มอดขับรถพาไอยราและณเรศมาที่บ้านของวรา หลังจากเมื่อวานเกิดเรื่องกับนิตา ณเรศประกาศว่าจะแต่งงานกับนิตาเพื่อแสดงความรับผิดชอบ และไอยราผู้เป็นแม่ของฝ่ายชายจึงมาคุยถึงเรื่องงานแต่ง
“ฉันต้องขอโทษคุณวราอีกครั้งนะคะ เรื่องที่เกิดขึ้นฉันจะให้ณเรศรับผิดชอบเอง ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ” ไอยรายิ้มสู้พูดกับวรา
วรานั่งหราบนโซฟา ใบหน้าเอือมระอากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผิดกับลูกสาวที่นั่งยิ้มแป้นอยู่ข้าง ๆ
“แล้วคุณจะให้ลูกชายคุณรับผิดชอบลูกสาวผมยังไง?”
“ณเรศจะแต่งงานกับหนูนิตาค่ะ วันนี้ฉันมาคุยเรื่องสินสอดกับคุณ”
วราเบี้ยวปากก่อนจะเปลี่ยนมานั่งในท่าเรียบร้อย
“พูดเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ อย่างนี้ค่อยน่าคุยด้วยหน่อย ฮ่ะ… ฮ่า” วราหัวเราะร่า
“คุณจะเรียกเท่าไหร่คะ ฉันไม่เกี่ยงอยู่แล้ว”
“ผมมีลูกสาวคนเดียวเสียด้วยสิครับ จะยกให้ใครดูแลต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนกันสักนิด แต่เรื่องมาถึงขนาดนี้จะกลับไปแก้ไขอะไรก็ไม่ได้ นิตาเองก็เป็นฝ่ายเสียหาย ต่อให้เอาเงินเท่าไหร่มาให้ก็ไม่สามารถกู้หน้าตระกูลเรากลับมาได้หรอกครับ” วราอ้อมค้อม
“คุณจะเรียกเท่าไรล่ะคะ?”
“สักสิบล้านคงไม่มากนะครับ”
ได้ยินราคาสินสอดจากปากวราไอยราก็อึ้ง ค่าสินสอดอะไรจะแพงมากมายขนาดนั้น เขาเรียกมากเกินไปหรือเปล่า?
“ฉันว่ามันไม่มากไปหน่อยหรือคะตั้งสิบล้าน?”
“ไม่มากหรอกครับ ผมมีลูกสาวคนเดียวนะ”
วราหันไปลูบหัวนิตา
“ก็ได้ค่ะ ส่วนงานแต่งฉันจะไปหาฤกษ์ ถ้าได้เมื่อไหร่จะแจ้งให้คุณทราบ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”
ไอยราหน้ามุ่ย ไหว้วราแข็ง ๆ วรารับไหว้ เมื่อสองแม่ลูกเดินออกจากบ้านไป วราก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
“ฮ่ะ… ฮ่า อยู่เฉย ๆ ก็ได้เงินตั้งสิบล้านมาใช้ฟรี ๆ ลูกสาวของพ่อนี่เก่งจริง ๆ มาให้พ่อชื่นใจที”
นิตายื่นแก้มให้พ่อของเธอหอม
“ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว หนูได้แต่งงานกับคุณณเรศสมใจ ส่วนคุณพ่อก็ได้สินสอดมาใช้ตั้งสิบล้าน”
ระหว่างทางกลับบ้านไอยราถือโอกาสติเตียนพฤติกรรมน่าละอายของลูกชาย
“ลูกนี่ไม่ไหวเลยนะ ทำเรื่องอย่างนั้นลงไป ทำไมไม่คิดถึงหัวอกของแม่บ้าง”
“ผมบอกแล้วไงครับว่าผมไม่ได้ทำ”
“เลิกปฏิเสธได้แล้วณเรศ อย่าคิดว่าแม่โง่สิ ที่เห็นลูกอยู่ในสภาพนั้นกับหนูนิตาแล้วจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แม่ต้องเสียเงินไปตั้งสิบล้านเพราะลูกนะ”
“แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วจะไปแก้ไขก็ไม่ได้”
“ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนก็แล้วกัน ทีหลังอย่าไปเมาหมดสติแบบนั้นอีก” ไอยราเอามือก่ายหน้าผากแล้วหลับตาลงเพื่อพักสมองจากเรื่องเครียด ๆ
วันนี้ศกรพาแป้งหอมหลบเรื่องปวดหัวมาจับจ่ายซื้อของที่ห้าง เขาเห็นว่าตั้งแต่เธอย้ายมาอาศัยอยู่กับเขา เธอมักจะใส่เสื้อผ้าตัวเดิม ๆ จึงอยากซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ ให้ว่าที่เจ้าสาวของเขาได้ใส่
“เดินมาตั้งนานแล้วยังไม่เจอชุดที่ถูกใจอีกเหรอแป้งหอม?”
“แต่ละร้านที่คุณพาฉันเข้าไปมีแต่เสื้อผ้าราคาแพงทั้งนั้น ฉันไม่อยากได้ของหรู ๆ เหล่านั้นหรอกค่ะ”
“โถ่… แป้งหอม คุณยังจะเกรงใจผมอยู่อีกเหรอ เรากำลังจะแต่งงานกันแล้วนะ อีกอย่างเสื้อผ้ามันจะราคาเท่าไหร่ก็ช่าง เพราะเราซื้อไปไม่ได้ใส่ครั้งเดียว เอาเป็นว่าลองเข้าร้านนั้นแล้วเลือกชุดที่คุณชอบมาสักสองสามชุด”
ศกรดึงแขนแป้งหอมเข้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์ต่างประเทศ ในร้านมีเสื้อผ้าเครื่องประดับมากมาย แต่ละชุดราคาต่ำสุดก็เหยียบหมื่นซึ่งแพงพอ ๆ กับเงินเดือนของแป้งหอม
“ผมจะเดินอยู่แถวนี้ คุณเลือกดูได้ตามสบายเลยนะ” ศกรพูดแล้วหันไปเลือกเนกไท
แป้งหอมเหมือนถูกบังคับว่าต้องไปเลือกเสื้อผ้า เธอจึงจำใจต้องเดินหาเสื้อผ้าราคาถูกที่สุดในร้าน
เธอหยิบเสื้อผ้าชุดสวยและราคาถูกที่สุดในร้านมาได้สองชุด จากนั้นเดินเอามาอวดศกรด้วยความรู้สึกเกรงใจ
“สองชุดนี้เป็นไงบ้างคะ?” แป้งหอมเอ่ย พร้อมชูชุดสวยให้ศกรดู
ศกรหันมาดู
“ลองไปเปลี่ยนมาให้ผมดูหน่อยสิ”
“หา… ฉันต้องเปลี่ยนด้วยเหรอคะ?”
“อืม จะได้รู้ไงว่าเข้ากับคุณไหม”
พนักงานสาวที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ อาสาพาแป้งหอมไปลองชุด
“ห้องเปลี่ยนชุดอยู่ทางนี้ เชิญเลยค่ะ”
แป้งหอมยืนมองศกรที่ยิ้มให้ ก่อนจะหันหลังเดินตามพนักงานสาวเข้าห้องเปลี่ยนชุด ไม่นานเธอก็ออกมาพร้อมสวมชุดใหม่ ชุดแซกสีครีมอ่อนชายกระโปรงเป็นริ้วหลายชั้นช่างดูเหมาะกับผู้หญิงเรียบร้อยอย่างเธอ ศกรหันมามองตาค้าง เธอดูสวยมาก
“แป้งหอม… คุณดูสวยมาก ผมชักอยากเห็นคุณสวมชุดเจ้าสาวเร็ว ๆ แล้วสิ คงจะสวยมากกว่านี้หลายเท่า” ศกรเอ่ยปากชม
แป้งหอมได้ยินเรื่องแต่งงานก็สลด ยังสะเทือนใจกับคำพูดของณเรศที่ว่า ‘ผมจะแต่งงานกับนิตาเอง’ อยู่ไม่หาย
“แป้งหอม!”
ศกรปลุกแป้งหอมจากภวังค์
“คะ?”
“ลองเปลี่ยนอีกชุดให้ผมดูหน่อย”
“ค่ะ”
แล้วเธอก็เดินกลับเข้าไปเปลี่ยนอีกชุด
แป้งหอมดูจะมีความสุขกับตำแหน่งงานใหม่ การเป็นเลขาส่วนตัวของรองประธานบริษัทนี่สบายกว่าเดิมมาก งานเอกสารไม่ยุ่งยาก เจ้านายให้เกียรติและเป็นห่วงเป็นใย ไม่พูดจาดูหมิ่น ตอนนี้เธอกำลังนั่งพิมพ์รายงานโครงการบ้านเนินดอยให้ศกร ขณะนี้เธอมีข้อมูลไม่มากและไม่มีภาพถ่ายที่นั่น ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักสำหรับรายงานชิ้นนี้
ณเรศเดินหน้าตาเย็นชามาที่โต๊ะทำงานใหม่ของแป้งหอม เขาหอบแฟ้มเอกสารมาเต็มมือ วางทั้งหมดลงบนโต๊ะ เอกสารพวกนี้เขาเพิ่งจะตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้องด้วยตัวเองไปเมื่อกี้ การทำงานคนเดียวนี่ลำบากเหลือเกิน
แป้งหอมเงยหน้ามองเขา ต่างคนต่างสบสายตากันเป็นเวลานาน
“ฝากให้เจ้านายเธอด้วย” ณเรศพูดน้ำเสียงเย็นชา
แป้งหอมสังเกตเห็นว่าใบหน้าของณเรศดูโทรมลงจึงทัก
“คุณดูโทรม ๆ นะ ได้พักผ่อนบ้างหรือเปล่า?”
“เป็นห่วงฉันเหรอ ไม่กลัวไอ้ศกรมันว่าหรือไง?”
แป้งหอมละเหี่ยใจ เธออุตส่าห์หวังดี แต่เขากลับชวนทะเลาะ
“คนอย่างคุณศกรแยกแยะเป็นค่ะว่าอันไหนเรื่องงานอันไหนเรื่องส่วนตัว”
“เธอก็พูดได้สิ ตอนนี้เธออยู่ฝั่งมันแล้วนี่”
“ฉันเลือกอยู่ฝั่งคนดีมันผิดเหรอคะ?”
“เธอกำลังว่าฉันเลวใช่ไหม ขอถามจริง ๆ เถอะ ฉันเคยดีในสายตาเธอบ้างหรือเปล่า?”
“ไม่คะ” แป้งหอมตอบห้วน “คุณไม่เคยดีในสายตาของฉันเลย”
“นั่นสินะ คนอย่างฉันจะไปสู้อะไรไอ้ศกรได้”
“อย่าเทียบกันเลยค่ะ คุณศกรเขาเหนือกว่าคุณเยอะ”
ณเรศมองหน้าแป้งหอมอย่างยินยอมรับความจริง เขาเดินกลับไปทางเดิมอย่างผู้สูญสิ้นทุกอย่าง ถึงยังไงคนเราก็ต้องเลือกคนที่ดีที่สุดมาเป็นคู่ชีวิตอยู่แล้ว ณเรศก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน
วันนี้วันหยุดศกรจึงพาแป้งหอมมาคุยเรื่องงานแต่งงานกับไอยราตั้งแต่เช้าที่บ้านประภากรณ์ ในใจเขาคิดจะจัดงานแต่งงานเสียเลยในเดือนหน้า
“ผมว่าจะจัดงานแต่งงานเดือนหน้านี้เลย เร็วไปไหมครับ?” ศกรถามไอยรา
“เดือนหน้าเหรอ อืม… ก็ดีนี่ น้าไม่ได้ร่วมงานมงคลมาหลายปีแล้ว งั้นเราสองคนไปถามฤกษ์กันก่อน น้ามีอาจารย์ดี ๆ แนะนำ”
“อาจารย์ที่ไหนเหรอครับ?”
“อาจารย์เขียวไง ท่านนี้นะให้ฤกษ์ใครแล้วคู่นั้นแต่งงานกันอยู่กินไปจนแก่จนเฒ่า”
“อาจารย์เขียวงั้นเหรอครับ ท่านอยู่ที่ไหนครับ ผมจะพาแป้งหอมไปเดี๋ยวนี้เลย”
“งั้นก็ชวนณเรศกับนิตาไปพร้อมกันเลยสิ”
รถหรูสองคันจอดเทียบหน้ารั้วไม้ทาสีขาวซึ่งล้อมที่ตั้งของสำนักอาจารย์เขียว ปรมาจารย์ด้านโหราศาสตร์ที่ทำนายใครไม่เคยพลาด มีลูกศิษย์คณานับ หนุ่มสาวสองคู่ลงมาจากรถแล้วเดินเข้าไปในสถานที่อันอึมครึม เนื่องด้วยเงาไม้ใหญ่ ประดับประดาด้วยประติมากรรมปูนปั้นรูปเทพเจ้าต่าง ๆ อันพิลึกพิลั่นเต็มทางเดิน
นิตาเกาะแขนณเรศ เธอหวาดระแวงกับบรรยากาศ กลัวจะมีอะไรโผล่มาจากซอกมุมไหนสักแห่ง
“ที่นี่มันวังเวงไปไหมคะ นิตารู้สึกกลัว ๆ ยังไงไม่รู้”
หนุ่มสาวเดินเข้าไปในตำหนักอันเป็นที่พำนักของอาจารย์เขียว ในนี้มีอาจารย์เขียวนั่งรออยู่บนเบาะผ้า สวมชุดพื้นเมืองของภาคเหนือ ไว้หนวดเคราขาวยาวรุงรัง เบื้องหลังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์เล็กปางต่าง ๆ มากมาย หนุ่มสาวนั่งในท่าสุภาพแล้วยกมือไหว้แสดงความเคารพ
“ที่ลูกมาหาพ่อในวันนี้เพราะอยากได้ฤกษ์แต่งงานล่ะสิ” อาจารย์เขียวโพล่งขึ้นก่อนจะเอื้อมไปหยิบกระโถนมาคายหมากในปากทิ้ง ทุกคนอึ้งในอิทธิฤทธิ์ของอาจารย์เขียว ท่านรู้ได้ยังไงว่าพวกเขามาที่นี่ทำไม ยังไม่มีใครเอ่ยปากบอกและไม่มีใครโทรมานัดล่วงหน้า
“ครับ” ศกรว่า
“อืม… ไหนพ่อขอดูวันเดือนปีเกิดของลูก ๆ หน่อยสิ”
หนุ่มสาวเขียนวันเดือนปีเกิดของตนเองและกำกับไว้ด้วยว่าใครจะแต่งงานกับใคร เสร็จแล้วส่งให้อาจารย์เขียว ท่านรับมาแล้วจ้องตัวเลขบนกระดาษ พลางพินิจพิเคราะห์ตามหลักการโหราศาสตร์ ไม่นานก็ได้คำตอบ
“แหม… ดวงของลูกนิตานี่ถ้าจับสลับคู่กับลูกศกรล่ะก็ช่างสมพงศ์กันจริง ๆ” อาจารย์เขียวตบเข่าฉาด
นิตาหันขวับไปมองศกร นี่เขาทั้งสองมีดวงสมพงศ์กันเหรอ นิตาแอบเซ็งอยู่ในใจ ทำไมต้องมีดวงเกี่ยวพันกับเขาด้วย
“ส่วนดวงของลูกแป้งหอมกับลูกณเรศช่างประจบเหมาะอะไรเช่นนี้ ดวงของลูกนี่มันเนื้อคู่กันชัด ๆ” อาจารย์เขียวตีเข่าสองฉาด แล้วระเบิดเสียงหัวเราะที่ฟังดูแหบห้าว
แป้งหอมและณเรศสบตากัน ทั้งสองต่างแปลกใจ เราสองคนจะเป็นเนื้อคู่กันได้ยังไงในเมื่อต่างคนต่างมีอคติซึ่งกันและกัน
“หมายความว่ายังไงครับ อาจารย์จะให้เราสลับคู่กันงั้นเหรอครับ?” ศกรลุกลี้ลุกลนถาม กลัวอาจารย์เขียวจะตอบมาหมือนอย่างที่ถาม
“ไม่ต้องก็ได้”
ทุกคนโล่งใจ
“แล้วตกลงผมจะได้แต่งงานกับแป้งหอมเมื่อไหร่ครับ?”
“พ่อว่าสิ้นเดือนหน้าลูกทั้งสี่คนแต่งงานพร้อมกันสองคู่งานเดียวไปเลย เพราะไม่อย่างนั้นต้องรอฤกษ์กลางปีหน้าโน่น จัดงานให้ใหญ่ที่สุดเลยนะ พ่อรับรองลูก ๆ จะได้อยู่กันไปจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร” อาจารย์เขียวสรุปแล้วหัวเราะเสียงแหบห้าวอย่างบ้าคลั่ง
ว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวต่างมองหน้ากัน ฉงนกับคำทำนายของอาจารย์เขียว หลังจากกล่าวลาท่านแล้ว ทั้งหมดก็พากันเดินออกมาจากตำหนัก ก่อนจะก้าวขึ้นรถ ศกรเอ่ยกับแป้งหอมว่า
“แป้งหอม วันนี้ผมจะพาคุณไปซื้อเสื้อผ้านะ”
“อ้าว… เมื่อวานคุณเพิ่งพาฉันไปซื้อมาตั้งสองชุดแล้วนะคะ”
“แค่สองชุดเอง ผมอยากให้คุณได้ใส่เสื้อผ้าดี ๆ ทุกวัน” ศกรยิ้มอบอุ่นให้
“ไม่เอาแล้วค่ะ เสื้อผ้าฉันมีเยอะแยะแล้ว อีกอย่างชุดที่คุณซื้อให้แต่ละชุดแพงทั้งนั้น ไม่เห็นต้องฟุ่มเฟือยเลยนี่คะ” แป้งหอมปฏิเสธอย่างเกรงใจ
“ฟุ่มเฟือยอะไรกัน เสื้อผ้าชุดละไม่กี่พันไม่ทำให้ขนหน้าแข้งผมร่วงหรอกน่า ตกลงเราไปกันเลยนะ จะได้ไปหาอะไรกินกันด้วย”
แป้งหอมชั่งใจ เธอไม่อยากปฏิเสธน้ำใจเขา
“ค่ะ!”
นิตาพูดแทรกหลังจากได้ยินแป้งหอมตอบตกลง
“ฉันขอไปด้วยคนได้ไหมแป้งหอม จะได้ช่วยเธอเลือกเสื้อผ้าแพง ๆ ไง เพราะเธอคงไม่มีประสบการณ์ด้านนี้หรอกใช่ไหม?” เหมือนจะหวังดี แต่นิตาแดกดันแป้งหอม
“เธอจะไปด้วยทำไม ฉันชวนแต่แป้งหอมนะ” ศกรหันมาว่า
“ฉันขอแป้งหอมโน่น ไม่ได้ขอคุณเสียหน่อย อย่าจุ้นจ้านสิ” นิตาว่าแล้วหันไปดัดเสียงนุ่นนวลกับแป้งหอม “ว่าไงล่ะ เธอจะให้ฉันไปด้วยไหมแป้งหอม?”
“ตามใจคุณค่ะ” แป้งหอมตอบไม่เต็มปากนัก
นิตายิ้มหันไปเกาะแขนณเรศ
“ไปด้วยกันนะคะคุณณเรศ” นิตาวิงวอน
“ตามใจคุณแล้วกัน”
“คุณนี่น่ารักที่สุดเลย” นิตาพูด จากนั้นก็เอื้อมไปหอมแก้มณเรศ
สายตาของณเรศเหลือบไปเห็นแป้งหอม เธอกำลังมองเขาและนิตาอยู่ สายตาของเธอทำไมถึงดูหดหู่นัก
Leave a comment