนจึงไม่ร้อนเลย พื้นที่ถูกแบ่งครึ่ง ส่วนแรกตีผนังกั้นเป็นห้องนอนสองห้อง ห้องหนึ่งเป็นของเพียงแขและศรีชัย ส่วนอีกห้องเป็นของณภัทร พื้นที่อีกครึ่งที่เหลือปล่อยโล่งเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ซึ่งตอนนี้ด้านหนึ่งถูกปูฟูกนอนและกางมุ้งสำหรับสองคน

“เธอสองคนนอนในห้องฉันแล้วกัน มันมิดชิดดี ส่วนฉันกับจ้อนจะนอนข้างนอกนี่แหละ” ณภัทรบอกน้ำเพชรแล้วต่างฝ่ายต่างแยกย้ายเอาสัมภาระเข้าไปเก็บ เสร็จแล้วก็มาเจอกันที่ใต้ถุนด้านล่าง

“เดี๋ยวต้องไปประกาศเสียงตามสาย ขอแรงชาวบ้านไปช่วยงานก่อสร้างห้องน้ำวันพรุ่งนี้ ฉันเตรียมรายละเอียดมาแล้วอ่านตามได้เลย เอาไปให้ผู้ใหญ่บ้านประกาศตอนนี้เลยได้ไหม?” น้ำเพชรพูดพลางชูกระดาษเขียนคำประกาศที่กลั่นกรองแล้วกลั่นกรองอีกให้เพื่อนดู

“ไปเดี๋ยวนี้เลยก็ได้ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านอยู่ติดกันนี่เอง แต่เธอต้องเป็นคนประกาศเสียงตามสายเองนะ เพราะลุงทมผู้ใหญ่บ้านแกตาฝ้าฟางแล้ว อ่านอะไรตัวเล็ก ๆ อย่างนี้ไม่ออกหรอก” ณภัทรบอก

“อ้าว… ฉันไม่เคยประกาศเสียงตามสายเลย กลัวจะพูดได้ไม่ดี”

“แกเก่งจะตายยายเพชร แค่ประกาศเสียงตามสายเรื่องจิ๊บ ๆ” มุกลัดดาตบไหล่ให้กำลังใจเพื่อน

สี่หนุ่มสาวเดินไปที่ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านซึ่งอยู่ติดกับบ้านณภัทร ณภัทรขออนุญาตลุงทมซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านใช้เสียงตามสาย เขาเปิดเครื่องกระจายเสียงอย่างชำนาญคุ้นเคยแล้วหยิบไมโครโฟนส่งให้น้ำเพชร หญิงสาวรับมาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ อ่านออกเสียงข้อความจากกระดาษในมือถูกบ้างผิดบ้างตะกุกตะกักในบ้างครั้ง ณภัทรไม่ได้สนใจว่าเธอพูดอะไรไปบ้าง เอาแต่เคลิ้มกับน้ำเสียงหวาน ๆ ของเธอจนรู้ตัวก็ตอนเธอยื่นไมโครโฟนคืนให้

ณภัทรเก็บเครื่องมือเข้าที่ตามเดิม ทั้งหมดเดินลงมาจากบ้านแล้วลุงทมก็เดินมาทักว่าทำไมณภัทรไม่เป็นคนประกาศเสียงตามสายเสียเอง เพราะทุกครั้งมักช่วยเป็นโฆษกประจำหมู่บ้านประชาสัมพันธ์แทนลุงทม น้ำเพชรได้ยินก็หันมาค้อน ถ้าเขาชำนาญเรื่องนี้ทำไมไม่เป็นคนประกาศเสียเอง จงใจปล่อยให้เธอขายหน้าชาวบ้านใช่ไหม

ณภัทรทำหน้ากวนประสาทใส่แล้วเดินนำออกไปจากบ้านลุงทมแต่ไม่ได้มุ่งหน้ากลับบ้าน เขาคิดถึงหลวงลุงและคิดว่าหลวงลุงคงอยากเห็นหน้าเขาเหมือนกันจึงเดินทางไปที่วัดประจำหมู่บ้าน จ้อนไม่เคยพบหลวงลุงของณภัทรเช่นเดียวกับน้ำเพชรและมุกลัดดา ทั้งสามตามเจ้าถิ่นไป สังเกตว่าระหว่างทาง ชาวบ้านไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็กต่างทักทายณภัทรอย่างสนิทสนมราวกับเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ความสัมพันธ์แบบนี้หาในเมืองหลวงไม่ได้เลย แค่พักอยู่คอนโดห้องติดกันก็ไม่รู้จักชื่อกันแล้ว

วัดบ้านทุ่งวัวคะนองสงบร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่หลายสายพันธุ์ ที่นี่สิ่งก่อสร้างไม่ได้สวยงามวิจิตรตระการตาเท่าวัดใหญ่ในเมืองหลวง แต่มองดูแล้วมีเสน่ห์น่าหลงไหลกว่า ที่นี่มีสระบัวหลายสีพร้อมปลาแหวกว่าย ไก่ตัวใหญ่ตัวเล็กคุ้ยเขี่ยหาอาหารตามพื้นหลายฝูง สุนัขทั้งขนดำขนน้ำตาลนอนอยู่ใต้กุฏิกับแมวอย่างเป็นมิตร กระรอกซุกซนก็วิ่งไล่กันไปมา กระโดดไปต้นโน้นทีต้นนี้ที เสียงนกป่าแว่วเข้าหูมาเป็นระยะ เข้าวัดนี้เหมือนได้มาทัศนะศึกษาสวนสัตว์ขนาดย่อมอย่างไรอย่างนั้น

ทั้งหมดเข้ามาในวิหาร เห็นพระอาวุโสรูปหนึ่งนั่งอ่านหนังสือธรรมะอยู่บนอาสนะ ณภัทรคลานเข่าเข้าไปหาแล้วกราบท่านหนึ่งครั้งโดยไม่แบมือ

“นมัสการจ้ะหลวงลุง”

หลวงลุงของณภัทรเหลือบสายตามามอง เมื่อเห็นว่าเป็นหลานชายก็วางหนังสือในมือลงแล้วยกมือขึ้นลูบหัวหลานรัก ภิกษุท่านนี้เดิมชื่อศรชัยเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของศรีชัยพ่อณภัทร ท่านแต่งงานแล้วและมีภรรยาชื่อแจ๋วอยู่บ้านตรงข้ามกับณภัทร ทั้งสองเคยมีลูกชายด้วยกันสองคนอายุห่างณภัทรราวสิบปีได้ แต่ตอนนี้ลูกชายทั้งสองเสียชีวิตแล้วเนื่องจากโดนลูกหลงจากวัยรุ่นยกพวกตีกันในงานฤดูหนาวเมื่อสิบห้าปีก่อน ศรชัยเสียใจมากกับการสูญเสียลูกชายพร้อมกันถึงสองคน จึงเลือกให้พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าช่วยรักษาจิตใจจนครองผ้าเหลืองมาจวบจนทุกวันนี้

“โยมหลานสบายดีไหม แล้วนี่คงเป็นเพื่อน ๆ ที่มหาวิทยาลัย ปิดเทอมกันแล้วสิใช่ไหม?” หลวงลุงถาม

“หนูสบายดีจ้ะ สามคนนี้เป็นเพื่อนที่มหาวิทยาลัย พวกเราอยู่ชมรมอาสาเพื่อสังคมด้วยกันจ้ะ ชื่อจ้อน น้ำเพชรและมุกลัดดา พรุ่งนี้จะมีเพื่อนที่ชมรมมาเพิ่มอีก พวกเราจะมาสร้างห้องน้ำให้โรงเรียนประจำหมู่บ้านของเราจ้ะ”

“อืม…ดี วัยรุ่นมันเป็นวัยที่มีพลังเยอะแยะเหลือเฟือ ใช้พลังที่มีอยู่นั้นเพื่อช่วยเหลือสังคม นับว่าได้กุศลมากทีเดียว”

จ้อนคลานเข่าเข้ามาใกล้หลวงลุง บุคลิกท่านดูน่าเลื่อมใส น่าจะมีคาถาอาคมหรือเครื่องรางปลุกเสกให้เขาพกเอาไว้ป้องกันตัวบ้าง จ้อนใจคอไม่ดีเลยตั้งแต่วันที่มีคนร้ายมาเคาะประตูทำร้ายถึงหน้าห้องเช่าของณภัทร อีกทั้งยังมีคนบุคลิกท่าทางแปลก ๆ มาขู่ทำร้ายณภัทร เขาซึ่งเป็นคนสนิทชิดใกล้ อาจโดนลูกหลงไปด้วยได้

“หลวงลุงพอจะมีเครื่องรางของขลังอะไรให้ผมพกติดตัวบ้างไหมครับ แบบแคล้วคลาดอันตรายอะไรแบบนี้”

หลวงลุงเลิกคิ้วบาง ๆ ของท่าน

“ของขลังอะไรหลวงลุงไม่มีหรอก ของพวกนั้นมีไปแต่เรายังทำกรรมชั่วก็ช่วยอะไรไม่ได้” หลวงลุงพูดแล้วกำหมัดชกอกซ้ายของจ้อนเบา ๆ “มีแต่จิตใจใฝ่คุณธรรมเท่านั้นที่จะปกปักรักษาเราได้ พึงทำความดี หมั่นช่วยเหลือคนอื่น ใช้ชีวิตอย่างมีสติเท่านี้ของขลังก็ไม่จำเป็นแล้ว พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เราเป็นนักคิดนักสงสัย อย่าเชื่ออะไรที่เชื่อตาม ๆ กันมา จนกว่าจะพิสูจน์ได้ด้วยตัวเราว่าสิ่งนั้นจริงหรือเท็จ ความไม่รู้คืออวิชชา อวิชชาคือศัตรูของพระพุทธศาสนา จำคำหลวงลุงพูดไว้”

จ้อนผิดหวังที่ไม่ได้ของขลัง แต่ตาสว่างเห็นธรรมมากขึ้น ธรรมที่ว่านั้นคือธรรมชาติของชีวิต ทุกวันนี้เขาอาจใช้ชีวิตโดยปราศจากการไตร่ตรองและหลงเชื่อตามคนอื่นอย่างเรื่องซุปไก่สกัดเป็นตัวอย่าง รู้สึกซาบซึ้งในรสพระธรรม อยากบวชเป็นลูกศิษย์หลวงลุงเสียเดี๋ยวนี้ แต่คงต้องรอให้เรียนจบเสียก่อน ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในวิหารทั้งหมดก็หันไปมองเห็นชายวัยกลางคนเดินเข้ามานั่งคุกเข่ากราบหลวงลุง

“นมัสการครับหลวงพี่ พอดีวันนี้ผมถือฤกษ์ดีถอยรถป้ายแดงมาสด ๆ ร้อน ๆ อยากให้หลวงพี่ไปเจิมเพื่อเป็นสิริมงคลให้หน่อยครับ” ชายวัยกลางคนที่เพิ่งมาถึงพนมมือบอกหลวงลุง

“อืม ๆ ได้สิ จอดไว้หน้าวิหารนี้แล้วใช่ไหม เดี๋ยวเตรียมของเสร็จจะตามออกไป” หลวงลุงบอกชายวัยกลางคนแล้วหันมาพูดกับสี่หนุ่มสาว “พวกเราจะกลับกับหรือยังออกไปพร้อมกันหมดนี่เลยไหม?”

“ก็ดีครับ เดี๋ยวก่อนกลับขอดูหลวงลุงทำพิธีเจิมรถใหม่ป้ายแดงเพื่อเป็นสิริมงคลก่อน ผมว่าต้องศักดิ์สิทธิ์มากแน่ ๆ” จ้อนว่า หลังจากหลวงลุงเตรียมของสำหรับเจิมเสร็จก็เดินออกมาข้างนอกวิหาร

ชายวัยกลางคนเจ้าของรถกระบะสีดำสี่ประตูคันใหม่ป้ายแดงออกมาก่อนล่วงหน้าพักหนึ่งแล้ว แกเปิดประตูทั้งสี่บานไว้เพื่อให้หลวงลุงเข้าไปเจิมเบาะ เจิมพวงมาลัย เจิมประตู เจิมอะไรได้ก็เจิมไป หลวงลุงถือขันเงินใบเล็กที่ข้างในบรรจุดินสอพองผสมน้ำเข้ามาหาเจ้าของรถ

“หลวงพี่ช่วยลงคาถาขลัง ๆ ให้ขับแล้วแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวง ขับไปไหนก็นำเงินทองไหลมาเทมา ค้าขายดีได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ เอาเลยครับหลวงพี่จะเริ่มเจิมตรงไหนก่อนดี?”

ป๊าบ!

หลวงลุงเอานิ้วที่จุ่มดินสอพองผสมน้ำแปะเข้าไปที่กลางหน้าผากของเจ้าของรถใหม่ป้ายแดง เจ้าของรถงงหลวงลุงเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า รถกระบะโน่นที่แกต้องการให้หลวงลุงเจิม ท่านยังแก่ไม่มากแต่ทำไมหูตาฝ้าฟางได้ขนาดนี้

“เอ่อ… หลวงพี่ครับ ผมขับรถกระบะมาให้หลวงพี่เจิมไม่ใช่ให้เจิมที่ผม หลวงพี่เจิมผิดที่แล้วครับ” ชายวัยกลางคนบอก

“ไม่ผิดหรอกโยม ถ้าโยมอยากให้รถของโยมขับแล้วแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวงก็ให้เจิมที่โยมซึ่งเป็นคนขับ ถ้าคนขับมันมีสติไม่เมา ไม่ขับเร็วและปฏิบัติตามกฎจราจร อุบัติเหตุก็ไม่เกิดหรอก ถ้าอยากให้ขับไปไหนแล้วนำเงินทองไหลมาเทมาค้าขายดีได้กำไรเป็นกอบเป็นกำก็ต้องเจิมที่โยมอีกเหมือนกัน เพราะคนเราจะจนจะรวยขึ้นอยู่ที่ความขยัน จะไปเจิมรถให้เสียเวลาทำไม เจิมที่คนนี่แหละดีแล้ว”

จ้อนและสองสาวอึ้งกับคำสอนทว่าใช้ได้จริงของหลวงลุง จริงอย่างที่ท่านว่า ถ้าไม่อยากให้อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นกับตัวเองก็ต้องขับรถอย่างระมัดระวัง มีสติและเคารพกฎจราจร ถึงแม้จะเอาดินสอพองเจิมรถทั่วทั้งคัน แต่คนขับไม่มีสติ ยมบาลก็ถามหาเอาได้ อยากค้าขายร่ำรวยต้องขยันหนักเอาเบาสู้ ไม่ใช่รอความช่วยให้เทพยดาประทานเงินทองมากองไว้ในรถ เมื่อให้หลวงลุงเจิมหน้าผากเรียกสติเรียบร้อยแล้ว ชายวัยกลางคนก็ไหว้ลาแล้วขับรถกระบะคันใหม่ป้ายแดงออกจากวัดไป

ทั้งหมดไหว้ลาหลวงลุงแล้วเดินออกมาจากวัด ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว ณภัทรเจ้าถิ่นพาทุกคนมาแวะร้านก๋วยเตี๋ยวของป้าติ๋มซึ่งเป็นเพิงเล็ก ๆ มีโต๊ะไม้ประกอบเองเพียงสองตัว หลังคามุงด้วยจาก มีต้นพวงชมพูเลื้อยขึ้นปกคลุม หน้าร้านมีต้นจำปีออกดอกสีขาวนวลส่งกลิ่นหอมละมุนจมูก ร้านนี้ใช้ชามตราไก่ซึ่งเป็นเซรามิกไม่ใช่ชามเมลามีนที่ปล่อยสารพิษยามโดนความร้อน หม้อต้มน้ำก๋วยเตี๋ยวก็เป็นหม้อดินเผาเตาถ่านปลอดภัยไร้สารตะกั่ว ณภัทรสั่งก๋วยเตี๋ยวเผื่อเพื่อนด้วยรวมเป็นสี่ชามราคาแค่หนึ่งร้อยบาท หนึ่งชามปริมาณเยอะกว่าสั่งพิเศษที่ร้านในเมืองเสียอีก ที่นี่ใส่ผักตำลึงผักหวานลงไปด้วย รสชาติแปลกลิ้นแต่นับว่าอร่อย ถ้าให้กินอีกชามคงไม่ไหวเพราะชามเดียวก็แน่นท้องแล้ว

เสร็จจากมื้อกลางวันก็พากันไปติดต่อบ้านป้าแจ๋วและบ้านลุงทมเพื่อขอให้ชาวค่ายได้อาศัยนอนพัก ชาวค่ายที่จะมาวันพรุ่งนี้เป็นผู้ชายห้าคนและผู้หญิงสามคน ผู้หญิงให้พักที่บ้านป้าแจ๋ว ผู้ชายให้พักที่บ้านลุงทมซึ่งหลังใหญ่หน่อย กว่าจะเตรียมที่นอนหมอนมุ้งให้ครบจำนวนคน เวลาก็ล่วงถึงบ่ายสามโมง กลับมาที่บ้านณภัทรทุกคนก็อาสาช่วยงานในสวนผักอินทรีย์ รดน้ำ ใส่ปุ๋ย ถอดหญ้าที่ขึ้นแซมแปลง เป็นประสบการณ์ที่สนุกไปอีกแบบ เมื่อมือเท้าได้เลอะโคลนหลังจากไม่เคยจับงานเกษตรเลยตั้งแต่ผ่านพ้นวัยประถมตอนเรียนวิชาการงานอาชีพ

มื้อเย็นเพียงแขลงมือทำอาหารอย่างสุดฝีมือ เธอรู้จักอาหารคนเมืองอยู่เพียงไม่กี่อย่าง ถ้าทำอาหารท้องถิ่นก็กลัวเพื่อน ๆ ของลูกจะกินกันไม่เป็น อาหารมื้อนี้จึงเป็นการผสมผสานเพราะมีทั้งไข่เจียวชะอม กบทอดน้ำปลา แกงหยวกกล้วยและคะน้าน้ำมันหอย น้ำเพชรไม่รู้จักอาหารอย่างอื่น ๆ เลยนอกจากคะน้าน้ำมันหอย แม่ของเธอไม่เคยทำอาหารพวกนี้กินกันในบ้านเลย มุกลัดดาเห็นเพื่อนไม่ตักอะไรเลยนอกจากคะน้าน้ำมันหอย จึงตักไข่เจียวชะอมใส่จานข้าวเพื่อนแล้วหยิบกบทอดน้ำปลาไปแทะ มุกลัดดาปรับตัวได้ไวเหลือเกิน สมกับเป็นนักกีฬาที่ต้องอยู่ง่ายกินง่าย

“ชะอมมันเหม็นไม่ใช่เหรอ?” น้ำเพชรเหลือบไปมองเพื่อนสาว

มุกลัดดาวางกบทอดน้ำปลาลง เธอกล้ากินเข้าไปได้ยังไงนะ น้ำเพชรเห็นสภาพกบที่เหยียดแข้งเหยียดขาเพราะตกใจกับน้ำมันร้อนก็สะเทือนใจไม่กล้ากินแล้ว

“นี่มันมื้อเย็นแล้ว กินเสร็จก็อาบน้ำแปรงฟันเข้านอน ตื่นมาตอนเช้าก็แปรงฟันอีกรอบ เท่านี้กลิ่นคงหายแล้วล่ะ ไม่ต้องห่วงกินไปเลยอร่อยจะตาย”

น้ำเพชรใช้ช้อนตัดไข่เจียวชะอมให้พอดีคำแล้วเอาเข้าปาก เคี้ยวให้เป็นชิ้นละเอียดแล้วรสชาติอร่อยก็แผ่ซ่านไปทั่วทั้งลิ้น มุกลัดดาหยิบกบทอดน้ำปลามาคะยั้นคะยอให้น้ำเพชรชิม น้ำเพชรหลับตาคิดเสียว่ากำลังหยิบไก่ทอดเข้าปาก พอเนื้อขาวนุ่มโดนลิ้นเธอก็ตาโต เนื้อกบรสชาติอร่อยกว่าเนื้อไก่เสียอีก ชักติดใจรสชาตินี้เข้าแล้ว หันไปมองเห็นกบทอดน้ำปลาเหลืออยู่อีกไม่กี่ตัวบนจาน จะแย่งคนอื่นกินทันไหมนะ ต้องรีบตุนใส่จานข้าวของตนเองเสียก่อน

จ้อนเด็กอนามัยขออาบน้ำก่อนเพื่อนหลังเสร็จจากมื้อค่ำ อาบน้ำเสร็จก็มานอนอ่านหนังสือการ์ตูนที่พกมาด้วยหลายเล่มอยู่ในมุ้งหน้าห้องนอนณภัทร น้ำเพชรขออาบต่อเพราะอากาศที่นี่ชักหนาว แถมบ้านณภัทรยังไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นอีก หากอาบดึกกว่านี้อาจได้แข็งชูแข้งขาเหมือนท่ากบทอดน้ำปลา ณภัทรบอกมุกลัดดาให้อาบน้ำต่อน้ำเพชรแต่เธอบอกให้เขาอาบก่อนเลยเพราะตนจะช่วยเพียงแขล้างจานก่อน ณภัทรจึงเข้าห้องน้ำซึ่งแยกต่างหากจากตัวบ้านไปอาบน้ำ

เมื่อแต่งตัวเสร็จน้ำเพชรก็หยิบหนังสือวรรณกรรมทรงคุณค่าที่จัดพิมพ์ใหม่มาอ่านบนเตียง โดยเปิดประตูห้องไว้คอยมุกลัดดา น้ำเพชรเป็นคนอ่านหนังสือช้าเพราะเก็บรายละเอียดความงามของทุกถ้อยคำ อ่านไปได้ครึ่งบทก็ได้ยินเสียงกุกกักเหมือนมีคนทำอะไรอยู่ที่ปลายเตียง ค่อย ๆ ลดหนังสือลงมองเห็นณภัทรเปลือยท่อนบนนุ่งผ้าเช็ดตัวสีฟ้าผืนเดียวอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าโดยหันหลังให้เธอ

“กรี๊ด! เข้ามาทำไม นายนอนข้างนอกไม่ใช่เหรอ” น้ำเพชรร้องแล้วรีบยกหนังสือขึ้นปิดหน้า

“อ้าว… ก็เสื้อผ้าฉันอยู่ในนี้ ถ้าไม่ให้เข้ามาเปลี่ยนจะให้ฉันล่อนจ้อนนอนคืนนี้หรือไง” ณภัทรหันมามอง ไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตอะไร แล้วหันกลับไปค้นเสื้อผ้าจากในตู้

น้ำเพชรแอบลดหนังสือลงมองแผ่นหลังดึงดูดใจนั้นของเขา แผ่นหลังเขากว้างเช่นนี้ได้คงเพราะช่วยงานสวนผักอินทรีย์ที่บ้านอย่างแน่นอน แม้ณภัทรจะไม่ใช่คนผิวขาว ผิวเขาออกน้ำตาลหน่อย ๆ แต่ก็เนียนเรียบไร้ริ้วรอยแผลเป็น กล้ามเนื้อไหล่และแขนที่ได้จากการยกเข่งผักก็บึกบึนสมชายชาตรี น้ำเพชรมองร่างกำยำนั้นอย่างไม่กระพริบตาโดยไม่รู้ตัว

“อ่านหนังสือต่อไปเลยนะ อย่าได้แอบมองฉันเชียว” ณภัทรพูดขึ้นโดยไม่ได้หันมามอง

น้ำเพชรตกใจจนรู้สึกตัวจึงยกหนังสือขึ้นบังหน้า เธอเป็นอะไรไป ทำไมมองเขาตาไม่กระพริบขนาดนั้น นึกแล้วก็อายตัวเองหน้าแดงขึ้นมา เมื่อณภัทรสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็เดินมาทิ้งตัวนอนคว่ำลงเตียงข้างน้ำเพชรโดยหันหน้าไปทางเธอ เขาหลับตาพริ้มเมื่อร่างเนื้อสัมผัสที่นอนนุ่ม ๆ ของตนเอง ไม่มีที่นอนไหนจะนุ่มน่านอนไปกว่าที่นอนของตนเองอีกแล้ว

“เฮ้อ… สบายจริงเชียว ไม่ได้นอนเตียงนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ”

น้ำเพชรหันมามองชายหนุ่มที่มีใบหน้าผ่อนคลาย ทำไมเขาไม่เคยทำหน้าแบบนี้ใส่เธอบ้าง ที่ผ่านมามีแต่บึ้งตึงใส่กันตลอด เธอไม่อยากให้เป็นแบบนั้นอีกต่อไปแล้วควรเริ่มแก้ไขอย่างไรดี หญิงสาวเอาหนังสือนิยายในมือตีแก้มเขาเบา ๆ เป็นการปลุกให้ตื่นจากความสุขสบาย

“นี่! ออกไปได้แล้ว ตอนนี้เตียงนี้เป็นของฉันกับยายมุก ไว้ให้พวกฉันกลับก่อนแล้วจะคืนให้นาย”

“ขอนอนตรงนี้ต่ออีกหน่อยเถอะ ฟูกนอนข้างนอกมันแข็ง ตื่นมาตอนเช้าฉันต้องปวดหลังแน่เลย”

“งั้นพรุ่งนี้ตื่นมาจะให้ยายมุกนวดหลังให้”

“ไม่เอาหรอก ขืนยายนั่นนวดให้มีหวังหมอนรองกระดูกฉันเสื่อมก่อนวัยแน่” พูดแล้วณภัทรก็ดมฟูกนอนซึ่งหอมกลิ่นแดดอ่อน ๆ เพราะเพียงแขเอาออกไปตากแดดเมื่อตอนกลางวัน

น้ำเพชรเอาหนังสือตีแก้มเขาเบา ๆ อีกครั้ง

“ออกไปได้แล้วนายพัด ฉันจะนอนแล้ว” พูดพลางเอามือดันเขาลงจากเตียง

ณภัทรจำใจลุกจากเตียงเดินออกจากห้อง ก่อนจะพ้นประตูเขาหันมามองหญิงสาว ยืนนิ่งคิดอยู่นานแล้วพูดกับเธอว่า

“ได้นอนเตียงฉันรับรองไม่มีทางฝันร้าย” พูดจบก็แง้มประตู

น้ำเพชรยิ้มอย่างอิ่มเอมใจ นึกเข้าข้างตัวเองว่าประโยคที่ชายหนุ่มพูดกับเธอเมื่อสักครู่หมายความว่า ขอให้คืนนี้นอนหลับฝันดี ณภัทรมุดเข้ามุ้งมานอนยิ้มมองเพดาน เขาอยากบอกเธออย่างไม่อ้อมค้อมไปเลยว่า หลับฝันดีนะน้ำเพชร แต่อาจเร็วไปที่จะพูดอย่างนั้นกับเธอ เธออาจรู้สึกอัดอัดใจเอาได้ ถ้าไม่ได้คิดเช่นเดียวกับเขา ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป ปล่อยให้ความรู้สึกจัดการของมันเอง คืนนี้เขาคงนอนหลับฝันดีโดยไม่ต้องมีใครอวยพร


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!