ณเรศให้แทนใจขี่หลัง สามคนพ่อแม่ลูกเดินชมทัศนียภาพกันอีกครั้ง ณเรศเอ่ยถามแทนใจเกี่ยวกับแถวนี้
“แถวนี้มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง?”
“ก็มีหลายที่นะครับ แต่ผมชอบไปเที่ยวน้ำตก แล้วป๊ากับม๊าชอบน้ำตกไหม ผมพาไปได้นะ”
“ป๊าชอบน้ำตก ไว้วันหลังแทนพาป๊ากับม๊าไปหน่อยนะ”
“ครับ”
“แล้วแทนเรียนอยู่ชั้นอะไรแล้วจ๊ะ?” แป้งหอมถามบ้าง
“ผมไม่ได้ไปโรงเรียนครับ ลุงเข้มไม่มีเงินส่งผม”
“แล้วแทนไม่อยากไปโรงเรียนเหรอ?”
“ไม่อยากครับ ลุงเข้มเล่าว่าที่โรงเรียนน่ากลัวมาก คุณครูจะตีเด็กที่บวกเลขไม่ได้ จะกินตับเด็กที่สอบตก ผมกลัว ไม่อยากโดนกินตับ”
ณเรศและแป้งหอมหัวเราะให้กับความใสซื่อของแทนใจ
“แล้วแทนไม่อยากเรียนหนังสือเหรอจ๊ะ? สนุกนะ เดี๋ยวม๊าจะสอนให้ ม๊าไม่ตีแล้วก็ไม่กินตับแทนด้วย”
“ครับ แทนอยากเรียนหนังสือกับม๊า”
“งั้นเราต้องไปซื้อหนังสือกันก่อน” ณเรศพูดขึ้น “ไปกันเลยดีกว่า” ณเรศวิ่งแบกแทนใจไปขึ้นรถ อีกมือก็ดึงแขนแป้งหอมตามมาด้วย ลุงเข้มขี่มอเตอร์ไซด์เข้ามาพอดี สวนทางกับรถของณเรศที่เล่นออกไป
“ลุงครับ ผมขอพาแทนใจออกไปเที่ยวเดี๋ยวนะครับ จะพามาส่งหลังกินมื้อกลางวันเสร็จ” ณเรศโผล่หน้าไปบอกลุงเข้ม ลุงเข้มพยักหน้าหงึกหงักรับรู้
ห้างสรรพสินค้าที่นี่มีทุกอย่างให้เลือก พ่อแม่พาลูกชายเข้ามาในร้านหนังสือ เพื่อเลือกซื้อหนังสือแบบเรียนไปสอนเจ้าตัวน้อยให้หัดอ่าน
“เอาเล่มไหนดี เล่มนี้ดีไหม ม๊าว่ารูปสวยดี” แป้งหอมชูหนังสือ ก.ไก่-ฮ.นกฮูกให้แทนใจดู
“เอาครับ เล่มไหนที่ม๊าชอบ ผมก็ชอบด้วย”
แป้งหอมนำหนังสือที่หยิบมาใส่ลงตะกร้าที่ณเรศถือ ณเรศเดินผ่านมุมสมุดวาดเขียน หยิบสมุดระบายสีรูปไอ้มดแดงขึ้นมาให้แทนใจดู
“เอาเล่มนี้ไหม ไอ้มดแดงแปลงร่าง แทนเคยดูไหมเรื่องนี้?”
“ไม่เคยครับ ที่บ้านผมไม่มีทีวี”
“ไม่ให้ซื้อนะ หนังสือไร้สาระพวกนั้น” แป้งหอมคว้าสมุดระบายสีจากมือณเรศไปวางที่เดิม พอลับหลังณเรศก็แอบหยิบสมุดระบายสีเล่มนั้นและอีกหลายเล่มใส่ลงในตะกร้า สองพ่อลูกแอบหัวเราะกันคิกคัก
เข้าร้านได้แป๊บเดียว สามคนพ่อแม่ลูกก็ได้หนังสือมาเต็มตะกร้า เมื่อจ่ายเงินเสร็จทั้งหมดก็ช่วยกันหิ้วหนังสือเดินออกมาจากร้าน แวะพาแทนใจกินมื้อกลางวันและเล่นเครื่องเล่นก่อนจะพากลับไปส่งที่บ้านเนินดอย
“แล้วป๊ากับม๊าจะมาเยี่ยมผมอีกเมื่อไหร่ครับ?” แทนใจถาม รู้สึกเสียดายที่ต้องจากกันแล้ว
“อีกไม่นานหรอก เดี๋ยวป๊ะมาสร้างรีสอร์ทที่นี่ แล้วจะมารับแทนไปเล่นน้ำตกด้วย แต่แทนต้องสัญญานะว่าจะเป็นเด็กดี ไม่ดื้อไม่ซนกับลุงเข้ม”
“ครับ ผมสัญญา” แทนใจเกี่ยวก้อยกับณเรศ ณเรศกอดเขาทีหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนให้แป้งหอมกอดบ้าง ทั้งสองโบกมือลาแล้วเดินกลับไปที่รถ ณเรศออกรถ รีบกลับให้ถึงบ้านก่อนมืด ลุงเข้มหันมาลูบศีรษะหลานชาย ปลื้มใจที่มีคนมารักแทนใจ
ณเรศขับรถออกมาจากบ้านเนินดอย วันนี้เขามีความสุขอย่างบอกไม่ถูก สุขที่ได้มอบความรักให้กับคนที่ไม่เคยได้รับ สุขที่ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ สุขที่ได้เป็นป๊าคู่กับม๊าแป้งหอม หรือสุขเพราะเหตุผลอื่น
“เธอนี่ถ้าเป็นแม่คนคงจะเหมาะดีเหมือนกันนะ” ณเรศแซวแป้งหอม
“คุณเองก็เหมือนกัน เห็นนิ่ง ๆ ขี้เก๊กแบบนี้ หลอกเด็กเก่งเหมือนกันนะ”
“ฉันไม่ได้เป็นแก๊งลักเด็กนะ จะมาหลอกดงหลอกเด็กอะไรกัน เออ… ว่าแต่ถ้าสักวันหนึ่งเธอมีลูกขึ้นมา เธออยากมีลูกเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย?”
“ไม่รู้สิ”
“ต้องรอถามไอ้ศกรก่อนใช่ไหม?”
แป้งหอมหันมาทำตาดุใส่ณเรศ อยู่กันสองคนเธอไม่อยากให้ดึงใครมาทะเลาะ
“คุณศกรเขาเกี่ยวอะไรด้วย ฉันกับเขาเราไม่ได้เป็นอะไรกัน”
“งั้นเหรอ ฉันคงจะเชื่อเธอหรอก เห็นมันแตะเนื้อต้องตัวเธออยู่บ่อยไป ไม่เห็นว่าเธอจะขัดขืนอะไรมันสักนิด คงมีใจให้มันอยู่แหละน่า”
“คุณหยุดพูดจาว่าฉันเสีย ๆ หาย ๆ อย่างนี้ได้แล้วนะ แล้วก็อย่าดึงคุณศกรเข้ามาเกี่ยวด้วย เพราะเขาอยู่สูงเกินกว่าที่คุณจะเอื้อมถึง”
ณเรศเลือดขึ้นหน้า หยุดรถกระทันหัน แป้งหอมโดนแรงกระชากจนหัวเกือบชนคอนโซล ชายหนุ่มรีบปลดเข็มขัดนิรภัยเดินมาลากแป้งหอมออกมาจากรถ ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านในละแวกนี้ที่จ้องมองมา
“เธอปกป้องมันเหลือเกินนะ ถ้ารักถ้าชอบก็หอบข้าวของไปอยู่กับมันเลยสิ” ณเรศโมโห จับแป้งหอมกดติดกับรถ
“โอ๊ย… ฉันเจ็บนะ”
“อย่าทำสำออยหน่อยเลย ลูกไม้นี้ไม่ทำให้ฉันหลงเธอเหมือนไอ้ศกรหรอก”
“คุณหยุดพูดจาสกปรกเดี๋ยวนี้นะ”
“ทำไม? เธอยอมรับความจริงไม่ได้เหรอ รักไอ้ศกรก็บอกมา แล้วก็หนีตามไปอยู่กับมันเลย จะได้ไม่มาทำอะไรน่าเกลียดกันในบ้านของฉันอีก”
เพี๊ยะ!
แป้งหอมสุดจะทน ผลักณเรศออกห่างแล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของเขาเต็มแรงจนหน้าหัน
“สกปรกที่สุด พูดจาไม่ให้เกียรติฉันเลย คุณนิสัยแย่กว่าที่ฉันคิดไว้ ฉันเกลียดคุณ” แป้งหอมรีบวิ่งหนีไป
“แป้งหอม เดี๋ยวก่อนสิ” ณเรศรีบวิ่งตามไป รั้งเธอไว้ได้ทัน “เธอจะไปไหน ทำไมไม่มาขึ้นรถกับฉัน”
“ฉันไม่ไปไหนกับคุณอีกต่อไปแล้ว”
“ถ้าไม่กลับกับฉัน แล้วเธอจะกลับยังไง?”
ณเรศลากแป้งหอมมาที่รถแต่เธอไม่ยอมมา เขาถอนหายใจแล้วเปลี่ยนเป็นอุ้มเธอแทน แป้งหอมดิ้นและทุบตีเขา พลางแหกปากร้องตะโกนให้คนช่วย
“ช่วยด้วยค่ะช่วยด้วย โจรโรคจิตจะข่มขืนฉัน!”
“เฮ้ย! เธอจะโวยวายทำไม ฉันไม่ได้จะทำอะไรเธอเสียหน่อย”
“ฮึ! ก็สอนให้คุณรู้เสียบ้าง ว่าคนอย่างแป้งหอมมันเป็นยังไง” แป้งหอมเปลี่ยนน้ำเสียง หันไปแหกปากตะโกน “ช่วยด้วยค่า… มันจะข่มขืนฉัน กรี๊ด!”
คนที่อยู่แถวนี้ต่างได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ หันมามองณเรศเขม็ง ณเรศปล่อยแป้งหอมลงแล้วรีบเอามือปิดปากเธอ
“หยุด! ฉันบอกให้หยุด คนแถวนี้เข้าใจฉันผิดหมดแล้ว”
แป้งหอมไม่ยอมหยุดง่าย ๆ กัดมือของณเรศจนเขาร้อง แถมแทงเข่าให้อีกดอก
“อูย…”
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยจับโจรโรคจิตที!”
ผู้คนแถวนั้นคว้าอะไรได้ก็คว้า ไม้กวาดเอย ไม้ช็อตยุงเอย สากในมือเอย ทั้งหมดรีบมุ่งมาหาณเรศ ชายหนุ่มตกใจกับฝูงชนที่มีอาวุธครบมือ ยกมือขึ้นหามปรามไม่ให้ทำอะไรเขา แต่ก็ไม่มีใครฟัง ทั้งซัด ทั้งตี หรือใครกระทืบได้ก็กระทืบไป
“ผมไม่ได้จะข่มขืนยายนั่นนะ เราอยู่จักกัน เธอเป็นเลขาของผม”
“อย่าไปเชื่อมันค่ะ หน้าตาอย่างนั้นเป็นโจรโรคจิตชัด ๆ เอาเลยค่ะ เอาให้ปางตายเลย”
“เฮ้ย! โจรโรคจิตมาแถวนี้อีกแล้วพวกเรา จัดการยำมันให้เป็นบ้าเหมือนไอ้คนที่แล้วเลย”
ณเรศได้ยินถึงกับผวา จะลุกขึ้นวิ่งหนี แต่ถูกผลักกลิ้งลงไปนอน
“พวกเราลุย!”
ตุ๊บ! ตั๊บ! อุก! อัก!
“อูย… โอ๊ย!”
คนละไม้คนละมือช่วยกันรุมตีคนที่โดนใส่ร้ายว่าเป็นโจรโรคจิต เตะบ้าง เหยียบบ้าง ฟาดบ้าง อะไรอยู่ในมือก็กระหน่ำลงไป หนักบ้าง เบาบ้าง โดนบ้าง พลาดบ้างก็ไม่เป็นไร รุมให้สะใจเป็นอันพอ
“โอ๊ย… หยุดโว้ยหยุด ฉันไม่ใช่โจรโรคจิตไอ้พวกบ้า”
“เอามันให้หนัก อย่าให้มันรอดไปได้” เสียงใครคนหนึ่งปลุกระดม
“โอ๊ย… พอได้แล้ว”
ณเรศพยายามฝ่าวงล้อมออกมาเพื่อที่จะกลับไปขึ้นรถ แต่มันไม่ง่าย เล่นล้อมซะทุกทิศแบบนี้ ในที่สุดเขาก็พาร่างอันบอบช้ำเข้ามาอยู่ในรถ สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในตอนนี้ ชายหนุ่มรีบขับรถออกไป ฝ่าฝูงเศษผักเศษอาหารที่ชาวบ้านขว้างมา
โป๊ะ!
ไข่ไก่ถูกปาใส่กระจกหน้าจนแตกเลอะ บดบังทัศนะวิสัยจนแทบจะมองไม่เห็นทาง ณเรศจะหยุดรถตอนนี้ก็ไม่ได้ ต้องฝืนขับออกห่างจากที่นี่ทั้งอย่างนั้น
“ฮึ่ม… ยายแป้งหอมตัวแสบ คอยดูนะ ไว้เธอกลับถึงบ้านเมื่อไหร่ ฉันจะเล่นงานเธอให้หนักเลย”
แป้งหอมยิ้มสะใจ มองการจากไปของณเรศ หวังว่าบทเรียนครั้งนี้จะทำให้ณเรศเข็ดหลาบ ไม่พูดจาดูถูกเธออีกต่อไป
“อีหนู คราวหน้าคราวหลังก็ระวังตัวให้ดีหน่อย ไม่รู้มันจะกลับมาอีกหรือเปล่า” คุณยายที่ในมือถือสากตำหมากพูดกับแป้งหอม
“ค่ะ ขอบคุณทุกคนมากนะคะ” แป้งหอมยกมือไหว้ผู้ให้ความร่วมมือ ก่อนจะโบกแท็กซี่กลับบ้านประภากรณ์ ขับแซงหน้ารถของณเรศที่วิ่งด้วยความเร็วเท่าเต่า
ณเรศขับรถมาจอดที่บ้านประภากรณ์ เขาเดินมาด้วยสภาพสะบัดสบอม เสื้อผ้ามอมแมมมีรอยเท้าติดเต็มหลัง เศษผักเศษปลาติดเต็มหัว ข้อศอกถลอก ปากเลือดซิบ เดินขากะเผลกเอามือกุมท้องเข้ามาในบ้าน
แป้งหอมยืนกอดอกพิงประตู ยิ้มต้อนรับณเรศ เขามองเธอด้วยหางตา ไว้อาการดีขึ้นกว่านี้จะกลับมาเอาเรื่อง แล้วเดินขาลากขึ้นบันไดไปทีละขั้น
“เดินดี ๆ ล่ะ ระวังตกบันไดนะพ่อโจรโรคจิต” แป้งหอมยั่ว ณเรศหันมาทำตาแข็งใส่
“อูย…” ณเรศขาอ่อนแรง รีบเกาะราวบันไดไว้ก่อนจะกลิ้งลงมา
แป้งหอมหัวเราะคิกคักอย่างสะใจแล้วเดินหายไป
ชายฉกรรจ์สามคนในชุดดำปิดหน้าปิดตา เดินมาที่หน้าสถานีออกอากาศโนว่า เอฟเอ็ม สองในสามช่วยกันเทของเหลวออกจากถังพลาสติกลงพื้น กลิ่นของมันฉุนกึก สันนิฐานได้ว่าคือน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นแน่ เมื่อเทจนหมดถัง มันสองคนก็ถอยห่าง อีกคนสุดท้ายเดินมาจุดไฟแช็กแล้วโยนใส่น้ำมันบนพื้น ไฟลุกพรึบท่วมหน้าทางเข้าตึก ผู้ก่อการณ์ร้ายทั้งสามยืนแสยะยิ้ม มองผลงานก่อนจะรีบนั่งอัดกับบนมอเตอร์ไซค์คันเดียวแล้วบึ่งหนีไป
ไฟไหม้ ๆ
พนักงานในตึกแตกตื่นกันใหญ่ ต่างวิ่งหนีกันจ้าละหวั่นไปคนละทิศละทาง ไม่มีใครคิดหาอะไรมาดับกองเพลิงที่โหมไหม้ ศกรและนิตาเดินออกมาจากลิฟต์เห็นกองเพลิงก็ตกใจ
ศกรดึงถังดับเพลิงที่แขวนอยู่ข้างลิฟต์ออกมา ฉีดสารเข้าปะทะกับกองเพลิงที่ลุกท่วม ในที่สุดกองเพลิงก็พ่ายแพ้ เหลือไว้เพียงเขม่าดำบนพื้น เป็นร่องรอยของการเผาไหม้
“ใครมันมาเผากันนะ” นิตาพึมพำ
พนักงานส่งดอกไม้จอดมอเตอร์ไซด์ไว้ข้างทาง เดินถือช่อดอกไม้สีสันแสบตาเหมือนกองเพลิงที่เพิ่งดับไปยื่นให้นิตา นิตารับมาอย่างแปลกใจ กล่าวขอบคุณพนักงานก่อนเขาจะรีบกลับ
“ขอบคุณค่ะ ใครส่งมากันนะ”
นิตาเห็นว่ามีการ์ดใบเล็ก ๆ ติดมาด้วย จึงหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน ศกรที่ยืนอยู่ข้างหลังก็อ่านตามไปด้วย
นี่เพิ่งเริ่มต้น
รีบถอนแจ้งความซะ
ไม่อย่างนั้นได้วอดทั้งตึกแน่
จาก… แฟนคลับเบอร์หนึ่งของคุณ
ทั้งสองอ่านจบก็ใจหาย
“นี่เล่นแรงถึงขนาดเผาตึกเลยหรือเนี่ย” ศกรพูดขึ้น
นิตาขยำกระดาษทิ้ง เจ็บใจที่คนชั่วอย่างนั้นไม่ถูกจับเข้าคุกเสียที ยิ่งนานไปก็ชักจะกำเริบใหญ่ คอยดูแล้วกัน เธอจะเป็นคนตามจับตัวคนร้ายมารับโทษให้ได้
Leave a comment