บ้านประภากรณ์หลังสีขาวใหญ่โตโอ่อ่า เนื้อที่ไกลสุดลูกหูลูกตา ตั้งตระง่านอยู่เบื้องหน้าหญิงสาว ในมือทั้งสองข้างของเธอหิ้วกระเป๋าใบย่อม บรรจุข้าวของเครื่องใช้ที่เหลือรอดจากไฟไหม้ เธอคนนี้คงจะมาสมัครเป็นแม่บ้านคนใหม่ของบ้านใหญ่หลังนี้ เพราะที่นี่มีคนงานและแม่บ้านอย่างละคนเอง ลำพังแค่สองคนดูแลความสะอาดภายในบ้านก็เหนื่อยเต็มที ไหนจะคอยปรนนิบัติความสะดวกสบายให้แก่เจ้าของบ้านทั้งสองคนอีก หากได้คนมาช่วยอีกแรง คนใช้ทั้งสองจะได้ไม่เหนื่อยอย่างที่เป็นอยู่
“หวังว่างานใหม่นี้จะทำให้เธอสบายขึ้นนะแป้งหอม” หญิงสาวพูดกับตัวเอง ก่อนจะเดินผ่านประตูใหญ่เข้าไป ทางเดินเบื้องหน้าทอดยาวไปไกลอีกหลายสิบเมตรกว่าจะถึงตัวบ้าน
ก๊อก ๆ ๆ
“ณเรศ ตื่นหรือยังลูก เตรียมตัวไปทำงานได้แล้วนะ” เสียงดังมาจากหน้าประตูห้อง
ชายหนุ่มที่งัวเงียอยู่บนเตียงเริ่มได้สติ เขายันตัวเองขึ้นมา เอามือปิดปากหาวพร้อมสะบัดหัวไล่ความง่วง ก่อนจะตะโกนตอบกลับไปว่า
“ครับแม่ เดี๋ยวผมตามลงไป”
“จ้า… รีบลงมานะ แหววเตรียมอาหารเช้าเสร็จแล้ว”
ชายหนุ่มไม่ตอบกลับ หลับตาลงแล้วเอนหลังลงนอนบนเตียงอย่างเดิม เจ้าชายนิทราผู้นี้คือณเรศ ทายาทเพียงคนเดียวของไอยรา ผู้บริหารฝึกหัดแห่งบริษัทการเงินที่กำลังรุ่งเรืองอยู่ขณะนี้
ว่านอกบ้านสวยงามอลังการแล้ว เข้ามาในบ้านยิ่งมโหฬาร พื้นหินอ่อนขัดเงาวับ เฟอร์นิเจอร์ไม้ชิ้นงามที่สั่งทำขึ้นให้พอดีกับมุมต่าง ๆ ภายในบ้าน พรมแดงผืนยักษ์ในห้องนั่งเล่น ผนังของห้องนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นตู้ปลาสูงตระหง่านตา อีกทั้งโทรทัศน์จอใหญ่แขวนผนัง ไม่ว่าจะชำเลืองสายตาเข้าซอกมุมไหน ก็เก็บรายละเอียดของตัวบ้านได้ไม่หมด ทางเดินทอดยาวจนดูไม่ออกว่าจะสิ้นสุดตรงไหน
“นี่เธอ!” ณเรศเรียกแป้งหอมเสียงดัง ทำเอาเธอที่มาใหม่ตกใจ สะดุ้งโหยง
“เธอน่ะ ช่วยยกอาหารเช้าขึ้นไปให้ฉันบนห้องทีนะ เออ… แล้วก็ขอกาแฟร้อนแก้วหนึ่งด้วย เร็ว ๆ ล่ะ ฉันหิวแล้ว” ณเรศออกคำสั่ง ดูท่าจะจำหน้าแป้งหอมไม่ได้
“ฉันไม่ใช่…”
แป้งหอมพูดยังไม่ทันขาดคำ ณเรศก็แทรกขึ้นมา
“จะเป็นใครก็ช่าง ทำตามที่ฉันสั่งก็พอ” เขาชี้หน้าเธอ
พูดจบณเรศก็เดินขึ้นบันไดกลับไปยังห้องของเขา ให้หลังเพียงนิดเดียว ไอยราเจ้าของบ้านก็เดินมาจากห้องรับประทานอาหาร พบกับแป้งหอมที่กำลังตีหน้างงกับเหตุการณ์เมื่อครู่
“อ้าว… หนูแป้งหอม มาถึงนานหรือยังจ๊ะ?” ไอยรากล่าวทักทายอย่างเอ็นดู
แป้งหอมหันมายิ้มให้ไอยรา วางสัมภาระลงแล้วพนมมือไหว้ผู้อาวุโสกว่าอย่างแช่มช้อย
“สวัสดีค่ะคุณน้า”
ไอยรารับไหว้
“น้าเตรียมห้องไว้ให้หนูแล้วนะ ขึ้นไปดูกันเลยไหม?”
“ค่ะ หนูขอเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บนะคะ เอ่อ… คุณน้าคะ ก่อนหน้าที่เราจะพบกัน หนูเจอผู้ชายคนหนึ่งค่ะ เขาสั่งให้หนูเอาอาหารเช้าขึ้นไปให้เขาที่ห้อง” ดูเหมือนแป้งหอมก็จำณเรศในชุดนอนไม่ได้
“อ๋อ… ณเรศน่ะหรือ ลูกชายของน้าเองจ้ะ เขาคงหิวแล้ว เดี๋ยวให้แหววจัดการ เราสองคนขึ้นไปดูห้องของหนูกันดีกว่า”
พูดจบไอยราก็หันไปในห้องรับประทานอาหาร
“แหวว ยังจัดอาหารเช้าให้ณเรศไม่เสร็จอีกเหรอ เดี๋ยวเขาก็โวยวายขึ้นมาหรอก”
“ค่ะ ๆ เสร็จแล้วค่ะคุณนาย” เสียงแหลมสูงดังนำเจ้าของออกมาจากในครัว ก่อนสาวใช้ในชุดทำครัวจะปรากฏตัวให้เห็น เธอยกถาดวางอาหารและถ้วยกาแฟ เดินขึ้นไปประเคนณเรศบนห้อง
“คราวต่อไปถ้าณเรศใช้อะไรหนู หนูก็ไม่ต้องทำนะ เพราะหนูไม่ได้มาทำงานในฐานะคนใช้บ้านนี้ น้าว่าเราขึ้นไปดูห้องของหนูกันได้แล้ว”
ไอยรายิ้ม เอื้อมมือมาช่วยแป้งหอมยกกระเป๋า แป้งหอมรีบห้ามด้วยความเกรงใจ
“คุณน้าคะ ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูยกเองได้”
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ตอนนี้หนูเป็นคนอยู่ในความดูแลของน้าแล้ว น้าต้องดูแลหนูให้ดีที่สุด เสมือนลูกอีกคนของน้า” สายตาที่ไอยรามองแป้งหอม เหมือนสายตาผู้เป็นแม่มองลูกสาว
“เรื่องแค่นี้คุณน้าไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ กระเป๋าใบเล็กสองใบหนูยกเองไหว มาค่ะส่งคืนให้หนู เดี๋ยวหนูยกเองดีกว่า” แป้งหอมขอกระเป๋าในมือไอยราคืน ไอยรายิ้มก่อนจะส่งคืนให้
“น้ามองคนไม่ผิดจริง ๆ หนูแป้งหอมทั้งสวย ทั้งน่ารัก นิสัยดี ขยันขันแข็ง คงจะช่วยงานน้าได้มากทีเดียว”
“ขอบคุณนะคะที่คุณน่าหยิบยื่นโอกาสให้กับเด็กกำพร้า ไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างหนู”
ไอยรามองที่ใบหน้าของแป้งหอมแล้วยิ้มออกมา เธอลูบศีรษะหญิงสาวแล้วถามด้วยความเอ็นดู “อยากเห็นห้องของหนูหรือยัง?”
แป้งหอมยิ้มแป้น
ก๊อก ๆ ๆ
“คุณหนูขา แหววเอาอาหารเช้ามาส่งค่ะ เปิดประตูให้แหววเข้าไปหน่อยสิคะ” แหววยืนเคาะประตูห้องของณเรศ มืออีกข้างถือถาดอาหารไว้
ประตูห้องถูกเปิดจากด้านใน ณเรศโผล่หน้าออกมา แปลกใจที่คนส่งอาหารไม่ใช่คนเดียวกับสาวใช้คนใหม่ที่เขาเพิ่งสั่งไปเมื่อสักครู่
“นี่เธอเอาอาหารมาส่งให้ฉันทำไม ฉันสั่งผู้หญิงที่มาใหม่นั่นไม่ใช่เธอ ทำไมไม่ให้คนนั้นเอาอาหารมาส่ง ยายนั่นคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าขัดคำสั่งฉันแบบนี้”
“เอ่อ… คุณหนูคะ น้องผู้หญิงคนนั้นเขาไม่ใช่…”
แหววพยายามอธิบายให้ณเรศเข้าใจ แต่ถูกตะคอกกลับ
“จะเป็นใครก็ช่าง ถ้าไม่ฟังคำสั่งฉันแบบนี้ ก็อย่างหวังว่าจะอยู่บ้านหลังนี้ได้ แล้วตอนนี้ยายนั่นอยู่ไหน?”
ณเรศมองไปข้างหน้า เห็นคนที่ตนกำลังพูดถึงคุยถูกคอกับผู้เป็นแม่อยู่ในห้องฝั่งตรงข้ามที่เปิดประตูไว้ ได้การล่ะ เขาต้องสั่งสอนเสียหน่อย ว่าการจะใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านหลังนี้ต้องทำยังไง เท้าไปไวเท่าความคิด ณเรศก้าวไปห้องฝั่งตรงข้าม แต่แหววขวางทางไว้ ทำณเรศชะงัก
“ขวางฉันทำไม หลบไปเดี๋ยวนี้” ณเรศขึ้นเสียง
“แหววว่าตอนนี้คุณหนูกินข้าวเช้าก่อนดีกว่าค่ะ ถ้าไม่รีบเดี๋ยวเข้างานสายนะคะ” แหววแนะนำ
“อย่ามาแส่ เป็นแค่แม่บ้าน กล้าดียังไงมาสอนฉัน”
“ปะ เปล่านะคะ แหววไม่ได้สอน แหววแค่แนะนำเฉย ๆ ค่ะคุณหนู”
“แล้วบอกตั้งกี่ครั้งว่าอย่าเรียกฉันว่าคุณหนู ฉันไม่ชอบ ถ้าเรียกชื่อจริงของฉันไม่ได้ ก็หอบข้าวของออกไปหางานใหม่ที่อื่นซะ” ณเรศเบียดแหววออกมา แล้วเดินหน้ามุ่ยไปที่ห้องฝั่งตรงข้าม
เขามาด้วยสีหน้าโมโหสุดทน ณเรศเดินผ่านหน้าผู้เป็นแม่ เข้ามาสะกิดไหล่แป้งหอม สมาชิกใหม่ของบ้านหลังนี้ แล้วเขาก็ชี้หน้าเริ่มอบรบสั่งสอนเธอทันที
“นี่ เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าขัดคำสั่งฉัน”
ณเรศเอ็ดใส่แป้งหอม สีหน้าไม่เป็นมิตรทำเธอผวา
ไอยราตกใจกับความหุนหันของลูกชาย รีบดึงเขาออกห่างจากแป้งหอม แล้วตีเข้าที่ไหล่ เผื่อลูกชายจะสงบสติลงได้บ้าง
“แม่ตีผมทำไม คนที่แม่ควรตีคือยายคนนี้”
ไอยราคำรามใส่
“อย่าก้าวร้าวกับหนูแป้งหอมแบบนี้ แม่ไม่ชอบ ขอโทษหนูแป้งหอมเลยนะ”
“ไม่ครับ แม่ต้องให้คนของแม่ขอโทษผมก่อนสิ”
“จะให้หนูแป้งหอมเขาขอโทษลูกเรื่องอะไร?”
“ก็เรื่องขัดคำสั่งผม ไม่ยอมเอาอาหารมาส่งให้ผมยังไงล่ะ”
“เรื่องแค่นี้เอง แม่ก็นึกว่าเรื่องใหญ่เรื่องโตอะไร หน้าที่เอาอาหารเช้าขึ้นไปส่งให้ลูก แหววก็ทำอยู่ทุกวัน แล้วจะให้แป้งหอมไปวุ่นวายอีกทำไม”
“ก็แค่คนใช้ ผมในฐานะเจ้าของบ้านมีสิทธิ์เลือกใช้ไม่ใช่เหรอ?” ณเรศพูดไปก็จ้องใส่แป้งหอมเขม็ง
“แต่แป้งหอมเขาไม่ใช่คนใช้ซะหน่อย” ไอยราเว้นช่วงพูด ณเรศหน้าเสีย “แป้งหอมจะมาทำงานที่บริษัทเรา ในตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวของนายณเรศ ประภากรณ์”
ณเรศอึ้ง นายณเรศ ประภากรณ์ คือชื่อจริงนามสกุลจริงของเขา นี่แม่จะให้ยายแป้งหอมคนนี้มาเป็นเลขาส่วนตัวเขาเหรอ ไม่เอาหรอก แค่เจอหน้ากันก็ไม่ถูกชะตาแล้ว แล้วคนที่เอาน้ำปลาหวานราดหัวเขาคือเธอคนนี้ใช่ไหม ในหัวเขานึกภาพเหตุการณ์วันนั้นขึ้นมาได้ คิดว่าเขาทำงานร่วมกับเธอไม่ได้แน่
“หา… ว่าไงนะครับ แม่จะให้ยายนี่มาเป็นเลขาผมเหรอ ถ้ามีเลขาแบบนี้ผมไม่มีดีกว่า”
“อย่าพูดเอาแต่ใจแบบนั้น แม่ไม่ชอบที่ลูกพูดจาดูถูกคนอื่นแบบนี้ รีบขอโทษแป้งหอมเดี๋ยวนี้” ไอยราพูดทำหน้าจริงจังใส่ณเรศ นิสัยก้าวร้าวเป็นเด็กของเขา เมื่อไหร่จะแก้ได้เสียที
ณเรศหน้าร้อนผ่าว มองแป้งหอมด้วยสีหน้าสุดแสนไม่พอใจ เขาดึงผ้าขนหนูที่พาดไว้บนบ่า ฟาดลงกับพื้นต่อหน้าแป้งหอม ทำเธอสะดุ้งโหยง
“โถ่โว้ย!”
ณเรศตะโกนลั่น แล้วเดินจ้ำอ้าวกลับเข้าห้องตนเอง ก่อนจะปิดประตูเสียงดังประชด
ไอยราเดินเข้ามาปลอบขวัญแป้งหอม วันนี้ลูกของเธอทำเธอเสียหน้าไม่น้อย หวังว่าแป้งหอมจะรับได้ และใช้ความดีที่เธอมีอยู่ขัดเกลานิสัยของณเรศให้ดีขึ้นมาได้บ้าง นั่นแหละคือเหตุผลที่ไอยราอยากได้แป้งหอมมาเป็นเลขาส่วนตัวให้ลูกชาย
รถยนต์หรูสีดำขลับขัดเงาวาวงาม จอดอยู่ที่ลานหน้าบ้านหลังใหญ่ มอดเป็นคนงานคนเดียวประจำบ้าน วันนี้เขาทำหน้าที่เป็นคนขับรถ ข้างเบาะคนขับมีไอยรานั่ง หลังเบาะคนขับมีแป้งหอมนั่ง ป่านนี้ทุกคนบนรถคงเดินทางออกจากบ้าน ตรงเข้าบริษัทไปแล้ว หากไม่ต้องรอณเรศที่ยืนกังก้า จ้องหน้าแป้งหอมอย่างไม่พอใจอยู่นอกรถ ไม่ยอมขึ้นมาเสียที
“รีบขึ้นรถมาเร็ว” ไอยราร้องเรียก
ณเรศเปิดประตูรถเข้ามาอย่างลุกลัก แป้งหอมขยับตัวให้มีที่ว่างสำหรับณเรศนั่ง ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งไปแล้วหญิงสาวยังขยับตัวไม่เลิก จนเขานึกเอาว่าเธอรังเกียจ จึงออกปากว่าเธอไป
“รังเกียจอะไรกันนักหนา” แล้วหันไปพูดกับไอยรา “ผมขอเอารถไปเองแล้วกันครับแม่”
ณเรศออกจากรถมา จ้องมองฉุนเฉียวใส่แป้งหอม เขาปิดประตูรถประชดเสียงดัง
ปัง!
แป้งหอมสะดุ้งโหยง ตั้งแต่เข้ามาที่นี่มีแต่คนทำให้ตกใจ ไม่รู้เธอจะกลายเป็นคนขวัญอ่อน หวาดระแวงทุกสิ่งไปเสียหมดหรือเปล่า
ไอยราหันมาพูดยิ้ม ๆ กับแป้งหอม ผู้ยังไม่รู้จักลูกชายของเธอดีพอ
“ณเรศเขาเป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไอ้นิสัยที่ทำตัวเป็นเด็ก เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ น้าก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะแก้ให้หายได้เสียที แป้งหอมอย่าไปถือสาโกรธเกลียดอะไรเขาเลยนะ”
“ค่ะคุณน้า” แป้งหอมรับคำทั้งที่ในใจก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างที่ว่าได้หรือเปล่า
แป้งหอมหันไปมองนอกรถ ใบหน้าเศร้า เธออึดอัดใจเป็นอย่างมากที่ต้องมาอยู่บ้านร่วมกับคนโมโหร้าย ไร้เหตุผลอย่างณเรศที่ดูจะไม่ชอบเธอ ทั้งยังต้องทำงานใกล้ชิดร่วมกับเขาอีก คงไม่มีอะไรน่าอึดอัดใจและน่ากดดันไปมากกว่านี้อีกแล้วในชีวิต
ณเรศเอารถออกมาจากที่จอด การขับรถที่โฉบฉาบของเขาทำเอาหญิงสาวที่นั่งเหม่อตื่นจากภวังค์ ณเรศซิ่งรถยนต์สีขาวออกจากบ้านประภาภรณ์ไปอย่างรวดเร็ว ขนาดแป้งหอมเหลียวมองตามยังไม่ทัน ผิดกับมอดที่ค่อย ๆ ขับออกไปอย่างอ้อยอิ่ง ไม่ใช้อารมณ์ และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นหลัก
ตึกสูงหลายชั้น ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าแป้งหอม ผู้คนเข้าออกพลุกพล่าน ซึ่งคงจะไม่แปลกสำหรับบริษัทการเงินยักษ์ใหญ่และช่วงเวลาเช้าเช่นนี้
“เข้าไปกันเถอะจ้ะ น้าเตรียมคนแนะนำงานไว้ให้หนูแล้ว” ไอยรายิ้มให้กำลังใจ เดินนำพนักงานคนใหม่เข้าบริษัท
แป้งหอมคลายสีหน้าเศร้ากังวลลง เธอยิ้มให้กำลังใจตนเอง แล้วก้าวตามไอยราไปให้ทัน ระหว่างทางก่อนถึงลิฟต์มีพนักงานมากหน้าหลายตาไหว้ทักทายไอยราด้วยความเคารพ และไอยราก็ยิ้มอย่างมีไมตรีให้ทุกคน แป้งหอมมองบรรยากาศรอบข้าง ที่นี่น่าทำงานมากกว่าเข็นของไปขายที่ตลาด ไม่นานเธอก็เดินตามไอยราจนมาถึงลิฟต์
เพราะบังเอิญหรืออะไร แป้งหอมเจอเจ้านายอีกคนที่ยืนเอามือล้วงกระเป๋าอยู่ในลิฟต์ เขาแลมองอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นเธอ
“อ้าวณเรศ มาถึงนานแล้วหรือ” ไอยราทักลูกชาย
ไอยราและแป้งหอมเดินเข้ามาในลิฟต์ ณเรศหลบให้ทั้งสองโดยการไปยืนพิงมุมหนึ่งของลิฟต์ แป้งหอมก็เข้ามายืนอยู่อีกมุมหนึ่งของลิฟต์ ไอยรากดชั้นที่จะไป ไม่นานลิฟต์ก็ทะยานสู่ชั้นต่อไป
เสียงกริ่งในลิฟต์ดัง เป็นอันว่าพาทุกคนมาถึงชั้นที่หมายแล้ว ประตูลิฟต์เปิดออก ไอยราเดินออกมา เหลือสองหนุ่มสาวที่ต่างมองหน้ากัน คนหนึ่งใบหน้าวิตก อีกคนใบหน้าบึ้งตึง ทั้งคู่ต่างก้าวออกมาจากลิฟต์พร้อมกัน จึงเกิดการชนกัน
“โอ๊ย”
ทั้งสองอุทานออกมา
“นี่เธอ! ให้เกียรติเจ้านายอย่างฉันเดินออกไปก่อนสิ แล้วลูกน้องอย่างเธอค่อยตามออกไปทีหลัง” ณเรศตะวาดใส่แป้งหอม
แป้งหอมทิ้งใบหน้าเศร้ากังวล โต้ตอบกลับไปเพราะความลืมตัวว่า
“ฉันว่าเจ้านายน่าจะให้ลูกน้องออกไปก่อนนะคน มันเป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการดูแลลูกน้อง อีกอย่างผู้ชายอย่างคุณน่าจะหัดให้เกียรติผู้หญิงบ้าง”
ณเรศโมโหที่แป้งหอมกล้าว่าและสั่งสอน
“เธอกล้าดียังไงมาสอนฉัน!”
“ทำไม! ลูกน้องอย่างฉันไม่มีสิทธิ์ระบุข้อบกพร่องของเจ้านายเลยหรือไง?”
“เธอไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น เป็นแค่ลูกน้องก็หัดเจียมเนื้อเจียมตัวและประจบประแจงเจ้านายไว้บ้าง ไม่ใช่เอาแต่อวดเก่งแบบนี้”
ณเรศมองแป้งหอมตาขวาง
“เธอทำงานที่นี่ได้ไม่เกินเดือนหนึ่งแน่ พนันกับฉันไหมล่ะ” ณเรศท้า
แป้งหอมพิจารณา ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยท้าพนันอะไรกับใครมาก่อน แต่การเดิมพันครั้งนี้น่าสนใจทีเดียว เธอจะทำให้ณเรศได้รู้ข้อบกพร่องที่มีอยู่มากในตัวเขา และทำให้เขาเปลี่ยนทัศนคติไม่ดีที่มีต่อเธอ
“ได้” หญิงสาวตกปากรับคำ
ณเรศประหลาดใจเพราะคาดไม่ถึงว่าผู้หญิงร่างเล็กตรงหน้าจะกล้ารับคำท้าจากเขา ลำพังผู้ชายบางคนแค่ฟังคำท้าทายจากเขาก็ขี้หดตดหายแล้ว
“งั้นถ้าเธอโดนไล่ออกภายในหนึ่งเดือน เธอต้องกราบเท้าขอโทษฉัน โทษฐานขัดคำสั่งและอวดเก่งกับฉัน”
แป้งหอมคิดในใจ แพ้พนันแล้วให้กราบเท้า มันมากไปหรือเปล่า? ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้เธอถอนใจเลิกสู้แต่อย่างใด
“แล้วถ้าฉันอยู่เกินหนึ่งเดือนล่ะ คุณจะให้อะไรฉัน?” แป้งหอมยื่นหน้าท้าทาย
ณเรศคิดหาของมาแลกเปลี่ยน
“ถ้าเธออยู่เกินหนึ่งเดือนยึดเอารถฉันไปได้เลย” ณเรศชูกุญแจรถยนต์ให้แป้งหอมดู ก่อนจะเดินออกจากลิฟต์ไป
แป้งหอมยังอยู่ในลิฟต์สายตาจ้องมองอริหนุ่ม ดีแล้วเหรอที่รับคำท้าของเขาไปแบบนั้น เธอเดินออกมาจากลิฟต์ ทั้งที่สายตายังทอดยาวไปไกลมองตามณเรศ ด้วยความที่ไม่ระวังทำให้เธอเดินชนคนหน้าลิฟต์
“อุ้ย!”
แป้งหอมอุทานออกมา เธอเป็นฝ่ายชนเขาแต่ตัวเองกลับเซออกมาท่าทางจะล้ม ชายหนุ่มที่ถูกชนแสดงความเป็นสุภาพบุรุษออกมาโดยการโผเข้ามาช่วยเธอ
เหมือนเวลาหยุดลง
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ โอบกายหญิงสาวร่างเล็กเอาไว้ ใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้มที่แสนจะอบอุ่น ส่งสายตาหวานให้เธอ หญิงสาวอึ้งก่อนจะแค่นยิ้มเจื่อนส่งให้เขาด้วยความเขินอาย
“ขอโทษค่ะ”
แป้งหอมรีบลุกขึ้นยืน
“คราวหน้าคราวหลังเดินระวังหน่อยนะครับ” ชายหนุ่มส่งยิ้มอบอุ่นให้อีกรอบ มันอบอุ่นเสียจนหัวใจแป้งหอมพองโต หน้าของเธอเริ่มแดงระเรื่อ
“ขอตัวก่อนนะคะ” แป้งหอมรีบหลบหน้า เร่งฝีเท้าตามณเรศไป ในใจคิด ทำอะไรของเธอเนี่ยแป้งหอม มาวันแรกก็ทำเรื่องขายหน้าซะแล้ว คุณคนนั้นเขาจะจำหน้าได้หรือเปล่าเนี่ย ตอนนี้เขินจะแย่อยู่แล้ว
Leave a comment