ใจพันธนาการ – ตอนที่ 29

Share
Share

กลางขุนเขาที่แน่นไปด้วยต้นไม้สีเขียวสูงใหญ่ บรรยากาศแวดล้อมไปด้วยหมอกจาง ๆ ที่มีตลอดทั้งปี  วันนี้เป็นวันแถลงข่าวเปิดกิจการบ้านเนินดอยรีสอร์ท ณเรศเนรมิตที่พักอาศัยให้มาอยู่กลางบรรยายกาศเช่นนี้ได้อย่างลงตัว

ขณะนี้มีแขกผู้ใหญ่และนักข่าวหลายสำนักมากันคับคั่ง พวกเขาแบ่งกันนั่งล้อมโต๊ะที่มีอาหารท้องถิ่นของที่นี่

ไอยราเดินขึ้นมากลางเวที เธอพูดใส่ไมโครโฟน

“ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาร่วมวานเปิดบ้านเนินดอยรีสอร์ทในวันนี้ ดิฉันมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่จะนำเสนอรีสอร์ทแห่งนี้ให้ลูกค้าทุกท่านได้มาใช้บริการ เราสัญญาว่าจะดูแลทุกท่านเป็นอย่างดี ดิฉันขอใช้ชื่อเสียงของบริษัทดิเรกธานนท์การเงินจำกัดการันตีค่ะ” ไอยราพูดเสร็จก็ถอยลงเวทีไป

เสียงปรบมือตามมารยาทดังขึ้น ศกรที่อยู่ด้านล่างเดินควงแขนแป้งหอมอวดแขกผู้ใหญ่พร้อมแจกบัตรเชิญงานแต่งไปด้วย ทั้งคู่ยิ้มแย้ม แต่ใครรู้ว่าข้างในใบหน้าอันสดใสนี้ แป้งหอมได้ซ่อนความรู้สึกอึดอัดเอาไว้ข้างใน

เจ้าของผลงานอย่างณเรศ เดินทอดน่องอยู่ท้ายรีสอร์ท สีหน้าเขาดูไม่ยินดีกับผลงานที่ทุกคนต่างยอมรับ  ท่ามกลางบรรยากาศดี ๆ ปลอดโปร่งโล่งใจเช่นนี้ ช่างเหมาะสมเหลือเกิดที่ณเรศจะขบคิดเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิต

“ป๊าสวัสดีครับ!” เสียงสดใสดังขึ้นใกล้กับณเรศ เขาก้มลงมองก็เห็นเด็กชายร่างเล็กยืนยิ้มให้

“อ้าว… แทนใจ” ณเรศแทบจะยิ้มทันทีเมื่อเห็นหน้าเด็กชาย “ไม่เจอกันนานเลย หายไปไหมมา?” ณเรศทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมย่อตัวลงลูบหัวเด็กชายอย่างเอ็นดู

“ผมไม่สบายครับ แต่ตอนนี้หายแล้ว ป๊าไม่ต้องกลัวติดหรอก” แทนใจพูดไปอมยิ้มไป

จากการสังเกต ณเรศเห็นว่าแทนใจดูซูบผอมลงเล็กน้อย

“แล้วแทนเป็นอะไรไม่สบาย?”

“เป็นไข้หวัดธรรมดา ตอนไปหาหมอผมได้แค่น้ำหวานมากิน ไม่โดนฉีดยาเพราะผมไม่ดื้อ”

“งั้นเหรอ แล้วทำไมแทนไม่ไปกินของอร่อย ๆ ในงานล่ะ?”

“ผมไม่รู้จะไปขอใครดี มีแต่คนที่ผมไม่รู้จักทั้งนั้นเลย”

ณเรศยิ้ม

“ป๊าว่าเรามาวิ่งแข่งกันดีกว่า ใครวิ่งไปถึงต้นไม้ต้นนั้นก่อนชนะ”

ณเรศชี้ให้แทนใจมองไปที่ต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้า ซึ่งอยู่ห่างไปไม่เท่าไร

“เอาแล้วนะ เข้าที่! ระวัง! ไป!”

แทนใจออกตัววิ่งนำฉิวไปก่อน ณเรศค่อย ๆ ก้าวตามหลังไป  เด็กน้อยเป็นผู้ชนะ เขาจับต้นไม้ใหญ่ได้ก่อน  ณเรศเดินตามมาเห็นแทนใจหอบแฮ่กเสียงดังก็ตกใจ โผเข้าไปหา อาการของเด็กน้อยดูแย่จนน่าเป็นห่วง

“แทนเป็นอะไรหรือเปล่า?”

ไม่น่าเชื่อว่าเด็กที่เคยแข็งแรงอย่างแทนใจ วิ่งระยะใกล้แค่นี้ก็หอบแล้ว แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเห็นแสดงอาการเหนื่อยอ่อนอย่างนี้เลย หรืออาจเป็นเพราะเด็กชายเพิ่งจะหายจากอาการไข้ก็เป็นได้ เขาจึงไม่ติดใจสงสัย

“ขึ้นขี่หลังป๊าดีกว่า”

ณเรศย่อตัว หันหลังให้เด็กชายขึ้นขี่ แทนใจแทบจะกระโดดเกาะหลังเขาทันที  แล้วณเรศก็ลุกขึ้นพาแทนใจชมพืชพันธุ์ต่าง ๆ บริเวณนี้ที่เด็กชายรู้จักเป็นอย่างดี

ช่วงกลางวันณเรศขับรถพาแทนใจออกไปที่ห้างเพื่อซื้อของเล่น จากนั้นก็เข้าร้านหนังสือซื้อสมุดภาพระบายสีอย่างที่แทนใจชอบ ก่อนกลับพวกเขาแวะกินไอติมคนละถ้วย

วันนี้ทั้งวันแทนใจมีความสุขมากกับการได้อยู่ใกล้ชิดผู้ที่ยอมให้เรียกว่าพ่อได้  ณเรศเองก็ดูมีความสุขมากเช่นกัน แทนใจเป็นเพื่อนคลายเหงาได้มากทีเดียว  เขายังไม่ล้มเลิกความคิดที่จะรับอุปการะแทนใจไว้เป็นบุตรบุญธรรม ไว้รอพิธีแต่งงานเสร็จเมื่อไหร่ เขาจะรีบไปจัดการเรื่องนี้ทันที

กว่าจะกลับมาถึงบ้านเนินดอย อาทิตย์ก็พ้นขอบฟ้าไปแล้ว ณเรศเลี้ยวรถมาส่งแทนใจในรีสอร์ท  ตอนนี้ที่นี่ร้างผู้คนแลเว จะมีก็แต่ลุงเข้มซึ่งดูเหมือนกำลังตามหาหลานชาย  แทนใจรีบเปิดประตูรถ วิ่งแจ้นเข้าไปกอดผู้เป็นลุง

“หายไปไหนมาเจ้าแทน!” ลุงเข้มถามเสียงดุ

ณเรศลงจากรถมาชี้แจงให้ลุงเข้มทราบ “ผมต้องขอโทษลุงเข้มด้วยนะครับที่พาแทนใจออกไปโดยไม่ได้บอกก่อน”

“ถ้าไปกับคุณณเรศผมก็ไม่ว่าอะไรครับ”

“นี่ของฝาก ลุงรับไว้นะครับ” ณเรศยื่นถุงเสื้อผ้าที่ซื้อจากห้างให้

ลุงเข้มเกรงใจที่จะรับ แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธน้ำใจณเรศ

“คราวหลังคุณไม่ต้องซื้ออะไรมาฝากลุงหรอกครับ ลุงเกรงใจ”

“แค่นี้เองครับ ไม่มากมายอะไรหรอก แล้วนี่ทุกคนหายไปไหนหมดครับ?”

“อ๋อ… เห็นคุณไอยราบอกว่าจะไปส่งแขกที่โรงแรมในเมืองครับ พวกเพื่อน ๆ คุณก็ไปด้วยนะ”

ณเรศคิด แป้งหอมต้องอยู่กับศกรแน่ วันนี้เห็นสองคนนี้เกาะแขนกันแน่นอย่างกับปลาหมึก  เขาไม่ยอมให้ทั้งคู่มีความสุขเกินหน้าเกินตาเขา

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ณเรศลาลุงเข้ม โบกมือลาแทนใจแล้วรีบขึ้นรถ ขับมันออกไปอย่างรวดเร็ว

ที่โรงแรมระดับหรูที่สุดในจังหวัดนี้ ไอยราเปิดห้องพักสำหรับแขกที่เดินทางมาไกลหรือมาจากต่างประเทศ  สาเหตุที่ไม่สามารถพักที่บ้านเนินดอยรีสอร์ทได้ เพราะพนักงานที่นั่นยังไม่พร้อม จึงต้องให้มาพักที่นี่แทน

“ขอบคุณมากนะคะมิสเตอร์จอห์นที่อุตส่าห์มาร่วมงานของฉันในวันนี้” ไอยรากล่าวกับเพื่อนต่างชาติของเธอ

“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีมาร่วมงานเสมอ เพียงแค่คุณไม่ลืมเชิญผมก็พอ” มิสเตอร์จอห์นตอบด้วยภาษาไทยสำเนียงไม่ชัด

“ฉันไม่ลืมเพื่อนดี ๆ อย่างคุณหรอกค่ะ พักผ่อนเถอะนะคะ ฉันไม่รบกวนคุณแล้ว”

“ราตรีสวัสดิ์ครับ” มิสเตอร์จอห์นกล่าวแล้วโน้มศีรษะลงมาหอมแก้มไอยราตามธรรมเนียมฝรั่ง ก่อนจะเข้าห้องพักไป

ณเรศเดินเข้ามาฉุดแขนแป้งหอม เธอตกใจที่จู่ ๆ เขาก็โผล่เข้ามา

“ขอตัวเจ้าสาวแกเดี๋ยวนะ” ณเรศพูดกับศกรแล้วลากแขนแป้งหอมออกมาที่บันไดหนีไฟ

“อะไรของคุณคะ?” แป้งหอมสะบัดแขนให้พ้นจากพันธนาการของเขา

ณเรศไม่ตอบ ได้แต่มองตาเธออย่างอาลัย  ต่อจากนี้เขาคงไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดเธอง่าย ๆ แบบนี้อีก

“คุณมีธุระอะไรคะ?”

ณเรศเงียบ ยังมองตาเธออยู่อย่างนั้น แป้งหอมอึดอัดใจ สะบัดหน้าจะเดินหนีเขา แต่เขาเอื้อมมือรั้งเธอไว้

“เดี๋ยวก่อนสิแป้งหอม”

แป้งหอมหันกลับมา

“คุณมีอะไรก็รีบพูดมาเถอะค่ะ หายออกมานานคนอื่นจะสงสัยเอา”

“กลัวไอ้ศกรจะเข้าใจเธอผิดเหรอ เธอคิดดีแล้วใช่ไหมที่จะแต่งงานกับมัน?”

“ถ้าคุณยังจะพูดเรื่องนี้อยู่อีก ฉันขอตัวนะคะ”

แป้งหอมหันหลังจะเดินหนี ณเรศรีบมาขวางทางเธอ

“ตอบฉันมาก่อนสิ เธอรักไอ้ศกรจริงเหรอ?”

แป้งหอมหวั่นไหวกับคำถาม จะให้เธอตอบตามความจริงว่าเธอไม่ได้รักศกรงั้นเหรอ

“ตอบฉันมาสิว่าเธอไม่ได้รักมัน” ณเรศรบเร้า

“จะให้ฉันตอบอีกสักกี่ครั้งคุณถึงจะพอใจ ฉันตัดสินใจจะแต่งงานกับคุณศกร คุณโปรดเคารพการตัดสินใจของฉันด้วยค่ะ” แป้งหอมกระแทกเสียงใส่ณเรศ

“พูดดี ๆ กับฉันบ้างไม่ได้หรือไง?” ณเรศพูดเสียงนุ่มนวล

“ทำไมฉันต้องพูดดี ๆ กับคุณด้วย ในเมื่อคุณไม่เคยให้เกียรติฉัน ดูถูกเหยียดหยามฉันสารพัด มันสมควรแล้วไม่ใช่เหรอที่ฉันจะพูดจาอย่างนี้ใส่คุณบ้าง  แล้วไม่ใช่คุณเหรอคะที่ยัดเยียดให้ฉันรักกับคุณศกร ยังต้องมาถามอะไรอีก?”

“ฉันรู้ว่าเธอโกรธ ฉันแค่อยากให้เธอยกโทษให้ฉันสักครั้ง อภัยให้ฉันเถอะนะแป้งหอม” ณเรศคว้ามือเธอมากุมพลางบีบแน่น

“ฉันขอปฏิเสธ หวังว่าคุณจะไม่โกรธ” เธอสะบัดมือเขาทิ้ง

ณเรศอ่อนใจ ทำไมเธอไม่ลดอคติลงบ้าง

“เราจะพูดกันดี ๆ สักครั้งไม่ได้เลยหรือไง?”

แป้งหอมหันมามอง จ้องเขาแขม็งแล้วตอบเสียงหนักแน่น

“ไม่ได้ค่ะ!”

“แล้วเมื่อไหร่ที่ฉันจะได้รักเธอล่ะแป้งหอม?”

แป้งหอมจังงัง คำถามเมื่อครู่จริงจังหรือแค่ล้อกันเล่น เขาจะรักผู้หญิงที่เขาตีค่าต่ำได้เหรอ ความจริงแล้วเขาคิดยังไงกับเธอกันแน่ เธอชักจะสับสนเสียแล้ว ทำไมความรักถึงได้วุ่นวายแบบนี้ จึงรีบตอบคำถามนั้นอย่างไม่ทันได้ไตร่ตรองดีนัก

“คงเป็นตอนที่ฉันรักคุณมั้งคะ”

ณเรศหน้าจ๋อย

“งั้นคงไม่มีวันที่ฉันจะมีโอกาสได้รักเธอหรอกสินะ เพราะยังไงเธอก็ไม่คิดจะรักฉันอยู่แล้ว”

คำพูดตัดพ้อฟังดูหดหู่ของณเรศ ทำให้แป้งหอมพลอยเศร้าใจไปด้วย เธอเห็นเขาหยิบสิ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋าด้านหลังกางเกง  มันเป็นตลับขนาดเล็กที่เปิดออกมามีแหวนวงเล็ก ๆ ซึ่งณเรศชอบหยิบมาดูอยู่ประจำ

“นี่เป็นแหวนที่ฉันจะใช้ขอเธอแต่งงาน แต่มันก็ไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่นั้นแล้ว  ฉันคิดอยู่นานว่าควรให้เธอดีไหม แล้วก็ตัดสินใจเอามันมาให้เธอวันนี้ เธอจะเก็บไว้หรือเอาทิ้งฉันก็ไม่ว่า แต่รับมันไปเถอะ”

ณเรศมอบแหวนให้แป้งหอม เธอไม่ยอมยื่นมือมารับ เขาจึงต้องยัดมันไว้ในมือเธอแล้วรีบเดินจากไป  หญิงสาวก้มหน้าลง มองแหวนที่เธอกำไว้แน่น พลางน้ำตาก็ร่วงผล็อย

ชายหนุ่มเดินออดมาจากชั้นนั้นด้วยความสิ้นหวัง ตอนนี้ไม่สามารถฉุดรั้งเธอได้แล้ว สิ่งที่เขาอยากทำวันนี้ก็ได้ทำแล้ว  เขาเดินลงบันไดหนีไฟมาได้ระยะหนึ่งนิตาก็โผล่ออกมา

“เป็นอะไรไปคะคุณณเรศ?” นิตาถาม

“ปะ… เปล่านี่”

“อย่าปฏิเสธดีกว่าค่ะ นิตาแอบฟังคุณคุยกับแป้งหอมจนรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว”

ณเรศยิ้มจาง “งั้นเหรอ คุณคงรู้แล้วสินะว่าผมชอบแป้งหอม ผมคงทำให้คุณผิดหวังมากใช่ไหม ขอโทษด้วยแล้วกันนะ”

นิตาฝืนยิ้มให้ณเรศ มันเป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความรู้สึกใด ๆ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ นิตาเข้าใจและเชื่อว่าคุณต้องตัดใจจากแป้งหอมได้ ก่อนเราจะเข้าพิธีกัน  คุณอย่าเศร้าไปเลยนะคะ เอาเป็นว่าเราออกไปหาอะไรดื่มเพื่อลืมเรื่องทุกข์กันเสียหน่อยดีไหม?”

ณเรศพยักหน้า ก่อนนิตาจะจูงมือพาเขาเดินออกไป

เสียงเพลงดังอึกระทึกที่คนธรรมดาเข้าไปอาจรำคาญ แต่มันกลับปลุกใจคนเมาให้ลุกขึ้นมาเต้นปล่อยอารมณ์  แสงสีกระพริบวิบวาวทั่วสถานที่นี้ณเรศเคยมาแล้วครั้งหนึ่ง  ที่นี่คือผับประจำของหมู่เพื่อนสาวของนิตา

“อ้าว… ดูสินั่นใครมา” ริต้าตะโกนขึ้น

“กรี๊ด… ยายนิตาพาหนุ่มคนเดิมมาเที่ยวอีกแล้ว” นุ่นพูดในมือถือแก้วไวน์

ข้างกายของทั้งสองสาวคือแฟนหนุ่มคนใหม่ของพวกเธอ

“ใครมันจะอย่างพวกเธอล่ะ เปลี่ยนผู้ชายเป็นว่าเล่นทุกอาทิตย์” นิตาแซวเพื่อนสาวพร้อมพาณเรศมานั่งร่วมวงด้วย

“แต่คนนี้รักแท้ของฉันจริง ๆ นะแก” นุ่นพูด

“ใช่ เขาคือรักแท้ รักเดียว และรักครั้งสุดท้ายของพวกเรา” ริต้าว่าพลางคลอเคลียแฟนหนุ่ม ที่เธอพูดอย่างนี้ได้เพราะสูญสติสัมปชัญญะให้แอลกอฮอล์ไปแล้ว

“ฉันเห็นแกสองคนพูดอย่างนี้กับผู้ชายทุกคนนั่นแหละ” นิตาพูดแล้วหันมาถามณเรศ “คุณจะสั่งอะไรดีคะ?”

“แล้วแต่คุณเถอะครับ” ณเรศตอบเสียงเรียบ สายตาของเขาเหม่อลอยไม่สนใจคนถามแม้แต่น้อย

นิตาถอนใจ รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ณเรศไม่เคยสนใจใยดีอะไรเธอเลย เธอทำทุกวิถีทางที่จะเรียกความสนใจจากเขา แต่ไม่เคยได้ผล


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้” ลุงเข้มหน้าซีด...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!