เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลใจให้กับคนทุกระดับในสังคม แม้แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ออกประกาศเตือนนักศึกษาให้ขับขี่รถอย่างระมัดระวัง งดสังสรรค์จนดึกดื่น ตลอดเวลาหนึ่งภาคการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย มีข่าวเกี่ยวกับผีชุดขาวให้ได้ยินไม่เคยขาด หลังสอบวิชาหนึ่งเสร็จ เหรียญและเพื่อน ๆ นัดกันกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารประจำคณะ กินไปพลางพูดเรื่องข้อสอบที่เพิ่งทำมา จนเข้าเรื่องผีชุดขาวในที่สุด
“สักวันหนึ่งจะมีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเราเจอผีชุดขาวไหมวะ?” แบงก์เริ่มประเด็น
“อย่าพูดแช่งกันเองแบบนี้สิ พวกเราก็ไม่ใช่พวกชอบเที่ยวกลางคืนสักหน่อย” ฟรังก์ปราม
“ฉันนี่สิน่ากลัว บางทีเลิกงานเดินแบบดึก ๆ ก็หวั่นใจกลัวจะเจอผีชุดขาวเหมือนกัน” หยวนว่า
“แต่พักนี้ไม่ค่อยได้ยินข่าวผีชุดขาวออกอาละวาดเลยนะ” เหรียญตั้งข้อสังเกต
“นั่นน่ะสิ หรือว่าผีนั่นจะหยุดหลอกคน เอาเวลามาอ่านหนังสือเตรียมสอบปลายภาค” แบงก์ปล่อยมุก ทำเพื่อน ๆ หัวเราะครืน
“ฉันสังเกตอะไรได้อย่างหนึ่ง เกี่ยวกับเหยื่อที่ถูกผีชุดขาวหลอก” เหรียญพูด “ไม่รู้พวกแกสังเกตกันหรือเปล่า ว่าไม่เคยได้ยินข่าวผีตัวนี้หลอกคนขับรถสิบล้อ หลอกพ่อค้าแม่ค้า ทั้งที่คนเหล่านี้ทำมาหากินกันตอนดึก ๆ ถึงเช้า ไม่เคยได้ยินว่าผีชุดขาวมันไปหลอกฝรั่ง หลอกคนจีน เห็นมันไปหลอกแต่พวกคนขี้เหล้า นักท่องราตรีอะไรทำนองนั้น”
“เรื่องนี้ลองเอาไปปรึกษาครีมดูสิ แม่นั่นเป็นแฟนพันธุ์แท้ผีชุดขาวนี่” แบงก์ว่า
ฟรังก์พยักพเยิดไปตรงทางเดินเข้าโรงอาหาร เห็นครีมกำลังเดินมากับผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่คุ้นหน้า
“พูดถึงก็มาพอดี อะไรจะบังเอิญขนาดนี้” หยวนเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ
ครีมไม่ทันสังเกตว่ามีคนกลุ่มหนึ่งพูดถึงตนอยู่ เพราะโรงอาหารเวลาพักเที่ยงคนพลุกพล่าน ดูไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
“มากับเพื่อนด้วยแฮะ มีคนคบเหมือนกันนี่หว่า นึกว่าจะไม่สุงสิงกับมนุษย์ด้วยกันซะแล้ว” แบงก์แขวะ
“ฉันเคยได้ยินมาว่าครีมเป็นเลสเบี้ยน ผู้หญิงคนนั้นใช่แฟนเธอหรือเปล่านะ แต่ไม่รู้ว่าที่ลือกันใช่เรื่องจริงไหม?” ฟรังก์บอก
“เออ… ฟรังก์ ฉันถามอะไรเธอหน่อยสิ” แบงก์หน้าตาอยากรู้ “เวลาผู้หญิงกับผู้หญิงมีอะไรกันนี่ทำยังไงเหรอ ฉันจินตนาการไม่ออกเลย”
ได้ยินยังงั้นฟรังก์ก็สำลักข้าว ต้องรีบหยิบน้ำขึ้นมาดื่ม
“ไม่รู้โว้ย ฉันเป็นเลสเบี้ยนที่ไหนล่ะ และตั้งแต่เกิดมาฉันก็ไม่เคยมีแฟนเลยสักคน เรื่องความรักฉันอ่อนประสบการณ์” หญิงสาวตอบ หันตาขวางไปดุคนถาม
ดูจากสีหน้ากรุ่มกริ่มของแบงก์ ก็รู้ว่าเขาตั้งใจถามเพื่อแกล้งให้ฟังอายเล่นเท่านั้น สาวเจ้าเลยตีเพี๊ยะเข้าที่ไหล่ของเขาอย่างแรกหนึ่งที
ในที่สุดวินาทีที่เหล่านักศึกษาตั้งหน้าตั้งตารอให้มันผ่านพ้นไปก็ได้จบสิ้นลงแล้ว เสียงอาจารย์คุมสอบประกาศก้องห้องว่าหมดเวลาทำข้อสอบวิชาสุดท้ายแล้ว คนไหนทำได้และทำทันก็ยิ้มหน้าบานออกมาจากห้อง คนไหนทำไมได้และยังทำไม่เสร็จก็สุ่มกาข้อสอบมั่ว ๆ ในช่องที่เว้นไว้ ขอผลบุญที่เคยทำมา ดลบันดาลให้ข้อที่ตอบมั่วถูกสักหน่อยก็ยังดี
อีกสองสัปดาห์จะได้รู้ผลแล้ว ว่าความวิริยะในการทุ่มเทอ่านหนังสือเตรียมสอบของใครจะส่งผลอย่างไร แต่ที่แน่ ๆ ในตอนนี้ ชีวิตการเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 จบลงแล้ว ปีการศึกษาต่อไปพวกเขาจะไม่ใช่น้องใหม่แล้ว แต่จะกลายเป็นรุ่นพี่ มีรุ่นน้องชุดใหม่เข้ามาแทนที่ ความหวังในการคว้าใบปริญญา มาเป็นใบเบิกทางสู่อาชีพก็ใกล้เข้ามาอีกขั้น
ล้าสมองจากการอ่านหนังสือเตรียมสอบติดต่อกันมาหลายวัน ตอนนี้ใคร ๆ ก็อยากพักสมองให้โล่งด้วยวิธีการของใครของมัน สำหรับคนที่ชอบเฮฮาสังสรรค์ เป็นที่รู้กันว่าคืนนี้มีนัดกันที่ร้านประจำ ปกติกลุ่มเพื่อนของเหรียญไม่สนใจกิจกรรมทำนองนี้สักเท่าไหร่ แต่ไม่รู้ฟรังก์นึกยังไงถึงออกปากชวนเพื่อนในกลุ่มออกไปสังสรรค์กับชาวคณะ
“คืนนี้ออกไปกับพวกเพื่อนคนอื่นกันไหม?” สาวน้อยเพียงคนเดียวในกลุ่ม ถามลองเชิงเพื่อน ๆ
“ห๊ะ! เธอนึกยังไงถึงอยากออกไปกับไอ้พวกนั้น” แบงค์หันขวับมาทางคนถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง “ไหนเธอบอกว่าพ่อของเธอไม่อนุญาตให้ดื่มเหล้าดื่มเบียร์ จนกว่าจะบรรลุนิติภาวะนี่?”
“ก็ไม่ต้องดื่มสิ ฉันแค่อยากออกไปเสพบรรยากาศเฉย ๆ อยากรู้ที่เขาพูดกันว่าไม่ได้ติดเหล้า แต่ติดบรรยากาศในวงเหล้ามันเป็นยังไง”
“ฉันน่ะไปได้ แล้วเดี๋ยวจะชวนสตางค์ไปเป็นเพื่อนเธอด้วย ว่าแต่หยวนกับเหรียญเถอะ คืนนี้จะไปด้วยกันหรือเปล่า?” แบงค์หันมาถามเพื่อนอีก 2 คน
“ฉันไปได้นะ ช่วงนี้ลายาวขอพี่กานต์ไม่รับงาน” หยวนตอบ
“ถ้างั้นคืนนี้พวกเราไปที่ร้านพร้อมกันเลยไหมล่ะ ฉันจะยืมรถเก๋งพี่ปอนด์มารับพวกเราไปกัน” เหรียญเสนอ
“เออ… ดีเลย เผื่อใครคนไหนหมดสภาพจะได้ลากกลับง่าย ๆ หน่อย” แบงค์เห็นชอบ
บ่ายนั้นเหรียญติดต่อขอยืมรถพี่ปอนด์มาใช้สำหรับคืนนี้ เพราะรู้ว่าช่วงสอบพี่ปอนด์แทบไม่ได้ออกไปไหน หมกตัวอ่านหนังสือสอบอยู่แต่ในห้อง พี่ปอนด์ตอบรับอย่างเต็มใจ เหรียญจึงเข้าไปเอารถเก๋งที่คอนโดของพี่ปอนด์มาไว้ที่หอพักของตน
เหรียญนัดเพื่อน ๆ ให้มาเจอกันที่คณะ เมื่อเขาขับรถเก๋งมาถึงก็เจอกลุ่มเพื่อนของตัวเองรออยู่ บรรยากาศรอบคณะในคืนนี้ ผิดกับหลายคืนก่อนหน้าเป็นอย่างมาก มันเงียบและวังเวงเมื่อไร้นักศึกษามาจับกลุ่มอ่านหนังสือ
เมื่อทั้ง 5 คน ประกอบไปด้วย เหรียญ, แบงค์, หยวน, ฟรังก์และสตางค์นั่งในรถเรียบร้อยแล้ว เหรียญก็ออกรถมุ่งสู่สถานที่เป้าหมายทันที
ร้านที่นัดหมายเป็นร้านอาหารที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย เหรียญใช้เวลาขับรถพาเพื่อน ๆ มาถึงในเวลา 15 นาที บรรยากาศร้านตกแต่งอย่างสวยงาม ตรงกลางลานนั่งดื่มหน้าร้านมีต้นไม้ใหญ่ตั้งตระหง่าน ดูสง่าแม้อยู่ในความมืด มีสายไฟหลอดปิงปองห้อยตกแต่งระโยงระยางรอบต้นไม้
วัสดุตกแต่งร้านให้ความรู้สึกย้อนยุค ไม่ว่าจะเป็นป้ายโลหะโฆษณาเก่า ๆ โปสเตอร์หนังสมัยก่อนที่วาดด้วยมือ ตอนนี้ร้านเริ่มเต็มไปด้วยผู้คน ที่นั่งถูกจับจองเกือบทุกโต๊ะ แบงค์พาเพื่อน ๆ กลุ่มตัวเองมารวมกับเพื่อนกลุ่มอื่น ซึ่งก็คือเพื่อนที่เรียนคณะเดียวกันนั่นแหละ
“เป็นไงบ้างแม่คุณหนู ชอบบรรยากาศร้านเหล้าแบบนี้ไหม?” แบงค์หันไปถามฟรังก์ หลังจากเขาหาที่นั่งให้เพื่อนได้ครบทุกคนแล้ว
ฟรังก์หน้าแจ่มใส หากเธอไม่เลือกมาเรียนไกลบ้าน คงไม่ได้มาเที่ยวอะไรแบบนี้
“ฉันชอบนะ คึกคักดี”
“อยากกินอะไรก็บอกให้สตางค์จัดการให้นะ”
ฟรังก์พยักหน้ารับรู้ แล้วหันไปคุยกับสตางค์ต่อเรื่องที่คุยค้างไว้ด้วยกันตอนอยู่บนรถ
เหรียญมองสำรวจรอบร้าน บรรดาเพื่อนที่คุ้นหน้ามารวมตัวกันที่ร้านนี้เกือบหมด ลูกค้าแทบทั้งร้านเป็นเพื่อน ๆ ชั้นปี 1 ของเขาทั้งนั้น อัฐก็ไม่พลาดมากับเขาด้วยเหมือนกัน เหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ได้ทำให้เขาเข็ดแม้แต่น้อย
“พวกแกจะสั่งอะไรบ้าง จะได้สั่งพร้อมกันทีเดียว” แบงค์หันไปถามเหรียญกับหยวน
“ฉันไม่เอาอะไร เดี๋ยวต้องขับรถไปส่งพวกแกอีก” เหรียญว่า
“ฉันเอาเหมือนแกละกัน” หยวนบอก แล้วแบงค์ก็จดลงในกระดาษ จากนั้นลุกเอาไปส่งให้พนักงาน
บรรยากาศของร้านค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความสนุก คุยเล่นเรื่องราวสัพเพเหระ มุกตลกสัปดนปล่อยออกมา สร้างเสียงหัวเราะมุกแล้วมุกเล่าจนดังลั่นไปทั้งร้าน ดูเหมือนทุกคนต่างลืมเรื่องผีผู้หญิงผมยาวชุดขาวที่เคยสร้างความตื่นตระหนกให้แก่พวกเขาไปซะแล้ว ในเมื่อพักหลังมานี้ไม่มีข่าวของผีสาวตนนี้หลุดออกมาให้ได้ยินเลย
ยิ่งดึก ยิ่งกระดกน้ำเมาพร่องไปเท่าไหร่ มุกตลกก็ยิ่งทวีความสัปดนขึ้นไปมากเท่านั้น ฟรังก์ที่สัญญากับพ่อไว้ว่าจะไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนกว่าจะอายุครบ 20 ปี ก็ยังรักษาสัญยานี้ไว้ได้อยู่ แต่คนที่เห็นเธอตอนนี้ ล้วนคิดว่าเธอเมาจนสติหลุดไปแล้ว เพราะเสียงหัวเราะที่เธอปล่อยออกมา ตอนที่มีเพื่อนเล่นมุกตลกได้ถูกใจนั้น ดังสนั่นกว่าคนที่เมากรึ่ม ๆ ไปแล้วซะอีก
เหรียญตั้งใจไม่ดื่ม เพราะเขามีหน้าที่ขับรถไปส่งเพื่อน ๆ กลับที่พักอย่างสวัสดิภาพ แบงค์และสตางค์ดื่มเพียงเล็กน้อย พอให้คล้อยไปกับบรรยากาศ ส่วนหยวนนั้นเมาแอ๋หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก นอนฟุบอยู่กับโต๊ะ แม้จะกระดกไปเพียง 2 แก้วเท่านั้น ในที่สุดดูเหมือนจะมีคนนึกเรื่องที่ใครต่างลืมไปแล้วขึ้นมาได้
“เฮ้ยไอ้อัฐ นี่มันดึกแล้วนะโว้ย ยังไม่รีบกลับไปนอนอีกเหรอ ระวังนะ คืนนี้จะเจอผีชุดขาวอีก” ใครคนหนึ่งพูดขึ้นแซวอัฐ เรียกเสียงหัวเราะได้ครืนใหญ่
อัฐซดเหล้าในแก้วจนหมดแล้วกระแทกลงบนโต๊ะ เขาลุกขึ้นยืนโดยพยายามประคองตัวเองให้ดูองค์อาจ
“กูไม่กลัวแล้วโว้ย อีผีชุดขาวบ้าอะไรนั่น ลองคืนนี้เจอกันอีกทีสิ พี่อัฐคนนี้จะจัดให้จนได้ขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดเลยคอยดู” อัฐพูดอย่างคะนองปาก พลากกระดกเอวไปข้างหน้า ทำเอานักดื่มในร้านหัวเราะชอบใจกันใหญ่
Leave a comment