พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

Share

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน

ณภัทรไม่สนใจหนังสือเล่มใดเป็นพิเศษ ยุคสมัยนี้ใครอ่านหนังสือเป็นเล่ม ๆ แบบนี้อยู่อีก มีหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ให้ดาวน์โหลดมาอ่านแล้ว ไม่เปลืองทรัพยากรต้นไม้ทำกระดาษ ไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บ และที่สำคัญคือฟรี ถ้ารู้แหล่งดาวน์โหลด

เดินมาถึงบูธขายหนังสือตำราวิชาการฉบับภาษาอังกฤษ น้ำเพชรก็แวะดู ที่นี่มีแต่หนังสือคุณภาพและถูกใจน้ำเพชรไปเสียหมด อยากได้ไว้ครอบครองทุกเล่ม แต่งบไม่ถึง มีไว้เป็นเจ้าของได้เพียงเล่มเดียว จึงต้องเลือกเล่มที่ตนเองสนใจมากที่สุด ตอนนี้น้ำเพชรกำลังสนใจปรัชญาตะวันตก ซึ่งเป็นรากฐานของวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน  นักปรัชญาที่เด่นดังในยุคนั้นก็มีอาริสโตเติล เพลโตและโสกราติส ณภัทรเห็นน้ำเพชรหยิบหนังสือเล่มหนา ราคาเหยียบพันก็เดินมาเลียบ ๆ มอง ๆ แล้วป้องปากกระซิบไม่ให้เจ้าของบูธได้ยิน

“โห… ราคาเกือบพัน อย่าซื้อเลยเสียดายเงินแย่ ถ้าเธออยากได้หนังสือพวกนี้ เดี๋ยวฉันหาลิงค์ดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ตให้เอาหรือเปล่า?”

“ไม่เอา!” น้ำเพชรตอบทันทีโดยไม่เสียเวลาคิด พลางตีแขนณภัทรเบา ๆ ให้เขาเลิกคิดแบบนั้น “อย่างนั้นมันผิดกฎหมาย และฉันก็ไม่อยากอ่านจากจอคอมพิวเตอร์ เสียสายตาแย่เลยแบบนั้น”

“เธอไม่รู้อะไร เดี๋ยวนี้เขามีเครื่องอีบุ๊ครีดเดอร์แล้ว ถนอมสายตาเหมือนอ่านจากกระดาษจริง ๆ เลย เพราะเป็นหน้าจออีอิงค์”

“ฉันมีเครื่องแบบนั้นที่ไหนล่ะ ปีใหม่นี้นายซื้อเป็นของขวัญให้ฉันสักเครื่องสิ”

“ฉันซื้อให้ตัวเองก่อนดีไหม เพราะยังไม่มีเหมือนกัน อย่าซื้อเลยเล่มนี้ ดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ต แล้วเอาไฟล์ไปปริ้นท์ประหยัดกว่า หน้าละห้าสิบสตางค์เอง”

น้ำเพชรยิ้มแล้วทำหน้าเมิน ส่งหนังสือปกแข็งเล่มหนาให้เจ้าของบูธ

“เอาเล่มนี้ค่ะ ลดกี่เปอร์เซ็นต์คะ?”

“ลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ทั้งร้านค่ะ เอาเล่มเดียวเหรอคะ?”

 “เอาเล่มเดียวก่อนค่ะ ไว้วันท้าย ๆ จะมาเดินดูอีกที” น้ำเพชรส่งธนบัตรห้าร้อยบาทให้เจ้าของบูธ แลกกับหนังสือเล่มหนาที่ใส่ถุงพลาสติกใส

“ยังไงวันหลังลองมาเดินดูอีกทีนะคะ เพราะจะมีหนังสือมาลงเพิ่มอีก ขอบคุณค่ะ”

มุกลัดดาเบียดตัวแทรกลูกค้าคนอื่นเข้ามาหาน้ำเพชร

“ซื้อเสร็จหรือยัง เดี๋ยวพี่มิกกี้ก็จะมาแล้วนะ รีบไปจองที่นั่งแถวหน้ากันเถอะ ฉันจะได้ไม่พลาดขอลายเซ็นเป็นคนแรก” พูดแล้วมุกลัดดาก็จูงน้ำเพชรออกไป ณภัทรและจ้อนเดินตามหลังมายังสวนหย่อมข้างหอสมุด ซึ่งเป็นสถานที่จัดเสวนาหัวข้อต่าง ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับหนังสือ

บริเวณนี้เป็นสวนร่มรื่น มีหญ้าขึ้นเขียวขจี ร่มเงาไม้ใหญ่ช่วยบังแดด เวทีขนาดเล็กยกพื้นสูงเพียงหนึ่งฟุต วางเก้าอี้นวม 4-5 ตัว ด้านล่างมีเก้าอี้สำหรับผู้ร่วมฟังเสวนาวางเป็นแถว หัวข้อเสวนาที่เพิ่งจบไปคือ “แก้กรรมทำเองได้” โดยสองหมอดูชื่อดังคือ “นิว จิตสำรวจ” และ “จอย ฌานทิพย์” ซึ่งถือโอกาสมาเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ที่พวกเขาเขียนขึ้นด้วย

มุกลัดดารีบมานั่งแถวหน้าสุด กอดหนังสือนิยายภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอไว้แน่น เพื่อรอขอลายเซ็นจากพี่มิกกี้ เพื่อน ๆ ของมุกลัดดาเดินมานั่งด้วย ทันใดนั้นนิว จิตสำรวจก็รู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่าง เขาพุ่งสายตามายังณภัทร ชายหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุของลางสังหรณ์ ควรรีบเตือนให้เจ้าตัวรู้ตัวเกี่ยวกับลางสังหรณ์นี้ จึงเดินเข้ามาบอก

“น้องครับ ปีนี้น้องวัยเบญจเพสหรือเปล่า?” นิว จิตสำรวจถามณภัทร

ณภัทรเงยหน้าจากหนังสือปรัชญาที่ขอยืมน้ำเพชรดู

“หือ… เปล่านี่ครับ ผมเพิ่งจะอายุยี่สิบเอ็ดเอง”

“เอ๊ะ! แต่ทำไมพี่สังหรณ์ใจว่ากำลังจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับน้อง เหมือนมีคนคิดปองร้ายอยู่ น้องระวังตัวไว้นะ เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้อาจเลวร้ายที่สุดในชีวิตของน้องเลยก็ได้” นิว จิตสำรวจพูดแล้วหันไปมองจ้อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขารู้สึกถึงลางสังหรณ์ร้ายที่แผ่ออกมาจากจ้อนด้วย แต่ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ จึงไม่พูดเตือน เพียงแต่บอกไปว่า “เรื่องนี้นิวจะไม่ยุ่ง” แล้วส่งสายตาชวนให้จ้อนหวาดระแวง จากนั้นเดินกลับไปแจกลายเซ็นร่วมกับจอย ฌานทิพย์ที่ข้างเวที

“ที่ว่านายมีคนปองร้าย ใช่หมอผีที่เป็นสามีของหมอทำแท้งเถื่อนหรือเปล่านะ” น้ำเพชรพูดอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อไหร่เรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับณภัทรจะหมดไปเสียที

“ไม่ใช่หรอกน่า หมอผีสงครามทางตำรวจกำลังไล่ล่าตัวอยู่ และสังขารอย่างนั้นคงหนีไปไหนได้ไม่ไกล อีกไม่นานเราคงได้ยินข่าวหมอนั่นถูกจับ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เธอไม่ต้องวิตกไปหรอกนะ” ณภัทรพูดให้น้ำเพชรสบายใจ ทั้งที่ตัวเองก็หวั่นอยู่เหมือนกัน

จ้อนยกตั้งหนังสือการ์ตูนที่เพิ่งซื้อขึ้นมากอด ตัวสั่นงันงกเพราะหวาดระแวงสายตาที่นิว จิตสำรวจมองมาเมื่อครู่นี้ หากเกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้นกับณภัทร แน่นอนว่าคนใกล้ตัวที่สุดอย่างเขาต้องพลอยโดนลูกหลงไปด้วยแน่ เหมือนครั้งก่อน ๆ ที่เคยเจอ มุกลัดดาตอนนี้ตัดขาดจากโลกภายนอก ไม่น่าเชื่อว่าสาวนักกีฬาท่าทางทะมัดทโมนเกินผู้หญิงอย่างเธอ จะคลั่งไคล้พระเอกหนุ่มได้ถึงเพียงนี้

ทันทีที่นักแสดงหนุ่มก้าวเดินขึ้นเวที เธอเอาแต่แหกปากตะโกนเรียกพี่มิกกี้ ๆ จ้อนมองพระเอกหนุ่มขวัญใจมุกลัดดาที่นั่งอยู่บนเวทีด้วยสายตาหมั่นไส้ นี่น่ะหรือดาราที่ชื่อมิกกี้ ผู้กำลังโด่งดังเป็นขวัญใจของสาวแท้สาวเทียมทั่วทั้งประเทศ ไม่เห็นจะหล่อสักเท่าไหร่เลย เพียงแค่มีรูปร่างสูง หุ่นบึกบึนกว่าคนทั่วไปเท่านั้น ชอบปั้นหน้ายิ้มหวังเรียกคะแนนจากแม่ยก แหม… น่าหมั่นไส้จังเลยพ่อคุณ ยิ่งมุกลัดดาส่งเสียงกรี๊ดให้ดาราหนุ่มมากเท่าไหร่ จ้อนก็ยิ่งหมั่นไส้เขามากขึ้นเท่านั้น

มุกลัดดาได้ลายเซ็นของพี่มิกกี้บนหนังสือภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอสมใจอยาก ใกล้มืดแล้ว สี่หนุ่มสาวคุยกันว่าจะไปหาอะไรแถวนี้กินกันดี ยังไม่ทันได้สรุป หัวหน้าฝ่ายโทรมาหาหลานสาวเสียก่อน

“น้ำเพชร คอมพิวเตอร์ที่ห้องทำงานของยายมีปัญหา ไฟล์เอกสารที่น้ำเพชรพิมพ์ให้ยายเปิดไม่ได้ ช่วยเรียกณภัทรให้มาดูหน่อยได้หรือเปล่า?” เสียงหัวหน้าฝ่ายดังมาจากโทรศัพท์มือถือของน้ำเพชร

“ตอนนี้หนูอยู่กับเขาพอดี เดี๋ยวจะให้เขาเข้าไปดูให้นะคะ” น้ำเพชรรับปาก แล้วเธอกับณภัทรก็แยกตัวมาที่ตึกฝ่ายเอกสาร

เมื่อณภัทรดูแล้วปัญหาไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย เป็นเพราะว่าหัวหน้าฝ่ายเปิดผิดโปรแกรม เมื่อเลือกโปรแกรมที่รองรับไฟล์งานนั้นก็สามารถเปิดได้ ข้อมูลที่เคยพิมพ์ไว้ก่อนหน้าอยู่ครบถ้วน หัวหน้าฝ่ายโล่งใจและแอบเสียหน้าเล็กน้อย จึงออกปากชวนณภัทรไปกินข้าวเย็นที่บ้าน

ลาภปากณภัทร ได้ไปกินข้าวที่บ้านนั้นทีไรกลับมาอิ่มแปล้ทุกครั้ง วันนี้แม่ของน้ำเพชรจะทำอะไรบ้างหนอ คงมีแต่ของอร่อยชวนรับประทานทั้งนั้น เขาอดใจรอให้รถกระบะเก่าบุโรทังที่หัวหน้าฝ่ายขับไปถึงบ้านไม่ไหวแล้ว

“กลับมากันแล้วเหรอคะ อาหารเย็นเสร็จแล้วนะ” เยาวภาออกจากในครัวมาทักทาย “อ้าวนายพัด”

ณภัทรยกมือไหว้เยาวภา จมูกก็ได้กลิ่นอาหารหอม ๆ พลันท้องก็ร้องเพราะก๋วยเตี๋ยวที่กินเป็นมื้อกลางวันไม่เหลืออยู่ในกระเพาะแล้ว คนอื่น ๆ ได้ยินก็หัวเราะคิกคัก ทำหน้าณภัทรแดงด้วยความเขินอาย

“คงหิวกันแล้วใช่ไหม เข้ามาเลย น้าจัดโต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้ว”

เยาวภาชวนแล้วเดินนำทุกคนมายังโต๊ะรับประทานอาหาร มื้อเย็นวันนี้ประกอบด้วยไข่พะโล้หอมอบอวลกลิ่นเครื่องเทศ มีหมูชิ้นใหญ่ที่ตุ๋นจนนุ่มแทบละลายทันทีเมื่อสัมผัสลิ้น ลาบอีสานที่หอมข้าวคั่ว น้ำมะนาวแท้และใบสะระแหน่ อย่างสุดท้ายคือผัดบล็อกโคลี่ของโปรดของน้ำเพชร

ทุกคนลงมือรับประทาน เยาวภามองชายหนุ่มรุ่นเดียวกับลูกสาวด้วยสายตาชื่นชม เขาเป็นคนหน้าตาดี รูปร่างก็ดี แถมเป็นคนกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ แต่น่าเสียดาย…

“เสียดายนะ นายพัดไม่น่าเป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกันเลย” เยาวภาพูดขึ้นกลางโต๊ะอาหาร ทำณภัทรสำลักไข่พะโล้ที่เคี้ยวอยู่ในปากเกือบพุ่ง

“แค่ก ๆ คุณน้าว่าอะไรนะครับ?” ณภัทรเลิกคิ้วถาม

“ก็น้ำเพชรบอกน้าว่า พัดเป็นพวกรักร่วมเพศ คนที่ขับรถมารับเป็นแฟนของเราไม่ใช่เหรอ จำได้ว่าชื่อฝรั่ง ๆ หน่อย ไม่จอห์นก็จอร์ชอะไรนี่แหละ แหม… ไม่ต้องปิดบังหรอกจ้ะ สมัยนี้เรื่องเพศเปิดกว้าง”

น้ำเพชรหน้าเจื่อน แต่พยายามยิ้มกลบเกลื่อน ณภัทรหันมามองเธอตาขวาง

“ขอตัวลูกสาวคุณน้าแป๊บนะครับ” ณภัทรพูดแล้วลุกจากโต๊ะอาหาร เดินมาดึงแขนน้ำเพชรไปที่ห้องนั่งเล่น

“เธอบอกแม่เธอว่าฉันเป็นเกย์อย่างนั้นเหรอ” ณภัทรถามใบหน้าขึงขัง

น้ำเพชรล่อกแล่ก ไม่รู้จะแก้ตัวว่าอย่างไรดี

“เอ่อ… คือ…”

“เธอต้องแก้ข่าวให้ฉันนะ บอกแม่บอกยายเธอไปว่าตอนนี้เราสองคนคบกันอยู่”

“ไม่ได้หรอก มันยังไม่ถึงเวลา นายก็รู้นี่ว่าคุณยายของฉันท่านเคยฝังใจเรื่องความรักของน้ายุวภา ถ้าบอกไปว่าเราสองคนคบกันอยู่ ท่านอาจขัดขวางไม่ให้เราคบกันก็ได้นะ”

“แล้วจะทำยังไงล่ะ ให้ฉันเล่นบทเกย์อย่างที่เธอบอกกับแม่ของเธออย่างนั้นเหรอ?”

น้ำเพชรใบหน้าเฝื่อนแล้วพยักหน้าช้า ๆ จากนั้นทั้งสองก็เดินกลับมานั่งที่โต๊ะรับประทานอาหาร กลับมากินข้าวอีกที ณภัทรรู้สึกรสชาติอาหารกร่อยลง  เยาวภาบอกอยู่นั่นว่าให้เขาทำตัวตามสบาย ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องสวมบทบาทเป็นผู้ชาย ปล่อยสาวออกมาได้เต็มที่ คนบ้านนี้รับได้

ถามถึงจ้อนว่าไปรักกันได้ยังไง  วางแผนอนาคตร่วมกันหลังเรียนจบไว้อย่างไร  จะมีลูกด้วยกันหรือเปล่า เพราะได้ยินมาว่าคู่รักเกย์สามารถมีลูกได้ด้วยวิธีฝากผู้หญิงคนอื่นอุ้มท้อง แล้วถ้ามีลูกจะให้เรียกใครเป็นพ่อใครเป็นแม่  ณภัทรคิดคำตอบไม่ทันจึงตอบแบบขอไปทีว่ายังไม่รู้ครับและเหลือบมามองน้ำเพชรตาขวางเป็นครั้ง ๆ น้ำเพชรเห็นใจชายหนุ่มที่ต้องอึดอัดใจ เพราะโดนถามอย่างนั้น

เหลือกันอยู่สองคน มุกลัดดาจึงชวนจ้อนไปกินมื้อค่ำที่บ้านของเธอซึ่งเป็นร้านอาหาร จ้อนตบปากรับคำ เพราะยังไม่มีโอกาสไปกินสักที และดูจากลูกค้าอาหารที่ร้านของเธอคงอร่อยน่าดู จ้องขับรถประหยัดน้ำมันของเขาตามหลังมุกลัดดามาถึงร้าน วันนี้ร้านคนแน่นเหมือนเดิมมุกลัดดาจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าร้าน เดินเข้ามาเอากระเป๋าวางแล้วช่วยงานเสิร์ฟทันทีเนื่องจากลูกจ้างสองคนที่ทำหน้าที่นี้ขอลาหนึ่งอาทิตย์เพื่อไปฮันนีมูนที่พม่า จ้อนเดินมานั่งที่โต๊ะตัวเดียวที่ยังว่าง มองมุกลัดดาหยิบจานอาหารไปเสิร์ฟด้วยความคล่องแคล่ว

“มุกเอาก๋วยเตี๋ยวต้มยำไปเสิร์ฟโต๊ะห้าที” เสียงพ่อของมุกลัดดาตะโกนดังลั่นร้าน มือก็จับตะกร้อลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวไป

“ค่า!” มุกลัดดาก้าวฉับ ๆ มาที่หม้อก๋วยเตี๋ยว

“มุกเอาสเต็กแซลมอนไปเสิร์ฟโต๊ะสิบเจ็ดด้วย” เสียงพี่ชายของมุกลัดดาตะโกน พลางพลิกเนื้อย่างบนเตา

“เดี๋ยวนะคะพี่”

จ้อนเห็นมุกลัดดาเสิร์ฟอาหารมือเป็นระวิง จึงลุกจากโต๊ะเดินมาหยิบจานสเต็ก ครั้งแรกที่สัมผัส เขาสะดุ้งโหยงเนื่องจากจานร้อนมาก แต่ก็อดทนเพราะมุกลัดดายังยกไปเสิร์ฟทีเดียวสองจานได้ เธอเป็นผู้หญิงมีความรับผิดชอบ นั่นทำให้เสน่ห์ในตัวเธอทวีคูณยิ่งขึ้นไปอีก

“โต๊ะสิบเจ็ดใช่ไหมครับ?” จ้อนถาม

พี่ชายของมุกลัดดาไม่ตอบไม่มอง แต่พยักหน้าแล้วเอาเนื้อชิ้นใหม่ขึ้นย่างบนเตา จ้อนเดินถือจานสเต็กแซลมอนด้วยสองมือ มาเสิร์ฟลูกค้าที่โต๊ะสิบเจ็ด มุกลัดดาเห็นเขาทำหน้าที่เด็กเสิร์ฟก็เดินเข้ามาบอก

“นายไม่ต้องช่วยหรอกนะ กลับไปนั่งรอที่โต๊ะ อยากกินอะไรสั่งเลย มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง”

“ฉันยังไม่หิว ร้านเธอลูกค้าเยอะขนาดนี้ ทำไมไม่จ้างเด็กเสิร์ฟล่ะ?”

“จ้างสิ แต่ตอนนี้พี่เขาสองคนขอลาหนึ่งอาทิตย์ ไปนมัสการเจดีย์ชเวดากองที่พม่าโน้นฉันเลยต้องทำหน้าที่แทนไปก่อน”

“เก็บเงินด้วยครับ!” ลูกค้าโต๊ะห้ายกมือแล้วตะโกนเรียก

“ค่า!” มุกลัดดาก้าวฉับ ๆ ไปหา แล้วมองจานเปล่าบนโต๊ะก็รู้ว่าสั่งอะไรไปบ้าง จากนั้นคิดเงินในหัวอย่างรวดเร็ว เมื่อทอนเงินเสร็จก็เก็บจานเปล่าเหล่านั้นไปรอล้างที่หลังร้าน

“มุกเอาแกงเขียวหวานไปเสิร์ฟโต๊ะยี่สิบเอ็ด แล้วตักข้าวเปล่าสองจานตามไปเสิร์ฟด้วยนะ” เสียงแม่ของมุกลัดดาตะโกนมาจากเตาอาหารตามสั่ง

ตอนนี้มุกลัดดาไปหลังร้าน จ้อนจึงยกถ้วยแกงเขียวหวานไปเสิร์ฟลูกค้าที่โต๊ะยี่สิบเอ็ดแทนเธอ จากนั้นกลับมาตักข้าวเปล่าใส่จาน แต่ไม่รู้ว่าร้านนี้ขายปริมาณเท่าไหร่จึงเอาให้แม่ของมุกลัดดาดูก่อน

“ตักออกหรือใส่เพิ่มครับคุณป้า?”

แม่ของมุกลัดดาเงยหน้าจากเตาขึ้นมอง “อ้าวจอห์น แล้วมุกลัดดาอยู่ไหนจ๊ะ จ้ะ ๆ เอาเท่านั้นแหละ ป้าฝากยกไปเสิร์ฟทีนะจ๊ะ”

จ้อนยกข้าวเปล่าสองจานไปเสิร์ฟลูกค้าที่สั่งแกงเขียวหวาน พอดีกับมุกลัดดาเดินออกมาเห็นก็บอกจ้อนว่าไม่ต้องช่วย

“บอกไม่ต้องช่วยไง นายไปนั่งเถอะ”

“ไม่เป็นไร ดูเธอวุ่นวายงานล้นมือ อะไรที่ฉันช่วยได้ก็ให้ฉันทำเถอะ”

มุกลัดดาอ้าปากกำลังจะปฏิเสธ แต่จ้อนวิ่งไปที่เตาย่างสเต็ก หลังจากได้ยินเสียงพี่ชายของเธอตะโกนให้เอาอาหารไปเสิร์ฟลูกค้าเสียก่อน จึงต้องปล่อยเลยตามเลย เธอไม่อยากเชื่อถ้าไม่เห็นด้วยตา ว่าคุณหนูอย่างจ้อนจะจับงานแบบนี้เป็นด้วย

จ้อนเห็นมุกลัดดาทำงานช่วยที่บ้านอย่างแข็งขันก็รู้สึกชื่นชมเธอจากหัวใจ เธอเป็นผู้หญิงที่พึ่งพาได้ เคยช่วยเขาไว้ตอนถูกงูกัดที่น้ำตกหลงหมอก คู่ครองในชีวิตนอกจากเรื่องหน้าตาแล้ว เรื่องความขยันก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง จ้อนมั่นใจว่าคุณสมบัติทั้งสองอย่างนี้มุกลัดดาผ่าน

อยู่ช่วยเสิร์ฟจนร้านปิด เรียกเหงื่อจากจ้อนได้เป็นอย่างดี ตอนนี้เขารู้สึกถึงอาการล้าที่ขา แต่ไม่บอกใคร กลัวจะถูกหาว่าเป็นผู้ชายอ่อนแอ คุณพ่อของมุกลัดดาเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวน้ำตกชามใหญ่เป็นการตอบแทน จ้อนกินเสียอิ่มแปล้ เพราะรสชาติมันกลมกล่อมกว่าก๋วยเตี๋ยวเจ้าไหน ๆ ไม่แปลกใจว่าทำไมร้านนี้ถึงมีลูกค้าแน่นทุกวัน

เมื่อกินเสร็จจ้อนก็ลามุกลัดดา หญิงสาวเดินขึ้นชั้นสองมาที่ห้องนอนของตัวเองเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ เธอเดินมามองที่หน้าต่างบานกระจกใส เห็นจ้อนขับรถประหยัดน้ำมันออกไปแล้วอมยิ้ม วันนี้ทำให้เธอรู้ว่า ผู้ชายคนนี้ถ้าตั้งใจทำอะไรก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เธอเลือกมองคนไม่ผิดจริง ๆ

ขณะกำลังนึกชื่นชมจ้อน เหม่อมองออกนอกหน้าต่าง มุกลัดดาก็ตกใจสะดุ้งตัวโยนเมื่อมีวัตถุสีดำขนาดใหญ่ลอยวูบผ่านหน้าต่างห้องเธอไป เธอรีบเปิดหน้าต่างยื่นหน้าออกไปมองว่าสิ่งนั้นคืออะไร แต่กลับไปพบสิ่งใดผิดปกติ เป็นแมวหรือค้างคาวหรือเปล่า แต่สัตว์สองตัวนี้ไม่น่าจะตัวใหญ่ได้ขนาดนั้น อาจเป็นเธอตาฝาดไปเอง จึงเลิกสนใจแล้วปิดหน้าต่างลงกลอนอย่างเดิม เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว เข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย

จ้อนขับรถมารับณภัทรที่บ้านของน้ำเพชร เยาวภาออกมาส่งด้วย บอกว่าคู่ณภัทรกับจ้อนน่ารักดูเหมาะสมกันดี เธอขอให้ทั้งคู่คบกันยืนยาวจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร จ้อนไม่เข้าใจสิ่งที่เยาวภาสื่อ และณภัทรก็ไม่อธิบายอะไร หลังจากส่งสองหนุ่มกลับ น้ำเพชรก็ขึ้นมายังห้องนอนเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ เธอเดินมาปิดหน้าต่าง แล้วสายตาก็เห็นเงาใหญ่สั่นไหวซ่อนตัวอยู่ในความมืด

น้ำเพชรเพ่งมองเงาลึกลับนั่น พยายามมองให้ออกว่าสิ่งนั้นคืออะไรกันแน่ สุนัขคงไม่ใช่เพราะเงานั่นไม่ได้ยืนสี่ขา ลิงยิ่งไม่ใช่ใหญ่เพราะไม่มีทางมาเพ่นพ่านแถวนี้ หรือจะเป็นคนเมาเข้ามาทำอะไรในสวนบ้านของเธอ

น้ำเพชรพยายามมองหน้าของเงาลึกลับนั่นให้ออกว่าเป็นใคร เพื่อจะได้บอกให้เขากลับบ้าน แต่ต้องตะลึงเมื่อร่างนั้นกระโดดจากพื้นขึ้นต้นไม้ แล้วกระโจนหายลับไป เธอเห็นอย่างนั้นจริงหรือตาฝาดกันแน่ แต่แล้วก็เลิกสนใจ รีบปิดหน้าต่างลงกลอน คว้าผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย

เงาทะมึนลึกลับนั่นคือสงครามที่ถูกวิญญาณนรกสิง มันออกเสาะหาหญิงสาวผู้มีวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อดูดกินเลือดเพิ่มพลังให้ตนเอง ตอนนี้มันเจอแล้วสองคน ไว้หาโอกาสดี ๆ คงได้ลิ้มรสเลือดหวานหอมจากคอนวลของเธอทั้งสอง

สองหนุ่มนั่งรถประหยัดน้ำมันเพื่อเดินทางกลับคอนโด ณภัทรสังเกตเห็นว่าใบหน้าเพื่อนของเขาตอนนี้ดูมีความสุขกว่าปกติ ไปพบเจอเรื่องราวดี ๆ อะไรมาหนอ ถึงเอาแต่อมยิ้มอยู่อย่างนี้

“ทำไมวันนี้แกมารับฉันช้าจัง” ณภัทรถาม

“ฉันไปส่งยายมุกลัดดาที่บ้าน แล้วเห็นว่าร้านของเธอยุ่ง ก็เลยอยู่ช่วยเสิร์ฟจนร้านปิด”

“นี่แกสนิทกัน จนถึงขั้นช่วยเหลือกิจการของที่บ้านกันแล้วเหรอ ยอมรับมาดี ๆ เถอะว่าแกเองก็มีใจให้ยายมุกลัดดาด้วยเหมือนกัน”

“ไม่ใช่หรอก ฉันไม่ได้ชอบยายมุกลัดดา แต่มันเป็นความรู้สึกดี ๆ ที่เพื่อนมีให้กันต่างหาก”

“น้องบู้บี้หน้าตาน่ารักแกก็ไม่เอา ยายมุกลัดดาก็หุ่นอย่างกับนางแบบแกก็ไม่ชอบ ตกลงแกยังชอบผู้หญิงอยู่แน่ใช่ไหม?” ณภัทรอดระแวงไม่ได้ว่าจ้อนจะเป็นเหมือนที่เยาวภาเข้าใจ

“เฮ้ย! ฉันเป็นผู้ชายก็ต้องชอบผู้หญิงสิ ยายมุกลัดดานี่ก็เป็นคนดีเหมือนกันนะว่าไหม”

จ้อนพูดแล้วยิ้มหวานกับตัวเอง ณภัทรตีความหมายที่แฝงในรอยยิ้มนั้นออก ที่จ้อนบอกว่าความรู้สึกที่มีต่อมุกลัดดาเป็นเพียงความรู้สึกดี ๆ ที่เพื่อนมีให้กันนั้น คงหมายถึงความรู้สึกดี ๆ ที่อยากเปลี่ยนจากเพื่อนไปเป็นแฟนมากกว่า ตัวมุกลัดดานั้นชอบจ้อนอยู่แล้ว เหลือแต่ตัวจ้อนว่าเมื่อไรจะยอมรับสักที ว่าตนเองก็ชอบมุกลัดดาด้วยเหมือนกัน


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

จดหมายเหตุขนาดจิ๋ว สำรวจประวัติศาสตร์ที่บันทึกอยู่ในแสตมป์ ที่พิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์ไทย

ครั้งหนึ่งจดหมายและแสตมป์คือเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของผู้คนมาอย่างยาวนาน แต่ทุกวันนี้เราสามารถส่งข้อความถึงกันได้เพียงเสี้ยววินาที ผ่านสมาร์ทโฟนที่ล้วนมีใช้กันแทบทุกคน การส่งจดหมายเลยเป็นเรื่องล้าสมัย เด็กเจนใหม่ ๆ ไม่เคยมีประสบการณ์ส่งจดหมายถึงกันแล้ว การเข้าไปเที่ยวในพิพิธภัณฑ์แสตมป์ไทย (Thai Stamp Museum) เหมือนเป็นการได้เดินทางย้อนเวลาดูประวัติศาสตร์ผ่านแสตมป์ เพราะแสตมป์ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเล็กที่มีกาวด้านหลัง แต่มันคือจดหมายเหตุขนาดจิ๋วที่บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ในประเทศ ทั้งยังเป็นตัวแทนกระจายความเป็นไทยออกสู่สายตาชาวโลก ผ่านซองจดหมายที่วิ่งว่อนมาแล้วกว่า 140 ปี กิจการไปรษณีย์ไทยเกิดจากวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5...

ทำไม USJ ถึงทำรถไฟเหาะให้วิ่งถอยหลัง เบื้องหลังวิธีคิดที่พาธุรกิจผ่านวิกฤต ด้วยการใช้ไอเดียแทนเงิน

หากพูดถึงสวนสนุกระดับโลก นอกจาก Disneyland แล้ว ชื่อที่ตีคู่มาด้วยกันคือ Universal Studios ซึ่งในทวีปเอเชียของเรามีอยู่ 3 แห่ง คือในญี่ปุ่น สิงคโปร์ และจีน สาขาที่เป็นภาพจำของคนทั่วไปเมื่อพูดถึงสวนสนุกเจ้านี้คือปราสาทฮอกวอตส์ที่สาขาญี่ปุ่น ซึ่งจำลองโรงเรียนเวทมนตร์ในเรื่องแฮร์รี พอตเตอร์ ออกมาได้เหมือนเรากำลังอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนั้นจริง ๆ แต่เบื้องหลังกว่าที่เครื่องเล่นธีมแฮร์รี พอตเตอร์จะสร้างเสร็จ ตอนนั้น Universal Studios...

ไปทำบะหมี่ถ้วยเดียวในโลกกัน! ส่องตำนานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารขวัญใจสายรีบที่ Cup Noodles Museum

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเมนูขวัญใจสายรีบอย่างพวกเราเป็นมากกว่าแค่อาหารจานด่วนครับ มันถือว่าเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนทั่วโลกเลยทีเดียว เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือเรื่องราวของชายผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นที่ชื่อว่า โมโมฟุกุ อันโด (Momofuku Ando) ผู้ก่อตั้งบริษัท Nissin Foods Group ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนิชชินนั่นเองครับ โมโมฟุกุ อันโด บิดาผู้ให้กำเนิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โมโมฟุกุ อันโด เกิดปี ค.ศ. 1910 ที่ไต้หวัน ซึ่งตอนนั้นไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น จากนั้นเขาได้ย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง...

ดำดิ่งสู่โลกกลับทิศ จิตวิทยาที่ซ่อนอยู่ในซีรีส์ “สเตรนเจอร์ ทิงส์”

หากพูดถึงซีรีส์ที่คนทั้งโลกรอคอย ซีรีส์ที่ปั้นเด็กไม่มีชื่อเสียงให้มายืนแถวหน้าของวงการบันเทิงได้ ซีรีส์ที่เป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดให้คนมาสมัครบริการ Netflix จะเป็นซีรีส์เรื่องไหนไม่ได้นอกจากเรื่องสเตรนเจอร์ ทิงส์ ที่ตอนนี้มีมาถึงซีซัน 5 ซึ่งเป็นซีซันสุดท้ายแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ผลงานท้ายสุดของจักรวาลในซีรีส์นี้ เพราะในปี 2026 จะมีอนิเมชันที่เรื่องราวอยู่ในช่วงระหว่างซีซัน 2 และ 3 ของซีรีส์ต้นฉบับออกฉายตามมาครับ สาเหตุที่ซีรีส์เรื่องนี้ถูกใจคนทั้งโลก และขยายจักรวาลมาได้ยิ่งใหญ่อย่างทุกวันนี้ นอกจากเนื้อเรื่องที่ลึกลับน่าติดตามแล้ว อีกเหตุผลคือแต่ละตัวละครในเรื่องดูมีมิติสมจริง มีปูมหลัง และมีแรงผลักดันในชีวิตที่แตกต่างกันไป...

นาทีชีวิตฉุกเฉิน วิชาปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ควรมีติดตัว เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินในวินาทีชีวิต

ทุกนาทีในชีวิตสามารถเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ถึงขั้นอันตรายต่อชีวิต เหตุการณ์ฉุกเฉินไม่เลือกสถานที่เกิด ไม่ว่าจะเป็นบนถนน ในห้างฯ หรือแม้กระทั่งบ้านของพวกเราเอง การมีความรู้เบื้องต้นในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ช่วยให้เราลดความเสี่ยงที่เหตุการณ์นั้นจะอันตรายถึงชีวิตได้ครับ ไอติมเล่า ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ อยู่ให้ได้ ตายให้ดี: เรียนรู้นาทีชีวิตจากห้องฉุกเฉิน เขียนโดยคุณหมอสองท่านครับคือ หมอเจี๊ยบ พญ. ลลนา ก้องธรนินทร์ และหมอยุ้ย พญ. พรรณอร เฉลิมดำริชัย ในเล่มนี้เล่าว่าหมอฉุกเฉินต้องเจอกับอะไรบ้าง...

บทเรียนจากคนเหล็ก 7 ข้อคิดการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จฉบับอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์

การได้อ่านหรือได้ฟังเรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จ ถือเป็นทางลัดอย่างหนึ่งในการเรียนรู้ชีวิต โดยที่เราไม่ต้องรอให้พบเจอด้วยตัวเอง ยิ่งคนนั้นเป็นคนที่ใช้ชีวิตมานาน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ บทเรียนจากชีวิตของพวกเขาก็ยิ่งมีคุณค่า ไอติมอ่าน ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ Be Useful: Seven Tools for Life ชื่อภาษาไทยคือ จงทำตัวให้มีประโยชน์: 7 เครื่องมือสำหรับใช้ชีวิต เขียนโดยอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ (Arnold Schwarzenegger)...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 30

จ้อนเกลียดรอยยิ้มมีเลศนัยและสายตาแวววาวของณภัทรที่จ้องมายังเขาในตอนนี้ มันเป็นสัญญาณบอกลางร้ายว่าพระศุกร์กำลังเข้า พระเสาร์กำลังแทรกดาวประจำราศีของเขา ณภัทรยิ้มอย่างนี้ทีไร มักหาเรื่องเดือดร้อนมาสู่จ้อนเสมอ “แกมองฉันอย่างนั้นหมายความว่ายังไง แกกำลังคิดอะไรอยู่?” จ้อนถามเพื่อนสนิทของเขา เมื่อรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล “เราจะไปหาหลักฐานมาให้พี่ปัญญ์ดูให้ยากเย็นทำไม สู้พาพี่ปัญญ์ไปเห็นกับตาไม่ดีกว่าเหรอ?” ณภัทรเปรย...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!