พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 19

Share
Share

รถกระบะขนผักเก่าบุโรทั่ง พาทุกคนมาถึงน้ำตกหลงหมอก ศรีชัยหาที่จอดรถได้ทุกคนก็ลงมากางแขนสูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นเข้าปอด ที่นี่รายล้อมด้วยแมกไม้สูงใหญ่นานาพันธุ์หนาทึบ เสียงน้ำตกดังซู่ซ่าอยู่ไม่ไกล น้ำตกหลงหมอกแห่งนี้มีสามชั้น แต่เปิดให้นักท่องเที่ยวเล่นได้เพียงชั้นล่างชั้นเดียว เนื่องจากทางขึ้นไปชั้นสองนั้นลาดชั้นยากต่อการทำทางเดิน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงชื่อว่าน้ำตกหลงหมอก เพราะละอองน้ำจากน้ำตกฟุ้งไปทั่วบริเวณคล้ายกับหมอก ในฤดูหนาวหมอกคงหนาตากว่านี้ จนนักท่องเที่ยวมองทางไม่ชัด พานจะหลงทางเพราะหมอกเอาได้

“เป็นไง… อึ้งกิมจิกันไปเลย” ณภัทรว่าเมื่อเห็นชาวค่ายทุกคนตื่นตากับความสวยงามของที่นี่

“อึ้งกิมกี่!” ชาวค่ายประสานเสียงแก้คำผิดของณภัทร

“เออ… นั่นแหละ คำมันออกเสียงคล้ายกัน ฉันเลยสับสน อีกสองชั่วโมงที่นี่จะปิด ถึงตอนนั้นเรามาเจอกันที่รถเลยนะ” ณภัทรบอกก่อนทุกคนจะแยกย้าย

เดินมาตามทางเดินเรื่อย ๆ เสียงน้ำตกก็ดังสนั่นหูขึ้น เมื่อได้เห็นน้ำตกทุกคนก็ตะลึงกับความสวย จึงคว้าโทรศัพท์มือถือมาบันทึกภาพเบื้องหน้านี้ไว้แล้วแบ่งปันให้คนอื่นดูทางอินเตอร์เน็ต อากาศที่นี่หนาวกว่าฤดูหนาวในเมืองหลวงเสียอีก แต่สำหรับคนที่เพิ่งอาบเหงื่อมากลับรู้สึกเย็นสบาย ทุกคนถอดเสื้อคลุมแขนยาวด้านนอกออกเหลือไว้เพียงเสื้อยืด ถลกขากางเกงขึ้นเหนือเข่าเพื่อขาจะได้สัมผัสกับน้ำ จุ่มเท้าลงไปครั้งแรกนั้นสะดุ้งจนชักเท้ากลับ เมื่อปรับตัวเข้ากับอุณหภูมิของที่นี่ได้ก็ลงไปเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

ต่าย ต้อม ต้า กระโดดลงน้ำตกทำเท่ หมายจะอวดสาว ๆ โดยไม่ตรวจสอบอุณหภูมิของน้ำ พวกเขาร้องจ๊ากดังลั่นพลางกระโดดโหยง ๆ รีบขึ้นมาจากน้ำแล้วพากันหัวเราะคิกคักก่อนจะกระโดดลงไปใหม่ด้วยท่าที่ยากกว่าเดิม

โมทย์เห็นหนังจีนหลายเรื่องที่พระเอกสำเร็จวิชายุทธ์ โดยการนั่งฝึกตนใต้กระแสน้ำตก ไหน ๆ ก็มาถึงที่นี่เขาอยากลองวัดความแข็งแกร่งของร่ายกายและจิตใจว่าจะทนทานของเหลวหนาวเย็นนี้ได้แค่ไหน เขาว่ายไปที่ใต้น้ำตก บังเอิญเหลือเกินที่ใต้น้ำตกนี้มีโขดหินพอดี เขาจึงไปนั่งในท่าขัดสมาธิ โมทย์ในตอนนี้ดูราวพระเอกหนังจีนกำลังภายในค่ายชอว์บราเธอร์หลุดออกมาจากแผ่นฟิล์มยังไงยังงั้น แต่ทนอยู่ได้ไม่นานเขาก็รีบกระโจนออกมาจากตรงนั้น เนื่องด้วยหายใจไม่ออก น้ำไหลลงมาปิดปากปิดจมูกไปหมด

ฟ้าและทิพย์วักน้ำสาดกันไปมาดูน่ารัก มุกลัดดาและจ้อนหงายหน้าเหยียดตัวลอยน้ำปล่อยให้กระแสพัดพาร่างกายไป รู้สึกสบายยิ่งกว่านอนเตียงนุ่ม ๆ เมื่อมีน้ำมาอุ้มพยุงร่าง ไอ้อาการปวดเนื้อตัวก็ค่อยบรรเทาลง อาจารย์พรชัยนั่งอยู่บนโขดหินโดยเอาเท้าจุ่มน้ำ ข้าง ๆ มีน้ำเพชรนั่งตัวแห้งไม่เปียกแม้แต่น้อยดูเพื่อน ๆ เล่นน้ำ ทำไมเธอไม่ลงมาเล่นด้วยกันเหมือนทุกคน ณภัทรว่ายเข้าฝั่งไปหา

“ทำไมไม่ลงมาเล่นด้วยกันล่ะ ว่ายน้ำไม่เป็นหรือยังไง?” ณภัทรถาม

“เปล๊า! ฉันว่ายน้ำเป็นแต่แค่ขี้เกียจ” น้ำเพชรปฏิเสธน้ำเสียงสูง รู้ได้เลยว่ากำลังโกหก

ณภัทรยิ้มอย่างรู้ทัน ขึ้นไปบนโขดหินฉุดเธอลงน้ำ

“ลงมาเล่นด้วยกันเถอะน่า ไหน ๆ ก็มาถึงนี่แล้ว”

“ไม่! ปล่อยฉันนะ”

ตู้ม!

ร่างอรชรของสาวโตเต็มวัยลงไปปะทะกับน้ำจนเกิดเสียงดังแล้วจมสู่ด้านล่าง เธอตกใจพ่นลมหายใจทั้งหมดในปอดออกมาเป็นฟองอากาศผุดขึ้นเหนือน้ำดังบุ๋ง ๆ แขนขาตะเกียกตะกายพยายามดันตัวเองโผล่ขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำแต่ไม่สำเร็จ ณภัทรมองร่างเหมือนลูกหมาตกน้ำนั้นด้วยใบหน้าขำโดยไม่คิดจะช่วย

“ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย ฉันว่ายน้ำไม่เป็น” หญิงสาวร้องขอความช่วยเหลือ ร่างกายผลุบ ๆ โผล่ ๆ

“นี่! ตรงนั้นน้ำไม่ลึกสักนิด เด็กแปดขวบยังยืนได้เลย”

น้ำเพชรได้ยินเสียงชายหนุ่มแว่วเข้าหูก็ค่อยมีสติ เธอรู้สึกถึงพื้นแข็ง ๆ ตรงปลายเท้าจึงลองเหยียดขาดู ปรากฏว่าเธอยืนได้ ที่ตรงนี้น้ำลึกเพียงระดับอกเธอเท่านั้น หันไปถลึงตาใส่ชายหนุ่มที่ลงมาหาด้วยความรู้สึกทั้งโกรธทั้งอาย

“ไหนบอกว่าว่ายน้ำเป็นไง หรือว่ายเป็นแต่ท่าลูกหมาตกน้ำ?” ณภัทรล้อเลียน

น้ำเพชรซัดแขนเขาแรง ๆ เธออายทุกสายตาที่มองมา จนไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ตรงซอกหินไหนดี ณภัทรกำข้อมือของเธอข้างที่ตีแขนเขาไว้

“ไปตรงลึก ๆ โน่นดีกว่าน้ำคงจะเย็นดี” พูดแล้วจูงมือหญิงสาวจะพาไปกลางน้ำตก

น้ำเพชรเกร็งแขนไม่ยอมไปตามแรงดึง หากพาเธอไปที่ลึก ๆ เธอก็จมน่ะสิ

“มาเถอะน่า ไม่น่ากลัวหรอก” ณภัทรคะยั้นคะยอพลางดึงแขนแรงกว่าเดิม

“นายว่ายน้ำเป็นก็พูดได้สิว่าไม่น่ากลัว ส่วนฉันว่ายน้ำไม่เป็นได้จมตายตรงนั้นแน่” น้ำเพชรพูดอารมณ์ฉุนเฉียว

“งั้นเกาะไหล่ฉันไปก็ได้ เธอควรฝึกว่ายน้ำได้แล้วนะ เผื่อตกน้ำที่ไหนจะได้เอาตัวรอดได้ มีเพื่อนเป็นถึงนักกีฬาว่ายน้ำเสียเปล่า ทำไมไม่ขอให้ช่วยสอนเธอเล่า” ณภัทรพร่ำแล้วหันหลังให้น้ำเพชร จับมือบอบบางของเธอมาเกาะไหล่ของตนเอง

เป็นครั้งแรกที่น้ำเพชรได้สัมผัสไหล่ของผู้ชายเต็มสองมือแบบนี้ ไหล่ของเขาทั้งหนาทั้งกว้าง ไม่ได้บอบบางเหมือนอย่างเธอ เขาค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปหาสายน้ำที่ตกลงมา น้ำรอบตัวค่อย ๆ ไล่ระดับสูงขึ้นมาเรื่อย ๆ จนเท้าเธอแตะพื้นไม่ได้ในที่สุด เธอขยุ้มเสื้อเขาไว้เต็มมือ เนื่องด้วยกลัวหลุดแล้วตนเองต้องจมสู่ใต้น้ำ

ทุกคนหันมามองภาพหวานของหนุ่มสาวที่เกาะไหล่กันว่ายน้ำเป็นตาเดียว อาจารย์พรชัยคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพทั้งคู่เอาไว้ แม้จะเห็นเพียงด้านหลังไม่เห็นหน้าแต่ก็รู้ว่าทันทีว่าสองคนในรูปนั้นคือใคร อาจารย์พรชัยไม่รอช้านำรูปนั้นอวดสายตาชาวสังคมออนไลน์ทันที อัพโหลดภาพไปเพียง 5 วินาทีก็มีคนกดชอบแล้วสองคน 10 วินาทีมีมาหนึ่งความเห็น

กรี๊ด! ปล่อยพ่อหมอของฉันนะ…

มุกลัดดามองภาพนั้นด้วยสายตาหยาดเยิ้ม เธอแน่ใจแล้วว่าผู้ชายในสเปกของน้ำเพชรนั้นคือใคร เขาคนนั้นใกล้ตัวกว่าที่เธอคิด ดูไปแล้วทั้งสองคนก็เหมาะสมกันดี เพราะสวยหล่อกันทั้งคู่ เหมาะกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก แต่สำหรับคู่ของพ่อหมอณภัทรควรเรียกว่าเหมาะกันอย่างกับเทียนและธูปจะเข้ากว่า อยากมีคนให้เกาะไหล่แบบนั้นบ้างจัง

“นี่นายจ้อน ให้ฉันเกาะไหล่เหมือนคู่นั้นได้หรือเปล่า?” มุกลัดดาถาม

“ไม่ได้! เธอตัวใหญ่กว่าฉันอีก จะกดฉันจมน้ำมากกว่าเกาะล่ะไม่ว่า” จ้อนตอบเสียงแข็ง

มุกลัดดาเบ้ปากอย่างเซ็งในอารมณ์

จ้อนมองขึ้นไปด้านบนพลางสงสัยว่าน้ำตกอีกสองชั้นจะสวยสดงดงามแค่ไหน ทำไมคนดูแลถึงหวงไม่อนุญาตให้เข้าชม ทัศนียภาพจากที่สูงคงสวยกว่าที่นี่มาก อยากขึ้นไปถ่ายรูปมาอวดเพื่อน ๆ เขาหันไปถามมุกลัดดา

“เธออยากขึ้นไปดูน้ำตกข้างบนกับฉันไหม?”

“แต่เขาห้ามขึ้นไปนี่”

“ก็แอบขึ้นไปไงไม่มีใครเห็นหรอก เธอไม่อยากเห็นวิวข้างบนนั้นเหรอ ฉันว่ามันต้องสวยมากแน่ ๆ”

“แล้วจะขึ้นไปอย่างไรล่ะ ทางเดินเขาก็ไม่ได้ทำไว้”

“ก็เดินตามเสียงน้ำตกไปเลยไง ฉันว่ามันอยู่ไม่ไกลหรอก ตามใจนะถ้าเธออยากเห็นวิวสวย ๆ ด้วยตาทั้งสองก็ตามมา” จ้อนว่าแล้วก็ขึ้นจากน้ำมาคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางไว้บนโขดหิน เดินมุ่งหน้าขึ้นทางลาดชันหมายจะไปให้ถึงน้ำตกอีกสองชั้นด้านบน

มุกลัดดาเห็นดังนั้นก็ขึ้นจากน้ำเดินตามไปกับเขา หูได้ยินเสียงน้ำตกด้านบนแว่วมาไม่ไกลนัก คิดว่าเดินตามเสียงไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวคงถึง แต่เอาเข้าจริงจะเดินตรงขึ้นไปเลยไม่ได้เพราะเป็นเนินสูงชันต้องเดินเลียบข้างไปเท่านั้น ยิ่งเดินมาหมอกก็ยิ่งหนา อากาศก็ยิ่งหนาว จ้อนอดใจไม่ไหวที่จะได้เห็นความงดงามของธรรมชาติตรงทางข้างหน้า

การเข้าป่าตามหาน้ำตกไม่ได้ง่ายเหมือนเล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่มีลูกศรชี้นำทาง รอบข้างมีแต่ต้นไม้ลักษณะเหมือนกันทุกส่วนรายล้อม ที่พื้นก็เป็นหญ้าสูงเท่าเข่าขึ้นหนาทึบดูรกชัฏ หนทางก็คดเคี้ยวเลี้ยวไปมาราวเขาวงกต เสียงน้ำตกที่เคยแว่วหูบัดนี้เงียบหายไปเสียแล้ว

“นายจ้อน… ฉันว่าทางนี้คงไม่ใช่หรอกมั้ง นี่ก็จะเย็นอยู่แล้วเรารีบกลับกันเถอะ” มุกลัดดาว่า แต่สองเท้ายังคงเดินตามมา

“อีกนิดเดียวก็ถึงแล้วแหละน่า” จ้อนยังดันทุรังเดินบุกป่าฝ่าดงต่อ

“แต่ฉันว่าเราเหมือนเดินห่างจากน้ำตกมาทุกที ๆ แล้วนะ”

“ถ้าอยากกลับก็กลับไปคนเดียวเลย ฉันจะต้องไปถ่ายรูปน้ำตกข้างบนให้ได้”

เดินขึ้นทางลาดชันจนขาล้าก็ยังไม่มีวีแววว่าจะเจอน้ำตกที่อยากเก็บเป็นภาพถ่าย ทั้งสองเดินต่ออีกไม่ไกลก็พบป่าที่เต็มไปด้วยดอกกล้วยไม้หลากสีสัน เถาวัลย์พันเกี่ยวกิ่งก้านไม้ใหญ่ระโยงรยางค์สวยสมธรรมชาติ ด้านหนึ่งของป่าเปิดโล่งมองออกไปเห็นทิวทัศน์ท้องทุ่งนาแปลงน้อยใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตา บ้านแต่ละหลังเล็กกระจิดเดียวอยู่กันเป็นหย่อม ๆ รถที่ใช้ในทางการเกษตรเป็นเพียงจุดดำเล็ก ๆ กลางท้องทุ่งต้นกล้าข้าวสีขจี สถานที่แห่งนี้สวยงามราวกับภาพประกอบในหนังสือวรรณคดี แท้จริงที่นี่อาจจะเป็นที่อยู่ของนางกินรีก็เป็นได้ใครจะรู้

“โห… ตรงนี้สวยจังเลยจ้อน อย่างกับดินแดนสวรรค์แน่ะ” มุกลัดดาตื่นตา หมุนตัวมองดูบรรยากาศรอบ ๆ จนทั่ว

“เป็นไงฉันบอกแล้วชอบใช่ไหมล่ะ?”

“แต่นายบอกจะพาฉันไปดูน้ำตกไม่ใช่เหรอ ทำไมพามาโผล่ตรงนี้ได้ล่ะ?”

จ้อนเสียหน้า อันที่จริงเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามาโผล่ตรงนี้ได้อย่างไร

“เออ… ช่างเถอะน่า ได้มาเห็นวิวสวย ๆ แบบนี้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว ไม่รู้ฉันเป็นคนแรกรึเปล่าที่ค้นพบที่นี่” จ้อนพูดอย่างภาคภูมิ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือมาบันทึกภาพของสถานที่แห่งนี้ ถ่ายหมู่ดอกกล้วยไม้และหันไปถ่ายทิวทัศน์ท้องทุ่ง หันไปถามมุกลัดดาว่า “ถ่ายรูปด้วยกันไหม?”

มุกลัดดาสะดุ้งกับคำชวน ไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าเขาจะเอ่ยปากชวนเธอถ่ายรูปด้วย หญิงสาวเดินเก้ ๆ กัง ๆ ไปยืนเคียงข้างชายหนุ่ม เธอสูงกว่าเขาเล็กน้อยจนเขาต้องบอกให้เธอย่อตัวลงหน่อย จ้อนใช้กล้องหน้าของโทรศัพท์มือถือ ถ่ายภาพตัวเองยิ้มพร้อมมุกลัดดาภาพแล้วภาพเล่า มุกลัดดามองใบหน้าเกลี้ยงเกลาของชายหนุ่มร่างบางข้างกายแล้วใจเธอหวั่นไหวอย่างไรชอบกล

“มองฉันทำไม มองกล้องโน่นสิ ถ่ายรูปนี้รูปสุดท้ายแล้ว ทำหน้าให้สวย ๆ หน่อยได้ไหม”

เสียงจ้อนปลุกมุกลัดดาให้ตื่นจากภวังค์ เธอหันมามองกล้องแล้วยิ้มแห้ง ๆ ใส่

แชะ!

จ้อนมองภาพที่ถ่ายล่าสุดแล้วยิ้มอย่างพอใจ นึกชมตัวเองว่าหล่อดีเหมือนกัน ไม่ได้แพ้ณภัทร เขากดที่หน้าจอเพื่อจะส่งภาพนี้ไปบนอินเตอร์เน็ต แต่มีหน้าต่างเตือนเด้งขึ้นมาว่าการเชื่อมต่อกับเครือข่ายล้มเหลว

“โว้ย! อะไรกัน ไม่มีสัญญาณสักขีด ไหนโฆษณานักหนาว่าเครือข่ายครอบคลุมทั้งประเทศ ค่ารายเดือนก็แพง โกหกกันนี่หว่า”

“กลับกันได้แล้วมั้งนายจ้อน พระอาทิตย์จวนจะตกดินอยู่แล้ว เดี๋ยวมืดเราจะกลับลำบากเอานะ” มุกลัดดาชวน

จ้อนพยักหน้า เขาล้มเลิกความตั้งใจที่จะไปถ่ายรูปน้ำตกที่ปิดให้เข้าชมแล้ว ได้ภาพสวย ๆ พวกนี้ไปก็คุ้มนักหนากับการมาเยือน แต่มองหาทางกลับไม่ยักจะเจอ ทั้งซ้ายและขวามีแต่ต้นไม้กับต้นไม้ นี่ทั้งสองคนหลงป่าแล้วอย่างนั้นหรือนี่!

“เมื่อกี้เรา… เดินผ่านทางไหนมานะ?” จ้อนถามสีหน้ากังวล

“ฉันไม่รู้ ทำอย่างไรดี พวกเราหลงป่ากันแล้ว” มุกลัดดาตระหนก

จ้อนไม่อยากจะยอมรับความจริงข้อนี้เลย ความคิดพิสดารไม่น่าเข้ามาในหัวและเขาไม่ควรชวนเธอมาที่นี่ เขาน่าจะรู้ศักยภาพตนเองว่าไม่ได้เก่งอย่าง ”อินเดียน่า โจนส์” หรือชำชองป่าดงพงพีอย่าง “รพินทร์ ไพรวัลย์” เขาตัดสินใจเลือกเดินไปทางใดทางหนึ่ง ในใจภาวนาของให้ทางนี้เป็นทางพาไปสู่เพื่อน ๆ ทุกคน

“นายจะไปไหนน่ะ เดี๋ยวก็หลงป่าลึกกว่าเดิมหรอก” มุกลัดดาว่า เธอยังคงยืนอยู่ที่เดิม

“เสี่ยงเดินไปสักทางอาจเจอทางออก ดีกว่าอยู่เฉย ๆ รอความช่วยเหลือที่ไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อไหร่ เธอก็เห็นนี่ว่าที่ตรงนี้นั้นอับสัญญาณโทรศัพท์ เราติดต่อใครไม่ได้ อีกอย่างเราเดินมาได้ไม่ค่อยไกล ทางออกอาจอยู่แถว ๆ นี้แหละ”

มุกลัดดาช่างใจว่าควรเสี่ยงเดินต่อหรือไม่ แล้วก็ตัดสินใจว่าจะเชื่อใจจ้อนอีกครั้งจึงเดินตามเขามา จ้อนพยายามนึกรื้นพื้นเส้นทางที่เคยผ่านตามาแต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ต้นไม้แถวนี้ทุกต้นดูคล้ายกันไปหมด ไม่มีจุดเด่นสะดุดตาเลย ตอนมาเขาน่าจะทำจุดสังเกตเอาไว้เช่นหักกิ่งไม้ตามทางที่เดินผ่าน เมื่อจะกลับก็ตามกิ่งไม้ที่หักนั้นมา

บรรยากาศรอบข้างเริ่มเปลี่ยนสี ทัศนะวิสัยในการมองเห็นเริ่มลดลง จ้อนเครียดจนเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้านวลผ่อง ถ้ายังหาทางออกไม่ได้ก่อนค่ำ เขาและมุกลัดดาอาจได้เป็นมื้อค่ำของสัตว์ป่าสักตัวหนึ่ง สัตว์ผู้โชคดีตัวนั้นอาจเป็นเสือ หมาป่าหรืองูเหลือมก็เป็นได้

นกที่ออกหากินตอนกลางคืนเริ่มส่งเสียงร้องระงม ฟังแล้วเหมือนเปลี่ยนที่นี่จากแดนสวรรค์ให้เป็นแดนพิศวง พรรคพวกจะรู้หรือยังว่าทั้งสองคนหายไป แล้วพวกนั้นจะออกตามหาพวกเขาหรือยัง จ้อนควรเสี่ยงเดินต่อไปเพื่อหาทางออกหรือจะอยู่นิ่ง ๆ เพื่อรอให้ใครสักคนตามมาเจอดี ท้องมาร้องเอาทำไมตอนนี้ ผัดไทยมื้อกลางวันโดนกระเพาะย่อยไปจนหมดแล้ว หิวเหลือเกินเมื่อไรจะพบทางออกเสียที

สองเท้าของจ้อนยังคงก้าวเดินออกไป โดยมีมุกลัดดาตามหลังมา จู่ ๆ เขาก็รู้สึกถึงบางอย่างมากระทบที่น่องขา เป็นเศษกิ่งไม้หรืออย่างไรนะ แต่ทำไมเศษกิ่งไม้ถึงเล็กและแหลมคมนัก เหมือนมันจะแทงเข้าเนื้อเขาด้วย สักพักความเจ็บปวดก็แผ่ซ่านไปทั่วทั้งบริเวณด้วยความรวดเร็ว เขาก้าวเท้าเดินต่อไม่ไหว อย่าว่าแต่เดินเลยแค่ยืนทรงตัวก็ไม่ได้แล้วจึงทรุดลงไปกองกับพื้น

“โอ๊ย!”

มุกลัดดาตกใจกับเสียงร้องดังของชายหนุ่มจึงรีบวิ่งเข้ามาดู

“เป็นอะไรไปนายจ้อน ตะคริวกินหรือไง?” มุกลัดดาสันนิษฐาน อากาศเย็นอย่างนี้เขาอาจเป็นตะคริวได้ เธอรู้วิธีแก้อาการนี้ เพราะเป็นพื้นฐานที่นักว่ายน้ำจะต้องรู้

“ขาฉัน… ขาฉัน… โอ๊ย!” จ้อนร้องโอดโอย

มุกลัดดาเลื่อนสายตาไปดูบริเวณขาของจ้อน ตรงน่องขามีเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากบาดแผลเล็ก ๆ คล้ายงูกัด

“นายถูกงูกัดนี่!” มุกลัดดาร้องตกใจ หันไปมองหางูตัวนั้นรอบตัวแต่ก็ไม่พบ ถ้าโดนงูกัดเราควรรู้ชนิดของงูตัวนั้น เพื่อที่หมอจะเลือกเซรุ่มมาฉีดแก้พิษให้ถูก

“โอ๊ย! ช่วยฉันด้วยมุกลัดดา ฉันเจ็บเหลือเกิน”

ได้ยินเสียงร้องโหยหวนเนื่องด้วยความทรมานของเขาก็รู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ เธอควรช่วยเหลือเขาอย่างไรดี ตอนนี้ตกใจทำอะไรไม่ถูกเลยสักอย่าง


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!