รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 17

Share
Share

ตู้เย็น

ไอ้นนท์ดูแปลกไป จู่ ๆ มันก็ขี่มอไซด์เหมือนคนเพิ่งเริ่มหัด พอขับพ้นรถติดมาได้ มันก็แวะจอดข้างทาง ผมเห็นว่าไม่น่าดีเลยลงจากรถก่อน เดินไปจะถามไถ่ แต่ต้องตกใจกับใบหน้าซีดขาวไร้เลือดฝาดของมัน

“เฮ้ยไอ้นนท์! มึงเป็นอะไรไปวะ?”

ไอ้นนท์ทำสีหน้าไม่ดี ท่าทางดูพะอืดพะอม

“กูไม่ค่อยไหวว่ะ ปกติเห็นเลือดออกนิดเดียวก็ใจไม่ดีแล้ว แต่นี่มาเห็นคนเลือดท่วมอย่างนี้กูไม่ไหวจริง ๆ ว่ะ”

“มึงกลัวเลือดเหรอวะ? งั้นจอดรถทิ้งไว้แล้วลงมาก่อนดีกว่า”

ไอ้นนท์ดับเครื่องมอไซด์แล้วลงจากรถมา ผมช่วยประคองเพราะมันดูอ่อนแรงเหลือเกิน

อ้วก…กกก!

มันอ้วกเอาก๋วยเตี๋ยวที่กินเมื่อตอนกลางวันออกมาเลอะพื้น ผมเอามือไปลูบหลังให้มัน หวังช่วยบรรเทาอาการ

“ลูบขึ้นดิวะ”

“โทษที ๆ” ผมเปลี่ยนมาลูบจากกลางหลังแล้วไล่ขึ้นมาข้างบน

“ยังไงต้องเอาอาหารไปส่งให้ได้ ลูกค้ากำลังรออยู่ มึงช่วยขับแทนกูได้ไหม?”

ขนาดรู้สึกไม่สบาย มันยังมีความรับผิดชอบ เรื่องแค่นี้ทำไมผมจะช่วยเหลือมันไม่ได้ ผมขึ้นไปนั่งบนมอไซด์แล้วสตาร์ทเครื่อง พอไอ้นนท์ขึ้นซ้อนท้ายผมก็ออกรถ แผนที่ในแอพบอกให้เลี้ยวซ้ายด้านหน้าอีก 100 เมตร จากนั้นเข้าซอย 3 ไปอีก 200 เมตรก็มาถึงบ้านของลูกค้าที่สั่งอาหาร

“โทรหาลูกค้าจากในแอพ กดปุ่มตรงรูปโทรศัพท์ได้เลย”

ไอ้นนท์บอก ผมทำตาม ไม่นานก็มีคนรับสาย

“เอาอาหารที่สั่งมาส่งครับคุณลูกค้า อ๋อ… ได้ครับ ให้แขวนไว้ที่รั้วเลยนะครับ ขอบคุณครับ”

ผมวางสายแล้วเดินไปหยิบถุงใส่อาหารออกมาจากกระเป๋าท้ายรถ เอาไปแขวนไว้บนรั้วเหล็กตามที่ลูกค้าบอก จากนั้นก็กลับมาขี่มอไซด์ มุ่งหน้ากลับคอนโด

“เป็นยังไงบ้างวะ?” ผมหันไปถามคนข้างหลัง เมื่อเอามอไซด์ไปจอดในช่อง

“ดีขึ้นแล้วว่ะ ขอบใจมึงมากนะที่อุตส่าห์มาเป็นเพื่อนกูวันนี้ ถ้าไม่ได้มึงช่วยกูแย่แน่ ๆ ว่ะ เออ… แล้วเย็นนี้เราจะกินอะไรกันดีวะ? ของในตู้เย็นที่ห้องมึงหมดเกลี้ยงแล้ว  กูลืมบอกให้มึงแวะซื้อของที่ตลาด”

เป็นขนาดนี้มันยังห่วงเรื่องมื้อเย็นวันนี้

“ไม่เป็นไร ไว้ค่อยไปตลาดกันวันหลัง เย็นนี้สั่งอาหารจากในแอพมากินก่อนแล้วกัน” ผมลุกไปตบหลังมัน แล้วเราสองคนก็ขึ้นไปบนห้อง

แล้วก็มาถึงวันประกวดดาวเดือน ตามจริงผมไม่อยากมางานพวกนี้เท่าไหร่หรอก แต่ไอ้นนท์คะยั้นคะยอว่าผมต้องมาให้กำลังใจมันให้ได้ อีกอย่างที่งานคืนนี้มีอาหารเลี้ยง เลยช่วยผมประหยัดค่าข้าวไปได้ 1 มื้อ

ช่วงนี้ผมใช้เงินประหยัดกว่าเดิม เพราะเป็นช่วงเทศกาลเกมลดราคา ผมเก็บเงินไว้ซื้อเกมมาทำคอนเทนต์ลงช่องยูทูบ บางเกมที่ผมจ้องอยากได้ ลดราคาลงมาถึง 50 เปอร์เซนต์เลยก็มี ช่วงนี้จึงเป็นเวลาที่ดีที่น่าซื้อเกมมาดองไว้ในคอม

หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ไอ้นนท์มาสิงอยู่ที่คอนโดผม เพื่อให้ผมสอนมันเล่นอูคูเลเล่สำหรับขึ้นแสดงในคืนนี้ ระหว่างที่มันมาอยู่ด้วยก็ช่วยทำความสะอาดห้อง รีดชุดนักศึกษาให้ ทำอาหารเช้าอร่อย ๆ ให้กิน นอกจากตอนเรียนกับตอนไปทำงานพิเศษ พวกเราสองคนเรียกว่าแทบจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ผมกำลังเริ่มชินกับวิถีชีวิตที่มีไอ้นนท์อยู่ด้วย แค่คืนนี้จะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว

ไอ้นนท์ถือว่ามีพัฒนาการที่ดี สำหรับเวลาฝึกแค่ 1 สัปดาห์กว่า ๆ ในการเล่นอูคูเลเล่เป็นเพลงและร้องเพลงไปด้วย เพลงที่มันเล่นมีเพียง 4 คอร์ดพื้นฐาน มันฝึกเล่นจนเปลี่ยนคอร์ดได้โดยไม่ต้องก้มไปมอง ผมฟังมันร้องเพลงเดิมซ้ำ ๆ มาเป็นร้อยรอบ จนไม่รู้ว่าเพราะหรือไม่ คงต้องให้กรรมการประจำเวทีคืนนี้เป็นคนตัดสิน

พี่แป้งรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการบนเวที สร้างบรรยากาศคืนนี้ให้คึกคักสนุกสนาน และคอยส่งเข้าสู่การแสดงของผู้เข้าประกวด ตอนนี้เวลา 2 ทุ่มกว่า ๆ มีการแสดงไปแล้ว 3-4 คน บางคนร้องเพลง บางคนเต้นโคฟเวอร์เพลงเกาหลี การแสดงของแต่ละคนดึงเสน่ห์เฉพาะตัวของคน ๆ นั้นออกมาให้ผู้ชมได้สัมผัส ผมรอดูว่าไอ้นนท์จะทำแบบนั้นได้หรือเปล่า แต่คนต่อไปที่ขึ้นมาแสดงบนเวทียังไม่ใช่มัน แล้วมือถือในกระเป๋ากางเกงของผมก็สั่น

“มึงยังอยู่ที่งานใช่ไหม? คิวต่อไปเป็นคิวกูแล้วนะเว้ย” น้ำเสียงไอ้นนท์ฟังดูร้อนรน

“กูนั่งอยู่หน้าเวทีกับพวกพี่ริวเนี่ย แล้วมึงเป็นไงบ้าง ตื่นเต้นไหมวะ?”

“ตื่นเต้นดิวะถามได้ กูโคตรตื่นเต้นเลยเนี่ยตอนนี้ ไม่เคยแสดงอะไรต่อหน้าคนเยอะ ๆ แบบนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าจะรอดหรือเปล่า?” เสียงไอ้นนท์ประหม่า

“เอาน่า… มึงซ้อมมาขนาดนั้นต้องออกมาดีสิวะ เอาให้เหมือนตอนที่มึงเล่นให้กูฟังก็โอเคแล้ว”

ผมได้ยินเสียงถอนหายใจยืดยาวดังมาจากในมือถือ

“แค่นี้แหละ มึงเตรียมตัวเถอะ สู้ ๆ นะเว้ย กูเป็นกำลังใจให้”

พูดแค่นั้นผมก็ชิงวางสาย ไม่อยากคุยต่อให้ยืดยาว อยากให้ไอ้นนท์ใช้เวลาทำสมาธิ จดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังจะทำในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้ามากกว่า

“โอ้โห… เต้นเป๊ะปังอลังการเวอร์ นี่นึกว่าเด็กฝึกค่ายวายจีมาเต้นเองเลยนะเนี่ย เอาล่ะค่ะ เรามาสัมภาษณ์ทำความรู้จักกับผู้เข้าประกวดสาวคนนี้หน่อยดีกว่า”

พี่แป้งถามคำถามกับผู้เข้าประกวดคนนี้ที่เพิ่งเต้นโคฟเวอร์เพลงของวงแบล็กพิงค์ด้วยคำถามไม่ค่อยต่างจากที่ถามผู้เข้าประกวดคนอื่นสักเท่าไหร่

“เอาล่ะค่ะ… ต่อไปเรามาดูการแสดงของหนุ่ม ๆ กันบ้างดีกว่า หนุ่มคนนี้เรียกว่าเป็นขวัญใจแม่ยกคณะเราเลยทีเดียว โดยเฉพาะแก๊งสันทนาการปี 2 ของดิฮั้น ไม่รอช้า ขอเสียงปรบมือดัง ๆ ให้กับน้องนนท์นนท์!”

กรี๊ด…ดดด!

หน่นน๊น… นนน!

ไอ้นนท์เดินขึ้นเวทีมาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ พร้อมอูคูเลเล่ในมือ มันมายืนหน้าไมโครโฟน รอให้เสียงเชียร์เงียบลงสักนิด แล้วก็พูดแนะนำตัว

“สวัสดีครับ ชื่อนนท์นะครับ ชื่อจริงชื่อนนท์ ชื่อเล่นก็ชื่อนนท์ครับ เพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่นี่เลยเรียกผมว่านนท์นนท์ วันนี้ผมจะมาร้องเพลงพร้อมเล่นอูคูเลเล่ไปด้วยครับ บอกไว้ก่อนว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมยังเล่นอูคูเลเล่ไม่เป็น ร้องเพลงยังไม่เอาไหนอยู่เลย ตอนนี้คิดว่าทำทั้งสองอย่างได้ดีขึ้นมาหน่อยแล้ว ยังไงฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้ผมจนจบการแสดงด้วยนะครับ”

ไอ้นนท์พูดเกริ่นเสียยืดยาว มันสูดหายใจ จับอูคูเลเล่ขึ้นมาอยู่ในท่าถนัด แล้วก็เริ่มดีดอินโทรเพลงด้วยคอร์ดซี สายตาของมันมองมายังหมู่ผู้ชม แล้วก็เริ่มร้องเพลง

ฝนตกอีกแล้ว

คืนนี้คงหนาวกว่าคืนไหน ๆ

เพลงที่ไอ้นนท์เลือกมาแสดงในคืนนี้คือเพลงฝนตกไหมของวงทรีแมนดาวน์ เนื้อหาเล่าถึงคืนที่ฝนตก ชายคนหนึ่งนึกเป็นห่วงสาวที่เขาแอบชอบ เลยเผลอโทรมาถามว่าตรงที่เธออยู่ฝนตกหรือเปล่า ถ้าเธอเกิดกลัวฟ้าร้องหรือไม่มีคนคอยดูแล เขาพร้อมจะไปหาและอยู่เป็นเพื่อน แต่จริง ๆ แล้วในใจเขารู้ดีว่าข้างกายของเธอมีคนคอยดูแลอยู่แล้ว เขาจึงได้แต่อยู่คนเดียวเหงา ๆ ในคืนที่ฝนโปรยลงมา

อารมณ์เพลงออกจะเหงา น้อยใจเปล่าเปลี่ยว แต่น้ำเสียงที่ไอ้นนท์ใช้และสายตาที่มันสื่ออารมณ์ส่งมายังคนดู ได้เปลี่ยนอารมณ์ของเพลงให้เหมือนกับว่ามันกำลังอ้อนใครสักคนว่าอยากไปหาในคืนฝนตก บรรดาสาว ๆ หน้าเวทีแพ้ลูกอ้อน จินตนาการว่าสาวคนที่มันจะไปหาคือตัวเอง

ตลอดการแสดง ไอ้นนท์มองคนดูอย่างทั่วถึง ตอนแรกผมคิดว่ามันจะประหม่าตื่นเวที จนไม่กล้าสบตาใคร การแสดงที่ดีต้องรักษาอายคอนแทคกับคนดูแบบนี้แหละ ระหว่างที่มันกวาดสายตามองมาแถวที่ผมนั่งอยู่ ผมก็ชูมือโบกน้อย ๆ พอให้มันเห็นว่าผมดูมันจากตรงนี้

พอมันเห็นผม ไม่รู้ว่าคิดอะไรถึงได้แกล้งส่งจูบมาให้ เกิดเสียงกรี๊ดชอบใจจนคนดูหันมามองตามว่ามันส่งจูบให้ใคร ผมรีบหดมือกลับ กลัวมีคนสังเกตว่าเมื่อกี้ผมกับมันสื่อสารกัน

ไอ้นนท์ร้องเพลงจบและดีดโน้ตตัวสุดท้าย เสียงโห่ร้องด้วยความชอบใจดังขึ้นกระหึ่ม พี่แองโจลี่คว้าดอกไม้ประดับโต๊ะในแจกัน ติดมือขึ้นไปบนเวที เอาไปให้ไอ้นนท์

“โอ้… ขอบคุณครับพี่”

พี่แองโจลี่สวมกอดไอ้นนท์แล้วจุ๊บหลอก ๆ ที่แก้มมันหนึ่งที สร้างเสียงกรี๊ดหัวเราะเฮฮา แล้วพี่แองโจลี่หันมาหาคนดูหน้าเวที ทำหน้าเชิดหยิ่งให้คนดูหมั่นไส้เล่น

“เดี๋ยวนะคะ ๆ คุณจะมาทำอย่างนี้กับผู้เข้าแข่งขันของดิฮั้นไม่ได้นะคะคุณแองโจลี่” พี่แป้งพูดแซวออกไมค์แล้วเดินขึ้นมาบนเวที

เมื่อผู้เข้าประกวดดาวเดือนขึ้นแสดงความสามารถพิเศษบนเวทีครบทุกคนแล้ว กรรมการก็รวบรวมคะแนนเพื่อหาผู้ชนะที่ได้รับตำแหน่งดาวเดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์ประจำปีนี้ ผู้เข้าชิงทั้ง 20 คน ขึ้นมายืนรวมกันบนเวที ทำให้เวทีที่เล็กอยู่แล้ว ดูคับแคบขึ้นมาทันที

การประกาศผลจะเริ่มจากรองอันดับ 2 ดาวคณะ แล้วสลับมาประกาศรองอันดับ 2 เดือนคณะ ซึ่งไอ้นนท์พลาดตำแหน่งนี้ มาถึงตำแหน่งรองอันดับ 1 เดือนคณะก็ยังไม่ใช่มัน เอาล่ะ… มาถึงนาทีที่ทุกคนได้ลุ้นไปพร้อมกัน พี่แป้งประกาศว่าคนที่ได้เป็นดาวคณะวิศวกรรมประจำปีนี้คือ นานะ สาวหน้าตาน่ารักที่เต้นโคฟเวอร์เพลงของวงแบล็กพิงค์ได้เหมือนเป๊ะ อย่างกับไปซ้อมกับศิลปินตัวจริงมา

ต่อไปเหลืออีกตำแหน่งเดียวคือเดือนคณะ ตอนนี้เหลือผู้ท้าชิงอยู่ 4 คน แต่คนที่มีโอกาสลุ้นคงมีเพียงแค่ 2 คนเท่านั้นคือไอ้นนท์กับไอ้เนส ตอบจบการแสดงของ 2 คนนี้ได้รับเสียงตอบรับพอ ๆ กัน และก็หน้าตาดีด้วยกันทั้งคู่

“และผู้ที่ได้รับตำแหน่งเดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์ประจำปีนี้ได้แก่…” พี่แป้งเว้นจังหวะให้ดนตรีขึ้น “น้องนนท์นนท์จากสาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ค่า…”

ไอ้นนท์เบิกตาโต ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ตำแหน่งนี้ พี่ปี 2 นำเอาสายสะพายและมงกุฎดอกไม้มาใส่ให้มัน จากนั้นให้มายืนคู่กับนานะตรงกลางเวทีให้คนมาถ่ายรูป แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปและมือถือถูกยิงวิบวับ ดูแล้วน่าเวียนหัวแทนคนที่อยู่บนเวที

วันนี้วันจันทร์ พวกเราวงอินเดอะมูดฟอร์เลิฟมาเล่นดนตรีสดกันที่ร้านลมเย็นบาร์เหมือนเช่นเคย อีกวันหนึ่งที่มาเล่นที่นี่คือวันพฤหัส ถึงแม้พวกเราจะเพิ่งมาเล่นได้ไม่กี่ครั้ง แต่ก็มีแฟนคลับกับเขาแล้ว วันนี้มีก๊วนพี่ ๆ แฟนคลับของพวกเราจำนวน 3-4 คน จองโต๊ะหน้าสุด ผมคิดว่าพวกเขาติดตามเพราะชอบการเอนเตอร์เทนและเสียงร้องของไอ้ดินปืน

พอถึงเวลา 4 ทุ่มครึ่ง พวกเราก็จบการแสดง คืนนี้ไอ้ดินปืนจะขี่มอไซด์ไปส่งผมที่คอนโด ระหว่างที่เดินมาที่รถ มันก็ถามผมขึ้นมาว่า

“เออนี่… ได้ยินมาว่าไอ้นนท์ได้เป็นเดือนคณะมึงเหรอ?”

ไม่แปลกที่คนต่างคณะจะรู้ว่าไอ้นนท์ได้เป็นเดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์ประจำปีนี้ เพราะคลิปตอนมันขึ้นแสดง ถูกอัพโหลดขึ้นเฟซบุคและแชร์กันไปอย่างกว้างขวางในหมู่นักศึกษามหาลัยของผม

“ใช่… ทำไมวะ?”

“มึงจำวันนั้นที่พี่จั๊บ พี่รหัสกูบ่นเรื่องคิดหัวข้องานส่งอาจารย์ไม่ออกได้หรือเปล่า? เมื่อวานพี่แกโทรมาบอกว่าคิดงานออกแล้ว จะถ่ายเอ็มวีอะไรนี่แหละ แล้วอยากได้ไอ้นนท์มาเป็นพระเอก มึงช่วยติดต่อมันให้หน่อยสิ พี่จั๊บเขามีค่าจ้างให้ด้วยนะ”


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 27 (จบ)

ตู้เย็น ช่วงก่อนสอนปลายภาค ไอ้นนท์ช่วยเก็งข้อสอบให้ผมล่วงหน้าตั้ง 2 สัปดาห์ ช่วงนั้นผมหัวหมุนมากเป็นพิเศษ และแปลกใจมากที่ไอ้นนท์ไม่กังวลเกี่ยวกับการสอบเลย วันธรรมดาหลังเลิกเรียน มันยังไปทำงานพิเศษที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่และลมเย็นบาร์จนถึงเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ยังออกไปขี่รถรับส่งอาหาร ระหว่างที่มันไม่อยู่ด้วย ผมก็พยายามทบทวนหนังสือ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 26

นนท์ ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยกับคอนโดของไอ้ตู้เย็นแล้ว แต่พอมันไม่อยู่ ห้องนี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมเกิดอาการคิดถึงมันขึ้นมา เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ตามลำพังมาได้ตลอด พอห่างจากผม ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เย็นจะรู้สึกเหงาและคิดถึงแบบเดียวกันหรือเปล่า อยู่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำ วันนี้ผมเลยจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารไวกว่าปกติละกัน ขณะกำลังจะลุกไปเตรียมตัว...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 25

ตู้เย็น อาบน้ำเย็น ๆ ชำระล้างเหงื่อไคลจนสะอาดสะอ้านแล้วผมก็สดชื่นขึ้นมาทันที ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กำลังจะเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนก็เห็นไอ้นนท์นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี หัวเราะคิกคัก สายตาจ้องไปที่หน้าจอมือถือในมือ “ขำอะไรวะ แบ่งกูดูบ้างสิ” “พี่แองโจลี่ส่งคลิปที่มึงใส่ชุดมาสคอตมาให้ดู มึงนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 24

นนท์ ผมตามพี่แองโจลี่มาลองชุดกับพี่ไก่แจ้ เสื้อผ้าวันนี้มาในธีมสีแดงสดใสร้อนแรง พี่ไก่แจ้เลือกให้พวกเราคนละ 2 ชุด จากนั้นพาทุกคนมาที่หน้าเวทีเพื่อซ้อมเดินแบบ ซ้อมกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้พัก พี่แองโจลี่เอาน้ำเย็นมาให้ผมกับไมค์คนละขวด ผมรับมาดื่มแล้วถามหาไอ้ตู้เย็น...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!