นิยาย

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 15

Share

ตู้เย็น

เช้านี้ผมฝันดี ฝันว่าได้ไปทะเลกับแฟน แต่ในฝันผมไม่เห็นนะว่าแฟนหน้าตาเป็นยังไง เราจับมือกันเดินเท้าเปล่าไปบนหาดทรายสีขาวละเอียด ลมสดชื่นจากทะเลพัดเข้ามาจนทำให้เสื้อที่เราสวมปลิวสะบัด พวกเราเดินลงไปในทะเล ยืนให้คลื่นซัดใส่เท้า ที่หาดแห่งนี้ไม่มีใครอื่นเลย เป็นหาดส่วนตัวของเราสองคน

ผมขยับเข้าไปใกล้แฟน ยื่นหน้าจะไปจูบปากสีชมพูอวบอิ่มราวกับลูกเบอร์รี่สด ๆ กำลังจะเป็นฝันดีอยู่แล้วเชียว แต่ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงดังเหมือนลมพายุ ใบไม้จากบนฝั่งถูกดูดเข้าไปหาทะเล ผมมองออกไปเห็นพายุไต้ฝุ่นลูกใหญ่กำลังเคลื่อนที่เข้าฝั่ง แฟนของผมเผ่นแน่บหนีไต้ฝุ่นไปไหนแล้วไม่รู้

วูวววววววววว!

ภาพฝันเลือนหายไป รอบตัวผมดังไปด้วยเสียงดูดอากาศ ผมยกหมอนขึ้นมาปิดหู แต่เสียงน่ารำคาญยังทะลุเข้ามาให้ได้ยินอยู่ดี

วูวววววววววว!

ผมเปิดตาขึ้นมามองว่าเกิดอะไรขึ้น ห้องที่ผมนอนอยู่เป็นประจำทุกวัน สว่างด้วยแสงยามเช้าที่ส่องมาจากหน้าต่าง เห็นไอ้นนท์ถือเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย เดินดูดฝุ่นที่พื้น มาขยันอะไรเอาแต่เช้า เวล่ำเวลานี้

“โอ้ย… ใครใช้ให้มึงมาดูดฝุ่นตอนนี้เนี่ย กูยังนอนอยู่เลย ไม่เห็นเหรอ?” ผมตะโกนสู้เสียงเครื่องดูดฝุ่น

ไอ้นนท์ปิดเครื่องดูดฝุ่นแล้วหันมาคุยกับผม

“มึงจะนอนไปถึงไหน เช้าขนาดนี้ตื่นมาล้างหน้าแปรงฟันได้แล้ว เดี๋ยวกูดูดฝุ่นห้องนอนเสร็จจะไปทำอาหารเช้าต่อ มึงมาช่วยเป็นลูกมือด้วยนะ”

“มึงเป็นคนอยากทำเองนี่วะ ทำไมต้องให้กูไปเป็นลูกมือมึงด้วย แล้วขอบอกไว้อย่างหนึ่งนะ กูมีเวลาตื่นนอนของกู กูตั้งนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ไว้ ถึงเวลากูก็ตื่นมาเองอยู่แล้ว มึงไม่ต้องมาหวังดีช่วยปลุกกูก่อนเวลาหรอก”

“ตื่นเช้าอีกนิด มึงจะมีเวลาทำอะไรได้อีกหลายอย่างเลยนะเว้ย เช่นทำความสะอาดห้องแบบนี้ไง ดูนี่สิ กูดูดแป๊บเดียวเอง ฝุ่นจะเต็มที่เก็บแล้วเนี่ย” ไอ้นนท์ชี้ให้ดูที่เครื่องดูดฝุ่น

ผมได้พูดในสิ่งที่อยากพูดแล้ว หวังว่าไอ้นนท์จะเข้าใจและเลิกรบกวน ตอนนี้ผมยังนอนไม่เต็มอิ่ม เลยจะนอนต่อจนกว่าเสียงนาฬิกาปลุกจะดัง แต่ก็นอนไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ เพราะพอผมหลับตา ไอ้นนท์ก็เปิดเครื่องดูดฝุ่นทำงานที่ค้างไว้ต่อ ผมรำคาญ เสียงดังหนวกหูขนาดนี้ใครจะนอนได้ เออ… ก็ได้วะ ตื่นก็ตื่น ผมถีบผ้าห่มแล้วลุกขึ้นจากเตียง เดินฟึดฟัดหน้าบูดบึ้งออกจากห้องไปล้างหน้าแปรงฟัน

ทำธุระส่วนตัวตอนเช้าเสร็จ ออกมาจากห้องน้ำก็เห็นไอ้นนท์ยืนหยิบของออกมาจากตู้เย็น

“เอาคะน้าไปล้างให้หน่อยสิ เดี๋ยวกูจะหั่นหมู”

พูดแล้วไอ้นนท์ก็ยัดคะน้ากำหนึ่งใส่มือของผม ทีแรกก็นึกว่าผมจะได้อยู่เฉย ๆ รอกินกับข้าวฝีมือมันอย่างเดียวซะอีก ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ผมช่วยเหลือได้ ผมเปิดใต้เคาน์เตอร์ครัวแล้วหยิบกะละมังพลาสติกออกมารองน้ำจากก๊อกที่อ่างล้างจาน จากนั้นก็เอาคะน้าลงไปล้าง

“ล้างผักเสร็จ ไปหุงข้าวรอไว้ด้วยนะ” ไอ้นนท์สั่ง

พอกระทะร้อน ไอ้นนท์ก็หยอดน้ำมันถั่วเหลืองลงไปเล็กน้อย เพราะกระทะที่ใช้เป็นแบบนอนสติ๊ก ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำมันเยอะ ไม่นานน้ำมันก็ร้อน แล้วไอ้นนท์ก็เอาหมูที่หมักด้วยเครื่องปรุงต่าง ๆ ใส่ลงไป เกิดเสียงฉ่าและส่งกลิ่นหอมฟุ้งทั่วห้อง หลังจากนี้เป็นหน้าที่มันโชว์ฝีมือคนเดียวแล้ว ผมได้แต่ยืนใกล้ ๆ ท่าทางจับกระทะจับตะหลิวของมันดูทะมัดทะแมง

ไอ้นนท์ใช้ช้อนกินข้าวตักอาหารที่ผัดอยู่ในกระทะขึ้นมาชิม

“อืม… อร่อยละ เดี๋ยวกูให้มึงชิมดูว่าชอบหรือเปล่า?”

แล้วมันก็ใช้ช้อนคันเดียวกัน ตักอาหารขึ้นมาเป่าแล้วป้อนเข้าปากผม อืม… รสชาติแบบนี้มันระดับเดียวกับรสมือแม่ผมเลย

“อร่อยแล้ว กินกันได้หรือยังล่ะ?”

“โอเค… งั้นมึงไปตักข้าวใส่จานมาหน่อย”

อาหารเช้ามื้อนี้ทำผมเจริญอาหาร ไม่ได้กินอาหารอร่อย ๆ แบบนี้ตั้งแต่ออกมาอยู่ตัวคนเดียว ผมยกให้ฝีมือการปรุงอาหารของไอ้นนท์เทียบเคียงระดับเดียวกับแม่ของผม ร้านอาหารแถวมหาลัย ไม่มีร้านไหนเลยที่รสชาติใกล้เคียงระดับนี้ ระหว่างที่มันมาพักด้วย ผมเบาใจได้เปราะหนึ่งว่าจะมีอาหารอร่อย ๆ เสิร์ฟให้กินที่ห้อง และการทำอาหารกินเองแบบนี้ประหยัดกว่าซื้อข้างนอกกินเป็นมื้อ ๆ

กินเสร็จผมก็สอนไอ้นนท์เล่นอูคูเลเล่ ผมลองทดสอบมันว่าสี่คอร์ดที่สอนไปเมื่อวานมันจำได้กี่คอร์ด ปรากฎว่ามันจำได้หมดทุกคอร์ด หัวไวดีแฮะ อย่างนี้ยิ่งไปต่อได้เร็ว คราวนี้ผมสอนมันดีดเป็นจังหวะ หนึ่งห้องดนตรีจะดีดทั้งหมด 4 ครั้ง สำหรับมันที่เพิ่งหัดเล่นให้แค่ดีดลงอย่างเดียวก็พอ จริง ๆ ถ้าเล่นคล่องมือกว่านี้และอยากดีดให้เพราะขึ้น ดูเท่ขึ้น หนึ่งห้องดนตรีสามารถดีด 5 ครั้งได้ เป็นจังหวะ ลง ลง ขึ้น ขึ้น ลง

“ไม่ยากใช่ไหม มึงพอเริ่มดีดได้หรือยัง มาลองดีดเข้าทำนองดูไหม?”

“แบบดีดไปร้องไปน่ะเหรอ?”

“ใช่ มึงลองดีดไปร้องไปดู”

“ยังไม่น่าไหวว่ะ กูขอดีดแล้วให้มึงร้องแทนได้ป่ะ?”

ผมตกใจนิดหนึ่ง

“เฮ้ย! กูร้องเพลงไม่เพราะ มึงก็ดีด ๆ ร้อง ๆ ไปเถอะน่า”

“มึงช่วยร้องให้หน่อยดิ กูอยากฟังเสียงตอนมึงร้องเพลงเหมือนกัน”

“บอกแล้วไงกูร้องไม่เพราะ”

“เถอะน่า… ร้องไม่เพราะไม่เป็นไร กูไม่ล้อมึงหรอกน่า”

“บอกว่าไม่เอาไง อย่าดื้อดิวะ”

“นะ ๆ ถือว่าช่วยกูฝึก นะ… ไอ้ตู้เย็นนะ”

ผมแพ้ลูกตื้อ ยอกพยักหน้าเออออไปกับมัน

“เอาละนะ 3… 4…”

ไอ้นนท์ดีดคอร์ดซีเป็นท่อนอินโทร แล้วมันก็เข้าท่องร้อง ผมเริ่มร้องโดยพยายามคุมเสียงให้นิ่งที่สุด นอกจากเพื่อนในวงแล้ว ผมไม่เคยร้องเพลงให้ใครฟังเลย ขณะกำลังลื่นไหลและจะเข้าท่อนฮุกอยู่แล้ว ไอ้นนท์ก็สะดุดเอาซะก่อน

“โทษทีว่ะ กูจับคอร์ดผิด เอาใหม่ได้ป่ะ?”

“พอแล้ว กูไม่ร้องแล้ว มึงหัดเล่นเองร้องเองเลยละกัน เสียงมึงดีกว่ากูตั้งเยอะ”

“โธ่… แต่กูชอบเสียงมึงนี่หว่า ร้องให้กูฟังต่ออีกนิดเถอะนะ”

“กูไปแล้ว” ผมพูดแล้วลุกขึ้นจากโซฟา “แล้วนี่มึงจะเข้าไปคณะกี่โมง?”

“คาบแรกวันนี้กูเรียน 11 โมง คงออกจากที่นี่ไปสัก 10 โมงครึ่งมั้ง”

“แต่วันนี้กูมีเรียนตั้งแต่ 9 โมงครึ่ง มึงเข้าไปส่งกูหน่อยได้ป่ะล่ะ?”

“งี้กูก็อดซ้อมเล่นอูคูเลเล่ไปตั้งชั่วโมงครึ่งเลยอ่ะสิ”

“มึงก็เอาไปเล่นที่คณะด้วยเลยสิวะ”

“ไม่เอาอ่ะ กูอาย ยังเล่นไม่ไปถึงไหนเลย ยังไม่อยากให้ใครเห็น รอเซอร์ไพรซ์วันประกวดทีเดียวเลย”

“งั้นกูยืมมอไซด์มึงหน่อยได้ไหม?”

“อ้าว… แล้วกูจะเข้าไปคณะยังไง?”

“มึงก็เลือกเอาสักอย่างสิ แต่เงื่อนไขคือต้องไปส่งกูให้ถึงคณะก่อน 9 โมงครึ่ง”

“เออ ๆ กูเข้าคณะพร้อมมึงเลยแล้วกัน”

ผมปล่อยไอ้นนท์ซ้อมอูคูเลเล่ต่อ ส่วนตัวเองมานั่งเล่นคอมท่องเว็บอ่านข่าวโน่นนี่ จากนั้นก็เข้ายูทูบมาเช็คยอดผู้ติดตาม อีกไม่ถึง 500 คน ช่องของผมก็จะมีคนติดตามครบ 20,000 คนแล้ว เป็นก้าวเล็ก ๆ ที่ผมภาคภูมิใจ

“มิสเตอร์แจ็คฟรอสต์แชนแนล”

ผมตกใจเมื่อได้ยินชื่อช่องยูทูบของตัวเอง หันหลังไปดูเห็นไอ้นนท์ยืนจ้องหน้าจอคอมผมอยู่ เฮ้ย! มาแอบอ่านอย่างนี้ได้ไง คราวนี้มันก็รู้ชื่อช่องยูทูบที่ผมพยายามปกปิดไม่ให้คนรู้จักได้รับรู้

“ไอ้เชี่ย! มาแอบดูอย่างนี้ได้ไงวะ!” ผมเดือดร้อน

ไอ้นนท์หัวเราะชอบใจแล้ววิ่งกลับไปที่โซฟา หยิบมือถือของมันขึ้นมาทำอะไรจุกจิก แล้วหันหน้าจอมาให้ผมดู

“กูติดตามช่องมึงแล้วนะ โห… ยอดคนติดตามจะ 20,000 แล้วนี่หว่า ดังไม่เบานี่ช่องมึงเนี่ย ให้กูช่วยโปรโมทเอาไหม?”

“ไม่ต้องยุ่งเลยมึงอ่ะ กดติดตามได้แต่อย่าเปิดคลิปดูล่ะ แล้วก็อย่าเอาไปบอกใครด้วย”

“โอเค ๆ ถ้ามึงไม่ให้กูบอกใคร กูก็จะไม่บอก ว่าแต่ทำไมถึงใช้คำว่าแจ็คฟรอสต์วะ?”

ผมลำบากใจ ไม่อยากอธิบายที่มาของชื่อช่องยูทูบตัวเองให้มันฟัง

“อ๋อ… เข้าใจละ แจ็คฟรอสต์เป็นชื่อเทพน้ำแข็งนี่หว่า เข้ากับชื่อมึงเหมือนกันนะไอ้ตู้เย็น มิสเตอร์ทำน้ำแข็ง” ได้ทีแล้วมันล้อเลียนผมใหญ่เลย

พอเวลา 9 โมง ผมก็เตือนไอ้นนท์ให้เตรียมตัว จากนั้นเข้าไปแต่งตัวเป็นชุดนักศึกษาในห้องนอน พอออกมาไอ้นนท์ก็เปลี่ยนเป็นชุดนักศึกษาเสร็จแล้วเหมือนกัน เราสองคนออกจากห้อง ลงไปที่ล็อบบี้แล้วเดินไปยังลานจอดมอไซด์

ไอ้นนท์เข็นมอไซด์ออกมา มอไซด์ของมันเป็นรุ่นใหม่ที่วัยรุ่นสมัยนี้ขี่กัน ท่าทางน่าจะขี่ง่าย ผมไม่เคยขี่มอไซด์เกียร์ออโต้มาก่อน มอไซด์ที่บ้านเป็บแบบเกียร์ 4 จังหวะ เป็นมอไซด์อีแก่ของแม่สำหรับเอาไว้จ่ายตลาด

“ไอ้นนท์… กูขอขี่หน่อยดิ”

พอผมพูดออกไปอย่างนั้น ไอ้นนท์ก็ตกใจหันมามอง

“เฮ้ย! ทะลึ่ง! มาขอขี่อะไรกูวะ”

“กูหมายถึงขอขี่มอไซด์มึงหน่อย”

“อ๋อ… ค่อยยังชั่ว พูดมากำกวมกูก็เข้าใจผิด คิดว่ามึงอยากขี่กู” ไอ้นนท์เตะขาตั้งลง แล้วลงมาจากมอไซด์

“กูจะอยากขี่มึงทำไมล่ะ?”

ผมเข้าไปควบมอไซด์ไอ้นนท์ พอมันขึ้นซ้อนท้าย ผมก็สตาร์ทเครื่องแล้วออกรถ มุ่งหน้าสู่มหาลัย ระหว่างทางไอ้นนท์ถามขึ้น

“มึงไม่มีมอไซด์ แบบนี้ไปไหนมาไหนไม่ลำบากแย่เหรอวะ?”

“ป๊ากูไม่ยอมให้เอามาใช้ บอกกลัวอันตรายอะไรก็ไม่รู้ พูดอย่างกับว่ากูเพิ่งขี่มอไซด์เป็นงั้นแหละ แล้วมอไซด์คันนี้มึงซื้อเองป่ะ?”

“ซื้อเอง แต่ผ่อนเอานะ ถือว่าคุ้มเพราะกูได้ใช้ขี่ไปทำงาน เสาร์อาทิตย์ก็เอาไปขี่รับส่งอาหาร เป็นไง… ลูกกูขี่สนุกไหม?”

“เออ… ขี่ง่ายดี ขี่สนุกกว่าอีแก่ของแม่กูเยอะ”

ผมขี่มอไซด์ลูกรักของไอ้นนท์จนมาถึงคณะ จากนั้นก็แยกย้ายกัน ผมไปเข้าเรียนคาบ 9 โมงครึ่ง ไอ้นนท์ซึ่งมีเรียนตอน 11 โมง บอกจะไปนั่งรอเวลาที่ห้องสมุดคณะ วันนี้เป็นวันธรรมดาอีกวัน เรียนหนังสือเสร็จก็มาติวกับไอ้นนท์ต่อ ถึงจะไม่มีอะไรพิเศษ แต่ผมก็มีความสุขดี และอยากให้วันธรรมดาดำเนินต่อไปเช่นนี้ตลอด


Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 27 (จบ)

ตู้เย็น ช่วงก่อนสอนปลายภาค ไอ้นนท์ช่วยเก็งข้อสอบให้ผมล่วงหน้าตั้ง 2 สัปดาห์ ช่วงนั้นผมหัวหมุนมากเป็นพิเศษ และแปลกใจมากที่ไอ้นนท์ไม่กังวลเกี่ยวกับการสอบเลย วันธรรมดาหลังเลิกเรียน มันยังไปทำงานพิเศษที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่และลมเย็นบาร์จนถึงเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ยังออกไปขี่รถรับส่งอาหาร ระหว่างที่มันไม่อยู่ด้วย ผมก็พยายามทบทวนหนังสือ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 26

นนท์ ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยกับคอนโดของไอ้ตู้เย็นแล้ว แต่พอมันไม่อยู่ ห้องนี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมเกิดอาการคิดถึงมันขึ้นมา เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ตามลำพังมาได้ตลอด พอห่างจากผม ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เย็นจะรู้สึกเหงาและคิดถึงแบบเดียวกันหรือเปล่า อยู่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำ วันนี้ผมเลยจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารไวกว่าปกติละกัน ขณะกำลังจะลุกไปเตรียมตัว...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 25

ตู้เย็น อาบน้ำเย็น ๆ ชำระล้างเหงื่อไคลจนสะอาดสะอ้านแล้วผมก็สดชื่นขึ้นมาทันที ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กำลังจะเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนก็เห็นไอ้นนท์นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี หัวเราะคิกคัก สายตาจ้องไปที่หน้าจอมือถือในมือ “ขำอะไรวะ แบ่งกูดูบ้างสิ” “พี่แองโจลี่ส่งคลิปที่มึงใส่ชุดมาสคอตมาให้ดู มึงนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 24

นนท์ ผมตามพี่แองโจลี่มาลองชุดกับพี่ไก่แจ้ เสื้อผ้าวันนี้มาในธีมสีแดงสดใสร้อนแรง พี่ไก่แจ้เลือกให้พวกเราคนละ 2 ชุด จากนั้นพาทุกคนมาที่หน้าเวทีเพื่อซ้อมเดินแบบ ซ้อมกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้พัก พี่แองโจลี่เอาน้ำเย็นมาให้ผมกับไมค์คนละขวด ผมรับมาดื่มแล้วถามหาไอ้ตู้เย็น...

error: Content is protected !!