รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 8

Share
Share

นนท์

เมื่อวานตอนเย็นผมโทรไปที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่ เพื่อสอบถามเรื่องทำงานพาร์ทไทม์ ได้คุยกับพี่ส้มเจ้าของร้านคร่าว ๆ ถึงขอบเขตของการทำงาน ความยืดหยุ่นในการทำงานและเรื่องค่าตอบแทน วันนี้พี่ส้มนัดสัมภาษณ์ผมที่ร้านเพื่อดูหน้าค่าตา พูดคุยสอบถามทัศนะคติว่าเหมาะสมที่จะร่วมงานกับร้านไหม

ผมมาถึงร้านตรงตามเวลานัด เดินเข้าไปก็ตรงไปถามพนักงานที่เคาน์เตอร์ แล้วบอกว่ามีนัดกับพี่ส้ม ปรากฎว่าพนักงานคนที่ผมคุยด้วยคือพี่ส้ม

“พี่นี่แหละพี่ส้ม ใช่น้องนนท์ที่นัดสัมภาษณ์งานไว้หรือเปล่า?”

“ใช่ครับ สวัสดีครับพี่ส้ม”

พนักงานที่เพิ่งล้างแก้วเสร็จ เดินมาอยู่ข้างพี่ส้ม “พนักงานใหม่เหรอพี่ อุ้ย! หล่อเชียว รับเข้าทำงานค่ะ สะดวกเริ่มงานเลยไหมจ๊ะ เดี๋ยวพี่กิ่งแก้วคนนี้จะสอนงานให้”

ผมยิ้มแก้เขินให้พี่กิ่งแก้ว พี่เขาเป็นผู้ชายออกสาว

“เดี๋ยวสิกิ่งแก้ว รอพี่คุยกับน้องเขาก่อน มา ๆ เราไปนั่งตรงโน้นดีกว่า”

พี่ส้มพูดแล้วเดินออกมาจากเคาน์เตอร์ เดินนำผมไปนั่งที่โต๊ะข้างกระจกใสที่มองทะลุออกไปเห็นสวนนอกร้าน

“ทำไมถึงอยากมาทำงานที่นี่ล่ะจ๊ะ?”

“วันก่อนผมมีนัดที่ร้านนี้ เห็นร้านพี่บรรยากาศดี ร่มรื่น น่าทำงาน ไม่ไกลจากมหาลัยเท่าไหร่ แถมยินดีรับนักศึกษา ผมก็เลยคิดว่าเหมาะกับตัวเองดี เลยอยากมาหารายได้เสริมครับ”

“หารายได้แบ่งเบาภาระพ่อแม่สินะจ๊ะ”

“พ่อกับแม่ผมเสียไปนานแล้วครับ ผมออกมาอยู่คนเดียวได้สักพักแล้ว งานไหนที่ตัวเองทำได้ผมทำหมด ใครจ้างอะไรผมไม่เคยเกี่ยง พอเข้ามหาลัยผมอยากเก็บเงินให้ได้เยอะ ๆ ผมฝันว่าอยากไปทำงานที่ต่างประเทศ”

“โห… ทำงานส่งตัวเองเรียนได้พี่นับถือเลย ยิ่งค่าเทอมมหาลัยสมัยนี้แพง ๆ อยู่ด้วย”

“โชคดีว่าผมได้ทุนจากมหาลัยครับ ตรงนี้เลยช่วยผมได้เยอะเลย”

“ว้าว… เด็กทุนซะด้วย โอเค พี่รับเราเข้าทำงาน เด็กเก่ง เด็กขยันแบบนี้พี่สนับสนุน”

“ขอบคุณครับพี่”

ในที่สุดผมก็ได้ยินคำที่อยากได้ยิน ผมบอกพี่ส้มว่าสะดวกเข้างานทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ช่วงเย็น ๆ เป็นต้นไป โดยพี่ส้มจะจ่ายค่าแรงให้เป็นรายชั่วโมง พี่ส้มแนะนำร้านว่าเปิดมาได้ 4 ปีแล้ว แกเข้ามาดูแลร้านทุกวัน เคยมีพนักงานประจำ 2 คน คือพี่กิ่งแก้วกับอีกคนเพิ่งลาออกไปเลี้ยงลูก ร้านเลยต้องรับพนักงานเพิ่ม

พี่ส้มให้ผมเริ่มทำงานวันจันทร์หน้านี้เลย แรกเริ่มให้ผมลองทำงานวันละ 3 ชั่วโมงก่อน เข้างานตอน 5 โมงเย็น เลิก 2 ทุ่ม หลังจากร่ำลากันเสร็จ ผมก็ขี่มอไซด์ออกมาจากร้าน จะกลับหอไปเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมทำงานขับรถรับส่งอาหารเดลิเวอรี ระหว่างทาง พลันสายตาของผมก็เหลือบไปเห็นป้ายไวนิลเขียนว่ารับสมัครพนักงานตัวเบ้อเริ่ม แขวนอยู่หน้ากำแพงร้านแห่งหนึ่ง ผมเบรกมอไซด์แล้วหันไปดู

รับสมัครพนักงานเสิร์ฟพาร์ทไทม์ สนใจติดต่อด้านในร้าน

มองเข้าไปในร้านน่าจะเป็นร้านเหล้า ใช่จริง ๆ ด้วย ที่หน้าร้านมีป้ายติดไว้ว่าลมเย็นบาร์ ผมสนใจงานเสิร์ฟอาหารที่นี่ ถ้าเป็นร้านเหล้าก็ต้องเปิดดึก ผมเลิกงานที่กรีนเฮาส์คาเฟ่ตอน 2 ทุ่ม มีเวลาเหลืออีกตั้งเยอะ เอาเวลาที่ว่างมาเปลี่ยนเป็นเงินดีกว่า

ผมเลี้ยวรถเข้าไปในร้าน จอดมอไซด์ไว้ใต้ต้นหูกระจงที่ปลูกติดกับกำแพงหน้าร้าน พอดับเครื่องมอไซด์ก็ได้ยินเสียงเพลงดังมาจากในร้าน ผมเดินเข้าไปเห็นผู้ชาย 3 คนยืนเล่นเพลงของ แซม สมิธ อยู่บนเวที ผมไม่ได้สนใจพวกเขา แต่สนใจพี่ผู้ชายเสื้อดำที่นั่งอยู่หน้าเวทีมากกว่า ดูราศีแล้วน่าจะเป็นเจ้าของร้าน

“สวัสดีครับพี่ ผมเห็นป้ายรับสมัครพนักงานเสิร์ฟติดอยู่หน้าร้าน ไม่ทราบว่ายังรับอยู่หรือเปล่าครับ?”

“รับอยู่ ๆ ไอ้น้องสนใจเหรอ ดี ๆ ที่ร้านกำลังขาดคนพอดี สะดวกเริ่มงานเมื่อไหร่ล่ะ วันนี้เลยไหม?”

“ผมสะดวกเริ่มงานวันจันทร์หน้าครับ เสาร์อาทิตย์พอดีติดงานอื่น ขอทำงานแค่วันจันทร์ถึงศุกร์ได้ไหมครับ?”

“ไม่มีปัญหา งั้นพี่ขอชื่อกับเบอร์โทรเราหน่อย”

ผมบอกชื่อกับเบอร์โทรให้พี่เขาไป

“โอเค เรียบร้อย ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะ”

“พี่รับผมเข้าทำงานแล้วเหรอครับ?”

“ใช่น่ะสิ ลืมบอกไปพี่ชื่อสุเมธนะ เป็นเจ้าของร้านนี้”

“ขอบคุณครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับพี่สุเมธ”

ผมออกจะประหลาดใจเล็กน้อยที่ถูกรับเข้าทำงานง่ายขนาดนี้ แค่ถามชื่อกับเบอร์โทร ไม่ต้องสัมภาษณ์อะไรสักคำ ก็ดีเหมือนกัน ผมจะได้รีบไปขับเดลิเวอรี

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”

“เดี๋ยวสิ ถ้าไม่รีบไปไหน ช่วยอยู่ดูวงนี้เล่นดนตรีเป็นเพื่อนพี่หน่อย ไม่นานหรอก วงนี้มาสมัครเล่นที่ร้านน่ะ น้องช่วยดูหน่อยว่าใช้ได้ไหม?” พี่สุเมธพยักพเยิดไปบนเวที

ผมหันไปมองบนเวที พวกเขาเป็นวงดนตรีที่มีกัน 3 คน เดี๋ยวนะ มือกีตาร์คนนั้นหน้าคุ้น ๆ ไอ้ตู้เย็นนี่หว่า ไม่ยักรู้ว่ามันเล่นดนตรีเป็นกับเขาด้วย ผมยิ้มแล้วยักคิ้วทักทายมัน ท่าทางมันเขินอายที่เจอคนรู้จักในเวลาเช่นนี้

“จบไปแล้วนะครับกับเพลง แอมน็อทดิโอนลีวัน ของ แซม สมิธ จากอัลบั้ม อินเดอะโลนลีอาว นะครับ เพลงนี้เนี่ยเรียกว่าเป็นเพลงแจ้งเกิดของศิลปินคนนี้เลยก็ว่าได้ ใครอยากฟังเพลงไหนของศิลปินคนนี้ขอเข้ามาได้นะครับ วงเราเล่นได้แทบทุกเพลงของคนนี้ เอาล่ะครับ ต่อไปวงอินเดอะมูดฟอร์เลิฟ เราจะพาทุกท่านไปฟังเพลงของศิลปินรุ่นใหญ่กันบ้างกับเพลง น็อทติงส์กอนนาเชนจ์มายเลิฟฟอร์ยู ของ จอร์จ เบนสัน ขอเสียงปรบมือให้กำลังใจพวกเราและเชิญฟังได้เลยครับ”

ผมเคลิ้มตามคำพูดของนักร้องนำและปรบมือไปเองโดยไม่รู้ตัว นอกจากเขาคนนี้จะร้องเพลงเพราะ สำเนียงใช้ได้ ลีลาการพูดคุยกับคนฟังยังเหมือนดีเจอีกด้วย แล้วพวกเขาก็ขึ้นอินโทรเพลง

ตอนแรกที่ได้ยินชื่อเพลง ผมไม่รู้จักว่าเป็นเพลงอะไร แต่พอถึงท่อนฮุกถึงได้คุ้นหูว่าเคยได้ยินมาผ่าน ๆ เป็นเพลงประจำยุค 80 มั้งถ้าจำไม่ผิด ผมลื่นไหลไปกับอารมณ์เพลง เนื้อหาของเพลงหวานซึ้งกินใจ จนนึกว่ากำลังอยู่ในงานแต่งงานของคู่บ่าวสาวสักคู่หนึ่ง รู้ตัวอีกทีเพลงก็จบแล้ว ผมปรบมืออย่างชื่นชมจากใจจริง

“ขอบคุณครับ เพลงที่เพิ่งจบไปเมื่อกี้ชื่อเพลง น็อทติงส์กอนนาเชนจ์มายเลิฟฟอร์ยู ของ จอร์จ เบนสัน เป็นเพลงปี 1985 เนื้อหาว่าด้วยความรักของชายหนุ่มที่มีให้แฟนสาว เป็นความรักที่มั่นคง แม้ชีวิตเขาจะเปลี่ยนแปลง โลกนี้จะแปรเปลี่ยนไปยังไง ก็ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนความรักของเขาที่มีให้เธอได้ อาจฟังดูน้ำเน่าใช่ไหมครับ แต่สำหรับผมเพลงนี้เป็นเพลงโรแมนติกเพลงโปรดของผมเลย”

นักร้องนำเพื่อนไอ้ตู้เย็นคนนี้น่าประทับใจ เสียงร้องเพราะ มีพูดเนื้อหาเกี่ยวกับเพลงให้คนฟังได้ทราบ ผมไม่เคยฟังดนตรีสดกลางคืน ไม่รู้ว่านักร้องวงอื่นคุยเล่นกับคนฟังอย่างนี้ไหม แต่แบบนี้ผมชอบ ดูมีปฏิสัมพันธ์มากกว่าแค่ร้องเพลงแล้วจบไป

“เพลงต่อไปเพลงสุดท้ายของวันนี้แล้วนะครับ ขยับมาเล่นเพลงยุคปัจจุบันที่คุ้นหูพวกเรากันบ้างนะครับ เป็นเพลงจากวงโปรด วงไอดอลของพวกเราเลยก็ว่าได้ นั่นคือวงมารูนไฟว์ วงนี้เนี่ยมีผลงานเพลงออกมามากมาย เพลงที่ดัง ๆ มีอยู่หลายเพลง วันนี้พวกเราเลือกเพลงจังหวะสนุก ๆ อย่าง ซันเดย์มอร์นิ่ง ครับ เชิญฟังกันได้เลย”

ผมรู้จักเพลงนี้ ซันเดย์มอร์นิ่ง เป็นเพลงที่ดังเพลงหนึ่งของวงมารูนไฟว์ ต่างประเทศหลายคนชอบเอาไปคัฟเวอร์ประกวดในรายการ เดอะวอยซ์ หรือพวกรายการ ก็อททาเลนท์ ทั้งหลาย วงมารูนไฟว์ เป็นวงโปรดของผมเหมือนกัน ผมชอบเปิดเพลงของพวกเขาแล้วอ่านเนื้อร้องตาม เป็นวิธีฝึกภาษาอังกฤษแบบหนึ่งของผม พอนักร้องเริ่มร้อง ผมก็เริ่มร้องตามเบา ๆ

“ซันเดย์มอร์นิ่ง เรนอิสฟอลลิ่ง”

เมื่อเพลงจบผมและพี่สุเมธก็ปรบมือให้นักดนตรีวงนี้ด้วยความชอบใจ นักร้องนำดูจะอิ่มอกอิ่มใจที่มีคนชอบเพลงที่เขาร้องและเล่น แม้จะฟังกันอยู่แค่สองคนก็เถอะ ผมมองไปที่ไอ้ตู้เย็น มันทำหน้านิ่งไม่ยินดียินร้าย แหม… ทำเป็นเก๊กเข้าเถอะ เมื่อมันสบตาผม ผมก็ยกนิ้วโป้งให้ มันเห็นแล้วทำยักไหล่ เหมือนในใจจะพูดว่า ไม่ต้องชมกูหรอก กูเก่งจริง กูรู้ตัวเองดี น่าหมั่นไส้มันจริง ๆ

“โอเค! นัมเบอร์วัน! พี่ให้มาเล่นช่วง 3 ทุ่ม ตอนลูกค้ากำลังพีค ๆ ของดี ๆ อย่างนี้โลกต้องได้เห็น” พี่สุเมธลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนเก้าอี้ล้ม สองมือชูกดไลค์ให้นักดนตรีที่เพิ่งทำการแสดงจบ

“ให้พวกผมมาเล่นวันไหนบ้างครับ ตอนนี้เพิ่งเปิดเทอม เรียนยังไม่หนัก พวกผมสะดวกมาเล่นได้ทุกวันเลย” นักร้องนำถามพี่สุเมษอย่างกระตือรือร้น

“จริง ๆ พี่ก็อยากให้พวกน้องมาเล่นทุกวันนะ แต่ร้านพี่มีวงอื่นมาเล่นด้วย งั้นวงน้องมาเล่นวันจันทร์กับพฤหัสก็แล้วกัน

“โอเคครับ เดี๋ยววันจันทร์นี้พวกผมไม่ทำให้พี่ผิดหวังแน่นอน”

พี่สุเมธยกมือเยี่ยมให้อีกครั้ง แล้วเดินถือแก้วกาแฟไปที่บาร์

“ไม่เห็นเคยบอกเลยว่าเล่นกีตาร์เป็นด้วย” ผมทักไอ้ตู้เย็น ตอนมันกับเพื่อน ๆ กำลังเก็บข้าวของ

“ก็มึงไม่เคยชวนคุยเรื่องพวกนี้นี่ จู่ ๆ จะให้กูบอกว่าเล่นกีตาร์เป็นมันก็ยังไง ๆ ไหมวะ?”

“ไว้สอนกูเล่นกีตาร์บ้างดิ อยากมีความสามารถพิเศษกับเขาบ้าง”

“กูเก็บตังค์นะ ทีมึงยังไม่ติวให้กูฟรีเลย”

“เพื่อนมึงเหรอไอ้ตู้เย็น?” นักร้องนำหันไปถามไอ้ตู้เย็น

ไอ้ตู้เย็นพยักพเยิด “เพื่อนที่คณะน่ะ”

“หวัดดี เราชื่อนนท์ เรียนอยู่คณะวิศวกรรมสาขาซอฟต์แวร์” ผมแนะนำตัวอย่างสุภาพสำหรับคนรุ่นเดียวกันที่ยังไม่รู้จัก

“กูชื่อดินปืนนะ อยู่คณะนิเทศ ไอ้คนที่เล่นคีย์บอร์ดนั่นชื่อหมอก อยู่คณะรัฐศาสตร์”

ฝ่ายนั้นใช้สรรพนามเหมือนพวกเราสนิทกันมานาน ผมไม่ติดใจที่จะใช้สรรพนามกูมึงกับใคร แต่ถ้าเป็นคนที่เพิ่งเคยเจอ ผมจะลองเชิงใช้คำว่าเราเรียกแทนตัวเองไปก่อน ถ้าสนิทค่อยขยับขยาย แต่อย่างนี้ก็ดีแล้ว ฝ่ายนั้นหยิบยื่นความเป็นกันเองให้

“ยินดีด้วยนะที่ได้เล่นที่นี่ ว่าแต่ชื่อวงอะไรเหรอ?”

“อินเดอะมูดฟอร์เลิฟ ชื่อมาจากหนังของหว่องกาไวน่ะ” ไอ้ดินปืนตอบ

“ไม่เคยดูแฮะ”

“ว่าแต่มึงมาทำอะไรที่นี่เนี่ย?” ไอ้ตู้เย็นถาม

“กูเห็นเขาติดป้ายรับสมัครพนักงานเสิร์ฟเลยมาสมัครดู พี่เขารับง่าย ๆ เลย งั้นกูขอตัวกลับก่อนนะ เดี๋ยวจะรีบไปวิ่งรถรับส่งอาหาร”

“มึงจะขยันไปไหนวะ ทำงานเหมือนติดหนี้ธนาคารอยู่ 10 ล้านงั้นน่ะ”

ผมหัวเราะกับคำเปรียบเปรยของไอ้ตู้เย็น

“ไว้เจอกันนะพวกมึง”

ผมยกมือขึ้นโบก แล้วเดินกลับมาที่มอไซด์ ได้ฟังเพลงที่วงของไอ้ตู้เย็นเพิ่งเล่นไป ผมเหมือนได้เติมพลัง อาชีพนักร้องนักดนตรีเป็นอาชีพที่น่านับถือนะ เป็นอาชีพที่คอยส่งพลังบวกให้ผู้คน ถ่ายทอดอารมณ์สู่คนฟังผ่านเสียงเพลง


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 27 (จบ)

ตู้เย็น ช่วงก่อนสอนปลายภาค ไอ้นนท์ช่วยเก็งข้อสอบให้ผมล่วงหน้าตั้ง 2 สัปดาห์ ช่วงนั้นผมหัวหมุนมากเป็นพิเศษ และแปลกใจมากที่ไอ้นนท์ไม่กังวลเกี่ยวกับการสอบเลย วันธรรมดาหลังเลิกเรียน มันยังไปทำงานพิเศษที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่และลมเย็นบาร์จนถึงเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ยังออกไปขี่รถรับส่งอาหาร ระหว่างที่มันไม่อยู่ด้วย ผมก็พยายามทบทวนหนังสือ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 26

นนท์ ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยกับคอนโดของไอ้ตู้เย็นแล้ว แต่พอมันไม่อยู่ ห้องนี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมเกิดอาการคิดถึงมันขึ้นมา เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ตามลำพังมาได้ตลอด พอห่างจากผม ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เย็นจะรู้สึกเหงาและคิดถึงแบบเดียวกันหรือเปล่า อยู่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำ วันนี้ผมเลยจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารไวกว่าปกติละกัน ขณะกำลังจะลุกไปเตรียมตัว...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 25

ตู้เย็น อาบน้ำเย็น ๆ ชำระล้างเหงื่อไคลจนสะอาดสะอ้านแล้วผมก็สดชื่นขึ้นมาทันที ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กำลังจะเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนก็เห็นไอ้นนท์นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี หัวเราะคิกคัก สายตาจ้องไปที่หน้าจอมือถือในมือ “ขำอะไรวะ แบ่งกูดูบ้างสิ” “พี่แองโจลี่ส่งคลิปที่มึงใส่ชุดมาสคอตมาให้ดู มึงนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 24

นนท์ ผมตามพี่แองโจลี่มาลองชุดกับพี่ไก่แจ้ เสื้อผ้าวันนี้มาในธีมสีแดงสดใสร้อนแรง พี่ไก่แจ้เลือกให้พวกเราคนละ 2 ชุด จากนั้นพาทุกคนมาที่หน้าเวทีเพื่อซ้อมเดินแบบ ซ้อมกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้พัก พี่แองโจลี่เอาน้ำเย็นมาให้ผมกับไมค์คนละขวด ผมรับมาดื่มแล้วถามหาไอ้ตู้เย็น...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!