เรือเร็วแล่นฝ่าผืนน้ำเข้ามาจอดเทียบท่าของเกาะซึ่งเก็บความลับไว้ ชายหนุ่มแต่งตัวดูภูมิฐานเดินขึ้นมาจากเรือ ในมือของเขาถือถุงใส่เสื้อผ้าผู้หญิงสามถึงสี่ใบ เขาเดินทอดน่องผ่านดงไม้ตรงเข้ามายังบ้าน เมื่อมาถึงก็วางข้าวของทั้งหมดลงบนโต๊ะอาหาร มุ่งมายังหน้าห้องซึ่งกักขังหญิงสาวไว้
ก๊อก ๆ ๆ
“แป้งหอม เธอยังไม่ตื่นหรือไง?”
ก๊อก ๆ ๆ
…
“ฉันขอเข้าไปข้างในนะ”
ณเรศหมุนลูกบิดผลักประตูเข้าห้องไป เขาไม่เห็นแป้งหอมที่แอบอยู่หลังประตู เธอเงื้อแจกันเซรามิกขนาดเหมาะมือขึ้น แล้วเหวี่ยงมันลงกลางศีรษะชายหนุ่มเต็มกำลัง จนแจกันแตก กุญแจที่ณเรศถือไว้หล่นลงพื้น
“โอ๊ย… ยยย!”
เลือดไหลออกจากศีรษะของณเรศ ชายหนุ่มล้มทั้งยืนเอามือกุมแผล ร้องโอดครวญเพราะความเจ็บปวด แป้งหอมหยิบกุญแจที่หล่นพื้นขึ้นมา มันน่าจะเป็นกุญแจที่ไขโซ่ที่ล่ามเธอได้ ใช่แล้ว โซ่ที่พันธนาการเขาไว้ถูกปลดออก เธอฉวยโอกาสนี้วิ่งหนีออกจากบ้าน เร่งฝีเท้าสุดกำลัง มุ่งไปยังท่าเรือแห่งเดียวของเกาะ เธอหวังว่าคนเรือจะยังไม่กลับ
คนเรือกำลังจะออกเรือ เธอเร่งความเร็วหวังจะทันกลับไปพร้อมกับเขา
“เดี๋ยวค่ะ รอหนูด้วย อย่าเพิ่งไปค่ะลุง!” แป้งหอมตะโกนร้อง จ้ำเท้าลงน้ำไป
คนเรือเห็นแป้งหอมตามมาก็รีบเร่งความเร็วเรือ หญิงสาวหันขวับไปมองด้านหลัง เห็นณเรศกำลังเดินโซซัดโซเซตามหลังมา เธอรีบเอื้อมมือไปจับขอบเรือทันที
“กลับมานี่นะแป้งหอม” ณเรศพยามยามตะโกนด้วยเสียงแผ่วเบา มือของเขากุมปากแผลที่เลือดไหลซิบออกมา
แป้งหอมไม่สนใจ หันไปวิงวอนขอความช่วยเหลือจากคนเรือ
“ลุงคะ ช่วยพาหนูออกจากที่นี่ที นะคะลุงช่วยหนูด้วย หนูขอร้อง”
“อย่าตามมาเลยหนู กลับไปหาคุณเขาเถอะ ขืนลุงพาหนูไปด้วย มีหวังลุงโดนคุณเขาเล่นงานเอาแน่” คนเรือบอกท่าทางหนักใจไม่น้อย เขาไม่เห็นด้วยกับการกระทำเช่นนี้ของณเรศหรอก แต่จะให้ทำไงได้ ในเมื่อรับเงินค่าจ้างมาแล้ว
“นะคะลุง ช่วยหนูหน่อย” แป้งหอมร้อง พลางยกมือขึ้นพนม
ณเรศเดินมากระชากแขนแป้งหอม แป้งหอมตกใจ ไม่นึกว่าณเรศจะเดินมาถึงได้ไวขนาดนี้ คนเรือถือโอกาสนี้เองรีบเร่งความเร็วเรือหนีแป้งหอมไป
“โอ๊ย… ฉันเจ็บนะ” แป้งหอมร้อง พลางสะบัดแขน
“คิดจะทำอะไรของเธอ” เขาถามเสียงเย็นชาปนความเจ็บปวด
“ก็จะหนีไปจากที่นี่ยังไงล่ะ”
“ฮึ! มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก เลิกคิดที่จะหนีฉันซะ”
“คุณจับฉันมาที่นี่เพื่อให้ได้อะไรขึ้นมา ในเมื่อฉันบอกคุณไปแล้วว่าฉันมีแต่จะเกลียดคุณ ถ้าขืนคุณยังทำอย่างนี้”
ณเรศจ้องแป้งหอมตาขวาง เขาลากเธอกลับเข้ามาในบ้าน
“โอ๊ย… ปล่อยฉันนะ ฉันเดินเองได้”
แป้งหอมและณเรศนั่งประจันหน้ากันที่โต๊ะอาหาร ตอนนี้ทั้งคู่สงบจิตสงบใจบ้างแล้ว เธอสังเกตเห็นเลือดไหลออกมาจากกลางศีรษะของเขาไม่หยุด จึงตัดสินใจลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาเห็นดังนั้นก็รีบร้องถาม เพราะกลัวว่าเธอคิดจะหนีไปอีก
“จะไปไหนน่ะ!”
“จะไปเอายามาทำแผลให้คุณไง” แป้งหอมหันมาตอบ เธอเดินไปหยิบกล่องยาบนชั้นวางรูปภาพ จากนั้นมานั่งข้างเขา
เธอวางกล่องยาไว้บนโต๊ะ เปิดมันออกแล้วหยิบสำลีมาซับเลือดที่ไหลอาบแก้มของเขา ไล่ตั้งแต่ล่างขึ้นบน ตามด้วยเอาสำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดทั่วบริเวณแผล ก่อนทายาแดงแล้วปิดทับด้วยผ้ากอซ เห็นเธอทำแผลให้ด้วยความตั้งใจแบบนี้ เขาก็เผลอยิ้มอย่างอิ่มเอมใจ
“เสร็จแล้ว ไม่คิดจะขอบคุณฉันเลยหรือไง” แป้งหอมพูดขณะมือยังง่วนอยู่กับการเก็บของเข้าที่เดิม
“เธอมากกว่านะที่ต้องเป็นคนขอโทษฉัน เรื่องที่เอาแจกันมาตีหัวฉัน จะให้ฉันเอาคืนเธอยังไง?” ณเรศถามทีเล่นทีจริง แต่ยังไม่ทิ้งใบหน้าเย็นชา
“ขอโทษก็ได้ พอใจหรือยัง” แป้งหอมกระแทกเสียง พลางทำหน้าเบื่อโลกใส่ เธอไม่อยากจะพูดคำนี้เลยจริง ๆ
“ถ้าตัดคำว่าก็ได้กับพอใจหรือยังออก จะดูจริงใจกว่านี้ ลองขอโทษฉันใหม่อีกรอบสิ”
แป้งหอมถอนหายใจ อะไรกันนักหนาผู้ชายคนนี้
“ขอโทษค่ะ!” แป้งหอมกัดฟันพูด
ณเรศยิ้มชอบใจ เขาลุกขึ้น เดินไปหยิบข้าวของที่ซื้อมาให้แป้งหอม เธอมองใบหน้าถามเป็นนัย ๆ ว่านี่อะไร?
“นี่เสื้อผ้าของเธอ หรูไม่เท่าที่ไอ้ศกรซื้อให้หรอกนะ รับไปสิ เพราะเธอต้องอยู่ที่นี่อีกยาว”
“ฉันขอปฏิเสธเพราะเหตุผลของคุณ ฉันไม่รับและไม่อยากอยู่ที่นี่ คุณเข้าใจไหม?”
“ก็แล้วแต่เธอ ถ้าอยากจะเน่าในชุดนั้นก็ไม่เป็นไร”
แป้งหอมทำหน้าเอือมระอา คว้าถุงเสื้อผ้าไปจากมือเขา
“ขอบใจ”
ณเรศเบือนหน้าหนี แป้งหอมอารมณ์เสีย เชิดหน้าใส่เขา ชายหนุ่มแอบยิ้มชอบใจ ตอนเธองอนนี่น่ารักจริง ๆ
ที่บริษัทดิเรกธานนท์ การเงินจำกัด ท่าทางที่นี่กำลังจะลุกเป็นไฟ เพราะคู่กัดอีกคู่โคจรจากไหนไม่ทราบ มาปะทะคารมกันโดยบังเอิญ
ศกรและนิตาเดินมากันคนละทาง แต่ดันมาเจอกันหน้าห้องทำงานของไอยรา ทั้งคู่เขม่นกัน ต่างฝ่ายต่างแย่งกันจับลูกบิด
“ฉันมาถึงก่อน ให้ฉันเข้าก่อน” นิตาพูดแล้วเปิดประตูเดินเข้าไป
ศกรเดินตามไปติด ๆ ทั้งคู่มาถึงหน้าโต๊ะทำงานของไอยราพร้อมกัน
“อ้าว… หนูนิตามากับศกรเหรอจ๊ะ” ไอยราเงยหน้าขึ้นมาจากเอกสาร ถามหนุ่มสาวทั้งสองที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
“เปล่าครับ/ค่ะ” ศกรและนิตาตอบเป็นเสียงเดียวกัน ทั้งคู่หันมาเขม่นกัน ไม่พอใจที่อีกคนพูดตาม
“มาหาน้ามีเรื่องอะไรหรือจ๊ะ?”
“มีครับ/ค่ะ”
ไอยราแอบหัวเราะให้กับความพร้อมเพรียงโดยไม่ได้นัดหมายของสองหนุ่มสาว
“ใครจะพูดก่อนดีจ๊ะ?”
“ผมครับ/หนูค่ะ”
ศกรและนิตายกมือขึ้นพร้อมกัน
“ตกลงใครจะพูดก่อนดีล่ะ?”
“เธอ/คุณพูดก่อนเลย” ต่างฝ่ายต่างโยนให้อีกฝ่ายพูดก่อน
“เชิญคุณพูดก่อนเลย ท่าทางจะมีเรื่องสำคัญนี่”
“เธอนั่นแหละพูดก่อน ฉันไม่อยากให้เธอได้ยินเรื่องของฉัน”
“อ้าว… คุณคิดว่าฉันอยากให้คุณได้ยินเรื่องของฉันงั้นเหรอ เชิญคุณพูดก่อนเลย ฉันจะพยายามไม่ฟังก็แล้วกัน”
“ใครมันจะไม่เชื่อ”
“เอาล่ะจ้ะ” ไอยราปรามก่อนจะบานปลายไปกว่านี้
ศกรตัดสินใจพูดก่อน
“ผมจะมาถามเรื่องแป้งหอมน่ะครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้เรื่องไปถึงไหนแล้ว?”
“นิตาก็มาถามหาคุณณเรศค่ะ เมื่อวานนิตาโทรหาทั้งวันแต่ก็ไม่ติด เขาสบายดีหรือเปล่าคะ แล้วหายไปไหน ไม่เห็นบอกให้เจ้าสาวของเขารู้เลย”
ไอยรายิ้มก่อนจะตอบ
“เรื่องหนูแป้งหอมตอนนี้ณเรศกำลังพยายามตามหาอยู่ เขาสบายดีหนูนิตาไม่ต้องห่วงไปหรอก”
“แล้วณเรศมันไปตามหาแป้งหอมที่ไหนครับ ผมจะได้ไปช่วยอีกแรง”
“เอ… อันนี้น้าก็ลืมถามเขาไป ไว้ศกรรอถามเขาเองก็แล้วกัน น่าจะกลับมาตอนดึก ๆ น่ะ ถ้านิตาคิดถึงก็ไปหาเขาได้นะ เห็นณเรศบ่น ๆ อยู่เหมือนกันว่าพักหลังนี้นิตาไม่มาเที่ยวบ้านเราเลย”
“เหรอคะ คุณณเรศเขาพูดอย่างนั้นจริงเหรอคะ งั้นเย็นนี้นิตาขออนุญาตไปกินข้าวเย็นที่บ้านคุณน้านะคะ”
“ได้สิจ๊ะว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว น้าเชิญศกรด้วยเลยแล้วกัน มาให้ได้ล่ะเย็นนี้”
“ขอบคุณครับ/ค่ะ”
ทั้งศกรและนิตาหันขวับมาเขม่นกัน ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานของไอยราไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
หากยืนอยู่บนหาดทรายขาวแล้วหันหลังให้ตัวบ้าน มองออกไปข้างนอกจะเห็นทะเลสีครามระยิบระยับทั้งผืน ท้องฟ้าสีเดียวกันถูกเมฆสีขาวระบายเป็นรูปร่างต่าง ๆ แล้วแต่คนจะจินตนาการ กลับหลังหันมองเข้ามาในเกาะจะพบกับป่าสีเขียวชอุ่ม แม้เกาะนี้จะตั้งอยู่กลางทะเล แต่พืชพันธุ์ก็เจริญงอกงามได้ดี
“เอ้านี่!”
ณเรศโยนจอบให้แป้งหอม เธอทำหน้างุนงง เขาส่งของพรรณนี้ให้เธอทำไม
“เอามาให้ฉันทำไม?”
“ถามได้ ก็ให้เธอใช้จอบขุดแปลงหว่านผักยังไงล่ะ”
“หา… จะให้ฉันขุดแปลงผักงั้นเหรอ?”
“ก็ใช่ไง หรือว่าเธอทำไม่ได้ ฉันว่าแล้วเธอมันก็แค่ผู้หญิงเก่งแต่ปาก จริง ๆ แล้วเธอทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่างเลยใช่ไหม?” เขาสบประมาทเธอ
แป้งหอมฮึกเหิมขึ้นมาทันใด
“ทำไมฉันจะทำไม่ได้ คุณไปเตรียมเมล็ดกับบัวรดน้ำมาได้เลย”
“ก็ดี งั้นก็จับจอบขึ้นมาสิ”
หญิงสาวร่างบอบบางเหมาะกับการทำงานเอกสารในห้องปรับอากาศมากกว่า ตอนนี้เธอกำลังก้มลงจับจอบ ประหลาดที่ยกมันขึ้นมาไม่ได้ ด้ามที่เป็นไม้ทั้งท่อนของมันนี้หนักกว่าที่คิดเอาไว้ แต่ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงเธอ
ณเรศแอบหัวเราะกับท่าทางของเธอ
“หัวเราะอะไร?”
“เปล่า… ท่าทางเธอแข็งแรงดีนะ” ณเรศอดหัวเราะ “รีบ ๆ ขุดเข้าแล้วกัน เสร็จเมื่อไหร่ก็บอก ฉันจะไปนั่งดูหนังรอ”
“อ้าว… คุณไม่ได้จะช่วยฉันเหรอ?”
“ใครว่าล่ะ ในเมื่อมีทาสรับใช้อยู่แล้ว ฉันต้องลงมือให้เหนื่อยทำไม เร็วเข้าเถอะ ขืนพูดมากไม่รีบขุดประเดี๋ยวอากาศจะร้อนเอานะ” ณเรศพูดแล้วเดินขึ้นบ้าน ทิ้งเธอให้อยู่ข้างนอก
“สุภาพบุรุษจริงเลย เอางานอย่างนี้มาให้ฉันทำ ฉันจะทำได้ไหมเนี่ย?”
ณเรศโผล่ศีรษะออกมาจากหน้าต่าง
“ขืนเธอบ่นอีกคำเดียว ฉันจะให้เธอขุดแปลงรอบเกาะเลย”
แป้งหอมรีบเม้มปาก หยุดบ่นเพราะกลัวณเรศจะเอาจริงขึ้นมา เธอเปลี่ยนจากบ่นเสียงดังมาบ่นอุบอิบแทน
“หน้าตัวเมียชัด ๆ ทำนิสัยอย่างนี้ ถึงว่าล่ะทำไมถึงไม่มีใครรัก”
“ฉันได้ยินนะ” ณเรศตะโกนมา
“เปล่านะ ฉันไม่ได้บ่นอะไร กำลังจะรีบทำงานเดี๋ยวนี้แหละ”
แป้งหอมออกแรงยกจอบขึ้นขุดดิน ดินที่นี่ขุดง่าย แรงผู้หญิงอย่างแป้งหอมทำได้อยู่แล้ว ต่อให้ขุดทั้งเกาะก็ไม่หวั่น
ผ่านไปจนเวลาจวนจะเที่ยง ชายหนุ่มนั่งชมภาพยนตร์อยู่บนโซฟาอย่างเพลิดเพลินใจจนลืมงานที่สั่งให้หญิงสาวทำ เขาไม่ได้ไปดูเธอเลยนับตั้งแต่ปรามเธอไม่ให้บ่นเมื่อหลายชั่วโมงที่แล้ว ขณะกำลังชมภาพยนตร์อย่างออกอรรถรส สิ่งหนึ่งก็มาทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าผีที่กำลังโผล่ออกมาในจอ มีมือเปื้อนดินของใครก็ไม่รู้มาจับที่ไหล่
“ฉันขุดเสร็จแล้วนะ”
ณเรศสะดุ้ง รีบหันหน้ามาหาเจ้าของเสียง ที่แท้เป็นแป้งหอม ทำเอาเขาตกอกตกใจ สภาพเธอตอนนี้ดูไม่ได้เลย สกปรกเลอะไปด้วยดินและฝุ่น ชุดที่ใส่อยู่ก็มอมแมม เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
“มีอะไรน่าหัวเราะหรือไง?”
“เปล่า”
“ขุดแปลงเสร็จแล้วนะ คุณจะทำอะไรต่อก็เชิญ ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อน”
แป้งหอมเหลียวหลัง กำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำ
“เดี๋ยว” ณเรศรีบลุกฉุดมือรั้งเธอ “ไหน ๆ เธอก็เลอะแล้ว เอาเมล็ดไปหว่านด้วยเลยสิ”
“ฉันเหนื่อยแล้ว คุณทำเป็นก็ทำเองบ้างสิ”
“จะไปยากอะไรกับอีแค่หว่านเมล็ดแค่นี้”
“มันเหมือนกับให้อาหารไก่นี่แหละใช่ไหม?”
“ฉันให้เธอปลูกผักนะ ไม่ได้ให้เปิดฟาร์มปศุสัตว์ หว่านเมล็ดมันจะไปเหมือนให้อาหารไก่ได้ไง” ณเรศว่า
“ถ้าทำเป็นฉันก็ทำไปแล้ว ไม่มาถามคุณให้เสียเวลาหรอก เก่งนักคุณก็ทำเองสิ”
แป้งหอมทำท่าทีกร้าวใส่ณเรศ เขาฉายแววตาท้าทายเข้าไปในดวงตาของเธอ
“ฉันจะสอนเธอเอง”
ชายหนุ่มกดปิดโทรทัศน์ เขาลากเธอออกมาจากบ้าน ลงมายังที่ซึ่งกำลังจะทำเป็นแปลงผัก เมื่อเห็นแล้วก็แปลกใจ งานของแป้งหอมทำได้ดีทีเดียว เขาผละมือเธอ เดินไปหยิบเสียมและกระป๋องเมล็ดพันธุ์พืช เขาใช้เสียมขุดหลุมเล็ก ๆ บนแปลง ก่อนจะหยอดเมล็ดพันธุ์ 4-5 เมล็ดลงหลุม เสร็จแล้วก็กลบเป็นอันเรียบร้อย
“ไม่น่าเชื่อ ลูกคุณหนูอย่างคุณจะทำงานชาวบ้าน ๆ แบบนี้เป็นด้วย” แป้งหอมประชดกราย ๆ
“ตอนเด็ก ๆ ฉันกับคุณพ่อมักจะไปเที่ยวบ้านคุณปู่คุณย่าที่ต่างจังหวัด คุณปู่ฉันท่านชอบปลูกต้นไม้ คุณย่าฉันท่านชอบปลูกพืชผักสวนครัว ฉันเลยได้ความรู้เรื่องพวกนี้จากท่านมาบ้าง” ณเรศมีสายตาเซื่องซึม เมื่อเล่าถึงอดีตของตนเอง ระหว่างที่พูดเขาก็หว่านเมล็ดไปด้วย
“คุณพ่อคุณนี่น่ารักจังเลยนะคะ ท่านคงใจดีมากสินะ?” แป้งหอมถามเพื่อเป็นการยื้อเวลาให้ณเรศทำงานให้
“อย่ามาชวนฉันคุย เธอมาทำต่อได้แล้ว”
“โถ่… ทำต่ออีกหน่อยก็ไม่ได้ แขนฉันล้าไปหมดแล้ว ขืนให้หว่านเมล็ดพวกนี้ต่อ มีหวังแขนฉันได้หลุดออกมาแน่ ๆ”
“งั้นก็มาช่วยกัน เธอจะได้ทำเป็นเสียที”
แป้งหอมยิ้มน้อย ๆ ให้กับน้ำใจของณเรศ เธอลงมือช่วยเขาหว่านเมล็ดพืชจนเสร็จ
Leave a comment