นิยาย

ชุดขาว – ตอนที่ 4/5

Share

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลใจให้กับคนทุกระดับในสังคม แม้แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ออกประกาศเตือนนักศึกษาให้ขับขี่รถอย่างระมัดระวัง งดสังสรรค์จนดึกดื่น ตลอดเวลาหนึ่งภาคการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย มีข่าวเกี่ยวกับผีชุดขาวให้ได้ยินไม่เคยขาด หลังสอบวิชาหนึ่งเสร็จ เหรียญและเพื่อน ๆ นัดกันกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารประจำคณะ กินไปพลางพูดเรื่องข้อสอบที่เพิ่งทำมา จนเข้าเรื่องผีชุดขาวในที่สุด

“สักวันหนึ่งจะมีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเราเจอผีชุดขาวไหมวะ?” แบงก์เริ่มประเด็น

“อย่าพูดแช่งกันเองแบบนี้สิ พวกเราก็ไม่ใช่พวกชอบเที่ยวกลางคืนสักหน่อย” ฟรังก์ปราม

“ฉันนี่สิน่ากลัว บางทีเลิกงานเดินแบบดึก ๆ ก็หวั่นใจกลัวจะเจอผีชุดขาวเหมือนกัน” หยวนว่า

“แต่พักนี้ไม่ค่อยได้ยินข่าวผีชุดขาวออกอาละวาดเลยนะ” เหรียญตั้งข้อสังเกต

“นั่นน่ะสิ หรือว่าผีนั่นจะหยุดหลอกคน เอาเวลามาอ่านหนังสือเตรียมสอบปลายภาค” แบงก์ปล่อยมุก ทำเพื่อน ๆ หัวเราะครืน

“ฉันสังเกตอะไรได้อย่างหนึ่ง เกี่ยวกับเหยื่อที่ถูกผีชุดขาวหลอก” เหรียญพูด “ไม่รู้พวกแกสังเกตกันหรือเปล่า ว่าไม่เคยได้ยินข่าวผีตัวนี้หลอกคนขับรถสิบล้อ หลอกพ่อค้าแม่ค้า ทั้งที่คนเหล่านี้ทำมาหากินกันตอนดึก ๆ ถึงเช้า ไม่เคยได้ยินว่าผีชุดขาวมันไปหลอกฝรั่ง หลอกคนจีน เห็นมันไปหลอกแต่พวกคนขี้เหล้า นักท่องราตรีอะไรทำนองนั้น”

“เรื่องนี้ลองเอาไปปรึกษาครีมดูสิ แม่นั่นเป็นแฟนพันธุ์แท้ผีชุดขาวนี่” แบงก์ว่า

ฟรังก์พยักพเยิดไปตรงทางเดินเข้าโรงอาหาร เห็นครีมกำลังเดินมากับผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่คุ้นหน้า

“พูดถึงก็มาพอดี อะไรจะบังเอิญขนาดนี้” หยวนเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ

ครีมไม่ทันสังเกตว่ามีคนกลุ่มหนึ่งพูดถึงตนอยู่ เพราะโรงอาหารเวลาพักเที่ยงคนพลุกพล่าน ดูไม่รู้ว่าใครเป็นใคร

“มากับเพื่อนด้วยแฮะ มีคนคบเหมือนกันนี่หว่า นึกว่าจะไม่สุงสิงกับมนุษย์ด้วยกันซะแล้ว” แบงก์แขวะ

“ฉันเคยได้ยินมาว่าครีมเป็นเลสเบี้ยน ผู้หญิงคนนั้นใช่แฟนเธอหรือเปล่านะ แต่ไม่รู้ว่าที่ลือกันใช่เรื่องจริงไหม?” ฟรังก์บอก

“เออ… ฟรังก์ ฉันถามอะไรเธอหน่อยสิ” แบงก์หน้าตาอยากรู้ “เวลาผู้หญิงกับผู้หญิงมีอะไรกันนี่ทำยังไงเหรอ ฉันจินตนาการไม่ออกเลย”

ได้ยินยังงั้นฟรังก์ก็สำลักข้าว ต้องรีบหยิบน้ำขึ้นมาดื่ม

“ไม่รู้โว้ย ฉันเป็นเลสเบี้ยนที่ไหนล่ะ และตั้งแต่เกิดมาฉันก็ไม่เคยมีแฟนเลยสักคน เรื่องความรักฉันอ่อนประสบการณ์” หญิงสาวตอบ หันตาขวางไปดุคนถาม

ดูจากสีหน้ากรุ่มกริ่มของแบงก์ ก็รู้ว่าเขาตั้งใจถามเพื่อแกล้งให้ฟังอายเล่นเท่านั้น สาวเจ้าเลยตีเพี๊ยะเข้าที่ไหล่ของเขาอย่างแรกหนึ่งที


ในที่สุดวินาทีที่เหล่านักศึกษาตั้งหน้าตั้งตารอให้มันผ่านพ้นไปก็ได้จบสิ้นลงแล้ว เสียงอาจารย์คุมสอบประกาศก้องห้องว่าหมดเวลาทำข้อสอบวิชาสุดท้ายแล้ว คนไหนทำได้และทำทันก็ยิ้มหน้าบานออกมาจากห้อง คนไหนทำไมได้และยังทำไม่เสร็จก็สุ่มกาข้อสอบมั่ว ๆ ในช่องที่เว้นไว้ ขอผลบุญที่เคยทำมา ดลบันดาลให้ข้อที่ตอบมั่วถูกสักหน่อยก็ยังดี

อีกสองสัปดาห์จะได้รู้ผลแล้ว ว่าความวิริยะในการทุ่มเทอ่านหนังสือเตรียมสอบของใครจะส่งผลอย่างไร แต่ที่แน่ ๆ ในตอนนี้ ชีวิตการเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 จบลงแล้ว ปีการศึกษาต่อไปพวกเขาจะไม่ใช่น้องใหม่แล้ว แต่จะกลายเป็นรุ่นพี่ มีรุ่นน้องชุดใหม่เข้ามาแทนที่ ความหวังในการคว้าใบปริญญา มาเป็นใบเบิกทางสู่อาชีพก็ใกล้เข้ามาอีกขั้น

ล้าสมองจากการอ่านหนังสือเตรียมสอบติดต่อกันมาหลายวัน ตอนนี้ใคร ๆ ก็อยากพักสมองให้โล่งด้วยวิธีการของใครของมัน สำหรับคนที่ชอบเฮฮาสังสรรค์ เป็นที่รู้กันว่าคืนนี้มีนัดกันที่ร้านประจำ ปกติกลุ่มเพื่อนของเหรียญไม่สนใจกิจกรรมทำนองนี้สักเท่าไหร่ แต่ไม่รู้ฟรังก์นึกยังไงถึงออกปากชวนเพื่อนในกลุ่มออกไปสังสรรค์กับชาวคณะ

“คืนนี้ออกไปกับพวกเพื่อนคนอื่นกันไหม?” สาวน้อยเพียงคนเดียวในกลุ่ม ถามลองเชิงเพื่อน ๆ

“ห๊ะ! เธอนึกยังไงถึงอยากออกไปกับไอ้พวกนั้น” แบงค์หันขวับมาทางคนถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง “ไหนเธอบอกว่าพ่อของเธอไม่อนุญาตให้ดื่มเหล้าดื่มเบียร์ จนกว่าจะบรรลุนิติภาวะนี่?”

“ก็ไม่ต้องดื่มสิ ฉันแค่อยากออกไปเสพบรรยากาศเฉย ๆ อยากรู้ที่เขาพูดกันว่าไม่ได้ติดเหล้า แต่ติดบรรยากาศในวงเหล้ามันเป็นยังไง”

“ฉันน่ะไปได้ แล้วเดี๋ยวจะชวนสตางค์ไปเป็นเพื่อนเธอด้วย ว่าแต่หยวนกับเหรียญเถอะ คืนนี้จะไปด้วยกันหรือเปล่า?” แบงค์หันมาถามเพื่อนอีก 2 คน

“ฉันไปได้นะ ช่วงนี้ลายาวขอพี่กานต์ไม่รับงาน” หยวนตอบ

“ถ้างั้นคืนนี้พวกเราไปที่ร้านพร้อมกันเลยไหมล่ะ ฉันจะยืมรถเก๋งพี่ปอนด์มารับพวกเราไปกัน” เหรียญเสนอ

“เออ… ดีเลย เผื่อใครคนไหนหมดสภาพจะได้ลากกลับง่าย ๆ หน่อย” แบงค์เห็นชอบ

บ่ายนั้นเหรียญติดต่อขอยืมรถพี่ปอนด์มาใช้สำหรับคืนนี้ เพราะรู้ว่าช่วงสอบพี่ปอนด์แทบไม่ได้ออกไปไหน หมกตัวอ่านหนังสือสอบอยู่แต่ในห้อง พี่ปอนด์ตอบรับอย่างเต็มใจ เหรียญจึงเข้าไปเอารถเก๋งที่คอนโดของพี่ปอนด์มาไว้ที่หอพักของตน


เหรียญนัดเพื่อน ๆ ให้มาเจอกันที่คณะ เมื่อเขาขับรถเก๋งมาถึงก็เจอกลุ่มเพื่อนของตัวเองรออยู่ บรรยากาศรอบคณะในคืนนี้ ผิดกับหลายคืนก่อนหน้าเป็นอย่างมาก มันเงียบและวังเวงเมื่อไร้นักศึกษามาจับกลุ่มอ่านหนังสือ

เมื่อทั้ง 5 คน ประกอบไปด้วย เหรียญ, แบงค์, หยวน, ฟรังก์และสตางค์นั่งในรถเรียบร้อยแล้ว เหรียญก็ออกรถมุ่งสู่สถานที่เป้าหมายทันที

ร้านที่นัดหมายเป็นร้านอาหารที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย เหรียญใช้เวลาขับรถพาเพื่อน ๆ มาถึงในเวลา 15 นาที บรรยากาศร้านตกแต่งอย่างสวยงาม ตรงกลางลานนั่งดื่มหน้าร้านมีต้นไม้ใหญ่ตั้งตระหง่าน ดูสง่าแม้อยู่ในความมืด มีสายไฟหลอดปิงปองห้อยตกแต่งระโยงระยางรอบต้นไม้

วัสดุตกแต่งร้านให้ความรู้สึกย้อนยุค ไม่ว่าจะเป็นป้ายโลหะโฆษณาเก่า ๆ โปสเตอร์หนังสมัยก่อนที่วาดด้วยมือ ตอนนี้ร้านเริ่มเต็มไปด้วยผู้คน ที่นั่งถูกจับจองเกือบทุกโต๊ะ แบงค์พาเพื่อน ๆ กลุ่มตัวเองมารวมกับเพื่อนกลุ่มอื่น ซึ่งก็คือเพื่อนที่เรียนคณะเดียวกันนั่นแหละ

“เป็นไงบ้างแม่คุณหนู ชอบบรรยากาศร้านเหล้าแบบนี้ไหม?” แบงค์หันไปถามฟรังก์ หลังจากเขาหาที่นั่งให้เพื่อนได้ครบทุกคนแล้ว

ฟรังก์หน้าแจ่มใส หากเธอไม่เลือกมาเรียนไกลบ้าน คงไม่ได้มาเที่ยวอะไรแบบนี้

“ฉันชอบนะ คึกคักดี”

“อยากกินอะไรก็บอกให้สตางค์จัดการให้นะ”

ฟรังก์พยักหน้ารับรู้ แล้วหันไปคุยกับสตางค์ต่อเรื่องที่คุยค้างไว้ด้วยกันตอนอยู่บนรถ

เหรียญมองสำรวจรอบร้าน บรรดาเพื่อนที่คุ้นหน้ามารวมตัวกันที่ร้านนี้เกือบหมด ลูกค้าแทบทั้งร้านเป็นเพื่อน ๆ ชั้นปี 1 ของเขาทั้งนั้น อัฐก็ไม่พลาดมากับเขาด้วยเหมือนกัน เหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ได้ทำให้เขาเข็ดแม้แต่น้อย

“พวกแกจะสั่งอะไรบ้าง จะได้สั่งพร้อมกันทีเดียว” แบงค์หันไปถามเหรียญกับหยวน

“ฉันไม่เอาอะไร เดี๋ยวต้องขับรถไปส่งพวกแกอีก” เหรียญว่า

“ฉันเอาเหมือนแกละกัน” หยวนบอก แล้วแบงค์ก็จดลงในกระดาษ จากนั้นลุกเอาไปส่งให้พนักงาน

บรรยากาศของร้านค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความสนุก คุยเล่นเรื่องราวสัพเพเหระ มุกตลกสัปดนปล่อยออกมา สร้างเสียงหัวเราะมุกแล้วมุกเล่าจนดังลั่นไปทั้งร้าน ดูเหมือนทุกคนต่างลืมเรื่องผีผู้หญิงผมยาวชุดขาวที่เคยสร้างความตื่นตระหนกให้แก่พวกเขาไปซะแล้ว ในเมื่อพักหลังมานี้ไม่มีข่าวของผีสาวตนนี้หลุดออกมาให้ได้ยินเลย

ยิ่งดึก ยิ่งกระดกน้ำเมาพร่องไปเท่าไหร่ มุกตลกก็ยิ่งทวีความสัปดนขึ้นไปมากเท่านั้น ฟรังก์ที่สัญญากับพ่อไว้ว่าจะไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนกว่าจะอายุครบ 20 ปี ก็ยังรักษาสัญยานี้ไว้ได้อยู่ แต่คนที่เห็นเธอตอนนี้ ล้วนคิดว่าเธอเมาจนสติหลุดไปแล้ว เพราะเสียงหัวเราะที่เธอปล่อยออกมา ตอนที่มีเพื่อนเล่นมุกตลกได้ถูกใจนั้น ดังสนั่นกว่าคนที่เมากรึ่ม ๆ ไปแล้วซะอีก

เหรียญตั้งใจไม่ดื่ม เพราะเขามีหน้าที่ขับรถไปส่งเพื่อน ๆ กลับที่พักอย่างสวัสดิภาพ แบงค์และสตางค์ดื่มเพียงเล็กน้อย พอให้คล้อยไปกับบรรยากาศ ส่วนหยวนนั้นเมาแอ๋หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก นอนฟุบอยู่กับโต๊ะ แม้จะกระดกไปเพียง 2 แก้วเท่านั้น ในที่สุดดูเหมือนจะมีคนนึกเรื่องที่ใครต่างลืมไปแล้วขึ้นมาได้

“เฮ้ยไอ้อัฐ นี่มันดึกแล้วนะโว้ย ยังไม่รีบกลับไปนอนอีกเหรอ ระวังนะ คืนนี้จะเจอผีชุดขาวอีก” ใครคนหนึ่งพูดขึ้นแซวอัฐ เรียกเสียงหัวเราะได้ครืนใหญ่

อัฐซดเหล้าในแก้วจนหมดแล้วกระแทกลงบนโต๊ะ เขาลุกขึ้นยืนโดยพยายามประคองตัวเองให้ดูองค์อาจ

“กูไม่กลัวแล้วโว้ย อีผีชุดขาวบ้าอะไรนั่น ลองคืนนี้เจอกันอีกทีสิ พี่อัฐคนนี้จะจัดให้จนได้ขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดเลยคอยดู” อัฐพูดอย่างคะนองปาก พลากกระดกเอวไปข้างหน้า ทำเอานักดื่มในร้านหัวเราะชอบใจกันใหญ่

Share

Leave a Reply

What's New

The Wonderful Wizard of Oz: พ่อมดมหัศจรรย์แห่งออซ – หัวใจ สมอง ความกล้า และการเดินทางกลับบ้าน

The Wonderful Wizard of Oz ชื่อไทยคือพ่อมดมหัศจรรย์แห่งออซ วรรณกรรมเยาวชนชิ้นเอกของแอล. แฟรงก์ บอม (L. Frank Baum) ตีพิมพ์ครั้งแรกปี 1900 ครับ ผลงานอายุ 100 กว่าปีแล้ว แต่ยังถูกหยิบมาดัดแปลงเป็นสื่อบันเทิงแขนงต่าง ๆ มากมายจนถึงปัจจุบัน อย่างล่าสุดมีภาพยนตร์เรื่อง Wicked...

จากบ้านช่างเซรามิค สู่พิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาจากจีน

หากพูดถึงจังหวัดลำปาง หลายคนคงนึกถึงรถม้า แต่รู้ไหมว่าที่นี่ยังเป็นเมืองหลวงแห่งเซรามิกของประเทศไทย โดยเฉพาะชามตราไก่ที่เราคุ้นเคยกันดีตามร้านก๋วยเตี๋ยว วันนี้ไอติมจะพาเพื่อน ๆ ไปเจาะลึกประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา และศิลปะที่ถูกส่งต่อมานับร้อยปีที่ พิพิธภัณฑ์เซรามิกธนบดี (Dhanabadee Ceramic Museum) ซึ่งดัดแปลงบ้านของช่างเซรามิกยุคบุกเบิก ให้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ “อาปาอี้” ชายชาวจีนผู้หนีภัยสงคราม สู่ผู้บุกเบิกเซรามิกลำปาง เซรามิกเมืองลำปางเริ่มต้นจากชายชาวจีนชื่อ อาปาอี้ (นายอี้ ซิมหยู แซ่ฉิน)...

เศรษฐีชี้ทางรวย ปรัชญาสร้างความมั่งคั่งจากบุรุษผู้ร่ำรวยที่สุดแห่งบาบิโลน

ถ้าพูดถึงเรื่องการเงิน หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องซับซ้อน มีหลายอย่างที่ต้องทำความเข้าใจมากเกินไป แต่จริง ๆ แล้วแก่นหลักที่จะทำให้ใครสักคนมั่งคั่งมีแค่ไม่กี่ข้อเองครับ และเป็นเหมือนสัจธรรมด้านการเงินที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย หลักการเหล่านี้ก็ยังใช้ได้ดีอยู่ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Richest Man in Babylon ชื่อไทยมีหลายชื่อเลยครับ แล้วแต่ว่าตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ไหน ชื่อที่เห็นบ่อยคือเศรษฐีชี้ทางรวย หรือบุรุษผู้มั่งคั่งที่สุดในบาบิโลน เขียนโดยจอร์จ ซามูเอล...

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Related Articles

ชุดขาว – ตอนที่ 5/5 (จบ)

ถึงเวลาร้านปิด ทุกคนทะยอยกันกลับทางใครทางมัน กลุ่มของเหรียญยังมีสติกันครบ ยกเว้นหยวนที่หมดสภาพไปแล้ว ลำบากเหรียญและแบงค์ต้องหิ้วปีกกลับมาขึ้นรถของพี่ปอนด์ เหรียญกำชับให้เพื่อน ๆ หาถุงพลาสติกติดมือขึ้นรถไปด้วย เผื่อหยวนอ้วกระหว่างทางจะได้ไม่เหลือหลักฐานทิ้งไว้บนรถ ดูเหมือนฟรังก์จะติดใจบรรยากาศร้านในวงเหล้า ระหว่างทางกลับเธอเล่ามุกตลกที่โดนใจซ้ำให้เพื่อนในรถฟังอีกครั้ง คนระดับเธอมาเจออะไรแบบนี้เท่ากับได้เปิดโลกทัศน์เลยทีเดียว...

ชุดขาว – ตอนที่ 3/5

ใกล้เวลาเรียนวิชาแรกเข้าไปทุกที อาจารย์ประจำวิชายังไม่มีทีท่าว่าจะมาถึง ระหว่างนี้มีนักศึกษาชายคนถึงลุกไปเปิดประตูห้องเรียนให้ใครคนหนึ่งเดินเข้ามา ทีแรกทุกคนนึกว่าเป็นอาจารย์ พากันเงียบกริบแล้วหันมามองเป็นตาเดียว ทว่าแท้จริงแล้วเป็นอัฐ เพื่อนร่วมชั้นปี ชายหนุ่มร่างท้วม ผิวคล้ำ ที่ตอนเข้าค่ายวันนั้นยังเห็นปกติสบายดี แต่ตอนนี้เขาต้องเดินกะเผกโดยใช้ไม้ค้ำยันช่วยพยุง ขาข้างขวามีเฝือกดามอยู่...

ชุดขาว – ตอนที่ 2/5

เล่าจบเพื่อนนักศึกษาใหม่ก็ส่งเสียงฮือฮา ขนลุกขนพองไปกับเรื่องที่อัฐเล่า ไม่อยากจินตนาการเลยว่าหากเป็นต้องไปตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น จะประคองสติไว้กับตัวเช่นใด เหรียญหัวเราะหึในลำคอ แววตาส่องประกายเหมือนคนจับโกหกคนอื่นได้ เขาหันหน้าไปคุยกับเพื่อน ๆ “นี่แบงก์ นายกลัวผีหรือเปล่า?” “ไม่รู้สิว่ากลัวไหม ไม่เคยเจอเองกับตัว...

ชุดขาว – ตอนที่ 1/5

อากาศยานลำยักษ์เหินอยู่กลางเวหา เหนือแผ่นดินที่มีภูมิทัศน์เป็นภูเขาสูงต่ำเขียวขจี เมฆเกาะกลุ่มก้อนสีหม่นคล้ำ ดูคล้ายพร้อมจะสาดสายฟ้าสู่เบื้องล่างในเร็วนี้ ไฟสัญญาณแจ้งให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดที่นั่งสว่างขึ้น เสียงนักบินประจำเครื่องดังขึ้นผ่านลำโพง แจ้งให้ผู้โดยสารทราบว่าเครื่องบินลำนี้กำลังจะถึงที่หมายในอีกไม่ช้า ทิวทัศน์ด้านล่างเริ่มมีตึกรามบ้านช่องให้เห็นบ้างแล้ว ท้องถนนแม้จะมีรถราหลายคันสัญจรแต่ยังดูโล่งมาก เมื่อเทียบกับท้องถนนในเมืองหลวงที่แน่นขนัดไปเสียทุกสาย เครื่องบินลดระดับความสูงลงกะทันหัน ทำเอาผู้โดยสารเสียวตรงท้องน้อย...

error: Content is protected !!