รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 27 (จบ)

Share
Share

ตู้เย็น

ช่วงก่อนสอนปลายภาค ไอ้นนท์ช่วยเก็งข้อสอบให้ผมล่วงหน้าตั้ง 2 สัปดาห์ ช่วงนั้นผมหัวหมุนมากเป็นพิเศษ และแปลกใจมากที่ไอ้นนท์ไม่กังวลเกี่ยวกับการสอบเลย วันธรรมดาหลังเลิกเรียน มันยังไปทำงานพิเศษที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่และลมเย็นบาร์จนถึงเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ยังออกไปขี่รถรับส่งอาหาร ระหว่างที่มันไม่อยู่ด้วย ผมก็พยายามทบทวนหนังสือ มีวอกแวกไปเล่นเกมบ้างสักตาสองตาพอให้หายเครียด

วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายของทั้งผมและไอ้นนท์ ตามเวลาไอ้นนท์จะสอบเสร็จก่อน มันเลยบอกว่าจะมารออยู่ที่ห้องสมุดคณะ ผมสอบวิชาแคลคูลัสโดยใช้เวลาที่ให้มา 1 ชั่วโมงครึ่งก็ยังทำไม่ครบทุกข้อ แต่ไม่เป็นไร เท่าที่ทำได้ก็น่าจะพ้นเกรดเอฟแล้ว พอส่งกระดาษข้อสอบแล้ว ผมก็มาหาไอ้นนท์ เห็นมันนั่งชิลเล่นมือถืออยู่ในห้องประจำของพวกเรา

“ทำไมเสร็จช้าจังวะ ปล่อยให้กูรออยู่ตั้งนาน” ไอ้นนท์เงยหน้าขึ้นมาทัก

“กูไม่ได้หัวดีเหมือนมึงนี่นา อยากให้อาจารย์เพิ่มเวลาสอบวิชานี้เป็น 2 ชั่วโมง แค่ชั่วโมงครึ่งกูยังทำไม่ทันเสร็จเลย” ผมบ่นแล้วนั่งลงตรงข้ามมัน

“ข้อสอบแคลคูลัสภาคปกติอย่างง่ายอ่ะ กูทำชั่วโมงเดียวก็เสร็จละ”

ผมเหม็นหน้าคนขี้อวด “เออ… มึงมันเก่ง ขอให้ได้เกียรตินิยมแล้วกัน”

“เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทองกูต้องได้แน่ ๆ เออ… กูจองตั๋วไปกระบี่ให้แล้วนะ”

“งั้นไว้คืนนี้กูโอนค่าตั๋วให้ ไปหาอะไรกินกันเถอะ  ใช้สมองเยอะจนกูชักหิวแล้ว”

ตามที่ผมกับไอ้นนท์วางแผนกันไว้ หลังสอบเสร็จพวกเราจะไปเที่ยวทะเล เป็นการฉลองที่สอบเสร็จและฉลองวันเกิดผมด้วย ไอ้นนท์ทำสไลด์เกาะภาคใต้ที่น่าเที่ยวมานำเสนอผม ซึ่งผมแปลกใจว่ามันเอาเวลาไหนไปทำสไลด์ แต่ละเกาะที่มันเลือกมาดังและน่าไปเที่ยวทั้งนั้น มันให้สิทธิ์ผมเลือกในฐานะเจ้าของวันเกิด ผมเลือกหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่

พวกเรานั่งเครื่องบินมาลงที่จังหวัดกระบี่ จากนั้นนั่งเรือจากกระบี่มาชั่วโมงครึ่งก็ถึงท่าเรือหมู่เกาะพีพี มาถึงก็เห็นน้ำทะเลเป็นสีฟ้าใสตั้งแต่ที่ท่าเรือเลย ไอ้นนท์หาข้อมูลมาว่าหมู่เกาะพีพีประกอบไปด้วยเกาะ 6 เกาะ ถ้าจะมาค้างที่นี่ ต้องมาค้างที่เกาะพีพีคอน เพราะเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด เป็นศูนย์รวมที่มีท่าเรือ ที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้า มีเวิ้งอ่าวใหญ่ 2 อ่าว โอบล้อมด้วยแนวผาหินสูงชัน

ที่พักของพวกเราอยู่ห่างจากท่าเรือ 800 เมตร ลงเรือมาต้องเดินเท้าไปเท่านั้น เพราะบนเกาะไม่มีมอไซด์หรือรถโดยสารให้บริการ ที่พักของพวกเราใน 2 คืนนี้เป็บแบบบังกะโลเป็นหลัง มีความเป็นส่วนตัว ห้องสวย ตกแต่งด้วยไม้ ติดแอร์เย็นฉ่ำนอนสบาย

พอเช็คอินที่พักและเอาสัมภาระเข้ามาเก็บในห้อง พวกเราก็ออกมาเพื่อเดินไปยังจุดชมวิว เดินขึ้นมา 180 เมตร ก็ถึงจุดชมวิวที่เห็นลักษณะเกาะเป็นเวิ้งน้ำสองฝั่ง ล้อมด้วยเขาหินปูน ช่วงเวลาที่เรามาถึง เห็นน้ำเต็มทั้ง 2 ฝั่ง ตามข้อมูลที่ไอ้นนท์หามาบอกว่า น้ำตรงอ่าวฝั่งหนึ่งจะลดจนเริ่มแห้งตอนหลังบ่าย 3 โมง ทำให้ถ่ายรูปออกมาไม่สวย

“โอ้โห… วิวอย่างสวยอ่ะ แบบนี้ค่อยคุ้มค่ากับที่เดินมาเหนื่อย ๆ หน่อย ไหนมึงลองมายืนเป็นแบบให้กูถ่ายรูปหน่อยสิ” ไอ้นนท์หยิบมือถือขึ้นมาเล็ง แล้วโบกมือเรียกให้ผมเข้าไปในกล้อง

“วิวสวยก็ถ่ายวิวไปดิวะ”

“เอ้า… รูปวิวกูหาตามอินเตอร์เน็ตก็ได้ แต่รูปมึงยืนมีวิวสวย ๆ เป็นฉากหลัง ต้องถ่ายเองตอนนี้เท่านั้น อย่าดื้อดิวะ มาให้กูถ่ายรูปเก็บไว้หน่อย”

ผมยอมเดินเข้ากล้องให้ไอ้นนท์ถ่ายรูปเก็บไว้ 2-3 รูป จากนั้นมันก็เดินเข้ามากอดคอผม เปลี่ยนเป็นกล้องหน้าแล้วถ่ายเซลฟี่ พอได้รูปจนหนำใจแล้ว พวกเราก็ลงมากินอาหารกลางวัน มื้อนี้กินแค่พออิ่ม เพราะจะเก็บท้องไว้จัดเต็มอาหารทะเลเย็นนี้

หลังจากกินมื้อกลางวันเสร็จ เราก็เดินหาซื้อทัวร์เที่ยวเกาะพีพีเลในวันพรุ่งนี้ เราอยากไปกันแบบส่วนตัวเลยเหมาเรือหางยาวที่อยู่แถวอ่าวต้นไทร พรุ่งนี้คุณลุงจะพาพวกเราเที่ยวเกาะพีพีเล 3 ชั่วโมง

พอตกกลางคืน เกาะพีพีคอนก็เข้าสู่โหมดไนท์ไลฟ์ ร้านอาหารและบาร์ต่าง ๆ เปิดไฟสว่างสวยงาม ผมและไอ้นนท์เดินมายังร้านอาหารทะเลริมหาดที่จองไว้ ได้ชมพระอาทิตย์ตกดินและกินอาหารทะเลสด ๆ พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บ ๆ

เมื่ออิ่มท้องก็มาเดินเล่น แวะดูโชว์ควงไฟที่บาร์แห่งหนึ่ง คนแสดงควงลูกไฟในมืออย่างช่ำชอง ทั้งโยนขึ้นฟ้า ลอดแขนขา ทำเอาคนดูตื่นเต้นและเสียววาบ

พออิ่มตาอิ่มใจกับบรรยากาศทะเลตอนกลางคืนแล้ว พวกเราก็กลับที่พัก อาบน้ำเสร็จก็มานอนเล่นที่เตียง ตั้งแต่ผมใช้ชีวิตอยู่กับไอ้นนท์ ผมก็เปลี่ยนเวลามาเข้านอนหลังเที่ยงคืนจนชินซะแล้ว เพราะต้องรอมันเลิกงานกลับมาจากลมเย็นบาร์ ผมเปิดยูทูบดูไปเรื่อย ปล่อยให้เวลาล่วงผ่านไปจนกว่าจะถึงเวลาเข้านอน แล้วไอ้นนท์ก็สะกิดผม

“สุขสันต์วันเกิดนะมึง”

ผมดูเวลาที่มือถือ ตอนนี้ 0.00 น. พอดีเป๊ะ ปีนี้เป็นปีแรกที่มีคนกล่าวสุขสันต์วันเกิดให้ผมตั้งแต่ย่างเข้าวันใหม่ และปีนี้เป็นปีแรกที่ผมไม่ได้อยู่ฉลองวันเกิดกับครอบครัว ผมตกลงกับที่บ้านไว้แล้วว่าจะกลับไปฉลองวันเกิดย้อนหลังพร้อมหน้าพร้อมตากัน หลังกลับจากทริปเที่ยวกระบี่ และบอกพี่ข้าวไว้ว่าจะพาไอ้นนท์ไปที่บ้านด้วย แต่ไอ้นนท์ยังไม่รู้นะ ผมกะเซอร์ไพรซ์มันวันนั้นเลย

“กูยังไม่ได้ซื้อของขวัญวันเกิดให้มึงเลย ไม่รู้จะซื้ออะไรดี มึงมีของที่อยากได้ไหม? ไอ้นนท์ถาม

“อืม… ยังไม่มีอะไรที่กูอยากได้เลยว่ะ ไว้พรุ่งนี้กูขอคิดดูก่อน แล้วจะบอกมึงนะ”

“โอเค จริง ๆ กูง่วงตั้งนานแล้ว วันนี้เดินทางเหนื่อยชิบหาย แต่กูอดทนรอสุขสันต์วันเกิดมึงคนแรกเนี่ย งั้นเข้านอนกันดีกว่านะ”

เช้าวันต่อมา ผมตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น ผมให้ไอ้นนท์เข้าไปอาบน้ำก่อน แล้วผมค่อยอาบทีหลัง พอผมอาบเสร็จ เดินออกมาเห็นไอ้นนท์ยังไม่ใส่เสื้อ มันยื่นขวดครีมกันแดดให้ผม

“ทากันแดดที่หลังให้กูหน่อยสิ”

ผมตกใจกับคำขอ แล้วเขินหน้าแดง

“เฮ้ย! กูต้องทากันแดดให้มึงด้วยเหรอวะ?”

“ก็กูทาไม่ถึงนี่หว่า มึงเป็นแฟนกูก็ช่วยทาให้หน่อย วันนี้ออกไปตากแดดทั้งวัน กูไม่อยากหลังไหม้”

“แล้วมึงจะไม่ใส่เสื้อเหรอวันนี้” ผมถามอย่างซื่อ ๆ

“ไอ้ตู้เย็น… เราอุตส่าห์มาถึงทะเลกันทั้งทีนะเว้ย ต้องแต่งตัวให้เข้ากับบรรยากาศหน่อยสิวะ มึงทาให้กู แล้วเดี๋ยวกูทาให้มึง ตอนลงดำน้ำยังไงก็ต้องถอดเสื้ออยู่แล้ว อ่ะ… เอาไป”

พูดจบไอ้นนท์ก็ยัดขวดครีมกันแดดใส่มือผม ผมเปิดฝาขวดแล้วบีบครีมสีขาวขุ่นใส่ฝ่ามือ ไอ้นนท์โน้มตัวไปข้างหน้าแล้วหันหลังมาให้ผม จากนั้นผมป้ายครีมกันแดดลงไปที่หลังของมันแล้วลูบให้ทั่ว

ผิวของไอ้นนท์ขาวจั๊ว หลังเนียนเรียบสนิท ไม่มีสิว ไม่มีรอยดำเลยสักนิด ผมลูบจนครีมกันแดดซึมเข้าผิวมันดีแล้ว ไอ้นนท์ก็ลุกไปหยิบเสื้อเชิ้ตมาใส่โดยไม่ติดกระดุม จากนั้นมันก็หยิบขวดครีมกันแดดไปจากมือผม แล้วบีบครีมทาจนทั่วหลังผมบ้าง

“ข้างหน้ามึงทาเองนะ” พูดแล้วไอ้นนท์ก็ยื่นขวดครีมกันแดดให้

ผมรับมาแล้วบีบครีมกันแดดทาที่หน้าอก ท้อง คอ และแขนทั้งสองข้าง เสร็จแล้วก็หยิบเสื้อเชิ้ตแบบเดียวกับไอ้นนท์ขึ้นมาใส่ ซึ่งเราซื้อมาจากร้านเดียวกันแต่คนละสี ผมติดกระดุมเม็ดล่างเอาไว้หนึ่งเม็ด เพื่อให้เสื้อช่วยปกปิดขนที่ลามจากด้านล่างขึ้นมาที่สะดือ

เราสองคนเดินออกมาจากที่พัก มุ่งหน้าไปที่ท่าเรือ พอออกมาอยู่กลางแดด ผิวกายของไอ้นนท์สะท้อนแสง ทำให้ยิ่งดูสว่างขาวเข้าไปใหญ่ ผมแอบดูหน้าท้องแบนราบเกลี้ยงเกลาของมัน แล้วไล่สายตาขึ้นมาเห็นหัวนมสีชมพูสดใสราวกับลูกเบอร์รี่ ช่างต่างจากของผมที่ดูเหมือนลูกเกด ผมสงสัยจังว่าคนเราจะมีหัวนมเป็นสีชมพูได้ขนาดนั้นเลยเหรอ

“ไอ้นนท์ ทำไมหัวนมมึงชมพูจังวะ มึงแอบทาอะไรหรือเปล่า?”

“ไม่นะ กูไม่เคยทำอะไรกับหัวนมกูเลย แล้วปกติหัวนมมันไม่ใช่เป็นสีชมพูอยู่แล้วเหรอวะ?” พูดแล้วไอ้นนท์ก็เปิดเสื้อของผมจนเห็นหน้าอก “เฮ้ย… หัวนมไม่โดนแดดจะดำได้ไงวะ” แล้วมันก็หัวเราะคิกคัก “อย่าบอกนะว่าตรงอื่นที่ไม่โดนแดดของมึงก็ดำเหมือนกัน”

ผมอายหน้าแดง “ตรงอื่นที่ว่าน่ะตรงไหน พูดให้มันชัดเจนหน่อย” ผมพูดไปทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตรงอื่นที่ไอ้นนท์พูดหมายถึงตรงไหน

เราเดินมาจนถึงท่าเรือที่อ่าวต้นไทร เดินมาหาเจ้าของเรือที่เราจ่ายเงินจ้างให้พาทัวร์ไปแล้วเมื่อวานนี้ พอเจอกันลุงเจ้าของเรือก็หยิบเสื้อชูชีพยื่นให้พวกเราคนละตัว ไอ้นนท์รับมาแล้วถอดเสื้อเชิ้ตออก จากนั้นสวมเสื้อชูชีพแทน

“อ้าว… แล้วมึงไม่ใส่เสื้อเหรอ?”

“งั้นกูจะทาครีมกันแดดมาทำไมล่ะ มึงก็เหมือนกัน ถอดเสื้อเชิ้ตออกซะ”

พูดแล้วไอ้นนท์ก็ทำท่าจะเข้ามาช่วยถอดเสื้อเชิ้ตให้ผม ผมเห็นลุงเจ้าของเรือมองพวกเราอยู่จึงยกมือห้ามมันไว้

“ทำไมวะ มึงอายลูกเกดดำของมึงหรือไง?” ไอ้นนท์แหย่

“ลูกเกดดำบ้านมึงสิ” ผมทำเสียงฉุนใส่มันแล้วถอดเสื้อเชิ้ตออก จากนั้นสวมเสื้อชูชีพ พอใส่แค่นี้แล้วรู้สึกหวิว ๆ ยังไงไม่รู้

เมื่อพวกเราทั้งสองคนขึ้นเรือ ลุงเจ้าของเรือก็เข้าประจำที่ แล้วออกเรือหางยาวแล่นตัดน้ำทะเลสีฟ้าใสออกไป สถานที่ที่เรากำลังมุ่งไปคือเกาะพีพีเล ซึ่งเป็นเกาะที่มีภูเขาหินปูนสูงตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเล ข้างในภูเขามีอ่าวหลายอ่าวอยู่ในนั้น

จุดแวะแรกของทัวร์วันนี้คืออ่าวมาหยา อ่าวนี้ชื่อดังระดับโลก เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่องเดอะบีช ภาพยนตร์ปี 2000 ที่นำแสดงโดยลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ น้ำทะเลที่นี่เป็นสีฟ้าใส ทรายเนียนละเอียด ล้อมไปด้วยภูเขาสูง

ชมอ่าวมาหยาเสร็จ ลุงก็พาเราออกเรือไปอ่าวถัดไป ซึ่งคืออ่าวโล๊ะซามะ อยู่ติดกับอ่าวมาหยาเลย ตรงอ่าวนี้เหมาะแก่การดำน้ำดูปลามาก เพราะปลาเยอะ มองเห็นได้ชัดตั้งแต่อยู่บนเรือ ลุงเจ้าของเรือหยิบหน้ากากสน็อกเกิลให้พวกเราคนละอัน

พอใส่เสร็จไอ้นนท์ก็ค่อย ๆ หย่อนตัวลงไปในทะเล ทำอย่างกับกลัวปลาตกใจแล้วว่ายหนี ไอ้นนท์ถีบเรือผลักตัวเองให้ลอยออกไป มันกวักมือเรียกผม จากนั้นผมก็ลงน้ำตามมันไป

ในน้ำมีปลาเยอะมาก เรียกว่าชุกเลยดีกว่า แต่เป็นปลาอะไรผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ตัวมันใหญ่กว่าฝ่ามืออยู่หน่อย ตัวสีฟ้า บนหลังเป็นสีเหลือง มีแถบดำ 5 แถบพาดตลอดลำตัวดูเหมือนทางม้าลาย

ดำน้ำดูปลาจนหนำใจ ลุงเจ้าของเรือก็พาเรามาต่อที่อ่าวปิเละ พอเห็นน้ำทะเลที่นี่ ผมก็เชื่อแล้วว่าคำพูดที่พูดกันว่า น้ำทะเลสีเขียวเหมือนมรกตนั้นไม่ได้พูดเกินจริงเลย ตอนนี้น้ำทะเลสีแบบนั้นกำลังล้อมรอบตัวผม น้ำใสเหมือนแก้วที่พลิ้วไหวได้ มองไปทางไหนก็เห็นภูเขาหินปูนโอบล้อมเราไว้ ที่นี่คือสวรรค์บนดินชัด ๆ ยิ่งมากับคนพิเศษ ผมยิ่งมีความสุขจนเอ่อทะลักล้นออกมา ผมเดินไปที่หัวเรือแล้วเรียกไอ้นนท์

“ไอ้นนท์ ถ่ายรูปกูคู่กับวิวนี้ให้หน่อย”

ไอ้นนท์หันมายิ้ม มันคงงงอยู่หน่อย ๆ ที่ผมเอ่ยปากขอให้มันถ่ายรูปให้ เมื่อวานตอนขึ้นไปจุดชมวิวแล้วมันจะถ่ายรูปผม ผมยังงอแงใส่มันอยู่เลย มันหยิบมือถือขึ้นมา ยกขึ้นเล็งแล้วกดถ่ายให้ผม 3-4 รูป ผมเดินมาดูรูป วิวสวยขนาดนี้ ไม่ว่าใครถ่ายหรือถ่ายใคร ยังไงก็ออกมาสวยแน่ ๆ

“ถ่ายมุมนี้ให้กูบ้างดิ”

แล้วผมกับมันก็สลับตำแหน่งกัน หลังจากถ่ายรูปบนเรือกันเรียบร้อย เราสองคนก็กระโดดลงไปเล่นน้ำทะเล น้ำเขียวมรกตพยุงโอบอุ้มตัวเราไว้ ช่วยพาความเครียดที่ผมตรากตรำท่องจำหนังสือออกไปจากร่างกายจนหมด ผมไม่เคยรู้สึกผ่อนคลายแบบนี้มาก่อนเลย

จุดแวะสุดท้ายของทัวร์ครั้งนี้ ลุงเจ้าของเรือพาเรามาที่ถ้ำไวกิ้ง ซึ่งเป็นถ้ำขนาดใหญ่ในหมู่เกาะพีพี เมื่อก่อนถ้ำนี้ถูกใช้เป็นที่หลบพายุฝนให้กับคนที่ขี่เรือไปมา ลุงเจ้าของเรือเล่าให้ฟังว่าข้างในถ้ำมีหินงอกหินย้อย มีภาพเขียนสีสมัยประวัติศาสตร์ ที่สันนิษฐานว่าเขียนโดยนักเดินเรือหรือไม่ก็พวกโจรสลัด และในถ้ำนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกนางแอ่น น่าเสียดายที่ปัจจุบันไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปด้านใน เพราะพื้นที่ในถ้ำเป็นเขตสัมปทานรังนกของบริษัทผลิตเครื่องดื่มรังนกยี่ห้อหนึ่ง

กลับมาถึงเกาะพีพีคอน พวกเราก็เดินกลับที่พัก ถึงแม้เมื่อเข้าผมจะทาครีมกันแดด แต่มันก็มีระยะเวลาป้องกันแดดตามประสิทธิภาพของมัน แถมคงละลายไปกับน้ำทะเลบ้าง ตอนนี้ผิวกายผมดูคล้ำแดด เห็นเป็นรอยเสื้อชูชีพ พอดูไอ้นนท์มันก็เป็นเหมือนกัน แต่หัวนมสีชมพูเหมือนผลเบอร์รี่ของมันยังสุกสดใสอยู่ ผมอดไม่ได้ที่จะทัก

“นมมึงชมพู๊… ชมพูเนอะ ยังกับผลเบอร์รี่สุกงั้นน่ะ”

“ตั้งแต่เมื่อเช้าละ นี่มึงหมกมุ่นอะไรกับหัวนมกูนักหนาเนี่ย?”

โดนถามอย่างนั้นผมก็เขินน่าแดง รีบหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไปล้างเนื้อล้างตัว เลร็จแล้วก็ออกมาเปลี่ยนกับไอ้นนท์ ตกค่ำเราไปกินอาหารกันที่ร้านริมหาด ดูพระอาทิตย์ตกที่เกาะพีพีคอนเป็นวันสุดท้ายของทริป

“เออ… เรื่องของขวัญวันเกิดที่เมื่อคืนมึงบอกว่าจะเก็บเอาไปคิดดูก่อน ตอนนี้มึงคิดออกหรือยังวะว่าอยากจะได้อะไร?” ไอ้นนท์ถาม

“อืม… ไม่ขอเป็นของละกัน คืนนี้ขอกูกินนมเบอร์รี่ของมึงหน่อยดิ” ผมพูดพลางยื่นหน้ายิ้มแป้นใส่มัน

“ไอ้บ้า! มึงนี่…”

ไอ้นนท์เหมือนจะพูดอะไรต่อแต่ก็ไม่พูด คราวนี้ผมเป็นฝ่ายทำมันเขินหน้าแดงบ้าง ตอนนี้ผมกำลังชั่งใจอยู่ว่าจะบอกมันเลยดีไหมเรื่องวันมะรืนที่จะให้มันไปเลี้ยงฉลองวันเกิดของผมย้อนหลังกับครอบครัวที่บ้าน ใจหนึ่งก็อยากแกล้งไม่ให้มันตั้งตัวทัน จะเก็บไว้บอกวันมะรืนเลย อีกใจก็อยากบอกให้มันรู้และเตรียมใจไว้แต่เนิ่น ๆ

งั้นเจอกันครึ่งทาง ไว้ผมค่อยบอกมันพรุ่งนี้ละกัน ทุกปีต่อจากนี้ ของขวัญวันเกิดจากมัน ผมไม่ขออะไรมาก ขอแค่มีมันอยู่เคียงข้างกันแบบนี้ตลอดไปเสมอ ๆ ก็มีความสุขที่สุดแล้ว

จบ


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 26

นนท์ ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยกับคอนโดของไอ้ตู้เย็นแล้ว แต่พอมันไม่อยู่ ห้องนี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมเกิดอาการคิดถึงมันขึ้นมา เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ตามลำพังมาได้ตลอด พอห่างจากผม ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เย็นจะรู้สึกเหงาและคิดถึงแบบเดียวกันหรือเปล่า อยู่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำ วันนี้ผมเลยจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารไวกว่าปกติละกัน ขณะกำลังจะลุกไปเตรียมตัว...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 25

ตู้เย็น อาบน้ำเย็น ๆ ชำระล้างเหงื่อไคลจนสะอาดสะอ้านแล้วผมก็สดชื่นขึ้นมาทันที ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กำลังจะเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนก็เห็นไอ้นนท์นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี หัวเราะคิกคัก สายตาจ้องไปที่หน้าจอมือถือในมือ “ขำอะไรวะ แบ่งกูดูบ้างสิ” “พี่แองโจลี่ส่งคลิปที่มึงใส่ชุดมาสคอตมาให้ดู มึงนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 24

นนท์ ผมตามพี่แองโจลี่มาลองชุดกับพี่ไก่แจ้ เสื้อผ้าวันนี้มาในธีมสีแดงสดใสร้อนแรง พี่ไก่แจ้เลือกให้พวกเราคนละ 2 ชุด จากนั้นพาทุกคนมาที่หน้าเวทีเพื่อซ้อมเดินแบบ ซ้อมกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้พัก พี่แองโจลี่เอาน้ำเย็นมาให้ผมกับไมค์คนละขวด ผมรับมาดื่มแล้วถามหาไอ้ตู้เย็น...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 23

ตู้เย็น นานะบอกผมว่าเธอเป็นเอเซ็กซ์ชวลตอนที่เราไปร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่ด้วยกัน เธอสังเกตเห็นไอ้นนท์ฮึดฮัดท่าทางเหมือนไม่พอใจ เธอก็สันนิษฐานว่ามันน่าจะโกรธผมกับเธอหรือเปล่า ตอนนั้นผมยังไม่เชื่อเธอ แต่ตอนนี้รู้จากปากของไอ้นนท์เองแล้วว่ามันหึงผมกับนานะจริง รสนิยมทางเพศ นอกจากชายจริงหญิงแท้ ผมก็รู้จักเกย์ เลสเบี้ยน ไบเซ็กซ์ชวลและทรานส์เจนเดอร์ แต่เอเซ็กซ์ชวลที่นานะพูดถึง...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!