รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 18

Share
Share

นนท์

ผมรับจ้างทำทุกงานที่ได้เงินมาใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นขี่รถรับส่งอาหาร รับติวหนังสือ ทำงานพิเศษที่คาเฟ่คอยชงกาแฟ หรือทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารผมก็ไม่เกี่ยง ก่อนเรียนจบปริญญาตรี ผมอยากเก็บเงินก้อนใหญ่ให้ได้สักก้อน สำหรับเป็นทุนตั้งต้นในการไปทำงานที่ต่างประเทศ

การได้รับตำแหน่งเดือนคณะ ช่วยเปิดโอกาสในการรับรายได้ช่องทางใหม่ ๆ ให้กับผม อย่างแรกที่ได้คือในคืนที่ผมได้รับตำแหน่งสด ๆ ร้อน ๆ ผมได้รางวัลจากผู้สนับสนุนการประกวดมูลค่าเป็นหมื่นบาท

แต่ไม่ได้มาในรูปเงินสดทั้งหมด บ้างก็มาเป็นคูปองแทนเงินสดสำหรับใช้ซื้อของในห้าง บ้างก็เป็นคูปองสำหรับดูแลผิวหน้าของสถาบันเสริมความงาม หรือได้มาเป็นคูปองแลกตั๋วหนังเยอะขนาดผมสามารถใช้ดูหนังฟรีได้ทั้งปี

นอกจากนี้ บรรดาเจ้าของธุรกิจที่เป็นผู้สนับสนุนการประกวด ยังสนใจให้ผมกับนานะไปถ่ายโฆษณาให้กิจการของพวกเขา แน่นอนว่าเป็นงานที่ได้ค่าตอบแทน แถมยังเป็นงานสบายและได้เงินมาง่ายกว่าไปทำงานบริการตั้งเยอะ

ไม่ใช่แค่นั้น บรรดารุ่นพี่มหาลัยยังสนใจให้ผมไปช่วยงาน มีติดต่อมาให้ไปถ่ายแบบเสื้อที่ระลึกบ้าง ให้ไปถ่ายวิดีโอแนะนำมหาลัยบ้าง ล่าสุดวันนี้ที่ผมไปติวหนังสือให้ไอ้ตู้เย็น มันก็บอกว่าพี่จั๊บพี่รหัสของไอ้ดินปืน อยากให้ผมไปเล่นเอ็มวีเป็นงานสำหรับส่งอาจารย์

ผมตอบตกลงไป แล้วเย็นวันนั้นพี่จั๊บก็ติดต่อมาด้วยตัวเอง เพื่อบรีฟงานและนัดถ่ายวันเสาร์นี้ นางเอกเอ็มวีที่จะมาเล่นด้วยคือนานะ ดาวคณะที่ได้ตำแหน่งคู่กับผม

“วันเสาร์นี้มึงจะไปถ่ายงานเป็นเพื่อนกูได้ใช่ป่ะ?” ผมวิดีโอคอลหาไอ้ตู้เย็น

“ทำไมกูต้องไปด้วยวะ?”

“ก็กูจะให้มึงเป็นผู้จัดการส่วนตัวกูไง อีกอย่างกูไม่รู้จักพวกพี่จั๊บเลย ไปคนเดียวกลัวมันจะเก้ ๆ กัง ๆ ทำตัวไม่ถูกน่ะสิ”

“พวกนั้นกูรู้จักแค่ไอ้ดินปืน แถมมึงก็รู้จักมันเหมือนกันนี่”

“แต่กูไม่ได้สนิทกับมันเท่าสนิทกับมึงพี่หว่า นะ… นะ… ไปเป็นเพื่อนกูหน่อย เสร็จงานแล้วจะพาไปเลี้ยงขนม”

“อย่ามาทำเซ้าซี้อ้อนเป็นเด็กกับกูน่า… งั้นขอกูดูอารมณ์ก่อนว่าอยากไปหรือเปล่า”

“โอเค ขอบคุณมากครับ”

“เฮ้ย! กูบอกว่าขอดูก่อน ยังไม่ได้รับปากว่าจะไปด้วย”

ผมพอรู้จักไอ้ตู้เย็น รู้ว่ามันเป็นคนใจกว้าง ขอร้องเรื่องอะไรไม่เคยได้รับคำปฏิเสธ ที่มันบอกว่าขอคิดดูก่อน ยังไงพอถึงเวลามันก็ยอมไปเป็นเพื่อนผม หรือถ้าเกิดมันไม่ยอมไปด้วยจริง ๆ ผมจะมัดมือชก ขี่มอไซด์ไปรับมันถึงคอนโด ลองขนาดนี้แล้วผมว่ายังไงมันต้องยอมไปเป็นเพื่อนแน่

พอถึงคืนวันศุกร์ ผมก็วิดีโอคอลหาไอ้ตู้เย็นเพื่อถามมันว่าพรุ่งนี้จะไปด้วยกันได้หรือเปล่า ทีแรกมันอิดออดไม่อยากไป แต่ผมก็หว่านล้อมมันจนยอมไปด้วย โดยติดสินบนว่าจะพาไปเลี้ยงหมูกระทะ

เช้าวันเสาร์ ผมขี่มอไซด์ไปรับไอ้ตู้เย็นที่คอนโด พี่จั๊บนัดสถานที่ถ่ายทำเป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลจากมหาลัยเท่าไหร่นัก พอไปถึงก็เห็นกลุ่มของพี่จั๊บกำลังจัดวางอุปกรณ์สำหรับถ่ายทำกันอยู่ ผมกับไอ้ตู้เย็นเดินเข้าไปสมทบ

“สวัสดีครับพี่จั๊บ มีอะไรให้ผมช่วยไหม?”

“อ้าว… หวัดดีนนท์นนท์ หวัดดีตู้เย็น เดี๋ยวนั่งอยู่เฉย ๆ รอไปก่อน พอพวกพี่เซตอุปกรณ์เสร็จจะเริ่มถ่ายทำกันเลย แสงกำลังดีเชียว เออ… แล้วนี่น้องนานะยังไม่มาอีกเหรอ?” พี่จั๊บหันไปถามไอ้ดินปืน “เฮ้ยไอ้ดินปืน! มึงนัดน้องนานะไว้กี่โมงวะ ทำไมน้องเขายังมาไม่ถึงอีก?”

“นัดไว้ 7 โมงครึ่งตามที่พี่บอกนั่นแหละ งั้นเดี๋ยวผมโทรตามให้” พูดแล้วไอ้ดินปืนก็เดินห่างออกไปจากเสียงจอแจ เพื่อหลบไปคุยโทรศัพท์

“นนท์นนท์ มาลองหน้ากล้องหน่อยสิ”

พี่จั๊บยืนอยู่หลังกล้อง เรียกให้ผมไปยืนอยู่หน้ากล้อง

“เอ… พี่ว่าในกล้องหน้าเราดูจืดชืดไปหน่อย เราได้แต่งหน้ามาบ้างหรือเปล่า?”

“ผมเป็นคนไม่แต่งหน้าครับพี่ ทาแค่กันแดดอย่างเดียว”

“ทำไงดีเนี่ย ในกล้องมันก็ดูหล่ออยู่นะ แต่พี่อยากให้หน้าเราดูพุ่งออกกล้องมากกว่านี้อีกสักหน่อย ทีมงานพี่ก็ไม่มีใครเป็นผู้หญิงซะด้วยสิ”

ไอ้ดินปืนเดินกลับมา

“แย่ล่ะสิพี่จั๊บ นานะรถเสีย มาเองไม่ได้ ต้องส่งใครสักคนไปรับ”

“ใครว่างบ้างวะ ทุกคนก็ยุ่งกันหมด จะได้ถ่ายกี่โมงวะเนี่ย พลาดแสงเวลานี้ไป กูอดถ่ายงานส่งอาจารย์พอดี” พี่จั๊บบ่น

“เดี๋ยวผมไปรับนานะให้เองครับ” ไอ้ตู้เย็นอาสา

“เออ… ดี ๆ ฝากด้วยนะมึง หอนานะชื่อยูนีคเรสซิเดนท์ อยู่ซอย 5 ถนนหลังมอ เดี๋ยวกูแชร์ไอดีไลน์นานะให้มึงนะ นี่กุญแจมอไซด์กู” ไอ้ดินปืนเดินมาหาไอ้ตู้เย็น แล้วส่งกุญแจรถให้

ไอ้ตู้เย็นรับมา “แล้วมึงจอดรถไว้ตรงไหนวะ?”

“เอ่อ…” ไอ้ดินปืนกำลังคิดว่าจะอธิบายยังไงดี

ดูท่าพี่จั๊บกำลังรีบ ผมกลัวว่าจะเสียเวลาตรงที่ไอ้ตู้เย็นต้องไปเดินหามอไซด์ไอ้ดินปืน สู้ให้มันยืมมอไซด์ผมไปใช้ดีกว่า เพราะเรามาด้วยกัน มันรู้ว่าจอดไว้ตรงไหน

“เอามอไซด์กูไปใช้ดีกว่า มึงรู้นี่ว่าจอดอยู่ตรงไหน”

ไอ้ตู้เย็นรับกุญแจไปจากผม

“โอเค… เดี๋ยวกูรีบไปรีบกลับ”

“งั้นระหว่างรอนานะมา นนท์นนท์มาถ่ายซีนเดี่ยวก่อนดีกว่า เป็นซีนที่ต้องเล่นกีตาร์นะ” พี่จั๊บบอก

“แต่ผมเล่นกีตาร์ไม่เป็นนะครับ”

“อ้าว… แต่ในคลิปที่มึงแสดง กูเห็นมึงเล่นกีตาร์ด้วยนิ”

“ที่มันเล่นนั่นอูคูเลเล่ พี่คงจำผิดแล้ว ไอ้นนท์มันเพิ่งหัดเล่นอูคูเลเล่ได้ 2 สัปดาห์เอง” ไอ้ดินปืนอธิบายแทน

“แถมผมเล่นเป็นแค่เพลงเดียวด้วย เพลงที่พี่เห็นในคลิปนั่นแหละ”

“อ้าว… แล้วยังงี้กูจะเอายังไงดีวะ?” พี่จั๊บยกมือขึ้นมากอดอก

“เอ่อ… เอายังงี้ไหมพี่ ช็อตที่มันหันหน้าตรง เราก็ถ่ายเอาให้เห็นถึงแค่ประมาณอกพอ ช็อตอื่น ๆ ก็เน้นถ่ายจากด้านข้างเอา แอบหลบเอาไม่ต้องให้เห็นมือมันจับคอร์ด” ไอ้ดินปืนเสนอไอเดีย

“โอเค… เอาตามนั้น ไอ้ดินปืนเอากีตาร์มึงให้นนท์นนท์ยืมหน่อยดิ”

ไอ้ดินปืนเดินไปหยิบกีต้าร์ตัวที่ผมเห็นมันใช้ตอนเล่นดนตรีสด ผมรับมาแล้วเอาขึ้นสะพานคล้องบ่า ว้าว… นี่เพียงแค่ได้จับ ยังไม่ทันได้เล่น ผมก็รู้สึกว่าตัวเองเท่ขึ้นแล้ว 50 เปอร์เซนต์ อยากจะเล่นกีตาร์เป็นกับเขาบ้างแฮะ ไว้ให้ไอ้ตู้เย็นสอนบ้างดีกว่า จะได้ไปขลุกอยู่คอนโดมันอีก

การถ่ายทำซีนนี้ไม่มีอะไรยาก พี่จั๊บต้องการแค่ให้ผมยิ้ม ขอมีความทะเล้นปนมานิด ๆ แล้วก็ทำท่าทางให้เหมือนคนกำลังเล่นกีตาร์อย่างมีความสุข เล่นให้ต้นไม้ใบหญ้ารอบตัวฟัง

ถ่ายไปได้หลายช็อต ไอ้ตู้เย็นก็กลับมา มันเดินมาพร้อมนานะ แถมสะพายกระเป๋าให้นานะด้วย ระหว่างทางเห็นพูดคุยกันกระหนุงกระหนิง ทำอย่างกับว่าสนิทสนมกันมานาน แต่ผมมั่นใจว่า 2 คนนี้ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน

“สวัสดีค่ะพี่ ๆ ขอโทษด้วยนะคะที่หนูมาช้า พอดีรถที่ใช้อยู่มันเกิดดื้อขึ้นมา ต้องขอบคุณตู้เย็นมากเลยที่อุตส่าห์ไปรับ” นานะไหว้ทักทายพวกพี่จั๊บ แล้วหันไปหาไอ้ตู้เย็นด้วยใบหน้ายิ้มเบิกบาน “ขอบคุณจ้า พ่อสุภาพบุรุษ ขอกระเป๋าคืนหน่อยนะ”

ไอ้ตู้เย็นส่งกระเป๋าคืนให้นานะ ปกติมันจะหน้านิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกให้ใครเห็น แต่พอนานะยิ้มให้หน่อย มันก็ยิ้มตอบกลับอย่างเขิน ๆ แล้วส่งกระเป๋าคืนให้นานะ

“เออ… นานะพกเครื่องสำอางมาด้วยหรือเปล่า พอดีทีมงานพี่เป็นผู้ชายกันหมด ไม่มีใครใช้เครื่องสำอางเลย แต่อยากแต่งหน้าให้นนท์นนท์ดูขึ้นกล้องขึ้นอีกนิด นานะพอจะช่วยได้ไหม?” พี่จั๊บลองขอเธอดู

“หนูเอาเครื่องสำอางมาด้วยนิดหน่อย เผื่อได้ใช้เติมระหว่างวัน ถ้านนท์นนท์ไม่รังเกียจที่จะใช้เครื่องสำอางของหนู หนูก็ยินดีเติมหน้าให้เขาค่ะ แต่ว่า… เดือนคณะหนูหล่อขนาดนี้แล้ว ยังต้องแต่งเพิ่มอีกเหรอคะ?”

“แต่งแค่สักนิดก็พอ เอาแบบอะไรนะที่เขาฮิตแต่งตามเกาหลี อ๋อ… แบบเมคอัพโนเมคอัพน่ะ” พี่จั๊บพูด

นานะเรียกผมไปนั่งที่เก้าอี้พับ เธอลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งตรงหน้าผม เอากระเป๋าวางไว้ที่ตัก แล้วรูดเปิดซิปหยิบเครื่องสำอางออกมา ผมชอบสัมผัสนุ่ม ๆ ของแปรงแต่งหน้าที่ปัดปัดไปมาบนหน้าของผม มันให้ความรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก น่าจะเป็นความรู้สึกเดียวกับตอนที่แมวถูกเกาคาง

“เสร็จแล้วค่ะพี่” นานะหันไปบอกพี่จั๊บ

“โอเค… ไหนทั้ง 2 คนลองมายืนหน้ากล้องให้พี่ดูหน่อยสิ”

ผมและนานะลุกจากเก้าอี้พับ เดินไปยืนหน้ากล้องของพี่จั๊บ

“เพอร์เฟค! ทุกอย่างพร้อมแล้ว ได้ฤกษ์ถ่ายทำแล้ว” พี่จั๊บเอามือสองข้างตีกันด้วยความพอใจ แล้วหันไปถามไอ้ดินปืน “เฮ้ยไอ้ดินปืน ซีนแรกถ่ายซีนไหนก่อนดีวะ?”

“ตอนนี้แสงไม่แรงมาก ผมว่าถ่ายฉากเต้นรำก่อนดีไหม? ปรับรูรับแสงกว้าง ๆ ภาพจะได้ออกมาฟุ้ง ๆ ดูชวนฝัน”

“ดี ๆ งั้นขอบรีฟนานะกับนนท์นนท์หน่อยนะ ทั้ง 2 คนต้องเล่นเป็นคนรักกัน ใช้ชีวิตใน 1 วันด้วยกันให้มีความสุขที่สุด สุดท้ายจะจบเศร้า เพราะนางเอกเส้นเลือดในสมองแตกจนเสียชีวิตในคืนนั้น พี่จะแฟลชแบคกลับมาเล่าว่า วันนี้คือวันที่พระเอกย้อนเวลากลับมาจากอนาคต เพื่อมาอยู่กับนางเอกในวันสุดท้าย ทดแทนที่วันนั้นในอดีตพระเอกเลือกทำงาน แทนที่จะออกมาใช้ชีวิตกับเธอ และมีเงื่อนไขการย้อนเวลาคือ พระเอกต้องแลกอายุไขของตัวเองครึ่งหนึ่ง เพื่อย้อนเวลามาได้ 24 ชั่วโมง”

“แนวโรแมนติกไซไฟเหรอพี่?” ฟังจบผมก็ถามออกไป

“ฟังดูซับซ้อน แต่น่าสนุกดีค่ะ คนดูจะดูรู้เรื่องใช่ไหมคะ?” นานะว่า

“ต้องดูรู้เรื่องอยู่แล้วสิ พี่จั๊บคนนี้กำกับเองซะอย่าง รับรองว่าซีนที่คนดูรู้ว่าพระเอกย้อนเวลากลับมาวันสุดท้ายที่นางเอกมีชีวิต ต้องมีคนน้ำตาแตกกันบ้างล่ะ” พี่จั๊บพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ

“วันนี้กูมาเป็นผู้ช่วยผู้กำกับให้พี่จั๊บนะ” ไอ้ดินปืนบอก “ซีนแรกที่จะถ่ายเป็นซีนเต้นรำเท้าเปล่ากลางสนามหญ้า ตามกูมาเลย เราจะถ่ายกันตรงนี้”

ผมและนานะเดินตามไอ้ดินปืนและทีมงาน มาอยู่ตรงสนามหญ้าที่ซึ่งแสงแดดทอลงมาอ่อน ๆ เรา 2 คนถอดรองเท้าให้เหลือเพียงเท้าเปล่า พี่จั๊บชี้ตำแหน่งที่พวกเราต้องไปยืน จากนั้นก็มีตากล้องและคนถือแผ่นสะท้อนแสงเข้ามาประกบ

“เอ่อ… ที่บอกให้เต้นรำเนี่ย ต้องเต้นท่าไหนครับ?” ผมถามพี่จั๊บ

“เอาท่าลีลาศก็ได้” พี่จั๊บตอบแบบขอไปที

“ผมเต้นลีลาศไม่เป็นอ่ะพี่”

“เอ้า… แล้วตอนมัธยม วิชาพละ โรงเรียนมึงเขาไม่ได้สอนลีลาศเหรอ?”

ผมส่ายหน้า เกิดมาผมเพียงแค่เคยได้ยินคำว่าลีลาศ แต่ไม่เคยสัมผัสเลยว่าเขาเต้นกันยังไง และโรงเรียนสมัยมัธยมของผมก็ไม่ได้สอนเรื่องนี้ในชั่วโมงพละด้วย นานะขำคิก ๆ ให้ผม ดูท่าเธอน่าจะผ่านวิชาลีลาศมา


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 27 (จบ)

ตู้เย็น ช่วงก่อนสอนปลายภาค ไอ้นนท์ช่วยเก็งข้อสอบให้ผมล่วงหน้าตั้ง 2 สัปดาห์ ช่วงนั้นผมหัวหมุนมากเป็นพิเศษ และแปลกใจมากที่ไอ้นนท์ไม่กังวลเกี่ยวกับการสอบเลย วันธรรมดาหลังเลิกเรียน มันยังไปทำงานพิเศษที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่และลมเย็นบาร์จนถึงเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ยังออกไปขี่รถรับส่งอาหาร ระหว่างที่มันไม่อยู่ด้วย ผมก็พยายามทบทวนหนังสือ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 26

นนท์ ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยกับคอนโดของไอ้ตู้เย็นแล้ว แต่พอมันไม่อยู่ ห้องนี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมเกิดอาการคิดถึงมันขึ้นมา เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ตามลำพังมาได้ตลอด พอห่างจากผม ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เย็นจะรู้สึกเหงาและคิดถึงแบบเดียวกันหรือเปล่า อยู่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำ วันนี้ผมเลยจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารไวกว่าปกติละกัน ขณะกำลังจะลุกไปเตรียมตัว...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 25

ตู้เย็น อาบน้ำเย็น ๆ ชำระล้างเหงื่อไคลจนสะอาดสะอ้านแล้วผมก็สดชื่นขึ้นมาทันที ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กำลังจะเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนก็เห็นไอ้นนท์นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี หัวเราะคิกคัก สายตาจ้องไปที่หน้าจอมือถือในมือ “ขำอะไรวะ แบ่งกูดูบ้างสิ” “พี่แองโจลี่ส่งคลิปที่มึงใส่ชุดมาสคอตมาให้ดู มึงนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 24

นนท์ ผมตามพี่แองโจลี่มาลองชุดกับพี่ไก่แจ้ เสื้อผ้าวันนี้มาในธีมสีแดงสดใสร้อนแรง พี่ไก่แจ้เลือกให้พวกเราคนละ 2 ชุด จากนั้นพาทุกคนมาที่หน้าเวทีเพื่อซ้อมเดินแบบ ซ้อมกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้พัก พี่แองโจลี่เอาน้ำเย็นมาให้ผมกับไมค์คนละขวด ผมรับมาดื่มแล้วถามหาไอ้ตู้เย็น...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!