“อย่าทำอะไรเรานะ” แป้งหอมว่าให้มัน เท้าถอยร่นออกมาพร้อมณเรศ
“หลบไปก่อนแป้งหอม”ณเรศใช้แขนป้องตัวแป้งหอม
หัวหน้าโจรเห็นก็แสยะยิ้มอย่างหมั่นไส้
“แหม… ชักอิจฉาแกสองคนแล้วสิ รักกันมากเหลือเกินนะ ดูฉันสิ อุตส่าห์เฝ้าติดตามนิตา แต่กลับถูกปฏิเสธ แถมยังพาตำรวจมาจับอีก ความรักของฉันช่างมีอุปสรรคเหลือเกิน”
“เรื่องนั้นมันไม่เกี่ยวกับพวกเรานี่ ได้โปรดพาเราสองคนกลับเข้าฝั่งเถอะนะ ฉับรับรองว่าจะไม่พูดเรื่องของพวกนายให้ใครฟัง” แป้งหอมร้องขอ
“ฮึ!” หัวหน้าโจรทำเสียงในลำคอ “จะให้ฉันเชื่อพวกแกงั้นเหรอ?” มันเดินเข้ามาเรื่อย ๆพร้อมกระชับปืนในมือ
“งั้นถ้าพวกแกสามคนพาเราเข้าฝั่ง ฉันจะจ่ายเงินให้พวกแกหนึ่งแสน!” ณเรศยื่นข้อเสนออย่างหนักแน่น
“โอ้โห… เงินหนึ่งแสน!” หัวหน้าโจรทำตาลุกวาว แล้วหันไปมองลูกน้อง “โคตรดูถูกเราเลยว่ะ” แล้วหันกลับมาพูดกับณเรศ “จะให้ฉันออกแรงเยอะแยะ แลกกับเงินแค่แสนเดียวเนี่ยนะ ดูนี่ซะก่อน” มันถอดกระเป๋าเป้ทิ้งลงพื้น ก้มลงไปรูดซิบเปิดกระเป๋าให้ณเรศและแป้งหอมดูของข้างใน ธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทหลายปึก อัดแน่นอยู่ข้างใน ทั้งสองคนตกตะลึง โจรที่พวกเขาเข้าใจว่าฝีมือกระจอก ทำไมถึงได้ครอบครองเงินมากมายขนาดนี้
“แกไปปล้นใครมา?” ณเรศถาม
“ก็เศรษฐีแถวนี้แหละ ไอ้เราก็อุตส่าห์ไปขอปล้นดี ๆ แต่ดันไม่ยอม พอขัดขืนเข้าหน่อยเลยเผลอฆ่าตายไปซะนี่ ตอนนี้ตำรวจคงจะกำลังตามล่าเราให้วุ่นเลยละมั้ง ฉันว่าฉันไม่ปล่อยให้มีคนไปฟ้องเรื่องนี้กับตำรวจดีกว่า” หัวหน้าโจรพูดแล้วยกปืนขึ้นเล็ง ปากกระบอกปืนชี้ไปที่ณเรศและแป้งหอม สอดนิ้วเข้าไปในโกร่งไก เตรียมพร้อมที่จะยิง
“ลาแค่นี้นะ”
“หนีเร็วแป้งหอม!”
ณเรศฉุดแขนแป้งหอมวิ่งเข้าไปในป่า หลบกระสุนได้แบบฉิวเฉียด ลูกน้องทั้งสองเห็นอย่างนั้นก็วิ่งตามเข้าไป แต่หัวหน้าโจรร้องห้าม
“ไม่ต้องตามไป มันหนีไปไหนไม่ได้หรอก ตอนนี้เราหาที่ซ่อนเงินก่อนเถอะ”
“ครับลูกพี่!” ลูกน้องทั้งสองคนขานเป็นเสียงเดียวกัน
ณเรศพาแป้งหอมวิ่งเข้าป่า ฝ่าไม้เถาไม้เลื้อยที่ขึ้นครึ้มเต็มพื้นที่ ฝีเท้าชายย่อมดีกว่าหญิงอยู่แล้ว แป้งหอมก้าวไม่ทัน เธอสะดุดล้มลงพื้น
“โอ้ย!”
ณเรศหยุดวิ่ง นั่งลงดูแป้งหอม
“เป็นอะไรมากไหม ฉันทำเธอเจ็บหรือเปล่า?”
แป้งหอมโคลงศีรษะ
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันวิ่งไม่ทันคุณเอง”
“ไหวไหมแป้งหอม?”
“ค่ะ ฉันยังไหว”
“งั้นก็ไปกันต่อเถอะ” ณเรศประคองเธอลุกขึ้น
ข้อเท้าของแป้งหอมแพลงตอนล้มลงเมื่อครู่นี้ เธอเจ็บเวลาถ่ายน้ำหนักผ่านเท้าลงพื้น
“โอ้ย!”
ณเรศรีบโอบตัวแป้งหอม ก่อนที่เธอจะล้มลงอีกรอบ
“เธอเจ็บอยู่นี่ แล้วอย่างนี้บอกว่าเดินต่อไหวได้ยังไง”
“แค่นิดหน่อยเองค่ะ ไม่เจ็บมากหรอก ฉันยังเดินต่อไหว”
แป้งหอมยืน ฝืนเดินต่อ เธอไม่อยากเป็นภาระของเขา
“โอ้ย!”
ท่าทางเธอจะไม่ไหวจริง ๆ ร่างอ้อนแอ้นล้มไปอยู่ในอ้อมอกของชายหนุ่ม หญิงสาวจ้องมองแววตาเย็นชา แต่ดูอบอุ่นของเขาด้วยความประหลาดใจ ไม่น่าเชื่อว่าชายที่ไม่ค่อยจะลงรอยกัน กลับมาช่วยเหลือเธออย่างบริสุทธิ์ใจ
“ขอบคุณค่ะ”
ชายหนุ่มจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอ ดวงตาซึ่งเป็นหน้าต่างของหัวใจ หัวใจที่ข้างในไม่เคยมีเขา
“ปล่อยฉันได้แล้วมั้งคะคุณณเรศ”
แป้งหอมสะกิดให้ณเรศหลุดจากภวังค์
“เอ่อ…”
ณเรศเขิน ค่อย ๆ คลายมือที่โอบกอดเธอ
“ฉันว่าเธอขี่หลังฉันดีกว่านะ”
ณเรศย่อตัวนั่งลง หันหลังให้เธอขึ้นขี่
“ไม่ดีมั้งคะ ลำบากคุณเปล่า ๆ” แป้งหอมปฏิเสธอย่างเกรงใจ
“ลำบากอะไรกันเล่า ขึ้นมาเถอะ ถือเป็นการแสดงความขอโทษจากฉันก็แล้วกัน”
“ฉันตัวหนักนะคะ คุณจะแบกไหวเหรอ?”
“เธอตัวเล็กนิดเดียวเอง ทำไมฉันจะแบกไม่ไหวล่ะ”
แป้งหอมลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ถึงจะปฏิเสธเขาไปอีกกี่ประโยคก็ไม่ประสบความสำเร็จแน่ เขาสามารถหาเหตุผลมาลบล้างอ้างให้เธอขึ้นขี่หลังอยู่ดี จึงตัดสินใจขึ้นขี่หลัง
ณเรศยิ้ม ไม่ได้ยิ้มเพราะสั่งเธอได้ แต่ยิ้มเพราะดีใจที่เธอไม่ได้รังเกียจเขาต่างหาก เขาทำไม่ดีกับเธอไว้มาก เธอไม่ถือโทษโกรธก็นับเป็นความโชคดีมหาศาล
ณเรศรวมกำลังไว้ที่น่องและขา ยกตัวเองขึ้นพร้อมหญิงสาวบนหลัง ค่อย ๆ ก้าวเดินไปช้า ๆ ไม่รีบร้อน เพราะกลัวว่าจะไปสะดุดอะไรเข้า ทำให้เธอตกลงมาเจ็บอีก
“ฉันหนักหรือเปล่าคะ?”
“ไม่นี่ แต่ลดน้ำหนังลงได้อีกสักนิดจะดีมากเลย”
แป้งหอมยิ้ม ไม่เคยถูกณเรศหยอกล้ออย่างสนิทสนมเช่นนี้มาก่อนเลย
“คุณดูเดินลำบากจังเลยนะคะ ฉันคงหนักล่ะสิ”
“ที่ฉันเดินช้า ๆ เนี่ยเพราะไม่อยากสะดุดให้เธอตกลงมาเจ็บอีกยังไงล่ะ”
แป้งหอมยิ้มอิ่มใจ หัวใจพองโตขึ้นมาอย่างประหลาด เมื่อเขาแสดงออกถึงความเป็นห่วงเป็นใย ตอนนี้เธอเริ่มชั่งใจแล้วว่า ที่จริงเธอรักใครกันแน่ ระหว่างศกรกับเขา
“พวกมันคงไม่ตามมาแล้วมั้งคะ”
“มันคงไม่สนใจเราหรอก ป่านนี้ไม่รู้หนีตำรวจไปไกลถึงไหนแล้ว”
แป้งหอมฟัง ในหัวยังแอบคิดเรื่องหนึ่ง
“ขอบคุณมากนะคะคุณณเรศ” แป้งหอมเอ่ย
“ขอบคุณฉันเรื่องอะไร อย่างฉันนี่มีอะไรให้เธอขอบคุณด้วยหรือไง?”
“ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่คุณมีให้ฉัน และขอโทษด้วยถ้าฉันทำอะไรไม่ดีกับคุณไว้ หวังว่าคุณคงไม่โกรธและให้อภัยฉันนะคะ”
ณเรศยิ้มเมื่อได้ยินแป้งหอมพูด
“ไม่เห็นต้องขอโทษกันเลย เป็นไปไม่ได้หรอกที่คนเราจะโกรธคนที่เรารักได้ ฉันรักเธอนะแป้งหอม เพราะฉะนั้นไม่มีวันที่ฉันจะโกรธอะไรเธอ”
แป้งหอมเบี่ยงหน้าทอดสายตามองไกลออกไป รู้สึกหดหู่ใจที่ได้ยินณเรศบอกรักตรง ๆ เช่นนี้ เธอไม่ได้หดหู่เพราะไม่อยากได้ยินคำบอกรักจากเขา แต่หดหู่เพราะเขาบอกรักเธอช้าไปต่างหาก
ณเรศแบกแป้งหอมมาเรื่อย ๆ จนทะลุสู่อีกฝั่งของเกาะ ชายหนุ่มเหลือบไปเห็นซอกหินแคบ ๆ ของผาหินสูงใหญ่ เขาคิดว่าคืนนี้คงพออาศัยหลบร่มของมันหลับนอนได้
“แป้งหอม คืนนี้เธอนอนที่ซอกหินนั่นได้ไหม?” ณเรศถามพลางชี้นิ้วไปที่ซอกหิน
“ฉันอยู่ที่ไหนก็ได้แหละค่ะ ขอแค่มีคุ…” แป้งหอมเกือบหลุดปากพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา
“ขอแค่มีอะไรงั้นเหรอ?”
“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร”
ณเรศพาแป้งหอมเข้ามาในซอกหิน อากาศในนี้เย็นสบายเหมือนติดเครื่องปรับอากาศ พื้นที่ของมันไม่กว้างมาก แค่พอให้คนสองคนนอนเบียดกันได้เท่านั้น แถมยังสูงไม่พ้นศีรษะณเรศเลยด้วยซ้ำ เขาวางเธอลงแล้วดูข้อเท้าที่บวมแดงของเธอ เขาจับมันอย่างเบามือ
“โห… นี่บวมมากเลยนะเนี่ย เธอคงจะเจ็บมากสินะ ให้ฉันนวดเอาไหมล่ะ เผื่อจะช่วยได้บ้าง”
ณเรศเงยหน้าขึ้นมอง รอคำตอบจากหญิงสาว เธอมองเขาโดยไม่พูดอะไร แค่ส่งยิ้มจาง ๆ ให้ เขาถือว่าเธออนุญาต จึงเริ่มนวดข้อเท้าที่บวมของเธออย่างเบามือที่สุด
“ถ้าเจ็บก็บอกนะ ฉันจะได้เบามือ”
เขายิ้มให้เธอ เธอยิ้มตอบกลับมา เพิ่งจะเคยเห็นรอยยิ้มของเขาที่แสนจะอบอุ่นไม่แพ้ศกรก็คราวนี้ เป็นยิ้มจริงใจเพราะเธอรู้สึกได้ เป็นยิ้มบริสุทธิ์ไม่มีอะไรแอบแฝง
“เป็นไงบ้าง ดีขึ้นไหม?”
“ดีขึ้นมากเลยค่ะ” แป้งหอมยิ้มสดใส ทำให้ณเรศสบายใจขึ้น
บนถนนหลวง เส้นทางหลักที่ใช้จราจรระหว่างจังหวัด รถหรูเล่นลงไปทางทิศใต้ ผู้ขับคือรองประธานบริษัทการเงินยักษ์ใหญ่ ที่นั่งมาด้วยข้าง ๆ คือนักจัดรายการสาวผู้พราวเสน่ห์ เป้าหมายการมาของทั้งสองคนคือการตามหาใครคนหนึ่ง
“คุณจะบอกได้หรือยังว่าจะเริ่มตามหายายแป้งหอมจากไหน?” นิตาเอ่ยถามคำถามนี้เป็นครั้งที่ร้อยแปด ตั้งแต่ขึ้นรถมาศกรยังไม่พูดสักคำ
“ฉันว่าจะลองไปที่หาดทรายขาวดู เผื่อไอ้ณเรศจะจับแป้งหอมไว้ที่นั่น”
นิตาเคืองใจที่ศกรมาว่าให้ณเรศแบบนี้
“คุณมีสิทธิ์อะไรถึงมาว่าให้คุณณเรศอย่างนี้”
“อ้าว… ก็จริงไหมล่ะ ไอ้ณเรศมันรักแป้งหอม มันคงจะจับแป้งหอมไปขังไว้ที่หาดทรายขาว”
“ไม่จริง คุณณเรศไม่ได้รักยายนั่น และก็ไม่มีทางทำอย่างนั้น กล้าพนันกับฉันไหมล่ะ?”
“อย่าเอานิสัยไอ้ณเรศมาใช้ ฉันไม่ชอบ คนอย่างมันมีอะไรดี มันไม่ได้รักเธอ ฉันว่าเธอตัดใจเสียดีกว่า”
“คุณเองก็เหมือนกัน ตัดใจจากยายแป้งหอมเถอะ ยายนั่นมันรักคุณณเรศ ฉันดูออก”
“ไอ้ณเรศก็รักแป้งหอมเหมือนกัน!” ศกรตะคอกกลับเสียงดังอย่างควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
ทั้งสองคนเงียบเพื่อให้อารมณ์สงบ พวกเขาแปลกใจว่าทำไมถึงดูออกว่าใครรักใครชอบใคร แต่ตัวเองกลับบอกไม่ได้ว่าแท้จริงแล้วชอบหรือรักใครกันแน่
ในที่สุดศกรก็ขับรถมาถึงหาดทรายขาว เขาจอดรถไว้หน้ารีสอร์ท รีบเดินเข้ามาข้างในพร้อมกับนิตาที่ตามหลัง ประชาสัมพันธ์เห็นก็ยกมือขึ้นมากล่าวสวัสดี
“สวัสดีค่ะคุณศกร”
“ไอ้ณเรศมันเข้ามาที่นี่บ้างหรือเปล่า?” ศกรถาม
“คุณณเรศเหรอคะ ไม่เห็นเข้ามาพักใหญ่แล้วค่ะ คุณศกรมีอะไรหรือเปล่าคะ ฝากดิฉันติดต่อให้ไหม?”
“ไม่ต้อง ๆ ขอบใจเธอมาก” ศกรพูดแล้วเดินออกมา
“เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าสองคนนั่นไม่ได้มาที่นี่” นิตาพูด
“สองคนนั้นต้องอยู่แถวนี้แหละ สัญชาตญาณฉันมันบอกอย่างนั้น”
“แล้วแถวนี้ที่คุณว่ามันอยู่แถวไหนล่ะ?”
“แถวนี้ก็แถวนี้แหละน่า เดินตามฉันมา!” ศกรจูงมือนิตาเดินออกมาจากรีสอร์ท ทั้งคู่เดินมาเรื่อย ๆ จนมาถึงหมู่บ้านชาวประมง เกิดสะดุดตากับรถหรูที่จอดทิ้งไว้ มันช่างดูขัดกับฐานะทางการเงินของคนในหมู่บ้านซะเหลือเกิน ชาวประมงหาเช้ากินค่ำจะเอาเงินไหนมาซื้อรถหรูอย่างนี้มาจอดตากลมเล่น ศกรรีบปรี่เข้าไปถามคนในหมู่บ้านทันที
เห็นหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งยืนตากปลาแห้งอยู่ก็เอ่ยถาม
“นี่รถใครครับ?”
หญิงวัยกลางคนที่ก้มหน้าก้มตาตากปลาแห้งตอบ
“อ๋อ… รถของคุณณเรศไง อุ๊บ!”
หญิงวัยกลางคนรีบหุบปาก เมื่อเห็นคนแต่งตัวภูมิฐานอย่างศกร ทีแรกเธอนึกว่าเขาเป็นคนในหมู่บ้านเสียอีก หน้าตาเธอดูลุกลน วางข้าวของแล้วรีบเดินหนีไป
“อ้าว… ป้า แล้วตอนนี้ไอ้ณเรศมันอยู่ไหน?”
ไม่ทันเสียแล้ว หญิงวัยกลางคนเข้าบ้านแล้วปิดประตู
หันมาพูดกับนิตา
“เป็นไง เชื่อในสัญชาตญาณฉันหรือยัง”
นิตาเชิดหน้าใส่
ทั้งสองตระเวนเดินจนทั่วหมู่บ้าน ถามเรื่องณเรศก็ไม่มีใครตอบ ทุกคนที่พบเจอแสดงสีหน้าลุกลนเมื่อได้ยิน แล้วเดินหนีไปซื่อ ๆ ทำไมคนทั้งหมู่บ้านกลัวที่จะได้พูดเรื่องนี้นัก
เดินมาเหนื่อย ๆ ทั้งสองคนมานั่งพักที่แคร่ของชาวบ้าน เบื้องหน้าเห็นชายชาวประมงคนหนึ่งกำลังซ่อมอวน ชายคนนี้เป็นคนที่คอยไปรับไปส่งณเรศ ระหว่างที่นี่กับเกาะส่วนตัว
“มาฮันนีมูนกันหรือครับ ให้ลุงนำเที่ยวได้นะ” คนเรือเดินเข้ามาทักทายอย่างเป็นกันเอง
“เปล่าค่ะ เราสองคนไม่ได้มาฮันนีมูนกัน” นิตาตอบ
“เรามาตามหาเพื่อนน่ะครับ”
“เพื่อนพ่อหนุ่มท่าทางเป็นยังไงเหรอ เผื่อลุงรู้จัก”
“เป็นผู้หญิงชื่อแป้งหอม กับผู้ชายชื่อณเรศครับ”
คนเรือหน้าตั้ง เงียบไปสักพัก เขารู้จักสองคนนี้ แต่ถูกห้ามไว้ไม่ให้บอกใคร ตอนนี้เกิดเรื่องไม่ชอบมาพากลขึ้น จะปิดบังใครไว้ก็อันตรายเสียเปล่า สู้ขอความช่วยเหลือเสียจะดีกว่า
“พ่อหนุ่มเป็นเพื่อนของคุณณเรศกับหนูแป้งหอมจริงเหรอ?”
“ครับ!” ศกรหันมามองคนเรืออย่างสงสัย “ลุงรู้จักพวกเขาด้วยเหรอครับ?”
คนเรือพยักหน้า
“คุณณเรศจ้างลุงให้ไปส่งที่เกาะส่วนตัวของเขาทุกวันเลย เขาพาหนูแป้งหอมไปขังไว้ที่นั่น และวันนี้คุณณเรศจะพาหนูแป้งหอมกลับ สั่งลุงเอาเรือไปส่งให้ตั้งแต่เช้าแล้ว เย็นป่านนี้ยังไม่กลับมาสักที ไม่รู้จะเป็นยังไงมั่ง”
ศกรดีใจ เดินเข้ามาประชิดแป้งหอมได้อีกก้าว
“ลุงพูดจริงเหรอครับ ว่าแต่ลุงพาเราไปหาสองคนนั่นได้ไหมครับ ผมจะจ่ายค่าแรงให้หนัก ๆ เลย”
คนเรือถอนหายใจ
“คงไม่ได้หรอกพ่อหนุ่ม”
“ทำไมล่ะครับ หรือว่าไอ้ณเรศมันขู่อะไรลุงไว้?”
“เปล่าหรอก… แต่อีกเดี๋ยวพายุจะเข้า ออกเรือตอนนี้มีหวังได้ล่มกลางทะเลแน่ ถ้าอยากไปจริง ๆ อย่างเร็วที่สุดคงจะเป็นพรุ่งนี้เช้า”
“แล้วอย่างนี้สองคนนั่นจะไม่เป็นอะไรเหรอคะ?” นิตาถาม สีหน้าเป็นห่วงเอามาก
“ลุงก็ไม่รู้”
Leave a comment