ใจพันธนาการ – ตอนที่ 25

Share
Share

มอดขับรถพาไอยราและณเรศมาที่บ้านของวรา หลังจากเมื่อวานเกิดเรื่องกับนิตา ณเรศประกาศว่าจะแต่งงานกับนิตาเพื่อแสดงความรับผิดชอบ และไอยราผู้เป็นแม่ของฝ่ายชายจึงมาคุยถึงเรื่องงานแต่ง

“ฉันต้องขอโทษคุณวราอีกครั้งนะคะ เรื่องที่เกิดขึ้นฉันจะให้ณเรศรับผิดชอบเอง ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ” ไอยรายิ้มสู้พูดกับวรา

วรานั่งหราบนโซฟา ใบหน้าเอือมระอากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผิดกับลูกสาวที่นั่งยิ้มแป้นอยู่ข้าง ๆ

“แล้วคุณจะให้ลูกชายคุณรับผิดชอบลูกสาวผมยังไง?”

“ณเรศจะแต่งงานกับหนูนิตาค่ะ วันนี้ฉันมาคุยเรื่องสินสอดกับคุณ”

วราเบี้ยวปากก่อนจะเปลี่ยนมานั่งในท่าเรียบร้อย

“พูดเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ อย่างนี้ค่อยน่าคุยด้วยหน่อย ฮ่ะ… ฮ่า” วราหัวเราะร่า

“คุณจะเรียกเท่าไหร่คะ ฉันไม่เกี่ยงอยู่แล้ว”

“ผมมีลูกสาวคนเดียวเสียด้วยสิครับ จะยกให้ใครดูแลต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนกันสักนิด แต่เรื่องมาถึงขนาดนี้จะกลับไปแก้ไขอะไรก็ไม่ได้ นิตาเองก็เป็นฝ่ายเสียหาย ต่อให้เอาเงินเท่าไหร่มาให้ก็ไม่สามารถกู้หน้าตระกูลเรากลับมาได้หรอกครับ” วราอ้อมค้อม

“คุณจะเรียกเท่าไรล่ะคะ?”

“สักสิบล้านคงไม่มากนะครับ”

ได้ยินราคาสินสอดจากปากวราไอยราก็อึ้ง ค่าสินสอดอะไรจะแพงมากมายขนาดนั้น เขาเรียกมากเกินไปหรือเปล่า?

“ฉันว่ามันไม่มากไปหน่อยหรือคะตั้งสิบล้าน?”

“ไม่มากหรอกครับ ผมมีลูกสาวคนเดียวนะ”

วราหันไปลูบหัวนิตา

“ก็ได้ค่ะ ส่วนงานแต่งฉันจะไปหาฤกษ์ ถ้าได้เมื่อไหร่จะแจ้งให้คุณทราบ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”

ไอยราหน้ามุ่ย ไหว้วราแข็ง ๆ วรารับไหว้ เมื่อสองแม่ลูกเดินออกจากบ้านไป  วราก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“ฮ่ะ… ฮ่า อยู่เฉย ๆ ก็ได้เงินตั้งสิบล้านมาใช้ฟรี ๆ ลูกสาวของพ่อนี่เก่งจริง ๆ มาให้พ่อชื่นใจที”

นิตายื่นแก้มให้พ่อของเธอหอม

“ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว หนูได้แต่งงานกับคุณณเรศสมใจ ส่วนคุณพ่อก็ได้สินสอดมาใช้ตั้งสิบล้าน”

ระหว่างทางกลับบ้านไอยราถือโอกาสติเตียนพฤติกรรมน่าละอายของลูกชาย

“ลูกนี่ไม่ไหวเลยนะ ทำเรื่องอย่างนั้นลงไป ทำไมไม่คิดถึงหัวอกของแม่บ้าง”

“ผมบอกแล้วไงครับว่าผมไม่ได้ทำ”

“เลิกปฏิเสธได้แล้วณเรศ อย่าคิดว่าแม่โง่สิ ที่เห็นลูกอยู่ในสภาพนั้นกับหนูนิตาแล้วจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แม่ต้องเสียเงินไปตั้งสิบล้านเพราะลูกนะ”

“แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วจะไปแก้ไขก็ไม่ได้”

“ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนก็แล้วกัน ทีหลังอย่าไปเมาหมดสติแบบนั้นอีก” ไอยราเอามือก่ายหน้าผากแล้วหลับตาลงเพื่อพักสมองจากเรื่องเครียด ๆ

วันนี้ศกรพาแป้งหอมหลบเรื่องปวดหัวมาจับจ่ายซื้อของที่ห้าง เขาเห็นว่าตั้งแต่เธอย้ายมาอาศัยอยู่กับเขา เธอมักจะใส่เสื้อผ้าตัวเดิม ๆ จึงอยากซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ ให้ว่าที่เจ้าสาวของเขาได้ใส่

“เดินมาตั้งนานแล้วยังไม่เจอชุดที่ถูกใจอีกเหรอแป้งหอม?”

“แต่ละร้านที่คุณพาฉันเข้าไปมีแต่เสื้อผ้าราคาแพงทั้งนั้น ฉันไม่อยากได้ของหรู ๆ เหล่านั้นหรอกค่ะ”

“โถ่… แป้งหอม คุณยังจะเกรงใจผมอยู่อีกเหรอ เรากำลังจะแต่งงานกันแล้วนะ อีกอย่างเสื้อผ้ามันจะราคาเท่าไหร่ก็ช่าง เพราะเราซื้อไปไม่ได้ใส่ครั้งเดียว เอาเป็นว่าลองเข้าร้านนั้นแล้วเลือกชุดที่คุณชอบมาสักสองสามชุด”

ศกรดึงแขนแป้งหอมเข้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์ต่างประเทศ ในร้านมีเสื้อผ้าเครื่องประดับมากมาย แต่ละชุดราคาต่ำสุดก็เหยียบหมื่นซึ่งแพงพอ ๆ กับเงินเดือนของแป้งหอม

“ผมจะเดินอยู่แถวนี้ คุณเลือกดูได้ตามสบายเลยนะ” ศกรพูดแล้วหันไปเลือกเนกไท 

แป้งหอมเหมือนถูกบังคับว่าต้องไปเลือกเสื้อผ้า เธอจึงจำใจต้องเดินหาเสื้อผ้าราคาถูกที่สุดในร้าน

เธอหยิบเสื้อผ้าชุดสวยและราคาถูกที่สุดในร้านมาได้สองชุด จากนั้นเดินเอามาอวดศกรด้วยความรู้สึกเกรงใจ

“สองชุดนี้เป็นไงบ้างคะ?” แป้งหอมเอ่ย พร้อมชูชุดสวยให้ศกรดู

ศกรหันมาดู

“ลองไปเปลี่ยนมาให้ผมดูหน่อยสิ”

“หา… ฉันต้องเปลี่ยนด้วยเหรอคะ?”

“อืม จะได้รู้ไงว่าเข้ากับคุณไหม”

พนักงานสาวที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ อาสาพาแป้งหอมไปลองชุด

“ห้องเปลี่ยนชุดอยู่ทางนี้ เชิญเลยค่ะ”

แป้งหอมยืนมองศกรที่ยิ้มให้ ก่อนจะหันหลังเดินตามพนักงานสาวเข้าห้องเปลี่ยนชุด  ไม่นานเธอก็ออกมาพร้อมสวมชุดใหม่ ชุดแซกสีครีมอ่อนชายกระโปรงเป็นริ้วหลายชั้นช่างดูเหมาะกับผู้หญิงเรียบร้อยอย่างเธอ  ศกรหันมามองตาค้าง เธอดูสวยมาก

“แป้งหอม… คุณดูสวยมาก ผมชักอยากเห็นคุณสวมชุดเจ้าสาวเร็ว ๆ แล้วสิ คงจะสวยมากกว่านี้หลายเท่า” ศกรเอ่ยปากชม

แป้งหอมได้ยินเรื่องแต่งงานก็สลด ยังสะเทือนใจกับคำพูดของณเรศที่ว่า ‘ผมจะแต่งงานกับนิตาเอง’ อยู่ไม่หาย

“แป้งหอม!”

ศกรปลุกแป้งหอมจากภวังค์

“คะ?”

“ลองเปลี่ยนอีกชุดให้ผมดูหน่อย”

“ค่ะ”

แล้วเธอก็เดินกลับเข้าไปเปลี่ยนอีกชุด

แป้งหอมดูจะมีความสุขกับตำแหน่งงานใหม่ การเป็นเลขาส่วนตัวของรองประธานบริษัทนี่สบายกว่าเดิมมาก งานเอกสารไม่ยุ่งยาก เจ้านายให้เกียรติและเป็นห่วงเป็นใย ไม่พูดจาดูหมิ่น ตอนนี้เธอกำลังนั่งพิมพ์รายงานโครงการบ้านเนินดอยให้ศกร  ขณะนี้เธอมีข้อมูลไม่มากและไม่มีภาพถ่ายที่นั่น ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักสำหรับรายงานชิ้นนี้

ณเรศเดินหน้าตาเย็นชามาที่โต๊ะทำงานใหม่ของแป้งหอม เขาหอบแฟ้มเอกสารมาเต็มมือ วางทั้งหมดลงบนโต๊ะ เอกสารพวกนี้เขาเพิ่งจะตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้องด้วยตัวเองไปเมื่อกี้ การทำงานคนเดียวนี่ลำบากเหลือเกิน

แป้งหอมเงยหน้ามองเขา ต่างคนต่างสบสายตากันเป็นเวลานาน

“ฝากให้เจ้านายเธอด้วย” ณเรศพูดน้ำเสียงเย็นชา

แป้งหอมสังเกตเห็นว่าใบหน้าของณเรศดูโทรมลงจึงทัก

“คุณดูโทรม ๆ นะ ได้พักผ่อนบ้างหรือเปล่า?”

“เป็นห่วงฉันเหรอ ไม่กลัวไอ้ศกรมันว่าหรือไง?”

แป้งหอมละเหี่ยใจ เธออุตส่าห์หวังดี แต่เขากลับชวนทะเลาะ

“คนอย่างคุณศกรแยกแยะเป็นค่ะว่าอันไหนเรื่องงานอันไหนเรื่องส่วนตัว”

“เธอก็พูดได้สิ ตอนนี้เธออยู่ฝั่งมันแล้วนี่”

“ฉันเลือกอยู่ฝั่งคนดีมันผิดเหรอคะ?”

“เธอกำลังว่าฉันเลวใช่ไหม ขอถามจริง ๆ เถอะ ฉันเคยดีในสายตาเธอบ้างหรือเปล่า?”

“ไม่คะ” แป้งหอมตอบห้วน “คุณไม่เคยดีในสายตาของฉันเลย”

“นั่นสินะ คนอย่างฉันจะไปสู้อะไรไอ้ศกรได้”

“อย่าเทียบกันเลยค่ะ คุณศกรเขาเหนือกว่าคุณเยอะ”

ณเรศมองหน้าแป้งหอมอย่างยินยอมรับความจริง เขาเดินกลับไปทางเดิมอย่างผู้สูญสิ้นทุกอย่าง ถึงยังไงคนเราก็ต้องเลือกคนที่ดีที่สุดมาเป็นคู่ชีวิตอยู่แล้ว ณเรศก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน

วันนี้วันหยุดศกรจึงพาแป้งหอมมาคุยเรื่องงานแต่งงานกับไอยราตั้งแต่เช้าที่บ้านประภากรณ์  ในใจเขาคิดจะจัดงานแต่งงานเสียเลยในเดือนหน้า

“ผมว่าจะจัดงานแต่งงานเดือนหน้านี้เลย เร็วไปไหมครับ?” ศกรถามไอยรา

“เดือนหน้าเหรอ อืม… ก็ดีนี่ น้าไม่ได้ร่วมงานมงคลมาหลายปีแล้ว งั้นเราสองคนไปถามฤกษ์กันก่อน น้ามีอาจารย์ดี ๆ แนะนำ”

“อาจารย์ที่ไหนเหรอครับ?”

“อาจารย์เขียวไง ท่านนี้นะให้ฤกษ์ใครแล้วคู่นั้นแต่งงานกันอยู่กินไปจนแก่จนเฒ่า”

“อาจารย์เขียวงั้นเหรอครับ ท่านอยู่ที่ไหนครับ ผมจะพาแป้งหอมไปเดี๋ยวนี้เลย”

“งั้นก็ชวนณเรศกับนิตาไปพร้อมกันเลยสิ”

รถหรูสองคันจอดเทียบหน้ารั้วไม้ทาสีขาวซึ่งล้อมที่ตั้งของสำนักอาจารย์เขียว ปรมาจารย์ด้านโหราศาสตร์ที่ทำนายใครไม่เคยพลาด มีลูกศิษย์คณานับ หนุ่มสาวสองคู่ลงมาจากรถแล้วเดินเข้าไปในสถานที่อันอึมครึม เนื่องด้วยเงาไม้ใหญ่ ประดับประดาด้วยประติมากรรมปูนปั้นรูปเทพเจ้าต่าง ๆ อันพิลึกพิลั่นเต็มทางเดิน

นิตาเกาะแขนณเรศ เธอหวาดระแวงกับบรรยากาศ กลัวจะมีอะไรโผล่มาจากซอกมุมไหนสักแห่ง

“ที่นี่มันวังเวงไปไหมคะ นิตารู้สึกกลัว ๆ ยังไงไม่รู้”

หนุ่มสาวเดินเข้าไปในตำหนักอันเป็นที่พำนักของอาจารย์เขียว ในนี้มีอาจารย์เขียวนั่งรออยู่บนเบาะผ้า สวมชุดพื้นเมืองของภาคเหนือ ไว้หนวดเคราขาวยาวรุงรัง เบื้องหลังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์เล็กปางต่าง ๆ มากมาย หนุ่มสาวนั่งในท่าสุภาพแล้วยกมือไหว้แสดงความเคารพ

“ที่ลูกมาหาพ่อในวันนี้เพราะอยากได้ฤกษ์แต่งงานล่ะสิ” อาจารย์เขียวโพล่งขึ้นก่อนจะเอื้อมไปหยิบกระโถนมาคายหมากในปากทิ้ง ทุกคนอึ้งในอิทธิฤทธิ์ของอาจารย์เขียว ท่านรู้ได้ยังไงว่าพวกเขามาที่นี่ทำไม ยังไม่มีใครเอ่ยปากบอกและไม่มีใครโทรมานัดล่วงหน้า

“ครับ” ศกรว่า

“อืม… ไหนพ่อขอดูวันเดือนปีเกิดของลูก ๆ หน่อยสิ”

หนุ่มสาวเขียนวันเดือนปีเกิดของตนเองและกำกับไว้ด้วยว่าใครจะแต่งงานกับใคร เสร็จแล้วส่งให้อาจารย์เขียว ท่านรับมาแล้วจ้องตัวเลขบนกระดาษ พลางพินิจพิเคราะห์ตามหลักการโหราศาสตร์ ไม่นานก็ได้คำตอบ

“แหม… ดวงของลูกนิตานี่ถ้าจับสลับคู่กับลูกศกรล่ะก็ช่างสมพงศ์กันจริง ๆ” อาจารย์เขียวตบเข่าฉาด

นิตาหันขวับไปมองศกร นี่เขาทั้งสองมีดวงสมพงศ์กันเหรอ นิตาแอบเซ็งอยู่ในใจ ทำไมต้องมีดวงเกี่ยวพันกับเขาด้วย

“ส่วนดวงของลูกแป้งหอมกับลูกณเรศช่างประจบเหมาะอะไรเช่นนี้ ดวงของลูกนี่มันเนื้อคู่กันชัด ๆ” อาจารย์เขียวตีเข่าสองฉาด แล้วระเบิดเสียงหัวเราะที่ฟังดูแหบห้าว

แป้งหอมและณเรศสบตากัน ทั้งสองต่างแปลกใจ เราสองคนจะเป็นเนื้อคู่กันได้ยังไงในเมื่อต่างคนต่างมีอคติซึ่งกันและกัน

“หมายความว่ายังไงครับ อาจารย์จะให้เราสลับคู่กันงั้นเหรอครับ?” ศกรลุกลี้ลุกลนถาม กลัวอาจารย์เขียวจะตอบมาหมือนอย่างที่ถาม

“ไม่ต้องก็ได้”

ทุกคนโล่งใจ

“แล้วตกลงผมจะได้แต่งงานกับแป้งหอมเมื่อไหร่ครับ?”

“พ่อว่าสิ้นเดือนหน้าลูกทั้งสี่คนแต่งงานพร้อมกันสองคู่งานเดียวไปเลย เพราะไม่อย่างนั้นต้องรอฤกษ์กลางปีหน้าโน่น จัดงานให้ใหญ่ที่สุดเลยนะ พ่อรับรองลูก ๆ จะได้อยู่กันไปจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร” อาจารย์เขียวสรุปแล้วหัวเราะเสียงแหบห้าวอย่างบ้าคลั่ง

ว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวต่างมองหน้ากัน ฉงนกับคำทำนายของอาจารย์เขียว  หลังจากกล่าวลาท่านแล้ว ทั้งหมดก็พากันเดินออกมาจากตำหนัก ก่อนจะก้าวขึ้นรถ ศกรเอ่ยกับแป้งหอมว่า

“แป้งหอม วันนี้ผมจะพาคุณไปซื้อเสื้อผ้านะ”

“อ้าว… เมื่อวานคุณเพิ่งพาฉันไปซื้อมาตั้งสองชุดแล้วนะคะ”

“แค่สองชุดเอง ผมอยากให้คุณได้ใส่เสื้อผ้าดี ๆ ทุกวัน” ศกรยิ้มอบอุ่นให้

“ไม่เอาแล้วค่ะ เสื้อผ้าฉันมีเยอะแยะแล้ว อีกอย่างชุดที่คุณซื้อให้แต่ละชุดแพงทั้งนั้น ไม่เห็นต้องฟุ่มเฟือยเลยนี่คะ” แป้งหอมปฏิเสธอย่างเกรงใจ

“ฟุ่มเฟือยอะไรกัน เสื้อผ้าชุดละไม่กี่พันไม่ทำให้ขนหน้าแข้งผมร่วงหรอกน่า ตกลงเราไปกันเลยนะ จะได้ไปหาอะไรกินกันด้วย”

แป้งหอมชั่งใจ เธอไม่อยากปฏิเสธน้ำใจเขา

“ค่ะ!”

นิตาพูดแทรกหลังจากได้ยินแป้งหอมตอบตกลง

“ฉันขอไปด้วยคนได้ไหมแป้งหอม จะได้ช่วยเธอเลือกเสื้อผ้าแพง ๆ ไง เพราะเธอคงไม่มีประสบการณ์ด้านนี้หรอกใช่ไหม?” เหมือนจะหวังดี แต่นิตาแดกดันแป้งหอม

“เธอจะไปด้วยทำไม ฉันชวนแต่แป้งหอมนะ” ศกรหันมาว่า

“ฉันขอแป้งหอมโน่น ไม่ได้ขอคุณเสียหน่อย อย่าจุ้นจ้านสิ” นิตาว่าแล้วหันไปดัดเสียงนุ่นนวลกับแป้งหอม “ว่าไงล่ะ เธอจะให้ฉันไปด้วยไหมแป้งหอม?”

“ตามใจคุณค่ะ” แป้งหอมตอบไม่เต็มปากนัก

นิตายิ้มหันไปเกาะแขนณเรศ

“ไปด้วยกันนะคะคุณณเรศ” นิตาวิงวอน

“ตามใจคุณแล้วกัน”

“คุณนี่น่ารักที่สุดเลย” นิตาพูด จากนั้นก็เอื้อมไปหอมแก้มณเรศ

สายตาของณเรศเหลือบไปเห็นแป้งหอม เธอกำลังมองเขาและนิตาอยู่ สายตาของเธอทำไมถึงดูหดหู่นัก


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้” ลุงเข้มหน้าซีด...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!