นิยาย

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 8

Share

ยามค่ำคืนในเมืองใหญ่ แป้งหอมยืนเอาไหล่พิงกับกระจกหน้าต่างในห้องพักฟื้นของณเรศ เอียงหน้าออกไปมองด้านนอกเห็นท้องฟ้าสีทะมึน ปราศจากแสงวับวาวของหมู่ดาวน้อยใหญ่ ผิดกับต่างจังหวัดที่เธอเคยอยู่

ก้มมองเบื้องล่างเห็นแสงไฟของรถราวิ่งแล่นบนถนนที่คดเคี้ยวสวนกันไปมา ชีวิตในเมืองใหญ่ช่างสับสนวุ่นวาย แป้งหอมเริ่มคิดว่าเธอไม่เหมาะสมกับชีวิตอย่างทุกวันนี้

วันเลวร้ายอย่างวันนี้ผ่านพ้นไปหรือยังนะ เรื่องที่ทำให้แป้งหอมไม่สบายใจเมื่อไหร่จะหมดสิ้นลง ทั้งเรื่องที่ณเรศและศกรทะเลาะกันเมื่อเช้านี้ เรื่องที่ณเรศขับรถชนต้นไม้ใหญ่ข้างทาง หรือเรื่องที่วันงานจัดแถลงข่าวโดนเลื่อนกำหนดการ แป้งหอมโทษทุกอย่างว่าเป็นความผิดของเธอ

เธอเดินมานั่งข้างเตียงของณเรศ จ้องมองชายหนุ่มผู้ไม่ได้สติด้วยสีหน้าอ่อนใจ ตั้งแต่เธอเจอเขาก็มีเรื่องวุ่นวายให้ปวดหัวอยู่ตลอดทั้งสองฝ่าย เธอหลุดปากบ่นพึมพำระบายความรู้สึกออกมา

“ฉันผิดเองแหละค่ะ ถ้าฉันไม่มายุ่งเกี่ยวกับชีวิตคุณ คุณคงไม่ต้องมานอนเจ็บตัวแบบนี้”

แสงวันใหม่ส่องผ่านกระจกใส กระทบผนังสีขาวสว่างไปทั่วทั้งห้อง แป้งหอมฟุบหลับตรงขอบฟูกนอนของณเรศ เธอจับมือเขาเอาไว้ตลอดทั้งคืน มือใหญ่ของชายหนุ่มเริ่มกระดิก ปลุกแป้งหอมให้ตื่น หญิงสาวยิ้มอย่างดีใจ มองไปที่ใบหน้าของเขาก็รู้สึกสงสาร ชายหนุ่มแสดงสีหน้าเจ็บปวด

“คุณณเรศ คุณฟื้นแล้ว”

“น้ำ… ขอน้ำ”

ณเรศพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง แป้งหอมรีบเดินอ้อมไปอีกฝั่งของเตียง รินน้ำดื่มใส่แก้ว เอาหลอดเสียบแล้วยกมาป้อนที่ปากณเรศ ณเรศรีบดูดน้ำจากหลอดอย่างกระหาย เมื่อเขาพอ แป้งหอมก็เอาแก้ววางไว้ที่เดิม

“คุณเป็นไงบ้าง เจ็บมากหรือเปล่า?” แป้งหอมถามอย่างห่วงใย

ณเรศมองแป้งหอมอย่างพินิจ ไม่อยากเชื่อว่าเธอคนนี้จะห่วงเขาจริง คงจะกำลังแสแสร้งอยู่เท่านั้น

“เธอเป็นห่วงฉันด้วยเหรอ นึกว่าในใจเธอจะมีแต่ไอ้ศกรคนเดียวซะอีก” ณเรศพูดกับแป้งหอม แต่ไม่สบตาเธอ

“คุณพูดอะไรของคุณ คุณศกรเขาไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ทำไมฉันต้องไปห่วงเขา?”

“เหรอ… แล้วถ้าไม่ห่วงตอนนั้นจะขึ้นรถมันไปทำไม อยากตามไปดูแลมันถึงที่บ้านก็บอกมาเถอะน่า”

“เปล่านะคะ ฉันไม่เคยคิดอย่างนั้น” แป้งหอมลุกลนรีบปัดมือปฏิเสธ “อ๋อ… เพราะอย่างนี้ใช่ไหม คุณเลยน้อยใจ ขับรถชนต้นไม้ข้างทางให้ตัวเองมานอนเจ็บแบบนี้น่ะ อยากจะเรียกร้องความสนใจล่ะสิ”

“ไม่ใช่นะ! ฉันไม่ได้น้อยใจซะหน่อย อย่างเธอไม่มีค่าพอขนาดทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนได้หรอก” ณเรศรีบแก้ตัวอย่างร้อนลน พูดจาเสียดสีเธอด้วย

“นั่นสิคะ ฉันรู้ตัวดี”

แป้งหอมดูซึมลง ณเรศมองก็สลด เขาคงพูดแรงเกินไป

“คุณณเรศคะ?” แป้งหอมถามน้ำเสียงเรียบ

“หือ…”

“ฉันถามคุณจริง ๆ เถอะ คุณขับรถชนต้นไม้ให้ตัวเองเจ็บแบบนั้นทำไม?”

ณเรศหน้าตื่น จะแก้ตัวกับเธอยังไงให้ฟังขึ้นดี

“เอ่อ… ก็… ก็รถของฉันสภาพมันใหม่เกินไปยังไงล่ะ ฉันเลยเอาไปชนต้นไม้ให้สภาพมันเสื่อมลงหน่อย เผื่อเธอชนะพนันฉันแล้วได้มันไป เวลาเธอขับมันจะได้ดูสมกับฐานะเธอหน่อย  แต่จะว่าไปคงเป็นแบบนั้นไม่ได้หรอก เธอทำงานในบริษัทฉันได้ไม่เกินเดือนหนึ่งอยู่แล้ว” ณเรศยิ้มเย้ย

“คุณคอยดูแล้วกัน ฉันจะเป็นคนแรกที่ชนะพนันคุณ” แป้งหอมฉายแววตามุ่งมั่นให้ณเรศเห็น

“แล้วนี่เธอว่างนักหรือไงถึงเอาเวลามาเฝ้าฉัน การงานไม่มีจะทำเหรอ จะกินเงินเดือนฟรี ๆ ฉันไม่ยอมนะ”

“จะให้ฉันไปทำงานอะไรล่ะคะ ก็งานแถลงข่าวมันถูกเลื่อนไปแล้วน่ะสิ”

ณเรศตกใจ

“เลื่อนทำไม ใครสั่งให้เลื่อน”

“คุณน้าไอยราค่ะ ท่านเห็นชอบเรื่องย้ายกำหนดตามที่คุณนิตาเสนอ คงต้องรอให้คุณหายดีก่อน ถึงจะดำเนินงานต่อไปได้”

ณเรศคิดในหัว มันมีแต่เสียกับเสียนะถ้าทำอย่างนั้น

“แล้วนี่ฉันต้องอยู่ที่นี่อีกนานไหม?”

“ได้ยินหมอบอกว่าอย่างน้อยก็อาทิตย์หนึ่งโน้นแหละ คุณถึงจะออกจากโรงพยาบาลได้”

“โห… ตั้งอาทิตย์หนึ่ง ตอนนี้ฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว เธอไปตามหมอมาที ฉันจะคุยกับหมอ” ณเรศดันศอกจะยกตัวเองขึ้น แต่ดูท่าจะไม่ไหว

“นอนนิ่ง ๆ ดีกว่านะคะ ตอนนี้คุณอย่าขยับตัวอะไรมากเลย แผลคุณจะช้ำไปมากกว่านี้นะ” แป้งหอมพยายามห้ามไม่ให้ณเรศลุกขึ้นจากเตียง

“อย่างยุ่ง!” ณเรศปัดมือแป้งหอม “ถ้าเธอไม่ไปเรียกหมอมาคุยกับฉัน ฉันไปคุยกับหมอเองก็ได้” ณเรศฝืนใช้ศอกดันตัวเองขึ้นมา แต่เขามีแผลที่ชายโครง มือไปสะกิดนิดหน่อยก็รู้สึกเจ็บจี๊ดจนต้องร้องออกมา

“โอ๊ย…”

“คุณไม่ไหวหรอก นอนอยู่บนเตียงนิ่ง ๆ ดีกว่า”

“ฉันไม่ยอมให้งานเสีย เพียงเพราะฉันคนเดียวหรอก”

ณเรศฝืน พยามยามแล้วพยามอีก นี่เขาบาดเจ็บไปทั่วทั้งร่างกายเลยหรือไง ขยับตัวนิดหน่อยก็ปวดสะท้านไปทั่ว เขาทรุดลงกับเตียง

“โอ๊ย…” แม้แต่ตอนทิ้งตัวลงนอนก็ยังเจ็บ

แป้งหอมมองแล้วก็ถอนหายใจ ณเรศนี่หัวรั้นจริง ๆ

“ก็ได้ค่ะ ฉันยอมไปตามหมอมาคุยกับคุณก็ได้”

แป้งหอมจำใจเดินออกจากห้อง ตามหมอไปคุยกับณเรศ เธอเอือมระรากับนิสัยช่างเอาแต่ใจ หัวรั้น เป็นผู้ใหญ่แต่ไม่ยอมโตแบบนี้ขอเขา ไม่นานเธอก็กลับเข้ามาพร้อมคุณหมอในชุดทำงานสีขาวสะอาด

ณเรศรีบยิงคำถามใส่หมอทันที

“หมอครับ ผมอยากออกจากโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย ผมมีงานที่ต้องทำอีกเยอะ จะมามัวเสียเวลานอนหายใจทิ้งอยู่ที่นี่ไม่ได้”

“คงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ กระดูกบางส่วนของคุณร้าว ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์ ถึงจะสมานกันดี”

“แล้วงานของผมล่ะ ผมหยุดงานไม่ได้นะ”

หมอเจ้าของไข้ครุ่นคิดอยู่นานพอควร ก่อนจะให้คำตอบกับณเรศได้

“งั้นเสาร์นี้หมอจะพิจารณาเรื่องนี้อีกที ระหว่างนี้คุณต้องพักรักษาตัวอยู่ที่นี่ไปก่อน”

“แต่…”

แป้งหอมตัดหน้า ชิงพูดก่อน

“คุณณเรศคะ เชื่อที่หมอบอกเถอะค่ะ ร่างกายคุณไม่ไหวหรอก ขนาดจะลุกขึ้นยังทำไม่ได้เลย”

“ชิ!”

ณเรศสบถแล้วหันหน้าหนี ไม่อยากยอมรับความจริง

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หมอขอตัวก่อนนะครับ”

แป้งหอมยกมือไหว้ขอบคุณหมอ หมอเดินออกจากห้องไป แป้งหอมเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม ตัวที่เธอนั่งหลับมาทั้งคืน เธอยิ้มเป็นกำลังใจให้ณเรศ

“ยิ้มอะไร หน้าฉันมันตลกนักเหรอ บ้าหรือเปล่าเธอน่ะ?” ณเรศว่า

แป้งหอมเบี้ยวปากใส่ณเรศ แล้วตอกกลับไป

“คุณนั่นแหละบ้าหรือเปล่า ชอบทำตัวดื้อดึง ถ้าไม่ห่วงตัวเองก็ห่วงคนอื่นบ้างสิ”

“จะให้ฉันห่วงใคร บนโลกนี้มีใครให้ฉันห่วงซะที่ไหน”

“ก็คุณน้าไอยรา แม่ของคุณไง”

“แม่ฉันน่ะเหรอ แม่ฉันเขาห่วงงานสังคมมากกว่าห่วงฉันเสียอีก เธอคงไม่รู้สินะว่าตอนเด็ก ๆ ฉันไม่เคยฟังนิทานจากแม่เหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ แม่ไม่เคยมาดูฉันแสดงละครที่งานโรงเรียน เธอไม่เข้าใจหรอกว่าการมีแม่ไม่ใส่ใจลูกความรู้สึกมันเป็นยังไง”

แป้งหอมก้มหน้า รู้สึกเศร้าตามณเรศ

“ใช่! ฉันไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าการมีแม่ไม่ใส่ใจความรู้สึกมันเป็นยังไง  เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า ไม่เคยกอดแม่ ไม่เคยเห็นหน้าแม่จริง ๆ เลยสักครั้ง รู้ก็แค่ชื่อกับรูปเก่า ๆ ที่ท่านทิ้งไว้ คุณมีทุกอย่างมากกว่าฉัน มีทั้งแม่ มีทั้งบ้านหลังใหญ่ มีเงิน มีงานและชื่อเสียง ทำไมคุณยังไม่มีความสุขอีกล่ะ” ริมฝีปากเธอสั่นระริก “อะไรที่จะทำให้คุณมีความสุขกับชีวิต”

“ไม่มีอะไรทำให้ฉันมีความสุขได้ทั้งนั้น เธอหยุดพร่ำสอนฉันแล้วโทรไปบอกทุกคนให้ลุยงานต่อ จะไม่มีการเลื่อนกำหนดการอะไรทั้งนั้น!” ณเรศชี้คำขาด

แป้งหอมทำตามที่ณเรศสั่ง เธอโทรไปแจ้งศกรและนิตา ให้ดำเนินงานอีก 5 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือให้เสร็จ ซึ่งงานเพียงน้อยนิด ศกรและนิตาร่วมมือกันทำก็น่าจะเสร็จทันตามกำหนด และในวันเสาร์ซึ่งเป็นวันงานแถลงข่าว หมอเจ้าของไข้ก็มาคุยเรื่องอนุญาตให้ณเรศออกจากโรงพยาบาล ณเรศภาวนาขอให้หมอบอกคำตอบที่เขาต้องการจะฟัง แต่ถึงจะผิดหวัง หัวเด็ดตีนขาดยังไง วันนี้ณเรศจะต้องออกจากโรงพยาบาลให้ได้

“อาการกระดูกซี่โครงร้าวของคุณไม่น่าเป็นห่วงแล้วนะครับ”

ณเรศยิ้ม วันนี้เขามีแววจะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว

“แต่กระดูกที่ขาซ้ายยังประสานกันไม่สนิท”

ณเรศประหลาดใจ เขามั่นใจว่าเขาสบายดีนะ

“แค่ขาข้างเดียวมันไม่ทำให้ผมตายหรอก”

“หมอคงต้องให้คุณอยู่ต่ออีกสัก 3-4 วัน เพื่อดูอาการ เพราะหากอนุญาตให้คุณออกจากโรงพยาบาลวันนี้ ขาของคุณอาจอักเสบ ติดเชื้อจนถึงขั้นตัดขาทิ้งก็ได้” หมอพูด

ณเรศฉายแววตาผิดหวัง ก้มมองขาเจ้าปัญหาของเขา ในหัวคิดหาข้อแก้ตัว

“หมอก็อยากจะพูดอย่างนั้นอยู่หรอกครับ แต่รู้ว่าคงห้ามคนอย่างคุณไม่ได้”

ณเรศเงยหน้าขึ้นมามองหมอด้วยสายตามีความหวัง

“หมายความว่า…”

“ครับ หมออนุญาตให้คุณออกจากโรงพยาบาลวันนี้ได้”

ณเรศยิ้มดีใจ

“ระหว่างนี้หมอคงต้องให้คุณนั่งวีลแชร์ไปก่อนนะครับ”

“ครับ ขอบคุณมากครับ” ณเรศดีใจจนล้น ยกมือไหว้ขอบคุณหมอ

“จะดีหรือคะคุณหมอ หนูว่ารอให้เขาหายดีก่อนไม่ดีกว่าเหรอคะ” แป้งหอมไม่เห็นด้วยกับหมอเลยคัดค้าน

“ทำไม? เธอมีปัญหาอะไรแป้งหอม หรือว่าเธอไม่อยากดูแลเจ้านายขาเป๋อย่างฉัน” ณเรศถาม

“เปล่าค่ะ ฉันแค่ไม่อย่างให้คุณฝืนตัวเอง น่าจะรอให้หายดีก่อน ไม่น่ารีบออกจากโรงพยาบาลอย่างนี้เลย”

“แส่รู้” ณเรศว่าให้แล้วหันไปพูดกับหมอ “ผมรบกวนหมอช่วยหาวีลแชร์ให้ผมด้วยนะครับ”

“ได้ครับ ทางโรงพยาบาลของเรามีจัดไว้ให้บริการอยู่แล้ว”

พูดจบหมอก็หายออกไปจากห้อง ไปจัดการธุระให้ณเรศ

“คุณห่วงแต่งาน ไม่ห่วงสุขภาพของตัวเองบ้างเลยหรือไง ชีวิตมันจะเป็นไงคุณก็ไม่สนใช่ไหม?” แป้งหอมถาม

“ชีวิตฉันคืองาน อีกอย่างขาเจ็บแค่ข้างเดียว ไม่ทำให้ตายหรอก เอาเป็นว่าตอนนี้เธอไปหาชุดมาให้ฉันเปลี่ยนหน่อย”

แป้งหอมถอนใจ

“เร็วสิ งานจะเริ่มแล้วนะ”

เธอตบเท้าอย่างใส่อารมณ์ จ้ำออกจากห้องไปหาชุดมาให้ณเรศเปลี่ยน

ณเรศในชุดสูทสุภาพ นั่งบนวีลแชร์ ขาซ้ายถูกเข้าเฝือก แป้งหอมอยู่เป็นคนเข็นด้านหลัง  ตอนนี้ทั้งคู่กำลังรอให้มอดขับรถมารับที่หน้าตึกผู้ป่วย รถยนต์หรูสีดำขลับประจำบ้านประภากรณ์ขับมาจอดเทียบ มอดติดเครื่องยนต์ค้างไว้ แล้วลงมาหาทั้งสอง

“คุณหนูรีบออกจากโรงพยาบาลจังเลยนะครับ มอดว่าน่าจะรอให้หายดีกว่านี้หน่อย” มอดเข้ามาหมายจะประจบเจ้านาย

ณเรศเหลือกตามองมอดเขม็ง

“แกเป็นคนขับรถหรือเป็นพ่อฉันกันแน่ ใครอนุญาตให้แกออกความเห็น เก็บปากไว้ไปหางานใหม่ทำดีกว่าไหม?”

“อูย…” มอดป้องปากตัวเอง “ถ้าอย่างนั้นเรารีบไปที่งานกันเลยดีกว่าครับ”

มอดใจหายแว๊บ เกือบต้องไปเดินเตะฝุ่นซะแล้ว

“รีบพาฉันไปเร็ว ๆ เลย” ณเรศเร่ง

“งั้นให้มอดเข็นคุณหนูไปที่รถนะครับ” มอดเดินอ้อมเข้าข้างหลัง จะมาแทนที่แป้งหอม

“ไอ้มอด!” ณเรศเอ็ด

มอดที่กำลังจะจับที่จับวีลแชร์ สะดุ้งเฮือกรีบผละมือออกด้วยความตกใจ

“มีอะไรหรือครับ?”

“ใครใช้ให้แกมาเข็นฉัน เรื่องอื่นนี่ยุ่งจริง ๆ ไม่เห็นหรือไงว่าฉันมีคนคอยเข็นให้แล้ว แล้วเมื่อไหร่จะเลิกเรียกฉันว่าคุณหนู บอกแล้วไงว่าถ้าเรียกชื่อจริงไม่ได้ก็ให้ลาออกไปซะ เรียกคุณหนูมันฟังดูกิ๊กก๊อก”

“มอดขอโทษครับ” พูดแล้วก็ตบปากตนเองเสียหนึ่งที

“ไป ๆ หลีกไป” ณเรศไล่มอดแล้วหันมาว่าให้แป้งหอม “อ้าว… ยืนเป็นหุ่นหน้าร้านอยู่นั่นแหละ จะได้ไปไหมวันนี้ หน้าที่ดูแลฉันยังอีกยาวนะ แค่เริ่มก็ไม่ไหวแล้วเหรอ”

แป้งหอมค้อนใส่

“แค่คนเอาแต่ใจอย่างคุณเพียงคนเดียว ทำไมฉันจะดูแลไม่ไหว”

“งั้นก็เข็นไปสิ ฉันหนักหน่อยนะจะบอกให้”

แป้งหอมออกแรงเข็นให้วิวแชร์ไปข้างหน้า ณเรศหนักจริงหรือเธออ่อนแอเกินไปกันแน่

“ฮ่ะ ๆ ฉันว่ากว่าฉันจะหายดี เธอได้เข็นฉันจนกล้ามแขนขึ้นแน่ ไม่ไหวก็บอกได้ แล้วลาออกจากงานไปซะ” ณเรศหยาม

แป้งหอมไม่ยอม ออกแรงดันวิวแชร์สุดฤทธิ์ จนวิวแชร์กระโจนไปข้างหน้า ณเรศที่นั่งหัวเราะอยู่เกือบพลัดตกลงไป แต่ดีที่มือไวคว้าที่พักแขนได้ทัน แป้งหอมแอบหัวเราะตลกกับปฏิกิริยาเมื่อครู่ของณเรศ

“มีอะไรให้ขำนักหรือไง”

“เปล่าค่ะ”

“เข็นไปดี ๆ เร็วเข้า”

แป้งหอมเข็นณเรศไปที่รถ เมื่อมาถึงมอดและแป้งหอมก็ช่วยกันประคองณเรศเข้ามานั่งด้านใน พับวิวแชร์แล้วนำไปเก็บไว้ที่กระโปรงท้ายรถ ก่อนมอดจะเข้ามาประจำที่นั่งคนขับแล้วบึ่งรถออกไปให้ทันใจณเรศ


Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้” ลุงเข้มหน้าซีด...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

error: Content is protected !!