รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 12

Share

นนท์

ผมตกใจที่มีพี่ผู้หญิงปี 2 คนหนึ่งเดินมาดึงผมให้ลุกออกจากแถว หมายความว่าจะให้ผมไปคัดตัวประกวดดาวเดือนคณะงั้นเหรอ ผมยังงง ๆ ไม่ทันคิดอะไร แค่ลุกขึ้นแล้วปล่อยให้พี่เขาจูงแขนไป ผมเฉย ๆ นะกับการประกวดอะไรแบบนี้ ถึงแม้ไม่ได้กระหายอยากเป็นเดือนคณะ แต่ก็อยากมีประสบการณ์ทำกิจกรรมอะไรพวกนี้ดูบ้าง

“กรี๊ด… ดดด! น้องนนท์นนท์”

“โหวตค่าโหวต เอาตำแหน่งไปเลยค่า”

ดูเหมือนพวกรุ่นพี่จะจำผมได้แฮะ ในคณะพวกเขาเรียกผมว่านนท์นนท์ พอเบิ้ลคำเข้าไปทำให้ชื่อของผมดูน่ารักขึ้น และเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ ง่ายต่อการจดจำ พอโดนกรี๊ด โดนเรียกชื่อมากเข้า ผมก็เขินจนทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยืนเกร็ง ๆ ต่อหน้าเพื่อนปี 1

“ครบหรือยัง?” พี่แป้งถามเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันที่ออกไปดึงตัวน้องปี 1 “โอเค ครบแล้วนะ ผู้ชาย 10 ผู้หญิง 10 นะ ขอให้น้อง ๆ ตัวแทนทั้ง 20 คน เดินตามพี่แองโจลี่ไปที่ใต้ถุนตึกคณะเลยค่ะ ส่วนน้อง ๆ ที่เหลือจะให้ออกตามหาพี่รหัสของตัวเอง”

“โอเคค่ะน้อง ๆ ตามพี่มาเลยค่ะ” พี่แองโจลี่เรียกพวกเราทั้ง 20 คนให้เดินตามไป พี่เขาเป็นกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ไว้หนวดเคราอ่อน ๆ แต่แต่งชุดนักศึกษาหญิง สวมกระโปรงยาวคลุมถึงเท้า ที่หัวใส่ที่คาดซึ่งมีตุ๊กตายูนิคอนตัวเล็ก ๆ 2 ตัว เด้งไปเด้งมา พอมาถึงใต้ถุนตึกคณะก็ประกาศ

“ขอแนะนำตัวเองก่อนนะคะ พี่ชื่อแองโจลี่เป็นพี่สันทนาการนะคะ น้อง ๆ ทั้ง 20 คนคือตัวแทนของเพื่อน ๆ เข้าประกวดเฟ้นหาดาวเดือนประจำคณะของเราในปีนี้ คนที่ชนะจะได้เป็นตัวแทนไปประกวดชิงตำแหน่งดาวเดือนมหาลัย บอกไว้ก่อนนะ ทุกปีคณะเราไม่ได้ดาวก็ได้เดือนมหาลัย ปีนี้อย่าให้เสียสถิติกันนะจ๊ะ”

พี่แองโจลี่พักหายใจครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ

“สำหรับงานประกวดดาวเดือนคณะจะจัดขึ้นในวันศุกร์หน้า สิ่งที่น้อง ๆ ต้องทำคือแสดงความสามารถพิเศษของตัวเองคนละไม่เกิน 5 นาที จะร้อง จะเต้น จะเล่นละครได้หมด”

ตายละหว่า ให้แสดงความสามารถพิเศษ ผมจะเอาอะไรมาแสดงให้ดูล่ะ ผมร้องเพลงก็ไม่ได้ เต้นก็ไม่เป็น ถอนตัวดีไหมนะ อืม… ดีเหมือนกัน เอาเวลาไปทำงานพิเศษดีกว่า

“โทษนะครับ” ผมยกมือ “ผมขอถอนตัวได้ไหมครับ พอดีไม่ถนัดด้านนี้”

“ทำไมล่ะจ๊ะ?” พี่แองโจลี่ถาม

“ผมไม่มีความสามารถพิเศษน่ะครับ ไม่รู้จะแสดงอะไร”

“แหม… หล่อ ๆ อย่างน้องเนี่ย แค่มายืนร้องเพลง กรรมการก็ให้ผ่านแล้วจ้า”

“แต่ว่า…”

ผมกำลังจะปฏิเสธ พี่ผู้ชายคนหนึ่งก็ขัดขึ้นเสียก่อน ผมจำได้ว่าพี่เขาเป็นพี่ว๊ากที่ชอบตะโกนกดดันพวกเราตอนจัดแถว

“จะถอนตัวก็ได้ แต่พวกกูไม่ให้ผ่านวิชากิจกรรม”

ไม่ให้ผ่านวิชากิจกรรม? อย่างนี้ผมก็แย่น่ะสิ เด็กปี 1 จะมีวิชากิจกรรมที่ให้เกรดผ่านกับไม่ผ่าน วิชานี้ไม่ต้องทำอะไร แค่เข้ากิจกรรมที่คณะก็ผ่านได้สบาย หายากที่จะมีคนตกวิชานี้ ยิ่งเฉพาะผมที่ได้ทุนเรียนจากหมาลัย จะมาตกวิชาแบบนี้ให้ประวัติด่างพร้อยไม่ได้เด็ดขาด

“น้อง ๆ ทุกคนรับทราบแล้วนะคะ พวกพี่ให้เวลาไปคิดการแสดงและไปฝึกซ้อม วันพุธหน้าจะขอนัดน้อง ๆ มาซ้อมที่คณะกันก่อน มีใครสงสัยอะไรไหมคะ?” พี่แองโจลี่เว้นช่วงให้ทุกคนถาม แต่ไม่มีใครสงสัยอะไร “ถ้าไม่มีใครสงสัย งั้นแยกย้ายกันไปตามหาพี่รหัสของตัวเองกันได้จ้า”

ตัวแทนประกวดดาวเดือนแตกตัวแยกกันไป มีผมที่ยังยืนอยู่ที่เดิม เหม่อลอยในหัวอยู่คนเดียว ผมจนปัญญาจะหาอะไรมาแสดงในคืนวันศุกร์หน้า จะแสดงอะไรที่ไม่ขายหน้าเพื่อนทั้งคณะดี ในเมื่อผมไม่มีความสามารถพิเศษอะไรเลยสักอย่าง

เอ… ร้องลิปซิงค์นี่มันเรียกว่าเป็นความสามารถพิเศษได้หรือเปล่า แต่ไม่เอาดีกว่า แบบนั้นมันดูมักง่ายไปหน่อย จะถอนตัวก็ไม่ได้เพราะผมก้าวเลยจุดนั้นมาแล้ว โอ้ย… ทำไงดี อยากหาคนมาปรึกษาจัง

คิดไปก็ปวดหัว ผมเลยช่างมันเรื่องการประกวดไปก่อน ตอนนี้เด็กปี 1 คณะผมกำลังสนุกกับการตามหาพี่รหัส บางคนก็ถามหาเบาะแสเอาจากเพื่อนรุ่นเดียวกัน บางคนก็ถามจากรุ่นพี่ปี 2 ที่สนิทกัน พี่รหัสบางคนก็ตื่นเต้นรีบเปิดเผยตัวกับน้องรหัสไปเลยก็มี

เอาล่ะ ผมไปตามหาพี่รหัสของตัวเองบ้างดีกว่า ผมหันจะไปรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ แต่ก็ถูกเรียกไว้เสียก่อน

“จะไปไหนเหรอไอ้นนท์นนท์?”

ผมชะงัก หันไปมองเจ้าของเสียง เห็นเป็นพี่ว๊ากคนที่ขู่ว่าถ้าผมถอนตัวจากการประกวดดาวเดือนจะไม่ให้ผ่านวิชากิจกรรม

“ไปตามหาพี่รหัสครับ” ผมตอบ

“ตามหาทั้งชาติมึงก็ไม่เจอหรอก”

ผมงง ไม่เข้าใจความหมาย พี่เขาจะแกล้งอะไรผมอีก พอเห็นว่าผมทำหน้าไม่เข้าใจ พี่เขาก็พูดต่อ

“มึงรหัสนักศึกษา 048 ใช่ไหม?”

“ใช่ครับ”

“พี่รหัสมึงโดนไทร์ปลิวไปแล้ว”

หืม… หมายความว่าผมจะไม่มีพี่รหัสไว้คอยให้คำปรึกษางั้นเหรอ จะไม่มีโมเมนต์ไปกินหมูกระทะ แล้วพูดคุยถามไถ่ชีวิตในรั้วมหาลัย น่าเสียดายมากถ้าผมไม่มีพี่รหัส

“แต่ไม่เป็นไรนะ กูเป็นลุงรหัสมึง ไว้กูจะดูแลมึงเป็นน้องรหัสเอง”

อ้าว… เพิ่งบ่นเสียดายในใจไปเมื่อกี้ ตอนนี้ผมมีพี่รหัสกับเขาแล้ว

“กูชื่อริวนะ อยู่ปี 3”

“สวัสดีครับพี่ริว ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”

“วันนี้กูกับแฟนนัดกันว่าจะพาน้องรหัสไปเลี้ยงหมูกระทะ ป่ะ… ไปหาแฟนกูกัน ไม่รู้ว่าเจอน้องรหัสตัวเองหรือยัง”

พูดแล้วพี่ริวก็เดินมากอดคอผม แล้วเดินพาไปที่ลานหน้าคณะ ตรงไปยังกลุ่มรุ่นพี่สันทนาการปี 2 ที่ยืนกันอยู่

“แป้ง! เจอน้องรหัสยัง?” พี่ริวทักพี่แป้ง สองคนนี้เป็นแฟนกันเหรอเนี่ย

“ยังเลยตัว รอเค้าแป๊บนะ” พี่แป้งตอบเสียงน่ารักสดใสเหมือนทุกที

“พี่แป้งรหัสอะไรเหรอครับ เผื่อว่าผมจะรู้จักเพื่อนปี 1 รหัสนั้น” ผมถาม

“092 จ้ะ”

รหัสนักศึกษาลงท้ายด้วย 092 นั่นมันรหัสของไอ้…

“พี่รหัส 092 หรือเปล่าครับ?”

จู่ ๆ ก็มีเด็กปี 1 คนหนึ่งโผล่เข้ามาในวงสนทนาของพวกเรา ผมไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นเสียงของใคร

“ใช่จ้ะ พี่รหัส 092”

“ผมเป็นน้องรหัสพี่นะครับ ชื่อตู้เย็นครับ” ไอ้ตู้เย็นพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามปกติของมัน

บังเอิญจังแฮะ ผมเป็นน้องรหัสพี่ริว พี่ริวเป็นแฟนพี่แป้ง พี่แป้งมีน้องรหัสเป็นไอ้ตู้เย็น ไอ้ตู้เย็นรู้จักกับผม โลกชักจะกลมเกินไปแล้ว พอไอ้ตู้เย็นเห็นผมก็ดูงง ๆ ผมชักแปลกใจแล้วว่าทำไมช่วงนี้ถึงดวงเจอกับมันบ่อยจัง

พี่แป้งรับคำไอ้ตู้เย็น

“ยินดีที่ได้เป็นพี่รหัสน้องรหัสกันจ้ะ เดี๋ยวเย็นนี้พี่จะพาเราไปเลี้ยงหมูกระทะนะ รู้จักร้านหมูสามชั้นไหม ร้านนี้อร่อยสุดยอดเลยนะ พี่ไปกินมาหลายรอบแล้ว แต่คนเยอะหน่อย จะมีพี่ริวกับนนท์นนท์ไปด้วยนะ ตู้เย็นสะดวกไปด้วยกันไหม?”

“สะดวกครับ”

“แป้ง ๆ มาทางนี้หน่อยสิ” มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งเรียกพี่แป้ง

“ขอตัวเดี๋ยวนะจ้ะ” แล้วพี่แป้งก็ไปหาคนที่เรียก

ประมาณสัก 5 โมงกว่า ๆ คนที่คณะก็เริ่มซา พวกรุ่นพี่พาน้องรหัสไปกินเลี้ยงรับขวัญกันที่ร้านโปรดใครร้านโปรดมัน ทั้งพี่ริวและพี่แป้งเป็นพี่ฝ่ายสันทนาการทั้งคู่ จึงอยู่ดูแลกิจกรรมจนตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จ เห็นประชุมกับรุ่นพี่คนอื่นอยู่ ผมกับไอ้ตู้เย็นมานั่งรอพี่ ๆ เสร็จธุระอยู่ตรงบันไดใต้ถุนตึกคณะ

“วันนี้มึงไม่ไปทำงานเหรอ?” ไอ้ตู้เย็นถาม

“วันนี้กูลาที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่ กะจะไปทำงานต่อที่ลมเย็นบาร์ แต่ไม่คิดว่าพี่รหัสจะพาไปเลี้ยง เมื่อกี้เลยโทรไปขอลากับพี่สุเมธละ”

“มึงนี่เห็นแก่กินนี่หว่า”

ผมโดนไอ้ตู้เย็นแซวซะแล้ว ขนาดมันแซวคนอื่นยังไม่ทิ้งใบหน้าเรียบเฉย ผมตอบมันไป

“กูไม่ได้เห็นแก่กิน แต่พี่เขาเอ่ยปากชวนมาขนาดนี้ จะไม่ไปก็เสียมารยาทแย่ ว่าแต่มึงก็ไปด้วยนิหว่า งั้นมึงก็เห็นแก่กินน่ะสิ”

“กูก็ไปเพราะอยากรักษาน้ำใจพี่เขาเหมือนมึงนั่นแหละ”

เพี๊ยะ!

เสียงไอ้ตู้เย็นตีแขนตัวเอง

“ยุงเยอะจังวะ เมื่อไหร่พี่เขาจะคุยกันเสร็จสักทีวะ” ไอ้ตู้เย็นบ่นแล้วเกาแขนตัวเองยิก ๆ

ผมก็เริ่มรู้สึกโดนยุงมาตอมวนเวียนแล้วเหมือนกัน “นั่นสิ เราไปยืนใกล้ ๆ กดดันพวกพี่เขาดีไหม?”

“เดี๋ยวก็โดนไล่เอาหรอก”

“มาเถอะน่า มึงจะนั่งอยู่ตรงนี้รอให้ยุงมาหามมึงเข้าโรงบาลเหรอ ไปที่สว่าง ๆ ตรงโน้นดีกว่า”

ผมลุกขึ้นแล้วลากไอ้ตู้เย็นตามมา กะจะพามันไปยืนใกล้ ๆ พวกรุ่นพี่ที่กำลังประชุมกัน พอเดินเข้าไปได้สักระยะ พวกพี่เขาก็คุยกันเสร็จพอดี พี่ริวกับพี่แป้งเดินคู่กันมา พอเห็นพวกเราสองคนก็เดินมาหา

“โทษทีนะที่ปล่อยให้รอนาน พี่โทรจองโต๊ะที่ร้านไว้แล้ว พอพวกเราไปถึงน่าจะได้กินกันเลย นนท์นนท์กับตู้เย็นจะไปกันยังไง ติดรถพวกพี่ไปได้นะ” พี่แป้งว่า

“ผมเอามอไซด์มาครับ กะว่ากินกันเสร็จจะขี่กลับหอเลย”

“แล้วมึงล่ะไอ้ตู้เย็น?” พี่ริวถาม

“เอ่อ… ผมขอไปกับไอ้นนท์ละกันครับ หอมันอยู่ใกล้ผม กินเสร็จจะได้ให้มันแวะไปส่งเลย”

ไอ้ตู้เย็นพูดเองเออเองคนเดียวโดยไม่ปรึกษาผมสักคำ มันคงลำบากใจถ้านั่งรถไปกับพี่แป้งพี่ริว อยู่บนรถคงเกร็งไม่รู้จะทำตัวยังไงดี

ผมขี่มอไซด์โดยมีไอ้ตู้เย็นซ้อนท้าย ขี่ตามรถยนต์ของพี่แป้งไปจนถึงร้านหมูสามชั้น ร้านนี้มีโต๊ะประมาณ 30 ตัว เต็มหมดทุกโต๊ะ แถมหน้าร้านยังมีคนรออีกเพียบ แต่พวกเรารอกันไม่ถึง 5 นาที เมื่อพนักงานเคลียร์โต๊ะให้ พวกเราก็ได้เข้าไปนั่ง ทั้งร้านส่งกลิ่นหมูย่างหอมฟุ้ง ผมอดใจรอให้กระทะของพวกเราร้อนเร็ว ๆ ไม่ไหวแล้ว

การจะกินหมูกระทะให้อร่อย นอกจากสำคัญที่น้ำจิ้มแล้ว การพูดคุยกันระหว่างมื้ออาหารก็เพิ่มรสชาติได้มาก พี่แป้งและพี่ริวชวนพวกเราคุยสัพเพเหระหลายเรื่อง ดูภายนอกเห็นพี่ริวเป็นพี่ว๊าก ทีแรกผมนึกว่าบุคลิกของพี่เขาจะแข็งกระด้างกว่านี้ แต่จริง ๆ แล้วพี่ริวเป็นคนขี้อ้อน อ่อนหวานเมื่ออยู่กับพี่แป้ง โดยเฉพาะตอนพี่สองคนเถียงกัน แล้วสุดท้ายพี่ริวต้องยอมอย่างช่วยไม่ได้ ผมว่าผมได้เห็นว่าที่พ่อบ้านใจกล้านั่งอยู่ตรงหน้าแล้ว การมีใครสักคนให้เราได้อ้อน ได้อ่อนโยนด้วย ผมว่ามันดีนะ หวังว่าผมจะเจอคนแบบนั้นเร็ว ๆ นี้


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Related Articles

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 27 (จบ)

ตู้เย็น ช่วงก่อนสอนปลายภาค ไอ้นนท์ช่วยเก็งข้อสอบให้ผมล่วงหน้าตั้ง 2 สัปดาห์ ช่วงนั้นผมหัวหมุนมากเป็นพิเศษ และแปลกใจมากที่ไอ้นนท์ไม่กังวลเกี่ยวกับการสอบเลย วันธรรมดาหลังเลิกเรียน มันยังไปทำงานพิเศษที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่และลมเย็นบาร์จนถึงเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ยังออกไปขี่รถรับส่งอาหาร ระหว่างที่มันไม่อยู่ด้วย ผมก็พยายามทบทวนหนังสือ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 26

นนท์ ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยกับคอนโดของไอ้ตู้เย็นแล้ว แต่พอมันไม่อยู่ ห้องนี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมเกิดอาการคิดถึงมันขึ้นมา เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ตามลำพังมาได้ตลอด พอห่างจากผม ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เย็นจะรู้สึกเหงาและคิดถึงแบบเดียวกันหรือเปล่า อยู่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำ วันนี้ผมเลยจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารไวกว่าปกติละกัน ขณะกำลังจะลุกไปเตรียมตัว...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 25

ตู้เย็น อาบน้ำเย็น ๆ ชำระล้างเหงื่อไคลจนสะอาดสะอ้านแล้วผมก็สดชื่นขึ้นมาทันที ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กำลังจะเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนก็เห็นไอ้นนท์นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี หัวเราะคิกคัก สายตาจ้องไปที่หน้าจอมือถือในมือ “ขำอะไรวะ แบ่งกูดูบ้างสิ” “พี่แองโจลี่ส่งคลิปที่มึงใส่ชุดมาสคอตมาให้ดู มึงนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 24

นนท์ ผมตามพี่แองโจลี่มาลองชุดกับพี่ไก่แจ้ เสื้อผ้าวันนี้มาในธีมสีแดงสดใสร้อนแรง พี่ไก่แจ้เลือกให้พวกเราคนละ 2 ชุด จากนั้นพาทุกคนมาที่หน้าเวทีเพื่อซ้อมเดินแบบ ซ้อมกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้พัก พี่แองโจลี่เอาน้ำเย็นมาให้ผมกับไมค์คนละขวด ผมรับมาดื่มแล้วถามหาไอ้ตู้เย็น...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!