ชุดขาว – ตอนที่ 4/5

Share

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลใจให้กับคนทุกระดับในสังคม แม้แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ออกประกาศเตือนนักศึกษาให้ขับขี่รถอย่างระมัดระวัง งดสังสรรค์จนดึกดื่น ตลอดเวลาหนึ่งภาคการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย มีข่าวเกี่ยวกับผีชุดขาวให้ได้ยินไม่เคยขาด หลังสอบวิชาหนึ่งเสร็จ เหรียญและเพื่อน ๆ นัดกันกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารประจำคณะ กินไปพลางพูดเรื่องข้อสอบที่เพิ่งทำมา จนเข้าเรื่องผีชุดขาวในที่สุด

“สักวันหนึ่งจะมีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเราเจอผีชุดขาวไหมวะ?” แบงก์เริ่มประเด็น

“อย่าพูดแช่งกันเองแบบนี้สิ พวกเราก็ไม่ใช่พวกชอบเที่ยวกลางคืนสักหน่อย” ฟรังก์ปราม

“ฉันนี่สิน่ากลัว บางทีเลิกงานเดินแบบดึก ๆ ก็หวั่นใจกลัวจะเจอผีชุดขาวเหมือนกัน” หยวนว่า

“แต่พักนี้ไม่ค่อยได้ยินข่าวผีชุดขาวออกอาละวาดเลยนะ” เหรียญตั้งข้อสังเกต

“นั่นน่ะสิ หรือว่าผีนั่นจะหยุดหลอกคน เอาเวลามาอ่านหนังสือเตรียมสอบปลายภาค” แบงก์ปล่อยมุก ทำเพื่อน ๆ หัวเราะครืน

“ฉันสังเกตอะไรได้อย่างหนึ่ง เกี่ยวกับเหยื่อที่ถูกผีชุดขาวหลอก” เหรียญพูด “ไม่รู้พวกแกสังเกตกันหรือเปล่า ว่าไม่เคยได้ยินข่าวผีตัวนี้หลอกคนขับรถสิบล้อ หลอกพ่อค้าแม่ค้า ทั้งที่คนเหล่านี้ทำมาหากินกันตอนดึก ๆ ถึงเช้า ไม่เคยได้ยินว่าผีชุดขาวมันไปหลอกฝรั่ง หลอกคนจีน เห็นมันไปหลอกแต่พวกคนขี้เหล้า นักท่องราตรีอะไรทำนองนั้น”

“เรื่องนี้ลองเอาไปปรึกษาครีมดูสิ แม่นั่นเป็นแฟนพันธุ์แท้ผีชุดขาวนี่” แบงก์ว่า

ฟรังก์พยักพเยิดไปตรงทางเดินเข้าโรงอาหาร เห็นครีมกำลังเดินมากับผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่คุ้นหน้า

“พูดถึงก็มาพอดี อะไรจะบังเอิญขนาดนี้” หยวนเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ

ครีมไม่ทันสังเกตว่ามีคนกลุ่มหนึ่งพูดถึงตนอยู่ เพราะโรงอาหารเวลาพักเที่ยงคนพลุกพล่าน ดูไม่รู้ว่าใครเป็นใคร

“มากับเพื่อนด้วยแฮะ มีคนคบเหมือนกันนี่หว่า นึกว่าจะไม่สุงสิงกับมนุษย์ด้วยกันซะแล้ว” แบงก์แขวะ

“ฉันเคยได้ยินมาว่าครีมเป็นเลสเบี้ยน ผู้หญิงคนนั้นใช่แฟนเธอหรือเปล่านะ แต่ไม่รู้ว่าที่ลือกันใช่เรื่องจริงไหม?” ฟรังก์บอก

“เออ… ฟรังก์ ฉันถามอะไรเธอหน่อยสิ” แบงก์หน้าตาอยากรู้ “เวลาผู้หญิงกับผู้หญิงมีอะไรกันนี่ทำยังไงเหรอ ฉันจินตนาการไม่ออกเลย”

ได้ยินยังงั้นฟรังก์ก็สำลักข้าว ต้องรีบหยิบน้ำขึ้นมาดื่ม

“ไม่รู้โว้ย ฉันเป็นเลสเบี้ยนที่ไหนล่ะ และตั้งแต่เกิดมาฉันก็ไม่เคยมีแฟนเลยสักคน เรื่องความรักฉันอ่อนประสบการณ์” หญิงสาวตอบ หันตาขวางไปดุคนถาม

ดูจากสีหน้ากรุ่มกริ่มของแบงก์ ก็รู้ว่าเขาตั้งใจถามเพื่อแกล้งให้ฟังอายเล่นเท่านั้น สาวเจ้าเลยตีเพี๊ยะเข้าที่ไหล่ของเขาอย่างแรกหนึ่งที


ในที่สุดวินาทีที่เหล่านักศึกษาตั้งหน้าตั้งตารอให้มันผ่านพ้นไปก็ได้จบสิ้นลงแล้ว เสียงอาจารย์คุมสอบประกาศก้องห้องว่าหมดเวลาทำข้อสอบวิชาสุดท้ายแล้ว คนไหนทำได้และทำทันก็ยิ้มหน้าบานออกมาจากห้อง คนไหนทำไมได้และยังทำไม่เสร็จก็สุ่มกาข้อสอบมั่ว ๆ ในช่องที่เว้นไว้ ขอผลบุญที่เคยทำมา ดลบันดาลให้ข้อที่ตอบมั่วถูกสักหน่อยก็ยังดี

อีกสองสัปดาห์จะได้รู้ผลแล้ว ว่าความวิริยะในการทุ่มเทอ่านหนังสือเตรียมสอบของใครจะส่งผลอย่างไร แต่ที่แน่ ๆ ในตอนนี้ ชีวิตการเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 จบลงแล้ว ปีการศึกษาต่อไปพวกเขาจะไม่ใช่น้องใหม่แล้ว แต่จะกลายเป็นรุ่นพี่ มีรุ่นน้องชุดใหม่เข้ามาแทนที่ ความหวังในการคว้าใบปริญญา มาเป็นใบเบิกทางสู่อาชีพก็ใกล้เข้ามาอีกขั้น

ล้าสมองจากการอ่านหนังสือเตรียมสอบติดต่อกันมาหลายวัน ตอนนี้ใคร ๆ ก็อยากพักสมองให้โล่งด้วยวิธีการของใครของมัน สำหรับคนที่ชอบเฮฮาสังสรรค์ เป็นที่รู้กันว่าคืนนี้มีนัดกันที่ร้านประจำ ปกติกลุ่มเพื่อนของเหรียญไม่สนใจกิจกรรมทำนองนี้สักเท่าไหร่ แต่ไม่รู้ฟรังก์นึกยังไงถึงออกปากชวนเพื่อนในกลุ่มออกไปสังสรรค์กับชาวคณะ

“คืนนี้ออกไปกับพวกเพื่อนคนอื่นกันไหม?” สาวน้อยเพียงคนเดียวในกลุ่ม ถามลองเชิงเพื่อน ๆ

“ห๊ะ! เธอนึกยังไงถึงอยากออกไปกับไอ้พวกนั้น” แบงค์หันขวับมาทางคนถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง “ไหนเธอบอกว่าพ่อของเธอไม่อนุญาตให้ดื่มเหล้าดื่มเบียร์ จนกว่าจะบรรลุนิติภาวะนี่?”

“ก็ไม่ต้องดื่มสิ ฉันแค่อยากออกไปเสพบรรยากาศเฉย ๆ อยากรู้ที่เขาพูดกันว่าไม่ได้ติดเหล้า แต่ติดบรรยากาศในวงเหล้ามันเป็นยังไง”

“ฉันน่ะไปได้ แล้วเดี๋ยวจะชวนสตางค์ไปเป็นเพื่อนเธอด้วย ว่าแต่หยวนกับเหรียญเถอะ คืนนี้จะไปด้วยกันหรือเปล่า?” แบงค์หันมาถามเพื่อนอีก 2 คน

“ฉันไปได้นะ ช่วงนี้ลายาวขอพี่กานต์ไม่รับงาน” หยวนตอบ

“ถ้างั้นคืนนี้พวกเราไปที่ร้านพร้อมกันเลยไหมล่ะ ฉันจะยืมรถเก๋งพี่ปอนด์มารับพวกเราไปกัน” เหรียญเสนอ

“เออ… ดีเลย เผื่อใครคนไหนหมดสภาพจะได้ลากกลับง่าย ๆ หน่อย” แบงค์เห็นชอบ

บ่ายนั้นเหรียญติดต่อขอยืมรถพี่ปอนด์มาใช้สำหรับคืนนี้ เพราะรู้ว่าช่วงสอบพี่ปอนด์แทบไม่ได้ออกไปไหน หมกตัวอ่านหนังสือสอบอยู่แต่ในห้อง พี่ปอนด์ตอบรับอย่างเต็มใจ เหรียญจึงเข้าไปเอารถเก๋งที่คอนโดของพี่ปอนด์มาไว้ที่หอพักของตน


เหรียญนัดเพื่อน ๆ ให้มาเจอกันที่คณะ เมื่อเขาขับรถเก๋งมาถึงก็เจอกลุ่มเพื่อนของตัวเองรออยู่ บรรยากาศรอบคณะในคืนนี้ ผิดกับหลายคืนก่อนหน้าเป็นอย่างมาก มันเงียบและวังเวงเมื่อไร้นักศึกษามาจับกลุ่มอ่านหนังสือ

เมื่อทั้ง 5 คน ประกอบไปด้วย เหรียญ, แบงค์, หยวน, ฟรังก์และสตางค์นั่งในรถเรียบร้อยแล้ว เหรียญก็ออกรถมุ่งสู่สถานที่เป้าหมายทันที

ร้านที่นัดหมายเป็นร้านอาหารที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย เหรียญใช้เวลาขับรถพาเพื่อน ๆ มาถึงในเวลา 15 นาที บรรยากาศร้านตกแต่งอย่างสวยงาม ตรงกลางลานนั่งดื่มหน้าร้านมีต้นไม้ใหญ่ตั้งตระหง่าน ดูสง่าแม้อยู่ในความมืด มีสายไฟหลอดปิงปองห้อยตกแต่งระโยงระยางรอบต้นไม้

วัสดุตกแต่งร้านให้ความรู้สึกย้อนยุค ไม่ว่าจะเป็นป้ายโลหะโฆษณาเก่า ๆ โปสเตอร์หนังสมัยก่อนที่วาดด้วยมือ ตอนนี้ร้านเริ่มเต็มไปด้วยผู้คน ที่นั่งถูกจับจองเกือบทุกโต๊ะ แบงค์พาเพื่อน ๆ กลุ่มตัวเองมารวมกับเพื่อนกลุ่มอื่น ซึ่งก็คือเพื่อนที่เรียนคณะเดียวกันนั่นแหละ

“เป็นไงบ้างแม่คุณหนู ชอบบรรยากาศร้านเหล้าแบบนี้ไหม?” แบงค์หันไปถามฟรังก์ หลังจากเขาหาที่นั่งให้เพื่อนได้ครบทุกคนแล้ว

ฟรังก์หน้าแจ่มใส หากเธอไม่เลือกมาเรียนไกลบ้าน คงไม่ได้มาเที่ยวอะไรแบบนี้

“ฉันชอบนะ คึกคักดี”

“อยากกินอะไรก็บอกให้สตางค์จัดการให้นะ”

ฟรังก์พยักหน้ารับรู้ แล้วหันไปคุยกับสตางค์ต่อเรื่องที่คุยค้างไว้ด้วยกันตอนอยู่บนรถ

เหรียญมองสำรวจรอบร้าน บรรดาเพื่อนที่คุ้นหน้ามารวมตัวกันที่ร้านนี้เกือบหมด ลูกค้าแทบทั้งร้านเป็นเพื่อน ๆ ชั้นปี 1 ของเขาทั้งนั้น อัฐก็ไม่พลาดมากับเขาด้วยเหมือนกัน เหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ได้ทำให้เขาเข็ดแม้แต่น้อย

“พวกแกจะสั่งอะไรบ้าง จะได้สั่งพร้อมกันทีเดียว” แบงค์หันไปถามเหรียญกับหยวน

“ฉันไม่เอาอะไร เดี๋ยวต้องขับรถไปส่งพวกแกอีก” เหรียญว่า

“ฉันเอาเหมือนแกละกัน” หยวนบอก แล้วแบงค์ก็จดลงในกระดาษ จากนั้นลุกเอาไปส่งให้พนักงาน

บรรยากาศของร้านค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความสนุก คุยเล่นเรื่องราวสัพเพเหระ มุกตลกสัปดนปล่อยออกมา สร้างเสียงหัวเราะมุกแล้วมุกเล่าจนดังลั่นไปทั้งร้าน ดูเหมือนทุกคนต่างลืมเรื่องผีผู้หญิงผมยาวชุดขาวที่เคยสร้างความตื่นตระหนกให้แก่พวกเขาไปซะแล้ว ในเมื่อพักหลังมานี้ไม่มีข่าวของผีสาวตนนี้หลุดออกมาให้ได้ยินเลย

ยิ่งดึก ยิ่งกระดกน้ำเมาพร่องไปเท่าไหร่ มุกตลกก็ยิ่งทวีความสัปดนขึ้นไปมากเท่านั้น ฟรังก์ที่สัญญากับพ่อไว้ว่าจะไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนกว่าจะอายุครบ 20 ปี ก็ยังรักษาสัญยานี้ไว้ได้อยู่ แต่คนที่เห็นเธอตอนนี้ ล้วนคิดว่าเธอเมาจนสติหลุดไปแล้ว เพราะเสียงหัวเราะที่เธอปล่อยออกมา ตอนที่มีเพื่อนเล่นมุกตลกได้ถูกใจนั้น ดังสนั่นกว่าคนที่เมากรึ่ม ๆ ไปแล้วซะอีก

เหรียญตั้งใจไม่ดื่ม เพราะเขามีหน้าที่ขับรถไปส่งเพื่อน ๆ กลับที่พักอย่างสวัสดิภาพ แบงค์และสตางค์ดื่มเพียงเล็กน้อย พอให้คล้อยไปกับบรรยากาศ ส่วนหยวนนั้นเมาแอ๋หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก นอนฟุบอยู่กับโต๊ะ แม้จะกระดกไปเพียง 2 แก้วเท่านั้น ในที่สุดดูเหมือนจะมีคนนึกเรื่องที่ใครต่างลืมไปแล้วขึ้นมาได้

“เฮ้ยไอ้อัฐ นี่มันดึกแล้วนะโว้ย ยังไม่รีบกลับไปนอนอีกเหรอ ระวังนะ คืนนี้จะเจอผีชุดขาวอีก” ใครคนหนึ่งพูดขึ้นแซวอัฐ เรียกเสียงหัวเราะได้ครืนใหญ่

อัฐซดเหล้าในแก้วจนหมดแล้วกระแทกลงบนโต๊ะ เขาลุกขึ้นยืนโดยพยายามประคองตัวเองให้ดูองค์อาจ

“กูไม่กลัวแล้วโว้ย อีผีชุดขาวบ้าอะไรนั่น ลองคืนนี้เจอกันอีกทีสิ พี่อัฐคนนี้จะจัดให้จนได้ขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดเลยคอยดู” อัฐพูดอย่างคะนองปาก พลากกระดกเอวไปข้างหน้า ทำเอานักดื่มในร้านหัวเราะชอบใจกันใหญ่

Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Related Articles

ชุดขาว – ตอนที่ 5/5 (จบ)

ถึงเวลาร้านปิด ทุกคนทะยอยกันกลับทางใครทางมัน กลุ่มของเหรียญยังมีสติกันครบ ยกเว้นหยวนที่หมดสภาพไปแล้ว ลำบากเหรียญและแบงค์ต้องหิ้วปีกกลับมาขึ้นรถของพี่ปอนด์ เหรียญกำชับให้เพื่อน ๆ หาถุงพลาสติกติดมือขึ้นรถไปด้วย เผื่อหยวนอ้วกระหว่างทางจะได้ไม่เหลือหลักฐานทิ้งไว้บนรถ ดูเหมือนฟรังก์จะติดใจบรรยากาศร้านในวงเหล้า ระหว่างทางกลับเธอเล่ามุกตลกที่โดนใจซ้ำให้เพื่อนในรถฟังอีกครั้ง คนระดับเธอมาเจออะไรแบบนี้เท่ากับได้เปิดโลกทัศน์เลยทีเดียว...

ชุดขาว – ตอนที่ 3/5

ใกล้เวลาเรียนวิชาแรกเข้าไปทุกที อาจารย์ประจำวิชายังไม่มีทีท่าว่าจะมาถึง ระหว่างนี้มีนักศึกษาชายคนถึงลุกไปเปิดประตูห้องเรียนให้ใครคนหนึ่งเดินเข้ามา ทีแรกทุกคนนึกว่าเป็นอาจารย์ พากันเงียบกริบแล้วหันมามองเป็นตาเดียว ทว่าแท้จริงแล้วเป็นอัฐ เพื่อนร่วมชั้นปี ชายหนุ่มร่างท้วม ผิวคล้ำ ที่ตอนเข้าค่ายวันนั้นยังเห็นปกติสบายดี แต่ตอนนี้เขาต้องเดินกะเผกโดยใช้ไม้ค้ำยันช่วยพยุง ขาข้างขวามีเฝือกดามอยู่...

ชุดขาว – ตอนที่ 2/5

เล่าจบเพื่อนนักศึกษาใหม่ก็ส่งเสียงฮือฮา ขนลุกขนพองไปกับเรื่องที่อัฐเล่า ไม่อยากจินตนาการเลยว่าหากเป็นต้องไปตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น จะประคองสติไว้กับตัวเช่นใด เหรียญหัวเราะหึในลำคอ แววตาส่องประกายเหมือนคนจับโกหกคนอื่นได้ เขาหันหน้าไปคุยกับเพื่อน ๆ “นี่แบงก์ นายกลัวผีหรือเปล่า?” “ไม่รู้สิว่ากลัวไหม ไม่เคยเจอเองกับตัว...

ชุดขาว – ตอนที่ 1/5

อากาศยานลำยักษ์เหินอยู่กลางเวหา เหนือแผ่นดินที่มีภูมิทัศน์เป็นภูเขาสูงต่ำเขียวขจี เมฆเกาะกลุ่มก้อนสีหม่นคล้ำ ดูคล้ายพร้อมจะสาดสายฟ้าสู่เบื้องล่างในเร็วนี้ ไฟสัญญาณแจ้งให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดที่นั่งสว่างขึ้น เสียงนักบินประจำเครื่องดังขึ้นผ่านลำโพง แจ้งให้ผู้โดยสารทราบว่าเครื่องบินลำนี้กำลังจะถึงที่หมายในอีกไม่ช้า ทิวทัศน์ด้านล่างเริ่มมีตึกรามบ้านช่องให้เห็นบ้างแล้ว ท้องถนนแม้จะมีรถราหลายคันสัญจรแต่ยังดูโล่งมาก เมื่อเทียบกับท้องถนนในเมืองหลวงที่แน่นขนัดไปเสียทุกสาย เครื่องบินลดระดับความสูงลงกะทันหัน ทำเอาผู้โดยสารเสียวตรงท้องน้อย...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!