ใจพันธนาการ – ตอนที่ 31

Share

ถึงฤกษ์ที่ต้องสวมแหวนแต่งงานกันแล้ว แต่แป้งหอมยังไม่ปรากฏตัวออกมาเลย พิธีจึงชะงัก แขกผู้ใหญ่ที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน ต่างติฉินจนไอยราต้องขึ้นมาแจ้งสาเหตุบนเวที

“ขออภัยแขกทุกท่านด้วยนะคะ ตอนนี้เรายังไม่สามารถเริ่มทำพิธีได้ เนื่องจากขาดเจ้าสาวไปคนหนึ่งค่ะ ดิฉันมั่นใจว่าเธอจะกลับมาร่วมพิธีได้เร็ว ๆ นี้แน่นอน”

แขกในงานได้ยินแล้วก็เลิกลั่ก เจ้าสาวหายไป หายไปได้ยังไง เสียงนินทาดังทั่วพื้นที่จัดงาน

“เป็นไงบ้าง ได้เรื่องไหมศกร?” แสงสรวลถามลูกชาย

ศกรลดมือถือลง เขากดต่อสายหาแป้งหอมไปนักต่อนัก แต่เธอไม่ยอมรับสาย จนสายถูกตัดไปเอง

“ติดต่อไม่ได้เลยครับ แป้งหอมเธอไม่รับสาย” ศกรพูดด้วยสีหน้าท้อแท้

“บางทีแป้งหอมอาจจะไม่ได้เอามือถือติดตัวไปด้วยก็ได้” วราพูด

ไอยราลงมาจากเวที รีบมาสมทบทันที

“ติดต่อหนูแป้งหอมได้หรือยัง?”

ศกรโคลงศีรษะ

ไอยราถอนหายใจเฮือกใหญ่

“หนูแป้งหอมไม่เคยเหลวไหลอย่างนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ” ไอยราพึมพำ ท่าทางเหมือนลมจะจับอีกรอบ จนแสงสรวลต้องมาประคองไปนั่งเก้าอี้

“บางทีแป้งหอมอาจจะไม่อยากแต่งงานกับคุณก็ได้นะคะ” นิตากอดอกพูดเหน็บแนม

ศกรหันมาถลึงตาใส่ กระแทกเสียงหนักใส่เธอว่า

“เธอไม่พูดก็ไม่มีใครหาว่าเป็นใบ้หรอกนะ”

“แล้วเราจะทำยังไงต่อดีล่ะ?” แสงสรวลถามทุกคน

ไอยราส่ายหน้าอย่างไม่รู้หนทาง

“ผมว่าเราแยกย้ายกันตามหาแป้งหอมกันดีกว่า บางเธออาจอยู่ในโรงแรมนี้” ณเรศเสนอความเห็น

“อืม… ก็ดีเหมือนกันนะ งั้นฉันจะหาดูตั้งแต่ชั้นนี้ไปจนถึงชั้นบนสุด ส่วนแกช่วยไปตามหาตั้งแต่ชั้นล่างลงไป” ศกรพูดกับณเรศ

“งั้นให้คุณแสงสรวลไปช่วยทางศกร ส่วนลุงจะไปช่วยทางณเรศเอง” วราว่า

“ไม่เป็นไรครับ” ณเรศแทรกทันที “ลุงวราไปช่วยทางโน้นเถอะ ผมรับผิดชอบแค่ไม่กี่ชั้นเอง ตามหาคนเดียวได้ครับ”

“เอางั้นเหรอ งั้นก็ได้ เรารีบแยกย้ายกันเถอะ” วราพูดแล้วพวกเขาก็แยกย้ายกันไปตามที่ได้ตกลงไว้

ณเรศวิ่งแยกออกมาจากกลุ่มเพียงคนเดียว เขามีหน้าที่ตามหาแป้งหอมตั้งแต่ชั้นนี้ลงไป ซึ่งมีไม่กี่ชั้น  เวลาผ่านไปเกือบ 20 นาที ในที่สุดศกร แสงสรวลและวราก็กลับมาที่ข้างเวที  ไอยราเห็นพวกเขาก็รีบลุกขึ้นถามทันที

“เป็นยังไงบ้าง ไม่เจอแป้งหอมกันเลยเหรอ?”

“ไม่เจอเลยครับ ให้เจ้าหน้าที่ช่วยหาก็ไม่เจอเลย” ศกรตอบอย่างท้อใจ

“ยายนั่นหนีคุณไปแล้วมั้ง” นิตาพึมพำเข้าหูศกร

ศกรหันมาถลึงตาใส่

“โอ๊ย… ใส่ชุดนี้ร้อนจังเลยนะคะ” นิตาแกล้งบ่น ทำเป็นเฉย

ตืด… ดดด!

มือถือในกระเป๋าถือของไอยราดังขึ้น เธอล้วงหยิบมันออกมาดู บนจอปรากฏชื่อณเรศโทรเข้ามา เธอกดปุ่มรับสายแล้วยกขึ้นแนบหูทันที

“ว่าไงบ้าง ได้เรื่องไหม?”

“ครับ ผมลองสอบถามเจ้าหน้าที่ที่หน้าโรงแรม เขาบอกว่าเห็นแป้งหอมเรียกแท็กซี่ออกไปเมื่อครู่นี้ ตอนนี้ผมกำลังจะขับรถตามไป ได้เรื่องยังไงจะโทรรายงานมาเป็นระยะนะครับ”

ไอยรายิ้ม โล่งใจได้หน่อยหนึ่ง

“จ๊ะ งั้นฝากตามหาหนูแป้งหอมให้เจอทีนะ”

“ครับ”

แล้วสายก็ถูกตัดไป

ณเรศลดมือถือลง เก็บมันเข้ากระเป๋ากางเกงอย่างเดิม  ตอนนี้เขายืนอยู่ข้างรถของตัวเอง ซึ่งจอดอยู่ที่ชั้นล่างของโรงแรม  เขาแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัย ติดเครื่องแล้วเหยียบคันเร่งออกสู่ถนนใหญ่  ที่เบาะหลังมีแป้งหอมในชุดเจ้าสาวนอนสลบไม่ได้สติอยู่

เสียงคลื่นซัดพากลิ่นทะเลเข้าฝั่ง ณเรศจอดรถไว้ใต้ร่มต้นมะพร้าว แถวนี้ไม่มีนักท่องเที่ยว เพราะเป็นหมู่บ้านชาวประมง ผู้คนที่นี่เป็นลูกหนี้ที่ได้รับความช่วยเหลือจากเขาทั้งนั้น  ดังนั้นไม่ว่าเขาจะให้พวกชาวบ้านทำอะไรหรือปิดบังความลับบางอย่าง ทุกคนล้วนเต็มใจทำด้วยความยินดี

แก้วน้ำเย็นถูกเอามาแนบแก้มหญิงสาวที่นอนสลบอยู่หลังรถ เธอสะดุ้งรีบลุกขึ้นตื่น เห็นสถานที่รอบข้างก็แปลกใจ เพราะจำได้ว่าก่อนหมดสติเธอยังอยู่ในห้องแต่งตัวของโรงแรม  เบื้องหน้าเธอมีณเรศยืนอยู่ ในมือถือแก้วสแตนเลส สายตาเย็นชาของเขาจ้องมาที่เธอ

“ที่นี่ที่ไหน คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม?” แป้งหอมโวยวายเพราะรู้สึกไม่สู้ดี

“อยากรู้ก็ออกมาดูเองสิ” ณเรศฉุดแขนเธอ จะดึงเธอลงมาจากรถ

เธอสลัดมือเขาทิ้ง

“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น”

“อย่าเรื่องมาก บอกให้ออกมาก็ออกมาสิ” ณเรศเสียงแข็ง ฉุดเธอออกมาจากรถจนได้

“โอ๊ย… ปล่อยนะ ฉันเจ็บ” เธอร้องพร้อมกับพยายามแกะมือเขาออก

เขาปล่อยมือ เธอล้มลงบนพื้นทราย

“ตอนนี้ฉันสั่งอะไรไป เธอมีหน้าที่แค่ทำตามเท่านั้น” เขาตวาดพลางชี้หน้า

“คุณไม่ใช่เจ้าชีวิตฉันนะ เรื่องอะไรฉันต้องเชื่อฟังคำสั่งคุณด้วย”

เขารุดไปจับไหล่เธอแน่น

“ที่ผ่านมาฉันพยายามพูดดีกับเธอแล้ว แต่เธอก็ไม่เคยใยดีอะไรฉัน ไม่ยอมยกโทษให้ฉัน สนใจแต่ก็ไอ้ศกร เธอเป็นคนบังคับให้ฉันต้องเล่นบทร้ายอย่างนี้กับเธอเองนะแป้งหอม”

“คุณจะดีหรือจะร้ายมันขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง ไม่เกี่ยวกับฉันสักนิด” เธอเถียงเสียงดัง

“ทำไมจะไม่เกี่ยว ก็เพราะฉันรักเธอ ฉันถึงอยากดูแลเธอ อยากให้เธอสนใจฉันบ้าง  ทุกครั้งที่เธอทำดีกับไอ้ศกร เธอรู้ไหมว่าฉันเจ็บ ฉันอยากให้เธอรู้สึกอย่างฉันบ้าง ว่าการที่ไม่มีคนมารักมันเจ็บปวดยังไง”

“คุณกำลังทำอะไรของคุณอยู่ กำลังเล่นเป็นเด็กอยู่หรือไง  คุณคิดว่าการลักพาตัวฉันมาแบบนี้จะทำให้ฉันเลิกรักคุณศกรได้งั้นเหรอ?”

“ใช่! เธอต้องเลิกรักไอ้มัน แล้วมารักฉัน”

เขาพูดแล้วก็ฉุดเธอลุกขึ้น ลากมาจนถึงสถานที่ซึ่งดูเหมือนท่าเรือประจำหมู่บ้าน  คนเรือคนหนึ่งยืนอยู่ เขาเตรียมเรือตามที่ณเรศสั่งไว้ลำหนึ่งแล้ว

“ขึ้นเรือมากับฉัน” ณเรศสั่ง พลางจูงแป้งหอมขึ้นเรือ แต่เธอขัดขืน

“ฉันไม่ขึ้นไปกับคุณเด็ดขาด คุณพาฉันไปส่งที่งานแต่งเดี๋ยวนี้” แป้งหอมตะคอกใส่เขา

ณเรศแลหางตามองเธออย่างรำคาญ ก่อนจะออกแรงเพียงเล็กน้อย ฉุดเธอถลามาบนเรือ

“โอ๊ย… เบา ๆ สิ”

แป้งหอมล้มพับบนพื้นเรือ

ณเรศสั่งคนเรือให้ออกเรือ ไม่นานเรือก็แล่นปะทะคลื่นที่โต้ซัดฝั่ง  เส้นทางที่เรือลำนี้จะไป แป้งหอมไม่รู้เลย

“คุณจะพาฉันไปไหน?” แป้งหอมถาม

“เดี๋ยวถึงก็รู้เองแหละ”

แม้จะเป็นเรือเร็ว แต่กว่าจะเดินทางมาถึงจุดหมายก็ใช้เวลาพอควร คนเรือจอดเรือเทียบท่า พาทุกคนมาถึงเกาะร้างเกาะหนึ่ง  ณเรศก้าวลงมาจากเรือ หยุดยืนดูท่าทีของแป้งหอม ซึ่งสาวเจ้านั่งนิ่งหน้าบึ้ง ไม่ยอมลงจากเรือตามเขา

“จะลงมาได้หรือยัง?” เขาถามเสียงเข้ม

แป้งหอมเมินหน้าหนี

“เธอนี่ชอบให้ฉันใช้กำลังอยู่เรื่อย ต้องแบบนี้ใช่ไหมเธอถึงจะยอมลงมา” เขาแกล้งทำท่าจะมาฉุดเธอ

แป้งหอมท่าทีลุกลนเพราะไม่อยากถูกเขาฉุดอีก เธอรีบลุกแล้วลงจากเรือ

“ให้มันได้อย่างนี้ตลอดไปแล้วกัน”

ณเรศพูดแล้วคว้าแขนลากเธอเดินเข้าฝั่ง  เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้เป็นเกาะส่วนตัว ซึ่งพ่อของณเรศซื้อเอาไว้ คนที่รู้ก็มีเพียงณเรศ พ่อของเขา และชาวบ้านหมู่บ้านชาวประมงเท่านั้น  ในเกาะนอกจากจะเป็นป่าทึบแล้ว ยังมีบ้านตากอากาศหลังย่อมปลูกไว้หนึ่งหลัง

“คุณปล่อยฉันสักที ฉันเจ็บข้อมือหมดแล้ว” แป้งหอมบ่น

คนเรือเดินเข้ามาถามณเรศ

“จะให้ผมกลับเลยไหมครับนาย?”

“เออ… กลับไปก่อน ไว้ตอนค่ำค่อยมารับ” ณเรศพูดแล้วฟาดปึกเงินลงฝ่ามือของคนเรือที่แบรอไว้อยู่แล้ว “แล้วก็นี่ เงินค่าปิดปากแก อย่าบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้เด็ดขาด”

“ขอบคุณครับนาย รับรองผมจะรูดซิปปากสนิทเป็นอย่างดี งั้นขอตัวกลับก่อนนะครับ”

คนเรือพูดแล้วก็เดินกลับไปที่เรือ ขับมันกลับเข้าฝั่ง

“คิดว่ามีเงินแล้วจะใช้ซื้อใจคนได้หรือไง?” แป้งหอมว่า

“เธอก็เห็นแล้วนี่ว่าเงินซื้อคนได้”

“แต่สำหรับฉันมันไม่ใช่”

ณเรศมองแป้งหอมอย่างท้าทาย กล่าวกับเธอน้ำเสียงดุดัน

“สำหรับเธอฉันจะไม่ใช้เงินซื้อหรอก แต่จะใช้ใจต่างหาก”

“แหวะ! คิดว่าทำได้ก็ลอง ใจสกปรกของคุณฉันไม่อยากได้หรอก” แป้งหอมว่าพร้อมทำหน้าขยะแขยง

ชายหนุ่มจูงมือหญิงสาว เดินเข้ามาภายในบ้านไม้หลังเดียวบนเกาะ บ้านหลังนี้เป็นบ้านขนาดย่อมทำจากไม้ชั้นดี ตกแต่งสวยหรู ติดแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับผลิตไฟฟ้าไว้ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดภายในบ้าน

ณเรศพาแป้งหอมเข้ามาในห้องนอน

“นี่ห้องของเธอ” ณเรศพูด

“ฉันไม่อยู่ห้องนี้เด็ดขาด”

“งั้นเธอก็ไปนอนให้ยุงมันกัดเล่นที่หน้าบันไดดีไหม?” ณเรศเข้ามาจับไหล่เธอ

“โอ๊ย… ปล่อยนะ ฉันนอนที่นี่ก็ได้”

เขายอมปล่อยเธอ

“ส่วนเรื่องอาหารน่ะเธอต้องทำกินเองในครัว แล้วก็ทำเผื่อฉันด้วยทุกมื้อ  ความสะอาดเธอก็ต้องดูแลทั้งหมด จัดทุกอย่างให้เรียบร้อยเหมือนที่เคยทำตอนอยู่บ้านฉันแต่ก่อน”

“นี่คุณจับฉันมาเป็นทาสใช่ไหม?”

“จะพูดอย่างนั้นก็ได้ แล้วแต่เธอจะคิด” ณเรศแสยะยิ้มใส่ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

“คนบ้า! ทุเรศที่สุดเลย!”


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้” ลุงเข้มหน้าซีด...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!