นิยาย

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 27 (จบ)

Share

ตู้เย็น

ช่วงก่อนสอนปลายภาค ไอ้นนท์ช่วยเก็งข้อสอบให้ผมล่วงหน้าตั้ง 2 สัปดาห์ ช่วงนั้นผมหัวหมุนมากเป็นพิเศษ และแปลกใจมากที่ไอ้นนท์ไม่กังวลเกี่ยวกับการสอบเลย วันธรรมดาหลังเลิกเรียน มันยังไปทำงานพิเศษที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่และลมเย็นบาร์จนถึงเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ยังออกไปขี่รถรับส่งอาหาร ระหว่างที่มันไม่อยู่ด้วย ผมก็พยายามทบทวนหนังสือ มีวอกแวกไปเล่นเกมบ้างสักตาสองตาพอให้หายเครียด

วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายของทั้งผมและไอ้นนท์ ตามเวลาไอ้นนท์จะสอบเสร็จก่อน มันเลยบอกว่าจะมารออยู่ที่ห้องสมุดคณะ ผมสอบวิชาแคลคูลัสโดยใช้เวลาที่ให้มา 1 ชั่วโมงครึ่งก็ยังทำไม่ครบทุกข้อ แต่ไม่เป็นไร เท่าที่ทำได้ก็น่าจะพ้นเกรดเอฟแล้ว พอส่งกระดาษข้อสอบแล้ว ผมก็มาหาไอ้นนท์ เห็นมันนั่งชิลเล่นมือถืออยู่ในห้องประจำของพวกเรา

“ทำไมเสร็จช้าจังวะ ปล่อยให้กูรออยู่ตั้งนาน” ไอ้นนท์เงยหน้าขึ้นมาทัก

“กูไม่ได้หัวดีเหมือนมึงนี่นา อยากให้อาจารย์เพิ่มเวลาสอบวิชานี้เป็น 2 ชั่วโมง แค่ชั่วโมงครึ่งกูยังทำไม่ทันเสร็จเลย” ผมบ่นแล้วนั่งลงตรงข้ามมัน

“ข้อสอบแคลคูลัสภาคปกติอย่างง่ายอ่ะ กูทำชั่วโมงเดียวก็เสร็จละ”

ผมเหม็นหน้าคนขี้อวด “เออ… มึงมันเก่ง ขอให้ได้เกียรตินิยมแล้วกัน”

“เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทองกูต้องได้แน่ ๆ เออ… กูจองตั๋วไปกระบี่ให้แล้วนะ”

“งั้นไว้คืนนี้กูโอนค่าตั๋วให้ ไปหาอะไรกินกันเถอะ  ใช้สมองเยอะจนกูชักหิวแล้ว”

ตามที่ผมกับไอ้นนท์วางแผนกันไว้ หลังสอบเสร็จพวกเราจะไปเที่ยวทะเล เป็นการฉลองที่สอบเสร็จและฉลองวันเกิดผมด้วย ไอ้นนท์ทำสไลด์เกาะภาคใต้ที่น่าเที่ยวมานำเสนอผม ซึ่งผมแปลกใจว่ามันเอาเวลาไหนไปทำสไลด์ แต่ละเกาะที่มันเลือกมาดังและน่าไปเที่ยวทั้งนั้น มันให้สิทธิ์ผมเลือกในฐานะเจ้าของวันเกิด ผมเลือกหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่

พวกเรานั่งเครื่องบินมาลงที่จังหวัดกระบี่ จากนั้นนั่งเรือจากกระบี่มาชั่วโมงครึ่งก็ถึงท่าเรือหมู่เกาะพีพี มาถึงก็เห็นน้ำทะเลเป็นสีฟ้าใสตั้งแต่ที่ท่าเรือเลย ไอ้นนท์หาข้อมูลมาว่าหมู่เกาะพีพีประกอบไปด้วยเกาะ 6 เกาะ ถ้าจะมาค้างที่นี่ ต้องมาค้างที่เกาะพีพีคอน เพราะเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด เป็นศูนย์รวมที่มีท่าเรือ ที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้า มีเวิ้งอ่าวใหญ่ 2 อ่าว โอบล้อมด้วยแนวผาหินสูงชัน

ที่พักของพวกเราอยู่ห่างจากท่าเรือ 800 เมตร ลงเรือมาต้องเดินเท้าไปเท่านั้น เพราะบนเกาะไม่มีมอไซด์หรือรถโดยสารให้บริการ ที่พักของพวกเราใน 2 คืนนี้เป็บแบบบังกะโลเป็นหลัง มีความเป็นส่วนตัว ห้องสวย ตกแต่งด้วยไม้ ติดแอร์เย็นฉ่ำนอนสบาย

พอเช็คอินที่พักและเอาสัมภาระเข้ามาเก็บในห้อง พวกเราก็ออกมาเพื่อเดินไปยังจุดชมวิว เดินขึ้นมา 180 เมตร ก็ถึงจุดชมวิวที่เห็นลักษณะเกาะเป็นเวิ้งน้ำสองฝั่ง ล้อมด้วยเขาหินปูน ช่วงเวลาที่เรามาถึง เห็นน้ำเต็มทั้ง 2 ฝั่ง ตามข้อมูลที่ไอ้นนท์หามาบอกว่า น้ำตรงอ่าวฝั่งหนึ่งจะลดจนเริ่มแห้งตอนหลังบ่าย 3 โมง ทำให้ถ่ายรูปออกมาไม่สวย

“โอ้โห… วิวอย่างสวยอ่ะ แบบนี้ค่อยคุ้มค่ากับที่เดินมาเหนื่อย ๆ หน่อย ไหนมึงลองมายืนเป็นแบบให้กูถ่ายรูปหน่อยสิ” ไอ้นนท์หยิบมือถือขึ้นมาเล็ง แล้วโบกมือเรียกให้ผมเข้าไปในกล้อง

“วิวสวยก็ถ่ายวิวไปดิวะ”

“เอ้า… รูปวิวกูหาตามอินเตอร์เน็ตก็ได้ แต่รูปมึงยืนมีวิวสวย ๆ เป็นฉากหลัง ต้องถ่ายเองตอนนี้เท่านั้น อย่าดื้อดิวะ มาให้กูถ่ายรูปเก็บไว้หน่อย”

ผมยอมเดินเข้ากล้องให้ไอ้นนท์ถ่ายรูปเก็บไว้ 2-3 รูป จากนั้นมันก็เดินเข้ามากอดคอผม เปลี่ยนเป็นกล้องหน้าแล้วถ่ายเซลฟี่ พอได้รูปจนหนำใจแล้ว พวกเราก็ลงมากินอาหารกลางวัน มื้อนี้กินแค่พออิ่ม เพราะจะเก็บท้องไว้จัดเต็มอาหารทะเลเย็นนี้

หลังจากกินมื้อกลางวันเสร็จ เราก็เดินหาซื้อทัวร์เที่ยวเกาะพีพีเลในวันพรุ่งนี้ เราอยากไปกันแบบส่วนตัวเลยเหมาเรือหางยาวที่อยู่แถวอ่าวต้นไทร พรุ่งนี้คุณลุงจะพาพวกเราเที่ยวเกาะพีพีเล 3 ชั่วโมง

พอตกกลางคืน เกาะพีพีคอนก็เข้าสู่โหมดไนท์ไลฟ์ ร้านอาหารและบาร์ต่าง ๆ เปิดไฟสว่างสวยงาม ผมและไอ้นนท์เดินมายังร้านอาหารทะเลริมหาดที่จองไว้ ได้ชมพระอาทิตย์ตกดินและกินอาหารทะเลสด ๆ พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บ ๆ

เมื่ออิ่มท้องก็มาเดินเล่น แวะดูโชว์ควงไฟที่บาร์แห่งหนึ่ง คนแสดงควงลูกไฟในมืออย่างช่ำชอง ทั้งโยนขึ้นฟ้า ลอดแขนขา ทำเอาคนดูตื่นเต้นและเสียววาบ

พออิ่มตาอิ่มใจกับบรรยากาศทะเลตอนกลางคืนแล้ว พวกเราก็กลับที่พัก อาบน้ำเสร็จก็มานอนเล่นที่เตียง ตั้งแต่ผมใช้ชีวิตอยู่กับไอ้นนท์ ผมก็เปลี่ยนเวลามาเข้านอนหลังเที่ยงคืนจนชินซะแล้ว เพราะต้องรอมันเลิกงานกลับมาจากลมเย็นบาร์ ผมเปิดยูทูบดูไปเรื่อย ปล่อยให้เวลาล่วงผ่านไปจนกว่าจะถึงเวลาเข้านอน แล้วไอ้นนท์ก็สะกิดผม

“สุขสันต์วันเกิดนะมึง”

ผมดูเวลาที่มือถือ ตอนนี้ 0.00 น. พอดีเป๊ะ ปีนี้เป็นปีแรกที่มีคนกล่าวสุขสันต์วันเกิดให้ผมตั้งแต่ย่างเข้าวันใหม่ และปีนี้เป็นปีแรกที่ผมไม่ได้อยู่ฉลองวันเกิดกับครอบครัว ผมตกลงกับที่บ้านไว้แล้วว่าจะกลับไปฉลองวันเกิดย้อนหลังพร้อมหน้าพร้อมตากัน หลังกลับจากทริปเที่ยวกระบี่ และบอกพี่ข้าวไว้ว่าจะพาไอ้นนท์ไปที่บ้านด้วย แต่ไอ้นนท์ยังไม่รู้นะ ผมกะเซอร์ไพรซ์มันวันนั้นเลย

“กูยังไม่ได้ซื้อของขวัญวันเกิดให้มึงเลย ไม่รู้จะซื้ออะไรดี มึงมีของที่อยากได้ไหม? ไอ้นนท์ถาม

“อืม… ยังไม่มีอะไรที่กูอยากได้เลยว่ะ ไว้พรุ่งนี้กูขอคิดดูก่อน แล้วจะบอกมึงนะ”

“โอเค จริง ๆ กูง่วงตั้งนานแล้ว วันนี้เดินทางเหนื่อยชิบหาย แต่กูอดทนรอสุขสันต์วันเกิดมึงคนแรกเนี่ย งั้นเข้านอนกันดีกว่านะ”

เช้าวันต่อมา ผมตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น ผมให้ไอ้นนท์เข้าไปอาบน้ำก่อน แล้วผมค่อยอาบทีหลัง พอผมอาบเสร็จ เดินออกมาเห็นไอ้นนท์ยังไม่ใส่เสื้อ มันยื่นขวดครีมกันแดดให้ผม

“ทากันแดดที่หลังให้กูหน่อยสิ”

ผมตกใจกับคำขอ แล้วเขินหน้าแดง

“เฮ้ย! กูต้องทากันแดดให้มึงด้วยเหรอวะ?”

“ก็กูทาไม่ถึงนี่หว่า มึงเป็นแฟนกูก็ช่วยทาให้หน่อย วันนี้ออกไปตากแดดทั้งวัน กูไม่อยากหลังไหม้”

“แล้วมึงจะไม่ใส่เสื้อเหรอวันนี้” ผมถามอย่างซื่อ ๆ

“ไอ้ตู้เย็น… เราอุตส่าห์มาถึงทะเลกันทั้งทีนะเว้ย ต้องแต่งตัวให้เข้ากับบรรยากาศหน่อยสิวะ มึงทาให้กู แล้วเดี๋ยวกูทาให้มึง ตอนลงดำน้ำยังไงก็ต้องถอดเสื้ออยู่แล้ว อ่ะ… เอาไป”

พูดจบไอ้นนท์ก็ยัดขวดครีมกันแดดใส่มือผม ผมเปิดฝาขวดแล้วบีบครีมสีขาวขุ่นใส่ฝ่ามือ ไอ้นนท์โน้มตัวไปข้างหน้าแล้วหันหลังมาให้ผม จากนั้นผมป้ายครีมกันแดดลงไปที่หลังของมันแล้วลูบให้ทั่ว

ผิวของไอ้นนท์ขาวจั๊ว หลังเนียนเรียบสนิท ไม่มีสิว ไม่มีรอยดำเลยสักนิด ผมลูบจนครีมกันแดดซึมเข้าผิวมันดีแล้ว ไอ้นนท์ก็ลุกไปหยิบเสื้อเชิ้ตมาใส่โดยไม่ติดกระดุม จากนั้นมันก็หยิบขวดครีมกันแดดไปจากมือผม แล้วบีบครีมทาจนทั่วหลังผมบ้าง

“ข้างหน้ามึงทาเองนะ” พูดแล้วไอ้นนท์ก็ยื่นขวดครีมกันแดดให้

ผมรับมาแล้วบีบครีมกันแดดทาที่หน้าอก ท้อง คอ และแขนทั้งสองข้าง เสร็จแล้วก็หยิบเสื้อเชิ้ตแบบเดียวกับไอ้นนท์ขึ้นมาใส่ ซึ่งเราซื้อมาจากร้านเดียวกันแต่คนละสี ผมติดกระดุมเม็ดล่างเอาไว้หนึ่งเม็ด เพื่อให้เสื้อช่วยปกปิดขนที่ลามจากด้านล่างขึ้นมาที่สะดือ

เราสองคนเดินออกมาจากที่พัก มุ่งหน้าไปที่ท่าเรือ พอออกมาอยู่กลางแดด ผิวกายของไอ้นนท์สะท้อนแสง ทำให้ยิ่งดูสว่างขาวเข้าไปใหญ่ ผมแอบดูหน้าท้องแบนราบเกลี้ยงเกลาของมัน แล้วไล่สายตาขึ้นมาเห็นหัวนมสีชมพูสดใสราวกับลูกเบอร์รี่ ช่างต่างจากของผมที่ดูเหมือนลูกเกด ผมสงสัยจังว่าคนเราจะมีหัวนมเป็นสีชมพูได้ขนาดนั้นเลยเหรอ

“ไอ้นนท์ ทำไมหัวนมมึงชมพูจังวะ มึงแอบทาอะไรหรือเปล่า?”

“ไม่นะ กูไม่เคยทำอะไรกับหัวนมกูเลย แล้วปกติหัวนมมันไม่ใช่เป็นสีชมพูอยู่แล้วเหรอวะ?” พูดแล้วไอ้นนท์ก็เปิดเสื้อของผมจนเห็นหน้าอก “เฮ้ย… หัวนมไม่โดนแดดจะดำได้ไงวะ” แล้วมันก็หัวเราะคิกคัก “อย่าบอกนะว่าตรงอื่นที่ไม่โดนแดดของมึงก็ดำเหมือนกัน”

ผมอายหน้าแดง “ตรงอื่นที่ว่าน่ะตรงไหน พูดให้มันชัดเจนหน่อย” ผมพูดไปทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตรงอื่นที่ไอ้นนท์พูดหมายถึงตรงไหน

เราเดินมาจนถึงท่าเรือที่อ่าวต้นไทร เดินมาหาเจ้าของเรือที่เราจ่ายเงินจ้างให้พาทัวร์ไปแล้วเมื่อวานนี้ พอเจอกันลุงเจ้าของเรือก็หยิบเสื้อชูชีพยื่นให้พวกเราคนละตัว ไอ้นนท์รับมาแล้วถอดเสื้อเชิ้ตออก จากนั้นสวมเสื้อชูชีพแทน

“อ้าว… แล้วมึงไม่ใส่เสื้อเหรอ?”

“งั้นกูจะทาครีมกันแดดมาทำไมล่ะ มึงก็เหมือนกัน ถอดเสื้อเชิ้ตออกซะ”

พูดแล้วไอ้นนท์ก็ทำท่าจะเข้ามาช่วยถอดเสื้อเชิ้ตให้ผม ผมเห็นลุงเจ้าของเรือมองพวกเราอยู่จึงยกมือห้ามมันไว้

“ทำไมวะ มึงอายลูกเกดดำของมึงหรือไง?” ไอ้นนท์แหย่

“ลูกเกดดำบ้านมึงสิ” ผมทำเสียงฉุนใส่มันแล้วถอดเสื้อเชิ้ตออก จากนั้นสวมเสื้อชูชีพ พอใส่แค่นี้แล้วรู้สึกหวิว ๆ ยังไงไม่รู้

เมื่อพวกเราทั้งสองคนขึ้นเรือ ลุงเจ้าของเรือก็เข้าประจำที่ แล้วออกเรือหางยาวแล่นตัดน้ำทะเลสีฟ้าใสออกไป สถานที่ที่เรากำลังมุ่งไปคือเกาะพีพีเล ซึ่งเป็นเกาะที่มีภูเขาหินปูนสูงตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเล ข้างในภูเขามีอ่าวหลายอ่าวอยู่ในนั้น

จุดแวะแรกของทัวร์วันนี้คืออ่าวมาหยา อ่าวนี้ชื่อดังระดับโลก เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่องเดอะบีช ภาพยนตร์ปี 2000 ที่นำแสดงโดยลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ น้ำทะเลที่นี่เป็นสีฟ้าใส ทรายเนียนละเอียด ล้อมไปด้วยภูเขาสูง

ชมอ่าวมาหยาเสร็จ ลุงก็พาเราออกเรือไปอ่าวถัดไป ซึ่งคืออ่าวโล๊ะซามะ อยู่ติดกับอ่าวมาหยาเลย ตรงอ่าวนี้เหมาะแก่การดำน้ำดูปลามาก เพราะปลาเยอะ มองเห็นได้ชัดตั้งแต่อยู่บนเรือ ลุงเจ้าของเรือหยิบหน้ากากสน็อกเกิลให้พวกเราคนละอัน

พอใส่เสร็จไอ้นนท์ก็ค่อย ๆ หย่อนตัวลงไปในทะเล ทำอย่างกับกลัวปลาตกใจแล้วว่ายหนี ไอ้นนท์ถีบเรือผลักตัวเองให้ลอยออกไป มันกวักมือเรียกผม จากนั้นผมก็ลงน้ำตามมันไป

ในน้ำมีปลาเยอะมาก เรียกว่าชุกเลยดีกว่า แต่เป็นปลาอะไรผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ตัวมันใหญ่กว่าฝ่ามืออยู่หน่อย ตัวสีฟ้า บนหลังเป็นสีเหลือง มีแถบดำ 5 แถบพาดตลอดลำตัวดูเหมือนทางม้าลาย

ดำน้ำดูปลาจนหนำใจ ลุงเจ้าของเรือก็พาเรามาต่อที่อ่าวปิเละ พอเห็นน้ำทะเลที่นี่ ผมก็เชื่อแล้วว่าคำพูดที่พูดกันว่า น้ำทะเลสีเขียวเหมือนมรกตนั้นไม่ได้พูดเกินจริงเลย ตอนนี้น้ำทะเลสีแบบนั้นกำลังล้อมรอบตัวผม น้ำใสเหมือนแก้วที่พลิ้วไหวได้ มองไปทางไหนก็เห็นภูเขาหินปูนโอบล้อมเราไว้ ที่นี่คือสวรรค์บนดินชัด ๆ ยิ่งมากับคนพิเศษ ผมยิ่งมีความสุขจนเอ่อทะลักล้นออกมา ผมเดินไปที่หัวเรือแล้วเรียกไอ้นนท์

“ไอ้นนท์ ถ่ายรูปกูคู่กับวิวนี้ให้หน่อย”

ไอ้นนท์หันมายิ้ม มันคงงงอยู่หน่อย ๆ ที่ผมเอ่ยปากขอให้มันถ่ายรูปให้ เมื่อวานตอนขึ้นไปจุดชมวิวแล้วมันจะถ่ายรูปผม ผมยังงอแงใส่มันอยู่เลย มันหยิบมือถือขึ้นมา ยกขึ้นเล็งแล้วกดถ่ายให้ผม 3-4 รูป ผมเดินมาดูรูป วิวสวยขนาดนี้ ไม่ว่าใครถ่ายหรือถ่ายใคร ยังไงก็ออกมาสวยแน่ ๆ

“ถ่ายมุมนี้ให้กูบ้างดิ”

แล้วผมกับมันก็สลับตำแหน่งกัน หลังจากถ่ายรูปบนเรือกันเรียบร้อย เราสองคนก็กระโดดลงไปเล่นน้ำทะเล น้ำเขียวมรกตพยุงโอบอุ้มตัวเราไว้ ช่วยพาความเครียดที่ผมตรากตรำท่องจำหนังสือออกไปจากร่างกายจนหมด ผมไม่เคยรู้สึกผ่อนคลายแบบนี้มาก่อนเลย

จุดแวะสุดท้ายของทัวร์ครั้งนี้ ลุงเจ้าของเรือพาเรามาที่ถ้ำไวกิ้ง ซึ่งเป็นถ้ำขนาดใหญ่ในหมู่เกาะพีพี เมื่อก่อนถ้ำนี้ถูกใช้เป็นที่หลบพายุฝนให้กับคนที่ขี่เรือไปมา ลุงเจ้าของเรือเล่าให้ฟังว่าข้างในถ้ำมีหินงอกหินย้อย มีภาพเขียนสีสมัยประวัติศาสตร์ ที่สันนิษฐานว่าเขียนโดยนักเดินเรือหรือไม่ก็พวกโจรสลัด และในถ้ำนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกนางแอ่น น่าเสียดายที่ปัจจุบันไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปด้านใน เพราะพื้นที่ในถ้ำเป็นเขตสัมปทานรังนกของบริษัทผลิตเครื่องดื่มรังนกยี่ห้อหนึ่ง

กลับมาถึงเกาะพีพีคอน พวกเราก็เดินกลับที่พัก ถึงแม้เมื่อเข้าผมจะทาครีมกันแดด แต่มันก็มีระยะเวลาป้องกันแดดตามประสิทธิภาพของมัน แถมคงละลายไปกับน้ำทะเลบ้าง ตอนนี้ผิวกายผมดูคล้ำแดด เห็นเป็นรอยเสื้อชูชีพ พอดูไอ้นนท์มันก็เป็นเหมือนกัน แต่หัวนมสีชมพูเหมือนผลเบอร์รี่ของมันยังสุกสดใสอยู่ ผมอดไม่ได้ที่จะทัก

“นมมึงชมพู๊… ชมพูเนอะ ยังกับผลเบอร์รี่สุกงั้นน่ะ”

“ตั้งแต่เมื่อเช้าละ นี่มึงหมกมุ่นอะไรกับหัวนมกูนักหนาเนี่ย?”

โดนถามอย่างนั้นผมก็เขินน่าแดง รีบหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไปล้างเนื้อล้างตัว เลร็จแล้วก็ออกมาเปลี่ยนกับไอ้นนท์ ตกค่ำเราไปกินอาหารกันที่ร้านริมหาด ดูพระอาทิตย์ตกที่เกาะพีพีคอนเป็นวันสุดท้ายของทริป

“เออ… เรื่องของขวัญวันเกิดที่เมื่อคืนมึงบอกว่าจะเก็บเอาไปคิดดูก่อน ตอนนี้มึงคิดออกหรือยังวะว่าอยากจะได้อะไร?” ไอ้นนท์ถาม

“อืม… ไม่ขอเป็นของละกัน คืนนี้ขอกูกินนมเบอร์รี่ของมึงหน่อยดิ” ผมพูดพลางยื่นหน้ายิ้มแป้นใส่มัน

“ไอ้บ้า! มึงนี่…”

ไอ้นนท์เหมือนจะพูดอะไรต่อแต่ก็ไม่พูด คราวนี้ผมเป็นฝ่ายทำมันเขินหน้าแดงบ้าง ตอนนี้ผมกำลังชั่งใจอยู่ว่าจะบอกมันเลยดีไหมเรื่องวันมะรืนที่จะให้มันไปเลี้ยงฉลองวันเกิดของผมย้อนหลังกับครอบครัวที่บ้าน ใจหนึ่งก็อยากแกล้งไม่ให้มันตั้งตัวทัน จะเก็บไว้บอกวันมะรืนเลย อีกใจก็อยากบอกให้มันรู้และเตรียมใจไว้แต่เนิ่น ๆ

งั้นเจอกันครึ่งทาง ไว้ผมค่อยบอกมันพรุ่งนี้ละกัน ทุกปีต่อจากนี้ ของขวัญวันเกิดจากมัน ผมไม่ขออะไรมาก ขอแค่มีมันอยู่เคียงข้างกันแบบนี้ตลอดไปเสมอ ๆ ก็มีความสุขที่สุดแล้ว

จบ


Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 26

นนท์ ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยกับคอนโดของไอ้ตู้เย็นแล้ว แต่พอมันไม่อยู่ ห้องนี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมเกิดอาการคิดถึงมันขึ้นมา เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ตามลำพังมาได้ตลอด พอห่างจากผม ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เย็นจะรู้สึกเหงาและคิดถึงแบบเดียวกันหรือเปล่า อยู่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำ วันนี้ผมเลยจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารไวกว่าปกติละกัน ขณะกำลังจะลุกไปเตรียมตัว...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 25

ตู้เย็น อาบน้ำเย็น ๆ ชำระล้างเหงื่อไคลจนสะอาดสะอ้านแล้วผมก็สดชื่นขึ้นมาทันที ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กำลังจะเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนก็เห็นไอ้นนท์นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี หัวเราะคิกคัก สายตาจ้องไปที่หน้าจอมือถือในมือ “ขำอะไรวะ แบ่งกูดูบ้างสิ” “พี่แองโจลี่ส่งคลิปที่มึงใส่ชุดมาสคอตมาให้ดู มึงนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 24

นนท์ ผมตามพี่แองโจลี่มาลองชุดกับพี่ไก่แจ้ เสื้อผ้าวันนี้มาในธีมสีแดงสดใสร้อนแรง พี่ไก่แจ้เลือกให้พวกเราคนละ 2 ชุด จากนั้นพาทุกคนมาที่หน้าเวทีเพื่อซ้อมเดินแบบ ซ้อมกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้พัก พี่แองโจลี่เอาน้ำเย็นมาให้ผมกับไมค์คนละขวด ผมรับมาดื่มแล้วถามหาไอ้ตู้เย็น...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 23

ตู้เย็น นานะบอกผมว่าเธอเป็นเอเซ็กซ์ชวลตอนที่เราไปร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่ด้วยกัน เธอสังเกตเห็นไอ้นนท์ฮึดฮัดท่าทางเหมือนไม่พอใจ เธอก็สันนิษฐานว่ามันน่าจะโกรธผมกับเธอหรือเปล่า ตอนนั้นผมยังไม่เชื่อเธอ แต่ตอนนี้รู้จากปากของไอ้นนท์เองแล้วว่ามันหึงผมกับนานะจริง รสนิยมทางเพศ นอกจากชายจริงหญิงแท้ ผมก็รู้จักเกย์ เลสเบี้ยน ไบเซ็กซ์ชวลและทรานส์เจนเดอร์ แต่เอเซ็กซ์ชวลที่นานะพูดถึง...

error: Content is protected !!