นิยาย

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 5

Share

สัปดาห์นี้ตึกสโมสรนักศึกษาคึกคักเป็นพิเศษ ไม่ใช่มีนักศึกษาสนใจทำกิจกรรมมากขึ้น แต่เพราะตึกนี้มีหมอดูผู้ถูกกล่าวขวัญไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัย เดิมทีณภัทรเพียงคิดว่าสิ่งที่ตัวเองวาดฝันไว้จะเป็นเพียงฝันลม ๆ แล้ง ๆ แต่ที่ไหนได้มันกลับเป็นจริงขึ้นมา มีคนจองคิวดูดวงแน่นข้ามอาทิตย์ เพียงไม่กี่วันณภัทรก็ได้เงินค่าบูชาครูมาเยอะแยะมากมาย ถ้ารายได้ดีอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ คงมีเงินพอจ่ายค่าเทอมแสนแพงโดยไม่ต้องพึ่งทุนที่ไปขอจากนางพญาปลวก

หลังจากเสร็จสิ้นการเรียนภาคเช้า ณภัทรและจ้อนก็มาประจำการที่สำนักหมอดู วันนี้อาจารย์ประจำวิชาภาคบ่ายยกเลิกการเรียนการสอนหนึ่งคาบจึงมีเวลาเหลือเฟือ ณภัทรบอกให้จ้อนประกาศในสังคมออนไลน์ชวนคนมาดูดวง ไม่นานผู้คนที่ไม่มีเรียนก็แห่แหนกันมา เนื่องจากหลายวันก่อนเรื่องราวของพ่อหมอณภัทรผู้ดูดวงแม่นอย่างกับตาเห็น กลายเป็นกระแสที่มีคนพูดถึงอย่างมากในโลกอินเตอร์เน็ต

วันนี้น่าเบื่อที่สุดเนื่องจากคนที่มาดูดวงต่างถามถึงเรื่องเนื้อคู่ว่าเมื่อไรตนเองจะมีกับเขาบ้าง แม้ไม่ต้องพึ่งพลังมองทะลุอดีตของมาวิน พ่อหมอณภัทรก็พอจะทำนายออก ก็หล่อน ๆ ทั้งหลายไม่ดูแลรูปลักษณ์ตัวเองเลย ตามใจปาก ปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนอ้วนแพละเป็นหมูพะโล้ตุ๋นยาจีน กลิ่นตัวแรงพอ ๆ กับผู้ชายที่เพิ่งไปออกกำลังกายหนัก ๆ มา ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิงไม่เคยทำความรู้จักกับหวี รังแคเกาะกรังเต็มหนังศีรษะ

ณภัทรแนะนำไปว่าให้เจ้าหล่อนทั้งหลายควบคุมอาหาร กินผักผลไม้ให้มาก ๆ ออกกำลังกายบ้างและอาบน้ำรักษาความสะอาดของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เพียงแค่นี้อาจมีหนุ่ม ๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตเจ้าหล่อนบ้าง ถ้าไม่เลือกมากอีกไม่นานก็คงจะเจอเนื้อคู่สมดั่งใจหวัง

หญิงสาวรายล่าสุดกลับไปพร้อมใบหน้าเบิกบาน เธอเดินออกไปทางประตูห้องชมรมเป็นจังหวะเดียวกับที่น้ำเพชรสวนเข้ามาพอดี แปลกที่วันนี้เห็นเธออยู่ตัวคนเดียว ปกติตัวจะติดกับมุกลัดดา จนณภัทรและจ้อนตั้งสมญานามให้มุกลัดดาว่าเป็นคู่หูประจัญบานของน้ำเพชร ตอนนี้ในห้องชมรมมีเพียงณภัทร จ้อน น้ำเพชรและวิญญาณหนุ่มอีกหนึ่งตน

น้ำเพชรเดินเลียบข้าง ๆ ตู้หนังสือใบใหญ่แต่หลิ่วตามองมาทางชายหนุ่มทั้งสอง

“มองแบบนั้นหมายความว่ายังไง?” ณภัทรถาม

“เปล๊า!” น้ำเพชรแก้ตัวเสียงสูง “ท่าทางไปได้ดีนี่กับอาชีพใหม่ของนาย”

“แน่นอน ตอนนี้ฉันดังไปทั่วมหาลัยแล้ว สนใจดูดวงไหมล่ะ? สำหรับเธอฉันไม่คิดค่าบูชาครูแล้วกัน” ณภัทรคุยโว

“ขอบใจแต่ไม่ต้องการ” น้ำเพชรตอบห้วน ๆ อย่างมะนาวไม่มีน้ำ หันหลังให้หนุ่มทั้งสองแล้วค้นหนังสือจากชั้น

ณภัทรนึกสนุกหาเรื่องกวนประสาทน้ำเพชร

“ฉันถามเธอจริง ๆ เถอะ ชื่อเธอนี่หมายถึงสัตว์ตัวไหนเหรอ?”

น้ำเพชรหันกลับมา จ้องณภัทรอย่างไม่เข้าใจคำถาม ชื่อน้ำเพชรของเธอไปเกี่ยวข้องกับสัตว์ได้อย่างไร

“ฉันไม่เข้าใจที่นายถาม”

“ก็เธอชื่อเพ็ทไง เพ็ทที่แปลว่าสัตว์เลี้ยง”

น้ำเพชรฉุน เอาเธอไปเปรียบเป็นสัตว์เดรัจฉานได้ยังไง

“ฉันชื่อเพชรย่ะ เพชรที่หมายถึงอัญมณีล้ำค่า ไม่ใช่เพ็ทที่แปลว่าสัตว์เลี้ยงในภาษาอังกฤษ”

“เหรอ… ฉันนึกว่าชื่อเธอหมายถึงแม่หมาเสียอีก ถึงได้ตามกัดฉันสองคนแบบนี้”

น้ำเพชรยัวะ ทำตาเขียวเสียงดุใส่ณภัทร

“ถ้าฉันเป็นแม่หมา นายก็คงเป็นไอ้ลูกหมาขี้แพ้ คอยดูนะ ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อยุบไอ้สำนักหมอดูบ้า ๆ ของนายลงให้จงได้” พูดแล้วน้ำเพชรก็คว้าหนังสือติดมือไป ก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ไม่หันกลับมามองณภัทรอีก

ชายหนุ่มถูกใจหนักหนาที่ทำหญิงสาวอารมณ์เสียแต่เช้าได้ ที่ผ่านมาเวลามีประชุมชมรมเธอมักแย้งความเห็นเขาโดยตลอด ทำให้บางครั้งรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเหมือนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการชมรมนี้ เธอไม่เคยไว้หน้าเขาเลย นาน ๆ ครั้งได้แกล้งเอาคืนเธอบ้าง พอให้ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของผู้ชนะก็ระบายความอัดอั้นตันอกออกไปได้บ้าง

“เฮ้ยไอ้พัด! แกได้ทุนที่ไปขอด้วยว่ะ เขาบอกให้ไปรายงานตัวได้ถึงวันนี้ก่อนบ่ายสามโมง” จ้อนร้อง เงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ที่เปิดเว็บไซต์ของสำนักฝ่ายเอกสารมหาวิทยาลัย

“เหรอ… ฉันว่าจะไม่เอาแล้วว่ะ” ณภัทรตอบท่าทีไม่เหลือความสนใจ

“แต่ฉันว่าเอาไว้ก่อนดีกว่านะ เงินที่แกเก็บจากค่าบูชาครูไว้จ่ายค่าเทอมก็โอนไปช่วยพ่อแม่แกซะ”

ณภัทรครุ่นคิด ใจจริงก็อยากได้ทุนการศึกษาแล้วเอาเงินเก็บที่มีอยู่ไปจุนเจือครอบครัวอย่างที่เพื่อนแนะนำ อีกใจก็ไม่อยากกลับไปเยือนรังนางพญาปลวก ท้ายที่สุดแล้วเขาคงเลือกอย่างแรก ทนเอาหน่อยณภัทร ถึงเวลาที่นายต้องตอบแทนบุญคุณพ่อแม่นายแล้ว

ณภัทรวางแผนไว้ว่าเสร็จมื้อกลางวันจะตรงไปที่ตึกฝ่ายเอกสารเพื่อติดต่อเรื่องรับทุน แต่มีอันต้องเลื่อนไปก่อนเพราะมีลูกค้าไหลมาใช้บริการระรอกสอง กว่าจะเสร็จงานก็ล่วงเลยกำหนดการมากว่าหนึ่งชั่วโมง สองหนุ่มรีบร่อนรถจักรยานยนต์ตัวปลิวไปยังตึกฝ่ายเอกสาร ตอนนี้เป็นเวลาสี่โมงเย็นแล้ว

จ้อนเห็นสภาพตึกที่ตั้งตระหง่านตรงหน้าก็สะพรึงเสียวสันหลังวาบ ไม่ต่างจากตอนณภัทรมาเยือนที่นี่ครั้งแรก แต่บัดนี้ณภัทรกลับชินชาบรรยากาศเช่นนี้เสียแล้ว ที่ผ่านมาเขาเผชิญทั้งผีที่ตอนนี้กลายมาเป็นคู่ค้าทางธุรกิจกัน รับมือกับหมอผีผู้โลภมากมีคาถาอาคมแกร่งกล้า เจอฝูงกุมารทองหลอกหลอน รูขุมขนเขามีภูมิต้านทานดีพอ ไม่ลุกพองง่ายเหมือนแต่ก่อน

“เออ… จริงสิลืมไปเลย วันนี้ฉันต้องแวะไปเอาของที่บ้าน แกเข้าไปคนเดียวนะฉันขอตัวก่อน” จ้อนเอ่ยล่ำลาแล้วปลีกตัวหนีออกไปเลย ไม่รู้เขามีธุระจริง ๆ หรือกลัวจะได้เข้าไปเป็นเพื่อนกันแน่

ตึกแห่งนี้ยังคงความขลังน่ากลัวอยู่เหมือนเดิม อากาศเย็นแผ่มาโลมเลียผิวบริเวณแขนและคอ จนต้องเอาฝ่ามือลูบให้คลายความหนาว กลิ่นสาบเอกสารเก่า ๆ ไม่เคยจางหาย แถมทำท่าจะพังนาสิกประสาทณภัทรเสียให้ได้ ชายหนุ่มเดินมาสุดทางเดินของชั้นสองจนถึงหน้าห้องหัวหน้าฝ่ายเอกสาร มือขวาเอื้อมไปจับลูกบิดที่เย็นเฉียบดั่งน้ำแข็ง หมุนแล้วเปิดประตูเดินเข้าไปข้างในโดยไม่คิดที่จะเคาะประตู

สวัสดีนางพญาปลวก!

สามัญสำนึกบอกณภัทรให้ทักทายออกไปเช่นนั้น แต่เขาควบคุมไว้ได้ เขาพนมมือแนบอกไหว้หัวหน้าฝ่ายงาม ๆ โค้งตัวสวย ๆ โชคดีที่สมัยประถมคุณครูเคยสอนวิชามารยาทไทย เขาเอ่ยสวัสดีครับชัดถ้อยชัดคำด้วยน้ำเสียงไพเราะเพราะพริ้งทักทายหัวหน้าฝ่าย ข้าง ๆ กันนั้นบนโต๊ะไม้เก่าหลังใหญ่มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ช่วยพิมพ์ข้อมูลของผู้ได้รับทุนลงในโปรแกรมแทนหัวหน้าฝ่าย

หัวหน้าฝ่ายคงแก่เกินไปที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีของคนรุ่นใหม่ เมื่อเพ่งมองให้ดีก็ถึงบางอ้อว่าผู้ช่วยนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคนที่ณภัทรรู้จักดี เธอผู้นั้นคือน้ำเพชรประธานชมรมอาสาสมัครเพื่อสังคมนั่นเอง

“นายพัด!” น้ำเพชรทักด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ หัวหน้าฝ่ายที่กำลังง่วนอยู่กับเอกสารกองสุมหัวหันมาสนใจหนุ่มสาวทั้งสอง

“อ้าว… รู้จักกันเหรอสองคนนี้?”

“เพื่อนที่ชมรมอาสาค่ะคุณยาย”

น่าประหลาดใจ น้ำเพชรเป็นหลานสาวหัวหน้าฝ่ายเอกสารหรือนี่ จะว่าไปทั้งสองคนก็มีนิสัยคล้ายกันอยู่ ทั้งเจ้ากี้เจ้าการ ทั้งจริงจังในเรื่องที่ณภัทรคิดว่าไม่เป็นเรื่อง อีกหน่อยถ้าหัวหน้าฝ่ายลามือจากวงการงานเอกสาร น้ำเพชรผู้เป็นหลานสาวคงต้องสืบทอดตำแหน่งนางพญาปลวกแทนคุณยายของเธอ

“ผมมาติดต่อเรื่องรับทุนครับ” ณภัทรถามเสียงอ่อย รู้อยู่แก่ใจว่าตนเองผิดที่มาไม่ตรงเวลา

“กี่โมงกี่ยามแล้วเธอ ทำไมไม่ปฏิบัติตามกำหนดการที่แจ้งไว้เหมือนคนอื่นเขาบ้าง ฉันคงคิดผิดเสียแล้วกระมังที่อนุมัติให้ทุนเธอ เพียงแค่ความรับผิดชอบเล็ก ๆ น้อย ๆ เธอยังไม่มี” น้ำเสียงเย็นเยียบของหัวหน้าฝ่ายเยือกแข็งระบบความคิดของณภัทรให้ใช้การไม่ได้ เขาไม่รู้ว่าจะแก้ตัวอย่างไร ได้แต่มองน้ำเพชรที่ปิดปากกลั้นหัวเราะ

“เอ่อ… ผม… คือ…”

หัวหน้าฝ่ายมองมาที่ณภัทรด้วยใบหน้าปลงจิต พอรู้นิสัยที่แก้ไม่หายของนายคนนี้

“เอาล่ะ ๆ มานั่งกรอกเอกสารตรงนี้” หัวหน้าฝ่ายชี้ให้ณภัทรมานั่งตรงเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน ยื่นเอกสารเปล่าพร้อมปากกาให้กรอก ณภัทรเดินมานั่งกรอกเอกสาร หัวหน้าฝ่ายหันไปจัดการเอกสารที่กองอยู่ตรงหน้า น้ำเพชรก็พิมพ์ข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ ต่างคนต่างทำงานของตนไม่สนใจกัน

จู่ ๆ ไฟทั้งห้องก็ดับพรึบ ความมืดเข้าครอบงำจนมองไม่เห็นอะไร ไม่นานก็กลับมาสว่างดังเดิม สงสัยจะไฟตก น้ำเพชรหน้าตาตื่นเพราะคอมพิวเตอร์ตรงหน้าเธอดับลงไปด้วย

“ตายแล้ว ยังไม่ได้บันทึกเลย พิมพ์ได้ครึ่งทางแล้วต้องพิมพ์ใหม่ตั้งแต่ต้นเลยเหรอเนี่ย” น้ำเพชรบ่นกระวนกระวาย

“พรุ่งนี้เช้าต้องส่งให้เจ้าหน้าที่ทะเบียนแล้วสิ น้ำเพชรพิมพ์ใหม่ให้ยายไหวหรือเปล่า?”

น้ำเพชรหน้าอิดออด ณภัทรหันมาสนใจ ปัญหานี้ไม่ได้ใหญ่โตเกินกำลังอะไร เขาพอช่วยเหลือได้

“ขอฉันดูหน่อย” พูดแล้วลุกเดินไปหาหญิงสาว เธอลุกให้เขานั่งแทนที่โดยไม่ต้องให้บอก เขากดปุ่มเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ รอเวลาเครื่องบูทไม่นานก็พร้อมใช้งาน เขาคลิกนั่นคลิกนี่ไม่กี่ทีโปรแกรมเวิร์ดโปรเซสเซอร์ก็กลับมาเหมือนตอนก่อนไฟตก ข้อมูลที่น้ำเพชรได้กรอกไปยังอยู่ครบถ้วนเหมือนเดิม

“โอ้โห… เหมือนเดิมเปี๊ยบเลย นึกว่าต้องพิมพ์ใหม่หมดซะแล้ว ขอบใจนายมากนะ” น้ำเพชรหน้าชื่น นึกว่าคืนนี้ต้องนั่งหลังแข็งพิมพ์สิ่งที่ตัวเองเคยพิมพ์ไปแล้วใหม่อีกรอบ ณภัทรลุกให้น้ำเพชรกลับมาพิมพ์ต่อ ส่วนตัวเขากลับไปกรอกเอกสารที่เหลืออยู่อีกไม่กี่ช่อง เสร็จแล้วก็ส่งคืนพร้อมปากกาให้หัวหน้าฝ่าย หันมองน้ำเพชรเห็นเธอจิ้มแป้นพิมพ์ทีละตัวอักษรด้วยใบหน้าเหนื่อยหน่าย ชักช้าอย่างนี้พรุ่งนี้เช้าก็พิมพ์ไม่เสร็จ

“ให้ฉันพิมพ์แทนไหม?” ณภัทรกล่าวอาสาน้ำเสียงไม่มีสิ่งใดแอบแฝงพลางเดินมายืนข้าง ๆ เธอ

“ดีเลย ฉันนั่งพิมพ์มาตั้งแต่บ่ายแล้ว” เธอลุกให้เขาทำหน้าที่แทน เดินพาร่างกายกระปลกกระเปลี้ยมานั่งที่โซฟา สะบัดข้อมือและหมุนคอไปมาไล่อาการเมื่อยล้าที่เกาะกุม ณภัทรมองแล้วยิ้มก่อนจะพรมนิ้วมือลงแป้นพิมพ์ข้อมูลใส่โปรแกรมด้วยความเร็วหกสิบคำต่อนาที

จวนจะหนึ่งทุ่มแล้ว ณภัทรพิมพ์ข้อมูลของผู้ได้รับทุนใส่โปรแกรมเวิร์ดโปรเซสเซอร์เสร็จแล้วทุกราย ถ้าไม่มีเขาตอนนี้น้ำเพชรคงยังนั่งหลังแข็งพิมพ์ข้อมูลใหม่ตั้งแต่ต้น แค่โปรแกรมพื้นฐานเธอยังไม่สันทัด เห็นจะมีเรื่องนี้เรื่องเดียวที่เขาเหนือกว่าเธอ

“ขอบใจเธอมากนะที่อุตส่าห์ช่วยพิมพ์จนเสร็จ ถ้าไม่มีเธอมีหวังฉันกับหลานต้องทำงานต่อถึงดึกดื่นเที่ยงคืนแน่” หัวหน้าฝ่ายกล่าวขอบคุณจากใจจริงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ณภัทรนึกติในใจว่าถ้าเขาไม่มาสายสองยายหลายจะได้รับความช่วยเหลือเช่นนี้ไหม แค่นี้ทำมาเป็นบ่นสั่งสอน

“ให้ฉันเลี้ยงอาหารเย็นตอบแทนเธอสักมื้อนะ เธอสะดวกไปที่บ้านฉันหรือเปล่า?” หัวหน้าฝ่ายเอ่ยชักชวนด้วยน้ำเสียงเย็นชาผิดกับเจตนา

“ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องถึงขนาดเลี้ยงข้าวหรอกครับ ที่ผมช่วยเหลือนั้นเล็กน้อยมาก ไม่จำเป็นต้องตอบแทนอะไร อีกอย่างท่านก็มีพระคุณต่อผม ถ้าผมพลาดทุนนี้ไปคงไม่ได้เรียนเทอมนี้แน่”

ณภัทรตอบอย่างเกรงอกเกรงใจ แท้จริงแล้วเขากลัวที่ต้องไปเยือนบ้านนางพญาปลวกต่างหาก ที่บ้านของสองยายหลานสภาพคงไม่ต่างจากรังปลวกนี้เท่าไหร่ ลักษณะคงคล้ายพิพิธภัณฑ์คร่ำครึมีแต่เฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า ๆ ประดับตกแต่งเต็ม บ้านคงเป็นรูปทรงเรือนไทยย้อนยุคเหมือนในละครโทรทัศน์พวกผีทวงแค้นข้ามภพข้ามชาติไม่ยอมผุดยอมเกิด ปฏิเสธไปเสียจะดีกว่า

หัวหน้าฝ่ายปิดประตูล็อกห้องทำงาน ทั้งสามคนเดินออกมาจากตึกที่บัดนี้ร้างผู้คน ชายหนุ่มยกมือไหว้ลาหญิงอาวุโสแล้วเดินแยกมายังรถจักรยานยนต์ของตนที่จอดอยู่ ส่วนสองยายหลานเดินไปยังรถกระบะคันเล็กเก่าบุโรทั่ง ชายหนุ่มควบรถจักรยานยนต์ เสียบกุญแจบิดเพื่อสตาร์ทแต่เครื่องไม่ยอมติด มองที่มาตรวัดน้ำมันเห็นเข็มชี้ขีดแดง น้ำมันมาหมดอะไรเอาตอนนี้ จ้อนก็ไม่อยู่เสียด้วยแล้วอย่างนี้จะกลับหอพักยังไง

ไฟหน้าของรถเก่าบุโรทั่งพาดผ่านณภัทรไป หัวหน้าฝ่ายหยุดรถถามไถ่ด้วยความสงสัยว่าทำไมชายหนุ่มยังไม่กลับเสียที

“เธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”

“เอ่อ… น้ำมันรถผมหมดครับ เดี๋ยวผมจะเข็นไปเติมที่ปั๊มแถวนี้” ณภัทรตอบพลางคลำหากระเป๋าสตางค์ “ตายละหว่า ลืมกระเป๋าตังค์ไว้ที่ห้องชมรม”

“มาเถอะ ให้ฉันเลี้ยงอาหารเธอสักมื้อ ไม่มากไม่มายอะไรหรอก ไม่ต้องคิดมากขึ้นรถมาเลย”

หัวหน้าฝ่ายชักชวนเป็นครั้งที่สอง ณภัทรชักใจอ่อนอยากประหยัดเงินค่าข้าวจึงตอบตกลงไป เธอบอกให้เขามานั่งเบาะหลังคู่กับหลานสาวของเธอ นี่เป็นครั้งแรกที่ณภัทรได้ใกล้ชิดน้ำเพชรขนาดนี้ กลิ่นตัวหอม ๆ ของเธอทำหัวใจของเขาวาบหวาม รถเก่าบุโรทั่งออกตัวสู่ถนนพร้อมเสียงล้งเล้งของเครื่องยนต์


Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

error: Content is protected !!