ใจพันธนาการ – ตอนที่ 25

Share

มอดขับรถพาไอยราและณเรศมาที่บ้านของวรา หลังจากเมื่อวานเกิดเรื่องกับนิตา ณเรศประกาศว่าจะแต่งงานกับนิตาเพื่อแสดงความรับผิดชอบ และไอยราผู้เป็นแม่ของฝ่ายชายจึงมาคุยถึงเรื่องงานแต่ง

“ฉันต้องขอโทษคุณวราอีกครั้งนะคะ เรื่องที่เกิดขึ้นฉันจะให้ณเรศรับผิดชอบเอง ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ” ไอยรายิ้มสู้พูดกับวรา

วรานั่งหราบนโซฟา ใบหน้าเอือมระอากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผิดกับลูกสาวที่นั่งยิ้มแป้นอยู่ข้าง ๆ

“แล้วคุณจะให้ลูกชายคุณรับผิดชอบลูกสาวผมยังไง?”

“ณเรศจะแต่งงานกับหนูนิตาค่ะ วันนี้ฉันมาคุยเรื่องสินสอดกับคุณ”

วราเบี้ยวปากก่อนจะเปลี่ยนมานั่งในท่าเรียบร้อย

“พูดเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ อย่างนี้ค่อยน่าคุยด้วยหน่อย ฮ่ะ… ฮ่า” วราหัวเราะร่า

“คุณจะเรียกเท่าไหร่คะ ฉันไม่เกี่ยงอยู่แล้ว”

“ผมมีลูกสาวคนเดียวเสียด้วยสิครับ จะยกให้ใครดูแลต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนกันสักนิด แต่เรื่องมาถึงขนาดนี้จะกลับไปแก้ไขอะไรก็ไม่ได้ นิตาเองก็เป็นฝ่ายเสียหาย ต่อให้เอาเงินเท่าไหร่มาให้ก็ไม่สามารถกู้หน้าตระกูลเรากลับมาได้หรอกครับ” วราอ้อมค้อม

“คุณจะเรียกเท่าไรล่ะคะ?”

“สักสิบล้านคงไม่มากนะครับ”

ได้ยินราคาสินสอดจากปากวราไอยราก็อึ้ง ค่าสินสอดอะไรจะแพงมากมายขนาดนั้น เขาเรียกมากเกินไปหรือเปล่า?

“ฉันว่ามันไม่มากไปหน่อยหรือคะตั้งสิบล้าน?”

“ไม่มากหรอกครับ ผมมีลูกสาวคนเดียวนะ”

วราหันไปลูบหัวนิตา

“ก็ได้ค่ะ ส่วนงานแต่งฉันจะไปหาฤกษ์ ถ้าได้เมื่อไหร่จะแจ้งให้คุณทราบ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”

ไอยราหน้ามุ่ย ไหว้วราแข็ง ๆ วรารับไหว้ เมื่อสองแม่ลูกเดินออกจากบ้านไป  วราก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“ฮ่ะ… ฮ่า อยู่เฉย ๆ ก็ได้เงินตั้งสิบล้านมาใช้ฟรี ๆ ลูกสาวของพ่อนี่เก่งจริง ๆ มาให้พ่อชื่นใจที”

นิตายื่นแก้มให้พ่อของเธอหอม

“ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว หนูได้แต่งงานกับคุณณเรศสมใจ ส่วนคุณพ่อก็ได้สินสอดมาใช้ตั้งสิบล้าน”

ระหว่างทางกลับบ้านไอยราถือโอกาสติเตียนพฤติกรรมน่าละอายของลูกชาย

“ลูกนี่ไม่ไหวเลยนะ ทำเรื่องอย่างนั้นลงไป ทำไมไม่คิดถึงหัวอกของแม่บ้าง”

“ผมบอกแล้วไงครับว่าผมไม่ได้ทำ”

“เลิกปฏิเสธได้แล้วณเรศ อย่าคิดว่าแม่โง่สิ ที่เห็นลูกอยู่ในสภาพนั้นกับหนูนิตาแล้วจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แม่ต้องเสียเงินไปตั้งสิบล้านเพราะลูกนะ”

“แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วจะไปแก้ไขก็ไม่ได้”

“ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนก็แล้วกัน ทีหลังอย่าไปเมาหมดสติแบบนั้นอีก” ไอยราเอามือก่ายหน้าผากแล้วหลับตาลงเพื่อพักสมองจากเรื่องเครียด ๆ

วันนี้ศกรพาแป้งหอมหลบเรื่องปวดหัวมาจับจ่ายซื้อของที่ห้าง เขาเห็นว่าตั้งแต่เธอย้ายมาอาศัยอยู่กับเขา เธอมักจะใส่เสื้อผ้าตัวเดิม ๆ จึงอยากซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ ให้ว่าที่เจ้าสาวของเขาได้ใส่

“เดินมาตั้งนานแล้วยังไม่เจอชุดที่ถูกใจอีกเหรอแป้งหอม?”

“แต่ละร้านที่คุณพาฉันเข้าไปมีแต่เสื้อผ้าราคาแพงทั้งนั้น ฉันไม่อยากได้ของหรู ๆ เหล่านั้นหรอกค่ะ”

“โถ่… แป้งหอม คุณยังจะเกรงใจผมอยู่อีกเหรอ เรากำลังจะแต่งงานกันแล้วนะ อีกอย่างเสื้อผ้ามันจะราคาเท่าไหร่ก็ช่าง เพราะเราซื้อไปไม่ได้ใส่ครั้งเดียว เอาเป็นว่าลองเข้าร้านนั้นแล้วเลือกชุดที่คุณชอบมาสักสองสามชุด”

ศกรดึงแขนแป้งหอมเข้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์ต่างประเทศ ในร้านมีเสื้อผ้าเครื่องประดับมากมาย แต่ละชุดราคาต่ำสุดก็เหยียบหมื่นซึ่งแพงพอ ๆ กับเงินเดือนของแป้งหอม

“ผมจะเดินอยู่แถวนี้ คุณเลือกดูได้ตามสบายเลยนะ” ศกรพูดแล้วหันไปเลือกเนกไท 

แป้งหอมเหมือนถูกบังคับว่าต้องไปเลือกเสื้อผ้า เธอจึงจำใจต้องเดินหาเสื้อผ้าราคาถูกที่สุดในร้าน

เธอหยิบเสื้อผ้าชุดสวยและราคาถูกที่สุดในร้านมาได้สองชุด จากนั้นเดินเอามาอวดศกรด้วยความรู้สึกเกรงใจ

“สองชุดนี้เป็นไงบ้างคะ?” แป้งหอมเอ่ย พร้อมชูชุดสวยให้ศกรดู

ศกรหันมาดู

“ลองไปเปลี่ยนมาให้ผมดูหน่อยสิ”

“หา… ฉันต้องเปลี่ยนด้วยเหรอคะ?”

“อืม จะได้รู้ไงว่าเข้ากับคุณไหม”

พนักงานสาวที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ อาสาพาแป้งหอมไปลองชุด

“ห้องเปลี่ยนชุดอยู่ทางนี้ เชิญเลยค่ะ”

แป้งหอมยืนมองศกรที่ยิ้มให้ ก่อนจะหันหลังเดินตามพนักงานสาวเข้าห้องเปลี่ยนชุด  ไม่นานเธอก็ออกมาพร้อมสวมชุดใหม่ ชุดแซกสีครีมอ่อนชายกระโปรงเป็นริ้วหลายชั้นช่างดูเหมาะกับผู้หญิงเรียบร้อยอย่างเธอ  ศกรหันมามองตาค้าง เธอดูสวยมาก

“แป้งหอม… คุณดูสวยมาก ผมชักอยากเห็นคุณสวมชุดเจ้าสาวเร็ว ๆ แล้วสิ คงจะสวยมากกว่านี้หลายเท่า” ศกรเอ่ยปากชม

แป้งหอมได้ยินเรื่องแต่งงานก็สลด ยังสะเทือนใจกับคำพูดของณเรศที่ว่า ‘ผมจะแต่งงานกับนิตาเอง’ อยู่ไม่หาย

“แป้งหอม!”

ศกรปลุกแป้งหอมจากภวังค์

“คะ?”

“ลองเปลี่ยนอีกชุดให้ผมดูหน่อย”

“ค่ะ”

แล้วเธอก็เดินกลับเข้าไปเปลี่ยนอีกชุด

แป้งหอมดูจะมีความสุขกับตำแหน่งงานใหม่ การเป็นเลขาส่วนตัวของรองประธานบริษัทนี่สบายกว่าเดิมมาก งานเอกสารไม่ยุ่งยาก เจ้านายให้เกียรติและเป็นห่วงเป็นใย ไม่พูดจาดูหมิ่น ตอนนี้เธอกำลังนั่งพิมพ์รายงานโครงการบ้านเนินดอยให้ศกร  ขณะนี้เธอมีข้อมูลไม่มากและไม่มีภาพถ่ายที่นั่น ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักสำหรับรายงานชิ้นนี้

ณเรศเดินหน้าตาเย็นชามาที่โต๊ะทำงานใหม่ของแป้งหอม เขาหอบแฟ้มเอกสารมาเต็มมือ วางทั้งหมดลงบนโต๊ะ เอกสารพวกนี้เขาเพิ่งจะตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้องด้วยตัวเองไปเมื่อกี้ การทำงานคนเดียวนี่ลำบากเหลือเกิน

แป้งหอมเงยหน้ามองเขา ต่างคนต่างสบสายตากันเป็นเวลานาน

“ฝากให้เจ้านายเธอด้วย” ณเรศพูดน้ำเสียงเย็นชา

แป้งหอมสังเกตเห็นว่าใบหน้าของณเรศดูโทรมลงจึงทัก

“คุณดูโทรม ๆ นะ ได้พักผ่อนบ้างหรือเปล่า?”

“เป็นห่วงฉันเหรอ ไม่กลัวไอ้ศกรมันว่าหรือไง?”

แป้งหอมละเหี่ยใจ เธออุตส่าห์หวังดี แต่เขากลับชวนทะเลาะ

“คนอย่างคุณศกรแยกแยะเป็นค่ะว่าอันไหนเรื่องงานอันไหนเรื่องส่วนตัว”

“เธอก็พูดได้สิ ตอนนี้เธออยู่ฝั่งมันแล้วนี่”

“ฉันเลือกอยู่ฝั่งคนดีมันผิดเหรอคะ?”

“เธอกำลังว่าฉันเลวใช่ไหม ขอถามจริง ๆ เถอะ ฉันเคยดีในสายตาเธอบ้างหรือเปล่า?”

“ไม่คะ” แป้งหอมตอบห้วน “คุณไม่เคยดีในสายตาของฉันเลย”

“นั่นสินะ คนอย่างฉันจะไปสู้อะไรไอ้ศกรได้”

“อย่าเทียบกันเลยค่ะ คุณศกรเขาเหนือกว่าคุณเยอะ”

ณเรศมองหน้าแป้งหอมอย่างยินยอมรับความจริง เขาเดินกลับไปทางเดิมอย่างผู้สูญสิ้นทุกอย่าง ถึงยังไงคนเราก็ต้องเลือกคนที่ดีที่สุดมาเป็นคู่ชีวิตอยู่แล้ว ณเรศก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน

วันนี้วันหยุดศกรจึงพาแป้งหอมมาคุยเรื่องงานแต่งงานกับไอยราตั้งแต่เช้าที่บ้านประภากรณ์  ในใจเขาคิดจะจัดงานแต่งงานเสียเลยในเดือนหน้า

“ผมว่าจะจัดงานแต่งงานเดือนหน้านี้เลย เร็วไปไหมครับ?” ศกรถามไอยรา

“เดือนหน้าเหรอ อืม… ก็ดีนี่ น้าไม่ได้ร่วมงานมงคลมาหลายปีแล้ว งั้นเราสองคนไปถามฤกษ์กันก่อน น้ามีอาจารย์ดี ๆ แนะนำ”

“อาจารย์ที่ไหนเหรอครับ?”

“อาจารย์เขียวไง ท่านนี้นะให้ฤกษ์ใครแล้วคู่นั้นแต่งงานกันอยู่กินไปจนแก่จนเฒ่า”

“อาจารย์เขียวงั้นเหรอครับ ท่านอยู่ที่ไหนครับ ผมจะพาแป้งหอมไปเดี๋ยวนี้เลย”

“งั้นก็ชวนณเรศกับนิตาไปพร้อมกันเลยสิ”

รถหรูสองคันจอดเทียบหน้ารั้วไม้ทาสีขาวซึ่งล้อมที่ตั้งของสำนักอาจารย์เขียว ปรมาจารย์ด้านโหราศาสตร์ที่ทำนายใครไม่เคยพลาด มีลูกศิษย์คณานับ หนุ่มสาวสองคู่ลงมาจากรถแล้วเดินเข้าไปในสถานที่อันอึมครึม เนื่องด้วยเงาไม้ใหญ่ ประดับประดาด้วยประติมากรรมปูนปั้นรูปเทพเจ้าต่าง ๆ อันพิลึกพิลั่นเต็มทางเดิน

นิตาเกาะแขนณเรศ เธอหวาดระแวงกับบรรยากาศ กลัวจะมีอะไรโผล่มาจากซอกมุมไหนสักแห่ง

“ที่นี่มันวังเวงไปไหมคะ นิตารู้สึกกลัว ๆ ยังไงไม่รู้”

หนุ่มสาวเดินเข้าไปในตำหนักอันเป็นที่พำนักของอาจารย์เขียว ในนี้มีอาจารย์เขียวนั่งรออยู่บนเบาะผ้า สวมชุดพื้นเมืองของภาคเหนือ ไว้หนวดเคราขาวยาวรุงรัง เบื้องหลังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์เล็กปางต่าง ๆ มากมาย หนุ่มสาวนั่งในท่าสุภาพแล้วยกมือไหว้แสดงความเคารพ

“ที่ลูกมาหาพ่อในวันนี้เพราะอยากได้ฤกษ์แต่งงานล่ะสิ” อาจารย์เขียวโพล่งขึ้นก่อนจะเอื้อมไปหยิบกระโถนมาคายหมากในปากทิ้ง ทุกคนอึ้งในอิทธิฤทธิ์ของอาจารย์เขียว ท่านรู้ได้ยังไงว่าพวกเขามาที่นี่ทำไม ยังไม่มีใครเอ่ยปากบอกและไม่มีใครโทรมานัดล่วงหน้า

“ครับ” ศกรว่า

“อืม… ไหนพ่อขอดูวันเดือนปีเกิดของลูก ๆ หน่อยสิ”

หนุ่มสาวเขียนวันเดือนปีเกิดของตนเองและกำกับไว้ด้วยว่าใครจะแต่งงานกับใคร เสร็จแล้วส่งให้อาจารย์เขียว ท่านรับมาแล้วจ้องตัวเลขบนกระดาษ พลางพินิจพิเคราะห์ตามหลักการโหราศาสตร์ ไม่นานก็ได้คำตอบ

“แหม… ดวงของลูกนิตานี่ถ้าจับสลับคู่กับลูกศกรล่ะก็ช่างสมพงศ์กันจริง ๆ” อาจารย์เขียวตบเข่าฉาด

นิตาหันขวับไปมองศกร นี่เขาทั้งสองมีดวงสมพงศ์กันเหรอ นิตาแอบเซ็งอยู่ในใจ ทำไมต้องมีดวงเกี่ยวพันกับเขาด้วย

“ส่วนดวงของลูกแป้งหอมกับลูกณเรศช่างประจบเหมาะอะไรเช่นนี้ ดวงของลูกนี่มันเนื้อคู่กันชัด ๆ” อาจารย์เขียวตีเข่าสองฉาด แล้วระเบิดเสียงหัวเราะที่ฟังดูแหบห้าว

แป้งหอมและณเรศสบตากัน ทั้งสองต่างแปลกใจ เราสองคนจะเป็นเนื้อคู่กันได้ยังไงในเมื่อต่างคนต่างมีอคติซึ่งกันและกัน

“หมายความว่ายังไงครับ อาจารย์จะให้เราสลับคู่กันงั้นเหรอครับ?” ศกรลุกลี้ลุกลนถาม กลัวอาจารย์เขียวจะตอบมาหมือนอย่างที่ถาม

“ไม่ต้องก็ได้”

ทุกคนโล่งใจ

“แล้วตกลงผมจะได้แต่งงานกับแป้งหอมเมื่อไหร่ครับ?”

“พ่อว่าสิ้นเดือนหน้าลูกทั้งสี่คนแต่งงานพร้อมกันสองคู่งานเดียวไปเลย เพราะไม่อย่างนั้นต้องรอฤกษ์กลางปีหน้าโน่น จัดงานให้ใหญ่ที่สุดเลยนะ พ่อรับรองลูก ๆ จะได้อยู่กันไปจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร” อาจารย์เขียวสรุปแล้วหัวเราะเสียงแหบห้าวอย่างบ้าคลั่ง

ว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวต่างมองหน้ากัน ฉงนกับคำทำนายของอาจารย์เขียว  หลังจากกล่าวลาท่านแล้ว ทั้งหมดก็พากันเดินออกมาจากตำหนัก ก่อนจะก้าวขึ้นรถ ศกรเอ่ยกับแป้งหอมว่า

“แป้งหอม วันนี้ผมจะพาคุณไปซื้อเสื้อผ้านะ”

“อ้าว… เมื่อวานคุณเพิ่งพาฉันไปซื้อมาตั้งสองชุดแล้วนะคะ”

“แค่สองชุดเอง ผมอยากให้คุณได้ใส่เสื้อผ้าดี ๆ ทุกวัน” ศกรยิ้มอบอุ่นให้

“ไม่เอาแล้วค่ะ เสื้อผ้าฉันมีเยอะแยะแล้ว อีกอย่างชุดที่คุณซื้อให้แต่ละชุดแพงทั้งนั้น ไม่เห็นต้องฟุ่มเฟือยเลยนี่คะ” แป้งหอมปฏิเสธอย่างเกรงใจ

“ฟุ่มเฟือยอะไรกัน เสื้อผ้าชุดละไม่กี่พันไม่ทำให้ขนหน้าแข้งผมร่วงหรอกน่า ตกลงเราไปกันเลยนะ จะได้ไปหาอะไรกินกันด้วย”

แป้งหอมชั่งใจ เธอไม่อยากปฏิเสธน้ำใจเขา

“ค่ะ!”

นิตาพูดแทรกหลังจากได้ยินแป้งหอมตอบตกลง

“ฉันขอไปด้วยคนได้ไหมแป้งหอม จะได้ช่วยเธอเลือกเสื้อผ้าแพง ๆ ไง เพราะเธอคงไม่มีประสบการณ์ด้านนี้หรอกใช่ไหม?” เหมือนจะหวังดี แต่นิตาแดกดันแป้งหอม

“เธอจะไปด้วยทำไม ฉันชวนแต่แป้งหอมนะ” ศกรหันมาว่า

“ฉันขอแป้งหอมโน่น ไม่ได้ขอคุณเสียหน่อย อย่าจุ้นจ้านสิ” นิตาว่าแล้วหันไปดัดเสียงนุ่นนวลกับแป้งหอม “ว่าไงล่ะ เธอจะให้ฉันไปด้วยไหมแป้งหอม?”

“ตามใจคุณค่ะ” แป้งหอมตอบไม่เต็มปากนัก

นิตายิ้มหันไปเกาะแขนณเรศ

“ไปด้วยกันนะคะคุณณเรศ” นิตาวิงวอน

“ตามใจคุณแล้วกัน”

“คุณนี่น่ารักที่สุดเลย” นิตาพูด จากนั้นก็เอื้อมไปหอมแก้มณเรศ

สายตาของณเรศเหลือบไปเห็นแป้งหอม เธอกำลังมองเขาและนิตาอยู่ สายตาของเธอทำไมถึงดูหดหู่นัก


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้” ลุงเข้มหน้าซีด...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!