นิยาย

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 26

Share

ในห้างสรรพสินค้า แป้งหอมเดิมมากับศกร ในมือของพวกเขาหิ้วถุงกระดาษจากร้านเสื้อผ้า

“คุณนิตานี่เลือกเสื้อผ้าเก่งจังเลยนะคะ ดูซิเลือกมาให้ฉันตั้งเยอะ คุณก็บ้าซื้อให้ฉันหมด” แป้งหอมพูดพลางยกถุงกระดาษขึ้นมาให้ศกรดู

“ยายนั้นก็รสนิยมดีเหมือนกันนะ คุณชอบเสื้อผ้าพวกนี้ไหม?”

“ชอบค่ะ!”

“แล้ว… ชอบผู้ชายอย่างผมไหม?”

ได้ยินคำถามแป้งหอมก็อึ้ง เธอฝืนยิ้มก่อนตอบศกรไปไม่ให้เสียน้ำใจ

“ชอบค่ะ แต่คราวหลังไม่ต้องพาฉันมาซื้อของแพง ๆ แบบนี้อีกนะ ฉันเกรงใจคุณ”

“ครับผม!” ศกรตอบเสียงหนักพร้อมทำท่าตะเบ๊ะเหมือนทหาร ทั้งคู่หัวเราะให้กันท่าทางสนุกสนาน ก่อนจะเลี้ยวเข้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง

นิตาคล้องแขนณเรศเดินเข้าร้านขายเครื่องประดับ ในร้านมีประกายเพชรพลอยวิบวับทั่วทุกมุม นิตาพาณเรศมาหยุดอยู่หน้าตู้แหวนเพชร

“นิตาเห็นคุณศกรเขาซื้อแหวนเพชรให้แป้งหอม นิตาอยากได้บ้าง คุณซื้อให้นิตาหน่อยได้ไหม?” นิตาคลอเคลียออดอ้อนณเรศ

ณเรศอยากจะตีตัวออกห่าง ตอบเธอห้วน ๆ ไปว่า

“คุณอยากได้วงไหนก็เลือกเลย ผมซื้อให้สักวงก็ได้”

“ไม่เอาค่ะ คุณเลือกให้นิตาหน่อยสิคะ”

“ผมเลือกไม่เป็น คุณชอบวงไหนก็เอามาเถอะ”

นิตาผละออกจากณเรศ

“ทำไมพูดเหมือนไม่ใส่ใจนิตาแบบนี้ล่ะ เรากำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้วนะ หรือว่าคุณยังตัดใจจากนังเด็กกำพร้านั่นไม่ได้ ใช่สิ… ก็คุณรักมันนี่ ใจคุณคงอยู่ที่มันหมดแล้ว แม้แต่เศษใจก็คงไม่เหลือไว้ให้นิตา” นิตาประชดประชันชุดใหญ่

“ก็ผมกำลังจะแต่งงานกับคุณแล้วไง จะพูดถึงคนอื่นทำไม?”

“งั้นคุณก็บอกนิตามาสิ ว่าคุณไม่ได้รักนังคนจนคนนั้น”

“ผมไม่เคยนึกรักแป้งหอม แม้แต่เพื่อนผมก็ไม่เคยคิด” ณเรศตอบอย่างทรมานใจ แล้วเดินฮึดฮัดออกจากร้าน

ที่ห้องประชุมของบริษัทดิเรกธานนท์ การเงินจำกัด วันนี้มีเรื่องประชุมหลายเรื่องและทุกเรื่องผ่านมติเห็นชอบจาองค์ประชุมหมด จนมาถึงเรื่องสุดท้าย โครงการรีสอร์ทหาดพันแสง แสงสรวลยื่นเรื่องนี้เข้าที่ประชุม

“ผมเห็นว่าที่รีสอร์ทหาดพันแสงบรรยากาศดี ถ้าเราปรับปรุงสถานที่อีกนิด ผมมั่นใจว่ารีสอร์ทแห่งนี้ต้องกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้งแน่นอน” แสงสรวลกล่าว

“ก็ดีนะคะ เจ้าของเดิมเขาก็ออกแบบไว้สวยมาก ฉันเห็นด้วยกับโครงการนี้ค่ะ” ไอยรายกมือเห็นด้วย

องค์ประชุมท่านอื่นหันหน้าหารือกัน ก่อนจะค่อย ๆ ทยอยยกมือตามกันจนครบทุกคน เป็นอันว่าโครงการรีสอร์ทหาดพันแสงผ่านการอนุมัติ เหลือแต่หาคนมารับผิดชอบโครงการ

“ขอบคุณทุกท่านครับที่เห็นด้วยกับผม แล้วใครคิดว่าจะรับผิดชอบโครงการนี้ได้ดีที่สุดครับ?” แสงสรวลถาม

ณเรศมองแป้งหอมที่ทำหน้าเฉยชาใส่ ก่อนจะตัดสินใจยืนขึ้น

“ผมขออาสารับผิดชอบโครงการนี้เองครับ”

ศกรเห็นณเรศออกตัวเด่นเกินหน้าเกินตา เขาจึงยืนขึ้นพูด หมายจะชิงโครงการนี้มารับผิดชอบเองให้ได้

“ผมว่าผมเหมาะสมที่จะรับผิดชอบโครงการนี้มากกว่าครับ เพราะตอนนี้ณเรศรับผิดชอบโครงการบ้านเนินดอยรีสอร์ทที่กำลังจะเปิดให้บริการไปโครงการหนึ่งแล้ว คงจะยุ่งจนไม่มีเวลามารับผิดชอบอีกโครงการ”

“อืม… มันก็ใช่นะ งั้นผมขอมอบโครงการนี้ให้ศกรดูแลแล้วกัน ทุกท่านเห็นด้วยไหมครับ?” แสงสรวลกล่าว

องค์ประชุมทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ณเรศทิ้งตัวลงนั่งที่เดิม แอบผิดหวังกับโอกาสนี้เล็กน้อย

ช่วงนี้เป็นช่วงใกล้เปิดบริการของบ้านเนินดอยรีสอร์ท ณเรศจำเป็นต้องเข้าออกที่นี่เป็นประจำ หากไม่ติดงานที่บริษัท เขาจะนอนค้างที่นี่แล้วตื่นมาลุยงานต่อแต่เช้า

วันนี้ก็เช่นกัน ณเรศต้องเข้ามาที่บ้านเนินดอยรีสอร์ทอีกครั้ง หลังจากติดประชุมเมื่อวาน เขาขับรถมากับอดีตเลขาสาวนามแป้งหอม ซึ่งเธอขอตามมาด้วยเพื่อถ่ายภาพสำหรับนำไปประกอบในรายงาน

“คุณเจอแทนใจบ้างไหม? ฉันมาหาเขาหลายครั้งแต่ก็ไม่เจอ คุณมาที่นี่บ่อย คงจะเห็นใช่ไหม?” แป้งหอมถาม

“อ้าว… เธอไม่ได้รับแทนใจไปอยู่ด้วยหรอกเหรอ?”

“นี่หมายความว่าคุณก็ไม่เจอแทนใจเหมือนกันงั้นสิ?”

“ใช่… แล้วแทนใจหายไปไหน?”

ณเรศขับรถมาถึงในรีสอร์ทก็รีบดับเครื่อง แล้วลงไปหาลุงเข้มที่กำลังกวาดใบไม้อยู่ แป้งหอมตามหลังมาติด ๆ

“คุณณเรศสวัสดีครับ” ลุงเข้มยกมือไหว้

ณเรศรับไหว้

“ช่วงนี้ผมไม่เจอแทนใจเลย เขาหายไปไหนเหรอครับ?”

ลุงเข้มได้ยินคำถามก็อ้ำอึ้งที่จะตอบ เขาตอบอย่างตะกุกตะกักไปว่า…

“คือ… ไอ้แทนมันก็เล่นกับเด็กแถวนี้แหละครับ หลังจากที่คุณณเรศดุมันว่าไม่ให้เข้ามาที่นี่ มันก็ไม่กล้ามาอีกเลย” ลุงเข้มก้มหน้าตอบ ดูเหมือนเขาจะมีอะไรปิดบังเอาไว้อยู่

ณเรศทำหน้าไม่เชื่อ

“จริงเหรอครับ?”

เหลืออีกสามสัปดาห์งานแต่งของณเรศกับนิตา และศกรกับแป้งหอมก็จะจัดขึ้น ตามฤกษ์งามของอาจารย์เขียว วันนี้จึงต้องมาลองชุดแต่งงานที่เวดดิ้งสตูดิโอ แต่ณเรศและแป้งหอมติดธุระไม่สามารถมาได้ มีแต่ศกรและนิตาที่มาลองชุดกันแค่สองคน

ศกรและนิตาในชุดแต่งงานดูเข้ากันดีกำลังยืนอยู่ในห้องถ่ายรูป ระหว่างที่รอช่างภาพเตรียมกล้องให้พร้อมช่างแต่งหน้าก็มาซับหน้าให้แล้วพูดขึ้นมา

“คุณสองคนนี่เป็นเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ดูเหมาะสมกันมากเลยนะคะ หล่อสวยกันทั้งคู่ ใครเห็นต้องอิจฉาแน่เลยค่ะ”

“เราสองคนไม่ได้จะแต่งงานกันครับ แค่มาด้วยกันเฉย ๆ” ศกรรีบปฏิเสธ

“คู่แต่งงานจริง ๆ ของเราต่างติดธุระ วันนี้มากันไม่ได้ค่ะ” นิตาอธิบาย

“อุ้ย! ตายจริง ขอโทษนะคะที่เข้าใจผิด แต่คุณสองคนดูเหมาะสมกันจริง ๆ นี่ถ้าไม่บอก ใครก็ดูไม่ออกนะคะว่าไม่ได้จะแต่งงานกัน”

ศกรหันไปมองนิตา ทำไมใคร ๆ ก็มองว่าทั้งสองเหมาะสมกัน ทั้งที่ทั้งสองไม่ได้มองอย่างนั้น  ช่างภาพที่เตรียมกล้องและอุปกรณ์พร้อมแล้วก็หันมาตะโกนเรียกศกรและนิตา

“เจ้าบ่าวเจ้าสาวเชิญครับ”

“เราไม่ได้เป็นอะไรกันครับ” ศกรรีบพูด

ไหน ๆ ก็มาถึงเวดดิ้งสตูดิโอแล้ว ชุดแต่งงานก็ใส่เต็มยศ ศกรและนิตาเลยแชะภาพคู่กันสักภาพตามคำยุยงของช่างแต่งหน้าและช่างภาพ ไม่นานภาพนั้นก็ถูกพิมพ์ออกมาพร้อมกับภาพเดี่ยวในอิริยาบถต่าง ๆ ของทั้งสอง ศกรและนิตาหยิบภาพคู่ออกมาดู

“ดูนี่สิ ถ่ายรูปกับคุณฉันดูหมองตามคุณไปเลย ถ้าถ่ายคู่กับคุณณเรศ คงไม่ออกมาดูแย่แบบนี้หรอก” นิตาติรูปภาพ

ศกรแลหางตาใส่นิตา

“พูดอย่างกับเธอสวยนักนี่ ใครกันแน่ที่ดูหมอง ฉันว่าเธอฉุดฉันลงต่างหากนะ”

“อี๋… พูดมาได้ ถ้าฉันไม่สวยแล้วคุณณเรศจะยอมแต่งงานด้วยเหรอ?”

“ฮึ! คิดว่าฉันรู้ไม่ทันเธอหรือไง เรื่องวันนั้นที่ไอ้ณเรศข่มขื่นเธอน่ะ โกหกทั้งเพใช่ไหม?”

นิตาอึ้ง ตกใจที่ศกรกล่าวความจริง

“ชะ… ใช่ที่ไหนเล่า ฉันจะโกหกทำไม ว่าแต่คุณเถอะ คิดว่ายายเด็กกำพร้าจน ๆ นั้นรักคุณมากนักหรือไง ฉันมองแล้วดูเหมือนมันจะรู้สึกเฉย ๆ กับคุณมากกว่านะ”

ศกรเบนหน้าหนี ก็จริงอย่างที่นิตาว่า ตอนนี้ทั้งคู่ต่างเมินกัน เจ็บมากที่ถูกแทงกลางใจดำ ความรักปลอม ๆ ที่ถูกแสแสร้งขึ้น มันไม่ทำให้ใครมีความสุขได้หรอก

“แล้วจะเอายังไงกับรูปนี้?” ศกรหันมาถามนิตา

นิตาชูรูปที่เธอคิดว่าน่าเกลียดที่สุดในชีวิตขึ้นมาพิจารณา จะจัดการกับรูปนี้ยังไงดี ขืนปล่อยให้คู่แต่งงานเห็นมีปัญหาแน่

“ฉันจะเอามันไปเผาทิ้งที่บ้านก็แล้วกัน” นิตาพูด

“ก็ดี… ฉันก็จะเอาไปเผาทิ้งเหมือนกัน” ศกรพูด

นิตาใส่รูปใบนั้นไว้ในซองสีน้ำตาลแล้วเดินไปขึ้นรถ ติดเครื่องยนต์และขับออกไปจากหน้าเวดดิ้งสตูดิโอ หลังจากนิตาออกไปแล้ว ศกรก็พินิจพิเคราะห์รูปที่ถ่ายคู่กับนิตาอีกครั้ง จะให้เอาไปเผาทิ้งเหรอ ศกรลังเลใจพูดระบายออกมา

“เธอจะเผามันทิ้งจริง ๆ เหรอ รังเกียจมากนักหรือไงที่ถ่ายรูปกับฉัน”

พึมพำกับตัวเองจบ ศกรก็เดินถือภาพไปที่เคาน์เตอร์

“มีอะไรให้ช่วยคะ?”

“คือ… ช่วยใส่กรอบรูปนี้ให้หน่อยครับ เอากรอบที่แพงที่สุดในร้านนี้เลย” ศกรพูดพร้อมส่งรูปคู่กับนิตาให้พนักงาน

พนักงานรับมา

“ได้ค่ะ พรุ่งนี้มารับได้เลยนะคะ นี่ใบรับของค่ะ” พนักงานพูดพร้อมยื่นกระดาษใบเล็ก ๆ ให้ศกร

“ขอบคุณครับ”

ศกรรับมาเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อ เขาเดินออกมาขึ้นรถแล้วขับออกไป ไม่นานรถมินิของนิตาก็ขับเข้ามาจอดเทียบหน้าเวดดิ้งสตูดิโออีกครั้ง เธอเดินเข้ามาพร้องซองสีน้ำตาลในมือ

“สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ช่วยคะ?”

“ช่วยใส่กรอบรูปนี้ให้ด้วยค่ะ” นิตาพูดแล้วส่งซองสีน้ำตาลให้พนักงาน

พนักงานรับมา

“ได้ค่ะ ไม่ทราบว่าจะเอากรอบแบบไหนดีคะ?”

“เอาแบบไหนก็ได้คะ เอาแบบแพงที่สุดในร้านเลยก็ได้”

“ค่ะ งั้นพรุ่งนี้คุณมารับได้เลยนะคะ นี่ใบรับของค่ะ” พนักงานส่งกระดาษใบเล็กให้นิตา นิตารับมาแล้วรีบเดินออกไป

เสียงเรียกเข้ามือถือของแป้งหอมดังขึ้น เธอหยิบมันออกมาจากกระเป๋ากระโปรง ไม่ทันมองชื่อสายเรียกเข้าก็กดรับสายแล้วยกขึ้นแนบหูทันที

“สวัสดีค่ะ” แป้งหอมกรอกเสียงใส่โทรศัพท์

“แป้งหอม!” เสียงคุ้นเคยดังขึ้น ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นณเรศเจ้านายเก่าของเธอ ไม่รู้เขาโทรมาหาเธอทำไม มีเรื่องอะไรสำคัญ “ตอนนี้เธออยู่ไหน รถฉันเสียขับกลับบ้านไม่ได้ เธอนั่งแท็กซี่มารับฉันหน่อยสิ แถวนี้หาแท็กซี่ไม่ได้เลย”

“อ้าว… รถคุณเสียจะโทรหาฉันทำไมคะ คุณต้องโทรหาพี่มอดให้มารับคุณถึงจะถูก”

“อะไรกัน แค่นี้ก็ไม่มีน้ำใจช่วยเหลือเลยเหรอ ฉันคิดผิดใช่ไหมที่เวลามีปัญหาจะนึกถึงเธอเป็นคนแรก”

แป้งหอมถอนหายใจ หนีจากณเรศไม่พ้นจริงด้วย เธอกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ด้วยอารมณ์เบื่อหน่าย

“ก็ได้… แล้วตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน?”

แป้งหอมตั้งใจฟังณเรศบอกสถานที่ที่เธอต้องไปหาเขา

รถแท็กซี่ขับมาจอดเทียบทางเดินข้างถนน บนนี้มีณเรศเท้าเอวสบายใจอยู่ แป้งหอมบอกคนขับให้จอดรอเดี๋ยว แล้วเปิดประตูลงไปหาณเรศ ณเรศเดินมายื่นแบงก์พันให้คนขับ

“นี่ครับค่ารถ ไม่ต้องทอนนะ ขอบคุณที่พาเธอมาส่ง คุณไปรับลูกค้าคนอื่นต่อได้เลย” ณเรศพูดกับคนขับแท็กซี่

คนขับรับเงินมา ยกมือไหว้ขอบคุณแล้วขับรถออกไป ทิ้งคนที่บอกให้จอดรอยืนงงอยู่ข้างทาง  แป้งหอมเดินมาตีแขนณเรศเบา ๆ ทีหนึ่ง

“นี่คุณ! ไปไล่เขาแบบนั้นแล้วเราจะกลับกันยังไง?”

“ก็กลับรถฉันไง”

“ไหนบอกว่ารถคุณเสีย นี่โกหกฉันเหรอ?”

“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโกหกเธอนะ แค่อยากเลี้ยงข้าวเธอสักมื้อเท่านั้น”

“ขอบคุณสำหรับน้ำใจนะคะ แต่ฉันไม่สะดวกในตอนนี้ ขอตัวก่อนค่ะ” แป้งหอมพูดแล้วเดินหนี

ณเรศคว้ามือเธอไว้

“เดี๋ยวสิ อยู่กินข้าวด้วยกันสักมื้อ มันคงไม่เสียเวลาอะไรมากหรอก อ๋อ… เธอคงจะเก็บท้องไว้กินข้าวกับไอ้ศกรใช่ไหม กินข้าวกับมันคงอร่อยกว่ากินกับฉันสินะ”

“ค่ะ เป็นใครถ้าได้กินข้าวกับคนที่ตัวเองรักก็มีความสุขทั้งนั้น ฉันว่าคุณเอาเวลาที่มาหลอกฉัน ไปชวนว่าที่เจ้าสาวของคุณมากินข้าวด้วยจะดีกว่านะ ขอตัวค่ะ” แป้งหอมพูดแล้วจ้ำเท้าหนี

ณเรศคว้ามือแป้งหอมเป็นครั้งที่สอง

“ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันจะได้ไปเสียที”

“พรุ่งนี้เธอไปหาดพันแสงกับไอ้ศกรใช่ไหม?”

“ค่ะ  คุณรู้อยู่แล้วจะถามอีกทำไม?”

“ฉันขอไปที่นั่นด้วยนะ”

“ไม่ได้ค่ะ ฉันไปทำงานไม่ได้ไปเที่ยว คุณจะตามไปทำไม?”

“ไม่ให้ฉันไปแบบนี้แสดงว่าเธอกับไอ้ศกรไม่ได้แค่ไปทำงานกัน ต้องมีอะไรอย่างอื่นแน่ ถ้าบริสุทธิ์ใจก็ให้ฉันไปด้วยสิ”

แป้งหอมโกรธที่ณเรศพูดเหมือนเธอกับศกรจะไปทำมิดีมิร้ายกัน ยกมือขึ้นจะตบเขา

“เอาสิ ตบฉันให้ตายไปเลย คนแถวนี้ฉันได้รู้ว่าเธอมันใจดำแค่ไหน”

แป้งหอมถอนหายใจระบายอารมณ์ออกมา ลดมือที่ยกลง

“ที่ฉันไม่ตบคุณไม่ใช่เพราะฉันไม่กล้านะ แต่ฉันเห็นว่าคุณโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว น่าจะมีความคิด หวังว่าคุณจะเข้าใจนะว่าฉันไปทำงาน ไม่ได้ไปทำอะไรอย่างที่คุณว่า พรุ่งนี้เราคงไม่เจอกันที่หาดพันแสงนะคะ”

พูดจบแป้งหอมก็สะบัดหน้าเดินหนีณเรศ ทิ้งให้ชายหนุ่มมองตาม เจ็บใจกับคำพูดไม่มียื่อใยของเธอ เขาเสียใจที่พยายามพูดดีด้วยแต่ไม่สำเร็จ ตอนนี้เขาโกรธตัวเองมากกว่าโกรธผู้หญิงที่เพิ่งจากไป


Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้” ลุงเข้มหน้าซีด...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

error: Content is protected !!