พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 21

Share

แม่ของจ้อนโทรถามเพียงแขว่ามื้อเย็นนี้จะทำอะไรเลี้ยงชาวค่าย เพียงแขบอกว่าเธอและป้าแจ๋วทำหมูกระทะ แม่ของจ้อนบอกว่าดีเลยจะซื้อของไปสมทบและจัดหาขนมหวานไปเลี้ยงทุกคน ขอให้รอเธอและสามีอีกไม่กี่สิบนาทีก็จะถึงที่บ้านทุ่งวัวคะนองแล้ว เพียงแขบอกว่าไม่ต้องรีบก็ได้ ลุงทมเพิ่งไปรับชาวค่ายกลับมาจากน้ำตก ตอนนี้ทุกคนกำลังทำธุระส่วนตัวกันอยู่ มื้อเย็นจะเริ่มก็คงอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า

กลับมาเยี่ยมอีกครั้งที่โรงพยาบาลก็พบว่าจ้อนฟื้นแล้ว ทั้งหมดพากันกลับที่พัก เมื่อมาถึงก็เห็นชาวค่ายช่วยกันติดไฟให้ถ่านในเตาอั้งโล่ เนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นพอดีคำในถาดใบใหญ่ถูกลุงทมยกเข้ามาในวงหมูกระทะ กะละมังรวมลูกชิ้น ไส้กรอก ปูอัดและอีกสารพัดถูกศรีชัยยกตามมา รั้งท้ายด้วยผักสด ๆ ปลอดสารในตะกร้าใบใหญ่ซึ่งเพียงแขหิ้วมา เครื่องดื่มนั้นป้าแจ๋วยกมาเตรียมไว้ก่อนหน้านานแล้ว ทั้งน้ำลำไย น้ำใบบัวบกและน้ำมะนาว

เมื่อถ่านแดงได้ที่ก็ยกกระทะปิ้งย่างขึ้นไปวางเหนือเตาอั้งโล่ เติมน้ำต้มกระดูกไก่ใส่รอบร่องข้างกระทะ ได้ลองคีบเนื้อหมูขึ้นย่างดูก็เกิดเสียงฉ่าพร้อมกลิ่นหอม ๆ ทันทีที่เนื้อหมูสัมผัสผิวกระทะ พอสุกได้ที่คีบมาจุ่มในน้ำจิ้มรสเด็ดฝีมือเพียงแข คลุกผสมแล้วเอาเข้าปาก ความอร่อยก็แผ่ซ่านไปทั้งลิ้น เครื่องเทศที่หมักไว้ซึมลึกเข้าไปถึงเนื้อในของหมู หอมขึ้นจมูกทุกครั้งที่เคี้ยว น้ำจิ้มนั้นรสเด็ดสมชื่อ มันครบถ้วนทุกรสชาติทั้งเปรี้ยว หวาน เค็มและเผ็ดกำลังพอดี มีแค่หมูกระทะตรงหน้า ตอนนี้ชาวค่ายก็ไม่ต้องการอะไรอย่างอื่นอีกแล้ว

เริ่มปิ้งย่างกันได้ไม่นาน รถตู้ที่ด้านข้างติดสติ๊กเกอร์นิติศักดิ์คลินิกก็วิ่งผ่านหน้าบ้านลุงทมเข้าไปจอดในบ้านณภัทร แม่ของจ้อนปรากฏตัวเข้ามาในงานเลี้ยงหมูกระทะ พอเห็นหน้าลูกชายหัวแก้มหัวแหวน เธอก็โผเข้าไปหาพลางกอดศีรษะลูกชายไว้แน่นอย่างเป็นห่วงเป็นใย

“จ้อนลูกแม่ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมลูก?”

 “แค่ปวดแผลอยู่นิดหน่อยครับ”

“คราวหลังอย่าซนไปในที่ที่เขาห้ามอีกนะลูก รู้ไหมว่าพ่อแม่เป็นห่วงเราแค่ไหนตอนที่พัดเขาโทรมาบอกว่าลูกถูกงูกัด แม่นี้แทบเป็นลม ใจไม่อยู่เป็นสุขถึงต้องรีบบึ่งรถมาหาถึงที่นี่”

“ผมขอโทษครับ คราวหลังจะคิดอะไรให้ถี่ถ้วนกว่านี้”

พ่อของจ้อนเดินหิ้วถุงพลาสติกใสใส่กล่องโดนัทจากร้านชื่อดังในห้างสรรพสินค้ามาหลายถุง กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลที่เคลือบหน้าโดนัททะลุกล่องทะลุถุงออกมายั่วน้ำลาย เพียงแค่ได้กลิ่นพวกเขาก็แยกแยะได้ว่ามีโดนัทรสชาติอะไรบ้าง ทุกสายตาเอนเอียงจากหมูกระทะตรงหน้า หันมามองยังกล่องโดนัทที่พ่อของจ้อนหยิบออกมาจัดเรียงไว้บนโต๊ะ คิดจับจองรสชาติที่ชอบไว้ในใจ อิ่มจากหมูกระทะฟันเฟิร์มได้เลยว่าจะเกิดสงครามแย่งชิงโดนัทขนาดย่อมขึ้น

ทุกคนนั่งล้อมเตาหมูกระทะเป็นสามวง มุกลัดดาซึ่งอยู่คนละวง สังเกตเห็นแม่ของจ้อนคุยกับลูกชาย สองแม่ลูกคุยอะไรกันจ้อนถึงมีสีหน้าไม่สบายใจเช่นนั้น เขากินไปไม่กี่คำก็ลุกออกจากวง แวะหยิบโดนัทติดมือขึ้นมาสองชิ้น เอาไปนั่งกินที่ศาลาทรงไทยริมน้ำหลังบ้าน มุกลัดดากินต่ออีกหน่อยก็ลุกเดินไปนั่งกับจ้อน สีหน้าเขาตอนนี้ราวกับคนคิดไม่ตกยังไงยังงั้น

“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า ระบายกับฉันได้นะ” มุกลัดดาว่า

จ้อนได้ยินที่มุกลัดดาพูด แต่ยังไม่มีอาการตอบสนอง เขานั่งนิ่งเท้าคางพลางจ้องมองฝูงปลาว่ายน้ำ รีบกัดน้ำตาลเคลือบหน้าโดนัทเข้าปาก แล้วฉีกแป้งออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ โยนลงน้ำให้ปลากิน

“เป็นปลานี่สบายใจดีนะ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร”

“แม่นายให้นายรับผิดชอบอะไรเหรอ?”

“เมื่อกี้แม่ย้ำฉันเรื่องงานหมั้น พ่อของฉันตกปากรับคำกับเพื่อนร่วมธุรกิจเอาไว้ ว่าจะให้ฉันหมั้นกับน้องบู้บี้ซึ่งเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของเพื่อนพ่อ และฉันต้องช่วยพ่อรักษาสัญญาเพื่อไม่ให้ท่านต้องเสียผู้ใหญ่ อีกไม่กี่เดือนน้องบู้บี้ก็จะเรียนจบจากญี่ปุ่นแล้ว เมื่อกลับมาถึงเมืองไทยพวกท่านจะจัดพิธีหมั้นให้เราทันที พอฉันเรียนจบก็จัดพิธีแต่งงาน”

มุกลัดดาใจหายวาบ เมื่อรู้ว่าผู้ใหญ่จัดหาคู่หมั้นคู่หมายให้จ้อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอหนาวยะเยือกอยู่ในอก รู้สึกเหมือนพื้นไม้ที่เท้าเหยียบอยู่นั้นหายไปและกำลังดิ่งสู่ก้นเหว อากาศรอบข้างพลันจะสุญ นี่กระมังที่เขาขนานนามว่าอาการของคนอกหัก

“แล้วน้องบู้บี้ที่นายว่านั้นไม่สวยหรือไง นายถึงดูกังวลใจแบบนี้” มุกลัดดาถามเสียงเครือ ทั้งที่พยายามบังคับให้น้ำเสียงเป็นปกติที่สุดแล้ว

“เปล่า… น้องบู้บี้เข้าขั้นสวยหยาดอย่างนางฟ้าเลยล่ะ”

“งั้นก็ดีแล้วนี่ ใคร ๆ ก็อยากได้แฟนสวย นายยังจะกังวลใจอะไรอีก”

“แต่ฉันไม่ได้รักน้องบู้บี้อย่างคนรักที่จะใช้ชีวิตหลังสมรสด้วยกัน ฉันรักน้องเขาอย่างพี่ชายรักน้องสาวมากกว่า”

มุกลัดดาจุกที่อก ปวดลึกลงไปกลางขั้วหัวใจ ที่หวังจะให้จ้อนสนใจในตัวเธอนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เพราะขนาดน้องบู้บี้ที่เขาว่าสวยปานนางฟ้าเขายังรักได้แค่พี่น้อง นับประสาอะไรกับผู้หญิงห้าวทโมนอย่างเธอ แค่เป็นเพื่อนยังต้องลุ้นเอาเลยว่าเขาจะยอมรับหรือเปล่า ส่วนเรื่องคู่หมั้นคู่หมายนั้นเป็นหน้าที่ตัดสินใจของเขาเพียงคนเดียวไม่เกี่ยวกับเธอ แต่ในใจเธอก็ภาวนาขอให้เขาปฏิเสธการหมั้นนั้น

เสียงไก่ขันจากรอบทิศดังปลุกชาวค่ายทุกคน ความเมื่อยล้าจากเมื่อวานทำทุกคนสู่นิทราทันทีที่หัวถึงหมอน ตื่นมาในตอนเช้าพร้อมอากาศสดชื่น สมองก็พลอยโปร่งโล่งไปด้วย กลิ่นแกงหอม ๆ จากบ้านใกล้เรือนเคียงละแวกนี้โชยมากับลมปะทะจมูกก็ชวนอยากขึ้นมา

แม่ของจ้อนตื่นแต่เช้ามืดเพื่อไปเดินจ่ายตลาดกับเพียงแขและป้าแจ๋ว อยู่ที่บ้านในเมืองหลวงเธอมักโหยหาวิถีชีวิตเรียบง่ายเช่นนี้ทุกวี่วัน ชีวิตที่มีธรรมชาติปลุกให้ค่อย ๆ ตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นไม่ใช่ตื่นเพราะตกใจเสียงนาฬิกาปลุกโหวกเหวกน่าหนวกหู อากาศก็บริสุทธิ์กว่าที่ออกมาจากเครื่องปรับอากาศหลายหมื่นบีทียูตัวกินไฟมหาศาล ตลอดทางที่เดินมีต้นไม้เขียวชอุ่มเรียงรายไปจนถึงตลาดสดประจำหมู่บ้าน

สามแม่ครัวร่วมมือกันทำอาหารเช้าสำหรับเลี้ยงทุกคนเป็นแกงจืดผักหวานใส่เต้าหู้ไข่ น้ำพริกปลาทูแนมผักสดนานา ผัดยอดฟักทองและแกงอ่อมหมู มื้อนี้มากินที่บ้านลุงทมอีกครั้งหลังจากเมื่อคืนแกบอกไว้ว่าเช้านี้ให้มากันอีก บ้านแกหลังใหญ่แต่อยู่ตัวคนเดียวเพราะเป็นพ่อหม้ายภรรยาเสียไปกว่าห้าปีแล้ว

ลุงทมมีลูกสาวสองคน ตอนนี้ทั้งคู่ทำงานเป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองหลวง คนโตเป็นฝั่งเป็นฝากับหมอศัลยกรรมประสาทหนุ่มรูปหล่อ แต่งงานกันมาสองปีแล้วแต่ยังไม่มีหลานให้แกอุ้มคลายเหงาเสียที อ้างขอสร้างฐานะให้มั่นคงก่อน คนเล็กอายุอ่อนกว่าคนโตสามปี ตอนนี้ยังครองตนเป็นโสด ไม่ยอมเปิดใจคบใคร แม้จะมีหมอหนุ่มหล่อจากหลายแผนกมาจีบหลายคนแต่หาสนใจไม่ เมื่อวันหยุดสำคัญลูกสาวทั้งสองและลูกเขยก็จะมาเยี่ยม มาทีหนึ่งขนอาหารที่คนเขาว่าอร่อยมาฝากแกเยอะขนาดกินได้ทั้งปี ครั้นมีหนุ่มสาววัยรุ่นมาเดินเพ่นพ่านผ่านหูผ่านตาอยู่ในบ้านก็คลายความเหงาของลุงทมลงได้บ้าง

เสร็จจากมื้อเช้าชาวค่ายก็ไปเก็บสัมภาระมาไว้ที่รถตู้ของอาจารย์พรชัย น้ำเพชรและมุกลัดดาเก็บมาไว้ที่รถประหยัดน้ำมันของจ้อนซึ่งแม่ของเขาจะเป็นคนขับ พ่อของจ้อนน่าสงสารที่สุดเพราะต้องขับรถกลับเมืองหลวงตัวคนเดียวไม่มีใครนั่งไปด้วย ส่วนณภัทรนั้นอยู่ที่บ้าน ทุกคนต้องกลับไปใช้เวลาช่วงปิดเทอมของตัวเอง อยู่ทางนี้ณภัทรต้องช่วยงานในสวนผักอินทรีย์เพื่อหาเงินมาล้างหนี้ให้เพื่อนของพ่อที่หนีหายไปไหนไม่รู้ติดต่อไม่ได้ น้ำเพชรต้องช่วยงานพิมพ์เอกสารลงคอมพิวเตอร์ให้คุณยายของเธอซึ่งใช้งานไม่เป็น จ้อนต้องเรียนรู้งานด้านธุรกิจของพ่อเพื่อจะรับช่วงต่อในอนาคตและเตรียมตัวเป็นคู่หมั้นที่ดีของน้องบู้บี้ มุกลัดดายังต้องซ้อมว่ายน้ำอยู่แม้ฝีมือจะเป็นเจ้าแม่เหรียญทองไปแล้วก็ตาม สำหรับเธอการได้ออกกำลังกายก็ถือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่ง

แม่ของจ้อนไปส่งมุกลัดดาที่บ้านก่อน มาส่งน้ำเพชรถึงบ้านก็เป็นเวลาเที่ยงวันพอดี หญิงสาวแบกกระเป๋าสัมภาระเข้ามาในบ้านก็ได้กลิ่นอาหารหอม ๆ โชยออกมาจากในครัว แม่ของเธอกำลังทำอาหารมื้อกลางวันอยู่และคงใกล้เสร็จแล้ว คุณยายของเธอนั่งปักผ้าเช็ดหน้าอยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหาร คงมีสมาธิกับงานอดิเรกในมือมากเสียจนไม่รู้ว่าหลานสาวกลับมาถึงบ้านแล้ว รู้ก็ตอนหลานสาวเดินไปไหว้สวัสดีใกล้ ๆ

“สวัสดีค่ะคุณยาย”

“อ้าว… กลับมาแล้วเหรอน้ำเพชร” หัวหน้าฝ่ายยิ้มรับ วางงานในมือลงและถอดแว่นสายตาออก “ไปเที่ยวบ้านนายณภัทรมาเป็นยังไงบ้าง?”

น้ำเพชรหย่อนตัวลงนั่งข้าง ๆ คุณยาย

“ที่นั่นอากาศดีมากเลยค่ะ หนูอยากให้คุณยายได้ไปสัมผัสจังเลย ตอนเช้า ๆ ที่นั่นมีหมอกด้วยนะคะ ต้นไม้ก็ครึ้มร่มรื่นดี ผู้คนก็สนิทสนมช่วยเหลือกันดี ของกินก็ถูกอย่างไม่น่าเชื่อ นายพัดเดินไปไหนมีคนทักทายตลอดเลย ไม่เหมือนหมู่บ้านเราสักนิด แล้วคุณยายรู้ไหมคะว่านายพัดเขาเป็นลูกแหง่ติดแม่มากเลยค่ะ เวลาคุยกับแม่แทนตัวเองว่าหนูอย่างกับเป็นเด็ก ๆ เห็นแล้วหนูก็อดขำไม่ได้”

หัวหน้าฝ่ายยิ้มน้อย ๆ ให้หลานสาวที่คุยจ้อเรื่องณภัทรให้เธอฟัง สีหน้าหลานสาวดูมีความสุขดีเมื่อพูดถึงหนุ่มคนนี้ เยาวภาออกมาอยู่หน้าประตูห้องครัวกวักมือเรียกลูกสาวให้เข้าไปหา

“กินอะไรมาแล้วหรือยัง มาช่วยแม่จัดโต๊ะหน่อยลูก”

น้ำเพชรเดินเข้าไปในครัว มื้อกลางวันนี้แม่ของเธอทำแกงกะหรี่ไก่สูตรที่เพื่อนชาวญี่ปุ่นสอน หน้าตาดูน่ารับประทานเสียเชียว เยาวภาคว้าทัพพีขึ้นมาคดข้าวใส่จานสามจาน หันมาตักแกงกะหรี่ราดลงไปบนข้าวส่งกลิ่นหอมฉุยแล้วส่งให้ลูกสาวรับไว้สองจาน น้ำเพชรถือจานข้าวมาวางที่โต๊ะรับประทานอาหาร จากนั้นเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้งเพื่อเตรียมน้ำดื่มสวนทางกับแม่ของเธอที่ถือจานข้าวจานสุดท้ายออกมา

ทั้งสามนั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหาร ขณะกำลังจะตักคำแรกเข้าปากก็ได้ยินเสียงรถยนต์เข้ามาจอดในบ้าน เยาวภาหันมาวานให้ลูกสาวออกไปดู

“น้ำเพชรออกไปดูทีสิลูกว่าใครมา”

“เสียงรถคุ้นหูจังนะคะ ใช่น้ายุหรือเปล่านะ” พูดแล้วน้ำเพชรก็ออกมาที่หน้าประตูบ้าน ผู้มาเยือนเป็นคนที่เธอเดาเอาไว้จริง ๆ ด้วย

ประตูฝั่งคนขับของรถสีขาวคันโก้เปิดออก หญิงสาวก้าวขาเรียวงามในกระโปรงสั้นออกมายืนด้วยรองเท้าส้นสูงยี่ห้อหรูจากต่างประเทศ เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นทับอีกชั้นด้วยเสื้อกั๊กสีกรมท่า สีเดียวกับกระโปรงสั้นครึ่งขา ถอดแว่นกันแดดสีชาขึ้นคาดหัวแล้วเดินเข้ามาหาคนที่รออยู่หน้าประตูบ้าน

“น้ายุ” น้ำเพชรเรียกหญิงสาวคนนั้น

“ว่าไงน้ำเพชร เรียนเป็นยังไงบ้างเรา ปีนี้ก็เรียนจบแล้วนี่ใช่ไหม?”

“เปล่าค่ะ หนูเพิ่งอยู่ปีสามอยู่เลย ปีหน้าโน่นค่ะค่อยลุ้นอีกทีว่าจะเรียนจบหรือเปล่า”

“ตายจริง… น้าขอโทษที่จำผิด แหม… หลานสาวน้าเก่งออกปานนี้ ไม่ได้เกียรตินิยมให้มันรู้ไป”

ยุวภาถอดรองเท้าส้นสูงวางไว้หน้าบ้าน แล้วเดินไปที่ห้องรับประทานอาหารพร้อมหลานสาว หัวหน้าฝ่ายเห็นลูกสาวคนสุดท้องเดินเข้ามาก็เอ่ยทักด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“อ้าวแม่ยุ ลมอะไรพัดมาถึงที่นี่ได้ แล้วกินอะไรมาหรือยัง?”

เมื่อถูกถามอารมณ์ของยุวภาก็เปลี่ยนไปทันที “เรื่องเก่าซ้ำซากนั่นแหละค่ะคุณแม่ เมื่อคืนหนูนั่งกลุ้มไม่เป็นอันหลับอันนอน กว่าจะข่มตาหลับก็เช้าเสียละ ตื่นขึ้นมาก็รีบแต่งตัวมาหาคุณแม่นี่แหละค่ะ” เธอพูดน้ำเสียงกระฟัดกระเฟียดราวกับโกรธใครมา แล้วกระแทกก้นนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับหัวหน้าฝ่าย

“แม่เยาว์ไปตักข้าวมาให้น้องจานหนึ่งสิ” หัวหน้าฝ่ายหันไปสั่งเยาวภาที่นั่งข้าง ๆ

เยาวภาลุกไปตักข้าวในครัวด้วยใบหน้าเอือมระอากับเหตุการณ์เก่าซ้ำซาก ที่เวลามีปัญหาน้องสาวเทียวมาบ้านนี้กลับบ้านโน้นอยู่บ่อย ๆ เช่นนี้ เมื่อไหร่ยุวภาจะจัดการปัญหานี้ขั้นเด็ดขาดเสียที

“ค่อย ๆ เล่าให้แม่ฟังว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น”

ยุวภาทอดถอนใจก่อนเล่าเรื่องที่ทำเธอมาถึงบ้านนี้ให้ผู้เป็นแม่ฟัง

“คุณภาณุเอาอีกแล้วค่ะคุณแม่ เมื่อครั้งก่อนหนีไปกกนังพริตตี้ใจง่าย จนหนูตามไปจับได้คาหนังคาเขาแล้วบอกจะเลิกเจ้าชู้ แต่ผ่านมาไม่กี่เดือนกลับโกหกหนูอีกว่าจะไปสัมมนาที่ต่างประเทศ ที่ไหนได้พานังเลขาหน้าด้านไปช้อปปิ้งไกลถึงญี่ปุ่น ดีนะคะที่เพื่อนหนูไปพักผ่อนที่นั่นพอดี แล้วไปเจอโดยบังเอิญ เลยถ่ายรูปสองคนนั้นสวีทหวานมาให้หนูดู ไม่อย่างนั้นหนูคงเป็นควายให้เขาสวมเขาเล่นไปถึงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้”

“ก็เพราะกรรมเก่าที่เธอเคยทำไว้มันสนองคืนแล้วน่ะสิ” เยาวภาเหน็บแนมน้องสาว ถือจานข้าวราดแกงกะหรี่พร้อมน้ำดื่มมาวางให้

“พี่เยาว์! เรื่องก็ผ่านมาแล้ว จะฟื้นฝอยหาตะเข็บอีกทำไม” ยุวภากระแทกเสียงใส่พี่สาว

“ฉันสมน้ำหน้าแกเหลือเกิน ทำไมไม่เลิกกับไอ้ผู้ชายพรรค์นั้นให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย รู้ว่ามันเจ้าชู้ประตูดินก็ยังจะทนอยู่กับมันอีก แล้วเป็นไง… ก็มีแต่เรื่องทุกข์ใจอย่างนี้นี่ไง”

“หนูไม่ได้มีสามีประเสริฐอย่างพี่นี่คะ!” ยุวภาประชดประชันพี่สาว

“แน่นอน แกกับฉันบุญวาสนามันต่างกัน” น้ำเสียงเยาวภานั้นไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าน้องสาวเลย

“พอได้แล้วสองคนนี้ จะกินข้าวยังทำเสียบรรยากาศอีก” หัวหน้าฝ่ายปราม แล้วทุกคนก็ลงมือกินข้าวมื้อกลางวันตรงหน้าเว้นแต่ยุวภา

ยุวภาอายุห่างเยาวภาได้รอบหนึ่งพอดี ตามแผนครอบครัวที่วางไว้ หัวหน้าฝ่ายและสามีตกลงกันว่าจะมีลูกด้วยกันสองคนเป็นหญิงก็ได้ชายก็ดี แต่กว่าจะมีเยาวภาซึ่งเป็นลูกสาวคนแรกได้นั้นก็หลังจากแต่งงานไปแล้วถึงสามปี ไม่ใช่ไม่พร้อมรับภาระเลี้ยงดูลูก แต่สามีภรรยาคู่นี้มีลูกยาก อยากได้ลูกคนที่สองอายุห่างคนแรกสัก 3-4 ปีพอให้เป็นเพื่อนเล่นเป็นที่ปรึกษากัน แต่ก็ไม่มี จนเลิกหวังในที่สุด แต่อีก 12 ปีถัดมาก็มีลูกหลงซึ่งคือยุวภากำเนิดขึ้นมา ด้วยช่องว่างระหว่างวัยนี้เองละมั้ง ที่ทำให้สองพี่น้องคู่นี้ไม่ค่อยสนิทสนมกันเท่าที่ควร

ยุวภาตอนนี้ยังสดสวยเหมือนสมัยแรกรุ่นแม้อายุจะปลายเลขสามแล้ว ดวงหน้าผิวพรรณของเธอยังขาวผ่องราวสาววัยเบญจเพส คงรสนิยมในการแต่งกายด้วยที่ช่วยลดอายุเธอ ยุวภาชอบแต่งตัวตามดาราสาววัยรุ่นในโทรทัศน์ ถ้ากางเกงยาวเกินหัวเข่าลงไปเธอจะไม่หยิบขึ้นมาใส่ เสื้อก็ต้องเน้นให้เห็นสัดส่วนรูปร่างของเธอไม่ว่าจะเป็นเอวหรืออก ออกนอกบ้านจะสวมรองเท้าส้นสูงเสมอ และถ้าวันไหนเห็นเธอแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าไม่เกินห้าชิ้นแสดงว่าวันนั้นเธอจะหมกตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปไหน

เพื่อน ๆ ต่างอิจฉาที่ยุวภาได้ภาณุเป็นสามี เพราะภาณุนั้นรวยจนเรียกว่าเป็นเศรษฐีได้เลยทีเดียว เขาเป็นเจ้าของโรงกลั่นสุรา โรงบ่มไวน์ โรงหมักเบียร์ส่งออกขายทั่วโลก อายุแก่กว่าเธอไปแปดปี แต่ผู้ชายอย่างเขายิ่งอายุมากยิ่งมีเสน่ห์ดึงดูดสาว ๆ เพราะกิจการนั้นโตตามอายุ ทำเงินเข้าบัญชีให้เขามากขึ้นทุกปี ๆ แล้วอย่างนี้จะให้สาว ๆ ห้ามใจไหวได้ยังไง

ยุวภาตกลงแต่งงานกับภาณุเมื่อเรียนจบได้สองปี หลังคบหาดูใจกันได้เพียงสี่เดือนเท่านั้น แรก ๆ เขาก็ให้ความสุขแก่เธอเต็มที่ ไม่ว่าอะไรเขาก็จัดหามาให้ได้เสมอ พาไปฮันนีมูนไกลถึงฝรั่งเศสเพื่อซื้อน้ำหอม พาไปเที่ยวตามรอยซี่รีส์เกาหลีเรื่องโปรดที่ทำยุวภาร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร พาไปตากอากาศที่ฮาวาย พาไปดูงานคาร์นิวัลตระการตาที่บราซิล และที่อื่น ๆ อีกมากมายเท่าที่ยุวภาจะสามารถค้นหาเจอจากอินเตอร์เน็ต

แต่หลัง ๆ ชีวิตรักไม่หวานปานน้ำผึ้งพระจันทร์เหมือนเดิมอีกต่อไป ภาณุเริ่มออกลายเจ้าชู้ ครั้งแรกนั้นเธอจับคาหนังคาเขาไม่ได้ เพราะมัวเห่อกระเป๋าถือเรือนแสนและชุดเดรสเหยียบหมื่นที่เขาซื้อให้ มารู้ทีหลังตอนเจ้าตัวรับสารภาพ หลังถูกจับได้ตอนนอนกกพริตตี้สาวว่าเคยแอบไปกินตับนักศึกษามาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อรู้ว่าภาณุไม่ได้มอบความรักทั้งหมดของเขาให้แด่เธอเพียงผู้เดียวก็ร้องไห้ฟูมฟายหนีกลับมาบ้าน ครั้นเขาตามมาง้อก็หายโกรธเพราะเธอยังต้องพึ่งสมบัติพัสถานของเขาอยู่ เนื่องจากรักสบายและติดใช้ชีวิตหรูหรา

ครั้งที่สามยุวภาจับได้คาหนังคาเขาว่าภาณุแอบไปกกพริตตี้สาวเอาไว้ที่บ้านพักตากอากาศซึ่งแอบซื้อไว้โดยไม่ได้บอกเธอ คงจะซื้อไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ เธอตามไปอาละวาดถึงที่ ตบพริตตี้สาวใจง่ายไปหลายฉาด แล้วร้องไห้ฟูมฟายหนีหลับบ้านเข้าอีหรอบเดิม จนมาถึงครั้งล่าสุดนี้ที่เธอเห็นรูปสามีกอดหอมเลขาสาวประจำตำแหน่ง เธออุตส่าห์ไว้ใจเลขาคนนี้เหมือนเพื่อนคนหนึ่ง แต่กลับมาตีท้ายครัวฉกสามีเธอไป ไว้กลับมากันก่อนเถอะจะตบแม่เลขาคนนั้นให้ซิลิโคนกระจุยเลยคอยดู

ทั้งสองคนยังไม่มีลูก ยุวภานั้นอยากมีลูกมากทีเดียว เพราะเธอคิดว่าครอบครัวที่สมบูรณ์ต้องประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูก หากเธอมีลูกกับภาณุคงหยุดพฤติกรรมเจ้าชู้ของเขาลงได้บ้าง แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะตั้งท้อง เธอคิดว่าที่มีลูกอยากเช่นนั้นคงเป็นพันธุกรรมสืบทอดมาจากพ่อแม่ ส่วนภาณุนั้นไม่อยากมีลูกเลยเพราะเขาเป็นคนเกลียดเด็ก ยิ่งเด็กวัยกำลังซนนี่ยิ่งอยากตบกบาลร้าว อีกอย่างการมีลูกยังเป็นข้อผูกมัด ข้ออ้างที่ว่า “พี่ไม่ได้อยากได้แค่เมีย แต่ต้องการแม่ของลูกด้วย น้องมาทำสองหน้าที่นั้นให้พี่ได้ไหมจ๊ะ” ก็จะใช้มัดใจอีหนูทั้งหลายไม่ได้อีกแล้ว

คนอื่นตักข้าวกินไปค่อนจานแล้ว แต่ยุวภายังเอาแต่เขี่ยไปมาไม่ตักเข้าปากสักคำ ความเครียดที่อัดอั้นเอาไว้ในใจตั้งแต่เมื่อคืนพลุ่งพล่านจนเธอควบคุมเอาไว้ไม่อยู่ ระบายสิ่งเหล่านั้นออกมาโดยการตะโกนร้องสุดเสียงดังแสบแก้วหูออกมา

กรี๊ด ด ด!

ทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะผละช้อนยกมือขึ้นมาปิดหูแทบไม่ทัน น้ำอุ่นใสไหลจากดวงตาบวมแดงอาบแก้มขาวผ่องทั้งสองข้างของยุวภาอีกระรอก แม้เยาวภาจะแสดงอาการถากถางน้องสาวออกมา แต่ในใจของเธอนั้นเป็นห่วงสภาพจิตใจน้องสาวคนเดียวคนนี้ของเธอสุดจะคณานับ


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Of Mice and Men: เพื่อนยาก – มิตรภาพและความฝันของคนยากจนที่ไม่อาจเป็นจริง

ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้ มาเล่าเนื้อหาจากวรรณกรรมเรื่องเพื่อนยาก (Of Mice and Men) ผลงานชิ้นเอกของจอห์น สไตน์เบค (John Steinbeck) ซึ่งเป็นวรรณกรรมคลาสสิกที่สะท้อนภาพชีวิตและการดิ้นรนของแรงงานในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกาครับ เรื่องนี้เล่าถึงความสัมพันธ์ของเพื่อน ความฝัน และโชคชะตาที่โหดร้าย ผมอ่านเรื่องนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ยังจำตอนจบของเรื่องที่สะเทือนใจได้ถึงทุกวันนี้อยู่เลยครับ เรื่องนี้มีตัวละครหลักอยู่สองตัว เป็นเพื่อนที่แตกต่างกันทั้งรูปลักษณ์และนิสัย คนแรกชื่อจอร์จ...

Related Articles

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 34 (จบ)

เจ๊จูเจ้าของหอพักที่ณภัทรเคยเช่า ขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บค่าเช่าร้านขายของชำที่แกละและเมียเช่าเปิดขายอยู่ที่หอพักของแกถึงที่บ้าน สองผัวเมียคู่นี้ค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว และ 3-4 วันมานี้ไม่มาเปิดร้านเลย วันนี้ถ้าเจ๊จูไม่ได้ค่าเช่า จะให้เจ้าใหม่มาเช่าเปิดขายแทน แกจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านไม้ริมน้ำของแกละ แล้วยืนตะโกนเรียกอยู่นาน ไม่เห็นมีใครออกมาเปิด จึงแง้มประตูรั้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 33

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยมีงานหนังสือ หลังเสร็จจากคาบเรียนสี่หนุ่มสาวก็ชวนกันมาเดินเล่น น้ำเพชรอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านสักเล่ม จ้อนมาเหมาหนังสือการ์ตูนครบชุดไปอ่าน 2-3 เรื่อง มุกลัดดาที่ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่ว่าประเภทไหน ลงทุนซื้อหนังสือนิยาย “ภาพฝันวันนั้นฉันมีเธอ” เพื่อนำไปให้นักแสดงหนุ่มผู้รับบทพระเอกเซ็นชื่อให้ ซึ่งเขาจะมาที่งานหนังสือในเย็นวันนี้พร้อมนักเขียน...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 32

บ้านหลังเดิมไม่ปลอดภัยสำหรับสงครามอีกต่อไป จึงหนีมาลี้ภัยที่บ้านของแกละ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่อาวุโสกว่า บ้านของแกละอายุอานามพอ ๆ กับเจ้าของ มันเป็นบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสีริมน้ำหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว น้ำคลองก็ไม่ใสเหมือนแต่ก่อน แกละตกปลาขึ้นมากินไม่ได้อีกแล้ว...

พ่อหมออลเวง – ตอนที่ 31

ลูกหนี้ของนางปลีคงได้เฮดีใจ เพราะเจ้าหนี้ถูกจับเข้าซังเตไปแล้ว หวยออกงวดหน้าผีพนันก็อดได้เลขเด็ดจากเจ้าพ่อสมิง แต่ก็ไม่วายเอาวันที่ที่ตำรวจบุกจับนางปลีไปเป็นเลขเด็ดแทงหวย ตำรวจบุกค้นตำหนักของสงคราม เพื่อหาหลักฐานว่านางปลีเริ่มเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำแท้งให้ผู้หญิงมาแล้วกี่ราย แต่ก็ไม่พบ เพราะแกไม่ได้บันทึกไว้ เจอแต่รายชื่อลูกหนี้เงินกู้และรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองจากสงครามเท่านั้น ในรายชื่อลูกค้าที่สั่งกุมารทองมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ผู้หมวดปัญญ์สั่งลูกน้องให้สืบประวัติลูกค้าทั้งหมดในรายชื่อ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!