ใกล้เวลาเรียนวิชาแรกเข้าไปทุกที อาจารย์ประจำวิชายังไม่มีทีท่าว่าจะมาถึง ระหว่างนี้มีนักศึกษาชายคนถึงลุกไปเปิดประตูห้องเรียนให้ใครคนหนึ่งเดินเข้ามา ทีแรกทุกคนนึกว่าเป็นอาจารย์ พากันเงียบกริบแล้วหันมามองเป็นตาเดียว ทว่าแท้จริงแล้วเป็นอัฐ เพื่อนร่วมชั้นปี ชายหนุ่มร่างท้วม ผิวคล้ำ ที่ตอนเข้าค่ายวันนั้นยังเห็นปกติสบายดี แต่ตอนนี้เขาต้องเดินกะเผกโดยใช้ไม้ค้ำยันช่วยพยุง ขาข้างขวามีเฝือกดามอยู่
เพื่อนที่นั่งแถวหน้าเห็นสภาพอัฐดังนั้นก็เข้าไปช่วยประคองมานั่ง ทั้งห้องยังคนเงียบกริบ สายตาทุกคู่จ้องมายังเป้าหมายเดียวกัน เจ้าตัวเหมือนจะรู้ตัวว่าในหัวของเพื่อน ๆ มีคำถามเดียวกันที่อยากเอ่ยถามเขา แล้วใครคนหนึ่งก็เป็นตัวแทนถามคำถามประโยคนั้นออกมาในที่สุด
“อัฐ… ขานายไปโดนอะไรมา?”
“อุบัติเหตุน่ะ รถมอเตอร์ไซด์เราล้ม”
อัฐตอบ มันเป็นประโยคธรรมดาที่ใครได้ฟังแล้วคงหายสงสัย ไม่สนใจเซ้าซี้ถามต่อ แต่เรื่องราวที่อัฐเล่าหลังจากนี้ต่างหากที่ตรึงคนทั้งห้องให้ยังสนใจเขาต่อ
“เราเจอผีผู้หญิงผมยาวชุดขาวมา เหมือนที่ครีมเล่าเป๊ะเลย”
จั่วเรื่องมาเพียงเท่านั้นก็เรียกเสียงฮือฮาจากคนได้ทั้งชั้นเรียน
“เมื่อสองคืนก่อนเพื่อนเรามาเที่ยวที่นี่ เลยพากันไปดื่ม กว่าจะกลับกันก็ดึกน่าดู ไม่แน่ใจนะว่าตอนนั้นกี่โมง น่าจะตี 2 หรือตี 3 นี่แหละ เราเป็นคนขี่ เพื่อนเราเป็นคนซ้อน กำลังจะกลับหอ ตอนนั้นถนนโล่งฉันเลยขี่ค่อนข้างเร็ว แล้วฉันก็เห็นผีผู้หญิงผมยาวชุดขาวยืนจ้องตาเขม็งมาที่ฉันอยู่บนทางเดิน ฉันและเพื่อนตกใจกันมาก สร่างเมาทันทีเลยตอนนั้น เมื่อผ่านมันมาได้ฉันจึงบิดเพิ่มความเร็วรถเพื่อจะได้กลับถึงห้องไว ๆ ใครจะนึกว่าผีบ้าตัวนั้นจะโผล่มาอีกทีจากหลังต้นไม้ ทำท่าเหมือนจะกระโจนเข้ามาใส่ ฉันตกใจหักรถหลบตามสัญชาตญาณ รถมอเตอร์ไซด์เลยเสียหลักไถลไปกับพื้น โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก ฉันแค่ขาขวาหัก เพื่อนคนนั้นแขนซ้ายกับกระดูกซี่โครงข้างซ้ายหักสองซี่”
ครีมเดินมาหาอัฐ พูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“นายไม่น่ากลับดึกขนาดนั้น จะดื่มก็เอาแต่พอดี โชคยังดีนะที่ไม่ตายเหมือนคนอื่นที่ผ่านมา”
เธอหันไปมองคนทั้งห้อง
“ทุกคนเห็นกันแล้วใช่ไหมว่าเรื่องที่ฉันเล่ามันเป็นเรื่องจริง ผีผู้หญิงผมยาวชุดขาวนั้นมีอยู่จริง และอัฐก็เกือบเอาชีวิตไปทิ้งไว้กลางถนน”
แบงก์เอาศอกสะกิดเหรียญที่นั่งอยู่ข้างกัน
“เป็นไง คราวนี้เหยื่อผู้รอดชีวิตมาเล่าเองกับปากเลยนะ นายเริ่มเชื่อหรือยังว่าไอ้ผีผู้หญิงผมยาวชุดขาวนั้นมันมีจริง ๆ”
“ไม่เชื่ออยู่ดี นายจะถือเป็นจริงเป็นจังอะไรมากกับคนเมา และอย่างที่บอกไอ้เรื่องผีผู้หญิงผมยาวชุดขาวทำนองนี้มันโหลไปแล้ว ถ้าจะหลอกกันก็ช่วยแต่งเรื่องใหม่ที่มันสร้างสรรค์กว่านี้หน่อย”
ได้ฟังแล้วแบงก์ก็เบ้ปากพยักพเยิดใส่เพื่อน คงยากที่จะให้คนไม่เชื่อเรื่องผีอย่างเหรียญคล้อยตามได้
หยวนยื่นหน้ามาร่วมสนทนาด้วย
“ฉันว่าไอ้ผีตัวนี้มันก็โหลอย่างที่นายว่าจริง ๆ นั่นแหละ เป็นไปได้ไหมว่าที่เรื่องนี้มันดังขึ้นมาได้เพราะเป็นอุปาทานหมู่?”
จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาขัดจังหวะการสนทนา
“เชื่อคนที่เคยเจอมาแล้วหน่อยก็ดีนะ อย่าถึงกับต้องลำบากได้เจอด้วยตัวเองเลย” เป็นเสียงไร้ไมตรีของครีม เธอเดินมาถึงตั้งแต่เมื่อไร แอบฟังอยู่นานแค่ไหน สามหนุ่มไม่มีใครรู้ตัวเลย
เหรียญมองเธอเหมือนพิจารณาอะไรบางอย่าง เงียบไปสักพัก ก่อนเขาจะถามออกไป
“ที่เธอเชื่อว่าผีชุดขาวบ้าบอนั่นมีอยู่จริง แสดงว่าเธอเจอมากับตัวแล้วใช่ไหม?”
ครีมนิ่งอึ้ง อ้าปากจะตอบแต่ชะงักไว้ เธอสะบัดหน้าเดินหนีกลับที่นั่งของตนเองไป
ตารางเรียนวันนี้แน่นขนัดทั้งวัน กว่าจะหมดคาบเรียนสุดท้าย ตะวันก็คล้อยลาลับฟ้าไปแล้ว เหรียญและเพื่อนใหม่ทั้งสามรวมถึงสตางค์แฟนสาวของแบงก์ พากันไปกินอาหารมื้อเย็นที่ร้านหลังมหาวิทยาลัย ช่วงเวลานี้คนพลุกพล่านน่าดู คงต้องรออีกสักพักใหญ่ กว่าจะถึงคิวได้กินอาหารที่ตัวเองสั่งไป
“ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าแบงก์จะได้แฟนน่ารักขนาดนี้” ฟรังก์ชมสตางค์อ้อม ๆ น้ำเสียงแหย่เย้าแบงก์
“อ้าว… เธอพูดอย่างกับว่าฉันไม่หล่อพอที่จะเป็นแฟนกับสตางค์อย่างนั้นหรือ? น้อย ๆ หน่อยนะ สมัยมัธยมฉันเล่นกีตาร์และมีวงดนตรีเป็นของตนเอง สาว ๆ ในโรงเรียนติดตามจีบฉันตรึม” แบงก์โวท่าใหญ่
“แมงโม้บินว่อนเต็มหัวแล้ว” สตางค์แซวหนุ่มคนสนิท
“สตางค์ดูหน้าคุ้น ๆ นะ เหมือนเราสองคนเคยเจอกันมาแล้วหรือเปล่า?” หยวนถามเพราะเขารู้สึกคุ้นหน้าสตางค์เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ทั้งที่วันนี้แบงก์เพิ่งพามาแนะนำให้รู้จักเป็นครั้งแรก
“อืม… นั่นสิ” สตางค์ก็รู้สึกแบบเดียวกัน เธอพยายามนึกให้ออกว่าเคยเห็นหนุ่มตี๋คนนี้ที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า? “นายเป็นเด็กในสังกัดของพี่กานต์หรือเปล่า?”
ตาตี่ ๆ ของหยวนลุกโตด้วยความคาดไม่ถึง
“พี่กานต์โมเดลลิ่งน่ะหรือ เธอรู้จักพี่เขาด้วย?”
“สตางค์เขาเป็นนางแบบในสังกัดพี่กานต์น่ะ” แบงก์บอกให้หายสงสัย
หยวนพยักพเยิดหน้า ท่าทีหายข้องใจ
“ว่าแล้วเชียว… ฉันก็คุ้นหน้านายเหมือนกัน แต่ไม่กล้าทัก สงสัยเราคงเคยเจอกันผ่าน ๆ ที่บ้านพี่กานต์ล่ะมั้ง”
“โห… นี่ฉันมีเพื่อนเป็นทั้งนายแบบนางแบบเลยหรือ ไม่ธรรมดาจริง ๆ แหะแก๊งเพื่อนเราเนี่ย” พูดแล้วฟรังก์ก็หันขวับมาที่เหรียญ “แล้วนายล่ะ พ่อหนุ่มเมืองกรุง มีเรื่องอะไรมาเซอร์ไพรส์บ้าง?”
“ชีวิตฉันก็เรื่อย ๆ มีไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เยอรมัน 1 ปี ตอนเรียนอยู่ชั้น ม.4” เหรียญตอบ
“ถ้าอย่างนั้นนายก็แก่กว่าพวกเราปีหนึ่งน่ะสิ เพราะไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนต้องดรอปเรียนที่ไทยไว้ใช่ไหมล่ะ?”
“ใช่ ต้องดรอปเรียนไปปีหนึ่ง แต่ฉันไม่ได้แก่กว่าทุกคนหรอกนะ เพราะฉันเรียนจบ ม.5 แล้วสอบเทียบวุฒิ ม.6 เอามาใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัยพร้อมพวกนายนี่แหละ”
“โห… เรียนเก่งชะมัด ฉันมีคนให้เกาะจนเรียนจบสี่ปีแล้วว่ะ” แบงก์ว่าแล้วทุกคนก็หัวเราะครืนทั้งโต๊ะ
“ขอถามอะไรหน่อยสิสตางค์” เหรียญหันไปถามสาวข้างกายแบงก์ “ที่คณะเธอเขาฮิตเล่าเรื่องผีผู้หญิงผมยาวชุดขาวไหม?”
“ผีชุดขาวหรือ? มีสิ! ใครเขารู้จักกันทั้งนั้นแหละ เป็นตำนานประจำจังหวัดนี้ไปแล้ว หนุ่มกรุงเทพอย่างนายกลัวอย่างนั้นหรือ?”
“เปล่า… แค่ถามน่ะ นึกสงสัยว่ามันมีจริง ๆ เหรอ?”
“อันนี้ฉันก็ยืนยันไม่ได้นะ เพราะไม่เคยเจอกับตัวเอง คนใกล้ตัวก็ไม่เคยเจอด้วย ที่เคยได้ยินมาก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนของใครก็ไม่รู้ จริง ๆ เรื่องนี้เพิ่งจะมาดังได้ไม่ถึงปีนะ เดี๋ยวสักพักก็คงซาไปเองเหมือนเรื่องอื่น ๆ แต่ก่อนก็เรื่องเบอร์โทรมรณะ ศูนย์สี่ตัวอะไรเนี่ยแหละ”
“ใช่ เรื่องเบอร์โทรมรณะ สมัยนั้นคนกลัวกันมาก มาดูตอนนี้สิ ถามใครคนเขาจะยังนึกออกอยู่ไหมไม่รู้” แบงก์เสริม
ดูเหมือนนานวันเข้า เรื่องผีผู้หญิงผมยาวชุดขาวจะมีมาเข้าหูไม้เว้นแต่ละวัน บางเรื่องเล่าว่าเจอลิบ ๆ เห็นทางหางตาแล้วไม่กล้าหันไปมองให้ชัด ๆ หรือเรื่องใกล้ตัวก็เป็นเรื่องของอิฐ เพื่อนในคณะที่เจอมากับตัวเองจนเกิดอุบัติเหตุขาหัก หนักที่สุดคงเป็นเรื่องที่โจษจันกันในเช้านี้ เพราะหนึ่งในผู้ประสบเหตุถึงขั้นเสียชีวิต
คืนวันนี้เวลา 1.30 น. ร.ต.อ.สมบูรณ์ บุญเดชดาวเรือง พนักงานสอบสวนร้อยเวร สภ.เอ อำเภอ… จังหวัด… ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนเข้ากับต้นไม้ข้างทาง บริเวณริมถนนทางขึ้นเขาสุเทพ ได้ประสานมูลนิธิภักดีกู้ชีพ พร้อมเดินทางไปที่เกิดเหตุ
พบรถยนต์เก๋งสีดำยี่ห้อ… หมายเลขทะเบียน… ด้านหน้ารถฝั่งขวาพังยับ คนขับชื่อนายหนึ่ง อายุ 22 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังเสียชีวิตคาที่ โดยมีนายสอง อายุ 22 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกันนั่งมาด้วย เล่าให้ฟังว่าตนและผู้ตายนั่งรถยนต์เก๋งกลับมาจากฉลองวันเกิดเพื่อน โดยนายหนึ่งอาสามาส่งตนที่อพาร์ทเมนต์บริเวณหน้ามหาวิทยาลัย ระหว่างทางบริเวณตลาดนัดหน้ามอ ตนและผู้ตายเห็นผู้หญิงผมยาวสวมชุดสีขาวคลุมทั้งตัว วิ่งมาตัดหน้ารถ นายหนึ่งผู้เป็นคนขับตกใจจึงรีบหักพวงมาลัยหลบ ทำให้รถเบี่ยงลงข้างทางไปชนกับต้นไม้ใหญ่ในที่เกิดเหตุ
นายหนึ่งไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย ทำให้ร่างหลุดกระเด็นออกมาจากรถ กระแทกกับพื้นเสียชีวิตคาที่ ส่วนนายสองคาดเข็มขัดนิรภัยทำให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและแขนซ้ายเพียงเล็กน้อย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวคนเจ็บส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลใกล้เคียง และนำร่างผู้เสียชีวิตส่งมอบแก่ญาติเพื่อบำเพ็ญกุศลตามหลักศาสนา
Leave a comment