ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้
หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า ป่านนี้ทั้งคู่คงหิวโซไปทั้งคืน อดทนเพียงผ่านค่ำคืนนี้ไปได้ พรุ่งนี้ต้องมีคนมาช่วยแน่ ทั้งสองหวังไว้ในใจอย่างนั้น
แป้งหอมคู้ขานั่งกอดเข่าตนเอง อากาศเย็นกำลังจับขั้วหัวใจทีละน้อย ร่ายกายเธอสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ ณเรศเห็นก็ถอดเสื้อนอกออกมาคลุมร่างเธอ หวังว่าเธอจะรู้สึกดีขึ้น
หญิงสาวเงยหน้ามอง
“ทำไมคุณไม่ใส่ไว้ล่ะคะ?”
“เธอใส่ไว้เถอะ สั่นเป็นเจ้าเข้าอย่างนั้น ถ้าปล่อยไว้มีหวังไม่สบายกันพอดี”
“ขอบคุณค่ะ” แป้งหอมยิ้มจาง ๆ ให้
ในยามที่อยู่ด้วยกันสองคนและละทิ้งอคติ พวกเขาก็เห็นคุณค่ากันและกันมากขึ้น ณเรศรู้แล้วว่าควรมอบสิ่งที่ดีที่สุดแด่หญิงอันเป็นที่รัก แป้งหอมรู้ว่าเธอไม่ควรตัดสินคนว่าดีหรือเลวหากยังไม่ได้รู้จักตัวตนข้างในของเขา ต่อจากนี้ทั้งคู่จะมีความรู้สึกดี ๆ ให้กันมากขึ้น
“เธอชอบฤดูอะไรเหรอแป้งหอม?” ณเรศกระชับแขนกอดอกตัวเองแน่น
“อืม… ไม่รู้สิคะ ฉันว่าแต่ละฤดูก็มีความพิเศษของมันนะ”
“เหรอ… แล้วอย่างฝนหลงฤดูล่ะ ผิดธรรมชาติไหม?”
“ก็ไม่นี่คะ ฝนตกได้ทุกฤดูอยู่แล้ว เป็นไปตามวัฏจักรของน้ำ”
“สรุปว่าฝนมันไม่ผิดใช่ไหม?”
แป้งหอมมองณเรศอย่างงง ๆ เขาพยายามจะสื่ออะไรกันแน่
“ไม่เห็นผิดเลยค่ะ”
“งั้นฝนมันก็น่าอิจฉามากเลย ไม่ว่ามันจะตกฤดูไหนใครก็ไม่ว่า ต่างกับฉันที่ไปตกหลุมรักเธอ ทั้งที่เธอมีเจ้าของ มันเป็นความผิดที่ไม่น่าให้อภัยเลยหรือเปล่า?”
แป้งหอมอึ้งกับคำพูดของเขา เธอเอียงหน้าหนี ไม่กล้าสบตาชายผู้นี้ สัมผัสและรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่ณเรศสื่อผ่านออกมา แม้เธอจะเคยโกรธเขามากแค่ไหน แต่ก็รู้สึกสงสารเขา
แม้วันนี้จะเหนื่อยมากกับการที่ต้องหนีเอาชีวิตรอดจากกระสุนปืน แต่แป้งหอมก็ยังข่มตาหลับไม่ลง เธอนอนบนพื้นทราย คิดทบทวนถึงความรู้สึกดี ๆ ที่ณเรศมีให้เธอ
แป้งหอมยอมรับว่าตอนนี้เธอเริ่มใจอ่อนให้ณเรศเข้าแล้ว แต่มารู้สึกเอาตอนนี้ให้มันได้อะไรขึ้นมา ในเมื่อต่างคนก็ต่างมีคู่ของตน เขาคงเป็นได้เพียงความทรงจำดี ๆ ที่เธอจะเก็บไว้ไม่มีวันลืม
นานมากแล้วที่ฝนโหมกระหน่ำลงมา ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่าย ๆ เสื้อนอกของณเรศเป็นความอบอุ่นปกป้องเธอจากความหนาวเหน็บได้เป็นอย่างดี หันไปมองฝั่งที่เขานอนอยู่ก็เห็นกำลังขดตัวนอน เนื้อตัวสั่น ปากซีดเซียว ดูน่าเห็นใจ
แป้งหอมขยับไปใกล้อีกนิด เอื้อมมือไปจับที่ตัวของเขา แล้วต้องตกใจเมื่อตัวของเขาเย็นเฉียบ หากปล่อยไว้ต้องหนาวตายแน่ เธอจึงกอดเขาไว้ แบ่งเสื้อนอกไปคลุมเขาบ้าง หวังว่าเธอและเขาจะผ่านพ้นคืนอันเลวร้ายเช่นนี้ไปได้
ดวงตาคู่หนึ่งกระพริบปรับแสงสว่างของเช้าวันใหม่ ณเรศตื่นขึ้นมาพบใบหน้าของแป้งหอมอยู่ใกล้ใบหน้าของเขา เธอกำลังหลับตาพริ้ม แขนข้างหนึ่งกอดเขาไว้ เขาเรียกชื่อเธอเบา ๆ หวังปลุกให้ตื่น
“แป้งหอม”
แป้งหอมขยับเปลือกตา ค่อย ๆ ตื่นจากห้วงนิทราอันยาวนาน เธอรีบเด้งตัวขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง เมื่อเห็นว่าใกล้ชิดกับณเรศจนเกินงาม รีบเอ่ยวาจาแก้ตัวอย่างร้อนรน
“ฉ… ฉันไม่ได้ทำอะไรคุณนะ เมื่อคืนเห็นคุณนอนสั่น ฉันก็เลย… ช่วยให้คุณอบอุ่นขึ้นเท่านั้น” แป้งหอมพูดตะกุกตะกัก
ณเรศยิ้มจาง ๆ
“ฉันยังไม่ทันถามอะไรเธอเลย” น้ำเสียงเขาฟังดูอ่อนแรง
แป้งหอมแปลกใจกับอาการที่ณเรศเป็นอยู่ เขาไม่สบายอย่างที่เธอคิดไว้จริงด้วย
“คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ?”
แป้งหอมยื่นมือมาแตะหน้าผากของเขา เธอรีบชักมือกลับทันที หน้าผากของเขาร้อนจี๋
“คุณไม่สบายนี่”
“นิดหน่อยเอง”
“ไม่นิดหน่อยแล้วมั้งคะ ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้”
ณเรศพยายามดันศอกพยุงตัวเองขึ้นมา แต่เรี่ยวแรงไม่รู้หายไปไหน เขาทรุดลงบนพื้นทรายอย่างเดิม
แป้งหอมรีบประคอง
“อย่าฝืนเลยค่ะ คุณพักผ่อนต่ออีกสักหน่อยดีกว่านะ”
เธอเอาตักมารองศีรษะเขา มือจับที่ใบหน้าของเขา สายตาทั้งคู่หดหู่ไม่แพ้กัน
“ขอโทษนะที่ฉันพาเธอมาลำบากแบบนี้ ไว้กลับเมื่อไหร่ฉันจะให้เธอเอาคืนฉันบ้าง ขอเพียงเธอไม่โกรธฉันก็พอ”
“ไม่ต้องพูดแล้วค่ะ ฉันก็ทำให้คุณเหนื่อยมามากพอแล้วเหมือนกัน”
ณเรศฝืนส่งยิ้มให้
“ถามจริงเถอะแป้งหอม ทำไมเธอถึงแต่งงานกับไอ้ศกรล่ะ?”
แป้งหอมหยุดเรียบเรียงประโยค ก่อนจะตอบน้ำเสียงเศร้า ๆ
“พอรู้ว่าคุณกับคุณนิตาจะแต่งงานกัน แล้วบังเอิญคุณศกรเขาขอฉันแต่งงาน ฉันก็เลยตอบรับเขาไป เพราะเห็นว่าเป็นหนทางที่ฉันจะได้ไม่ต้องไม่วุ่นวายชีวิตคุณอีกต่อไป”
“โถ่… แป้งหอม ทำไมเธอถึงทำแบบนั้น เธอก็รู้นี่ว่าฉันไม่ได้รักนิตา และฉันไม่ได้มีอะไรกับนิตาตามที่ถูกกล่าวหา เธอเชื่อฉันนะแป้งหอม” ณเรศขอร้อง
“ค่ะ! ฉันเชื่อคุณ และจะเชื่อคุณเสมอ”
“ฉันรักเธอมากนะแป้งหอม เราแต่งงานกันนะ”
ไม่รู้เพราะฤทธิ์ไข้หรือเปล่า ณเรศถึงพูดอะไรอย่างนี้ออกมา แต่ถึงอย่างไรมันก็ทำให้แป้งหอมต้องเสียน้ำตา เธอเอียงหน้าหนี ร้องไห้อย่างเศร้าโศกเสียใจ
ตื้ด… ตื้ด…
ศกรโทรศัพท์ถึงไอยรา เมื่อปลายสายรับ เขาก็รีบกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ทันที
“สวัสดีครับคุณน้า ผมรู้แล้วนะครับว่าแป้งหอมอยู่ที่ไหน ลูกชายของคุณน้าเป็นคนลักพาตัวเธอไปขังไว้ที่เกาะส่วนตัว ตอนนี้ผมกับนิตากำลังจะไปที่นั่น คุณน้ารีบตามมานะครับ ที่หาดพันแสง หมู่บ้านชาวประมง”
แจ้งเรื่องจบศกรก็กดวางสาย
เรือเร็วจอดเทียบเกาะส่วนตัว ศกร นิตา พร้อมไอยราและแสงสรวล เดินลงมาจากเรือ ทั้งหมดย่างก้าวเดินมุ่งตรงมายังบ้านพัก ข้างในนี้ไม่มีใครอยู่ แม้จะหาจนทั่วก็ไม่เจอ
“ทำไมไม่มีใครอยู่ล่ะ หนูแป้งหอมกับณเรศหายไปไหน” ไอยราพูดขึ้น
“เอ่อ… สงสัยสองคนนั้นคงจะออกไปจากที่นี่ ตั้งแต่เมื่อวานแล้วมั้งครับ” ศกรออกความเห็น
“ออกไปตั้งแต่เมื่อวาน ป่านนี้แล้วทำไมยังไม่ถึงฝั่งอีก หายไปนานแบบนี้ไม่รู้สองคนนั่นจะเป็นตายร้ายดียังไง” ไอยราเริ่มใจเสีย เป็นห่วงทั้งสองมากกว่าเดิม
“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ หนูเชื่อว่าทั้งสองคนต้องปลอดภัย” นิตาพูดให้กำลังใจ
ไอยรากุมขมับ
“อย่ากังวลไปเลยครับคุณไอยรา ผมเชื่อว่าทั้งสองคนต้องปลอดภัย เอาเป็นว่าตอนนี้เรากลับเข้าฝั่งกันก่อน แล้วไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยออกตามหาอีกแรงจะดีกว่านะครับ” แสงสรวลออกความเห็น
“ค่ะ ดีเหมือนกัน รีบกลับกันเถอะ”
ไอยราเดินนำทุกคนออกจากบ้านพัก ตอนนี้เธอเป็นห่วงลูกชายคนเดียวและแป้งหอมอย่างสุดใจ อดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองจะได้รับอันตรายจากพายุเมื่อคืนหรือเปล่า ในใจภาวนาขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกปักรักษาทั้งสองคนให้อยู่รอดปลอดภัย
ณเรศและแป้งหอมนั่งชมคลื่นซัดหาดอยู่บนโขดหิน ที่นี่บรรยากาศดีเสียจริง ลมทะเลเย็น ๆ เข้ามาปะทะร่างกายตลอดเวลา นอกจากเสียงคลื่นซัดหาดก็ไม่มีเสียงอื่นให้รำคาญใจ ไม่มีผู้คนขวักไขว่ ไม่มีรถติด ไม่มีงานให้พะวง ไม่มีเวลาต้องกังวล ที่นี่จะมีเพียงความสุขให้เสพเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
“คุณว่าวันนี้ทุกคนจะรู้หรือยังว่าเราติดอยู่บนเกาะนี้ คุณอยากออกไปจากที่นี่เร็ว ๆ ไหมคะ ฉันอยากออกไปจะแย่อยู่แล้ว” แป้งหอมพูด
ณเรศเหม่อมองไกลออกไป แล้วตอบแป้งหอม
“ฉันยังไม่อยากออกไป เพราะอยู่ที่นี่ฉันมีความสุข ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่ฉันรัก”
ณเรศหันมามองแป้งหอม ตอนลมพัดผมเธอสยายดูสวยดี ณเรศตอนหน้าไม่บึ้งก็ดูมีเสน่ห์น่าหลงใหลเช่นกัน หญิงสาวจ้องมองชายหนุ่มอยู่นาน ก่อนเธอจะหลุดจากภวังค์
“เอ่อ… ฉันว่าเราไปอยู่ที่หน้าเกาะดีกว่าไหมคะ อยู่ตรงนี้คงไม่มีใครผ่านมาแน่ ๆ”
ทั้งคู่เดินฝ่าป่ากลางเกาะ จนในที่สุดก็มาถึงส่วนที่เป็นด้านหน้าของเกาะ ณเรศและแป้งหอมรู้สึกเหมือนมีอะไรแข็ง ๆ มาจี้ที่เอว เสียงเถื่อน ๆ ที่ไม่ปรารถนาจะได้ยินดังขึ้นจนได้
“เฮ้ย! อยู่นิ่ง ๆ ถ้าขยับฉันยิงไส้แตกแน่” หัวหน้าโจรพูด ในมือถือปืนจี้เอวณเรศ ส่วนลูกน้องคนหนึ่งถือปืนจี้เอวแป้งหอม
“หนีไปแล้วยังเสือกกลับมาหาที่ตายอีกนะพวกแก” ลูกน้องคนที่ไม่ได้ทำอะไรพูด
“กลับมาให้ฉันฆ่าหรือไง ฮ่า ๆ ๆ” ลูกน้องคนที่ถือปืนจี้เอวแป้งหอมพูด
“อย่าทำอะไรพวกเรานะ เรายอมพวกแกแล้ว” ณเรศยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ
“ฮึ ๆ” หัวหน้าโจรหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงน่าขยะแขยง มันผลักทั้งคู่ล้มลงบนพื้น
ทั้งสองตะเกียกตะกายหนี
“อยากกลับไปกับพวกฉันใช่ไหมล่ะ?” หัวหน้าโจรถาม ชี้ปืนเล็งตามสองคนที่ขยับหนี
“อยากสิ พวกนายจะพาเรากลับไปด้วยเหรอ” แป้งหอมดีใจ
“ใช่! แต่ในสภาพที่เป็นศพไปแล้วนะ”
“ฮ่า ๆ ๆ” พวกโจรระเบิดเสียงหัวเราะ
ณเรศและแป้งหอมตกใจ
“เอาใครก่อนดีวะ?” หัวหน้าโจรลังเลที่ต้องเลือกเหยื่อ “เอาผู้หญิงคนนี้ก่อนก็แล้วกัน” มันพูดแล้วยกปืนเล็งที่กลางหน้าผากแป้งหอม
“อย่า!” ณเรศร้องสั่นแล้วรีบเข้าไปเอาตัวบังแป้งหอมไว้ “อย่าทำอะไรเธอเด็ดขาด”
หัวหน้าโจรทำหน้าถมึงทึงใส่
“ได้… ถ้าแกอยากเป็นศพก่อน ฉันก็จะสงเคราะห์ให้”
หัวหน้าโจรใช้ด้ามปืนซัดเต็มคางณเรศ ณเรศกระเด็นไปตามแรง มันเดินตามมาเอาปืนจ่อที่หัวของเขา เขาคว้าปืนหมับ ยื้อยุทธฉุดกรณ์แย่งปืนกัน ณเรศลุกขึ้นมาพยายามจะดึงปืนออกจากมือของมัน
แม้เขาจะไม่สบาย แต่ในสถานการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เขาก็เค้นแรงออกมาสู้ได้ สู้เพื่อปกป้องคนที่ตนเองรัก ส่วนชีวิตตัวเองจะเป็นยังไงไม่ห่วงสักนิด
มีหรือที่แรงคนป่วยจะสู้แรงคนปกติสบายดีได้ ณเรศเพลี้ยงพล้ำถูกหัวหน้าโจรผลักเสียหลักล้มลง แต่จังหวะนั้นเขาดึงมันลงไปด้วย มันนั่งคร่อมแย่งปืนกับเขา เขารวบรวมแรงเตะสีข้างจนมันล้มลง แล้วเขาเป็นฝ่ายนั่งคร่อมบ้าง เพียงครู่เดียวมันก็ดันตัวเขาล้มคลุกทรายอย่างเดิม
ปัง!
เสียงก้องไปทั่ว ลูกปืนแหวกอากาศออกไปเพราะไกถูกลั่น แป้งหอมและลูกน้องโจรตกใจ ร่างของใครเป็นผู้รับกระสุน
ณเรศรู้สึกเจ็บแปล๊บที่กลางหลัง กระสุนปืนเจาะทะลุไปจนถึงเพียงนี้เชียวเหรอ เขามองใบหน้าของหัวหน้าโจร มันแสยะยิ้ม นี่เขาแพ้มันงั้นหรือเนี่ย สักพักใบหน้าของมันก็เริ่มบูดเบี้ยว แสดงออกถึงความเจ็บปวดอย่างรุนแรง
ณเรศถีบมันออกห่างตัว มันนอนหงายลงบนพื้น เผยให้เห็นแผลจากคมกระสุนที่ตัดผ่านขั้วหัวใจ ทำให้มันสิ้นใจตายในทันที จากนั้นเขาก็สำรวจตัวเอง ร่างกายไม่มีบาดแผล อะไรกันที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บแปล๊บที่กลางหลัง ก้มลงมองที่พื้น ก้อนหินนี่เองที่เป็นสาเหตุ
แล้วต้องประหลาดใจ เมื่อปืนในมือของณเรศยังไม่ถูกลั่นไก เขามองไปยังทิศทางของลูกปืนเมื่อครู่นี้ เห็นตำรวจ 4-5 คนยืนจังก้าอยู่ ปากปืนกระบอกหนึ่งมีควันสีเงินพุ่งออกมา ด้านหลังพวกตำรวจเป็นศกร นิตา ไอยราและแสงสรวล ทั้งณเรศและแป้งหอมดีใจมากที่มีคนมาช่วยไว้ได้ทัน
ณเรศเหนื่อยมากเพราะฝืนกำลังตน เขาทรุดลงกับพื้น แป้งหอมรีบรุดเข้ามาทันใด ประคองศีรษะเขามาอยู่ในอ้อมแขน ณเรศพูดอย่างอ่อนแรง ถามเธอด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรใช่ไหมแป้งหอม?”
“ค่ะ ฉันไม่เป็นอะไร คุณเก่งมากเลยนะรู้ไหม”
“ฉันปวดหัวจังเลยแป้งหอม”
“แข็งใจหน่อยนะคะ ทุกคนมาช่วยเราแล้ว คุณอย่างเพิ่งเป็นอะไรไปนะ”
“ฉันรักเธอนะแป้งหอม”
“ค่ะ คุณบอกฉันหลายครั้งแล้ว ฉันก็รักคุณเหมือนกันค่ะ”
ณเรศแค่นยิ้ม ก่อนสติจะดับวูบ
แป้งหอมกลั้นความเสียใจเอาไว้ไม่อยู่ เธอร้องไห้ออกมา ขอให้สิ่งที่พันธนาการใจเธอทั้งหมดหลุดไหลไปกับน้ำตาสายนี้ เธออยากแสดงความรักกับณเรศให้มากกว่านี้
ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาพบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงในห้องสีขาว ที่นี่คงจะเป็นโรงพยาบาลแน่ หญิงสาวที่นั่งเก้าอี้อยู่ข้างเตียงร้องไห้กระซิก ๆ เขาเอ่ยถามไปว่าเธอเป็นอะไร
“ร้องไห้ทำไมแป้งหอม ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้ว”
แป้งหอมหันมามองณเรศด้วยสายตาสุดเศร้า เธอโผเข้ากอดเขาแน่แล้วปล่อยเสียงร้องไห้หนักกว่าเดิม เขาสงสัยเหลือเกินว่าเธอเสียใจกับเรื่องอะไร
“เป็นอะไรไป ร้องไห้ทำไม?”
“แทนใจน่ะค่ะ ฮือ…”
ณเรศตาตื่น ใจไม่ดีขึ้นมา
“แทนใจเป็นอะไร?”
“แทนใจเขา ฮือ… เข้าห้องผ่าตัดค่ะ!”
คำพูดของแป้งหอมกรีดกลางดวงใจของณเรศ แทนใจป่วยเป็นอะไร หนักขนาดต้องเข้าห้องผ่าตัดเชียวเหรอ ที่ผ่านมาทำไมเขาถึงไม่เคยรู้เลยว่าแทนใจป่วย ใจเขาตอนนี้เป็นห่วงลูกบุญธรรมเหลือเกิน อยากไปเยี่ยมให้ได้ซะตอนนี้
Leave a comment