ใจพันธนาการ – ตอนที่ 1

Share

เสียงแจ้วใสตะโกนร้อง โฆษณาเชิญชวนให้ผู้คนมาลองลิ้มชิมรสในฝีมือมะม่วงน้ำปลาหวานของเธอ  สาวน้อยเจ้าของเสียงที่กำลังเข็นรถเข็นเข้าตลาดผู้นี้คือ “แป้งหอม” บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง คณะบัญชี วันนี้เธอผันตัวเองมาเป็นแม่ค้าข้างทาง เนื่องจากฐานะไม่ดี ไม่มีทุนยิ่งใหญ่และมีภาระดูแลป้า ผู้ญาติคนเดียวของเธอ

“มะม่วงน้ำปลาหวานรสเด็ดหน่อยไหมคะ ลองชิมแล้วจะติดใจค่ะ”

“หนูจ๊ะ ยายเอาเหมือนเดิมจ้ะ”

หญิงชราคนหนึ่งเดินเข้ามาที่หน้ารถเข็นของแป้งหอม

“อ้าว… คุณยาย วันนี้เอามะม่วงน้ำปลาหวานกับมะม่วงแช่อิ่มเหมือนเดิมนะคะ” แป้งหอมพูดกับหญิงชราอย่างมีไมตรี เธอรีบจัดตามที่ลูกค้าต้องการทันที

“นี่ค่ะ มะม่วงน้ำปลาหวานกับมะม่วงแช่อิ่ม” สาวเจ้ายื่นของให้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

หญิงชรารับถุงใส่ผลไม้มา จ่ายธนบัตรใบละห้าสิบบาทให้แป้งหอม สาวเจ้ารับมาแล้วก้มหน้าก้มตาหาเงินมาทอนให้ลูกค้า

“ไม่ต้องทอนนะ หนูเก็บเอาไว้เถอะ” หญิงชราโบกไม้โบกมือ

แป้งหอมมองเงินทอนในมือที่ส่งยื่นให้หญิงชรา เธอแค่นยิ้มก่อนจะเก็บมันใส่ที่เดิม

“ขอบคุณค่ะ”

“เฮ้อ… เป็นสาวเป็นแส้อยู่แท้ ๆ ร่ำเรียนมาก็ดี ไม่น่ามาลำบากเข็นของขายแบบนี้เลย ยายเอ็นดูหนูนะ หนักเอาเบาสู้ ไม่คร้านงานเลย” หญิงชรากล่าวชมจากใจจริง

“ถ้าหนูไม่ทำแบบนี้แล้วหนูกับป้าจะอยู่กันยังไงล่ะคะ การงานสมัยนี้ก็หายาก คนเก่ง ๆ มีถมไป หนูไม่อยากไปแข่งกับใครเขา อีกอย่างตอนนี้ป้าหนูก็ไม่ค่อยสบายด้วย หนูต้องเหนื่อยเพิ่มอีกหน่อย หาเงินมาจ่ายค่ายาให้ป้าน่ะค่ะ”

หญิงชราพยักหน้าหงึกหงัก เห็นใจสาวน้อยผู้มีจิตใจกตัญญูอย่างแป้งหอม

“ยายเป็นกำลังใจให้หนูนะ ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไรก็อย่าท้อ คนขยันและกตัญญูอย่างหนูสักวันต้องเจริญแน่ ๆ” หญิงชราให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงแสนอารี

“ขอบคุณค่ะ”

แป้งหอมไหว้ หญิงชรารับไหว้

“ไว้พรุ่งนี้ยายจะมาอุดหนุนอีกนะ”

ลูกค้ารายแรกของวันเดินจากไป แป้งหอมยกธนบัตรใบละห้าสิบบาทขึ้นมาเชยชมด้วยความภาคภูมิใจ  แม้งานขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างมะม่วงน้ำปลาหวาน จะสร้างรายได้ไม่มากจนมีเงินเหลือเก็บ พอแค่จ่ายค่าข้าว ค่าน้ำ ค่ายา ไปวันต่อวันเท่านั้น แต่แป้งหอมก็พอใจกับงานนี้และไม่อายที่ต้องเข็นรถขายของ เพราะมันเป็นงานสุจริต ไม่ได้ไปขอเงินใคร

บ้านไม้ชั้นเดียว ยกสูงจากพื้นเล็กน้อย สีที่ทาตัวบ้านหลุดลอกออกมาตามอายุการใช้งาน สถานที่แห่งนี้คือที่พักอาศัยของแป้งหอมและป้าของเธอ เมื่อก่อนทั้งสองเคยมีชีวิตที่ดีกว่านี้ แป้งหอมเคยอยู่อย่างไม่ต้องดิ้นรนกับลุงและป้า เนื่องจากพ่อแม่ของเธอประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต เมื่อเธอเพิ่งจะคลอดออกมาได้แค่เพียงสองเดือน ภาระการเลี้ยงดูแป้งหอมจึงตกอยู่ที่ลุงกับป้าของเธอตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ลุงของแป้งหอมเป็นเจ้าของโรงงานประกอบเฟอร์นิเจอร์ แต่เมื่อหนึ่งปีก่อนลุงของเธอถูกคู่แข่งทางการค้าลอบทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต กิจการจึงต้องปิดตัวไป เพราะไม่มีคนบริหารต่อได้ ทิ้งหนี้สินกว่าห้าล้านบาทให้ภรรยาและหลานสาวที่เพิ่งเรียนจบต้องรับผิดชอบ เหตุนี้เองที่ทำให้แป้งหอมและป้าของเธอต้องระหกระเหินมาอาศัยอยู่ที่นี่

แป้งหอมเข็นพาหนะซึ่งใช้เป็นเครื่องมือทำกินกลับเข้ามาในบ้าน วันนี้ขายหมดเช่นทุกวัน เป็นเพราะลูกค้าติดใจในรสชาติน้ำปลาหวานสูตรเด็ดที่เธอพลิกแพลงมาจากสูตรของอาจารย์สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัย  บางคนก็ช่วยซื้อเพราะรู้ว่าเธอข้นแค้นแค่ไหน เงินที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงวันนี้ คงต้องหมดไปเพราะพรุ่งนี้ต้องพาป้าไปตรวจอาการที่โรงพยาบาล ซึ่งใช้เงินไม่ใช่น้อย

เธอจอดรถเข็นไว้ใต้เงาต้นมะม่วงหน้าบ้าน

“ป้าจ๊ะ หนูกลับมาแล้วนะ”

แป้งหอมตะโกนเสียงสดใสเข้าไปในบ้าน เธอถอดรองเท้าขึ้นบ้านไป เห็นป้าของเธอกำลังนั่งเช็ดพื้นอยู่  เธอตกใจรีบปรี่เข้าไปหา แล้วคว้าผ้าจากมือของป้าทันที

“ทำไมไม่พักผ่อนล่ะจ๊ะ จะมาถูพื้นให้อาการปวดหลังมันกำเริบอีกทำไม?”

ป้าของเธอส่งยิ้มให้

“ป้าอยู่ว่าง ๆ ก็อยากลุกขึ้นมาทำอะไรให้มันเป็นประโยชน์บ้าง นี่ถ้าป้าไม่ป่วยอิดออดแบบนี้ก็คงจะดี  จะได้ไม่ต้องเป็นภาระหนู”

“ภาระอะไรกันจ๊ะป้า ป้าเลี้ยงหนูมาตั้งแต่แบเบาะ หนูนับถือป้าเหมือนแม่ คราวนี้ถึงตาของหนูแล้วที่ต้องทดแทนบุญคุณของป้าบ้าง”

ป้ายิ้มให้แป้งหอม ชื่นใจกับความดีและความกตัญญูของหลานสาว

“เย็นนี้ป้าอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม?”

“ป้ากินอะไรได้หมดจ้ะ ฝีมือทำอาหารของหลานสาวของป้าคนนี้เยี่ยมจะตาย ทำอะไรก็อร่อยทั้งนั้น”

“วันนี้แม่ค้าที่ตลาดให้ผักบุ้งหนูมาฟรี เราทำแกงเทโพกินกันไหม?”

“จ้า… แล้วแต่หนูเถอะ”

ทั้งสองยิ้มให้กัน ความสุขที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อเช่นนี้เกิดขึ้นทุกวัน

ปรี๊น! ปรี๊น!

เสียงแตรรถดังมาจากหน้าประตูบ้าน แป้งหอมเดินมาที่หน้าต่างชะโงกหน้าออกดู เห็นรถหรูจอดอยู่หน้าบ้าน จากใบหน้ายิ้มแย้มก็เปลี่ยนไปเป็นบึ้งตึงทันใด

เพียงเห็นรถแป้งหอมก็รู้ทันทีว่าใครมาและมาด้วยสาเหตุอะไร แขกผู้นั้นไม่ใช่เพื่อนหรือคนรู้จักสนิทสนมคุ้นเคยแต่อย่างใด มีหรือที่เจ้าของรถยนต์คันหรูขนาดนั้นจะยอมคบคนจนอย่างเธอ ยกเว้นเสียแต่เจ้าหนี้ที่ตามราวีเก็บต้นเก็บดอกอยู่วี่ไป

แป้งหอมรีบปรี่ลงมาที่หน้าบ้าน ส่งเสียงว่ากล่าวเจ้าของรถทันที

“มาทำไมอีกเนี่ย ฉันบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าไม่มีเงินจ่าย คุณก็มาทวงอยู่ได้ กลับไปซะ ที่นี่ไม่ต้อนรับ ไว้มีเมื่อไรจะรีบเอาไปจ่าย ไม่ให้ขาดแม้แต่สตางค์เดียวหรอก”

ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออก ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงเพรียว แต่ผอมกะหร่องสวมชุดสูทสุภาพสีดำตัวโคร่ง เดินออกมาจากรถ มายืนประจันหน้ากับแป้งหอม

“ถ้าวันนี้แกไม่มีเงินมาจ่ายฉัน แกกับป้าขี้โรคของแกก็เตรียมหาที่ซุกหัวนอนใหม่ได้เลย วันนี้ฉันจะไม่ปราณีพวกแกเหมือนแต่ก่อนแล้ว”

“ขืนคุณทำอะไรป้าของฉันแม้เพียงนิดเดียวล่ะก็ ฉันจะแจ้งตำรวจให้มาจับคุณเข้าคุกในข้อหาทำร้ายร่างกายแน่” แป้งหอมเสียงสู้ ไม่มีท่าทางเกรงขามชายผู้นี้เลย 

เจ้าหนี้ชี้หน้าแป้งหอม

“ถ้าอยากอยู่ไม่สุขไปตลอดชีวิตก็ลองดูซิ แล้วแกจะรู้ว่านรกบนดินน่ะมันเป็นยังไง”

“ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้นะ”

แป้งหอมพูดไล่ พลางผลักร่างผอมนั้นออกไปให้พ้นเขตบ้าน เจ้าหนี้โมโหที่แป้งหอมบังอาจแตะต้องเสื้อสูทราคาแพง โต้ตอบโดยการผลักเธอล้มลงพื้น

“ถ้าแกไม่มีเงินมาจ่าย ฉันจะยึดข้าวของให้หมด”

เจ้าหนี้ไม่พูดเปล่า ก้าวฉับ ๆ มาเหยียบบันไดเข้าไปในบ้าน มองหาว่ามีอะไรที่พอจะยึดไปกลบดอกเบี้ยบานเบอะได้บ้าง แต่ภายในไม่มีข้าวของมีค่าอะไรเลย เนื่องจากถูกยึดไปหมดเมื่อครั้งก่อนแล้ว แป้งหอมรีบตามขึ้นมา โผเข้ากอดแขนป้าของเธอ

“คุณกลับไปเถอะค่ะ เราไม่มีอะไรให้คุณยึดอีกต่อไปแล้ว” ป้าพูดน้ำเสียงอ้อนวอน

“คิดจะชิ่งฉันหรือไงห๊ะพวกแก ขืนฉันไม่ได้อะไรติดมือกลับไป มีหวังถูกเจ้านายด่าหูยับน่ะซิ” เจ้าหนี้เดือดดาล โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ

“เงินตั้งห้าล้านฉันจะหาที่ไหนมาใช้ให้ได้ล่ะ ขอเวลาอีกสักสิบปี รับรองฉันจะหามาจ่ายคุณครบทุกบาททุกสตางค์แน่” แป้งหอมพูดหนักแน่น

“จะให้ฉันรอพวกแกตั้งสิบปี ถึงตอนนั้นแกสองคนคงหอบข้าวของหนีไปไหนไม่รู้แล้ว”

“คุณนี่มันใจดำจริงเชียว ฉันขอถามหน่อยเถอะ จิตใจคุณยังมีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่หรือเปล่า?” ป้าเดินมาว่าให้เจ้าหนี้

“หนอย…”

เจ้าหนี้เดินตรงมา ใช้หลังมือฟาดเข้าเต็มใบหน้าของป้า จนป้าล้มลงไป แป้งหอมคิดจะมาตบคืน แต่ถูกเจ้าหนี้ซัดหมัดเข้าเต็มท้องน้อย เธอจุก ล้มลงไปเคียงป้า

“นี่แค่เบา ๆ นะ วันหลังถ้ายังไม่มีอะไรมาจ่ายแทนเงินอีกล่ะก็ ได้นอนหยอดน้ำเกลือ หรือถูกไฟครอกตายที่บ้านหลังนี้แน่”

เจ้าหนี้ยิ้มเยาะอย่างสะใจ ก่อนจะเดินออกมาขึ้นรถและขับจากไป

แป้งหอมค่อย ๆ ลุกขึ้นมาดูป้า

“ป้าเป็นไงบ้าง?”

ป้ากำมือแป้งหอมแน่น

“ป้าไม่เป็นอะไร แล้วหนูล่ะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”

“หนูชินแล้วค่ะป้า”

แป้งหอมฝืนยิ้ม ให้กำลังใจป้าของเธอ

บริษัทดิเรกธานนท์ การเงินจำกัด คือสถาบันการเงินที่ให้บริการกู้ยืมเงิน ที่นี่ไม่ได้มีแค่กิจการกู้ยืมเงินเพียงอย่างเดียว ยังมีกิจการรีสอร์ทและโรงแรม กิจการด้านสื่อ มูลค่ากิจการรวมทั้งหมดหลายร้อยล้านบาท  กิจการทุกอย่างบริหารโดยสองพี่น้องตระกูล “ดิเรกธานนท์” และ “ประภากรณ์”

ในห้องผู้บริหารซึ่งครองตำแหน่งโดยคุณแม่ยังสาวชื่อ “ไอยรา” ตอนนี้เธอกำลังอบรมพนักงานคนหนึ่งของเธออยู่ พนักงานผู้ซึ่งเมื่อวานนี้ไปทำอะไรนอกเหนือจากกฎเกณฑ์ที่บริษัทบัญญัติไว้

“คุณนุชิต ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณจะทำเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงบริษัทขนาดนี้ บริษัทเราไม่ใช่บริษัทปล่อยเงินกู้นอกระบบ ที่จะอนุญาตให้คุณใช้กำลังในการข่มขู่ผู้กู้แบบนี้ ฉันละอายกับการกระทำของคุณจริง ๆ คุณนุชิต” ไอยราต่อว่าพนักงานของตนอย่างไม่พอใจ

“แต่ลูกหนี้ เอ๊ย! ผู้กู้รายนั้น ค้างชำระมาเกินหนึ่งปีแล้วนะครับ”

“ใช่ เขาค้างชำระมาเกินหนึ่งปีแล้ว และเขาก็ยื่นผ่อนผันเรียบร้อยแล้วด้วย คุณจะมาอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้นะ  ฉันให้เลขาของฉันทำรายงานเรื่องนี้ให้คุณไปแล้ว คุณไม่ได้สนใจอ่านเลยใช่ไหม?”

“เอ่อ… แต่ที่”

ไอยรารีบสวน

“ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัว”

นุชิตหงอย ก่อนจะเงยหน้ามาพูดต่อ

“ถ้าผมทำให้ชื่อเสียงบริษัทต้องเสื่อมเสีย ผมขอโทษด้วยแล้วกันครับ ต่อจากนี้เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ผมสัญญา”

“ตามกฎของบริษัท พฤติกรรมที่คุณทำต้องถูกลงโทษโดยการไล่ออก ที่ฉันเรียกคุณมาพบในครั้งนี้ เพื่อจะบอกเรื่องนี้นั่นแหละ”

นุชิตตกใจจนแทบจะตกจากเก้าอี้

“อย่านะครับ อย่าไล่ผมออก ผมทำงานที่นี่มานาน นานกว่าคุณจะเข้ามาเสียอีก คุณจะไล่ผมออกง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้นะ”

“เหรอคะ เดี๋ยวนี้เขาใช้อายุการทำงานวัดอำนาจแทนตำแหน่งกันแล้วหรือ อายุงานฉันน้อยกว่าคุณก็จริง แต่ก็น้อยกว่าแค่ไม่กี่ปี ฉันจึงไม่มีสิทธิ์ไล่คุณออกงั้นเหรอ?”

นุชิตนั่งก้มหน้านิ่ง ก่อนจะตอบอย่างไม่ละอาย

“ครับ”

ไอยราทำหน้านิ่วอย่างรังเกียจในความไร้สามัญสำนึกของชายคู่สนทนา

“ได้… งั้นฉันจะเปลี่ยนทัศนคติคุณใหม่ คนอายุงานน้อยอย่างฉัน ก็ไล่คนอายุงานมากกว่าอย่างคุณได้เหมือนกัน ฉันไล่คุณออกค่ะคุณนุชิต” ไอยราตอบเสียงหนักแน่น ตัดสินชะตานุชิตเด็ดขาดแล้ว

นุชิตอึ้ง เหงื่อตก นี่เขาต้องกลับไปเดินเตะฝุ่นหางานใหม่ตอนอายุเกือบห้าสิบเหรอ

“เชิญคุณออกไปได้แล้ว คุณหมดสภาพในการเป็นพนักงานของที่นี่แล้ว”

นุชิตสูดหายใจ ลมจะจับเสียให้ได้ เขากำหมัดแน่น ยอมเดินก้มหน้าออกไปอย่างผู้พ่ายแพ้ สวนทางกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินเข้ามาในห้อง ไอยราเห็นก็ทักทายหนุ่มคนนี้อย่างกันเอง

“อ้าว… ณเรศ นี่ลมอะไรหอบลูกมา คิดยังไงถึงเข้าบริษัทล่ะวันนี้?”

ณเรศ ลูกชายคนเดียวของไอยราหยุดเดิน ตอบคุณแม่ไปว่า

“ผมตกลงจะมาทำงานที่นี่ตามที่คุณแม่สั่งแล้วครับ”

ไอยรายิ้มแก้มปริ ในที่สุดความพยายามในการโน้มน้าวจิตใจของลูกชายก็ประสบผลสำเร็จ

“จริงหรือลูก งั้นดีเลย แม่มีตำแหน่งว่างให้ลูกพอดี พรุ่งนี้เริ่มงานแรกเลยนะ”

“งานอะไรครับ?” ณเรศเอ่ยถามน้ำเสียงนิ่ง ท่าทางเขาจะไม่ชอบงานที่นี่สักเท่าไหร่

“วันพรุ่งนี้ลูกช่วยไปขอโทษลูกค้าให้แม่ที นายคนนั้นที่แม่เพิ่งไล่ออก ไปทำเสียมารยาทไว้”

ณเรศผงกศีรษะเบา ๆ

“ครับ แล้วผมจะจัดการให้”


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้” ลุงเข้มหน้าซีด...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!