นิยาย

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 22

Share

ณเรศขับรถออกมาจากบ้านเนินดอย แทนใจนั่งตักแป้งหอม สีหน้าณเรศดูจะโกรธแป้งหอมอยู่ แป้งหอมหน้าจ๋อยพยายามง้อณเรศ

“คุณโกรธฉันเหรอ ฉันขอโทษนะ”

ณเรศหันมามองแป้งหอมแล้วเมินใส่ แป้งหอมชูนิ้วก้อยจะขอเกี่ยวคืนดีกับเขา แต่เขากลับปัดมือเธอ

กว่าที่ทั้งสามจะกลับมาถึงบ้านประภากรณ์ก็มืดแล้ว ณเรศขับรถเข้าไปจอดที่โรงจอดรถ ทั้งหมดพากันเดินออกมาจะเข้าบ้าน เจอนิตาที่มาดักรออยู่นาน ด้วยความคิดถึงนิตาเข้าสวมกอดณเรศทันที

“ไปไหนมาคะ นิตาเข้าไปหาที่บริษัทก็ไม่เจอ เลยมารอคุณที่บ้านตั้งแต่หัวค่ำ วันนี้นิตาซื้อ เอ๊ย! ทำกับข้าวมากินมื้อเย็นกับคุณตั้งหลายอย่างแน่ะ ไปค่ะ เราไปกินข้าวกันเถอะ นิตาให้แหววจัดโต๊ะรอแล้ว” นิตาจะจูงณเรศเข้าบ้าน เธอเพิ่งสังเกตเห็นผู้ไม่ประสงค์จะเจออย่างแป้งหอม ข้าง ๆ ยังมีเด็กที่ดูมอมแมมอยู่อีกคน

“คุณณเรศ ไอ้เด็กสกปรกนี่มาได้ยังไงคะ ทำไมคุณไม่เอาเงินให้มันแล้วไล่ ๆ ไปซะ มาตื้ออยู่ได้พวกเด็กขอทานเนี่ย” นิตาพูดพลางทำท่าขยะแขยงแทนใจ

ณเรศถอนหายใจก่อนตอบ แอบโมโหเล็กน้อยกับพฤติกรรมของนิตา

“เด็กคนนี้ชื่อแทนใจ ผมกำลังจะรับไว้เป็นลูกบุญธรรม”

นิตาหน้าเสีย รีบแสร้งทำเป็นเอ็นดูแทนใจ

“อ้าว…หรือคะ นิตาขอโทษด้วยนะคะนิตาไม่รู้” นิตานั่งลงจับแก้มของแทนใจ “แหม… ชื่อแทนใจเหรอจ๊ะ น่ารักจังเลย ถ้าณเรศเป็นพ่อ งั้นนิตาก็เป็นแม่น่ะสิ” นิตายิ้ม

“ไม่ใช่! ป้าไม่ใช่แม่ผม ผมมีแม่คนเดียวคือม๊าแป้งหอม ป้าอย่ามามั่วนะ” แทนใจพูดห้วน ๆ เข้าไปกอดขาแป้งหอมอวดความสัมพันธ์ให้นิตาเห็น

นิตาลุกขึ้นยืน โกรธที่ถูกเรียกว่าป้า เธอกัดฟันกรอด เพราะทำอะไรเด็กตัวเล็กไม่ได้

ณเรศเดินนำแป้งหอมและแทนใจเข้าไปในบ้าน ทิ้งนิตาให้ยืนอิจฉาอยู่นอกบ้าน

“หนอย… เรียกฉันว่าป้างั้นเหรอไอ้เด็กผี” นิตาพึมพำก่อนจะกระทืบเท้าตามเข้าบ้านไป

ไอยรากำลังนั่งชมข่าวจากโทรทัศน์ ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาก็หันไปดู แล้วเธอก็ยิ้มแก้มปริที่เห็นแป้งหอมเดินเข้าบ้านมากับณเรศ

“อ้าว… กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ แล้วนั่นพาใครมาด้วยเอ่ย หรือว่าจะเป็นหนูแทนใจที่เคยเล่าให้แม่ฟัง” ไอยราทักทาย

“สวัสดีค่ะคุณน้า” แป้งหอมไหว้ไอยราแล้วหันมาพูดกับแทนใจ “แทนไหว้คุณย่าสิจ๊ะ”

แทนใจว่าง่าย แป้งหอมสั่งอะไรก็ทำตาม เขาพนมมือแล้วไหว้ไอยราอย่างน่ารัก ไอยราเห็นแล้วก็ปลื้มใจ

“แหม… น่ารักสมกับที่ณเรศว่าไว้ไม่มีผิด มาให้ย่าอุ้มทีนะ” ไอยรากางแขนรอรับแทนใจ

แทนใจเดินยิ้ม ๆ เข้ามากอดไอยรา ไอยราได้มองใบหน้าเล็ก ๆ ของแทนใจก็รู้สึกชอบขึ้นมา เธอหอมที่หน้าผากเด็กน้อยฟอดใหญ่แล้วเขาก็ยอเธอว่า

“คุณย่าทั้งสวยทั้งใจดี ผมรักคุณย่าที่สุดเลย”

“แหม… ปากหวานจริงนะเรา แล้วนี่กินข้าวทานปลากันมาหรือยัง?”

“ยังครับ”

“งั้นเราไปกินข้าวกันเลยดีกว่า ย่าหิวแล้ว”

“ครับ”

“หอมย่าทีหนึ่งก่อน”

แทนใจหอมแก้มไอยราตามคำขอ แล้วก็ถูกพาเข้าห้องรับประทานอาหาร นิตาที่เดินตามหลังมารีบเข้าสวมกอดแขนณเรศ แล้วยังหันไปยิ้มเยาะเย้ยแป้งหอมอีก

“ณเรศขา… นิตาหิวแล้วคุณไปกินข้าวฝีมือนิตานะคะ”

ณเรศหันไปมองแป้งหอม หญิงสาวที่กำลังทำเป็นเมิน แกล้งเป็นไม่สนใจเขา นิตาเดินควงณเรศเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร ณเรศจึงดึงแป้งหอมเข้ามาด้วย

“อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนนะแป้งหอม” ณเรศกล่าว

“ไม่ล่ะค่ะ ไว้โอกาสหน้าดีกว่า วันนี้ฉันรบกวนคุณมากแล้ว อีกเดี๋ยวคุณศกรก็จะมารับฉันแล้ว”

“อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิจ๊ะหนูแป้งหอม ไว้ศกรมาเมื่อไหร่ หนูค่อยกลับเมื่อนั้นก็ได้” เมื่อไอยราชวนก็ยากที่แป้งหอมจะปฏิเสธ

“เอ่อ…”

เสียงรถอีกคันขับเข้ามาจอดที่ลานหน้าบ้านประภากรณ์ ไม่นานเจ้าของรถก็ปรากฏเข้ามาในห้องอาหาร  ศกรมารับแป้งหอมกลับไปยังบ้านดิเรกธานนท์แล้ว

“คุณศกร ฉันกำลังรอคุณอยู่เลยค่ะ” แป้งหอมกล่าวทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้มขึ้นมาทันที

“จะกลับเลยไหม?” ศกรถามสาวเจ้า

“จะรีบไปไหนล่ะศกร อยู่กินข้าวกับน้าก่อนสิ พักหลังนี้เราไม่ค่อยมากินข้าวที่บ้านน้าบ้างเลยนะ”

“ขอบคุณมากครับคุณน้า แต่ผมให้ป้าศรีจัดโต๊ะอาหารรอที่บ้านแล้ว กลัวว่าถ้าไม่กลับไปกิน ป้าศรีแกจะรอเก้อน่ะครับ”

“อ๋อ… งั้นก็ตามสบายจ้ะ” ไอยรายิ้มให้

“งั้นผมกับแป้งหอมขอตัวกลับก่อนนะครับ”

ศกรกับแป้งหอมไหว้ลาไอยราพร้อม ก่อนจะไปแป้งหอมกล่าวทิ้งท้ายกับแทนใจ

“ไว้พรุ่งนี้ม๊าจะมาหาแทนนะ คืนนี้นอนที่บ้านคุณย่าอย่าซนล่ะ”

แป้งหอมยิ้ม เดินมาลูบหัวแทนใจแล้วออกไปกับศกร

“คุณย่าครับ ม๊าเขาไปไหน ทำไมไม่อยู่กินข้าวด้วยกันล่ะครับ?” เด็กน้อยหันไปถามไอยรา

นิตารีบตอบ

“ก็กลับไปอยู่บ้านแฟนของเขายังไงล่ะ”

ณเรศหันไปมองนิตา ว่าให้ในใจว่าเธอพูดอะไรของเธอ

“แฟนคืออะไรหรือครับคุณย่า?”

ไอยราอ้ำอึ้งที่จะตอบ

“เอ่อ… อย่าไปสนใจเลยจ้ะ เรื่องของผู้ใหญ่เขา เรารีบกินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวจะเย็นหมด”

ณเรศหันออกไปมองข้างนอก สองคนนั้นดูจะเกินเลยกว่าคำว่าเพื่อนมากไปแล้ว

อาทิตย์ทอแสงอ่อน ๆ กระทบหยาดน้ำค้างเล็ก ๆ บนใบไม้ ฝนที่ตกพรำลงมาเป็นประจำทำให้ต้นไม้ผลิยอดอ่อนใหม่ออกมา หากเปรียบความรักเหมือนต้นไม้ในฤดูฝน แป้งหอมกับศกรก็คงกำลังผลิใบใหม่ ดอกรักเริ่มเบ่งบาน ณเรศเชื่อว่าอย่างนั้น

ชายหนุ่มนอนหนุนแขนตัวเองอยู่บนเตียง เพ้อมองเพดาน ในหัวคิดเรื่องต่าง ๆ นานาสารพัด เมือคืนเขาฝันไม่ค่อยจะดี ฝันว่าทุกคนหนีหายไปหมด เขากลัวว่าเหตุการณ์ในฝันจะเกิดขึ้นจริง กลัวว่ามันจะสายเกินที่จะบอกรักกับเธอ

“ป๊าครับ คุณย่าให้มาตามไปกินข้าว” เสียงใสของแทนใจดังออกมาจากหน้าประตู เรียกชายหนุ่มให้ตื่นจากภวังค์

ณเรศลืมสนิท ตอนนี้เขากำลังรอแป้งหอมให้เอาอาหารเช้าเข้ามาส่งในห้อง แต่ตอนนี้ภาระหน้าที่ในบ้านประภากรณ์ของเธอสิ้นสุดลงแล้ว เธอย้ายไปอยู่สถานที่ใหม่ที่เธอคิดว่าอยู่แล้วสบายใจมากที่สุด ไม่ต้องกังวลกับเขาที่ทำเธออึดอัดใจ

ณเรศลุกจากเตียง เดินจูงมือเด็กน้อยลงไปด้านล่าง เขายิ้มเจื่อน ๆ ให้เด็กชายที่มองเขาอยู่ รู้สึกเบื่อชีวิตที่ไม่มีใครอยู่ให้หาเรื่อง

ในห้องรับประทานอาหารมีผู้รับประทานสามคนเช่นเดิม แต่ต่างตรงที่คนนอกเป็นแทนใจ ไม่ใช่แป้งหอม มื้อเช้านี้ช่างดูไร้รสชาติขาดสีสัน ไม่มีใครอยู่ให้จิกกัด  ณเรศไม่ยอมให้แป้งหอมหนีไปจากชีวิตเขาได้ หากเขาไม่มีความสุข เธอก็ต้องไม่มีความสุขด้วย ณเรศคิดจะใช้แทนใจเป็นเครื่องมือในการเรียกแป้งหอมกลับมา

แป้งหอมหัวปั่นกับกองเอกสาร เธอทุ่มแรงทำงานนี้ให้ณเรศมานานหลายเดือน ทั้งเหนื่อยทั้งท้อ ไม่มีแม้ความเห็นใจจากเจ้านาย แถมยังถูกต่อว่าในข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นประจำ

ปัง!

ณเรศตบโต๊ะทำงานของแป้งหอม เจ้าของโต๊ะเงยหน้าขึ้น เห็นชายหนุ่มกำลังยิ้มล้อเลียนเธอ

“คุณอย่ามาหาเรื่องตอนนี้ได้ไหม ไม่เห็นหรือไงว่าฉันกำลังยุ่งอยู่” แป้งหอมพูดแล้วก้มหน้าทำงานต่อ

“เธอจำเรื่องที่ฉันจะอุปการะแทนใจไว้เป็นลูกบุญธรรมได้ไหม วันนี้ฉันจะไปจดทะเบียนให้เป็นเรื่องเป็นราว เธออยากไปเป็นสักขีพยานไหม?”

แป้งหอมตกใจกับการตัดสินใจของณเรศ

“หา! ถึงขั้นจดทะเบียนเลยเหรอ คุณเพิ่งรับแทนใจมาดูแลได้แค่ไม่กี่วันเองนะ ทำไมไม่ลองดูแลต่ออีกสักหน่อยล่ะ เผื่อดูแลไม่ไหวจะได้ให้ฉันอุปการะแทนไง”

“เหอะ! ฝันไปเถอะ แล้วเธอรู้ได้ไงว่าฉันจะดูแลแทนใจไม่ได้ ในเมื่อฉันมีทุกอย่างพร้อมมากกว่าเธอ” ณเรศพูดจาดูแคลนแป้งหอม

“คุณมีวุฒิภาวะไม่พอไงคะ”

“ฉันอายุเกินยี่สิบมาหลายปีแล้ว ตามกฏหมายฉันบรรลุนิติภาวะแล้ว”

“ฉันหมายถึงวุฒิภาวะค่ะไม่ใช่นิติภาวะ คุณเข้าใจที่ฉันพูดหรือเปล่าเนี่ย?”

“อ๋อ… เธอจะบอกว่าเธอมีวุฒิภาวะมากกว่า จะรับแทนใจไปดูแลเองงั้นสิ?”

“ใช่ค่ะ” แป้งหอมลุกขึ้นตอบเสียงแข็ง

ณเรศเหยียดยิ้มพลางส่ายหัว

“แล้วเธอจะพาแทนใจไปอยู่ไหน คงไม่พาไปวุ่นวายที่บ้านไอ้ศกรอีกคนหรอกนะ”

แป้งหอมไม่รู้จะพูดยังไงต่อ เธอไม่มีอะไรสู้เขาได้สักอย่าง จึงทิ้งตัวลงนั่งไม่พูดอะไร ณเรศจึงพูดต่อ

“ถ้าเธออยากดูแลแทนใจก็ย้ายมาอยู่ที่บ้านฉันสิ” ณเรศพูดแล้วก็เดินจากไป แป้งหอมเรียกไล่หลังตาม

“แล้วนั่นคุณจะไปไหนน่ะ?”

“อ้าว… ก็ไปทำเรื่องรับอุปการะแทนใจเป็นลูกบุญธรรมไง”

แป้งหอมได้ยินก็หยิบซองเอกสารจากลิ้นชักขึ้นมาแล้วรีบลุกตามไป ทิ้งแฟ้มงานให้รกโต๊ะอยู่อย่างนั้น

“รอเดี๋ยว ฉันไปด้วย”

ที่สำนักงานว่าการ เมื่อจอดรถได้แล้วณเรศก็รีบออกมา ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลซองใหญ่ แป้งหอมที่นั่งข้าง ๆ รีบปลดเข็มขัดนิรภัยวิ่งตามมาให้ทันณเรศ ตอนนี้ทั้งคู่เบียดแย่งกันว่าใครจะเข้าประตูแคบได้เป็นคนแรก ณเรศใช้ไหล่ที่กว้างกว่าชนแป้งหอมจนเธอเซ แต่หญิงสาวยันกรอบประตูไว้ได้จึงไม่เสียหลักล้มลงไป

“โอ๊ย… นี่คุณให้ฉันเข้าไปก่อนสิ”

“เธอนั่นแหละหลบไป ฉันจะเข้าไปข้างใน”

“เอ๊ะ! คุณนี่ ฉันเป็นผู้หญิงนะ ต้องให้เกียรติฉันเข้าไปก่อนสิ” แป้งหอมว่า

ณเรศหันมาทำตาขวางใส่

“ตอนนี้ผู้ชายกับผู้หญิงเท่าเทียมกันแล้ว เธอไม่รู้เหรอ เธอมาทีหลังก็รอให้ฉันเข้าไปก่อน” ณเรศผลักแป้งหอมที่ยืนขวาง ร่างบอบบางของหญิงสาวปลิวไปติดกำแพง เธอหันมาชี้นิ้วว่าให้ชายหนุ่มไล่หลัง

“อีตาบ้า! ให้เกียรติผู้หญิงน่ะทำไม่เป็นหรือไง ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเลย” แป้งหอมปัดเนื้อปัดตัว เดินฮึดฮัดตามเข้าไป

เจ้าหน้าที่ชายประจำสำนักงานนั่งส่องหน้าณเรศและแป้งหอม ในใจสงสัยว่าสามีภรรยาคู่นี้ทำไมแสดงสีหน้าบึ้งตึงต่อกัน มาจดทะเบียนรับอุปการะบุตรบุญธรรมน่าจะยิ้มยินดีไม่ใช่เหรอ

“คุณณเรศ ประภากรณ์” เจ้าหน้าที่ชายหยิบเอกสารของณเรศขึ้นมาอ่าน

“ครับ”

เจ้าหน้าที่วางเอกสารของณเรศลง แล้วหยิบของแป้งหอมขึ้นมาอ่าน

“คุณแป้งหอม สุทธิใจ”

“ค่ะ”

“คุณสองคนจะรับเด็กชายแทนใจ ปีติคุณเป็นบุตรบุญธรรมใช่ไหมครับ?”

“ไม่ใช่ครับ แค่ผมคนเดียว ผู้หญิงคนนี้ไม่เกี่ยว” ณเรศรีบปฏิเสธ

“ฉันต่างหากล่ะค่ะ ผู้ชายคนนี้แค่ตามมาเฉย ๆ”

เจ้าหน้าที่เหวอ ตกใจกับความขัดแย้งของทั้งคู่ ทำไมพวกเขาไม่ตกลงอะไรกันให้เรียบร้อยก่อนจะมาใช้บริการ

“เร็ว ๆ สิ รีบจัดการให้ผม ผมมีงานที่ต้องไปทำต่อนะ”

ณเรศยัดเอกสารของเขาให้เจ้าหน้าที่ แป้งหอมก็ไม่ยอม เธอยื่นเอกสารของเธอซ้อนทับของเขา เขาหันมามองไม่พอใจ แล้วดึงเอกสารจากมือเธอขว้างลงพื้น เธอหันมาว่าให้ทันที

“นี่ทำอะไรของคุณเนี่ย”

“ก็ทำอย่างนี้ไงเล่า”

ว่าแล้วณเรศก็เหยียบเอกสารของแป้งหอมพลางขยี้เท้าเบา ๆ เธอโมโหมากที่เขาแสดงกิริยาหยามเหยียดเธอเช่นนี้

“คุณถือสิทธิอะไรมาทำกับเอกสารของฉันอย่างนี้”

“ก็แล้วจะทำไม เธอจะทำอะไรฉันได้” ณเรศท้าทาย

ด้วยอารมณ์เดือดพล่านบวกกับความที่ไม่ชอบณเรศเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แป้งหอมจึงเกิดอาการหน้ามืดชั่วขณะ เธอเหวี่ยงมือไปกระชากผมณเรศ ดึงหัวเขาขึ้น ๆ ลง ๆ เขาก็ผงกหัวไปตามแรง เจ็บจนต้องร้องออกมา

“โอ๊ย! ทำอะไรของเธอเนี่ย ฉันเจ็บนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้”

บุคลากรภายในหน่วยงานแห่งนี้ต่างหันมาสนใจ ตั้งแต่ที่นี่เปิดทำการมา ยังไม่มีใครที่ไหนทะเลาะกันจนถึงขั้นลงไม้ลงมืออย่างนี้ แม้แต่คนมาหย่ายังทะเลาะกันสงบกว่านี้

“โอ๊ย! หยุดได้แล้ว เธอดึงจนผมฉันจะหลุดอยู่แล้ว” ณเรศผงกหัวขึ้น ๆ ลง ๆ ตามจังหวะของแป้งหอม เขาพยายามแกะมือเธอออก เพราะทนความเจ็บไม่ไหว เล่นดึงผมกันแรงเหลือเกิน

แป้งหอมลุกขึ้นจากเก้าอี้ดึงผมณเรศให้เดินตามมา เธอลากเขาไปทั่วห้องแห่งนี้

“โอ๊ย! ฉันเจ็บจริง ๆ นะ เธอปล่อยมือได้แล้ว”

ในที่สุดความพยายามก็สัมฤทธิ์ผล ณเรศแกะมือแป้งหอมออกจนได้ เขาหันไปมองรอบ ๆ สายตาทุกคู่ล้วนจ้องมาที่พวกเขา รู้สึกขายหน้ามากจึงลากตัวเธอออกไปสงบสติอารมณ์ข้างนอก

“โอ๊ย! กัดฉันทำไม”

ณเรศร้องเมื่อถูกแป้งหอมฝังเขี้ยวไว้บนท่อนแขน เขารีบปล่อยมือที่จับแป้งหอม ยกแขนขึ้นมาดู โห… นี่เนื้อยุบลงไปเลยนะเนี่ย หันไปเอ่ยปากว่าเธอ

“เธอมันหมาบ้า กัดเข้าที่แขนฉันเนี่ย”

“ใครใช้ให้คุณมาแสดงกิริยาอย่างนั้นกับฉันล่ะ ฉันจะบอกอะไรให้นะ ตอนนี้ฉันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วที่มีแต่ยอมคุณอยู่ฝ่ายเดียว นับจากนี้ฉันจะสู้”

“ก็ดี ถ้าเธอทำอะไรให้ฉันไม่พอใจ ฉันก็จะสู้เธอเหมือนกัน” ณเรศอุ้มตัวแป้งหอมเดินออกจากอาคารสำนักงานมาที่รถ เขาใช้มือข้างหนึ่งเปิดประตูแล้วโยนร่างบอบบางเข้าไป

“โอ๊ย… เบา ๆ ไม่เป็นหรือไง” แป้งหอมว่า

“ฉันน่าจะถามคำถามนั้นกับเธอมากกว่านะ ที่เธอดึงผมฉัน แถมยังกัดแขนฉันอีก เธอจะรับผิดชอบยังไง”

“แล้วคุณจะให้คนจน ๆ อย่างฉันรับผิดชอบยังไงล่ะคะ”

“กลับไปรับใช้ฉันอย่างเดิมสิ”

“ไม่! ถ้าจะให้ฉันกลับไปถูกคุณโขกสับเหมือนเดิมอีก ฉันขอตายตรงนี้ดีกว่า ชาตินี้ฉันไม่มีวันกลับไปให้คุณหยามอีกหรอก”

“ถ้างั้นเธอก็จ่ายค่าทำขวัญมาให้ฉัน”

“เท่าไหร่?” แป้งหอมออกมาประจันหน้ากับณเรศ

“หนึ่งแสน!”

ได้ยินราคาแป้งหอมถึงกับจะสำลัก ค่าทำขวัญอะไรแพงหูฉี่ขนาดนั้น

“โห… น้อย ๆ หน่อย ค่าทำขวัญอะไรแพงไปหรือเปล่า ฉันไม่ได้ฆ่าคุณตายนะ เรียกตั้งแสนหนึ่งฉันไม่มีจ่ายหรอก”

“เธอจะไม่จ่ายสินะ ฉันว่าถ้าเธอไม่มีก็ไปของไอ้ศกรหวานใจของเธอสิ แค่แสนเดียว มันให้เธอแน่”

แป้งหอมเดือดดาลขึ้นอีกรอบ โกรธที่ณเรศจับคู่เธอกับคนอื่นพร่ำเพรื่อ

“คุณศกรกับฉันเราไม่ได้เป็นอะไรกัน เลิกพูดจาพล่อย ๆ เสียที”

“หาว่าฉันพูดพล่อย ๆ งั้นเหรอ”

ณเรศเข้าสวมกอดแป้งหอม ประกบปากจูบเธอ แป้งหอมตกใจตั้งตัวไม่ทัน ตอนนี้เกร็งไปหมดทั้งร่าง ไม่รู้จะทำยังไงต่อ เมื่อได้สติเธอก็ผลักเขาออกห่าง

เพี๊ยะ!

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แป้งหอมทิ้งรอยมือสีแดงไว้บนแก้มณเรศ น้ำตาเอ่อคลอเต็มเบ้า

“คุณมันทุเรศ ชอบฉวยโอกาส ฉันเกลียดคุณ”

“นี่ถ้าเป็นไอ้ศกรเธอคงไม่ว่าสินะ ท่าทางเธอจะรักมันมากล่ะสิ”

แป้งหอมทนฟังณเรศพูดทำนองนี้มาหลายครั้งแล้ว เธอไม่อยากได้ยินคำพูดอย่างนี้อีกจึงโกหกใส่ณเรศ

“ใช่… ฉันกับคุณศกรเรารักกัน และกำลังจะแต่งงานกันเร็ว ๆ นี้ หายสงสัยแล้วใช่ไหม ทีนี้ก็ไม่ต้องถามอะไรอีกนะ”

แป้งหอมเอามือปิดปาก ตอนนี้น้ำตาที่เอ่อคลอไหลรินลงมาแล้ว เธอวิ่งหนีณเรศที่ยืนอย่างหมดอาลัยตายอยาก ตอนนี้ชายหนุ่มผู้นี้ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

“โธ่โว๊ย…”

ณเรศแหกปากร้อง เกลียดโชคชะตาที่บันดาลให้คนอื่นมีความรัก โดยลืมและมองข้ามเขาไป จะมีโอกาสไหมที่เขาจะได้รักคนอย่างแป้งหอม จะมีโอกาสไหมที่แป้งหอมจะเข้าใจเขา


Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้” ลุงเข้มหน้าซีด...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

error: Content is protected !!