ใจพันธนาการ – ตอนที่ 30

Share

หลังจากส่งแขกทุกคนเข้าห้องพักหมดแล้ว ไอยรากำลังจะกลับบ้าน เมื่อครู่นี้ยังเห็นลูกชายอยู่แวบ ๆ แต่ตอนนี้ไม่รู้หายหน้าไปไหนแล้ว

“เอ… เมื่อกี้ยังเห็นณเรศอยู่เลย หายไปไหนซะแล้ว  หนูแป้งหอมเห็นเขาไหมจ๊ะ?”

แป้งหอมสะดุ้ง เธอกำลังเหม่อลอยคิดเรื่องเขาอยู่

“มะ… ไม่เห็นค่ะ!”

“งั้นเหรอ คงปล่อยให้เหลวไหลเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว” พลันไอยราก็หยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าถือแล้วต่อสายหาลูกชาย

ในผับตอนนี้เป็นที่สนุกครื้นเครงของทุกคน รวมทั้งณเรศและนิตาที่ตอนนี้พ่ายฤทธิ์แอลกอฮอล์ไปแล้ว

ตื๊ด… ดดด!

มือถือของณเรศสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกง เขานอนฟุบกับโต๊ะ ล้วงออกมารับสาย

‘ณเรศ ลูกอยู่ไหน?’

“โอ… ผมไม่ได้ยินเสียงคุณเลย งั้นแค่นี้นะ” ณเรศกดวางสาย แล้วทิ้งมือถือลงบนโต๊ะอย่างไม่สนใจ เขายิ้มกริ่ม ใบหน้าแดงก่ำ

สายถูกตัด ไอยราแสดงอาการไม่พอใจกับพฤติกรรมของลูกชาย

“ว่าไงครับ ตอนนี้ณเรศอยู่ที่ไหน?” ศกรถามไปตามมารยาท

ไอยราลดมือถือลง ส่ายศีรษะอย่างละเหี่ยใจ

“เสียงดนตรีดังมาก น้าฟังเขาพูดไม่รู้เรื่องเลย”

“เสียงดนตรีดังมากงั้นเหรอครับ คงเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจากผับ”

“ที่แบบนั้นณเรศเขาไม่ชอบไปหรอกนะ”

“ก็ไม่แน่นะครับ ถ้าว่าที่เจ้าสาวของเขาพาไป เหมือนคราวที่แล้วไงครับ”

ไอยราแสดงสีหน้าเป็นห่วงลูกชาย ถ้าณเรศเมาแล้วขับรถกลับบ้านจะประสบอุบัติเหตุไหม ยิ่งคิดใจก็ยิ่งวุ่นวาย จะทำยังไงดี ไม่รู้ด้วยว่าเขาอยู่ผับไหน

“คุณน้าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ผมอาสาเป็นคนไปตามไอ้ณเรศกลับมาเอง” ศกรยิ้มอย่างน่าเชื่อถือ นั่นทำให้ไอยราเบาใจลงได้บ้าง

“งั้นฝากด้วยนะจ๊ะ”

ศกรจูงมือแป้งหอมเดินออกมาพร้อมกัน เธอยังติดใจอยู่ว่าเขาจะไปตามหาณเรศจากไหน ผับกลางคืนมีถมเถไป จะรู้ได้ไงว่าณเรศนั่งดื่มอยู่ที่ไหน

“คุณรู้แล้วเหรอคะว่าคุณณเรศเขาไปเที่ยวผับไหน?”

“ถ้ามันไปกับนิตามันก็พอเดาได้ไม่ยาก ผมเคยไปนั่งดื่มกับนิตามาเลยรู้ว่าร้านประจำที่นิตาไปบ่อยอยู่ที่ไหน”

แป้งหอมฟังก็ฉงน ศกรไปสนิทมักคุ้นกับนิตาตั้งแต่เมื่อไหร่

“เอ่อ… ที่ว่าไปนั่งดื่มกับนิตาน่ะ ผมหมายถึงไปเจอกันโดยบังเอิญ” ศกรกลัวแป้งหอมจะเข้าใจผิดเลยรีบบอกไว้ก่อน

ขับรถออกจากโรงแรมมาไม่นานก็ถึงผับที่ประจำของนิตา ที่นี่คนเยอะน่าดู เดาได้จากลานจอดรถที่เหลือที่ให้จอดน้อย

“เราแยกย้ายกันตามหาสองคนนั้นนะ” ศกรบอก

“ค่ะ”

แล้วศกรกับแป้งหอมก็แยกกันไป แป้งหอมเดินลัดเลาะผู้คนเข้ามา สายตาชะเง้อมองหาคนทั้งสอง  การเดินเบียดเสียดผู้คนพร้อมกล่าวคำว่า “ขอทางหน่อยค่ะ” ไม่คิดว่าจะทำให้เธอเหนื่อยมากขนาดนี้ คงเพราะอากาศที่ถ่ายเทไม่ดีนักด้วยมั้ง  ก่อนลมจะจับเธอก็มาหยุดหน้าทางเข้าห้องน้ำ

ไม่ได้ยืนเปล่า สายตาก็คอยชะเง้อหาคนทั้งสองไปด้วย ขณะกำลังจดจ่อกับบางสิ่ง ใครก็ไม่รู้เดินมาชนหลังเธอ

“โอ๊ะ!” แป้งหอมอุทาน หันควับมามองคนที่เดินชนเธอ

“ยืนเกะกะขวางทางคนจะเดินทำไมเนี่ย?”

แป้งหอมเห็นหน้าคนนั้นก็ประหลาดใจ คนที่เดินชนเธอคือณเรศนั่นเอง เขาอยู่ในสภาพที่ไม่คุ้นตาเธอ

“คุณณเรศ! คุณมาที่นี่ทำไมคะ?”

“ก็มาดื่มให้ลืมคนที่ไม่รักฉันยังไงล่ะ เธอมายุ่งอะไรด้วย?”

“นี่แป้งหอมเองนะคะ ฉันว่าเราออกไปคุยกันข้างนอกดีไหม?” แป้งหอมเข้ามาประคองคนที่แทบจะยืนเองไม่ได้

“ไม่ไป! ฉันว่าเธอไปดื่มกับฉันสักกรึบก่อนดีไหม เผื่อเธอจะปันใจจากไอ้ศกรมารักฉันบ้างยังไงล่ะ?” ณเรศทำท่ายกแก้วขึ้นดื่ม

 แป้งหอมส่ายหน้า เหนื่อยใจที่คุยกับณเรศไม่รู้เรื่องเสียแล้ว เธอประคองเขาออกมาที่ลานจอดรถ ฝ่าผู้คนมาได้อย่างทุลักทุเล

ด้านศกร เขากำลังตั้งใจตามหาอยู่เหมือนกัน แล้วสายตาที่คมดุจเหยี่ยวของเขาก็จับภาพนิตาที่โดดโหยงไปมาได้  ไม่รอช้าเขารีบเดินไปฉุดแขนเธอ

“โอ๊ย… เจ็บนะ ไอ้บ้าที่ไหนวะ?” นิตาส่อกิริยาก้าวร้าว

“บ้านช่องไม่มีให้กลับหรือไง มาเมาน่าอายอยู่ที่นี่” ศกรว่าให้

นิตาไม่สะทกสะท้าน เธอเอามือขึ้นมาจับแก้มของเขา พลางหยิกเล่นเหมือนเป็นตุ๊กตา

“อ๋อ… คุณศกรนี่เอง ลมอะไรหอบมาถึงที่นี่คะ มานั่งด้วยกันก่อนสิ”

เธอจะเดินไปนั่งยังที่นั่งของตน แต่เขารั้งเธอไว้

“นี่เธอเมามากแล้วนะ ยังจะดื่มอีกเหรอ  ฉันว่าเธอกลับไปกับฉันเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้านเอง”

“ไม่เอา ฉันไม่กลับ”

“เธอเมามากแล้วนะนิตา”

“ฉันไม่ได้เป็นเหา!”

ศกรส่ายศีรษะให้ความสามารถในการรับฟังของนิตา เขาไม่ทนกับความดื้อรั้นของเธอ อุ้มเธอขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแล้วพาเธอออกไป

เขาอุ้มเธอมาถึงหน้าประตูทางเข้าผับก็สู้แรงดิ้นไม่ไหว ทิ้งเธอลงพื้นอย่างไม่สนว่าเธอจะเจ็บหรือไม่

“โอ๊ย… คนบ้า นี่พาฉันออกมาทำไมเนี่ย คนกำลังสนุก” นิตาลุกขึ้นจะเดินเข้าผับ ศกรเอื้อมมือไปฉุดเธอไว้

“เธอนี่บ้าไปแล้วหรือไง เมาขนาดนี้จะดื่มยังไงไหว ฉันว่าฉันไปส่งเธอที่บ้านดีกว่านะ”

ศกรเข้ามาจะอุ้มนิตา แต่ถูกเธอผลักเสียก่อน”

“ใครว่าฉันเมา ดูนี่ฉันยังเดินตรงอยู่เลย” นิตาพูดพร้อมพยายามตั้งตัวให้ตรง เธอค่อย ๆ เดินไปข้างหน้า แต่แล้วก็สะดุดขาตัวเอง เซมาซบอกศกร เขาโอบเธอไว้ ตอนนี้ทั้งคู่แลกลมหายใจกัน  ท้องไส้ของนิตาจู่ ๆ ก็เกิดการแปรปรวน

“ฮึ… ฮึ… อ้วก… กกก!”

นิตาอ้วกรดศกร มื้อเย็นที่เพิ่งลงท้อง ตอนนี้มาอยู่เต็มหน้าอกศกร กลิ่นเหม็นเปรี้ยวจี๊ดไปถึงสมอง ทำเขาอยากอ้วกด้วยอีกคน

“อะไรของเธอเนี่ย อ้วกเต็มเสื้อฉันไปหมดแล้ว” ศกรบ่น แต่ก็ไม่แสดงอาการรังเกียจนิตาแม้แต่น้อย

“ขอโทษ ๆ มันอั้นไม่อยู่นี่หน่า  ฮึ… ฮึ…” อย่างกับนิตาจะขย่อนมื้อเย็นออกมาเป็นรอบที่สอง

“เฮ้ย! อย่านะ เมื้อกี้ยังไม่หมดอีกหรือไง?”

หลังจากปล่อยให้นิตาอ้วกหมดแล้ว ศกรก็โทรหาแป้งหอม บอกเธอว่าตอนนี้เขาเจอนิตาแล้ว กำลังจะพาเธอไปส่งที่บ้าน  แป้งหอมตอบกลับมาว่าเธอเจอณเรศเช่นกัน ตอนนี้พาเขานั่งแท็กซี่จวนจะถึงบ้านประภากรณ์แล้ว

ศกรวางสาย หันมามองนิตาที่นอนหมดสติด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์อยู่ตรงเบาะข้างคนขับ  ยามนอนนิตาก็น่ารักไปอีกแบบ เขาไล้ผมเธออย่างเอ็นดู ก่อนไฟจราจรจะกลายเป็นสีเขียว

กลางห้องโถงของโรงแรมหรู ที่กำลังถูกจัดเตรียมให้กลายเป็นสถานที่สำหรับพิธีแต่งงาน ธีมงานนี้คือความรักอันอ่อนหวาน สีที่ใช้เป็นสีโทนนุ่มนวลอย่าง สีขาว สีครีม สีชมพูในเฉดอ่อน ๆ ดอกไม้ถูกจัดเป็นซุ้มทางเข้าหน้างาน และจัดเป็นพุ่มประดับกระจายอยู่ทั่วบริเวณงาน  ผ้าปูโต๊ะสีครีม ม่านโอลด์โรสเป็นฉากหลังบนเวที ตอนนี้มีคนงานเข้าออกพลุกพล่าน เพราะต้องเร่งเตรียมงานให้เสร็จก่อนพรุ่งนี้

แป้งหอมมาคุมคนงานจัดตกแต่งสถานที่ตั้งแต่เช้า เธอเป็นคนคิดธีมงานนี้ งานแต่งงานอย่างในฝัน เธอต้องการให้งานครั้งนี้สมบูรณ์น่าประทับใจและไร้ที่ติ เพราะมันเป็นงานแต่งครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของเธอ  ศกรนั่งมองอยู่ห่าง ๆ ส่งยิ้มอบอุ่นให้ทุกครั้งที่เธอหันมา

งานแต่งงานนี้ไม่ได้เป็นของศกรและแป้งหอมเพียงคู่เดียว ณเรศและนิตาจะแต่งงานในวันเดียวกันนี้ นิตาจึงอ้อนณเรศให้พาเธอมาที่นี่ ทั้งสองเดินควงกันมาแต่ไกล

“ว้าว… สวยดีนะคะ ยายเด็กกำพร้านั่นรสนิยมดีไม่เลว ทีแรกนิตาคิดว่ามันจะจัดออกมาเป็นงานวัดเสียอีก” นิตาพูดปนหัวเราะ

“คุณแป้งหอมจะให้ผมติดม่านผืนนี้เลยไหมครับ?” คนงานที่กำลังจะติดผ้าม่านเอ่ยถาม

“ค่ะ ขึ้นไปติดเลย ระวังด้วยนะคะ เดี๋ยวจะตกเอา” แป้งหอมแสดงความเป็นห่วงตามนิสัยของเธอ

แล้วพนักงานก็ปีนบันไดนำผ้าม่านผืนที่สองไปติดเป็นฉากหลังบนเวที  แป้งหอมตามมาดูอย่างใกล้ชิด ร้องขอให้คนงานจัดตกแต่งเสียหน่อย

“จัดกลีบหน่อยนะคะ จะได้ดูมีมิติ” พลันฝุ่นผงจากเพดานก็ร่วงลงมาเข้าตาเธอ

“โอ๊ย!”

ศกรที่เฝ้ามองอยู่ รีบวิ่งมาด้วยความเป็นห่วงว่าที่เจ้าสาว เขาจับใบหน้าของเธอเพื่อจะดูเศษฝุ่นในตาเธอได้ชัด

“อะไรก็ไม่รู้เข้าตาฉันค่ะ เคืองจนลืมตาไม่ขึ้นเลย” แป้งหอมบอก

“เดี๋ยวผมดูให้นะ คุณกลอกตาไปมาหน่อยสิ  นั่นไง แค่เศษฝุ่นเล็ก ๆ เท่านั้น ผมจะเอาออกให้นะ” ศกรพูดแล้วเป่าที่ตาของเธอเบา ๆ

ณเรศและนิตาเดินผ่านมาเห็นพอดี

“ตายแล้ว บัดสีบัดเถลิง คุณณเรศดูสิคะ จูบกันกลางวันแสก ๆ ไม่อายใครเขาบ้างหรือไง คนตั้งเยอะแยะ  ท่าทางยายแป้งหอมจะไม่ขัดขืนด้วย มันคงอยากลิ้มรสริมฝีปากคุณศกร” นิตาจีบปากจีบคอพูด

ณเรศเห็นภาพเบื้องหน้าในอีกมุมจึงเข้าใจผิด สายตาโกรธแค้นฉายออกมาอย่างเห็นได้ชัด แป้งหอมไม่น่าย่ำยีหัวใจเขาถึงเพียงนี้ มันเจ็บมาก เจ็บเสียจนผู้ชายคนหนึ่งแทบจะทนไม่ได้  เขาต้องการแสดงความเจ็บปวดนั้นให้เธอได้สัมผัสบ้าง

ศกรประคองแป้งหอมลงมาจากเวที กำลังจะพาเธอไปห้องน้ำเพื่อชำระสิ่งแปลกปลอมให้หลุดออกไป

“คุณณเรศดูสิ จูบกันต่อหน้าคนยังไม่พอ พากันหนีไปทำอะไรลับหูลับตาอีก” นิตายุ

ณเรศมองตาม เขาโกรธและเกลียดแป้งหอมเสียแล้ว ทีคราวก่อนทำเป็นหวงไม่ยอมให้เขาแตะเนื้อต้องตัว แต่ศกรทำบ้างไม่เห็นเธอจะว่า มันช่างไม่ยุติธรรม  เขาต้องให้แป้งหอมได้รับบทเรียนอย่างสาสมกับความเจ็บปวดที่เขาได้รับจากเธอ

ในที่สุดวันแต่งงานก็มาถึง แขกผู้ใหญ่พากันมาครึกครื้น ตอนนี้ไอยรา แสงสรวล และวรา ผู้ใหญ่ของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวออกมาต้อนรับแขกอยู่หน้างาน เพราะตอนนี้เจ้าของงานทั้งสี่คนยังแต่งหน้าแต่งตัวไม่เสร็จ

นิตาในชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาด เดินเคียงมากับศกรในชุดเจ้าบ่าวสีขาวดูสุภาพ ทั้งสองเดินมารวมกับผู้ใหญ่ที่หน้างาน คอยช่วยต้อนรับแขกที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในวันนี้

“สวัสดีค่ะคุณไอยรา” เพื่อนในสังคมชั้นสูงของไอยรากล่าวทักทาย

“สวัสดีค่ะคุณศรีสมร” ไอยราทักตอบ

“ยินดีกับลูกชายด้วยนะคะ ใช่สองคนนี้หรือเปล่าที่จะแต่งงานกัน สวยหล่อทั้งคู่ ดูเหมาะสมกันดีนะคะ” ศรีสมรชมศกรและนิตา

“เปล่าค่ะคุณศรีสมร เด็กสองคนนี้ไม่ได้จะแต่งงานกัน”

“อุ้ยตาย! อย่างนั้นเหรอคะ” ศรีสมรอุทานแล้วกันไปพูดกับหนุ่มสาว “ขอโทษด้วยนะจ๊ะที่ป้าทักผิด ไม่ว่ากันนะ”

ศกรกับนิตายิ้มแห้งให้ศรีสมร

“ขอตัวเข้าไปในงานก่อนนะคะคุณไอยรา” ศรีสมรกล่าวก่อนจะเดินเข้าไปในงาน

ในห้องแต่งตัวของเจ้าสาว แป้งหอมนั่งเศร้าอยู่หน้ากระจก  เธอรู้สึกใจหายที่ตัวเองกำลังจะเข้าพิธีแต่งงาน เธอเพิ่งคบกับศกรได้ไม่นาน ยังศึกษาดูใจกันไม่ถี่ถ้วนนัก และวันนี้ก็มาถึงเร็วเหลือเกิน  เหตุผลเดียวที่เธอยอมแต่งงานกับเขาคือต้องการประชดณเรศ ชายผู้ซึ่งยัดเยียดอยู่ตลอดว่าเธอรักศกร

จู่ ๆ ก็มีบุรุษลึกลับในชุดสูทสีขาวดูสุภาพโผล่มาด้านหลังแป้งหอม เธอมองดูใบหน้าของชายผู้นั้นผ่านกระจกเงา  บุรุษผู้นั้นเอาผ้าเช็ดหน้าสีขาวมาปิดปากและจมูกของเธอ เธอพยายามร้อง แต่ไม่เป็นผล จนกระทั่งสติสัมปชัญญะดับวูบไป

ที่หน้างาน แขกผู้ใหญ่ยังทยอยมากันเรื่อย ๆ เจ้าภาพยืนต้อนรับตามหน้าที่  สักพักณเรศในชุดสูทสีขาวดูสุภาพชุดเดียวกับศกรก็เดินเข้ามาร่วมด้วย ขาดแต่แป้งหอมที่ไม่รู้ไปอยู่ไหน ไม่งั้นเจ้าบ่าวเจ้าสาวคงครบคู่แล้ว

“เอ… ป่านนี้แล้วทำไมหนูแป้งหอมถึงยังไม่ออกมาอีกนะ จวนจะได้เวลาทำพิธีอยู่แล้วเชียว” ไอยราชะเง้อมองหาแป้งหอม

ประชาสัมพันธ์สาวประจำตึกบริษัทดิเรกธานนท์ที่ไอยราใช้ให้ไปตามแป้งหอม วิ่งหน้าตาตื่นกลับมา เธอหยุดหายใจกระฟึดกระฟัด

“แล้วนี่ทำไมถึงวิ่งหน้าตั้งมาอย่างนี้ล่ะ หนูแป้งหอมอยู่ไหน ทำไมไม่มาด้วยกัน” ไอยราถามด้วยความร้อนใจ

ประชาสัมพันธ์สาวอยากจะตอบเสียตอนนี้ แต่ขอเธอหายใจก่อน

“คุณแป้งหอม…  เฮือก ๆ คุณแป้งหอมเธอ…  เฮือก ๆ คุณแป้งหอมเธอหายไปแล้วค่ะ”

“หา! หนูแป้งหอมหายไป” สิ้นคำไอยราลมแทบจะจับ


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้” ลุงเข้มหน้าซีด...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!