พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 30

Share

จ้อนเกลียดรอยยิ้มมีเลศนัยและสายตาแวววาวของณภัทรที่จ้องมายังเขาในตอนนี้ มันเป็นสัญญาณบอกลางร้ายว่าพระศุกร์กำลังเข้า พระเสาร์กำลังแทรกดาวประจำราศีของเขา ณภัทรยิ้มอย่างนี้ทีไร มักหาเรื่องเดือดร้อนมาสู่จ้อนเสมอ

“แกมองฉันอย่างนั้นหมายความว่ายังไง แกกำลังคิดอะไรอยู่?” จ้อนถามเพื่อนสนิทของเขา เมื่อรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล

“เราจะไปหาหลักฐานมาให้พี่ปัญญ์ดูให้ยากเย็นทำไม สู้พาพี่ปัญญ์ไปเห็นกับตาไม่ดีกว่าเหรอ?” ณภัทรเปรย

“ยังไง?” ทุกคนถามเป็นเสียงเดียวกัน

“ก็ให้พี่ปัญญ์ปลอมตัวเป็นแฟนของไอ้จ้อน ให้ไอ้จ้อนปลอมตัวเป็นผู้หญิงใจแตกกำลังจะไปทำแท้ง แค่นี้นางปลีก็พาทั้งสองคนไปเห็นห้องทำแท้งแล้วใช่ไหม?”

เมื่อได้ยินแผนการอันเฉียบขาดของณภัทร ทุกคนก็หัวเราะครืนกันใหญ่ เว้นแต่จ้อนที่ตีหน้าบึงอยู่คนเดียว

“ใช้ได้ ๆ ความคิดน้องพัดนี่สุดยอดจริง ๆ พี่ตกลงตามนี้” ผู้หมวดปัญญ์เอ่ยปากชมณภัทร แล้วทั้งสองก็ตีมือกัน

“ไม่เอา ๆ ฉันเป็นผู้ชายแมนเต็มร้อยนะ จะให้ปลอมเป็นผู้หญิงได้ยังไง สองผัวเมียนั่นต้องดูออกแน่ว่าฉันปลอมตัวมา” จ้อนส่ายหัวปฏิเสธ ทำผมทรงหมวกกันน็อกของตัวเองพลิ้วไปมา สุขภาพผมของเขาดีพอ ๆ กับดาราสาวพรีเซ็นเตอร์แชมพูเลยทีเดียว ผมเงาหนาดกดำ ดูมีน้ำหนักและไม่ชี้ฟู

“แต่ฉันว่าถ้านายแต่งหน้าเสียหน่อย จะดูเป็นผู้หญิงมากกว่ายายมุกอีกนะ” น้ำเพชรว่าเมื่อมองพิจารณาจ้อนจากหลาย ๆ มุม

“เถอะน่านายจ้อน นายกำลังจะได้รับใช้ชาตินะ” มุกลัดดาว่า

“เธอไปรับใช้ชาติแทนฉันไหมล่ะ?” จ้อนค้อน

“ให้มุกลัดดาไป สองผัวเมียนั่นจะสงสัยเอาสิว่าเป็นทอมหรือเปล่า?” ณภัทรได้โอกาสก็แขวะมุกลัดดา พร้อมเอี้ยวตัวหลบหมัดที่เธอเหวี่ยงมา

วันนี้เป็นวันหยุด สี่หนุ่มสาวนัดรวมตัวกันที่คอนโดของจ้อน เพื่อแปลงโฉมหนุ่มร่างกะหร่องให้เป็นสาวสวยพริ้ง สำหรับดำเนินแผนการทะลายคลินิกทำแท้งเถื่อนของนางปลี น้ำเพชรหยิบชุดสวยของตัวเองมาสามชุดให้จ้อนเลือกใช้ในการปลอมตัว แต่ละชุดที่เธอนำมานั้นดูเป็นผู้หญิงเหลือเกิน จนจ้อนเลือกไม่ถูกเลย เขาตัดสินใจเลือกชุดลายดอกไม้สีเหลือง แล้วหยิบเอาเข้าไปเปลี่ยนในห้องนอน สักพักเขาก็เดินออกมาในชุดสวยที่หันซิปมาด้านหน้า เพื่อน ๆ เห็นก็ขำก๊าก จ้อนคงคิดว่าเสื้อที่ตนเองกำลังสวมเป็นเสื้อแจ็คเก็ตละมั้ง

“นายใส่ผิดด้านแล้วนายจ้อน ชุดแบบนี้เขาหันซิปไปไว้ด้านหลัง กลับไปเปลี่ยนใหม่เร็ว ๆ เดี๋ยวพี่ปัญญ์ก็จะมาแล้ว” น้ำเพชรว่า

“ก็ฉันไม่เคยใส่ชุดแบบนี้นี่” พูดแล้วจ้อนก็เดินเข้าไปในห้องเพื่อกลับด้านชุดให้ถูกทาง เมื่อเดินออกมาก็ทำทุกคนตะลึงเพราะจ้อนดูสวยมาก ผิวพรรณของเขาละเอียดผุดผ่องเหลือเกินจนมุกลัดดานึกอิจฉา ทรวดทรงองค์เอวสรีระก็คล้ายผู้หญิง ผมสวยเงางามนุ่มลื่นดูมีน้ำหนัก ใบหน้าถ้าลงเครื่องสำอางสักนิด คงไม่มีใครดูออกแน่ว่าแท้จริงแล้วเขาคือผู้ชาย

“แต่งชุดนี้แล้วนายดูสวยกว่าผู้หญิงจริง ๆ เสียอีกนะ ฉันว่านายเลิกเป็นผู้ชายเถอะ” น้ำเพชรแซว

“ได้ยังไงล่ะ ฉันเป็นแฟนนายจ้อนนะ ถ้านายจ้อนเลิกเป็นผู้ชายฉันก็ลำบากสิ” มุกลัดดาว่า

ณภัทรเพ่งจ้อนอย่างพินิจพิจารณา “เอ… ฉันว่ามันยังขาดอะไรไปอย่างหนึ่งนะ มันดูไม่ตู้มต้ามเลยนะตรงนี้” เขาเอามือทำเป็นวงกลมไว้ตรงหน้าอกของตนเอง

“ของน้ำเพชรก็ไม่เห็นมีเลย” จ้อนพูดพร้อมบุ้ยปากมาที่น้ำเพชร

“ทะลึ่งแล้ว” น้ำเพชรยกแขนขึ้นมาปิดหน้าอกของตนเอง

ความรู้เรื่องการแต่งหน้าน้ำเพชรก็พอได้รับการถ่ายทอดจากคุณน้าของเธอมาบ้าง เธอมองใบหน้าของจ้อนอย่างพิจารณาว่าควรแต่งให้ออกมาแนวไหนดี ใบหน้าของจ้อนนั้นแต่งได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะน่ารักคิขุอย่างวัยรุ่นญี่ปุ่น สวยหวานแบบนางเอกไทย หรือสวยเปรี้ยวเอ็กเซ็กซี่แบบดาราฮอลลีวูดก็ได้ทั้งนั้น

โจทย์ของวันนี้คือ จ้อนต้องปลอมเป็นสาวใจแตกที่ตัดสินใจจบชีวิตลูกน้อยในท้องของตนด้วยการทำแท้ง น้ำเพชรตีโจทย์ทีเดียวแตก เธอรู้เลยว่าควรแต่งหน้าจ้อนออกมาเช่นไร

ใช้เวลาหยิบโน่นหยิบนี่แต่งเติมความสวยให้จ้อนไม่นานก็เสร็จ น้ำเพชรลงรองพื้นให้จ้อนเบาบาง ไม่กล้าลงหนาเพราะเสียดายผิวเนียนละเอียดของเขาหากโดนแป้งหลบหมด กรีดอายไลเนอร์เน้นขอบตาให้ดูเด่นชัดยิ่งกว่าเดิม ใช้สีน้ำตาลระบายคิ้วให้จ้อนใหม่ ผัดพวงแก้มทั้งสองข้างให้มีสีชมพูระเรื่อดูมีเลือดฝาด ปากก็ทาลิปกรอสให้แวววาวดูอวบอิ่ม มัดผมไปข้างหลังหนึ่งปอยแล้วผูกตกแต่งด้วยผ้าเช็ดหน้าสีแดงลายจุดสีขาวเป็นโบว์เด่นอยู่บนหัว น้ำเพชรเลื่อนตัวออกมาเพื่อมองจ้อนในภาพรวม ผลงานออกมาดี เธอนึกชมตัวเองอยู่ในใจว่ามีฝีมือ

“แต่งแล้วดูไม่ออกเลยว่าแกเป็นผู้ชาย” ณภัทรตะลึงในความเปลี่ยนแปลงของเพื่อน

มุกลัดดามองจ้อนอย่างพิจารณา

“แต่ฉันว่ามันดูน่ารักสดใสไร้เดียงสาเกินไปนะ ดูไม่เหมือนสาวใจแตกที่กำลังจะไปทำแท้งเลยสักนิด”

น้ำเพชรหน้าเจื่อน “ก็ฉันแต่งเป็นแต่แนวนี้นี่ เอาเถอะน่า… แค่ดูเป็นผู้หญิงก็ใช้ได้แล้ว”

ที่จริงน้ำเพชรตีโจทย์ออกมาว่าต้องแต่งหน้าให้จ้อนออกมาดูเซ็กซี่ขี่เล่นซุกซน แต่แต่งไปแต่งมาก็ไม่หลุดออกจากแนวสวยหวานน่ารักที่ตนเองถนัด เสียงโทรศัพท์ของณภัทรดังขึ้น เขาเดินไปหยิบมันขึ้นมาดู พบว่าผู้หมวดปัญญ์เป็นคนโทรเข้ามา จึงกดรับสายแล้วยกขึ้นแนบหู

“สวัสดีครับพี่ปัญญ์ ทางนี้เรียบร้อยแล้วครับ อ๋อ… พี่มาถึงแล้วเหรอครับ ครับ ๆ พวกเรากำลังจะลงไป ผมรับรองว่าถ้าพี่เห็นไอ้จ้อนต้องตะลึงเหมือนพวกเราแน่”

“พี่ปัญญ์มาถึงแล้วใช่ไหม รีบลงไปกันเถอะ ฉันอยากให้งานนี้เสร็จไว ๆ จะได้กลับมาเป็นตัวเองสักที” จ้อนบ่นกระปอดกระแปด

“ดัดเสียงให้เป็นผู้หญิงหน่อยสิ แล้วนี่ผ้าพันคอใส่ไว้ปิดลูกกระเดือก” น้ำเพชรพูดแล้วยื่นผ้าพันคอลายดอกไม้ที่ขอยืมมาจากคุณยายให้จ้อน จ้อนรับมาแล้วเอาพันที่คอ โชคดีที่ช่วงนี้เป็นต้นฤดูหนาว ถึงมีคนใส่ผ้าพันคอก็ดูไม่น่าผิดสังเกตอะไร จากนั้นทั้งหมดก็เดินออกจากห้องลงลิฟต์ไปที่ชั้นล่าง

วันนี้ผู้หมวดปัญญ์สลัดเครื่องแบบตำรวจแล้วแต่งตัวด้วยชุดภูมิฐานแทน เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินขนาดเข้ารูปพอดีตัว ใส่กางเกงสแล็กสลิมฟิตสีดำและรองเท้าหนังสีเดียวกัน ทีแรกเขาหมายจะหยิบสูทมาสวมทับอีกชั้น แต่ดูแล้วมันเยอะเกินควร เขาไม่ได้กำลังจะไปออกเดทกับสาวที่ไหนสักหน่อย

ผู้หมวดปัญญ์ขับรถเก๋งส่วนตัวของเขามาจอดไว้ที่หน้าดอนโดของจ้อน จากนั้นเดินเข้ามานั่งรอสี่หนุ่มสาวด้านใน หยิบนิตยสารขึ้นมาอ่านฆ่าเวลา ไม่นานนักณภัทรก็เดินเข้ามาหา เขาเงยหน้าขึ้นมา เห็นจ้อนโดดเด่นสะดุดตาก็มองชนิดตาไม่กระพริบ

“นี่นายจ้อนเองค่ะพี่ปัญญ์ เขาเป็นผู้ชายเหมือนพี่นะ อย่าจ้องตาไม่กระพริบอย่างนั้นสิคะ” มุกลัดดาเดินมายืนบัง เธอหวงจ้อน ไม่อยากให้ผู้ชายคนไหนมองเขาด้วยสายตาแบบนั้น

“น้องจ้อนจริง ๆ เหรอ แต่งหญิงเนียนกว่าที่พี่คิดเอาไว้เยอะจนดูแทบไม่ออกเลย”

“เราจะไปกันได้หรือยังครับ ผมอยากกลับมาเป็นตัวเองเต็มทนแล้ว” จ้อนพูดใบหน้าเบื่อหน่าย แล้วผู้หมวดปัญญ์ก็เดินนำทุกคนไปที่รถของเขา

วันนี้เป็นวันธรรมดาอีกหนึ่งวันของสงคราม แกตื่นขึ้นมาตอนตะวันสายโด่ง เดินมาตักน้ำจากในโอ่งที่รองมาจากน้ำฝนขึ้นมากลั้วปากแทนการแปรงฟัน ตาซ้ายของแกกระตุก แสดงว่าวันนี้จะพบเจอเรื่องราวดี ๆ ยังมีเรื่องราวอะไรดีกว่าเมื่อวานอีกหรือ เมื่อวานนี้เฮียเล้งโทรมาสั่งกุมารทองเพิ่ม บอกจะเอาไปเป็นของกำนัลแก่เพื่อนร่วมธุรกิจเดียวกัน แต่ช่วงนี้นางปลีไม่มีศพเด็กมาเป็นวัตถุดิบให้แกเลย

“ช่วงนี้ไม่มีคนมาทำแท้งกับแกบ้างเลยเหรอ เฮียเล้งเขาสั่งกุมารทองฉันเพิ่ม จะเอาศพเด็กที่ไหนมาทำให้ล่ะเนี่ย” สงครามบ่นระหว่างกำลังกินอาหารเช้ากับภรรยา

“เออ… เดี๋ยวช่วงนี้ก็มีเองแหละน่า เมื่อเช้าตาซ้ายฉันกระตุก แสดงว่าโชคดีกำลังจะเข้ามา”

“เมื่อเช้าตาซ้ายฉันก็กระตุก แหม… กระตุกพร้อมกันสองคนผัวเมียอย่างนี้ โชคใหญ่หล่นทับแน่นอน” สงครามตบเข่าฉาด

ขณะกำลังจะตักอาหารอีกคำเข้าปาก ตาขวาของสงครามก็กระตุก มันกระตุกแรงกว่าตาซ้ายเมื่อเช้านี้เสียอีก

“เป็นอะไรไปตาสงคราม กับข้าวฝีมือฉันมันไม่อร่อยหรือไง?” นางปลีค้อนสามี

“เปล่า… ตาขวาฉันกระตุกน่ะ ทำไมเช้านี้ตาของฉันกระตุกทั้งสองข้างเลยล่ะเนี่ย?” สงครามชักสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี

“คิดมากน่าตาสงคราม เตรียมตัวเปิดรับแต่เรื่องราวดี ๆ ที่กำลังจะเข้ามาก็พอ”

คล้อยหลังนางปลีพูดไม่นาน ตาขวาของแกก็กระตุกอีกคน วันนี้สองสามีภรรยาคู่นี้เตรียมตัวเปิดรับโชคใหญ่หล่นทับเอาไว้ได้เลย ฟันเฟิร์ม!

นายตำรวจหนุ่มขับรถเก๋งส่วนตัวผ่านการจราจรบางตาในวันหยุด มาจอดก่อนถึงตำหนักของสงครามเล็กน้อย ณภัทรจำที่นี่ได้ดี มันยังคงบรรยากาศอึมครึมน่าอึดอัดใจเอาไว้ เหมือนตอนเขามาเยือนครั้งแรก วันนี้คงได้ปิดฉากที่นี่เสียที เจ้าของคลินิกนรกอย่างนางปลีสมควรนำตัวไปรับโทษ สงครามผู้เป็นสามีของเธอก็ต้องถูกจับด้วยเหมือนกัน ข้อหาสมรู้ร่วมคิดปกปิดซ่อนเร้นหลักฐานว่านางปลีรับทำแท้ง เมื่อรถจอดสนิท ผู้หมวดปัญญ์ก็ติดต่อลูกน้องผ่านวิทยุสื่อสารที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อ

“ทุกคนเตรียมพร้อมนะ ฉันกำลังจะเข้าไปดำเนินตามแผน”

ลูกน้องของผู้หมวดปัญญ์จำนวนสามนายแอบซ่อนตัวดูความเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัยอยู่รอบ ๆ ละแวกตำหนัก เตรียมพร้อมจับกุมหากนางปลีคิดหลบหนีออกมาข้างนอก เมื่อพร้อมแล้วผู้หมวดปัญญ์ก็เปิดประตูรถออกมายืนข้างนอก

“สู้ ๆ นะนายจ้อน ฉันคอยเป็นกำลังใจให้อยู่” มุกลัดดาจับมือเย็นเฉียบของจ้อนเป็นการให้กำลังใจ

จ้อนสูดหายใจลึกเข้าปอด แล้วเปิดประตูออกจากรถ เขาและผู้หมวดปัญญ์เดินเข้าไปยังตำหนักของสงครามที่ชั้นล่างปล่อยเงินกู้ แต่แท้จริงแล้วแอบเปิดเป็นคลินิกทำแท้งเถื่อน จ้อนคิดทบทวนแผนการ เมื่อเขาเจอนางปลีต้องบอกรหัสลับว่า “มาเอาดอกเอก” ซึ่งเป็นคำผวนมาจากคำว่า “มาเอาเด็กออก” เพื่อน ๆ ทั้งสามของเขานั่งติดตามเหตุการณ์อยู่ในรถ ซึ่งมีวิทยุสื่อสารตำรวจเปิดอยู่

บรรยากาศอึมครึมของที่นี่ ทำจ้อนกระอักกระอวน ต้นไม้สูงใหญ่และรูปปั้นทวยเทพให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในแดนพิศวง ทำจ้อนขนลุกซู่ แต่สำหรับผู้หมวดปัญญ์กลับไม่สะทกสะท้านอะไรเลยสักนิด เพราะผ่านที่อโคจรเช่นนี้มามาก ป้ายไวนิลคำว่า “เงินกู้ด่วน ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน” วางไว้ข้างประตูที่เปิดกว้างต้อนรับ ข้างในประตูบานนั้นมีหญิงแก่ร่างท่วมสวมเสื้อคอกระเช้านั่งทำบัญชีอยู่ที่โต๊ะเหล็กตัวใหญ่

จ้อนและผู้หมวดปัญญ์เดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะ ทันทีที่ก้นสัมผัสกับเก้าอี้ จ้อนก็สะดุ้งโหยงเพราะมันเย็นเฉียบราวกับทำมาจากน้ำแข็ง นางปลีเงยหน้าขึ้นมาจากสมุดบัญชีที่เขียนด้วยลายมือหวัด มองหน้าลูกค้าทั้งสอง ยังไม่ทันได้พูดคุยอะไรกัน แกก็หยิบสมุดสัญญาเงินกู้จากในลิ้นชักออกมาวางไว้บนโต๊ะ

“จะกู้เท่าไหร่ล่ะ ดูเป็นข้าวใหม่ปลามัน จะกู้พากันไปฮันนีมูนใช่ไหม?” นางปลีว่า

จ้อนอ้าปากจะพูดคำว่า “มาเอาดอกเอก” ซึ่งเป็นคำผวนมาจากคำว่า “มาเอาเด็กออก” แต่ปากก็สั่นระริกเพราะความตื่นเต้น รีบพูดตามแผนให้เสร็จ ๆ เสียทีจะได้กลับคอนโดไปถอนชุดบ้า ๆ นี่ และล้างเครื่องสำอางออก พูดสิจ้อนพูดคำว่า “มาเอาดอกเอก” ซึ่งเป็นคำผวนมาจากคำว่า “มาเอาเด็กออก”

“มาเอาเด็กออก เอ้ย! มาเอาดอกเอก” จ้อนพูดไปผิด ๆ ถูก ๆ เพราะสติไม่อยู่กับตัว

“ห๊ะ! มาทำอะไรนะ?” นางปลีถาม

“มาเอาดอกเอก”

นางปลีใบหน้าระรื่น ในที่สุดก็มีวัตถุดิบให้สามีทำสินค้าสักที

“มาเอาดอกเอกจริง ๆ ใช่ไหม?” นางปลีถามย้ำ

จ้อนพยักหน้าหงึกหงัก

“ตามมา” นางปลีเรียกแล้วลุกไปเปิดประตูกระจกทึบแสง

จ้อนและผู้หมวดปัญญ์ลุกเดินตามไป นางปลีหันมาตะวาด เพราะเธอเรียกแต่ผู้หญิงให้ตามเข้าไปเท่านั้น

“ไอ้หนุ่มไม่ต้องเข้ามา รออยู่ด้านนอกนี่แหละ!”

จ้อนเหรอหรา ตามแผนคือต้องพาผู้หมวดปัญญ์เข้าไปเห็นห้องทำแท้งนั่นด้วยตาตนเอง ถึงจะจับกุมนางปลีได้ ถ้าห้ามไม่ให้เข้าไปอย่างนี้แผนก็ล่มน่ะสิ แล้วความจะแตก ถ้านางปลีเห็นว่าจ้อนไม่มีอีหนูแต่มีไอ้หนู ถึงตอนนั้นแกเอาเครื่องมือทำแท้งกะซวกท้องเขาจนไส้ทะลักออกมากองพื้นแน่

“เอ่อ…” ผู้หมวดปัญญ์คิดหาทางแก้ไข “ให้ผมเข้าไปด้วยเถอะครับ แฟนผมคนนี้เธอเป็นคนขี้กลัว ให้ผมเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนคอยให้กำลังใจเธอเถอะนะครับ”

“มีอะไรต้องกลัว ฉันมืออาชีพ ทำแป๊บเดียวไม่ทันเจ็บก็เสร็จแล้ว เข้าไปจะเกะกะฉันเอาเปล่า ๆ” นางปลีไม่ยอมใจอ่อน

จะทำยังไงดี อุตส่าห์แต่งหญิงมาเต็มขนาดนี้ แผนการที่ตระเตรียมไว้มีอันต้องล่มลงหรือนี่ จ้อนไม่ยอมให้การมาครั้งนี้เสียเที่ยวแน่ จะประคับประคองแผนการนี้ให้สำเร็จให้ได้ เป็นไงเป็นกัน ทุ่มสุดตัวเลยแล้วกัน

“พี่ชายคะฉันกลัวจังเลย ถ้าไม่มีพี่อยู่เคียงข้างฉันต้องผ่านพ้นมันไปไม่ได้แน่ เรากลับกันเถอะค่ะ ไว้ให้ฉันเข้มแข็งกว่านี้แล้วเราค่อยมากันใหม่” จ้อนจ้องผู้หมวดปัญญ์แล้วกล่าวถ้อยคำน้ำเน่าที่เคยได้ยินมาจากซีรี่ส์เกาหลี ทำเอาเพื่อน ๆ ที่นั่งฟังอยู่ในรถระเบิดเสียงหัวเราะท้องคักท้องแข็ง

นางปลีลังเลใจ ปกติเธอไม่ยอมให้ผู้ชายเข้าไปในห้องทำแท้ง นอกจากสามีของเธอ แต่ช่วงนี้สงครามได้คำสั่งซื้อกุมารทองจากเฮียเล้งมาหลายตัว จะปล่อยโอกาสให้วัตถุดิบหลุดลอยไปก็กระไรอยู่

“ก็ได้ ๆ ถ้าเข้าไปแล้วอย่าส่งเสียงรบกวนสมาธิฉันนะ” พูดแล้วนางปลีก็เดินนำเข้าประตูไปยังห้องที่ใช้เก็บบัญชีลูกหนี้เงินกู้ของเธอ ห้องนี้มีประตูกระจกทึบแสงอีกบาน บานนี้คงเป็นบานที่เชื่อมต่อห้องทำแท้ง เพราะผู้หมวดปัญญ์รู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวเลือดและรังสีความเคียดแค้นจองล้างจองผลาญที่แผ่ออกมา

นางปลีเปิดประตูบานนั้น แล้วพาทั้งสองคนเดินเข้าไป ภายในห้องดูคล้ายโรงพยาบาลต่างจังหวัด มีเตียงพร้อมขาหยั่งที่สนิมเกาะเกรอะกรัง มีเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับตัด-แงะ-แคะ-ขูด ต่างกันก็เพียงเรื่องความสะอาดเท่านั้น

สิ่งที่ณภัทรบอกเป็นความจริงทุกอย่าง นางปลีคือหมอทำแท้งเถื่อนซึ่งเป็นอาชีพที่ผิดกฎหมาย ผู้พิทักษ์ความถูกต้องของแผ่นดินอย่างผู้หมวดปัญญ์ จำต้องจับกุมแกเพื่อนำไปดำเนินคดี เขาชักกุญแจมือออกมาจากกระเป๋าด้านหลังกางเกง พร้อมล้วงบัตรประจำตัวตำรวจจากกระเป๋าเสื้อออกมาแสดงตัวกับนางปลี

“ผมร้อยตำรวจโทปัญญ์ ขอจับกุมคุณในข้อหาประกอบอาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีความผิดฐานทำให้คนอื่นแท้งลูก”

ลูกน้องคนสนิททั้งสามนายของผู้หมวดปัญญ์ ได้ยินหัวหน้าแสดงตัวเพื่อเข้าจับกุมก็ออกจากที่ซ่อนตัว เดินเข้ามาสมทบ ผู้หมวดปัญญ์จับนางปลีใส่กุญแจมือแล้วพาเดินออกมา นางปลีแหกปากตะโกนร้องสุดเสียงเพื่อเตือนสามีของตนที่อยู่ชั้นบน

“ตาสงคราม! ตำรวจมาโว้ย! แกรีบหนีไปเร็ว!”

สงครามได้ยินเสียงเมียตนเองร้องก็เดินออกมาดูที่บันไดว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเห็นตำรวจนอกเครื่องแบบสามนาย กำลังเดินเข้ามาในบ้านก็เหลือกลานคิดหาทางหนีทีไล่ แกวิ่งไปที่บันไดหลังบ้าน รีบกระโดดลงมาให้ถึงพื้นโดยเร็ว ผู้หมวดปัญญ์เดินออกมาข้างนอก ส่งนางปลีให้ลูกน้องควบคุมตัว แล้ววิ่งไปข้างหลังบ้านเนื่องจากได้ยินเสียงฝีเท้าของคนกำลังหนี

เขาเห็นสงครามวิ่งเข้าป่า จึงสับขายาวตามไปเพื่อจับกุม เมื่อครู่ยังเห็นหลังอยู่ไว ๆ แต่ตอนนี้หายไปไหนแล้ว เขามองหาจนทั่ว แต่ก็ไม่พบร่องรอยของสงคราม จึงตัดสินใจเดินกลับไปรวมกับพรรคพวก ไว้ค่อยออกหมายจับตาแก่นั่นเอาทีหลัง

สงครามหนีหัวซุกหัวซุน ลงมาหลบอยู่ในโคลนตมและกอผักตบชวา ตอนนี้ทั้งตัวของเขาดำมะเมื่อม เว้นสีขาวก็แต่ที่ลูกตาทั้งสองข้าง เมื่อครู่ที่กำลังหลบ เขาไม่ได้ร่ายคาถาบังตาแต่อย่างใด โชคดีที่นายตำรวจคนนั้นตาถั่วเดินผ่านมาแต่ไม่สังเกตเห็น ตำรวจได้เบาะแสมาจากใครถึงบุกทะลายคลินิกทำแท้งเถื่อนในวันนี้ได้

“ฝีมือไอ้ณภัทรพ่อ มันแจ้งเบาะแสไอ้ตำรวจใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาคนนั้น แผนอุบาทว์ที่ให้ชายปลอมเป็นหญิงมันก็เป็นคนคิด” คงกระพันรายงานเบื้องลึกเบื้องหลังให้สงครามทราบ

“กรอด…” สงครามกัดฟันแน่น แววตาเคียดแค้นถึงขีดสุด “ไอ้ณภัทร! เห็นทีฉันต้องเล่นไม้แข็งกับแกแล้ว”

คณะบุกทำลายคลินิกทำแท้งเถื่อนเดินทางมายังสถานีตำรวจ ผู้หมวดปัญญ์ควบคุมตัวนางปลีเข้ามาในอาคาร จ่าสิบตำรวจประจำโต๊ะรับแจ้งเหตุร้อนทุกข์คนที่ปฏิเสธเบาะแสของณภัทรเดินเข้ามาหา เขาไม่อยากเชื่อว่านางปลีจะประกอบอาชีพผิดกฎหมายอย่างที่เด็กหนุ่มคนนั้นพูดจริง ๆ พลันก็รู้สึกหมดศรัทธาในเครื่องรางของขลังของสงครามที่ตัวเองใส่ห้อยคออยู่

“เป็นไงล่ะจ่า ทีนี้เห็นความจริงหรือยัง คราวหลังก็ทำงานให้รอบคอบหน่อย” ผู้หมวดปัญญ์ว่า แล้วหันไปสั่งลูกน้องคนที่ออกไปบุกจับด้วยกัน “ฝากจ่านำตัวผู้ต้องหาไปขังด้วย”

ลูกน้องคนนั้นเหยียดตัวตรงพร้อมพูดคำว่า ครับ! เสียงดัง ก่อนจะพานางปลีเข้าไปขัง แกยังไม่สิ้นฤทธิ์ หันกลับมาตะวาดใส่ผู้หมวดปัญญ์

“แกจับฉันแบบนี้ไม่ได้! ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นพวกแกโดนผัวฉันเล่นของใส่จนตายยกโรงพักแน่!”


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

จดหมายเหตุขนาดจิ๋ว สำรวจประวัติศาสตร์ที่บันทึกอยู่ในแสตมป์ ที่พิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์ไทย

ครั้งหนึ่งจดหมายและแสตมป์คือเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของผู้คนมาอย่างยาวนาน แต่ทุกวันนี้เราสามารถส่งข้อความถึงกันได้เพียงเสี้ยววินาที ผ่านสมาร์ทโฟนที่ล้วนมีใช้กันแทบทุกคน การส่งจดหมายเลยเป็นเรื่องล้าสมัย เด็กเจนใหม่ ๆ ไม่เคยมีประสบการณ์ส่งจดหมายถึงกันแล้ว การเข้าไปเที่ยวในพิพิธภัณฑ์แสตมป์ไทย (Thai Stamp Museum) เหมือนเป็นการได้เดินทางย้อนเวลาดูประวัติศาสตร์ผ่านแสตมป์ เพราะแสตมป์ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเล็กที่มีกาวด้านหลัง แต่มันคือจดหมายเหตุขนาดจิ๋วที่บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ในประเทศ ทั้งยังเป็นตัวแทนกระจายความเป็นไทยออกสู่สายตาชาวโลก ผ่านซองจดหมายที่วิ่งว่อนมาแล้วกว่า 140 ปี กิจการไปรษณีย์ไทยเกิดจากวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5...

ทำไม USJ ถึงทำรถไฟเหาะให้วิ่งถอยหลัง เบื้องหลังวิธีคิดที่พาธุรกิจผ่านวิกฤต ด้วยการใช้ไอเดียแทนเงิน

หากพูดถึงสวนสนุกระดับโลก นอกจาก Disneyland แล้ว ชื่อที่ตีคู่มาด้วยกันคือ Universal Studios ซึ่งในทวีปเอเชียของเรามีอยู่ 3 แห่ง คือในญี่ปุ่น สิงคโปร์ และจีน สาขาที่เป็นภาพจำของคนทั่วไปเมื่อพูดถึงสวนสนุกเจ้านี้คือปราสาทฮอกวอตส์ที่สาขาญี่ปุ่น ซึ่งจำลองโรงเรียนเวทมนตร์ในเรื่องแฮร์รี พอตเตอร์ ออกมาได้เหมือนเรากำลังอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนั้นจริง ๆ แต่เบื้องหลังกว่าที่เครื่องเล่นธีมแฮร์รี พอตเตอร์จะสร้างเสร็จ ตอนนั้น Universal Studios...

ไปทำบะหมี่ถ้วยเดียวในโลกกัน! ส่องตำนานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารขวัญใจสายรีบที่ Cup Noodles Museum

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเมนูขวัญใจสายรีบอย่างพวกเราเป็นมากกว่าแค่อาหารจานด่วนครับ มันถือว่าเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนทั่วโลกเลยทีเดียว เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือเรื่องราวของชายผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นที่ชื่อว่า โมโมฟุกุ อันโด (Momofuku Ando) ผู้ก่อตั้งบริษัท Nissin Foods Group ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนิชชินนั่นเองครับ โมโมฟุกุ อันโด บิดาผู้ให้กำเนิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โมโมฟุกุ อันโด เกิดปี ค.ศ. 1910 ที่ไต้หวัน ซึ่งตอนนั้นไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น จากนั้นเขาได้ย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง...

ดำดิ่งสู่โลกกลับทิศ จิตวิทยาที่ซ่อนอยู่ในซีรีส์ “สเตรนเจอร์ ทิงส์”

หากพูดถึงซีรีส์ที่คนทั้งโลกรอคอย ซีรีส์ที่ปั้นเด็กไม่มีชื่อเสียงให้มายืนแถวหน้าของวงการบันเทิงได้ ซีรีส์ที่เป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดให้คนมาสมัครบริการ Netflix จะเป็นซีรีส์เรื่องไหนไม่ได้นอกจากเรื่องสเตรนเจอร์ ทิงส์ ที่ตอนนี้มีมาถึงซีซัน 5 ซึ่งเป็นซีซันสุดท้ายแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ผลงานท้ายสุดของจักรวาลในซีรีส์นี้ เพราะในปี 2026 จะมีอนิเมชันที่เรื่องราวอยู่ในช่วงระหว่างซีซัน 2 และ 3 ของซีรีส์ต้นฉบับออกฉายตามมาครับ สาเหตุที่ซีรีส์เรื่องนี้ถูกใจคนทั้งโลก และขยายจักรวาลมาได้ยิ่งใหญ่อย่างทุกวันนี้ นอกจากเนื้อเรื่องที่ลึกลับน่าติดตามแล้ว อีกเหตุผลคือแต่ละตัวละครในเรื่องดูมีมิติสมจริง มีปูมหลัง และมีแรงผลักดันในชีวิตที่แตกต่างกันไป...

นาทีชีวิตฉุกเฉิน วิชาปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ควรมีติดตัว เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินในวินาทีชีวิต

ทุกนาทีในชีวิตสามารถเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ถึงขั้นอันตรายต่อชีวิต เหตุการณ์ฉุกเฉินไม่เลือกสถานที่เกิด ไม่ว่าจะเป็นบนถนน ในห้างฯ หรือแม้กระทั่งบ้านของพวกเราเอง การมีความรู้เบื้องต้นในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ช่วยให้เราลดความเสี่ยงที่เหตุการณ์นั้นจะอันตรายถึงชีวิตได้ครับ ไอติมเล่า ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ อยู่ให้ได้ ตายให้ดี: เรียนรู้นาทีชีวิตจากห้องฉุกเฉิน เขียนโดยคุณหมอสองท่านครับคือ หมอเจี๊ยบ พญ. ลลนา ก้องธรนินทร์ และหมอยุ้ย พญ. พรรณอร เฉลิมดำริชัย ในเล่มนี้เล่าว่าหมอฉุกเฉินต้องเจอกับอะไรบ้าง...

บทเรียนจากคนเหล็ก 7 ข้อคิดการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จฉบับอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์

การได้อ่านหรือได้ฟังเรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จ ถือเป็นทางลัดอย่างหนึ่งในการเรียนรู้ชีวิต โดยที่เราไม่ต้องรอให้พบเจอด้วยตัวเอง ยิ่งคนนั้นเป็นคนที่ใช้ชีวิตมานาน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ บทเรียนจากชีวิตของพวกเขาก็ยิ่งมีคุณค่า ไอติมอ่าน ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ Be Useful: Seven Tools for Life ชื่อภาษาไทยคือ จงทำตัวให้มีประโยชน์: 7 เครื่องมือสำหรับใช้ชีวิต เขียนโดยอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ (Arnold Schwarzenegger)...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!