เช้าวันนี้อากาศสดใส หลังจากเมื่อคืนฝนกระหน่ำลงมาทำให้หลับสบายไปทั้งคืน แสงตะวันอ่อน ๆ ส่องทะลุท้องฟ้าโปร่งชวนให้กระปรี้กระเปร่า วันนี้เป็นวันหยุด ช่วงเช้ารถเลยไม่ติด สงครามเลือกบรรยากาศดี ๆ แบบนี้เป็นฤกษ์หมายที่ดีที่จะนำกุมารทองไปส่งมอบให้เฮียเล้ง พ่อค้าไม้เถื่อนเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของจังหวัด หวังว่าวันนี้เฮียเล้งคงอารมณ์ดีเช่นเดียวกับเขา จะได้เรียกราคากุมารทองไปแพง ๆ แกคงไม่โวยวายอะไร
สงครามใช้แกละขับรถกระบะสีบรอนซ์ทองของตนออกมาจากตำหนัก ภายในห้องโดยสารของรถสีอร่ามตาคันนี้ อัดแน่นด้วยวัตถุมงคลจากทั่วสารทิศเต็มคอนโซลหน้ารถ เบาะนั่งหนังเทียมลงอักขระอะไรไว้ลายพร้อยไปหมด นั่งฟังคลื่นสถานีวิทยุลูกทุ่งเพลิน ๆ รู้ตัวอีกทีแกละก็หมุนพวงมาลัยเลี้ยวผ่านประตูหรูหน้าบ้านเฮียเล้งเข้ามาแล้ว
ตึกปูนสองชั้นออกแบบตามศิลปะตะวันตก หน้าบ้านมีน้ำพุขนาดย่อมตกแต่งด้วยปูนปั้นรูปเทพเจ้ากรีกโบราณหลายองค์ บันไดขึ้นบ้านก็ปูด้วยหินอ่อนสีขาวนวล พร้อมรูปสลักหินอ่อนเทพีวีนัสประดับไว้สองฝั่งซ้ายขวา เหนือหัวเป็นโดมเว้าเคลือบสีทองมีลวดลายนูนรูปกลุ่มดาวต่าง ๆ เวลาแสงแดดสะท้อนจากพื้นหินอ่อนขึ้นไปกระทบกับโดมทองนั้นแล้วสะท้อนกลับลงมา ทำเอาตาพร่าได้เหมือนกัน สงครามอุ้มกุมารทองในกล่องกระจกออกมาจากหลังเบาะด้วยความระมัดระวัง ส่วนฐานและยอดของกล่องกระจกทำจากไม้สักเคลือบสีทองสลักเป็นลวดลายไทยดูวิจิตร
“มาหาใครครับ?” คนขับรถของบ้านนี้เข้ามาถาม เมื่อเห็นชายแปลกหน้าสองคนเดินเข้ามาในบ้าน
“ฉันอาจารย์สงคราม นัดกับเฮียเล้งไว้แล้วว่าจะมาพบวันนี้” สงครามบอกไป
“ครับ ตอนนี้เฮียเล้งกำลังรับประทานอาหารเช้าอยู่ รบกวนคุณสองคนนั่งรอที่ห้องรับแขกนี้สักครู่ ผมจะรีบไปเรียนให้ท่านทราบ” คนขับรถบอกแล้ววิ่งหายไป
สงครามและแกละมานั่งยังโซฟาตัวใหญ่ มันทำจากไม้แกะสลักเป็นรูปกามเทพน้อยใหญ่ เบาะเป็นกำมะหยี่สีแดงหนานุ่ม นั่งแล้วสบายแทบไม่อยากลุกไปไหนเลย สงครามกวาดตามองไปรอบบริเวณก็ตื่นตากับการตกแต่งอันอู้ฟู่หรูหรา บนเพดานมีโคมระย้าแขวนประดับ ตู้แสดงของสะสมก็เป็นตู้กระจกใสทั้งหลัง สงครามสะดุดตากับของสะสมที่อยู่ในนั้นเหลือเกิน ทั้งตู้เต็มไปด้วยรูปหล่อจำลองเกจิอาจารย์ชื่อดังทั้งหลายจากทั่วประเทศ เครื่องรางของขลังหายาก ยันต์สารพัดชนิด ของสะสมพวกนี้ไม่เข้ากับบรรยากาศโดยรวมของบ้านเลย ก่อนสร้างบ้านเฮียเล้งไม่ได้ปรึกษาสถาปนิกก่อนหรือว่ารสนิยมแกชื่นชอบอะไร ควรออกแบบบ้านรูปแบบไหน
เฮียเล้งที่นั่งกินข้าวอยู่ในห้องรับประทานอาหารได้ยินสิ่งที่คนขับรถนำมารายงานก็หยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ทันที แกเดินตรงไปที่ห้องรับแขก รอคอยการมาถึงของสงครามตั้งแต่เมื่อวาน ตอนที่สงครามโทรมาบอกว่าพรุ่งนี้จะเอากุมารทองมาให้ ช่วงนี้กรมป่าไม้ก็เข้มงวดกวดขันยิ่งกว่าเดิม แกเกือบเข้าตะรางไปหลายครั้งแล้ว ถ้าได้ครอบครองวัตถุศักดิ์สิทธิ์อย่างกุมารทองแล้ว แกก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวใคร มันผู้ใดกล้าขัดขวาง แกสามารถปลิดชีวิตได้ทันทีเพียงลั่นวาจาสั่ง
“สวัสดีครับอาจารย์สงคราม ผมกำลังรออยู่เลย นั่นใช่กุมารทองของผมหรือเปล่า?” เฮียเล้งมองของในมือสงครามตาเป็นมัน
“ใช่แล้วครับ” สงครามพูดพลางยื่นของให้
“โอ้โห… ใส่กล่องหรูมาเลย ขลังขนาดฆ่าคนได้เลยหรือเปล่า?”
“แน่นอนอยู่แล้วครับ นี่กุมารทองเพชรดับเชียวนะครับ ฆ่าศัตรูให้ตายโดยการบีบคอแบบไม่ทิ้งร่องรอยลายนิ้วมือไว้ให้สาวมาถึงตัวเจ้าของเลย”
“ว้าว… อาจารย์จะเอาเท่าไหร่ครับ เรียกมาได้เลยผมจ่ายไม่อั้น”
สงครามตาวาว เฮียเล้งเปิดโอกาสขนาดนี้เขาคงเรียกราคาเต็มที่
“ปกติกุมารทองเพชรดับเล่นกันหลักแสน ต่ำ ๆ ก็เจ็ดแปดหมื่น แต่สำหรับเฮียเล้งผมคิดราคาพิเศษ หกหมื่นแล้วกันครับ”
“ผมให้แปดหมื่นเลย ลดราคาขนาดนี้ผมเอาเปรียบอาจารย์แย่ เดี๋ยวให้เด็กมันเอาเงินสดมาจ่ายให้ แล้วนี่อาจารย์กินอะไรมาหรือยังครับ มานั่งกินข้าวเช้าด้วยกันก่อนสิ ทางนี้ครับ”
เฮียเล้งเดินนำเข้าไปในห้องรับประทานอาหาร สงครามเดินตามไปทิ้งแกละให้นั่งรออยู่ที่เดิม ลาภปากแล้วจะได้กินข้าวร่วมโต๊ะกับเศรษฐี มื้อเช้าของเฮียเล้งคงหนีไม่พ้นโต๊ะจีนชุดใหญ่ หมูหันเอย กระเพาะปลาเอย เป็ดปักกิ่งเอย ฯลฯ มีโอกาสทั้งทีจะกินให้อิ่มถึงพรุ่งนี้เช้าเลย แต่พอมาถึงโต๊ะอาหารก็ตกใจ ไอ้อาหารหรูหราที่คิดไว้ไปอยู่เสียไหน บนโต๊ะมีแค่ข้าวต้มและกับข้าวอีกเพียงไม่กี่อย่างคือ กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา ยำไชโป๊ว ปลาทูเค็ม นี่หรืออาหารเช้าของเศรษฐี กับข้าวฝีมือยายปลียังจะน่ากินกว่านี้อีก
“เอ่อ… ไม่เอาดีกว่าครับ เชิญเฮียตามสบาย” สงครามปฏิเสธเสียงค่อย
“โธ่… อะไรกัน อุตส่าห์ชวนทั้งทีแต่ปฏิเสธกันอย่างนี้เสียน้ำใจจริง ไม่ต้องเกรงใจหรอกอาจารย์นั่งก่อน ๆ” เฮียเล้งผายมือเชิญสงครามให้นั่งข้าง ๆ แล้วหันไปออกปากส่งแม่บ้าน “จัดข้าวต้มมาให้อาจารย์สงครามหนึ่งชุด”
ที่ปฏิเสธไม่ใช่เพราะเกรงใจ แต่เบื่ออาหารดาษ ๆ ที่หากินได้ตามร้านทั่วไปอย่างนี้ต่างหาก เช้านี้ยายปลีเมียสุดที่รักจะทำอะไรกินนะ คิดถึงขึ้นมาอาหารตรงหน้าที่แม่บ้านนำมาให้ก็มีรสชาติจืดขึ้นมาทันทีโดยยังไม่ได้ชิม ที่เฮียเล้งมีวันนี้ได้ส่วนหนึ่งคงมาจากนิสัยประหยัดมัธยัสถ์ด้วยล่ะมั้ง ประหยัดอะไรก็ประหยัดได้ แต่ประหยัดเรื่องอาหารการกินดูจะไม่เข้าท่าเท่าไหร่ เพราะร่างกายต้องการอาหารดี ๆ ไว้เป็นพลังงาน กินข้าวต้มเป็นมื้อเช้ากลัวจะได้คุณค่าทางโภชนาการไม่พอเท่าที่ร่างกายต้องการ
“อร่อยไหมครับ แม่บ้านผมทำสุดฝีมือ” เฮียเล้งเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะอาหาร ถามสงครามไปทั้ง ๆ ที่สงครามยังไม่ได้กินไปสักคำ
สงครามยิ้มแหยตอบ เก็บท้องไว้กินข้าวฝีมือเมียที่บ้านดีกว่า เมื่อไรเฮียเล้งจะเอาเงินค่ากุมารทองมาให้เขาเสียที อยากกลับบ้านจะแย่อยู่แล้ว
ระหว่างนั้นก็มีร่างของชายฉกรรจ์คนหนึ่งเดินโซเซเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร สภาพของเขาสะบักสะบอมใบหน้ามีร่องรอยพกช้ำ เมื่อเฮียเล้งหันไปทัก สงครามก็รู้ทันทีว่าชายผู้นี้คือลูกของแก
“ซ้ง! แกไปทำอะไรมาถึงมีสภาพอย่างนั้น”
ซ้งเดินมานั่งที่โต๊ะรับประทานอาหารข้าง ๆ พ่อ ฝั่งตรงข้ามกับสงคราม
“ไอ้ก้างขวางคอน่ะสิป๊า อั๊วกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มกับน้ำเพชรอยู่แล้วเชียว มันดันเข้ามาเสือกเสียก่อน” ซ้งบอกอย่างหงุดหงิดใจ
“ลื้อบอกจะไปทำกิจกรรมที่คณะแล้วหายไปเฉย ๆ ตั้ง 3-4 วัน อั๊วติดต่อไม่ได้ ทำไมกัน?”
“อั๊วพลาดท่ามันหน่อยเดียว เล่นอั๊วซะสลบไปหนึ่งวันเต็ม ๆ พอตื่นมาก็ขอเพื่อนไปพักที่หอให้อาการดีขึ้นก็กลับมาที่บ้านนี่แหละ”
“แล้วลื้อแจ้งความหรือยัง โดนทำร้ายร่างกายเอาผิดได้นะโว้ย?”
“จะบ้าหรือป๊า! ตอนนั้นอั๊วกำลังลวนลามผู้หญิงนะ ขืนไปแจ้งตำรวจจะเป็นอั๊วนี่แหละที่เข้าซังเต”
“หมอนั่นมันเป็นใครวะ กล้าดียังไงมาหยามลูกชายอั๊ว”
“ไอ้หมอนั่นกำลังดังอยู่ในอินเตอร์เน็ตเลยตอนนี้ เป็นหมอดูซินแสอะไรนี่แหละ ชื่อสะพัดมั้งถ้าจำไม่ผิด”
สงครามได้ยินคุณสมบัติบุคคลที่ซ้งพูดถึงก็นึกถึงใครคนหนึ่งขึ้นมาได้ ศัตรูอันดับหนึ่งของเขานั้นเอง
“ณภัทรหรือเปล่าครับ?” สงครามเอ่ยออกไป
“นั่นแหละ ๆ แกรู้จักด้วยเหรอ?” ซ้งหันไปมองสงครามอย่างสนใจ
ได้ยินลูกชายพูดจาละลาบละล้วงอาจารย์สงครามที่ตนนับถือ เฮียเล้งก็ยกฝ่ามือยูไลเสยกบาลลูกชายทีหนึ่ง
ป๊าบ!
“โอ๊ย! ตบหัวอั๊วทำไมเนี่ยป๊า อั๊วยังเจ็บอยู่นะ”
“ลื้อไปพูดจาอย่างนั้นกับอาจารย์สงครามได้ยังไง นี่อาจารย์สงคราม คนที่ทำกุมารทองให้อั๊ว ไหว้ขอโทษซะ”
พวกอ้างตนว่ามีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อีกแล้ว ซ้งยังฝังใจเจ็บจากณภัทรไม่หาย ตราหน้าคนพวกนี้ว่าเป็นคนเลวไปเสียหมด แต่ก็ยอมยกมือไหว้สงครามให้สิ้นเรื่องเสีย
“ตกลงแก เอ้ย! อาจารย์สงครามรู้จักกับไอ้พัดนั่นด้วยใช่ไหม?” ซ้งถามห้วน ๆ
ฝ่ามือยูไลอันศักดิ์สิทธิ์ของบิดาลงมาประทับกลางหัวอีกครั้ง ซ้งหันขวับไปมองหน้าพ่อเป็นตาเขียว เขาทำอะไรไม่ถูกใจอีกล่ะคราวนี้
“อะไรเนี่ยป๊า อั๊วก็เรียกตามที่ป๊าให้เรียกแล้วไง แล้วจะตบหัวอั๊วทำไมอีก”
“ลื้อพูดไม่มีหางเสียง อั๊วยอมให้ลื้อพูดห้วนกับอั๊วได้เพียงคนเดียว แต่กับคนอื่นลื้อต้องพูดครับต่อท้ายประโยคด้วย”
ซ้งถอนหายใจเสียงดังด้วยความเบื่อหน่าย พ่อของเขาสอนเหมือนเขาเป็นเด็กอมมือไปได้ ก็รู้อยู่ว่าสอนอะไรมาเขาไปเคยจำยังจะดึงดันสอนอยู่อีก
“ถามใหม่เอาให้สุภาพ” เฮียเล้งสั่งเสียงกร้าว ง้างฝ่ามือรอลงโทษ ถ้าลูกชายทำอะไรไม่ถูกใจอีก
“อาจารย์รู้จักกับไอ้พัดนั่นด้วยใช่ไหมครับ” ซ้งออกเสียง ร.เรือ ชัดเจนอย่างประชดประชัน ทีแรกเขากะจะพูดว่า “ขอรับ” แต่กวนเกินไป พ่ออาจแสดงอิทธิฤทธิ์อีกได้
“รู้จักสิ รู้จักดีด้วย” สงครามเกริ่นสร้างความใคร่รู้ให้สองพ่อลูก “ไอ้หมอนั่นมันชื่อณภัทร เรียนอยู่ปีสามแล้ว”
“ใช่! รุ่นเดียวกับฉัน เอ้ย! ผม” ซ้งแทรก
“มันริตั้งตนเป็นพ่อหมอกำมะลอเดาดวงคนอื่นมั่วซั่วหลังจากเพื่อนผีของมันเล่าประวัติคน ๆ นั้นให้ฟัง เพื่อนผีของมันนี่เจ๋งดีนะ มีพลังมองทะลุอดีตคนอื่น ผมอยากได้มาเป็นบริวารเหมือนกัน มันเคยทำคาถาอาคมลูกศิษย์ผมเสื่อม ไอ้คนที่มากับผมนั่นแหละ แก่ ๆ อย่างนั้นนั่นแหละลูกศิษย์ผม ไม่รู้มันมีของดีอะไรผมเคยทำของใส่มันอยู่ครั้งหนึ่งแต่ของวกกลับมา ดีที่ผมไม่เป็นอะไรเพราะคาถาอาคมกล้าแกร่ง แต่ที่ผมเจ็บใจที่สุดคือลูกค้าวัยรุ่นของผมเห่อไปดูดวงกับมัน ล่าสุดผมไปประกาศศัตรูอย่างเป็นทางการกับมันแล้ว ถ้ายังดื้อดึงไม่ยอมยุบสำนักหมอดูกระจอกนั่นผมเล่นงานมันแน่”
“จัดการมันได้ใช่ไหม เอามันให้ตายไปเลย งานนี้ผมจ้างเท่าไหร่เท่ากัน ถ้าไม่มีมันคนหนึ่งมาขวาง ผมอาจรวบหัวรวบหางน้ำเพชรง่ายขึ้น” ซ้งยื่นข้อเสนอ
“ยังก่อนครับ เอามันถึงตายคราวเดียวจะไปสนุกอะไร ค่อย ๆ ให้มันทรมานทีละนิด ๆ ไม่ดีกว่าเหรอ?” สงครามแววตามุ่งร้าย
“เจ๋งแฮะ เลือดเย็นดี ผมชักชอบอาจารย์แล้วสิ ถ้าคาถาอาคมอาจารย์กล้าแกร่งอย่างนี้ พอจะมีวิธีทำให้น้ำเพชรหันมาสนใจผมบ้างไหม?”
“เอาแค่ให้หันมาสนใจเท่านั้นเหรอ ทำให้ผู้หญิงคนนั้นหลงคุณซ้งหัวปักหัวปำไม่ดีกว่าเหรอ?” สงครามสายตาแวววาว
“ได้ขนาดนั้นก็ดีสิ น้ำเพชรนี่สเปคผมเลย ตามจีบมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว แต่ผลักไสไล่ส่งผมตลอด ยิ่งวันนั้นเห็นเธอโผเข้ากอดหมอนั่นที่มาช่วยแล้วยิ่งเจ็บปวดหัวใจ ถ้าได้น้ำเพชรมาเป็นเมีย ผมก็ไม่ต้องการอะไรจากโลกนี้อีกต่อไป”
“ช่วยหน่อยแล้วกันนะครับอาจารย์ ผู้หญิงคนนั้นลูกชายผมรักจริงหวังแต่ง และผมก็อยากได้เธอมาเป็นสะใภ้ ผมจ่ายให้อาจารย์รวมของเดิมเป็นหนึ่งแสนเลย” เฮียเล้งยื่นข้อเสนอสุดพิเศษ
สงครามแทบจะร้องว้าวออกมาดัง ๆ แต่สกัดกลั้นอารมณ์ดีใจเอาไว้ได้ ขืนทำแบบนั้นภาพพจน์ได้เสียเอา
“ตกลงครับ พรุ่งนี้ผมจะผสมน้ำมันพรายสูตรพิเศษอภิมหาพิเศษมาให้ ชื่อว่า ‘น้ำมันพรายเจ็ดป่าช้า’ โดนไปไม่กี่หยดผู้หญิงไม่ว่าสวยแค่ไหนก็หลงหัวปักหัวปำ ผมจะให้คุณซ้งหนึ่งขวด แม่น้ำเพชรนั่นโดนไปมีหวังยอมถวายชีวิตให้คุณซ้งแน่นอน”
ซ้งจินตนาการตามสงครามอ้าง ถ้าเขาได้ครอบครองเป็นเจ้าของน้ำเพชรแต่เพียงผู้เดียวคงจะมีความสุขไม่น้อย ตัวเขาก็แข็งแรงและพ่อก็รวยระดับเศรษฐี มีปัญญาผลิตลูกหัวปีท้ายปีให้ปู่เลี้ยงได้อย่างแน่นอน
เฮียเล้งสั่งคนขับรถซึ่งเสมือนมือขวาผู้ที่เขาไว้ใจที่สุดให้ขึ้นไปเอาเงินแสนมาจากตู้เซฟชั้นสอง ไม่นานเขาก็ลงมาพร้อมซองสีน้ำตาลหนาในมือ ส่งมอบให้เฮียเล้งแล้วเฮียเล้งก็มอบให้สงครามอีกที สงครามรับมามือไม้สั่น ใจเต้นไม่อยู่กับเนื้อกับตัว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้กำเงินแสน
“จะนับดูไหมครับ ในนั้นมีแบงก์พันหอม ๆ อยู่ร้อยใบ” เฮียเล้งพูด พลางชี้มาที่ซองสีน้ำตาลในมือของสงคราม
สงครามกางปากซองออกดูเห็นธนบัตรหนึ่งพันบาทหลายใบนอนแอ้งแม้งน่ารักอยู่ข้างใน หนึ่งร้อยใบครบไม่ครบก็ช่างเพราะเท่านี้ก็มากพอเท่าที่เขาต้องการแล้ว กลิ่นธนบัตรหอม ๆ ทำเลือดลมสูบฉีดไปทั่วร่าง มันสดชื่นกว่าอากาศยามเช้าเสียอีก อยากเอาเงินปึกนี้ไปอวดยายปลีที่บ้านแล้ว
“ไม่เป็นไรครับผมเชื่อใจเฮีย ขอตัวก่อนนะครับจะรีบไปผสมน้ำมันพรายเจ็ดป่าช้า ลาก่อนครับเฮียเล้ง เจอกันใหม่พรุ่งนี้พร้อมของดีครับคุณซ้ง” พูดแล้วก็ลุกจากเก้าอี้ กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปจากห้องรับประทานอาหาร เห็นแกละงีบหลับอยู่ที่โซฟาหรูก็ตะโกนปลุกให้ลุกไปทำหน้าที่ขับรถ ลำพังเพียงกุมารทองที่ขายให้เฮียเล้งก็ได้กำไรมากเกินกว่าที่ควรจะได้แล้ว นี่ยังได้ค่าน้ำมันพรายเพิ่มมาอีกตั้งสองหมื่นบาท ค้าขายกับบ้านนี้มีแต่คุ้มกับคุ้ม
Leave a comment