นิยาย

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 30

Share

หลังจากส่งแขกทุกคนเข้าห้องพักหมดแล้ว ไอยรากำลังจะกลับบ้าน เมื่อครู่นี้ยังเห็นลูกชายอยู่แวบ ๆ แต่ตอนนี้ไม่รู้หายหน้าไปไหนแล้ว

“เอ… เมื่อกี้ยังเห็นณเรศอยู่เลย หายไปไหนซะแล้ว  หนูแป้งหอมเห็นเขาไหมจ๊ะ?”

แป้งหอมสะดุ้ง เธอกำลังเหม่อลอยคิดเรื่องเขาอยู่

“มะ… ไม่เห็นค่ะ!”

“งั้นเหรอ คงปล่อยให้เหลวไหลเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว” พลันไอยราก็หยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าถือแล้วต่อสายหาลูกชาย

ในผับตอนนี้เป็นที่สนุกครื้นเครงของทุกคน รวมทั้งณเรศและนิตาที่ตอนนี้พ่ายฤทธิ์แอลกอฮอล์ไปแล้ว

ตื๊ด… ดดด!

มือถือของณเรศสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกง เขานอนฟุบกับโต๊ะ ล้วงออกมารับสาย

‘ณเรศ ลูกอยู่ไหน?’

“โอ… ผมไม่ได้ยินเสียงคุณเลย งั้นแค่นี้นะ” ณเรศกดวางสาย แล้วทิ้งมือถือลงบนโต๊ะอย่างไม่สนใจ เขายิ้มกริ่ม ใบหน้าแดงก่ำ

สายถูกตัด ไอยราแสดงอาการไม่พอใจกับพฤติกรรมของลูกชาย

“ว่าไงครับ ตอนนี้ณเรศอยู่ที่ไหน?” ศกรถามไปตามมารยาท

ไอยราลดมือถือลง ส่ายศีรษะอย่างละเหี่ยใจ

“เสียงดนตรีดังมาก น้าฟังเขาพูดไม่รู้เรื่องเลย”

“เสียงดนตรีดังมากงั้นเหรอครับ คงเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจากผับ”

“ที่แบบนั้นณเรศเขาไม่ชอบไปหรอกนะ”

“ก็ไม่แน่นะครับ ถ้าว่าที่เจ้าสาวของเขาพาไป เหมือนคราวที่แล้วไงครับ”

ไอยราแสดงสีหน้าเป็นห่วงลูกชาย ถ้าณเรศเมาแล้วขับรถกลับบ้านจะประสบอุบัติเหตุไหม ยิ่งคิดใจก็ยิ่งวุ่นวาย จะทำยังไงดี ไม่รู้ด้วยว่าเขาอยู่ผับไหน

“คุณน้าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ผมอาสาเป็นคนไปตามไอ้ณเรศกลับมาเอง” ศกรยิ้มอย่างน่าเชื่อถือ นั่นทำให้ไอยราเบาใจลงได้บ้าง

“งั้นฝากด้วยนะจ๊ะ”

ศกรจูงมือแป้งหอมเดินออกมาพร้อมกัน เธอยังติดใจอยู่ว่าเขาจะไปตามหาณเรศจากไหน ผับกลางคืนมีถมเถไป จะรู้ได้ไงว่าณเรศนั่งดื่มอยู่ที่ไหน

“คุณรู้แล้วเหรอคะว่าคุณณเรศเขาไปเที่ยวผับไหน?”

“ถ้ามันไปกับนิตามันก็พอเดาได้ไม่ยาก ผมเคยไปนั่งดื่มกับนิตามาเลยรู้ว่าร้านประจำที่นิตาไปบ่อยอยู่ที่ไหน”

แป้งหอมฟังก็ฉงน ศกรไปสนิทมักคุ้นกับนิตาตั้งแต่เมื่อไหร่

“เอ่อ… ที่ว่าไปนั่งดื่มกับนิตาน่ะ ผมหมายถึงไปเจอกันโดยบังเอิญ” ศกรกลัวแป้งหอมจะเข้าใจผิดเลยรีบบอกไว้ก่อน

ขับรถออกจากโรงแรมมาไม่นานก็ถึงผับที่ประจำของนิตา ที่นี่คนเยอะน่าดู เดาได้จากลานจอดรถที่เหลือที่ให้จอดน้อย

“เราแยกย้ายกันตามหาสองคนนั้นนะ” ศกรบอก

“ค่ะ”

แล้วศกรกับแป้งหอมก็แยกกันไป แป้งหอมเดินลัดเลาะผู้คนเข้ามา สายตาชะเง้อมองหาคนทั้งสอง  การเดินเบียดเสียดผู้คนพร้อมกล่าวคำว่า “ขอทางหน่อยค่ะ” ไม่คิดว่าจะทำให้เธอเหนื่อยมากขนาดนี้ คงเพราะอากาศที่ถ่ายเทไม่ดีนักด้วยมั้ง  ก่อนลมจะจับเธอก็มาหยุดหน้าทางเข้าห้องน้ำ

ไม่ได้ยืนเปล่า สายตาก็คอยชะเง้อหาคนทั้งสองไปด้วย ขณะกำลังจดจ่อกับบางสิ่ง ใครก็ไม่รู้เดินมาชนหลังเธอ

“โอ๊ะ!” แป้งหอมอุทาน หันควับมามองคนที่เดินชนเธอ

“ยืนเกะกะขวางทางคนจะเดินทำไมเนี่ย?”

แป้งหอมเห็นหน้าคนนั้นก็ประหลาดใจ คนที่เดินชนเธอคือณเรศนั่นเอง เขาอยู่ในสภาพที่ไม่คุ้นตาเธอ

“คุณณเรศ! คุณมาที่นี่ทำไมคะ?”

“ก็มาดื่มให้ลืมคนที่ไม่รักฉันยังไงล่ะ เธอมายุ่งอะไรด้วย?”

“นี่แป้งหอมเองนะคะ ฉันว่าเราออกไปคุยกันข้างนอกดีไหม?” แป้งหอมเข้ามาประคองคนที่แทบจะยืนเองไม่ได้

“ไม่ไป! ฉันว่าเธอไปดื่มกับฉันสักกรึบก่อนดีไหม เผื่อเธอจะปันใจจากไอ้ศกรมารักฉันบ้างยังไงล่ะ?” ณเรศทำท่ายกแก้วขึ้นดื่ม

 แป้งหอมส่ายหน้า เหนื่อยใจที่คุยกับณเรศไม่รู้เรื่องเสียแล้ว เธอประคองเขาออกมาที่ลานจอดรถ ฝ่าผู้คนมาได้อย่างทุลักทุเล

ด้านศกร เขากำลังตั้งใจตามหาอยู่เหมือนกัน แล้วสายตาที่คมดุจเหยี่ยวของเขาก็จับภาพนิตาที่โดดโหยงไปมาได้  ไม่รอช้าเขารีบเดินไปฉุดแขนเธอ

“โอ๊ย… เจ็บนะ ไอ้บ้าที่ไหนวะ?” นิตาส่อกิริยาก้าวร้าว

“บ้านช่องไม่มีให้กลับหรือไง มาเมาน่าอายอยู่ที่นี่” ศกรว่าให้

นิตาไม่สะทกสะท้าน เธอเอามือขึ้นมาจับแก้มของเขา พลางหยิกเล่นเหมือนเป็นตุ๊กตา

“อ๋อ… คุณศกรนี่เอง ลมอะไรหอบมาถึงที่นี่คะ มานั่งด้วยกันก่อนสิ”

เธอจะเดินไปนั่งยังที่นั่งของตน แต่เขารั้งเธอไว้

“นี่เธอเมามากแล้วนะ ยังจะดื่มอีกเหรอ  ฉันว่าเธอกลับไปกับฉันเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้านเอง”

“ไม่เอา ฉันไม่กลับ”

“เธอเมามากแล้วนะนิตา”

“ฉันไม่ได้เป็นเหา!”

ศกรส่ายศีรษะให้ความสามารถในการรับฟังของนิตา เขาไม่ทนกับความดื้อรั้นของเธอ อุ้มเธอขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแล้วพาเธอออกไป

เขาอุ้มเธอมาถึงหน้าประตูทางเข้าผับก็สู้แรงดิ้นไม่ไหว ทิ้งเธอลงพื้นอย่างไม่สนว่าเธอจะเจ็บหรือไม่

“โอ๊ย… คนบ้า นี่พาฉันออกมาทำไมเนี่ย คนกำลังสนุก” นิตาลุกขึ้นจะเดินเข้าผับ ศกรเอื้อมมือไปฉุดเธอไว้

“เธอนี่บ้าไปแล้วหรือไง เมาขนาดนี้จะดื่มยังไงไหว ฉันว่าฉันไปส่งเธอที่บ้านดีกว่านะ”

ศกรเข้ามาจะอุ้มนิตา แต่ถูกเธอผลักเสียก่อน”

“ใครว่าฉันเมา ดูนี่ฉันยังเดินตรงอยู่เลย” นิตาพูดพร้อมพยายามตั้งตัวให้ตรง เธอค่อย ๆ เดินไปข้างหน้า แต่แล้วก็สะดุดขาตัวเอง เซมาซบอกศกร เขาโอบเธอไว้ ตอนนี้ทั้งคู่แลกลมหายใจกัน  ท้องไส้ของนิตาจู่ ๆ ก็เกิดการแปรปรวน

“ฮึ… ฮึ… อ้วก… กกก!”

นิตาอ้วกรดศกร มื้อเย็นที่เพิ่งลงท้อง ตอนนี้มาอยู่เต็มหน้าอกศกร กลิ่นเหม็นเปรี้ยวจี๊ดไปถึงสมอง ทำเขาอยากอ้วกด้วยอีกคน

“อะไรของเธอเนี่ย อ้วกเต็มเสื้อฉันไปหมดแล้ว” ศกรบ่น แต่ก็ไม่แสดงอาการรังเกียจนิตาแม้แต่น้อย

“ขอโทษ ๆ มันอั้นไม่อยู่นี่หน่า  ฮึ… ฮึ…” อย่างกับนิตาจะขย่อนมื้อเย็นออกมาเป็นรอบที่สอง

“เฮ้ย! อย่านะ เมื้อกี้ยังไม่หมดอีกหรือไง?”

หลังจากปล่อยให้นิตาอ้วกหมดแล้ว ศกรก็โทรหาแป้งหอม บอกเธอว่าตอนนี้เขาเจอนิตาแล้ว กำลังจะพาเธอไปส่งที่บ้าน  แป้งหอมตอบกลับมาว่าเธอเจอณเรศเช่นกัน ตอนนี้พาเขานั่งแท็กซี่จวนจะถึงบ้านประภากรณ์แล้ว

ศกรวางสาย หันมามองนิตาที่นอนหมดสติด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์อยู่ตรงเบาะข้างคนขับ  ยามนอนนิตาก็น่ารักไปอีกแบบ เขาไล้ผมเธออย่างเอ็นดู ก่อนไฟจราจรจะกลายเป็นสีเขียว

กลางห้องโถงของโรงแรมหรู ที่กำลังถูกจัดเตรียมให้กลายเป็นสถานที่สำหรับพิธีแต่งงาน ธีมงานนี้คือความรักอันอ่อนหวาน สีที่ใช้เป็นสีโทนนุ่มนวลอย่าง สีขาว สีครีม สีชมพูในเฉดอ่อน ๆ ดอกไม้ถูกจัดเป็นซุ้มทางเข้าหน้างาน และจัดเป็นพุ่มประดับกระจายอยู่ทั่วบริเวณงาน  ผ้าปูโต๊ะสีครีม ม่านโอลด์โรสเป็นฉากหลังบนเวที ตอนนี้มีคนงานเข้าออกพลุกพล่าน เพราะต้องเร่งเตรียมงานให้เสร็จก่อนพรุ่งนี้

แป้งหอมมาคุมคนงานจัดตกแต่งสถานที่ตั้งแต่เช้า เธอเป็นคนคิดธีมงานนี้ งานแต่งงานอย่างในฝัน เธอต้องการให้งานครั้งนี้สมบูรณ์น่าประทับใจและไร้ที่ติ เพราะมันเป็นงานแต่งครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของเธอ  ศกรนั่งมองอยู่ห่าง ๆ ส่งยิ้มอบอุ่นให้ทุกครั้งที่เธอหันมา

งานแต่งงานนี้ไม่ได้เป็นของศกรและแป้งหอมเพียงคู่เดียว ณเรศและนิตาจะแต่งงานในวันเดียวกันนี้ นิตาจึงอ้อนณเรศให้พาเธอมาที่นี่ ทั้งสองเดินควงกันมาแต่ไกล

“ว้าว… สวยดีนะคะ ยายเด็กกำพร้านั่นรสนิยมดีไม่เลว ทีแรกนิตาคิดว่ามันจะจัดออกมาเป็นงานวัดเสียอีก” นิตาพูดปนหัวเราะ

“คุณแป้งหอมจะให้ผมติดม่านผืนนี้เลยไหมครับ?” คนงานที่กำลังจะติดผ้าม่านเอ่ยถาม

“ค่ะ ขึ้นไปติดเลย ระวังด้วยนะคะ เดี๋ยวจะตกเอา” แป้งหอมแสดงความเป็นห่วงตามนิสัยของเธอ

แล้วพนักงานก็ปีนบันไดนำผ้าม่านผืนที่สองไปติดเป็นฉากหลังบนเวที  แป้งหอมตามมาดูอย่างใกล้ชิด ร้องขอให้คนงานจัดตกแต่งเสียหน่อย

“จัดกลีบหน่อยนะคะ จะได้ดูมีมิติ” พลันฝุ่นผงจากเพดานก็ร่วงลงมาเข้าตาเธอ

“โอ๊ย!”

ศกรที่เฝ้ามองอยู่ รีบวิ่งมาด้วยความเป็นห่วงว่าที่เจ้าสาว เขาจับใบหน้าของเธอเพื่อจะดูเศษฝุ่นในตาเธอได้ชัด

“อะไรก็ไม่รู้เข้าตาฉันค่ะ เคืองจนลืมตาไม่ขึ้นเลย” แป้งหอมบอก

“เดี๋ยวผมดูให้นะ คุณกลอกตาไปมาหน่อยสิ  นั่นไง แค่เศษฝุ่นเล็ก ๆ เท่านั้น ผมจะเอาออกให้นะ” ศกรพูดแล้วเป่าที่ตาของเธอเบา ๆ

ณเรศและนิตาเดินผ่านมาเห็นพอดี

“ตายแล้ว บัดสีบัดเถลิง คุณณเรศดูสิคะ จูบกันกลางวันแสก ๆ ไม่อายใครเขาบ้างหรือไง คนตั้งเยอะแยะ  ท่าทางยายแป้งหอมจะไม่ขัดขืนด้วย มันคงอยากลิ้มรสริมฝีปากคุณศกร” นิตาจีบปากจีบคอพูด

ณเรศเห็นภาพเบื้องหน้าในอีกมุมจึงเข้าใจผิด สายตาโกรธแค้นฉายออกมาอย่างเห็นได้ชัด แป้งหอมไม่น่าย่ำยีหัวใจเขาถึงเพียงนี้ มันเจ็บมาก เจ็บเสียจนผู้ชายคนหนึ่งแทบจะทนไม่ได้  เขาต้องการแสดงความเจ็บปวดนั้นให้เธอได้สัมผัสบ้าง

ศกรประคองแป้งหอมลงมาจากเวที กำลังจะพาเธอไปห้องน้ำเพื่อชำระสิ่งแปลกปลอมให้หลุดออกไป

“คุณณเรศดูสิ จูบกันต่อหน้าคนยังไม่พอ พากันหนีไปทำอะไรลับหูลับตาอีก” นิตายุ

ณเรศมองตาม เขาโกรธและเกลียดแป้งหอมเสียแล้ว ทีคราวก่อนทำเป็นหวงไม่ยอมให้เขาแตะเนื้อต้องตัว แต่ศกรทำบ้างไม่เห็นเธอจะว่า มันช่างไม่ยุติธรรม  เขาต้องให้แป้งหอมได้รับบทเรียนอย่างสาสมกับความเจ็บปวดที่เขาได้รับจากเธอ

ในที่สุดวันแต่งงานก็มาถึง แขกผู้ใหญ่พากันมาครึกครื้น ตอนนี้ไอยรา แสงสรวล และวรา ผู้ใหญ่ของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวออกมาต้อนรับแขกอยู่หน้างาน เพราะตอนนี้เจ้าของงานทั้งสี่คนยังแต่งหน้าแต่งตัวไม่เสร็จ

นิตาในชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาด เดินเคียงมากับศกรในชุดเจ้าบ่าวสีขาวดูสุภาพ ทั้งสองเดินมารวมกับผู้ใหญ่ที่หน้างาน คอยช่วยต้อนรับแขกที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในวันนี้

“สวัสดีค่ะคุณไอยรา” เพื่อนในสังคมชั้นสูงของไอยรากล่าวทักทาย

“สวัสดีค่ะคุณศรีสมร” ไอยราทักตอบ

“ยินดีกับลูกชายด้วยนะคะ ใช่สองคนนี้หรือเปล่าที่จะแต่งงานกัน สวยหล่อทั้งคู่ ดูเหมาะสมกันดีนะคะ” ศรีสมรชมศกรและนิตา

“เปล่าค่ะคุณศรีสมร เด็กสองคนนี้ไม่ได้จะแต่งงานกัน”

“อุ้ยตาย! อย่างนั้นเหรอคะ” ศรีสมรอุทานแล้วกันไปพูดกับหนุ่มสาว “ขอโทษด้วยนะจ๊ะที่ป้าทักผิด ไม่ว่ากันนะ”

ศกรกับนิตายิ้มแห้งให้ศรีสมร

“ขอตัวเข้าไปในงานก่อนนะคะคุณไอยรา” ศรีสมรกล่าวก่อนจะเดินเข้าไปในงาน

ในห้องแต่งตัวของเจ้าสาว แป้งหอมนั่งเศร้าอยู่หน้ากระจก  เธอรู้สึกใจหายที่ตัวเองกำลังจะเข้าพิธีแต่งงาน เธอเพิ่งคบกับศกรได้ไม่นาน ยังศึกษาดูใจกันไม่ถี่ถ้วนนัก และวันนี้ก็มาถึงเร็วเหลือเกิน  เหตุผลเดียวที่เธอยอมแต่งงานกับเขาคือต้องการประชดณเรศ ชายผู้ซึ่งยัดเยียดอยู่ตลอดว่าเธอรักศกร

จู่ ๆ ก็มีบุรุษลึกลับในชุดสูทสีขาวดูสุภาพโผล่มาด้านหลังแป้งหอม เธอมองดูใบหน้าของชายผู้นั้นผ่านกระจกเงา  บุรุษผู้นั้นเอาผ้าเช็ดหน้าสีขาวมาปิดปากและจมูกของเธอ เธอพยายามร้อง แต่ไม่เป็นผล จนกระทั่งสติสัมปชัญญะดับวูบไป

ที่หน้างาน แขกผู้ใหญ่ยังทยอยมากันเรื่อย ๆ เจ้าภาพยืนต้อนรับตามหน้าที่  สักพักณเรศในชุดสูทสีขาวดูสุภาพชุดเดียวกับศกรก็เดินเข้ามาร่วมด้วย ขาดแต่แป้งหอมที่ไม่รู้ไปอยู่ไหน ไม่งั้นเจ้าบ่าวเจ้าสาวคงครบคู่แล้ว

“เอ… ป่านนี้แล้วทำไมหนูแป้งหอมถึงยังไม่ออกมาอีกนะ จวนจะได้เวลาทำพิธีอยู่แล้วเชียว” ไอยราชะเง้อมองหาแป้งหอม

ประชาสัมพันธ์สาวประจำตึกบริษัทดิเรกธานนท์ที่ไอยราใช้ให้ไปตามแป้งหอม วิ่งหน้าตาตื่นกลับมา เธอหยุดหายใจกระฟึดกระฟัด

“แล้วนี่ทำไมถึงวิ่งหน้าตั้งมาอย่างนี้ล่ะ หนูแป้งหอมอยู่ไหน ทำไมไม่มาด้วยกัน” ไอยราถามด้วยความร้อนใจ

ประชาสัมพันธ์สาวอยากจะตอบเสียตอนนี้ แต่ขอเธอหายใจก่อน

“คุณแป้งหอม…  เฮือก ๆ คุณแป้งหอมเธอ…  เฮือก ๆ คุณแป้งหอมเธอหายไปแล้วค่ะ”

“หา! หนูแป้งหอมหายไป” สิ้นคำไอยราลมแทบจะจับ


Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้” ลุงเข้มหน้าซีด...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

error: Content is protected !!