ใจพันธนาการ – ตอนที่ 32

Share

ณเรศนั่งดูภาพยนตร์อยู่บนโซฟาอย่างสบายใจ ในขณะที่แป้งหอมถูกบังคับให้ทำความสะอาดบ้านอย่างไม่เต็มใจ ในมือของเธอถือไม้ถูพื้น ออกแรงถูพื้นให้ขึ้นเงา เธอตวัดหางตามามองเขาที่นั่งเอาเปรียบ สองเท้าจ้ำเข้ามาเสือกไม้ถูเข้าไปทำความสะอาดใต้โซฟา แล้วดันด้ามไม้กระแทกกับเท้าของเขา

“โอ๊ย… อะไรของเธอเนี่ย ที่อื่นไม่มีให้ถูหรือไง?”

“ก็ตรงนี้มันสกปรกมากกว่าตรงอื่น ความเลวความชั่วจากใครไม่รู้ หล่นมากองอยู่เต็มพื้น ฉันเลยต้องออกแรงถูมากเป็นพิเศษ”

“แล้วเธอไม่เห็นฉันนั่งอยู่หรือไง ก่อนจะถูน่ะบอกกันบ้างจะได้หลบให้”

“อ้าว? ก็คุณสั่งให้ฉันถูพื้น แล้วทำไมฉันต้องขออนุญาตคุณอีกล่ะคะ?”

“อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะ อยู่ที่นี่เธอไม่มีสิทธิ์เถียง!”

“มากเกินไปแล้วนะ ฉันไม่ใช่ขี้ข้าคุณนะ ที่จะนึกจิกหัวใช้ยังไงก็ได้” แป้งหอมตวาดเสียง

ณเรศคว้าแป้งหอมแล้วผลักเธอลงบนโซฟา เขาก้มลงเอาแขนคร่อมเธอไว้

“ขืนเถียงอีกคำ ฉันจูบปากเธอแน่” เขาพูดพร้อมยิ้มเจ้าเล่ห์

แป้งหอมรีบเม้มปาก เบนหน้าหนี

ณเรศเห็นแป้งหอมกลัวก็แอบสะใจ เขาผละออกจากเธอ ลุกขึ้นมายืนกอดอกแล้วหันหลังให้ กล่าวเสียงเรียบว่า

“แล้วนี่ปัดกวาดเช็ดถูเสร็จหรือยัง?”

“เสร็จแล้วค่ะ ทีนี้จะพาฉันกลับได้หรือยัง?”

ณเรศหัวเราะในลำคอ

“เฮอะ! ฉันอุตส่าห์วางแผนลักพาตัวเธอมาแทบตาย เพื่อให้เธอมาทำความสะอาดบ้านให้ แล้วพากลับแค่นี้นะเหรอ  ฉันไม่ใช่คนโง่ที่จะทำแบบนั้นนะแป้งหอม”

“ทำแบบนี้มันเหมือนฆ่าฉันชัด ๆ ไหนคุณบอกว่ารักฉันไง แล้วทำไมต้องมากักขัง ทรมานฉันอย่างนี้ด้วย” แป้งหอมพูดแล้วจะร้องไห้

“ก็เพราะเธอรักไอ้ศกรไง ฉันจะขังเธอไว้ที่นี่จนกว่าเธอจะลืมมันลง”

“ไม่มีทาง ฉันไม่มีวันลืมคนดี ๆ อย่างคุณศกรหรอก คุณขังฉันไว้แบบนี้ก็มีแต่ทำให้ฉันเกลียดคุณขึ้นทุกวันเท่านั้น”

ณเรศเคืองที่แป้งหอมพูดจาอย่างนั้น เขาโกรธและโมโห กระชากข้อมือเธอขึ้นมาแล้วเอ็ดใส่ไปว่า

“เธอไม่มีสิทธิ์ตัดสินการกระทำของฉัน อยู่ที่นี่จงฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของฉันเท่านั้นก็พอ เข้าใจไหม!”

เขาผลักเธอล้มลงพื้น ยืนมองเธอร้องไห้  ของเหลวใสไหลออกจากดวงตา เธอเสียใจและโกรธตัวเองมากที่ไม่ยอมเกลียดชายผู้นี้เหมือนดั่งปากว่า  ชายหนุ่มสวนเท้าเดินออกจากห้องนี้ไป เพราะไม่อยากให้เธอเห็นน้ำตาจากเขา

หาดทรายบนเกาะนี้ขาวมาก พื้นทะเลกับท้องฟ้าเป็นสีโทนเดียวกัน จนแทบจะกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ณเรศเดินทอดน่องด้วยเท้าเปล่า เขาเดินเตะคลื่นที่ซัดเข้าฝังมา ในหัวก็คิดเรื่องทุกข์ใจอะไรต่อมิอะไร

เราช่างโชคร้าย ไม่มีคนรัก ไม่มีคนสนใจ อิจฉาไอ้ศกรเหลือเกิน  ทำไมเธอต้องรักมันขนาดนั้น ฉันด้อยกว่ามันตรงไหน เธอถึงไม่เห็นค่าในตัวฉันเลย เกลียดฉันมากขนาดนี้เลยเหรอแป้งหอม

อาทิตย์ลับขอบฟ้า บอกลาวันที่ยุ่งเหยิง  ณเรศออกไปใช้สมองนอกบ้านเพิ่งจะกลับมา เขารู้สึกหิวขึ้นมาหน่อยแล้ว ไม่รู้มื้อเย็นนี้จะมีอะไรกินบ้าง  เห็นแป้งหอมยืนเท้าระเบียงเหม่อมองดวงจันทร์อยู่ก็โผเข้าไปหา

“มาเพ้อมองจันทร์อย่างนี้ แสดงว่าเธอทำข้าวเย็นเสร็จแล้วสินะ”

แป้งหอมหันมาโต้ น้ำเสียงกวนโมโห

“คุณไม่ได้บอกฉันนี่ว่าอยากกินอะไร”

“จะอะไรก็ได้ทั้งนั้น นี่แสดงว่าเธอยังไม่ได้ทำข้าวเย็นอีกเหรอ ฉันหิวจะแย่แล้วนะ”

“เหรอ… แต่ฉันไม่หิว ถ้าคุณหิวขนาดนั้นก็ลงมือเข้าครัวเองเลย”

“แต่นั่นมันเป็นหน้าที่ของเธอ รีบไปทำอะไรก็ได้มาให้ฉันที”

“มาบ่นฉันฉอด ๆ อย่างนี้ ข้าวเย็นคงมาประเคนให้คุณหรอก”

“ถ้าเธอยังอยากต่อปากต่อคำกับฉันอย่างนี้ ฉันจะจูบปากเธอแทนกินข้าวเย็นแน่” ณเรศหน้าขึงขัง

“ก็ได้ นั่งรอเดี๋ยว”

แป้งหอมเดินตวัดหางตาใส่ณเรศ ก่อนจะหายเข้าครัวไป เขาเดินมานั่งที่โต๊ะทานอาหาร เอามือกอดอกแล้วพิงพนักเต็มแรง สายตาจ้องมองการกระทำของเธอ เห็นเธอเปิดตู้เย็นหยิบกะหล่ำปลีกับไข่ 2 ฟองออกมา  เธอหยิบกระทะขึ้นมาตั้งบนเตาแล้วจุดไฟ เมื่อกระทะร้อนได้ที่ก็จัดการสร้างสรรค์เมนูมื้อเย็น

“หิวนักใช่ไหม อยากกินนักใช่ไหม?” แป้งหอมพึมพำ มือซ้ายหยิบน้ำปลา มือขวาคว้าซีอิ๊ว ออกแรงเขย่าทั้งสองมือ เหยาะเครื่องปรุงลงกระทะ เสร็จแล้วก็เทผงชูรสลงไปทั้งซอง

เธอแสยะยิ้มที่มุมปาก

“รับรองว่าจานนี้จะทำให้คุณเป็นโรคไตแน่นอน”

พูดจบเธอก็เอาตะหลิวพลิกกลับด้านกะหล่ำปลีที่ไหม้เกรียม ผัดมันอยู่สักพักก่อนจะตักใส่จานแล้วยกมาเสิร์ฟณเรศที่โต๊ะอาหาร

“เสร็จแล้ว ข้าวเย็นที่คุณถามหา ไม่อิ่มบอกได้นะ ฉันจะไปทำมาเพิ่ม”

ณเรศเบ้ปาก เขี่ยของดำ ๆ บนจานด้วยส้อม เท่านี้ก็รู้เลยว่านี่ไม่ใช่อาหารที่จะกินได้

แป้งหอมยิ้มเจ้าเล่ห์ รอที่จะได้เห็นณเรศร้องโวยวาย

“ทำอะไรชักช้าไม่ทันใจเลย ฉันกินของพวกนี้จนอิ่มแล้ว ขืนรอเธอมีหวังฉันไส้กิ่วพอดี”

ผิดคาด ณเรศชูกล่องบรรจุอาหารแช่แข็งที่ว่างเปล่าให้แป้งหอมดู  เขากินพวกนี้จนอิ่มไม่เหลือที่ในท้องสำหรับอาหารฝีมือแป้งหอม

“แล้วไอ้ที่เธอทำมานี่ก็กินเองให้หมดนะ อย่าให้เหลือล่ะ” ณเรศสั่ง

แป้งหอมตกใจ นรกชัด ๆ ถ้าให้กินอาหารจานนี้

“เอ่อ… ฉันอิ่มแล้วเหมือนกัน พอดีฉันทำไปชิมไปจนอิ่มน่ะ เหอะ ๆ” แป้งหอมหัวเราะแห้งกลบเกลื่อน

เขาจ้องอย่างเค้นจะเอาความจริง

จ๊อก… กกก!

เสียงพิลึกนั่นไม่มีทางดังมาจากท้องที่อิ่มแปล้ของณเรศเป็นแน่

“เมื่อกี้ใช่เสียงท้องเธอร้องหรือเปล่า?”

“ชะ… ใช่ที่ไหนเล่า สะ… เสียงสัตว์กลางคืนแถวนี้หรือเปล่า?”

“ฮึ! ดูถูกฉันเกินไปแล้วนะ จะกินได้หรือยัง ไอ้ของที่เธอทำมาเนี่ย ฉันรอส่งเธอเข้านอนอยู่นะ”

“ก็บอกไปแล้วไงว่าไม่หิว คุณฟังไม่รู้เรื่องหรือไง?”

ปัง!

ณเรศตบโต๊ะ

“จะกินดี ๆ หรือจะให้ฉันป้อน?”

แป้งหอมถอนใจ

“ก็ได้ ๆ ฉันกินเองก็ได้”

“งั้นก็รีบตักเข้าปากสิ ขืนช้าฉันนี่แหละจะเป็นคนป้อน”

แป้งหอมนิ่ง ใครจะทำใจกลืนของในจานนี่ลง

“เอาล่ะ สรุปเธอให้ฉันป้อน”

ณเรศลุกเอาช้อนตักอาหารในจานขึ้นมา มืออีกข้างบีบปากแป้งหอม เขายัดกะหล่ำปลีดำ ๆ เข้าปากเธอ  เธอแทบจะสำลักมันออกมาทันที

“อ้าว… ทำไมไม่กลืนลงไปล่ะ ทำอย่างนี้ก็เสียของหมด”

“ขอร้องล่ะ อย่าบังคับฉันให้กินอีกเลย”

ณเรศแสยะยิ้ม เขารู้ทันเชิงแป้งหอมหรอกน่า

ก๊อก ๆ ๆ

เสียงเคาะที่ประตูหน้าบ้านดังขึ้น แล้วตามด้วยเสียงของชายแก่คนหนึ่ง

“คุณณเรศครับ ผมเอาเรือมารับแล้ว”

แป้งหอมได้ยินก็ดีใจ ในที่สุดก็ได้กลับแล้วสินะ ณเรศก็ไม่ได้ใจไม่ไส้ระกำเสียทีเดียว  เธอรีบไปเปิดประตู ปรากฏเป็นคนเรือคนเดียวกับเมื่อตอนกลางวัน

“ลุงมารับแล้วเหรอ ขอบลุงมากนะคะ” แป้งหอมกอดแขนคนเรือ

ณเรศเดินตามมาดึงเธอออกจากตรงนั้น

“เขามารับฉันแค่คนเดียว เธอไม่เกี่ยว”

พูดแล้วก็ลากเธอเข้ามาในห้องนอน เขาเปิดลิ้นชักหยิบโซ่และแม่กุญแจออกมา

“คุณจะทำอะไรน่ะ” แป้งหอมหน้าถอดสี เรื่องชักจะไม่เป็นอย่างที่คิดไว้แล้ว

“ถามได้ มีโซ่ มีกุญแจ ก็เอาไว้ล่ามเธอยังไงล่ะ” ณเรศชูโซ่และแม่กุญแจอวดแป้งหอม

แป้งหอมตกใจ จะวิ่งหนีออกไปแต่ถูกเขาสกัดขวางที่หน้าประตู เขาจับเธอไว้ รีบเอาโซ่ล่ามที่ข้อเท้าแล้วจัดการล็อคเสีย ส่วนปลายของโซ่อีกด้านก็เอามาล่ามไว้กับเสาต้นใหญ่กลางห้อง

“โซ่นี่ยาวพอที่เธอจะสามารถเดินไปเข้าห้องน้ำได้ หวังว่ามันคงไม่เกะกะมากนะตอนเธอนอน” ณเรศพูดแล้วหันหลังจะเดินออกจากห้อง

แป้งหอมกระชากแขนเสื้อเขาไว้

“หมายความว่าไง คุณจะไม่พาฉันไปด้วยงั้นเหรอ?”

“เข้าใจถูกแล้ว คืนนี้เธอต้องนอนบนเกาะนี่คนเดียว ไว้พรุ่งนี้ฉันจะมาหาใหม่ จะฝากซื้ออะไรไหมล่ะ” ณเรศตอบอย่างกวนอารมณ์

“ไม่ได้นะ คุณจะจับฉันขังไว้อย่างนี้ไม่ได้ ปล่อยฉันแล้วพากลับบ้านเดี๋ยวนี้” แป้งหอมพูดแล้วจะร้องไห้

ณเรศปัดมือเธอ เดินออกจากห้องไป

“ราตรีสวัสดิ์นะ” เขากล่าวทิ้งท้าย

“ไอ้คนบ้า ไอ้โรคจิต คนป่าเถื่อน มีสิทธิ์อะไรมาทำกับฉันอย่างนี้ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ไอ้คนทุเรศ!” แป้งหอมร้องตะโกนปนน้ำตา

รถหรูเลี้ยวเข้ามาที่บ้านประภากรณ์ในเวลาเที่ยงคืนเศษ ณเรศลงจากรถที่จอดสนิท เขาเดินเข้าบ้านตัวเองด้วยอาการอ่อนล้าเพราะวันนี้เดินทางเยอะ  ไอยราที่กำลังรอพบ รีบลุกเดินมาหา

“หายไปไหนมาจนกลับเอาป่านนี้ แม่โทรหาตั้งหลายครั้ง ทำไมไม่ติด ปิดเครื่องหรือไง?”

เกาะส่วนตัวนั้นเป็นสถานที่อับสัญญาณโทรศัพท์ จึงไม่แปลกที่ไอยราจะโทรหาณเรศไม่ติด  

เขาไม่สามารถบอกความจริงนี้ให้แม่รู้ได้ จึงกุเรื่องโกหก

“แบตหมดน่ะครับ สงสัยผมเปิดจีพีเอสทิ้งไว้  นี่ก็ดึกมากแล้ว ทำไมแม่ยังไม่เข้านอนอีกครับ?”

“แม่ก็รอเราอยู่นี่ไง เป็นไงได้เรื่องหนูแป้งหอมหรือเปล่า?”

ณเรศโคลงศีรษะ

“วันนี้ผมเหนื่อยมากแล้ว จะขอตัวไปพักผ่อนแม่คงไม่ว่านะครับ”

ณเรศพูดแล้วก็ก้าวเดินขึ้นบันไดไป

“เดี๋ยว” ไอยรารั้ง “หายไปทั้งวันไม่เจอเบาะแสอะไรบ้างเลยเหรอ?”

ณเรศนิ่ง ถอนหายใจก่อนตอบคำถาม

“ครับ ไม่เจอเลย”

“โถ่… หนูแป้งหอมนะหนูแป้งหอม หายไปไหนทำไมไม่บอกน้าสักคำ รู้ไหมวันนี้น้าเสียหน้าจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี”

“แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมสัญญาว่าจะตามแป้งหอมกลับมาให้ได้โดยเร็วที่สุด” พูดแล้วณเรศก็เดินขึ้นบันไดต่อไป ทิ้งให้ผู้เป็นแม่นั่งเอามือกุมหน้าผากอยู่ตรงหัวบันได ในใจของเธอภาวนาให้แป้งหอมกลับมาเสียที


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้” ลุงเข้มหน้าซีด...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!