นิยาย

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 18

Share

นนท์

ผมรับจ้างทำทุกงานที่ได้เงินมาใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นขี่รถรับส่งอาหาร รับติวหนังสือ ทำงานพิเศษที่คาเฟ่คอยชงกาแฟ หรือทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารผมก็ไม่เกี่ยง ก่อนเรียนจบปริญญาตรี ผมอยากเก็บเงินก้อนใหญ่ให้ได้สักก้อน สำหรับเป็นทุนตั้งต้นในการไปทำงานที่ต่างประเทศ

การได้รับตำแหน่งเดือนคณะ ช่วยเปิดโอกาสในการรับรายได้ช่องทางใหม่ ๆ ให้กับผม อย่างแรกที่ได้คือในคืนที่ผมได้รับตำแหน่งสด ๆ ร้อน ๆ ผมได้รางวัลจากผู้สนับสนุนการประกวดมูลค่าเป็นหมื่นบาท

แต่ไม่ได้มาในรูปเงินสดทั้งหมด บ้างก็มาเป็นคูปองแทนเงินสดสำหรับใช้ซื้อของในห้าง บ้างก็เป็นคูปองสำหรับดูแลผิวหน้าของสถาบันเสริมความงาม หรือได้มาเป็นคูปองแลกตั๋วหนังเยอะขนาดผมสามารถใช้ดูหนังฟรีได้ทั้งปี

นอกจากนี้ บรรดาเจ้าของธุรกิจที่เป็นผู้สนับสนุนการประกวด ยังสนใจให้ผมกับนานะไปถ่ายโฆษณาให้กิจการของพวกเขา แน่นอนว่าเป็นงานที่ได้ค่าตอบแทน แถมยังเป็นงานสบายและได้เงินมาง่ายกว่าไปทำงานบริการตั้งเยอะ

ไม่ใช่แค่นั้น บรรดารุ่นพี่มหาลัยยังสนใจให้ผมไปช่วยงาน มีติดต่อมาให้ไปถ่ายแบบเสื้อที่ระลึกบ้าง ให้ไปถ่ายวิดีโอแนะนำมหาลัยบ้าง ล่าสุดวันนี้ที่ผมไปติวหนังสือให้ไอ้ตู้เย็น มันก็บอกว่าพี่จั๊บพี่รหัสของไอ้ดินปืน อยากให้ผมไปเล่นเอ็มวีเป็นงานสำหรับส่งอาจารย์

ผมตอบตกลงไป แล้วเย็นวันนั้นพี่จั๊บก็ติดต่อมาด้วยตัวเอง เพื่อบรีฟงานและนัดถ่ายวันเสาร์นี้ นางเอกเอ็มวีที่จะมาเล่นด้วยคือนานะ ดาวคณะที่ได้ตำแหน่งคู่กับผม

“วันเสาร์นี้มึงจะไปถ่ายงานเป็นเพื่อนกูได้ใช่ป่ะ?” ผมวิดีโอคอลหาไอ้ตู้เย็น

“ทำไมกูต้องไปด้วยวะ?”

“ก็กูจะให้มึงเป็นผู้จัดการส่วนตัวกูไง อีกอย่างกูไม่รู้จักพวกพี่จั๊บเลย ไปคนเดียวกลัวมันจะเก้ ๆ กัง ๆ ทำตัวไม่ถูกน่ะสิ”

“พวกนั้นกูรู้จักแค่ไอ้ดินปืน แถมมึงก็รู้จักมันเหมือนกันนี่”

“แต่กูไม่ได้สนิทกับมันเท่าสนิทกับมึงพี่หว่า นะ… นะ… ไปเป็นเพื่อนกูหน่อย เสร็จงานแล้วจะพาไปเลี้ยงขนม”

“อย่ามาทำเซ้าซี้อ้อนเป็นเด็กกับกูน่า… งั้นขอกูดูอารมณ์ก่อนว่าอยากไปหรือเปล่า”

“โอเค ขอบคุณมากครับ”

“เฮ้ย! กูบอกว่าขอดูก่อน ยังไม่ได้รับปากว่าจะไปด้วย”

ผมพอรู้จักไอ้ตู้เย็น รู้ว่ามันเป็นคนใจกว้าง ขอร้องเรื่องอะไรไม่เคยได้รับคำปฏิเสธ ที่มันบอกว่าขอคิดดูก่อน ยังไงพอถึงเวลามันก็ยอมไปเป็นเพื่อนผม หรือถ้าเกิดมันไม่ยอมไปด้วยจริง ๆ ผมจะมัดมือชก ขี่มอไซด์ไปรับมันถึงคอนโด ลองขนาดนี้แล้วผมว่ายังไงมันต้องยอมไปเป็นเพื่อนแน่

พอถึงคืนวันศุกร์ ผมก็วิดีโอคอลหาไอ้ตู้เย็นเพื่อถามมันว่าพรุ่งนี้จะไปด้วยกันได้หรือเปล่า ทีแรกมันอิดออดไม่อยากไป แต่ผมก็หว่านล้อมมันจนยอมไปด้วย โดยติดสินบนว่าจะพาไปเลี้ยงหมูกระทะ

เช้าวันเสาร์ ผมขี่มอไซด์ไปรับไอ้ตู้เย็นที่คอนโด พี่จั๊บนัดสถานที่ถ่ายทำเป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลจากมหาลัยเท่าไหร่นัก พอไปถึงก็เห็นกลุ่มของพี่จั๊บกำลังจัดวางอุปกรณ์สำหรับถ่ายทำกันอยู่ ผมกับไอ้ตู้เย็นเดินเข้าไปสมทบ

“สวัสดีครับพี่จั๊บ มีอะไรให้ผมช่วยไหม?”

“อ้าว… หวัดดีนนท์นนท์ หวัดดีตู้เย็น เดี๋ยวนั่งอยู่เฉย ๆ รอไปก่อน พอพวกพี่เซตอุปกรณ์เสร็จจะเริ่มถ่ายทำกันเลย แสงกำลังดีเชียว เออ… แล้วนี่น้องนานะยังไม่มาอีกเหรอ?” พี่จั๊บหันไปถามไอ้ดินปืน “เฮ้ยไอ้ดินปืน! มึงนัดน้องนานะไว้กี่โมงวะ ทำไมน้องเขายังมาไม่ถึงอีก?”

“นัดไว้ 7 โมงครึ่งตามที่พี่บอกนั่นแหละ งั้นเดี๋ยวผมโทรตามให้” พูดแล้วไอ้ดินปืนก็เดินห่างออกไปจากเสียงจอแจ เพื่อหลบไปคุยโทรศัพท์

“นนท์นนท์ มาลองหน้ากล้องหน่อยสิ”

พี่จั๊บยืนอยู่หลังกล้อง เรียกให้ผมไปยืนอยู่หน้ากล้อง

“เอ… พี่ว่าในกล้องหน้าเราดูจืดชืดไปหน่อย เราได้แต่งหน้ามาบ้างหรือเปล่า?”

“ผมเป็นคนไม่แต่งหน้าครับพี่ ทาแค่กันแดดอย่างเดียว”

“ทำไงดีเนี่ย ในกล้องมันก็ดูหล่ออยู่นะ แต่พี่อยากให้หน้าเราดูพุ่งออกกล้องมากกว่านี้อีกสักหน่อย ทีมงานพี่ก็ไม่มีใครเป็นผู้หญิงซะด้วยสิ”

ไอ้ดินปืนเดินกลับมา

“แย่ล่ะสิพี่จั๊บ นานะรถเสีย มาเองไม่ได้ ต้องส่งใครสักคนไปรับ”

“ใครว่างบ้างวะ ทุกคนก็ยุ่งกันหมด จะได้ถ่ายกี่โมงวะเนี่ย พลาดแสงเวลานี้ไป กูอดถ่ายงานส่งอาจารย์พอดี” พี่จั๊บบ่น

“เดี๋ยวผมไปรับนานะให้เองครับ” ไอ้ตู้เย็นอาสา

“เออ… ดี ๆ ฝากด้วยนะมึง หอนานะชื่อยูนีคเรสซิเดนท์ อยู่ซอย 5 ถนนหลังมอ เดี๋ยวกูแชร์ไอดีไลน์นานะให้มึงนะ นี่กุญแจมอไซด์กู” ไอ้ดินปืนเดินมาหาไอ้ตู้เย็น แล้วส่งกุญแจรถให้

ไอ้ตู้เย็นรับมา “แล้วมึงจอดรถไว้ตรงไหนวะ?”

“เอ่อ…” ไอ้ดินปืนกำลังคิดว่าจะอธิบายยังไงดี

ดูท่าพี่จั๊บกำลังรีบ ผมกลัวว่าจะเสียเวลาตรงที่ไอ้ตู้เย็นต้องไปเดินหามอไซด์ไอ้ดินปืน สู้ให้มันยืมมอไซด์ผมไปใช้ดีกว่า เพราะเรามาด้วยกัน มันรู้ว่าจอดไว้ตรงไหน

“เอามอไซด์กูไปใช้ดีกว่า มึงรู้นี่ว่าจอดอยู่ตรงไหน”

ไอ้ตู้เย็นรับกุญแจไปจากผม

“โอเค… เดี๋ยวกูรีบไปรีบกลับ”

“งั้นระหว่างรอนานะมา นนท์นนท์มาถ่ายซีนเดี่ยวก่อนดีกว่า เป็นซีนที่ต้องเล่นกีตาร์นะ” พี่จั๊บบอก

“แต่ผมเล่นกีตาร์ไม่เป็นนะครับ”

“อ้าว… แต่ในคลิปที่มึงแสดง กูเห็นมึงเล่นกีตาร์ด้วยนิ”

“ที่มันเล่นนั่นอูคูเลเล่ พี่คงจำผิดแล้ว ไอ้นนท์มันเพิ่งหัดเล่นอูคูเลเล่ได้ 2 สัปดาห์เอง” ไอ้ดินปืนอธิบายแทน

“แถมผมเล่นเป็นแค่เพลงเดียวด้วย เพลงที่พี่เห็นในคลิปนั่นแหละ”

“อ้าว… แล้วยังงี้กูจะเอายังไงดีวะ?” พี่จั๊บยกมือขึ้นมากอดอก

“เอ่อ… เอายังงี้ไหมพี่ ช็อตที่มันหันหน้าตรง เราก็ถ่ายเอาให้เห็นถึงแค่ประมาณอกพอ ช็อตอื่น ๆ ก็เน้นถ่ายจากด้านข้างเอา แอบหลบเอาไม่ต้องให้เห็นมือมันจับคอร์ด” ไอ้ดินปืนเสนอไอเดีย

“โอเค… เอาตามนั้น ไอ้ดินปืนเอากีตาร์มึงให้นนท์นนท์ยืมหน่อยดิ”

ไอ้ดินปืนเดินไปหยิบกีต้าร์ตัวที่ผมเห็นมันใช้ตอนเล่นดนตรีสด ผมรับมาแล้วเอาขึ้นสะพานคล้องบ่า ว้าว… นี่เพียงแค่ได้จับ ยังไม่ทันได้เล่น ผมก็รู้สึกว่าตัวเองเท่ขึ้นแล้ว 50 เปอร์เซนต์ อยากจะเล่นกีตาร์เป็นกับเขาบ้างแฮะ ไว้ให้ไอ้ตู้เย็นสอนบ้างดีกว่า จะได้ไปขลุกอยู่คอนโดมันอีก

การถ่ายทำซีนนี้ไม่มีอะไรยาก พี่จั๊บต้องการแค่ให้ผมยิ้ม ขอมีความทะเล้นปนมานิด ๆ แล้วก็ทำท่าทางให้เหมือนคนกำลังเล่นกีตาร์อย่างมีความสุข เล่นให้ต้นไม้ใบหญ้ารอบตัวฟัง

ถ่ายไปได้หลายช็อต ไอ้ตู้เย็นก็กลับมา มันเดินมาพร้อมนานะ แถมสะพายกระเป๋าให้นานะด้วย ระหว่างทางเห็นพูดคุยกันกระหนุงกระหนิง ทำอย่างกับว่าสนิทสนมกันมานาน แต่ผมมั่นใจว่า 2 คนนี้ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน

“สวัสดีค่ะพี่ ๆ ขอโทษด้วยนะคะที่หนูมาช้า พอดีรถที่ใช้อยู่มันเกิดดื้อขึ้นมา ต้องขอบคุณตู้เย็นมากเลยที่อุตส่าห์ไปรับ” นานะไหว้ทักทายพวกพี่จั๊บ แล้วหันไปหาไอ้ตู้เย็นด้วยใบหน้ายิ้มเบิกบาน “ขอบคุณจ้า พ่อสุภาพบุรุษ ขอกระเป๋าคืนหน่อยนะ”

ไอ้ตู้เย็นส่งกระเป๋าคืนให้นานะ ปกติมันจะหน้านิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกให้ใครเห็น แต่พอนานะยิ้มให้หน่อย มันก็ยิ้มตอบกลับอย่างเขิน ๆ แล้วส่งกระเป๋าคืนให้นานะ

“เออ… นานะพกเครื่องสำอางมาด้วยหรือเปล่า พอดีทีมงานพี่เป็นผู้ชายกันหมด ไม่มีใครใช้เครื่องสำอางเลย แต่อยากแต่งหน้าให้นนท์นนท์ดูขึ้นกล้องขึ้นอีกนิด นานะพอจะช่วยได้ไหม?” พี่จั๊บลองขอเธอดู

“หนูเอาเครื่องสำอางมาด้วยนิดหน่อย เผื่อได้ใช้เติมระหว่างวัน ถ้านนท์นนท์ไม่รังเกียจที่จะใช้เครื่องสำอางของหนู หนูก็ยินดีเติมหน้าให้เขาค่ะ แต่ว่า… เดือนคณะหนูหล่อขนาดนี้แล้ว ยังต้องแต่งเพิ่มอีกเหรอคะ?”

“แต่งแค่สักนิดก็พอ เอาแบบอะไรนะที่เขาฮิตแต่งตามเกาหลี อ๋อ… แบบเมคอัพโนเมคอัพน่ะ” พี่จั๊บพูด

นานะเรียกผมไปนั่งที่เก้าอี้พับ เธอลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งตรงหน้าผม เอากระเป๋าวางไว้ที่ตัก แล้วรูดเปิดซิปหยิบเครื่องสำอางออกมา ผมชอบสัมผัสนุ่ม ๆ ของแปรงแต่งหน้าที่ปัดปัดไปมาบนหน้าของผม มันให้ความรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก น่าจะเป็นความรู้สึกเดียวกับตอนที่แมวถูกเกาคาง

“เสร็จแล้วค่ะพี่” นานะหันไปบอกพี่จั๊บ

“โอเค… ไหนทั้ง 2 คนลองมายืนหน้ากล้องให้พี่ดูหน่อยสิ”

ผมและนานะลุกจากเก้าอี้พับ เดินไปยืนหน้ากล้องของพี่จั๊บ

“เพอร์เฟค! ทุกอย่างพร้อมแล้ว ได้ฤกษ์ถ่ายทำแล้ว” พี่จั๊บเอามือสองข้างตีกันด้วยความพอใจ แล้วหันไปถามไอ้ดินปืน “เฮ้ยไอ้ดินปืน ซีนแรกถ่ายซีนไหนก่อนดีวะ?”

“ตอนนี้แสงไม่แรงมาก ผมว่าถ่ายฉากเต้นรำก่อนดีไหม? ปรับรูรับแสงกว้าง ๆ ภาพจะได้ออกมาฟุ้ง ๆ ดูชวนฝัน”

“ดี ๆ งั้นขอบรีฟนานะกับนนท์นนท์หน่อยนะ ทั้ง 2 คนต้องเล่นเป็นคนรักกัน ใช้ชีวิตใน 1 วันด้วยกันให้มีความสุขที่สุด สุดท้ายจะจบเศร้า เพราะนางเอกเส้นเลือดในสมองแตกจนเสียชีวิตในคืนนั้น พี่จะแฟลชแบคกลับมาเล่าว่า วันนี้คือวันที่พระเอกย้อนเวลากลับมาจากอนาคต เพื่อมาอยู่กับนางเอกในวันสุดท้าย ทดแทนที่วันนั้นในอดีตพระเอกเลือกทำงาน แทนที่จะออกมาใช้ชีวิตกับเธอ และมีเงื่อนไขการย้อนเวลาคือ พระเอกต้องแลกอายุไขของตัวเองครึ่งหนึ่ง เพื่อย้อนเวลามาได้ 24 ชั่วโมง”

“แนวโรแมนติกไซไฟเหรอพี่?” ฟังจบผมก็ถามออกไป

“ฟังดูซับซ้อน แต่น่าสนุกดีค่ะ คนดูจะดูรู้เรื่องใช่ไหมคะ?” นานะว่า

“ต้องดูรู้เรื่องอยู่แล้วสิ พี่จั๊บคนนี้กำกับเองซะอย่าง รับรองว่าซีนที่คนดูรู้ว่าพระเอกย้อนเวลากลับมาวันสุดท้ายที่นางเอกมีชีวิต ต้องมีคนน้ำตาแตกกันบ้างล่ะ” พี่จั๊บพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ

“วันนี้กูมาเป็นผู้ช่วยผู้กำกับให้พี่จั๊บนะ” ไอ้ดินปืนบอก “ซีนแรกที่จะถ่ายเป็นซีนเต้นรำเท้าเปล่ากลางสนามหญ้า ตามกูมาเลย เราจะถ่ายกันตรงนี้”

ผมและนานะเดินตามไอ้ดินปืนและทีมงาน มาอยู่ตรงสนามหญ้าที่ซึ่งแสงแดดทอลงมาอ่อน ๆ เรา 2 คนถอดรองเท้าให้เหลือเพียงเท้าเปล่า พี่จั๊บชี้ตำแหน่งที่พวกเราต้องไปยืน จากนั้นก็มีตากล้องและคนถือแผ่นสะท้อนแสงเข้ามาประกบ

“เอ่อ… ที่บอกให้เต้นรำเนี่ย ต้องเต้นท่าไหนครับ?” ผมถามพี่จั๊บ

“เอาท่าลีลาศก็ได้” พี่จั๊บตอบแบบขอไปที

“ผมเต้นลีลาศไม่เป็นอ่ะพี่”

“เอ้า… แล้วตอนมัธยม วิชาพละ โรงเรียนมึงเขาไม่ได้สอนลีลาศเหรอ?”

ผมส่ายหน้า เกิดมาผมเพียงแค่เคยได้ยินคำว่าลีลาศ แต่ไม่เคยสัมผัสเลยว่าเขาเต้นกันยังไง และโรงเรียนสมัยมัธยมของผมก็ไม่ได้สอนเรื่องนี้ในชั่วโมงพละด้วย นานะขำคิก ๆ ให้ผม ดูท่าเธอน่าจะผ่านวิชาลีลาศมา


Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 27 (จบ)

ตู้เย็น ช่วงก่อนสอนปลายภาค ไอ้นนท์ช่วยเก็งข้อสอบให้ผมล่วงหน้าตั้ง 2 สัปดาห์ ช่วงนั้นผมหัวหมุนมากเป็นพิเศษ และแปลกใจมากที่ไอ้นนท์ไม่กังวลเกี่ยวกับการสอบเลย วันธรรมดาหลังเลิกเรียน มันยังไปทำงานพิเศษที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่และลมเย็นบาร์จนถึงเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ยังออกไปขี่รถรับส่งอาหาร ระหว่างที่มันไม่อยู่ด้วย ผมก็พยายามทบทวนหนังสือ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 26

นนท์ ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยกับคอนโดของไอ้ตู้เย็นแล้ว แต่พอมันไม่อยู่ ห้องนี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมเกิดอาการคิดถึงมันขึ้นมา เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ตามลำพังมาได้ตลอด พอห่างจากผม ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เย็นจะรู้สึกเหงาและคิดถึงแบบเดียวกันหรือเปล่า อยู่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำ วันนี้ผมเลยจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารไวกว่าปกติละกัน ขณะกำลังจะลุกไปเตรียมตัว...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 25

ตู้เย็น อาบน้ำเย็น ๆ ชำระล้างเหงื่อไคลจนสะอาดสะอ้านแล้วผมก็สดชื่นขึ้นมาทันที ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กำลังจะเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนก็เห็นไอ้นนท์นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี หัวเราะคิกคัก สายตาจ้องไปที่หน้าจอมือถือในมือ “ขำอะไรวะ แบ่งกูดูบ้างสิ” “พี่แองโจลี่ส่งคลิปที่มึงใส่ชุดมาสคอตมาให้ดู มึงนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 24

นนท์ ผมตามพี่แองโจลี่มาลองชุดกับพี่ไก่แจ้ เสื้อผ้าวันนี้มาในธีมสีแดงสดใสร้อนแรง พี่ไก่แจ้เลือกให้พวกเราคนละ 2 ชุด จากนั้นพาทุกคนมาที่หน้าเวทีเพื่อซ้อมเดินแบบ ซ้อมกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้พัก พี่แองโจลี่เอาน้ำเย็นมาให้ผมกับไมค์คนละขวด ผมรับมาดื่มแล้วถามหาไอ้ตู้เย็น...

error: Content is protected !!